Group Blog All Blog
|
กลับมาแล้วครับ - หลังจากเจอบททดสอบชีวิตครั้งสำคัญ ![]() สวัสดีครับ ผมรู้สึกว่าผมหายไปนานมาก ช่วงเดือนกรกฏาคมจนถึงตอนนี้มีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อย(จะว่านิดหน่อยได้มั้ยหว่า?) ชีวิตที่เคยสงบนิ่ง ราบรื่น จู่ๆก็ถึงคราวกระเพื่อมครั้งใหญ่ซึ่งก็อาจจะทำให้ผมต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตไปอีกซักระยะครับ ชีวิตเราเอง บางครั้งก็ไม่ขึ้นอยู่กับเราคนเดียว... ที่ผมจั่วหัวแบบนี้ก็เป็นตามที่บอกล่ะครับ ถึงแม้ว่า เราจะพยายามลงแรงไปเท่าไหร่ ทำให้ชีวิตเราสงบสุขมากที่สุด แต่สุดท้ายแล้วก็จะมีเหตุการณ์ที่เราควบคุมไม่ได้เกิดขึ้นอยู่ดี เมื่อกลางเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา คุณพ่อผมล้มลงด้วยอาการ Stroke จากความดันโลหิตสูง วันนั้น ครอบครัวผมเตรียมตัวไปทำธุระที่เชียงใหม่พอดี น้องสาวกับสามีก็ขับรถมารับผมกับพ่อที่บ้าน เหตุเกิดตอนที่ผมกำลังเข้าห้องน้ำเตรียมพร้อมเดินทาง ซึ่งก็โชคดีว่า น้องผมเพิ่งมาถึงแล้วเห็นคุณพ่อล้มลง... ธุระวันนั้นก็กลายเป็นการนำตัวคุณพ่อผมส่งโรงพยาบาลไปซะยังงั้น ปัญหาเกิดขึ้นหลายอย่าง อย่างแรกก็คือ โรงพยาบาลเวียงป่าเป้าไม่มีเครื่องมือที่พร้อมรักษาคุณพ่อผม ต้องส่งตัวต่อไปโรงพยาบาลอื่น น้องสาวผมพยายามขอให้ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลสวนดอกที่เชียงใหม่ เพราะการเดินทางสะดวก ไม่เกิน 2 ชม.ก็ถึง แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ข้ามเขต...ทำไม่ได้ ถ้าอยากย้ายไปเชียงใหม่ ต้องให้รถของทางโน้นมารับ ซึ่งตอนนั้นคือรอไม่ได้ ก็เลยต้องส่งไปโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ที่ตัวจังหวัดเชียงรายแทน ซึ่งไกลกว่า! แถมมีการทำถนนอยู่ รถรพ.เองก็ขับเร็วกว่านี้ไม่ได้ ยอมรับเลยว่าตอนนั้น ใจผมเร็วกว่ารถพยาบาลเยอะเลย คิดอย่างเดียว เมื่อไหร่จะถึง ความดันพ่อผมก็นิ่งเลย 219/121 ตลอดเส้นทาง นี่ยังไม่คิดเวลาตอนที่เจ้าหน้าที่ทำเอกสารส่งตัวอีก เหตุเกิดตอน 9.15 เรียกรถ 1669 ถึงรพ.เวียงป่าเป้า 10.10 ออกจากเวียงป่าเป้า 12.10 ถึงรพ.เชียงราย 13.45 เฉียดไปนิดเดียว...ไม่ทันเวลา 4 ชม. สมองคุณพ่อผมก็เลยเสียหายไปส่วนหนึ่ง ทำให้ร่างกายซีกขวาอ่อนแรงทั้งหน้า แขน ขา มือและเท้า ความจำเลอะเลือน การควบคุมอารมณ์มีปัญหา พูดไม่ชัด(ริมฝีปากตก) การกลืนมีปัญหา เดิมๆก็สำลักง่ายอยู่แล้ว ตอนนี้นี่คือกินโจ๊กได้ แต่เหลวกว่านี้จะสำลัก การคิดคำพูด นึกคำศัพท์ไม่ดีเอามากๆ ซึ่งคุณหมอบอกว่าเป็นอาการระดับกลาง มีโอกาสกลับมาเดินได้โดยใช้ไม้เท้า ![]() อยู่รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ 3 วัน(ผมเฝ้าช่วง 7-21.30 ทุกวัน - เช่าโรงแรมแถวนั้นเอา) ส่วนน้องสาวห่วงแมวที่ป่วยอยู่ต้องให้น้ำเกลือ ก็ขับรถไป-กลับเชียงราย-แม่ริมทุกวัน วันที่ 3 คุณหมอก็บอก "พ้นขีดอันตรายแล้ว" จะส่งตัวกลับรพ.เวียงป่าเป้าให้นะ แต่น้องผมอยากให้ไปศูนย์ศรีพัฒน์ของรพ.สวนดอกที่เชียงใหม่ คุณหมอบอกว่าทำไม่ได้เพราะ "ข้ามเขต" ต้องกลับเวียงป่าเป้าเท่านั้น ถ้าอยากไปเชียงใหม่...คุณต้องพาไปเองนะ ซึ่งทางเราก็คงไม่สามารถทำเอกสารส่งตัวให้ได้ เพราะ "ข้ามเขต" ทางพวกผมก็เลยตัดสินใจจ้างรถพยาบาลเอกชนพาคุณพ่อไปศูนย์ศรีพัฒน์ในเย็นวันนั้น โดยที่ขอเอกสารการรักษาทั้งหมดมา แล้วคุณหมอก็ทำเอกสาร ส่งตัวกลับบ้าน ให้...ทั้งๆที่คุณพ่อผมยังขับถ่ายผ่านทางสายยางและผ้าอ้อมอยู่ ไปถึงศูนย์ศรีพัฒน์ทางเจ้าหน้าที่ก็พาเข้าห้องฉุกเฉิน คุณหมอตรวจเสร็จก็ได้เข้าพักห้องเดี่ยวสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินระยะกลางอีก 4 วันจึงย้ายไปห้องเดี่ยวปกติครับ ถึงตรงนี้ ผมก็เป็นคนเฝ้าตัวหลักที่ต้องอยู่ 24/7 มีเวลาส่วนตัวแค่ตอนออกไปซื้อข้าวเที่ยง(และต้องซื้อข้าวเย็นและข้าวเช้าวันถัดไปมาเผื่อไว้ด้วย) การกายภาพบำบัด ฟื้นฟูก็เริ่มขึ้นในวันที่ 2 หลังจากที่เข้ามาศูนย์ศรีพัฒน์เลย ผมยังจำได้ดีว่าพอเจ้าหน้าที่กายภาพเห็นว่าคุณพ่อลุกนั่งได้แบบไม่ต้องได้รับการช่วยเหลือมากนัก คุณหมอก็พาคุณพ่อยืนเลยวันนั้น พอยืนได้ก็ลองให้เดินดู โดยใช้ไม้เท้า 3 ปุ่ม เจ้าหน้าที่จะช่วยประคองนิดหน่อย วันแรกเดินได้ 2 ก้าว... วันที่ 2 เดินได้ราวๆ 10 ก้าว วนอยู่ในห้อง วันที่ 3 ออกไปเดินข้างนอก ตามทางเดินฝั่งขวาที่ใกล้กว่า วันที่ 4 ออกไปเดินวนทางเดินได้ทั้งฝั่งซ้ายและขวา พร้อมเดินในห้องอีกนิดหน่อย จะเห็นได้ว่า พัฒนาการเร็วมาก อาจจะเป็นเพราะยาเสริม Cerebrolysin ด้วย (จ่ายหนักอยู่ครับ) ![]() วันนี้ขอเล่าเท่านี้ก่อนครับ ไว้มีเวลาจะมาเล่าอีกครับ ไม่ได้ตั้งใจจะหายหน้าหายตาไป แต่มันจำเป็น... ผมเองก็ต้องทิ้งทุกอย่างไปช่วงหนึ่งเลย ปั่นจักรยานนี่คือ หยุดไปเลย แน่นอนว่าพอได้กลับมาปั่นครั้งแรกนี่ รู้สึกเลยว่า 3-4 ปีที่ผ่านมา มันคือความฝันที่ผ่านไป ผมแทบไม่เหลืออะไรเลย ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด ตอนนี้กลับมาปั่นได้เกือบๆเดือน ระยะทาง 40 กม.ยังลิ้นห้อยเลยครับ(ถ้าเมื่อ 2 เดือนก่อนนี่เหงื่อยังไม่ทันออกด้วยซ้ำ) แต่จะสู้ต่อไปครับ ขอบคุณเพื่อนๆที่กลับเข้ามาอ่าน Blog ของผมอีกครั้งนะครับ สวัสดีครับ ![]() อ่านแล้วก็งง ๆ ... จริง ๆ ถ้าวิกฤตขนาดนั้นเราสามารถใช้สิทธิรักษา UCEP ได้นะคะ
คือเข้ารักษาที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ที่ใกล้ที่สุด รักษาฟรี 72 ชั่วโมงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจนพ้นวิกฤต หลังจากนั้นทางโรงพยาบาลก็จะประสานส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตามสิทธิเดิมค่ะ ยังไงก็ขอให้คุณพ่อปลอดภัย แข็งแรงเป็นปกติในเร็ววันนะคะ ![]() ![]() ![]() โดย: ฟ้าใสวันใหม่
คิดเหมือนฟ้าใสเลยค่ะ เราน่าจะใช้ในกรณีนี้ได้
ขอให้คุณพ่อฟื้นตัวแข็งแรงในเร็ววันค่ะ ![]() โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ
คิดถึงอยู่พอดี ว่าคุณกะริโตะหายไปไหน
แต่ก็ยังเป็นข่าวดีว่าคุณพ่อเริ่มฟื้นตัวแล้วและจะดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ UCEP คืออะไร? UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) คือ สิทธิการรักษาตามนโยบายรัฐ เพื่อคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกแห่งที่ใกล้ที่สุดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจนพ้นวิกฤตและสามารถคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย แต่ไม่เกิน 72 ชั่วโมง สิทธิที่ได้รับภายใต้ UCEP การเข้าถึงการรักษาฉุกเฉิน ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในช่วง 72 ชั่วโมงแรก การดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ การรักษาจะดำเนินการโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แพทย์สามารถประเมินอาการผู้ป่วย เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรักษาต่อตามสิทธิของผู้ป่วยได้ เช่น สิทธิ 30 บาท สิทธิประกันสังคม เป็นต้น โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 6 อาการที่เข้าข่าย ภาวะฉุกเฉินวิกฤต... 1หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ 2หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรงหายใจติดขัดมีเสียงดัง 3ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น 4เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง 5แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีกพูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วนหรือชักต่อเนื่องไม่หยุด 6อาการอื่นที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่เป็นอันตรายต่อชีวิต หากพบอาการที่เข้าข่าย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส.สพฉ.) โทร. 02-872-1669 หรือ E-mail ucepcenter@niems.go.th ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่โดยไม่ต้องสำรองจ่าย โดย: mcayenne94
ถือว่าเราทำดีที่สุดแล้วจ้า
ทั้งคุณก๋าทั้งคุณเก่งนี่เจอ สถานการณ์แบบเดียวกันเลย ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() โดย: หอมกร
ขอให้คุณพ่อสุขภาพดีขึ้นในเร็ววันครับ
ที่บ้านมีสว.ติดเตียงเลยไปไหนไกลๆไม่ได้ ช่วงนี้ ก็ทำสวนใกล้บ้าน 1 ไร่กว่าๆ ทำเสร็จก็มาวิ่งต่อ เหนื่อยสองต่อครับ โดย: สองแผ่นดิน
โรคนี้เป็นกันแยะมากเลยครับ น่ากลัวมาก
เพราะ ต้องรีบส่ง รพ ให้ทัน ใน 4 ชม เคสเพื่อนบ้าน อาจารย์เต๊ะล้ม เพราะ stroke แบบนี้ ขนาดอยู่ใน กทม เอาไปส่ง รพ เล็ก ไม่มีหมอสมอง ต้องย้ายไป รพ ใหญ่ กว่าจะย้ายได้ ยังหลายวัน ในชีวิตจริง ไม่ง่าย ต้องมีเส้นสาย ไม่งั้น รพ จะบอกไม่มีเตียง เต็มตลอดครับ ยังโชคดีที่คุณพ่อ กลับมาเดินได้อีกครั้ง โรคแบบนี้ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนาน เอาใจช่วยทั้ง คุณพ่อและทุกคนในครอบครัวนะครับ ขอให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้งครับ ![]() ![]() โดย: multiple
จากเรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ได้อย่างดีเลยค่ะ
คนมักพูดกันว่า เกษียณแล้วอยากไปอยู่ต่างจังหวัดใช้ชีวิตอย่างสุขสงบ ทำสวนทำไร่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกอย่างไม่ได้สวยงามอย่างนั้น เพราะถึงเวลานั้นอายุที่มากขึ้น สุขภาพเริ่มมีปัญหา ทำสวนทำไร่ก็ไม่ไหว สิ่งที่ควรอย่างยิ่งคืออยู่บ้านที่ใกล้โรงพยาบาล นั่นแหละดีที่สุดเลย ส่งกำลังใจให้ทั้งคนป่วยและคนดูแลด้วยค่ะ ![]() ![]() ![]() โดย: ฟ้าใสวันใหม่
เรื่องของคนที่บ้านเรายังไงก็ต้องมาก่อนครับ ชีวิตคนเรามักจะเป็นแบบนี้แหละ มีเรื่องไม่คาดคิดไม่คาดฝันเข้ามาให้เราไม่ทันได้ตั้งตัว
เอาใจช่วยนะครับ โดย: คุณต่อ (toor36
อย่างคุณฟ้าว่าเข้าโรงพยาบาลเอกชน
ใน กทม.ปลอดภัยสุดคุณเก่ง ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() โดย: หอมกร
เป็นสิทธิราชการเบิก รพ รัฐ
ได้ทั่วประเทศค่ะ จะไปรักษารพ รัฐ ที่ไหนก็ไม่เสีย ถ้าไม่เกินสิทธิ คราวหน้าไป รพ ที่เชียงใหม่เลยค่ะ ไม่ต้องมีใบส่งตัวอะไรทั้งนั้น ไม่ใช่สิทธิ์บัตรทองค่ะ เสียบบัตรปชช จะขึ้นสิทธิ์ รพ รัฐที่รักษาจะใช้เบิกจากกรมบัญชีกลาง หน่วยงานเดียวกันทั่วประเทศค่ะ แต่ถ้าฉุกเฉิน 6 กรณีที่ว่านั้น เข้าได้ทั่วทุก รพ รัฐบาล และ รพ เอกชนได้หมด 72 ชมแรก ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่ะ ขอให้คุณพ่อคุณเก่ง หายปกติ แข็งแรงเหมือนเดิม อย่าลืมรีบทานยาความดันค่ะ โดย: mcayenne94
แต่ละเชื้อชาติก็มีลักษณะเฉพาะ
ที่เราไม่คุ้นเลนพลอยไม่ชอบนะ หน้าบ้านแต่งงานกับแขกอินเดีย พวกก็ชอบตะโกนเรียกลูกแล้วก็ พาคนชาติเดียวกันแวะเวียนมาจ้า ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() โดย: หอมกร
ผมเคยพาฟูออกไปเดินนอกบ้านสองสามครั้ง
พอมันเจอคนมันวิ่งแบบกลัวมากๆ ก็เลยไม่กล้าพาไปเดินแล้ว กลัวมันเตลิด แล้วตามจับไม่ทันครับ หมอก็บอกนะครับ ว่าสภาพฟูที่เจอกันวันแรก สภาพอิดโรยมาก แถมเป็นครบ 3 โรคร้ายของแมวเลย ผมดูแแลมันอยู่ปีกว่าๆ ถึงจะเริ่มฟื้นครับ ช่วงปีแรกนี่กินยา ฉีดยา ใส่คอลล่าแทบจะตลอดครับ หมอบอกว่าแมวจรตายง่ายมาก เพราะอาหาร บาดแผลจากการต่อสู้ การโดนทำร้าย และอุบัติเหตุจากรถครับ ![]() โดย: กะว่าก๋า
ผมแจ้งลากิจในบล็อกไปแล้วนะครับ
ภาพที่เล่นกีตาร์กับแมวน่ะครับ ไปนอนบนดอยมาครับ เจอเพื่อนเก่าสมัย 20 ก่อน พบกันอีกครั้งแก่หง่อมกันหมด 5555 ![]() โดย: กะว่าก๋า
ร้องเพลงดีต่อใจและสมองครับ เพลงอะไรก็ได้ ขอให้ได้ร้อง
ยิ่งคนสูงอายุ นี่ต้องพยายามร้องบ่อยๆ เพราะจะได้เช็คระบบประสาทไปในตัว ว่าสายตา การพูดเปล่งเสียง ปากไม่เบี้ยว แขนยกไมค์ได้ไม่อ่อนแรง ส่งกำลังใจให้ คุณพ่อและครอบครัวด้วยครับ ขอให้กลับมาแข็งแรง ฟื้นตัวได้อีกครั้งนะครับ ![]() ![]() โดย: multiple
ว่าทำไมคุณกะริโตะหายไปนานเลยนะครับ
ขอให้คุณพ่อแข็งแรงและกลับมาปกติไว ๆ นะครับ พูดถึงเรื่องการส่งตัวต่อไปอีกโรงบาลนึงเป็นอะไรที่ยุ่งยากจริง ๆ สำหรับ รพ.บ้านเรา จากบล็อก เวียดนามเหนือผมว่าคล้าย ๆ กับภาคเหนือบ้านเรานะครับ แถวแม่ฮ่องสอนอะไรพวกนี้ แต่บ้านเค้าคนจะเยอะกว่า โดย: The Kop Civil
ตอนที่พี่ชายผมตาย
ทุกคนในบ้านตกใจมากครับ เพราะเขาเป็นคนแข็งแรงมาก เป็นหวัด เข้า รพ. แล้วก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลย ผมคิดว่าการตายของพี่ชาย เป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้ผมมองเห็นความไม่แน่นอนของชีวิตได้ชัดเจนมากๆ ทำให้ผมเห็นสัจธรรมเรื่อง ความไม่แน่้นอนได้ชัดเจนจริงๆครับ ช่วงที่แม่ต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจ พ่อเป็นสโตรก และร้านเจอช่วงโควิด ทั้งหมดก็เป็นอะไรที่ให้บทเรียนสำคัญกับชีวิตเลย ชีวิต คือ การเรียนรู้จากห้วงทุกข์และปัญหาจริงๆครับ ![]() โดย: กะว่าก๋า
ผมเพิ่งไปเจอเพื่อนเก่า
ที่ไม่ได้เจอกันเกือบ 20 ปี เราทั้ง 6 คน มีโรคประจำตัวกันทุกคนครับ 555 เจอหมอมากกว่าเจอเพื่อน คนนึงเป็นมะเร็งเพิ่งผ่าตัด อีกคนต้องไปดึงคอรักษาหมอนรองกระดูกคอเสื่อมทุกอาทิตย์ ที่เหลือคือ พบหมอ กินยา ฯลฯ ไม่นับรวมปัญหาเรื่องปากท้อง การงาน เรื่องลูก ฯลฯ เหมือนมาพบกันเพื่อปรับทุกข์เลยครับ 555 ![]() โดย: กะว่าก๋า
สวัสดี จ้ะ น้อง กะริโตะคุง
เธอหายไปจากบล็อกแก๊งนานมาก นึกว่าจะหายจาก บล็อกเหมือนคนอื่น ๆ เสียแล้ว ดีใจที่ไม่เป็นเช่นนั้น จ้ะ ตอนนี้ คุณพ่อของเธอ คงดีขึ้นเรื่อย ๆ ข้อสำคัญต้องหมั่น กายภาพให้ตามเวลาที่หมอแนะนำ จ้ะ พ่อจะต้องกลับมาเดิน ได้ตามปรกติ ขอพระคุ้มครองท่านให้หายเป็นปรกติโดยเร็วไว โหวดหมวด บันทึกประสบการณ์ชีวิต โดย: อาจารย์สุวิมล
|
BlogGang Popular Award#22
![]() กะริโตะคุง
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]![]() ชอบปั่นจักรยาน เที่ยวแถวๆบ้าน (แต่จริงจังนะ) แวะคาเฟ่ไปเรื่อยๆครับ เครื่องดื่มที่ชอบ : Espresso (คั่วอ่อน) Latte (คั่วกลาง) ชาไทย (ไม่หวาน) ชาเขียว (ก็ไม่หวาน) โกโก้ (ไม่หวาน ขมๆ 90%) ชาฮ่องกง (Ceylon) ก็ไม่หวานเหมือนกันครับ ถ่ายรูปเป็นงานอดิเรกมาตั้งแต่ปี 2014 แต่ฝีมือไม่ค่อยพัฒนาเท่าไหร่ครับ ถ่ายตามใจฉัน จะพยายามอัพ Blog บ่อยๆครับ ![]()
Link |

















ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [

แล้วก็นึกในใจว่า "ข้ามเขต"
เป็นคำที่ไม่อยากเห็น ไม่อยากได้ยินเลยครับ
อยากได้ยินครับ "ได้ครับ เดี๋ยวจะทำเรื่องให้นะครับ" มากกว่า
ทุกวันนี้พ่อของผม
ก็พูดน้อยลงมาก จำผมได้
แต่บางทีก็จำไม่ได้ว่าลูกชายชื่ออะไร
พ่อผมสโตรกสองรอบครับ
เมื่อกลับบ้านอีกรอบ
คุณเก่งอาจจะต้องระวังเวลาลุก เวลาเดิน
อย่าเพิ่งให้คุณพ่อออกแรงเยอะ
เพราะพอพ่อผมกลับจากโรงพยาบาลรอบแรก
ก็คือ ดื้อเลยครับ
อะไรที่หมอห้าม ทำหมดเลย
อาการก็เลยทรุดลงอีกรอบ
ดีที่ยังรักษาและประคองกลับฟื้นขึ้นมาได้
แล้วหลัง ๆ คือไม่ยอมไป รพ.แล้วด้วย
ยังดีที่เราสามารถเรียกพยาบาลมาเจาะเลือดที่บ้าน
แล้วค่อยให้น้องสาวไปฟังผลที่ รพ.กับคุณหมอ
รับยามกาินเองที่บ้าน
รพ.เอกชนเค้าอำนวยความสะดวกให้ครับ
ไม่งั้นเหมือนพ่อผมจะปฏิเสธการรักษาแล้ว
หากต้องถูกบังคับให้ไป รพ. ไม่ยอมไปแน่นอน
ขอส่งกำลังใจให้คุณพ่อ
ขอให้ท่านกลับมาแข็งแรงในเร็ววันครับ