All Blog
--- อ่ า น เ ล่ ม นี้ แ ล้ ว อ ย า ก เ ดิ น ท า ง ---
















A Long Way Home 71 วัน
ปลายทางคือบ้าน ระหว่างทางคือเรา

::

71 วัน + 13 ประเทศ = 2 คน

คู่รักธรรมดา ๆ คู่หนึ่งที่ได้ไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ เหมือนนักเรียนทั่วไปที่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับหน้าที่นานมาจนถึงวันที่เรียนจบ นานจนไม่รู้ว่าเรื่องระหว่างเรายังปกติกันอยู่ไหม และแล้ว...

'เขา' ลองชวน 'เธอ' หลับบ้านด้วยการนั่งรถไฟจากอังกฤษสู่ประเทศไทย โดยไม่ต้องการสร้างสถิติใด ๆ นอกจากได้มีโอกาสใช้เวลากับคนที่เขารักในแง่มุมที่แตกต่าง

แม้ทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรียจะไม่ใช่เรื่องใหม่ของนักเดินทาง แต่เป็นเส้นทางที่ทำให้ทั้งคู่ได้สัมผัสกับมิตรภาพจากเพื่อนร่วมโลก ได้พบเจอดินแดนที่ใหญ่กว่านิยามของหนังสือ ได้ค้นพบสิ่งดี ๆ จากตัวตนของอีกฝ่ายโดยไม่คาดฝัน และสำคัญที่สุดคือได้พบว่า เรื่องระหว่างเรานั้นยังเหมือนเดิม

::

เล่มนี้ซื้อมาอ่านตั้งแต่ปี 59 แต่เพิ่งได้อ่านเพราะลืม ลืมจริง ๆ ว่าเคยซื้อมา ฉันชอบซื้อหนังสือท่องเที่ยวทั่วโลก เปิดดูเล่มไหนสวย ๆ ก็ซื้อมาเก็บไว้ก่อน ค่อยหาเวลาอ่าน ทำแบบนี้เรื่อย ๆ จนทำให้หลงลืมหนังสือหลายต่อหลายเล่มไว้เหมือนกัน เมื่อวานค้นตู้หาหนังสือที่อยากอ่านมาวาง ๆ ไว้ให้เลือก ขอเริ่มเล่มนี้ก่อนเลย บอกตามตรง ไม่ได้คาดหวังอะไร ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้อะไร แค่อยากอ่านเพราะภาพถ่ายในเล่มนี้สวยเหลือเกิน

เริ่มแรกเปิดตัวหนุ่มสาว โบ๊ทกับฝ้ายเพิ่งส่งวิทยานิพนธ์เสร็จ โบ๊ทชวนฝ้ายนั่งรถไฟจากอังกฤษกลับกรุงเทพฯ

นึกในใจ กว่าจะถึงบ้านผ่านกี่ประเทศกันละเนี่ย เริ่มตั้งแต่ยุโรป รัสเซีย มองโกเลีย จีน ปารีส แวะจตุรัสแดงที่มอสโก นั่งรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย ขี่อูฐที่ทะเลทรายโกบี คือพูดกันประมาณนี้ ให้คนฟังอย่างเรานั่งเคลิ้ม หลับตาฝันเห็นภาพเหล่านั้นไปพลาง ๆ ถามฉัน ฉันก็ไป แม้จะรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะแค่เดินทางไปไหนสักที่ที่ไม่คุ้นเคยก็มีอาการตระหนกอยู่เหมือนกัน เราไม่ค่อยไปไหนกับทัวร์ การลุยกันเองมีข้อดีข้อด้อย ว่ากันไปตามสภาพ

แต่ฉันกลับไม่แปลกใจที่ฝ้ายตอบอย่างไม่ลังเล ฉันไม่ได้เริ่มสนุกกับการเดินทางร่วมไปกับพวกเขานะ แต่เหมือนได้รู้จักคนสองคนนี้ด้วย อย่างน้อยฉันก็ชอบผู้หญิงอย่างฝ้าย น่ารัก เก่ง รอบคอบ ไม่ขี้แย ไม่ขี้บ่น ไปไหนไปกัน สถานที่ไม่สำคัญแค่รู้ว่าไปกับใคร เธอลุยได้ทุกสถานการณ์ แก้ปัญหาเก่ง แกร่งและแข็งแรงด้วย เป็นคู่เดินทางในฝันเลยเชียวล่ะ

พอจะเที่ยวก็ต้องคิดถึงการทำวีซ่าเชงเก้นเพื่อจะได้ใช้เดินทางเข้าออกกลุ่ม 26 ประเทศในยุโรปโดยไม่ต้องขอวีซ่าทีละประเทศ แต่ตอนที่ทำวีซ่ากันนั้น โบ๊ทยังทำวิทยานิพนธ์ไม่แล้วเสร็จ ความเครียดสะสมเพราะลุ้นทั้งวีซ่าเชงเก้นและงานให้ผ่าน สำหรับนักศึกษานี่ ฉันพอจะเห็นภาพ มีเพื่อนร่วมทุกข์ ความทุกข์ดูจะเบาลง แต่ความวุ่นวายก็ผ่านไปได้ เห็นพวกเขาจัดสัมภาระกลับบ้านแล้วเหนื่อย มันไม่ใช่แค่แบกเป้ใบเดียว แต่ดูพะรุงพะรังเพราะต้องขนของกลับบ้าน แล้วไม่ใช่ขนไปขึ้นเครื่องบินทีเดียวแต่ต้องพาไปทุกที่ที่ต่อรถยนต์ ลงเรือ ต่อรถไฟ ตกรถ ที่พักไม่เหมือนที่จองไว้ ภาพไม่ตรงปก แผนการเที่ยวล้มไม่เป็นท่า กินถูก กินแพง จ่ายค่าห้องสมราคาบ้าง แพงไปจนเป็นบทเรียนราคาแพงสมชื่อ ห้องที่ถูกก็นอนแทบไม่ได้ สลับกันไปอย่างนี้ตลอดเส้นทาง

การเดินทางแบบนี้ได้ นอกจากใช้ใจที่ใหญ่กว่าตัวหลายเท่าแล้ว ยังต้องมีสุขภาพแข็งแรงด้วยนะ ถึงจะลุยแบบนี้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นทุกอย่างก็เป็นแค่ความคิด

การที่คนสองคนอยากรู้ว่า ชีวิตที่ผ่านมา ยังรักกันปกติอยู่มั้ย ก็ต้องลองเดินทางด้วยกันยาว ๆ ดู

แต่ก่อนเราเคยได้ยินแต่ว่า จะดูว่าคู่ไหนจะรอดหรือไม่นั้นต้องพาขึ้นภูกระดึง เส้นทางทรหดจะเผยธาตุแท้ของคนสงอคนยามลำบากออกมาได้

ฉันไม่เคยลองวิธีนี้หรอกนะ แต่เคยขึ้นภูกระดึงมาด้วยกันแล้วห้าครั้ง ครั้งที่จะไม่รอดคือครั้งที่สอง ตอนนั้นฉันสุขภาพไม่ค่อยดี ถึงซำแฮกก็อยากกลับ หัวใจแทบหลุดออกจากอก ไม่เกี่ยวกับจะเลิกกันตอนนี้หรอก ไม่ได้มาลองใจแต่มาเที่ยวเพราะชอบเหมือนกัน โชคดีที่เขาใจเย็น รอให้เหายหนื่อยก็พากันไปต่อได้

ถ้าตอนนี้ฉันคงคิดถึงการวิ่งมาราธอน ระยะทางไกลพิสูจน์ใจกันได้พอสมควร แต่ก็นะ หมายความว่า ต้องเข้าใจ เห็นใจ ทั้งขู่และปลอบก็ลากกันไปได้ พอผ่านมาได้ ต่อไปก็ขอวิ่งในจังหวะของตัวเองดีกว่า เอาแบบสบาย ๆ รายละเอียดระหว่างทางของชีวิตคู่มีมากกว่าระยะมาราธอนมากนัก แม้ปลายทางจริง ๆ คือการพรากจากไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตาย แต่เราสนใจระหว่างทางที่ทำอะไรร่วมกันมากว่า เมองเห็นป็นสิ่งสำคัญเหมือนหนุ่มสาวสองคนนี้กำลังคิด

รักของโบ๊ทกับฝ้ายมีความน่ารัก ไม่หวานเลี่ยน ไม่โรแมนติกเพราะรู้สึกจับต้องได้ แน่ล่ะ แต่ละวันก็ต้องคิดเรื่องการแพ็คกระเป๋า แบกกระเป๋าพะรุงพะรังขึ้นรถหรือไม่ก็เดินหาที่พักที่ห่างสองสามกิโล เหนื่อยนะนั่น

เล่มนี้อ่านอย่างเพลิดเพลินมาก ๆ ไม่ได้มีประวัติศาสตร์อัดแน่นทุกประเทศที่สองคนนี้ไปเยือน มีสิ่งที่คิดไว้ว่าจะเจอแต่ก็ไม่ใช่อย่างที่คาดไว้ ไปทะเลในอุดมคติ แต่มันก็ไม่เหมือนภาพสตาฟที่คนอื่นเชิญชวนไว้ ทะเลคนละเวลาน่ะนะ สิ่งที่ฉันฝันและอยากจะทำคล้าย ๆ พวกเขาคือ นั่งรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรียนี่แหละ อยู่บนรถไฟสี่วันสามคืนไม่ต้องอาบน้ำอาบท่า เข้าแผ่นดินมองโกเลีย นอนในเกอร์กลางทะเลทราย โบ๊ทและฝ้ายเล่าบาง ๆ แต่ทำให้หัวใจฉันเต้นแรง ความฝันบางอย่างของเราก็ซ้อนทับกับคนอื่นได้เช่นกัน หลายเรื่องที่บอกเราว่า ไม่ต้องคิดล่วงหน้า เจออะไรก็ได้ เหมือนไปในที่ที่มันไม่มีอะไร ใครก็สงสัยว่าจะไปทำไม ไม่เห็นมีอะไรดู เราก็บอกใครไม่ได้เหมือนกันว่าเราจะไปทำไม วิวเวิ้งว้าง ทะเลที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ธรรมชาติที่มีแต่ภูเขา แสงจันทร์ แสงวัน แน่ล่ะ ฉันไม่นิยมช้อปปิ้งเพราะไม่รู้จักข้าวของเครื่องใช้หรือแบรนด์ดัง ไปก็เคว้งคว้างไม่รู้จะดูอะไรเหมือนกัน แต่ทางที่พวกเขาผ่าน เขย่าความฝันที่ตกตะกอนนอนก้นไปนานแล้ว

ทริปที่พวกเขาออกเดินทางในสายตาเรา ดูไม่ธรรมดาแล้วนะ แต่ระหว่างทาง โบ๊ทได้พบมิตรภาพใหม่ ๆ แถมยังได้ขยายหัวใจออกไปกว้างกว่ากว้าง อย่างมินวา เธอเรียนจบวิศวะจากมหาลัย MIT และเดินทางด้วยจักรยาน !! ใช่ เธอใช้เส้นทางจากอิสตันบูลมาอูลานบาตอร์ สถานที่ไกลประมาณแม่สาย-เบตง สัก 8 รอบครึ่ง ผ่าน 11 ประเทศ กลางทะเลทรายและอุณหภูมิติดลบเป็นเวลามากกว่าครึ่งปี และเธอเล่าเรื่องราวของเธออย่างถ่อมตน โอ แม่เจ้า !!

คนที่เดินทางอยู่กับที่อย่างฉัน ก็ท่องเที่ยวไปกับหนังสือเดินทางของคนอื่นแบบนี้แหละ ที่ฉันเกริ่นมานี่ยังไม่ลงรายละเอียดหรอกนะเพราะอ่านเอารสชาติด้วยตัวเองจะสนุกกว่า

71 วันอาจจะเป็นเวลาสั้น ๆ ของช่วงชีวิต แต่สำหรับการเดินทางแล้ว มันก็มากพอที่จะเปลี่ยนมุมมองและความคิดของเราได้ อย่างน้อยก็รู้จักตัวเองมากขึ้นเมื่อได้ไปเห็นหรือสัมผัสโลกใบนี้ด้วยตัวเอง ความจริงแล้วเราไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่ามีความสุข ก็แค่เดินทางไปตามที่ตัวเองฝัน ได้แชร์ประสบการณ์ร่วมกัน ได้แบ่งปัน เสียสละและทำความเข้าใจคนอื่น ได้เจอคนแปลกหน้าที่กลายมาเป็นเพื่อน อาจจะดูฝัน ๆ ไปเพราะบางครั้งการร่วมเดินทางกับคนรักก็อาจจะกลายเป็นคนแปลกหน้าไปเลยก็ได้ แต่สุดท้ายแล้ว การเดินทางก็น่าจะทำให้รู้ว่า ปลายทางนั้นไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางจริง ๆ

เล่มนี้ น่ารักดี อ่านแล้วมีความสุข จนแอบฝันไว้ว่า ถ้าคนที่บ้านเกษียณแล้ว อยากให้เขาพาไปนั่งรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรียบ้าง อยากไปเที่ยวแบบนี้จริง ๆ

บางคราวก็รู้สึกแบบที่ Richard Brandson บอกกับลูก ๆ ของเขาว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือ Always live your life to the fullest.




ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
24 กันยายน 2562













Create Date : 25 กันยายน 2562
Last Update : 25 กันยายน 2562 11:43:48 น.
Counter : 115 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15



ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



  •  Bloggang.com