คนละฟากฟ้า - บทที่ 52


ส่วนนิคนั้นเมื่อผลุนผลันขับรถจากหน้าบ้านเช่าของพราวพราย เข้าไปจนถึงสนามบินในค่ายแล้ว ระหว่างนั่งรอเครื่องบินเขาคิดทบทวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้น สีหน้าท่าทางของพราวพรายที่เผือดซีด เมื่อรู้ว่าเขากำลังจะกลับเวียตนาม ท่าทางตื่นเต้นดีใจของเธอเมื่อเห็นของขวัญวันเกิดของเขา ที่ตอนแรกเธอคงคิดว่าเขาไม่ได้เตรียมมา เพราะไม่รู้ว่าเป็นวันเกิดเธอ เธอพยายามยิ้มแย้มแจ่มใสพูดจาเอาอกเอาใจเขา ในขณะที่เขาไม่พูดไม่จาซ้ำทำท่ามึนตึงใส่เธอ แล้วจู่ๆก็พรวดพราดจะกลับค่ายเสียเฉยๆ ทั้งๆที่ลางานมาหลายวันเพื่อเธอโดยเฉพาะ ไหนจะดินเนอร์ฉลองวันเกิดให้เธอตามลำพังสองคนเย็นวันนี้ ที่วางแผนว่าจะทำให้เธอประหลาดใจอีกล่ะ

นี่เขาบ้าทำร้ายจิตใจเธอได้ขนาดนี้เชียวหรือ เธออุตส่าห์ตามมาหาเขาถึงอพาร์ตเมนท์ ด้วยความหวังที่จะได้อยู่กับเขาไม่ใช่หรือ ไม่ต้องอยู่ตามลำพังตั้งหลายวันในบ้านเช่าที่เงียบเหงา ส่วนเขาเองก็ไม่ได้อยากอยู่กับเธอ ให้สมกับความรักความคิดถึงหรอกหรือ แม้จะพยายามแก้ต่างให้ตัวเองว่า เพราะเธอทำให้เขาเสียความรู้สึกเกี่ยวกับปลัดหนุ่มรูปงามคนนั้น เขาก็เพิ่งคิดขึ้นมาได้ว่าเขาเองก็ออกไปเต้นรำ กับผู้หญิงที่ชื่อจันทนาตั้งนานไม่ใช่หรือ แม้จะจำเป็นตามมารยาทสังคมเพราะเธอเป็นฝ่ายออกปากชวนก็เถิด

เกิดอะไรขึ้นกับเขา ทำไมเขาซึ่งปกติเป็นคนสุขุมรอบคอบ มีเหตุมีผล ไม่ปล่อยตัวเองให้ทำอะไรตามอำเภอใจ จึงกลายเป็นคนใจร้อนไม่ยอมฟังเหตุผลของพราวพรายไปได้ นึกถึงน้ำตาที่เขาแอบเห็นคลออยู่ในดวงตาเธอ ก็ยิ่งกระสับกระส่ายกระวนกระวายจนนั่งไม่ติด แล้วในที่สุดชายหนุ่มก็เข้าไปแจ้งเจ้าหน้าที่การบิน ขอยกเลิกการโดยสารไปกับเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังจะมาถึง ต่อจากนั้นก็เผ่นขึ้นรถ ขับออกจากที่นั่นอย่างรวดเร็วราวกับเหาะเพื่อกลับไปหาพราวพราย

นิคจอดรถหน้าบ้านเช่าหลังน้อย ที่เพิ่งมาส่งพราวพรายเมื่อเกือบสองชั่วโมงที่ผ่านมา แต่เมื่อเดินไปเคาะประตูบ้านอยู่หลายรอบแล้วไม่มีเสียงตอบรับ แม้แต่สุ้มเสียงใดๆที่แสดงว่ามีคนอยู่ในบ้านก็ไม่ปรากฏให้ได้ยิน นิคก็เริ่มขมวดคิ้ว พราวพรายหายไปไหน ไม่ได้อยู่ในบ้านอย่างที่ควรจะอยู่หรอกหรือ จะว่าไปกรุงเทพฯกับพวกอรรณพก้ไม่น่าจะใช่ เพราะคนพวกนั้นออกเดินทางไปแล้วตั้งแต่ยังไม่สว่าง หรือเธอจะยังไม่หายโกรธหายงอน เลยแกล้งเงียบเฉยให้เขาตกใจวิ่งตามหาเธอ

นิดเคาะประตูอีกสองสามครั้งแล้วในที่สุดก็ต้องยอมแพ้ เดินกลับไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน ชายหนุ่มกลับไปที่อพาร์ตเมนท์ เปลี่ยนเครื่องแต่งกายจากชุดเครื่องแบบครึ่งท่อนเป็นชุดลำลอง เดินไปเดินมาอย่างพลุ่งพล่านอยู่พักใหญ่ก็ขับรถออกไปอีก คราวนี้เขาขับไปเรื่อยๆ เข้าถนนเส้นนั้นไปออกถนนเส้นนี้ ผ่านไปตามย่านชุมชนหลายแห่ง ตาก็คอยมองหาพราวพรายไปเรื่อยๆ แม้จะรู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะบังเอิญพบเธอเดินท่อมๆอยู่ก็ตาม ใจที่ร้อนรุ่มด้วยความรู้สึกผิดต่อเธอทำให้เขากระสับกระส่าย นิคแวะเวียนขับรถผ่านไปที่หน้าบ้านเช่าหลังนั้นอีกหลายครั้ง หวังว่าเธอจะกลับมาบ้านแล้ว แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไม่มีแม้แต่เงาของพราวพราย

ในที่สุดเมื่อรู้สึกว่าคอแห้งผาก เพราะไม่มีทั้งอาหารและน้ำตกถึงท้องมาหลายชั่วโมงแล้ว ชายหนุ่มก็จอดรถตรงหน้าซูเปอร์มาร์กเก็ตเล็กๆแห่งหนึ่ง ลงไปซื้อน้ำขวดกับเบียร์สองสามกระป๋อง โดยตั้งใจว่าจะกลับไปรอพราวพรายอยู่แถวบ้านพักของเธอ ขณะที่กำลังจะเดินไปชำระเงินค่าสินค้าที่เคาเตอร์ ก็มีมือของใครคนหนึ่งแตะลงตรงแขนเขาจากทางด้านหลัง

“สวัสดีครับ นิค มาซื้ออะไรหรือครับ?”
นิคหันไปพบสุรเดชแฟนคนใหม่ของอมรา ซึ่งมีตะกร้าบรรจุสินค้าที่มีของอยู่เกือบเต็มอยู่ในมือ

“ไฮ สุรเดช” เขาทักตอบแล้วชูขวดน้ำและเบียร์ในมือให้อีกฝ่ายดู

สุรเดชหัวเราะชอบใจมื่อเห็นของในมือเขา “นี่ผมก็มาซื้อเหล้าซื้อเบียร์เหมือนกัน คุณมีธุระอะไรที่ไหนหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ไปดื่มกับไหม ผมกำลังหาเพื่อนดื่มอยู่ทีเดียว วันนี้เรามีกินอะไรกันนิดหน่อยที่บ้านแพตตี้ มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น เพิ่งโทร.ไปชวนคนมากินเหล้าได้คนเดียวเอง ไปไหมครับ”

ทันทีที่ได้ยินนิคก็นึกออกว่าเขาลืมนึกถึงอมราไปเสียสนิท เป็นไปได้สูงทีเดียวที่พราวพรายจะอยู่ที่บ้านอมรา แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจ เมื่อเห็นท่าทางลังเลของอีกฝ่าย สุรเดชซึ่งเข้าใจว่านิคคงเกรงใจเพราะกลัวว่าจะมีแขกคนอื่นที่เขาไม่รู้จัก ก็รีบบอกว่า “ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ มีแต่พวกเรากันเองทั้งนั้น คุณพราวกับคุณจันทน์ก็อยู่ด้วย คุณก็รู้จักทุกคนแล้วไม่ใช่หรือ?”

ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจหายกังวลที่ในที่สุดก็รู้ว่าพราวพรายอยู่ที่ไหน ไม่ต้องมานั่งห่วงว่าเธอจะอยู่ในที่ที่ไม่ปลอดภัย หรือประสบอันตรายจนกลับบ้านไม่ได้ เขาอยากพบเธอก็จริง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าถ้าเขาปรากฏตัวเข้าไป เธอจะอึดอัดทำตัวไม่ถูกเหมือนเมื่อคืนนี้หรือเปล่า นิคคิดว่าทางที่ดีเขาควรจะไปหาอะไรรองท้องก่อน แล้วไปคอยเธออยู่แถวบ้านน่าจะเหมาะกว่า สุรเดชซึ่งไม่รู้ว่าหนุ่มต่างชาติผู้นี้คิดอะไรอยู่ สงสัยว่าเขาคงจะเกรงใจจนไม่กล้ารับปาก ก็พยายามคะยั้นคะยอเพราะอยากได้เพื่อนกินเหล้า ตามประสานักเลงสุราที่ไม่ชอบกินเหล้าคนเดียว

“ขอบคุณมาก คุณสุรเดช แต่ผมคงต้องขอตัว เกรงใจแพตตี้ เธออาจจะไม่สะดวกหลายอย่าง เอาไว้โอกาสหน้าดีกว่า”
“โอ๊ย คุณนิค อย่าคิดมาก แพตตี้ดีใจด้วยซ้ำ เตรีเยมอาหารไว้เยอะแยะ กำลังหาคนช่วยกิน” แล้วสุรเดชก็นึกขึ้นมาได้ “เอางี้ดีกว่า ผมจะโทรไปบอกแพตตี้ก่อน”

ยังไม่ทันที่นิคจะพูดอะไรต่อไป สุรเดชก็หยิบโทรศัพท์ออกมาพุดกับอมรา พูดกันสองสามประโยคก็ส่งโทรศัพท์ให้นิค

“แพตตี้ขอพูดกับคุณหน่อย”

ทักทายกันเสร็จ อมราก็บอกว่า “นิคคะ เชิญมาทานข้าวที่บ้านฉัน ถ้าคุณไม่มีธุระที่ไหน ความจริงถ้าฉันรู้ว่าคุณยังไม่ได้กลับไปเวียตนาม คงเชิญคุณตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่ต้องเกรงใจนะคะ ที่นี่มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น มีผู้ชายมาเพิ่มอีกคนสองคนจะทำให้ครึกครื้นขึ้นเยอะเลย พราวกับพี่จันทน์ก็อยู่ที่นี่แล้ว มาให้ได้นะคะ ถ้าไม่มาคงต้องโกรธกันแน่”

ในที่สุดนิคก็เลี่ยงไม่ได้ ต้องขับรถตามสุรเดชไปที่บ้านของอมรา ชายหนุ่มคิดว่าหลังจากพูดคุยกับเขาแล้ว อมราคงบอกคนอื่นๆว่าเขาจะมาร่วมวงด้วย ซึ่งน่าจะมีเวลาให้พราวพรายได้เตรียมตัว ปรับใจและสีหน้าให้เป็นปกติได้เมื่อเจอเขา

ความจริงทันทีที่รู้จากอมราว่านิคกำลังจะมาที่บ้าน พราวพรายก็เริ่มอึดอัด แม้ใจหนึ่งจะรู้สึกดีใจที่เขายังอยู่ในอุบลฯ ยังไม่ได้กลับไปเวียตนามเหมือนอย่างที่เขาบอกเมื่อตอนเช้า แต่เธอก็วิตกว่าไม่เธอก็นิคอาจจะทำพิรุธออกมาให้คนอื่นสงสัยได้

จันทนาซึ่งรีบเข้าไปเติมแป้งในห้องน้ำ หลังจากรู้ว่าชายหนุ่มคนที่เธอสนใจกำลังจะมา เดินออกไปรับผู้ชายสองคนถึงรถทันที

“สวัสดีค่ะ นิค ไม่นึกเลยว่าจะได้พบคุณอีกครั้งเร็วขนาดนี้”

นิคเหลือบมองหน้าสวยที่กำลังส่งยิ้มหวานให้เขาอย่างอึดอัดใจ ก่อนที่จะกล่าวคำทักทายเธอตอบตามมารยาท

“สวัสดีค่ะ นิค ดีใจจังที่คุณมาได้ เชิญเข้ามาในบ้านเลยค่ะ”
อมราเดินออกมาต้อนรับอีกคน หลังจากนั้นก็ชวนจันทนาขึ้นไปดูของบนห้องนอน ที่ฝ่ายนั้นออกปากเมื่อสักครู่ว่าอยากเห็น ปล่อยให้สุรเดชพาแขกคนใหม่ไปที่สนาม

พราวพรายนั่งอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่นิคไม่เคยเห็นหน้า ที่โต๊ะอาหารหินอ่อนรูปวงกลมขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่บนมุมหนึ่งของสนามกว้างใกล้กับตัวบ้าน ซึ่งเป็นตึกหลังย่อมๆ บนโต๊ะมีกับแกล้มเหล้าสองสามจาน สุรเดชแนะนำให้นิครู้จักกับเพื่อนของเขาที่นั่งคุยอยู่กับพราวพราย นิคลงนั่งต่อจากพราวพราย รับเหล้าที่สุรเดชผสมส่งให้มานั่งจิบอยู่เงียบๆ เขาถือโอกาสพูดกับพราวพรายเบาๆ ตอนที่สุรเดชพาชายหนุ่มผู้นั้นไปดูต้นไม้ในกระถางริมสนามใกล้ๆ

“คืนนี้ผมจะไปส่งคุณเอง”
พราวพรายทำหน้านิ่ว “จะดีหรือคะ คนอื่นเขาจะคิดอย่างไร”
“ช่างคนอื่นเถอะ อย่าสนใจคนอื่นมากนักเลย” เขาดุอย่างชักจะเครียดขึ้นมาอีกแล้ว กับท่าทางกลัวไปหมดทุกอย่างของเธอ จนเขาเองก็แทบจะทำตัวไม่ถูกอยู่แล้ว

สุรเดชกับเพื่อนเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ผู้ชายสามคนดื่มเหล้ากันไปเรื่อยๆ คุยกันอย่างถูกคอด้วยเรื่องต่างๆ พราวพรายนั่งฟังเขาคุยกันอย่างอึดอัดใจอยู่ครู่หนึ่งก็ขอตัวเข้าไปหาอมราในครัว หญิงสาวเจ้าของบ้านกับจันทนากำลังช่วยกันถ่ายอาหารที่ภัตตาคารนำมาส่งให้เมื่อครู่ก่อน ลงในจานเปลส่งให้เด็กรับใช้นำออกไปตั้งที่โต๊ะอาหารในห้องโถง

“มีอะไรให้ช่วยไหม แพตตี้” พราวพรายถาม
“ไม่มีอะไรแล้วละ ให้เด็กเอาออกไปที่โต๊ะหมดแล้ว เหลือแต่ต้มยำปลาบึก จะกินกันเมื่อไหร่ค่อยให้เด็กอุ่นอีกที” แล้วอมราก็ถามว่า “พวกผู้ชายยังกินเหล้ากันอยู่หรือ?”

พราวพรายพยักหน้า “ฮื่อ ว่าแต่แพตตี้กับพี่จันทน์ไม่ออกไปข้างนอกหรือ?”
“ออกสิ แต่ตอนนี้คุยกันก่อนก็ได้ ปล่อยพวกเขาดื่มกันไปพลางๆ คงยังไม่หิวกันหรอก” อมราว่า
จันทนามองออกไปที่สนามที่อยู่ห่างออกไป “พี่ไปกินเบียร์หน่อยดีกว่า ชักคอแห้ง สองคนนี่จะไปด้วยกันหรือเปล่า?”
“เดี๋ยวแพตตี้ตามไป พี่จันท์ไปก่อนก็ได้”

จันทนาหายตัวไปแล้ว อมราก็ชวนพราวพรายเข้าไปในห้องนั่งเล่น บอกเพื่อนด้วยเสียงหัวเราะว่า “ปล่อยพี่จันท์ไปก่อน ขี้เกียจไปขัดคอ ท่าทางจะเครซี่นิคเอามากๆ รู้ไหม พราว มาคุยกับเราตั้งแต่บ่าย ถามแต่เรื่องนิค ตลอด ไอ้เราก็ไม่รู้จะตอบว่าไง ไม่ได้รู้จักเขามากมายอะไร เพราะเขาไม่ได้อยู่ประจำที่นี่”

อีกฝ่ายอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะถามด้วยเสียงเรียบๆเมือนไม่สนใจว่า “ถามเรื่องอะไรล่ะ?”
อมรายักไหล่ “ที่อยากรู้มากที่สุดก็คือเขาแต่งงานหรือยัง ข้อนี้พอตอบได้เพราะพี่บ็อบเคยบอกว่าเขายังโสด ทีนี้พอรู้ว่าโสดแน่ก็อยากรู้อีกว่าเขามีแฟนหรือเปล่า เรื่องนี้ใครจะไปตอบได้ จริงไหม ผู้ชายน่ะไว้ใจได้ที่ไหน ไม่มีใครยอมรับว่ามีแฟนแล้วหรอก ถ้าไม่เห็นคาหูคาตา ดูแต่พี่บ็อบซิ ยังหลอกเราได้เป็นปีเลย”

พราวพรายคิดว่าตอนนี้อมราคงลืมชลธิศได้แล้ว เพราะสีหน้าเธอดูเป็นปกติเมื่อพูดถึงผู้ชายคนนั้น ผิดกับตอนที่เกิดเรื่องใหม่ๆ ที่อาการหนักถึงขนาดต้องลาออกจากงาน ไปรักษาแผลใจอยู่ไกลถึงจังหวัดน่านนานหลายเดือน

“พี่จันท์เลิกกับสามีปีกว่าแล้วไม่ใช่หรือ” พราวพรายสงสัย “ป่านนี้น่าจะมีคนมาสนใจบ้างแล้วนะ พี่จันท์ออกสวย”

“มีเยอะแยะ แต่พี่จันท์เขาว่าไม่ถูกสเป็คเขาสักคน สงสัยตอนนี้สเป็คเขาคงเป็นหนุ่มอเมริกันละมัง” อมรายกน้ำที่ถือติดมือมาขึ้นดื่มก่อนจะวิจารณ์เพื่อนรุ่นพี่ต่อไปว่า “เมื่อกี้ก็มาบ่นกับเราว่าเสียดาย ถ้ารู้ว่านิคจะมาด้วยคงจะไม่ขับรถมา ขากลับจะได้วานเขาไปส่ง”

พราวพรายเงียบกริบ นึกหมั่นไส้ทั้งนิคและจันทนาขึ้นมาอีกจนได้ เอ๊ะ..หรือที่เขายอมตามสุรเดชมาถึงนี่ก็เพราะรู้ว่าสาวสวยคนนั้นอยู่ที่นี่? เขาอาจจะไม่รู้หรือไม่สนใจก้ได้ว่าเธออยู่ที่ไหน แต่เมื่อเห็นเธอแล้วเขาก้เลยต้องแก้เก้อ ทำเป็นมาสั่งเหมือนเป็นห่วงเป็นใย ว่าให้เธอกลับบ้านพร้อมเขา หญิงสาวอดนึกต่ออย่างพาลๆไม่ได้ว่า ถ้าจันทนาไม่ได้เอารถส่วนตัวมาก็ดีน่ะสิ จะได้เห็นกันจะจะเสียเลยว่านิคจะทำอย่างไร ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่มีรถและขอให้เขาพาไปส่งบ้าน แถมตอนนี้จันทนายังคิดว่าเขาเป็นโสดเสียอีก หนอย...คิดแบบนี้ได้อย่างไร

แต่พอคิดไปคิดมาก็นึกขึ้นได้ว่าก็เธอเองไม่ใช่หรือ ที่สั่งไม่ให้เขาเปิดเผยเรื่องระหว่างเธอกับเขาให้ใครฟัง ชักโมโหตัวเองที่กลัวมารดามากเกินไป จดทะเบียนแต่งงานกับนิคมาก็หลายเดือนแล้ว ยังใจไม่กล้าพอที่จะกลับไปสารภาพกับพ่อแม่ถึงเรื่องร้ายแรงที่ทำลงไป แม้จะดึงดื้อถือดีและต่อต้านมารดาอยู่ใจตลอดมา แต่พราวพรายก็มีความกลัวคุณจิตราที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใจ เพราะถูกกดถูกบีบให้ทำตามคำสั่งมาตลอด ถึงจะออกมาอยูไกลบ้านนานพอควรแล้ว แต่อิทธิพลของมารดาก็ยังมีอำนาจเหนือจิตใจของเธอเสมอ คงจะเป็นความเคยชินที่ลบล้างออกไปไม่ได้ง่ายๆ

“เออ..พราว ออกไปที่สนามกันดีกว่า เดี๋ยวพี่เดชเข้ามาตามแน่ หายมานานแล้ว”
“พี่เดชเป็นคนดีนะ แพตตี้ ใจเย็นแล้วยังใจดีอีกด้วย”’
“ใช่ “ อมรานิ่งไปหน่อยก่อนจะพูดต่อว่า “ แต่บางครั้งคนเราก็ชอบคนไม่ค่อยดีนะ พราว เพราะมันมีเสน่ห์เร้าใจน่าตื่นเต้นดี อย่างพี่บ็อบไง เรารู้มานานแล้วละว่าเขาทั้งเจ้าชู้ทั้งกะล่อน แต่เราก็ยังรักเขา”

พราวพรายมองหน้าเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ “แพตตี้ยังรักเขาอยู่อีกหรือ ทั้งๆที่เขาทำกับแพตตี้ขนาดนั้น”

“ความรักมันลืมกันไม่ได้ง่ายๆหรอก พราว บางครั้งแม้จะรู้ว่าคนที่เรารักเป็นคนไม่ดีแต่เราก็ยังรักเขา ไม่ต้องกลัวหรอก เราไม่ได้คิดจะไปตามตื๊อเขาอีก มันจบไปแล้ว” อมรายิ้มขื่นๆ แล้วกล่าวต่อว่า “พราวก็รู้ไม่ใช่หรือว่าเรากับพี่เดชเคยเป็นแฟนกันมาก่อน เราบ้าเองที่ขอเลิกกับเขาตอนที่พี่บ็อบมาจีบ ทั้งๆที่รู้ว่าเขาเหมือนไฟที่อาจจะไหม้เราจนวอดวายได้ แต่ชีวิตช่วงนั้นมันก็สนุกตื่นเต้นเร้าใจดี บอกตรงๆนะ ผู้ชายเจ้าชู้น่ะมีเสน่ห์ก็จริงเพราะเขารู้ใจผู้หญิง แต่ก็เหมาะสำหรับเป็นแฟนแค่นั้น ไม่เหมาะที่จะแต่งงานด้วยหรอก”

พอเห็นสีหน้าชอบกลของเพื่อน อมราก็หัวเราะ “ไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้เรารู้แล้วว่าใครที่เหมาะสมกับเราที่สุด เราไม่ได้รักพี่เดชมากมายนักแต่ก็นับถือในน้ำใจของเขา รู้ไหมว่าพี่เดชรู้เรื่องของเรากับพี่บ็อบทั้งหมด ขอย้ำว่าทั้งหมด แต่เขาก็ให้อภัยไม่ถือสา พี่เดชน่ะดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวกินเหล้ามากไปหน่อย”

อีกฝ่ายถอนใจยาวอย่างโล่งอกแทนเพื่อน ที่รู้ว่าผู้ชายคนไหนที่เหมาะสมจะเป็นคู่ชีวิต “กินเหล้ามากแต่ไม่เจ้าชู้ก็ดีแล้วละ เราเห็นผู้ชายบางคนทั้งกินเหล้าทั้งเจ้าชู้ ใครเป็นเมียคงช้ำใจตาย”

“พราวก็เหมือนกัน เวลาจะมีแฟนก็เลือกให้ดีล่ะ แต่ความจริงอยู่อย่างพราวก็สบายดีเหมือนกันนะ ไม่ต้องรักใคร ถ้าไม่รักเสียอย่างก็ไม่ต้องทุกข์”

ฟังคำพูดของเพื่อนแล้วพราวพรายก็อยากจะหัวเราะ ‘ก็เข้าทำนองคนในอยากออก คนนอกอยากเข้า’ นั่นแหละ เวลาที่ไม่มีใครมารักก็ดิ้นรนค้นหา แต่พอได้มาแล้วก็ต้องดิ้นรนอีก ดิ้นรนที่จะนำไปสู่ทางออกสองทางคือก็บรักษาความรักนั้นเอาไว้ หรือไม่ก็พังมันจนไม่เหลือทราก เพื่อที่จะได้กลับไปสู่จุดเดิมที่ว่างเปล่า แล้วต่อมาก็เริ่มวัฎจักรของการดิ้นรนค้นหาใหม่

อมราลุกขึ้นยืน บอกพราวพรายว่า “ไปที่สนามกันเถอะ จะได้ไปคุยกับคนอื่นบ้าง เดี๋ยวเขาจะนึกว่าเจ้าของบ้านไม่สนใจแขก นิคยิ่งทำท่าอึดอัดอยู่ เขาคงเกรงใจพวกเราละมัง”

พราวพรายอึกอักเพราะยังไม่อยากต้องไปแสดงละครกับนิคต่อหน้าคนอื่น “แพตตี้ออกไปก่อนก็ได้ เราขอเข้าห้องน้ำก่อน เดี๋ยวตามไป”
“เออ ถ้างั้นเราไปก่อนนะ เสร็จแล้วก็รีบตามออกไปล่ะ จะได้ช่วยคุยกับนิคบ้าง”

อมราออกไปที่สนามแล้ว ขณะที่พราวพรายที่ทำเป็นเข้าห้องน้ำออกจากห้องน้ำแล้ว แต่ยังไม่นึกอยากออกไปข้างนอก นั่งลงที่เก้าอี้รับแขกสองจิตสองใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป นิคก็เข้ามาในห้องเดินตรงมาหาเธอ

“พราว เราน่าจะขอตัวกลับก่อนนะ วันนี้วันเกิดคุณ ผมตั้งใจจะพาคุณไปดินเนอร์ที่ร้านเปิดใหม่ริมแม่น้ำ”

หญิงสาวทำท่าอึดอัด “จะไปได้อย่างไรล่ะคะ แพตตี้กับพี่เดชเขาชวนคุณกินข้าวเย็นไม่ใช่หรือ? ส่วนฉันยังไงก็ต้องกินกับเขาอยู่แล้ว อีกอย่างฉันกับคุณก็ไม่ได้มาด้วยกัน อยู่ๆจะมาพร้อมใจกันปฏิเสธที่จะกินข้าวที่นี่แล้วกลับออกไปด้วยกัน ใครเขาจะคิดยังไงล่ะ”

“ไม่อยากไปฉลองวันเกิดกันสองคนหรือ จะได้ตัดเค้กด้วยไง” นิคพยายามเอาใจเพราะรู้ว่าตัวเองผิด

พราวพรายทำคอแข็ง “ไม่จำเป็น ฉันไม่ไปไหนหรอก จะกินข้าวที่นี่แหละ” พอนึกถึงอีกเรื่องขึ้นมาได้ เธอก็รีบบอกเขาว่า “อ้อ คืนนี้ฉันไม่กลับบ้านพร้อมคุณหรอกนะ เดี๋ยวแพตตี้จะไปส่งฉัน”

อีกฝ่ายขมวดคิ้วทันที “หมายความว่าไง คืนนี้คุณควรจะไปอยู่กับผมที่อพาร์ตเมนท์ไม่ใช่หรือ?”

ไม่ทันที่พราวพรายจะตอบอะไร ก็มีเสียงหวานๆของจันทนาดังขัดขึ้นมา “อ้าว นิค น้องพราว มาคุยกันอยู่ตรงนี้เอง แพตตี้ให้พี่มาตามพราว เห็นว่าจะออกไปที่สนามตั้งนานแล้วก็ไม่ไปสักที ใครๆเขารออยู่ นิคล่ะคะ มาทำอะไรอยู่ตรงนี้”

พราวพรายยิ้มเจื่อนๆให้จันทนาแล้วลุกขึ้นโดยเร็ว “พราวกำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”

พอพูดจบหญิงสาวก็รีบเดินออกจากห้องเพื่อไปหาอมรา โดยไม่เหลือบแลมาทางนิคเลย บอกตัวเองว่าไม่อยากฟังว่าเขาจะแก้ตัวกับเธอผู้นั้นว่าอย่างไรจึงจะสมเหตุสมผล พราวพรายรู้สึกหมั่นไส้คนทั้งสองขึ้นมาทันที พาลโมโหนิคด้วย นึกสงสัยอยู่ในใจว่าเมื่อคืนนี้ที่อ้างว่าพาจันทนาไปส่งบ้านน่ะ ก่อนจะพาไปส่งไปแวะที่ไหนบ้างหรือเปล่า เธอผู้นั้นถึงได้ทำท่าติดเขาแจ ขนาดหายเข้ามาในบ้านแค่ไม่กี่นาทียังต้องรีบเข้ามาตาม

แม้ไปถึงโต๊ะอาหารริมสนามและลงนั่งข้างๆอมราได้หลายนาทีแล้ว แต่นิคกับจันทนาก็ยังไม่ได้ตามออกมา พราวพรายเริ่มกระสับกระส่าย นึกสงสัยว่าเขามัวแต่ทำอะไรกันอยู่ ไม่รู้ตัวหรอกว่าเริ่มทั้งหึงและทั้งหวงนิคขึ้นมาแล้ว ทั้งๆที่บอกทั้งเขาและตัวเองมาตลอดว่าไม่รู้ว่ารักเขาบ้างหรือเปล่า



Create Date : 17 พฤศจิกายน 2565
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2565 20:10:32 น.
Counter : 249 Pageviews.

3 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณSweet_pills, คุณหอมกร, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณ**mp5**, คุณเริงฤดีนะ, คุณnewyorknurse, คุณกะว่าก๋า, คุณkae+aoe, คุณInsignia_Museum, คุณภาวิดา คนบ้านป่า

  
พ่อแง่แม่งอนแบบนี้ใช้อารมณ์ใส่กันตลอด
เป็นภาพสะท้อนของฃ่วงวัยจิงๆ ค่ะคุณตุ้ย

โดย: หอมกร วันที่: 18 พฤศจิกายน 2565 เวลา:18:18:56 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 21 พฤศจิกายน 2565 เวลา:13:42:28 น.
  
สวัสดียามเช้าครับ
โดย: **mp5** วันที่: 25 พฤศจิกายน 2565 เวลา:9:49:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#18



ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 53 คน [?]



Group Blog
พฤศจิกายน 2565

 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
17 พฤศจิกายน 2565
All Blog
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]
  •  Bloggang.com