คนละฟากฟ้า - บทที่ 30


ตอนหัวค่ำคืนนั้นหลังอาหารเย็นซึ่งรับประทานกันประมาณหนึ่งทุ่ม พราวพรายกลับถึงที่พักก็อาบน้ำสระผม หลังจากนั้นเพียงครู่เดียวเธอก็รู้สึกปวดศีรษะ ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ นิคซึ่งตามมาทีหลังเพราะแวะคุยกับคนรู้จักที่บังกาโลหลังหนึ่งอยู่พักใหญ่ เห็นเธอนอนหลับตาห่มผ้ามิดชิดอยู่บนเตียงก็ชักสงสัย

“ง่วงแล้วหรือ ทำไมคืนนี้นอนแต่หัวค่ำล่ะ”
พราวพรายไม่ลืมตา ตอบคำเดียวว่า “ฮื่อ”

ชายหนุ่มเข้าไปอาบน้ำสระผมอยู่พักใหญ่ เสร็จแล้วก็ออกมายืนเช็ดผมอยู่หน้ากระจกใกล้เตียง เหลือบมองพราวพรายอย่างสงสัย เพราะเห็นเธอนอนงอตัวอยู่ในผ้าห่ม

“เป็นอะไรหรือเปล่า ท่าทางแปลกๆ”
พราวพรายลืมตาแดงก่ำขึ้นมองเขา “ปวดหัวจัง รู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ คุณมียาแก้ไข้มั่งมั้ย”

นิคพาดผ้าเช็ดตัวไว้กับพนักเก้าอี้ เดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งริมเตียง เอื้อมมือไปคลำหน้าผากเธอ “ร้อนจี๋เลย” เขาทำท่ากังวล “ยาก็ไม่มีเสียด้วย สงสัยแช่น้ำนานไปหน่อย บอกแล้วว่าให้เลิกเล่นน้ำ ก็ไม่เชื่อกันบ้างเลยนี่”

เมื่อตอนบ่ายหลังจากเล่นบั้นจี้จัมพ์และล่องแม่น้ำด้วยห่วงยางที่สนุกโลดโผน เป็นที่ถูกอกถูกใจอยู่หลายรอบ พราวพรายก็ยังเล่นพายเรือคะยัคล่องไปตามแม่น้ำซองอีกด้วย การเล่นของเธอก็ผาดโผน อยู่ๆก็แกล้งคว่ำเรือเสียอย่างนั้น ทำให้ทั้งเธอและนิคต้องลงไปแช่อยู่ในน้ำ ชายหนุ่มหัวเสียกับการแกล้งของเธอจนอดไม่ไหว ต้องแกล้งเธอตอบบ้าง เขารั้งตัวพราวพรายให้ดิ่งตามเขาลงไปในสายน้ำจนมิดหัว พอพุ่งพรวดขึ้นมาเหนือผิวน้ำได้เธอก็คว้าใบพายที่ลอยอยู่ใกล้ๆฟาดโครมลงไปบนบ่าข้างหนึ่งของเขาอย่างเดือดดาล ที่ทำให้เธอต้องสำลักน้ำไอค้อกแค้ก แล้วยังทำท่าจะไล่ฟาดเขาต่ออีก ทำให้นิคต้องรีบว่ายน้ำหนีขึ้นฝั่ง หลังจากนั้นอีกพักใหญ่เขาพยายามชวนเธอขึ้นจากน้ำ แต่พราวพรายไม่ยอมขึ้นง่ายๆ เธอยังสนุกอยู่เพราะไม่ได้เล่นอะไรที่ทั้งสนุกและโลดโผนแบบนี้มานานแล้ว เธอเล่นน้ำอยู่คนเดียวเกือบสองชั่วโมงไม่ยอมเลิกง่ายๆ แม้นิค ซึ่งนั่งรออยู่ริมฝั่งจะเรียกเธอหลายครั้งให้เลิกเล่นเสียที


ได้ยินเสียงบ่นของเขาพราวพรายก็ทำหน้าบึ้ง ปัดมือเขาให้หลุดออกไปจากหน้าผาก “จะบ่นทำไมล่ะใครๆก็ป่วยกันได้ทั้งนั้น ไม่ได้เป็นเหล็กไหลเหมือนคุณนี่” พอนึกขึ้นได้เธอก็รีบกล่าวหาเขาทันที “ถ้าคุณไม่บ้ามากดหัวฉันลงไปในน้ำจนสำลัก ฉันก็คงไม่ป่วยหรอก จริงไหมล่ะ?”

“อ้าว ก็ใครเริ่มก่อนล่ะ คุณไม่ใช่หรือที่อยู่ๆก็แกล้งล่มเรือเสียเฉยๆ กะจะแกล้งให้ผมตกน้ำใช่ไหมล่ะ ผมก็ต้องแกล้งคุณกลับมั่งสิ จะได้หายกัน”

“เชอะ ทำเป็นเด็กๆไปได้ มีแกล้งกลับด้วยแฮะ”

“อยู่กับเด็กก็ต้องแบบนี้แหละ เด็กเล่นแรงก็ต้องแรงกลับ สนุกดีจะตาย ผมไม่ได้เล่นอะไรแบบนี้มานานแล้ว”

“คำก็เด็กสองคำก็เด็ก ฉันเด็กนักใช่ไหม? ดีละ ต่อไปนี้ฉันจะเรียกคุณว่าพ่อซะเลย” แล้วเธอก็โอดโอยต่อ “โอ๊ย ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว ยังมัวทะเลาะกับเด็กอยู่ได้ จะช่วยอะไรก็ไม่ช่วย”

“ดื้อแล้วยังจะปากเก่งอีก น่าจะปล่อยให้ปวดจนหัวระเบิดไปเลย” บ่นจบเขาก็ลุกขึ้นยืน “คุณอยู่คนเดียวสักพักได้มั้ย”

“อ้าว จะไปไหนอีกล่ะ มืดแล้วนะ จะให้ฉันอยู่คนเดียวได้ไง หรือจะไปกินเหล้ากับเพื่อน” เธอเริ่มโวยวายทั้งๆกำลังปวดหัวอยู่นี่แหละ

นิคส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับคำกล่าวหาเหมือนเด็กๆของเธอ “ใครบอกล่ะ ผมจะข้ามไปตลาดฝั่งโน้นไปซื้อยาให้คุณต่างหาก”

“คุณเป็นหมอหรือไง รู้หรือว่าฉันเป็นอะไร ต้องใช้ยาอะไร”
“คุณปวดหัวเป็นไข้ไม่ใช่หรือ ผมก็ซื้อแอสไพรินมาให้คุณน่ะสิ หรือว่าคุณมีอาการอื่นอีก”

พราวพรายนิ่งสำรวจอาการตัวเอง ก่อนจะบอกอ่อยๆว่า “แค่นั้นแหละ คุณจะไปนานหรือเปล่า”

“คงไม่เกินครึ่งชั่วโมง คุณกลัวหรือ ไม่ต้องกลัวหรอก แถวนี้ไม่เคยมีอะไร ถ้ากลัวก็ล็อคประตูเสีย ค่อยเปิดตอนผมมาเรียก”

พราวพรายอึกอัก ความจริงเธอไม่ได้กลัวอันตรายจากคนหรอก กลัวผีมากกว่า เพราะพอตกค่ำต่างคนต่างเข้าที่พัก รีสอร์ตแห่งนี้ก็เงียบเชียบไม่เห็นผู้เห็นคนแล้ว ต้นไม้ใกล้บ้านก็ขึ้นหนาแน่นเป็นดงราวกับอยู่กลางป่าไม่มีผิด แต่จะบอกว่ากลัวผี ก็กลัวเขาจะว่าเหลวไหลทำตัวเป็นเด็กๆอีก ก็เลยไม่กล้าบอก

“จะไปก็รีบไปซะ อย่าไปเถลไถลล่ะ กลับมาเร็วๆนะ” เธอทำเสียงอ่อยกำชับเขา

นิคกลับมาภายในยี่สิบนาที ดูแลให้พราวพรายกินยาเรียบร้อยแล้วก็บอกว่า “หลับเสียเถอะ ตื่นขึ้นมาก็คงหายแล้วละ”

พราวพรายนอนกระสับกระส่ายพลิกไปพลิกมาอยู่พักใหญ่ก็หลับไป ส่วนนิคไม่กล้าขึ้นมานอนบนเตียงเหมือนคืนที่ผ่านมา ไม่อยากรบกวนคนไม่สบาย แล้วก็กลัวว่าพราวพรายจะโมโหขึ้นมาอีก เขาเอาผ้าห่มผืนใหม่ที่ไปขอมาจากคนดูแลรีสอร์ต ปูลงข้างเตียงนอนใกล้กับด้านที่หญิงสาวนอนอยู่ นอนกอด อกทนหนาวอยู่อย่างนั้นเพราะเอาผ้าห่มไปปูรองนอนเสียแล้ว นึกด่าตัวเองที่ลืมขอผ้าห่มเพิ่มจากผู้ดูแลรีสอร์ต แล้วหนักๆเข้าก็เลยเอาผ้าห่มผืนนั้นพันไปรอบตัวจนพอจะหลับลงไปได้บ้าง แม้จะตื่นมากกว่าหลับ เพราะพื้นกระดานที่เย็นเฉียบและกังวลกับอา การของพราวพราย ไม่แน่ใจว่ายาที่ให้กินเข้าไปจะช่วยเธอได้มากน้อยแค่ไหน


ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาตอนตีสองแล้วลุกขึ้นไปแตะหน้าผากคนป่วย พบว่าแม้ไข้จะลดลงบ้างแล้วแต่ก็ยังถือว่าร้อนอยู่ดี ดูนาฬิกาเห็นว่าหลายชั่วโมงแล้วที่พราวพรายกินยาเข้าไป เขาก็เลยเขย่าตัวปลุกเธอให้ลุกขึ้นมากินยาอีกครั้งหนึ่ง หญิงสาวหลับหูหลับตากลืนยาและน้ำที่เขาส่งให้จนถึงปาก แล้วลืมตาขึ้นมองเขา

“เป็นไงมั่ง ดีขึ้นบ้างไหม ยังปวดหัวอยู่อีกหรือเปล่า”
“ไม่ค่อยปวดเท่าไหร่แล้วละ” เสียงของเธออ่อยจนเขานึกสงสาร “แต่รำคาญเหงื่อจัง ตัวฉันเหนียวเหนอะหนะไปหมดเลย”
นิคเห็นเหงื่อบนใบหน้าและซอกคอของเธอ “ไข้ลดลงบ้างแล้วเหงื่อก็ออกยังงี้แหละ”

ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องน้ำ ไขน้ำจากก้อกในอ่างล้างหน้าลงบนผ้าเช็ดตัวผืนเล็กของพราวพราย ที่ตากเอาไว้ตอนอาบน้ำ บิดจนหมาดแล้วเดินกลับมาที่เตียง นั่งลงริมเตียง ใช้ผ้าค่อยๆเช็ดไปตามหน้าตาและซอกคอของเธอ หญิงสาวนอนนิ่งทำตาปรอยๆ พอเช็ดหน้าและคอเสร็จเธอก็ยื่นแขนให้เขาเช็ดทีละข้าง แม้จะกำลังกังวลกับอาการป่วยของเธอ แต่นิคก็อดขำไม่ได้ที่เธอทำท่าเหมือนเด็กเล็กๆ ที่ยื่นแขนยื่นขาอ้อนมารดาให้เช็ดตัวให้เวลาป่วย

“นอนต่อเถอะ อีกนานกว่าจะสว่าง คุณควรจะพักผ่อนให้มากๆ พรุ่งนี้ถ้าคุณโอเคแล้วผมจะพาไปเที่ยวหลวงพระบาง แต่ถ้ายังไม่หายก็คงไม่ไป ต้องพักอยู่ที่นี่ต่อ”

แม้จะยังไม่หายดีแต่พอได้ยินว่าจะได้ไปหลวงพระบาง พราวพรายก็ทำท่าตื่นเต้นทันที ละล่ำละลักบอกเขาว่า “ไปหลวงพระบางเหรอ? ไปได้สิ พรุ่งนี้ฉันก็หายแล้วละ แต่ถึงยังไม่หายดีก็ไปได้ ทำไมจะไปไม่ได้ล่ะ ไม่ได้เดินไปสักหน่อย นั่งรถไปไม่ใช่เหรอ?”

ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างปลงๆ “คุณเนี่ยเหมือนเด็กเลยนะ พอได้ยินว่าจะได้ไปเที่ยวเข้าหน่อย ก็หูตาสว่างขึ้นมาทันที ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่หายไข้ก็ไม่พาไปหรอก ต้องนั่งไปในรถตั้งหลายชั่วโมง ตรากตรำมากๆเดี๋ยวไข้กลับขึ้นมาจะยุ่ง”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า” เธอยังพยายามเกลี้ยกล่อมต่อ “ฉันอยากไปหลวงพระบางตั้งนานแล้ว เห็นว่ามีของเก่าๆให้ดูเยอะแยะ นะ..นะ พาไปหน่อยนะ”

“เอาไว้ดูพรุ่งนี้อีกที” แล้วเขาก็รีบตัดบทว่า “ถ้าอยากไปก็รีบๆหลับเสีย อย่ามัวแต่พูดอยู่เลย ถ้าพรุ่งนี้คุณสบายดีแล้วผมจะพาไปหลวงพระบาง แต่ถ้ายังไม่หายก็พักที่นี่ต่อสักวันสองวัน แล้วก็กลับเวียงจันทน์เลย”

"อ้าว..ทำไมจะรีบกลับเวียงจันทน์ ไม่เอาด้วยหรอก" หญิงสาวรีบท้วง "ฉันหลับก็ได้ แต่คุณต้องสัญญาก่อนว่าพรุ่งนี้จะพาฉันไปเที่ยวหลวงพระบาง” อีกฝ่ายยังเซ้าซี้ไม่เลิก

“เอ๊ะ ทำไมพูดไม่รู้เรื่อง ก็บอกแล้วไง ว่าถ้าหายดีแล้วถึงจะพาไป โตป่านนี้แล้วทำไมถึงไม่เข้าใจ”

“อ้าว ทำไมพูดกลับไปกลับมา เดี๋ยวก็ว่าเด็ก เดี๋ยวก็ว่าโตแล้ว ตกลงจะเอายังไงกันแน่” คนป่วยเถียงคำไม่ตกฟาก

“ผมขี้เกียจเถียงกับคุณแล้ว อย่ามาต่อรองอะไรอีก ถ้ายังพูดมากไม่ยอมหลับเสียที พรุ่งนี้ถึงหายไข้แล้วก็ไม่ไปไหนหรอก อยู่ที่นี่แหละ เข้าใจไหม?”

พูดจบนิคก็เอาผ้าเช็ดตัวเข้าไปซักตากไว้ในห้องน้ำ ออกจากห้องน้ำก็เดินไปล้มตัวลงนอนบนผ้าห่มที่ปูไว้ แล้วเริ่มใช้มันพันไปรอบตัวอีกครั้งอย่างทุลักทุเล

"ถ้ามีอะไรก็เรียกผมได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ ผมนอนไว”

พราวพรายซึ่งกำลังคิดหาวิธีจะให้เขายอมพาไปเที่ยวหลวงพระบาง เหลือบดูเห็นท่านอนขดตัวกลมของเขาก็ได้โอกาส ทำเป็นถามว่า “ไม่หนาวหรือ เอาผ้าห่มไปพันตัวแบบนั้นเสียแล้ว พื้นกระดานเย็นจะแย่ ”

ไม่เป็นไรหรอก หนาวแค่นี้ทนได้ หลับเสียเถอะ”

“เมื่อตอนเย็นทำไมไม่ไปขอผ้าห่มเพิ่มล่ะ”

“ลืมน่ะสิ แต่ไม่เป็นไร ผมนอนอย่างนี้ได้ คุณนอนให้สบายเถอะ”

หญิงสาวมองเขาอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก็บอกว่า “ขึ้นมานอนบนเตียงก็ได้ เดี๋ยวจะป่วยไปอีกคน” ที่ละไว้ไม่ได้พูดต่อคือ ‘เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณเกิดป่วยขึ้นมา ฉันก็อดไปหลวงพระบางน่ะสิ’

“ไม่เป็นไร ผมนอนตรงนี้ได้ ไม่อยากรบกวนคนป่วย”
“บอกให้มาก็มาเถอะน่า”

คราวนี้เสียงของเธอแข็งขึ้นมาหน่อยเพราะกลัวจะเสียแผน ก็ตอนนี้เธอต้องพยายามประจบเอาใจเขาบ้างไม่ใช่หรือ เขาจะได้ใจอ่อนกับข้อเรียกร้องของเธอ เธอคิดแค่นี้แหละ ไม่ได้คิดอะไรไกลไปกว่านั้นหรอก พราวพรายไม่ได้ตระหนักว่าที่ไม่ได้คิดอะไร ก็เพราะเธอเริ่มเชื่อใจนิคว่าเขาจะไม่ทำอะไรที่ไม่ดีกับเธอ

ชายหนุ่มรีรออยู่ครู่หนึ่งก็คว้าหมอนกับผ้าห่มมาที่เตียง ล้มตัวลงนอนริมเตียงอีกด้านหนึ่งห่างจากเธอ เหลือที่ว่างบนเตียงระหว่างกันที่เหมือนเส้นกั้นเขตแดน ชักผ้าห่มขึ้นคลุมตัวเรียบร้อย เมื่อต่างก็นอนหันหลังให้กันคนละมุมและมีผ้าห่มคนละผืน แม้จะนอนเตียงเดียวกันก็ไม่ได้สัมผัสกัน ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่ละเมอ หรือแกล้งละเมอข้ามเขตแดนเข้าไป

“กลัวผมหรือเปล่า ไม่ต้องกลัวนะ หลับให้สบายเถอะ”
เธอส่ายหน้า “ไม่กลัวหรอก ก็คุณสัญญาแล้วนี่ ฉันเชื่อใจคุณ”

แล้วหนุ่มสาวทั้งสองก็หลับไปด้วยกัน นิคลืมตาตื่นขึ้นมาตอนตีห้า พบว่าทั้งเขาและพราวพรายต่างก็นอนหันหน้าเข้าหากัน ถึงเนื้อตัวจะไม่ได้สัมผัสกัน แต่ชายหนุ่มก็ตระหนักได้ถึงความอบอุ่นที่แล่นผ่านระหว่างกัน ตอนนี้ไข้คงลดแล้วเพราะพราวพรายหลับสนิท ไม่มีท่าทางกระสับกระส่ายเหมือนเมื่อตอนหัวค่ำ ฝนที่ตกพรำๆอยู่ภายนอก ทำให้นิคไม่นึกอยากลุกออกจากเตียง แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่รู้สึกจิตใจสงบและมีความสุข เพียงแค่ได้นอนใกล้ๆผู้หญิงคนหนึ่ง โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นิคมองใบหน้าที่อยู่ห่างหน้าเขาเพียงแค่สองสามคืบด้วยความรู้สึกแปลกๆ แล้วหญิงสาวคนนั้นก็ลืมตาขึ้น ตาสบตากันอย่างจัง เธอทำท่าเขินๆนิดหน่อยเมื่อเห็นสายตาเขา

“ทำไมมองฉันแปลกๆยังงั้นล่ะ”
เขาไม่ตอบแต่กลับย้อนถามว่า “เป็นไง ดีขึ้นหรือยัง”
“หายแล้วมั้ง ตัวฉันไม่ร้อนแล้วนี่”

นิคนั้นรู้สึกสงสารพราวพราย นอกจากการกินเหล้าเมายาแล้ว ก็อาจจะเป็นพฤติกรรมท้าโลกของเธอในคืนนั้นนั่นละมัง ที่ทำให้ใครต่อใครรวมทั้งตัวเขาเอง มองว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตก แต่หลังจากคืนนั้นที่กระจ่างชัดเจนแล้วว่าเธอเป็นอย่างไร เขาก็รู้สึกเสียใจที่เป็นคนทำลายเธอ แม้จะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม เขารู้ว่าธรรมเนียมประเพณีของไทยคิดอย่างไร กับเรื่องความสาวของ ผู้หญิง แต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วและไม่สามารถจะแก้ไขได้ นิคก็อดสงสารและเป็นห่วงอนาคตของพราวพรายไม่ได้ ถ้าเธอจะเดินหน้าทำโลดโผนแบบนั้นต่อไปกับผู้ชายอื่น เขาคิดว่าเธออายุยังน้อย และอาจจะถูกกักกันมากเกินไป ทำให้ความคิดความอ่านของเธอออกจะแผลงๆ ผิดไปจากผู้หญิงไทยและแม้แต่ผู้หญิงเอเซียหลายคนที่เขาเคยรู้จัก

เมื่อได้อยู่ใกล้ชิดพราวพรายมากขึ้น ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงตัวตนจริงๆของเธอที่เหมือนเด็กแก่นๆดื้อๆ บริสุทธิ์สะอาดคนหนึ่ง เด็กที่ทำให้เขาเปลี่ยนจากชายหนุ่มกร้าวแกร่ง ผู้เคร่งเครียดและเอาจริงเอาจังกับทุกอย่าง กลายไปเป็นหนุ่มอารมณ์ดี สนุกสนานไปกับเธอได้ เขาจึงไม่อยากให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่กร้านโลก ทำให้ชีวิตตัวเองต้องพังลงไปมากกว่านี้ และถ้ามีอะไรที่เขาสามารถจะทำให้เธอได้ เขาก็จะทำเพื่อไถ่บาปของตัวเอง

ในที่สุดเขาก็กระซิบบอกพราวพรายอย่างอ่อนโยนว่า “หลับต่อเถอะ พรุ่งนี้จะได้ไปเที่ยวหลวงพระบางได้”

พราวพรายแอบอมยิ้มกับคำพูดของเขา หลับตาแล้วพยายามที่จะหลับเอาแรงไว้ไปเที่ยวหลวงพระบางอย่างที่เขาว่า

แม้จะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ต่างคนต่างก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอ่อนหวานที่ส่งผ่านให้กันและกัน ความรู้สึกที่ว่าฝ่ายหนึ่งอ่อนแอ ต้องการความอบอุ่นและการคุ้มครองป้องภัย และอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเข้มแข็งแกร่งกล้ากว่า ก็พร้อมที่จะให้การปกป้องคุ้มครอง โดยไม่ต้องมีคำพูดหรือการกระทำใดใด แล้วก็ผล็อยหลับไปด้วยกันบนเตียงเดียวกันอีกครั้งหนึ่ง



Create Date : 25 กรกฎาคม 2562
Last Update : 25 กรกฎาคม 2562 22:53:56 น.
Counter : 852 Pageviews.

14 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสองแผ่นดิน, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณSweet_pills, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณhaiku, คุณหอมกร, คุณบูรพากรณ์

  
ส่งกำลังใจไว้ก่อนครับ พี่ตุ้ย
เดี๋ยวเข้ามาอ่านใหม่ครับ

โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 25 กรกฎาคม 2562 เวลา:23:53:37 น.
  
ตอนนี้สนุกค่ะพี่ตุ้ย เชียร์พระนางคู่นี้ค่ะ กระเง้ากระงอดทะเลาะกันนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอกำลังดีค่ะ
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 27 กรกฎาคม 2562 เวลา:20:35:26 น.
  
โดย: Sweet_pills วันที่: 29 กรกฎาคม 2562 เวลา:23:36:15 น.
  
มาอ่านต่อ จบแล้วครับ พี่ตุ้ย
รอไปเที่ยวหลวงพระบางต่อครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 18 สิงหาคม 2562 เวลา:22:49:25 น.
  
สุขสันต์วันเกิดค่ะพี่ตุ้ย

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 24 สิงหาคม 2562 เวลา:5:29:01 น.
  
Happy birthday 8่ะ
โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 24 สิงหาคม 2562 เวลา:19:33:50 น.
  
สุขสันต์วันเกิดค่า ^_^
โดย: haiku วันที่: 24 สิงหาคม 2562 เวลา:22:16:16 น.
  
สุขสันต์วันครบรอบวันเกิดครับ พี่ตุ้ย





รออ่านบทต่อไปครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 24 สิงหาคม 2562 เวลา:23:11:58 น.
  
แหมกว่าจะรู้ว่ามีตอนใหม่แล้ว
ก็เลยเดือนแล้วนะคะคุณตุ้ย

โดย: หอมกร วันที่: 31 สิงหาคม 2562 เวลา:15:40:58 น.
  
อ่านไปยิ้มไปเลยค้าบ slotxo
โดย: arum (สมาชิกหมายเลข 5265998 ) วันที่: 25 พฤศจิกายน 2562 เวลา:11:39:50 น.
  
แวะมาเยี่ยมาเยียนครับ
โดย: บูรพากรณ์ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2562 เวลา:18:32:11 น.
  
ปีใหม่นี้ขอให้มีความสุขมาก ๆ สุขภาพแข็งแรง
มีเงินใช้ไม่ขาดมือและโชคดีตลอดปี
สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ
โดย: haiku วันที่: 2 มกราคม 2563 เวลา:11:02:30 น.
  
สวัสดีปีใหม่ 2020 ค่ะพี่ตุ้ย

ขอให้พี่ตุ้ยมีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรง
และสมปรารถนาในทุกสิ่งที่ตั้งใจตลอดปีนี้นะคะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 3 มกราคม 2563 เวลา:0:39:45 น.
  
ยังคงรออ่านอยู่นะคะคุณตุ้ย

โดย: หอมกร วันที่: 23 มกราคม 2563 เวลา:9:23:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



Group Blog
กรกฏาคม 2562

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]
  •  Bloggang.com