Queue up !












Queue up !
ฉันชอบอารมณ์แบบนี้ที่สุดในญี่ปุ่น
มันหมายถึง
ความมีระเบียบ
วินัย
อดทน
รอคอย
หรืออาจไกลไปถึงเรื่องความเท่าเทียม
การเข้าคิว
คือการให้เกียรติกับสิทธิของคนอื่น
การไม่เห็นแก่ตัวและรู้จักเกรงใจใคร
ทำไมไม่แซงคิว
ทำไมต้องต่อแถว
การแซงคิวก็ทำได้นะ
ถ้าเราไม่เห็นคุณค่าของมัน
และไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง







Create Date : 17 ตุลาคม 2558
Last Update : 17 ตุลาคม 2558 7:50:18 น.
Counter : 404 Pageviews.

0 comment
--- ไ ฮ ไ ล ต์ ข อง ก า ร ไ ป ญี่ปุ่ น คื อ อ ะ ไ ร ---


















มีคนถามว่า ไฮไลต์ของการไปญี่ปุ่นคืออะไร ฉันตอบไม่ถูก ตอบไม่หมด เพราะอะไรมันใหม่หมด แม้แต่ถ่ายรูปก็สะเปะสะปะ ถ่ายไปเรื่อย ๆ ชอบอะไรก็ถ่ายอันนั้น เพียงแต่มีเป้าหมายบางอย่างในใจและจะไปตามหาสิ่งที่อยากเห็นให้เจอ เหมือนวันที่ฉันเขียนบันทึกข้างทะเลสาบว่า

'เราตื่นตี 5 มาขึ้นรถไฟชินคันเซนเที่ยว 7 โมง
มาเปลี่ยนขบวนที่โอซาก้า 9.44 น.
จากโอซาก้ามาโตเกียว ถึงโตเกียวบ่ายโมง 10 นาที
นั่ง เจอาร์ต่อมา Takao จากTakao มาOtsaki
และมาถึง Kawaguchiko 4.09 น.
เดินทางทั้งหมดเกือบ 2000 กิโล
เพื่อมาดู เ ม ฆ ค ลุ ม ภู เ ข า ฟู จิ '

นั่นคืออารมณ์สด ๆ ตอนนั้น รู้สึกหงอย ๆ ก่อนมานั่งทำใจสบาย ๆ อายุปูนนี้แล้ว ควรบอกตัวเองได้เต็มปากว่า เจออะไรหรือไม่เจออะไร เราก็มีความสุขตรงหน้ากับมันได้ เรากินขนมที่ซื้อมาจากแฟมิลี่มาร์ทที่มีทุกทางแยกของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ของกินมีมากกว่า 7/11 เสียอีก ฉันนั่งจิบกาแฟร้อนกับคนในครอบครัว ถ่ายภาพเเรือเป็ดที่จอดนิ่ง ๆ เป็นสีสันของทะเลสาบ ก็สวยดี เราก็ยังเดินเล่นจนค่ำมืด เจอร้านอาหารที่เจ้าของโฮสเทลแนะนำไว้ มีหลายร้านมาก ที่สุดเราก็ต้องเลือกสักร้าน อิ่มแล้วก็เดินกลับที่พัก หลงทิศกันเล็กน้อยทั้งที่ไม่น่าจะหลง ที่พักก็เราห่างจากสถานีสัก100 เมตร เดินสองนาทีก็ถึง พอมาถึงที่พัก เจ้าของโฮสเทลซึ่งใช้ภาษาอังกฤษได้ดีมาก(ก่อนมาทราบภายหลังว่าเธอคือคนจีนมาทำธุรกิจที่นี่)ถามเราว่าพรุ่งนี้จะไปดูฟูจิซังยังไง วางแผนยังไง เราคิดว่าจะใช้รถประจำทางลงตามสถานีแล้วก็โบกไปต่อ เธอเสนอว่าจะพาไปดูฟูจิซังตามจุดต่าง ๆ แต่เราก็ลังเลเพราะวันนี้ภูเขายังเอียงอายซุกหน้าใต้เมฆหมอกอย่างนั้น พรุ่งนี้อาจจะฟาล์วอีกก็ได้ เราก็ทำใจแล้วล่ะ มาถึงได้ตามเวลาที่กำหนดก็เก่งแล้วเพราะฉันเกือบตกรถไฟแต่เช้าเพราะไปห้องน้ำ ลงบันไดเลื่อนไปเข้าห้องน้ำแต่กลับมาไม่ถูกชานชาลาเพราะขึ้นบันไดเลื่อนผิด วิ่งขึ้นลงบันไดเลื่อนและมาเจอพ่อลูกรอกันอยู่ก่อนที่รถไฟจะออกชานชาลาไปนิดเดียว ทำไมไม่คิดสักนิดนะว่า บนชินคันเซนนั้นห้องน้ำสุดหรู สะอาดมากและน่ากลัวน้อยกว่าห้องน้ำบน TGV ของฝรั่งเศสหน่อย เพราะนั่นน่ะทำเอาฉันกลัว ไฮเทคโนโลยีเกิ๊น จนกลัวว่าประตูมันจะเปิดตอนที่ฉันยังทำธุระอยู่

พรุ่งนี้ยังมาไม่ถึง แต่เราก็มีความหวังเสมอ แม่บ้านโฮสเทลบอกว่า ฟ้าไม่มีดาวแบบนี้ ฟูจิซังไม่ปรากฎหรอก แต่ฉันว่าฉันเห็นทั้งดาวและพระจันทร์เสี้ยวอยู่นะ ยังถ่ายภาพไว้เลย แต่เอาเถอะความหวังไม่ทำให้ฉันเสียเวลาเท่าไรหรอก ไม่น่าอายด้วยหากมันไม่สมหวัง เราก็หวังจะเห็นภูเขาฟูจิบ้าง ถึงจะเห็นภูเขาที่หน้าบ้านทุกวันแต่มันไม่เหมือนกันสักวันเลยนะ สวยงามไปตามฤดู มันไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดของชีวิตหรอกแต่ก็อยากดูบ้าง เห็นก็กำไรจังและถึงไม่เห็นก็ยังได้รับกำลังใจจากเพื่อน ๆ ว่า มาเที่ยวญี่ปุ่น 5 ครั้งแล้ว ไม่เคยเห็นฟูจิเลย

ว่ากันว่า...
ภูเขาไฟฟูจิคือสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น
คือธรรมชาติ ความสุข ความสงบ
คือความงาม
เป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ฟูจิซังให้แรงบันดาลใจเห็นบ่อย ๆ ในไฮกุ
และบทกวีอีกมากมาย
ถึงยังไม่เห็นแต่ฉันก็รู้สึกได้



ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย

















Create Date : 17 ตุลาคม 2558
Last Update : 17 ตุลาคม 2558 7:48:26 น.
Counter : 314 Pageviews.

0 comment
--- B a s e b a l l ---


























































กีฬาเบสบอลนั้นเป็นกีฬายอดอิตที่ญี่ปุ่น ทั้งที่กีฬานี้เป็นกีฬาของอเมริกา แต่ญี่ปุ่นก็เล่นเสียจนเป็นกีฬาประจำชาติไปแล้ว สมัยเด็ก ฉันติดการ์ตูนญี่ปุ่นมาก นางเอกการ์ตูนคนเก่งของฉันคือนั๊กกี้ เธอเล่นเบสบอลด้วย เท่มาก ๆ แล้วการอ่านหนังสือครั้งนั้นฉันฝันไปถึงสนามโคชิเอ็งที่เป็นสนามแห่งความใฝ่ฝันของนักเบสบอลทุกคนที่จะได้ร่วมการแข่งขัน สนามแข่งขันจะดุเดือดมาก ใครก็อยากถูกคัดเลือกไป ครั้งหนึ่งในชีวิต ฉันก็เคยรู้สึกแบบนั้นเมื่อเป็นนักกีฬา

คืนนั้น..เราเห็นเด็ก ๆ ฝึกซ้อมกันที่สนามของโรงเรียนยามค่ำคืน มีครูเป็นโค้ช และมีสนามซ้อมเบสบอลใจกลางเมืองหลวงแทรกอยู่ชั้นสองของตึกสูง ใช้พื้นที่ว่างไม่มากนัก ขึงตาข่ายโดยรอบ กันลูกเบสบอลกระเด็นออกมา อาจจะซ้อมได้ตอนเป็นฝ่ายรุกคือฝึกตีอย่างเดียว แต่การรับลูกที่ตกพื้นหรือลูกที่ลอยสูง ๆ ยังต้องลงสนามจริง

กติกาของกีฬาชนิดนี้มากพอสมควร แต่เราเรียนรู้ได้ รู้แล้วจะดูกีฬาชนิดนี้สนุกมากขึ้น กีฬาเป็นทีมสอนอะไรเรามากมาย เก่งคนเดียวก็ชนะไม่ได้และแต่ละคนต้องฝึกทักษะการรุกการรับอย่างดี ความสามารถเฉพาะตัวในการรับลูกแต่ละตำแหน่งก็ไม่เหมือนกัน ผู้เล่นทั้งอินฟิลเดอร์ เอาท์ฟีลเดอร์ ซ้อมไม่เหมือนกันแต่ทุกคนมีสิทธิ์ตีโฮมรันได้เหมือนกัน

ฉันไม่รู้ว่าเด็ก ๆ สมัยนี้เล่นกีฬาอะไรกันบ้าง ชอบลงสนามจริงแบบนี้อยู่หรือเปล่า หรือชอบเล่นแต่เกมบนจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ หรือสนุกกับการแชทกับเพื่อน ต่างมีโลกส่วนตัวสูงกันแต่เล็กแต่น้อยแล้ว แม้แต่ลูกสาวเราเองก็ไม่ชอบกีฬาหนักหน่วงแบบนี้ ไม่ชอบการเอาชนะ ไม่ชอบการแข่งขัน แต่อย่างน้อยเราก็อยากให้เด็ก ๆ ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอะไรเป็นสักอย่าง แต่ถึงไม่เล่น การดูกีฬาเป็นก็เป็นเรื่องไม่ยากเช่นกัน คนเคยเล่นกีฬาก็อยากให้คนอื่นเล่น ถ้าไม่เล่น เป็นกองเชียร์ก็สนุกมากแล้วก็ไม่เหนื่อยด้วยนะ :D


ภูพเยีย
ตุลา 57


















Create Date : 15 ตุลาคม 2558
Last Update : 15 ตุลาคม 2558 10:44:38 น.
Counter : 268 Pageviews.

0 comment

ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]