Group Blog
 
<<
กันยายน 2569
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
17 กันยายน 2569
 
All Blogs
 

วัด เวียง เคียง วัง - พระราชวังกรุงธนบุรี หรือ พระราชวังเดิม

ว่าจะอัปบล็อกทริปจีนต่อ เข้าไปหน้าจัดการ...จะเข้าไปดูบล็อกเก่าที่ดราฟท์ไว้บางส่วน เข้าไม่ได้ แต่เขียนบล็อกใหม่ได้ เลยต้องพักไว้ก่อน

มาต่อกันที่กิจกรรมเดินเที่ยวดีกว่าค่ะ...ตามโปรแกรม จุดต่อมาคือ พระราชวังเดิม  

วัด เวียง เคียง วัง @ วังเดิม - กะดีจีน
ตามรอยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจากพระราชวังเดิมสู่ชุมชนชาวโปรตุเกส

 


พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช



เรือโดยสารไฟฟ้าพลังงานสะอาด (EV Ferry) ทรงคาตามาเรน (Catamaran) สีขาว-ดำ ของ ไทย สมายล์ โบ้ท (หรือ MINE Smart Ferry)





เห็นยอดเจดีย์สี่รัชกาล วัดโพธิ์



เรือนำเที่ยวสองชั้นแบบ Hop-on Hop-off (ธงฟ้า) ของ Chao Phraya Tourist Boat วิ่งในแม่น้ำเจ้าพระยา



๑๔.๑๗ น. วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๕



สะพานพุทธ



ป้อมวิไชยประสิทธิ์



เป็นป้อมปราการเก่าแก่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านตะวันตก ทางเหนือของปากคลองบางหลวง (คลองบางกอกใหญ่) ปัจจุบันอยู่ในบริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร









พระราชวังเดิม เข้าทางประตูนี้ค่ะ







สมกับที่เคยเป็นป้อมปราการ ใหญ่โตมาก



ศาลเจ้าพ่อหนู





ลีลาวดี ต้นใหญ่ ทรงสวยมาก





ธงราชนาวีไทย





๑๔.๓๔ น. เข้ามาด้านในแล้วค่ะ



ไปฟังบรรยายที่อาคารเรือนเขียวกันก่อน


 

มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานภายในพระราชวังเดิม ร่วมกับ กองบัญชาการกองทัพเรือ เปิด “พระราชวังเดิม” พระราชวังหลวง แห่งกรุงธนบุรี "เข้าชมฟรี" ช่วงเดือนธันวาคม เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช “วันปราบดาภิเษกเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ แห่งกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร” ในวัน ๒๘ ธันวาคม ของทุกปี ไม่มีท่าน ไม่มีเรา ไม่มีเงา ไม่มีแผ่นดิน อยู่ทุกวันนี้

โดยปกติจะต้องมาเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะ และต้องทำหนังสือขออนุญาตเยี่ยมชมล่วงหน้า ๑-๒ สัปดาห์ และมีค่าบำรุงสถานที่ ผู้ใหญ่คนละ ๑๐๐.- บาท และ เด็ก ๕๐.-บาท
ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสพิเศษ ไม่เสียค่าบำรุงและเปิดเยี่ยมชมโดยไม่ต้องขออนุญาต

พระราชวังเดิม ปัจจุบันอยู่ภายในพื้นที่ทำการของกองทัพเรือ ถือเป็นพระราชวังแห่งเดียวที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๑ โดยตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ป้อมวิไชยประสิทธิ์ อาคารสำคัญที่เก่าแก่ที่สุดคือ ท้องพระโรงอายุกว่า ๒๕๐ ปี เป็นที่ซึ่งพระเจ้าตากสินมหาราชทรงออกว่าราชการ แต่ก่อนอาคารนี้เป็นไม้ทั้งหมด แต่ปัจจุบันบูรณะซ่อมแซมด้วยการก่ออิฐถือปูน อาคารเก๋งจีนคู่หลังเล็ก ภายในจัดแสดงอาวุธจากสมัยกรุงธนบุรี อาทิ ปืนคาบศิลา ดาบญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีหมู่อาคารอื่น ๆ ได้แก่ ที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ศาลศีรษะปลาวาฬ เรือนเขียว และป้อมวิไชยประสิทธิ์ ที่เคยใช้เป็นด่านเก็บภาษีปากเรือในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

ความสำคัญอีกประการ คือ พระราชวังเดิมเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ ทั้ง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภายในพระราชวังเดิมมีโบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่
ท้องพระโรง
พระที่นั่งขวาง
พระตำหนักเก๋งคู่
พระตำหนักเก๋งพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
อาคารเรือนเขียว
ศาลศีรษะปลาวาฬ
ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ซึ่งเป็นป้อมปราการริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

ปัจจุบันพระราชวังกรุงธนบุรี หรือ พระราชวังเดิม คือที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพเรือ บริเวณนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ด้วยมีป้อมปราการที่มั่นคง สามารถมองสังเกตการณ์ได้ในระยะไกล และอยู่ใกล้กับเส้นทางเดินเรือในสมัยนั้น

เวลาการเปิดเข้าชม ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๕.๓๐ น.
ประตูเข้าออก สามารถเข้าออกได้ ๒ ทาง โดยไม่ต้องแลกบัตรผ่านเข้าออก ทางเข้าด้านหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ ประตูด้านข้างกำแพงวัดอรุณ

กฎระเบียบการเข้าชม พระราชวังเดิม
คนไทยเข้าชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย
ไม่ต้องทำเรื่องขออนุญาตล่วงหน้า
นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่อนุญาตให้เข้าชมตามลำพัง ต้องมีคนไทยหรือไกด์พาเข้าชม เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ
การแต่งกาย สุภาพบุรุษ ควรสวมเสื้อมีแขน และกางเกงขายาว สุภาพสตรีควรสวมเสื้อมีแขน กระโปรงคลุมเข่า หรือกางเกงขายาว
ห้ามใส่กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น รองเท้าแตะ

ไม่อนุญาตให้บันทึกภาพด้วยกล้องถ่ายรูป/กล้องวีดีโอ/โทรศัพท์มือถือภายในอาคารทุกอาคารเด็ดขาด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากทางมูลนิธิฯ (ภายนอกอาคารบันทึกภาพได้ )
อนุญาตให้ใส่ชุดไทยได้เพิ่มสีสันบรรยากาศ

การเดินทางไป พระราชวังเดิม

รถโดยสารประจำทาง : สาย ๕๗

รถยนต์ส่วนบุคคล : สามารถนำรถเข้ามาจอดภายในพระราชวังเดิม กองบัญชาการ กองทัพเรือ ได้เฉพาะวัน เสาร์-วันอาทิตย์ (วันจันทร์-วันศุกร์ ต้องนำรถไปจอดรอบนอก เช่น วัดโมลีโลกยาราม, วัดหงส์รัตนาราม, วัดเครือวัลย์ ค่าบำรุงสถานที่วัด คันละ ๓๐ บาทต่อคัน)

รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT : ลงสถานีอิสรภาพ ทางออกซอยอิสรภาพ ๓๔ จากสถานีเดินเลี้ยวขวามาจนเจอสามแยกโพธิ์สามต้น เลี้ยวขวาเดินตรงไป ประมาณ ๑๐ - ๑๕ นาที จะเจอกองบัญชาการกองทัพเรือ หรือหากไม่ต้องการเดินก็ต่อวินมอเตอร์ไซต์รับจ้างได้

เรือโดยสารข้ามฝาก : ท่าเตียน - ท่าวัดอรุณราชวราราม เดินตรงมาประตูด้านข้างกำแพงวัดอรุณ แล้วเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาจนมาถึง ประตูสามสมอ มองไปทางซ้ายมือ รับชมมัลติมีเดีย ประวัติพระราชวังเดิม (อาคารเรือนเขียวฉายเป็นรอบ ๆ ตามประกาศประชาสัมพันธ์ตามตารางว่ารอบไหนบ้างหน้างาน แล้วเดินตามแผ่นพับ สงสัยสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ตามจุดต่าง ๆ

พิกัดพระราชวังเดิม : https://maps.app.goo.gl/9YJ5uK8VCb4CVaF3A

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม https://www.facebook.com/wangdermpalace หรือโทร : ๐ ๒๔๗๕ ๔๑๑๗, ๐ ๒๔๗๒ ๗๒๙๑ ตามวันเวลาราชการ







อาคารท้องพระโรง



 เป็นทรงไทยก่ออิฐถือปูน ประกอบด้วยพระที่นั่งองค์ทิศเหนือและองค์ทิศใต้เชื่อมต่อกัน
ปัจจุบันเป็นสถานที่จัดงาน ประกอบพิธีสำคัญ รับรองบุคคลสำคัญและห้องประชุม







 
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช : เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ลักษณะอาคารเป็นทรงไทยผสมแบบตะวันตก ตัวอาคารยกสูงมีใต้ถุนล่าง ภายในศาลพระเจ้าตาก ประดิษฐานเป็นพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ลักษณะประทับยืนทรงพระแสดงดาบ ขนาดเท่าองค์จริง พระบรมรูปประทับนั่งขนาดสูงประมาณ ๑ ฟุต ๑ องค์ และเทวรูปจีนแกะสลักด้วยไม้ปิดทองอีก ๑ องค์ มีปืนโบราณพร้อมฐาน ๒ กระบอกประดับเชิงบันไดชั้นล่าง ทั้งนี้ ศาลพระเจ้าตากสินนี้มีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี สมัยแรกเป็นแต่เพียงศาลพระภูมิ สมัยรัชกาลที่ ๔ ได้มีการสร้างบูรณะพระราชวังเดิมของพระเจ้าตากสินมหาราช สมัยรัชกาลที่ ๕ เรียกว่า "ศาลพระเจ้าตาก"





พระตำหนักเก๋งคู่ : หลังใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนและไทย หลังคาทรงจั่วแบบจีน ลวดลายจีนที่ตกแต่งจั่วและคอสองเขียนสีแบบปูนเปียก ส่วน พระตำหนักเก๋งคู่หลังเล็ก เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ - ๒








ศาลศีรษะปลาวาฬ : ในการขุดสำรวจพื้นที่ระหว่าง ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และ พระตำหนักเก๋งคู่หลังเล็ก ระหว่างการบูรณะได้พบฐานอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง ๔.๕ เมตร ยาวประมาณ ๙ เมตร ซึ่งเมื่อพิจารณาจากหลักฐานทางเอกสารประกอบ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็น อาคารศาลศีรษะปลาวาฬ ซึ่งบันทึกไว้ว่าเป็นเก๋งจีนชั้นเดียวคล้ายศาลเจ้าจีน ภายในเก๋งมีกระดูกปลาวาฬ ศาลนี้ได้พังลงมาในวันที่สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงศ์ สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๔๓ แล้วไม่มีการสร้างขึ้นมาใหม่อีก แต่ได้นำกระดูกปลาวาฬมาเก็บรวมไว้ที่ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ทั้งนี้ ไม่ปรากฎหลักฐานชัดเจนว่าศาลนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยใด เมื่อกองทัพเรือได้ใช้ พระราชวังเดิม เป็นที่ตั้งโรงเรียนนายเรือได้รื้อซากศาลลงแล้วปรับระดับดินในพื้นที่ให้สูงขึ้น เพื่อการใช้งานใหม่โดยนำดินจากบริเวณอื่นมากลบทับจนหมด ดังนั้น ในการขุดแต่งจึงพบหลักฐานน้อยมาก



ด้านหลังตำหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว



 
ตำหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว : เป็นตึกแบบอเมริกัน ถือเป็น "ตำหนักแบบตะวันตกองค์แรกที่สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์" สร้างขึ้นเมื่อครั้งสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ประทับอยู่ที่นี่





เรือนเขียว



ท้องพระโรง



ตำหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว















๑๕.๐๓ น.







มองไปฝั่งตรงข้าม เห็นยอดพระปรางค์วัดอรุณ











ตอนหน้าไปวัดโมลีกันต่อค่ะ








 

Create Date : 17 กันยายน 2569
0 comments
Last Update : 17 กันยายน 2569 15:50:24 น.
Counter : 138 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณmultiple, คุณปรศุราม, คุณกะว่าก๋า, คุณtoor36


สายหมอกและก้อนเมฆ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 175 คน [?]




เป็นคุณแม่ของ 1 ลูกสาว และ 1 ลูกชายค่ะ

เป็นแม่บ้านฟูลทาม อาชีพ ขสมก.
(แปลว่า...ขอสามีกิน อ่านเจอที่ไหนไม่รู้ ชอบค่ะ เลยยืมมาใช้หน่อย)

เมื่อไหร่ที่พอจะจัดสรรเวลาได้...
จะไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัวเสมอค่ะ...

โลกนี้แสนกว้างใหญ่ มีอะไรให้เราเรียนรู้อีกมากมาย พบเจออะไรดี ๆ ที่พอจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง ไม่มากก็น้อย เลยเอามาแบ่งปันกัน

ลิขสิทธิ์...เป็นของบุคคลที่อยู่ในภาพ
ขอบคุณค่ะ

Friends' blogs
[Add สายหมอกและก้อนเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.