You'll Never Walk Alone

<<
กุมภาพันธ์ 2569
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
12 กุมภาพันธ์ 2569
 

เฉิงตูหนาวมาก



เอาทริปที่ไปเที่ยวมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังบ้างครับ มีแต่กีฬาอย่างเดียวเพื่อน ๆ อาจจะเบื่อ 555 เป็นทริปไปเที่ยวเมืองจีนของผมครับ รอบนี้ไปกัน 30 คน โชคดีมาก ๆ เลยที่ผมรู้จักทั้ง 30 คนเลย ทำให้การไปเที่ยวรอบนี้สนุกมาก ๆ ครับ 



นัดเจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิช่วงเย็น ๆ เครื่องออกค่ำ ๆ บินไปถึงเฉิงตูดึกเลยครับ จองโรงแรมที่จีนไว้ข้างสนามบิน ทำให้สะดวกสบายสักหน่อยไม่ต้องเดินทางไกล ถึงโรงแรมเช็คอินเรียบร้อยต้องรีบนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าเดินทางไกลไปอุทยานหวงหลงครับ




ระหว่างเส้นทางในเมืองจีน มีเทือกเขาสูงใหญ่ สลับซับซ้อน สวยงามเลยทีเดียวครับ อากาศเย็นด้วย



แวะจอดเข้าห้องน้ำเรื่อย ๆ ช่วงนี้ไกด์เริ่มมาแนะนำเรื่องการใช้ออกซิเจนกระป๋อง กับยาแก้แพ้ที่สูงละครับ  กว่าจะถึงหวงหลงก็บ่ายแก่ ๆ ละครับ กว่าจะเข้าไปข้างในอุทยานได้ ใช่เวลาต่อแถวเข้าคิวเกือบ 2 ชั่วโมงเลยครับ มีนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวเยอะมาก ๆ ครับ คนไทยก็ไปเที่ยวเยอะด้วยครับ

“หวงหลง (Huanglong)" หุบเขามังกรเหลือง 
มรดกโลกแห่งมณฑลเสฉวน ที่เที่ยวระดับ 5A
“อุทยานแห่งชาติหวงหลง” หรือ “หุบเขามังกรเหลือง” อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนประเทศจีน เมืองเฉิงตู ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในปี 1992 และยังถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดเลย ที่นี่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,000-5,588 เมตร
ที่นี่มีธรรมชาติที่สมบูรณ์มากๆ มีแนวหินสีเหลืองที่เกิดจากแคลเซียมอยู่ทั่วบริเวณสันเขา ด้านบนมีบ่อน้ำที่เป็นชั้นขั้นบันไดที่มีน้ำในบ่อเป็นสีฟ้าอ่อนสวยงามมาก และความสวยนี้จึงทำให้ที่นี่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก นอกจากบ่อน้ำแล้วในอุทยานยังมีวัดที่ชื่อว่า “วัดหวงหลง” เชื่อกันว่าเป็นที่พำนักของมังกรเหลืองที่เป็นยานพาหนะขององค์จักรพรรดิ




นั่งกระเช้าขึ้นไปข้างบน แล้วเดินกันต่อครับ ตอนแรกผมจะเดินขึ้นไปจุดชมวิวบนยอดสุด แต่ดูเวลาแล้วไม่น่าจะทัน เค้ากำหนดเวลาลงด้วยครับ แล้วกลุ่ม สว.เริ่มอาการไม่ค่อยดี หน้ามืด ต้องสูดออกซิเจนกันตลอดเส้นทางครับ



จีนเค้าทำทางเดินไว้ให้เดิน สะดวกสบายมากครับ คนสูงอายุ ขอแค่มีแรง เดินไหวแน่นอน









ขาลงผมเดินลงมา เสียดายมาก ๆ เลย มันมืดเสียก่อน ทำให้ไม่เห็นสองข้างทาง เค้าบอกว่าสวยมากเหมือนกัน สงสัยต้องกลับไปแก้ตัวใหม่กันอีกแล้วครับ ผมเริ่มจะหน้ามืดเหมือนกัน น่าจะแพ้อากาศ ต้องสูดออกซิเจนกระป๋องตลอดเส้นทาง ที่สำคัญต้องดูแลแก๊งค์ที่ไปด้วยกัน แก๊งค์สว.นะครับ 555 ลงมาถึงข้างล่างนับจำนวนสมาชิกกันจนครบ ก็ออกเดินทางไปโรงแรมครับ 



ผมชอบบรรยากาศแถวโรงแรมนะครับ เหมือนอยู่ในธิเบตเลย คืนที่สองเปลี่ยนโรงแรมนะครับ


จิ่วจ้ายโกว อุทยานแห่งชาติกลางหุบเขาแห่งมณฑลเสฉวน หนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติของ ประเทศจีน ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด ลำธาร น้ำตก และทะเลสาบที่งดงามดุจภาพวาด จึงได้ชื่อว่าเป็น "อุทยานธารสวรรค์"
ชื่อของ "จิ่วจ้ายโกว" เป็นคำภาษาจีนที่แปลว่า "ธารน้ำเก้าหมู่บ้าน" เพราะในอดีตนั้นมีหมู่บ้านชาวทิเบตทั้งหมด 9 หมู่บ้าน อยู่ริมธารน้ำแห่งนี้ และชาวทิเบตมีความศรัทธาในภูเขาและสายน้ำ จิ่วจ้ายโกวจึงได้รับความเคารพจากชาวทิเบตว่าเป็นดินแดนแห่งขุนเขาและธารน้ำอันศักดิ์สิทธิ์
ปัจจุบัน จิ่วจ้ายโกวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย เพราะไม่ว่าจะมาเที่ยวช่วงฤดูไหน ก็สวยปังทุกฤดู โดยเฉพาะช่วง 
ฤดูใบไม้ร่วง ที่เป็นช่วงไฮไลท์ยอดฮิต หากได้มองพื้นน้ำสีฟ้าใสดุจคริสตัล และทิวทัศน์ของต้นไม้ ใบไม้ สีส้ม แดง เหลือง ปกคลุมไปทั่วพื้นที่กับอากาศที่เย็นสบายกำลังดี




วันนี้ไปจิ้วจายโกนะครับ คนเยอะมากเหมือนกันครับ 


















วันนี้นั่งรถขึ้นไปนะครับ แต่ละจุดที่จะไป ก็มีรถรับส่งตลอดครับ



แต่ละจุดแวะถ่ายรูป คนเยอะมากเหมือนกันครับ ต้องเข้าคิวรอกันนานเหมือนกัน 555






ผมเดินจนเหนื่อย ก็มาขึ้นรถลงข้างล่าง เตรียมตัวกลับโรงแรมครับ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเดินทางไกลไปเทือกเขาสี่ดรุณีนะครับ








ตื่นแต่เช้าเช็คเอาท์โรงแรม เตรียมตัวออกเดินทางไปพักที่ใหม่ครับ



ผมชอบบรรยากาศสองข้างทางมากเลยครับ มีทั้งผ่านทุ่งหิมะ เทือกเขาสูง ๆ มีแม่น้ำไหลผ่าน










ถึงโรงแรมก็ค่ำ ๆ ละครับ กินมื้อเย็นที่โรงแรม แล้วก็ออกไปซื้อน้ำ ของใช้ที่ร้านข้าง ๆ โรงแรมครับ


"ภูเขาสี่ดรุณี" (Siguniangshan) คือสวิสแห่งจีนชัดๆ 
.
เป็นภูเขาที่ตั้งชื่อตามเทพธิดาสี่พี่น้องที่คอยปกป้องผืนป่าและหุบเขาแห่งนี้ ทำให้บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยความงดงามและลึกลับในเวลาเดียวกัน 
.
ภูเขาสี่ดรุณีตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ได้รับการขนานนามว่าเป็น "แอลป์แห่งตะวันออก" หรือ "The Alps of the East" ด้วยความสูงของยอดเขาหิมะที่ปกคลุมตลอดปี โดยมี ภูเขายอดที่สูงที่สุด ชื่อว่า Yaomei Peak ที่สูงถึง 6,250 เมตร!  เห็นไกลๆ แล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในภาพวาดเลย 
.
จุดที่เราเที่ยวจะสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 3,500 เมตร จะมีจุดที่รถบัสจอดเป็นป้าย ๆ ไป ประมาณ 4-5 ป้ายที่เป็น landmark สำหรับการเที่ยวแต่ละจุดก็มีความสวยงามที่ต่างกันไป อ้อต้องระวังเรื่องโรคแพ้ที่สูงด้วยนะ
.
ใครเป็นสายธรรมชาติหรืออยากหนีความวุ่นวายในเมือง ต้องลองมาที่นี่สักครั้ง บอกเลยว่าทุกอย่างคือคุ้มค่า ทั้งความสวยงาม ความสงบ และความธรรมชาติของที่นี่ สูดหายใจได้แบบเต็มปอดจริง ๆ 

ภูเขาสี่ดรุณี (Four Girls Mountain) หรือในภาษาจีนเรียกว่า “ซื่อกูเหนียงซาน” (四姑娘山) ตั้งอยู่ในอำเภอเสี่ยวจิน เขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตและเชียงอาป้า มณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ห่างจากเมืองเฉิงตูประมาณ 220 กิโลเมตร ชาวทิเบตเรียกขานกันในนามเทพศักดิ์สิทธิ์ “Skola” ซึ่งแปลว่า “เทพเจ้าผู้ปกปักรักษา” จุดเด่นก็คือเป็นยอดเขาสูงชัน 4 ลูก เรียงรายติดกันบนที่ราบสูงจากทิศเหนือถึงทิศใต้ เป็นระยะทาง 3.5 กิโลเมตร

ด้วยความที่ลักษณะทางกายภาพของภูเขาแตกต่างไม่เหมือนที่ไหน ทำให้ที่นี่มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์มาก มีธารน้ำเย็นใสสะอาด พืชพันธุ์ไม้ต่างๆ เบ่งบานสดใส แถมยังมองเห็นภูเขาหิมะได้แบบชิดใกล้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมภูเขาสี่ดรุณีถึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติยอดฮิต ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มา ทัวร์จีน เยี่ยมชมความงดงามและยิ่งใหญ่อลังการได้มากมาย

ปัจจุบันที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานแห่งชาติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของจีน รวมถึงยังเป็นแหล่งศึกษาวิจัยทางธรณีวิทยาและชีววิทยาที่สำคัญอีกด้วย

บนยอดเขาทั้ง 4 ลูกนี้ มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ทำให้ดูเหมือนหญิงสาว 4 คนที่ศีรษะมีผ้าคลุมสีขาว จึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูเขาสี่ดรุณี” ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำ ฉางผิงโกว และ ไห่จื่อโกว และยอดเขาทั้ง 4 ลูก มีชื่อเรียกและความสูง ดังนี้

1. พี่สาวคนโต : ต้ากูเหนียงเฟิง (大姑娘峰) ความสูงจากระดับน้ำทะเล 5,355 เมตร
2. พี่สาวคนรอง : เอ้อกูเหนียงเฟิง (二姑娘峰) ความสูงจากระดับน้ำทะเล 5,454 เมตร
3. พี่สาวคนกลาง : ซานกูเหนียงเฟิง (三姑娘峰) ความสูงจากระดับน้ำทะเล 5,664 เมตร
4. น้องสาวคนเล็ก : เหยาเหนียงเฟิง (幺妹峰) ความสูงจากระดับน้ำทะเล 6,250 เมตร

ตามตำนานทิเบตเล่ากันว่า ยอดเขาที่สูงที่สุด คือน้องสาวคนสุดท้อง เพราะตามธรรมเนียมท้องถิ่น คนน้องจะมีความเป็นอยู่สบายที่สุด ตัวจึงโตที่สุด ส่วนคนพี่นั้นต้องทำงานช่วยพ่อแม่ เลี้ยงน้อง ร่างกายจึงไม่เจริญเติบโตเต็มที่ ทำให้กลายเป็นภูเขาที่มีขนาดเล็กที่สุดนั่นเอง




วันนี้ตื่นแต่เช้าเลย เพื่อที่จะได้คิวแรก เตรียมตัวขึ้นไปข้างบน



นั่งรถขึ้นไปข้างบน วิวสองข้างทาง คนบนรถร้องตะโกนไปตลอดเส้นทาง ว่าสวยมาก ๆ 



พอถึงข้างบนลงรถมา เจอทุ่งหิมะเลยครับ



เสียดายมากเลยครับ ถ้ามีแสงอาทิตย์สักนิดหน่อย บนยอดเขาจะมีแสงสีทองตกกระทบหิมะ สวยไปอีกแบบนึง ไกด์บอกว่าแล้วแต่จังหวะนะ 



นั่งรถลงมาข้างล่างแวะเก็บภาพแต่ละจุด



มีแต่ทุ่งหิมะนะครับ 555









ลงมาข้างล่างอีกชั้นนึง จุดพักกินข้าว วิวข้างนอกก็สวยไม่แพ้กันครับ










ถ่ายรูปจนหนำใจกันแล้วก็นั่งรถลงมาข้างล่าง เตรียมตัวเดินทางเข้าเมืองเฉิงตู คืนนี้จะไปนอนในเมืองไปดูแสงสีเสียงกันครับ




วิวสองข้างทางไปเฉิงตู ก็สวยมาก ๆ เหมือนกันครับ






ถึงเฉิงตูช่วงเย็น ๆ ก็ออกไปกินสุกี้หมาล่าหม้อไฟกันครับ อร่อยมากครับ 



กลับมาที่โรงแรม ออกไปเดินชมเมืองนิดหน่อย ก็มาพักละครับ พรุ่งนี้มีโปรแกรมยาว



ออกมากินอาหารเช้าแถวโรงแรม แล้วก็นัดกันไปเดินถนนคนเดิน อารมณ์คล้าย ๆ จตุจักรบ้านเรานะ 



มีทั้งของกินของที่ระลึกเต็มเลยครับ












กือบจะทุกร้านจะมีหมีแพนด้าสัญลักษณ์ของเมืองเฉิงตูนะครับ






ลองชิมไอศกรีมแพนด้าก็อร่อยใช่ได้นะครับ ความจริงอยากได้แก้วนะครับ



เดินถนนคนเดินกันจนเมื่อยขา ก็ไปตึกแพนด้า ถ่ายรูปกันต่อครับ






มื้อเย็นผมแวะกิน KFC ใช้เวลารอเกือบชั่วโมงนึง มีแต่คนไทยเต็มร้านเลยครับ



เดินกลับโรงแรม ผ่านร้านทองเค้าจะมีโชว์เป็นรอบ ๆ นะครับ




ผมว่าที่เมืองจีนเค้าทำสะพานลอยสำหรับคนเดินข้าม แบบเดินขึ้นได้แบบสบาย ๆ เลยครับ ไม่ชันมากแบบบ้านเรา คนสูงอายุก็สามารถเดินได้ แล้วแยกทางมอร์เตอร์ไซค์กับรถยนต์คนละเลนเลยด้วย



วันกลับผมได้มีโอกาสไปวิ่งชมเมืองเฉิงตูด้วย มีคนมาวิ่งออกกำลังกายกันเพียบเลยครับ ที่สำคัญเค้าเดินไว วิ่งไวด้วยครับ










 

Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2569
2 comments
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2569 10:40:44 น.
Counter : 43 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณกะริโตะคุง

 
 
 
 
แวะมาลงชื่อก่อนคุณแฟรงก์
คนเยอะถึงขนาดต้องเข้าคิวกัน
เป็นชั่วโมงเลยเหรอเนี่ยไม่ไหวจ้า
 
 

โดย: หอมกร วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:9:59:44 น.  

 
 
 
สุดมากครับ จิ่วไจ้โกวเป็นอุทยานที่ผมอยากไปมานานมากๆแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ไปเลย เพราะมันต้องไปหลายวันเกินนน

วันลาที่ได้มา...โดนหั่นเป็นท่อนๆเอาไปเที่ยวญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้กว่าก่อนทุกทีเลยครับ ห้ามใจไม่ไหว
 
 

โดย: กะริโตะคุง วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา:10:52:15 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

The Kop Civil
 
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 29 คน [?]




Civil Engineer, RID.
[Add The Kop Civil's blog to your web]

MY VIP Friends


 
 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com