กันยายน 2569

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
 
 
กลับมาแล้วครับ - หลังจากเจอบททดสอบชีวิตครั้งสำคัญ



สวัสดีครับ ผมรู้สึกว่าผมหายไปนานมาก ช่วงเดือนกรกฏาคมจนถึงตอนนี้มีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อย(จะว่านิดหน่อยได้มั้ยหว่า?)
ชีวิตที่เคยสงบนิ่ง ราบรื่น จู่ๆก็ถึงคราวกระเพื่อมครั้งใหญ่ซึ่งก็อาจจะทำให้ผมต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตไปอีกซักระยะครับ

ชีวิตเราเอง บางครั้งก็ไม่ขึ้นอยู่กับเราคนเดียว...


ที่ผมจั่วหัวแบบนี้ก็เป็นตามที่บอกล่ะครับ ถึงแม้ว่า เราจะพยายามลงแรงไปเท่าไหร่ ทำให้ชีวิตเราสงบสุขมากที่สุด แต่สุดท้ายแล้วก็จะมีเหตุการณ์ที่เราควบคุมไม่ได้เกิดขึ้นอยู่ดี
เมื่อกลางเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา คุณพ่อผมล้มลงด้วยอาการ Stroke จากความดันโลหิตสูง
วันนั้น ครอบครัวผมเตรียมตัวไปทำธุระที่เชียงใหม่พอดี น้องสาวกับสามีก็ขับรถมารับผมกับพ่อที่บ้าน
เหตุเกิดตอนที่ผมกำลังเข้าห้องน้ำเตรียมพร้อมเดินทาง ซึ่งก็โชคดีว่า น้องผมเพิ่งมาถึงแล้วเห็นคุณพ่อล้มลง...

ธุระวันนั้นก็กลายเป็นการนำตัวคุณพ่อผมส่งโรงพยาบาลไปซะยังงั้น

ปัญหาเกิดขึ้นหลายอย่าง อย่างแรกก็คือ โรงพยาบาลเวียงป่าเป้าไม่มีเครื่องมือที่พร้อมรักษาคุณพ่อผม ต้องส่งตัวต่อไปโรงพยาบาลอื่น
น้องสาวผมพยายามขอให้ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลสวนดอกที่เชียงใหม่ เพราะการเดินทางสะดวก ไม่เกิน 2 ชม.ก็ถึง
แต่ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า ข้ามเขต...ทำไม่ได้ ถ้าอยากย้ายไปเชียงใหม่ ต้องให้รถของทางโน้นมารับ ซึ่งตอนนั้นคือรอไม่ได้

ก็เลยต้องส่งไปโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ที่ตัวจังหวัดเชียงรายแทน ซึ่งไกลกว่า! แถมมีการทำถนนอยู่ รถรพ.เองก็ขับเร็วกว่านี้ไม่ได้
ยอมรับเลยว่าตอนนั้น ใจผมเร็วกว่ารถพยาบาลเยอะเลย คิดอย่างเดียว เมื่อไหร่จะถึง ความดันพ่อผมก็นิ่งเลย 219/121 ตลอดเส้นทาง

นี่ยังไม่คิดเวลาตอนที่เจ้าหน้าที่ทำเอกสารส่งตัวอีก
เหตุเกิดตอน 9.15 เรียกรถ 1669 ถึงรพ.เวียงป่าเป้า 10.10 ออกจากเวียงป่าเป้า 12.10 ถึงรพ.เชียงราย 13.45
เฉียดไปนิดเดียว...ไม่ทันเวลา 4 ชม.

สมองคุณพ่อผมก็เลยเสียหายไปส่วนหนึ่ง
ทำให้ร่างกายซีกขวาอ่อนแรงทั้งหน้า แขน ขา มือและเท้า ความจำเลอะเลือน การควบคุมอารมณ์มีปัญหา
พูดไม่ชัด(ริมฝีปากตก) การกลืนมีปัญหา เดิมๆก็สำลักง่ายอยู่แล้ว ตอนนี้นี่คือกินโจ๊กได้ แต่เหลวกว่านี้จะสำลัก
การคิดคำพูด นึกคำศัพท์ไม่ดีเอามากๆ ซึ่งคุณหมอบอกว่าเป็นอาการระดับกลาง มีโอกาสกลับมาเดินได้โดยใช้ไม้เท้า




อยู่รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ 3 วัน(ผมเฝ้าช่วง 7-21.30 ทุกวัน - เช่าโรงแรมแถวนั้นเอา)
ส่วนน้องสาวห่วงแมวที่ป่วยอยู่ต้องให้น้ำเกลือ ก็ขับรถไป-กลับเชียงราย-แม่ริมทุกวัน

วันที่ 3 คุณหมอก็บอก "พ้นขีดอันตรายแล้ว" จะส่งตัวกลับรพ.เวียงป่าเป้าให้นะ
แต่น้องผมอยากให้ไปศูนย์ศรีพัฒน์ของรพ.สวนดอกที่เชียงใหม่ คุณหมอบอกว่าทำไม่ได้เพราะ "ข้ามเขต" ต้องกลับเวียงป่าเป้าเท่านั้น
ถ้าอยากไปเชียงใหม่...คุณต้องพาไปเองนะ ซึ่งทางเราก็คงไม่สามารถทำเอกสารส่งตัวให้ได้ เพราะ "ข้ามเขต"

ทางพวกผมก็เลยตัดสินใจจ้างรถพยาบาลเอกชนพาคุณพ่อไปศูนย์ศรีพัฒน์ในเย็นวันนั้น
โดยที่ขอเอกสารการรักษาทั้งหมดมา แล้วคุณหมอก็ทำเอกสาร ส่งตัวกลับบ้าน ให้...ทั้งๆที่คุณพ่อผมยังขับถ่ายผ่านทางสายยางและผ้าอ้อมอยู่

ไปถึงศูนย์ศรีพัฒน์ทางเจ้าหน้าที่ก็พาเข้าห้องฉุกเฉิน คุณหมอตรวจเสร็จก็ได้เข้าพักห้องเดี่ยวสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินระยะกลางอีก 4 วันจึงย้ายไปห้องเดี่ยวปกติครับ
ถึงตรงนี้ ผมก็เป็นคนเฝ้าตัวหลักที่ต้องอยู่ 24/7 มีเวลาส่วนตัวแค่ตอนออกไปซื้อข้าวเที่ยง(และต้องซื้อข้าวเย็นและข้าวเช้าวันถัดไปมาเผื่อไว้ด้วย)


การกายภาพบำบัด ฟื้นฟูก็เริ่มขึ้นในวันที่ 2 หลังจากที่เข้ามาศูนย์ศรีพัฒน์เลย
ผมยังจำได้ดีว่าพอเจ้าหน้าที่กายภาพเห็นว่าคุณพ่อลุกนั่งได้แบบไม่ต้องได้รับการช่วยเหลือมากนัก คุณหมอก็พาคุณพ่อยืนเลยวันนั้น
พอยืนได้ก็ลองให้เดินดู โดยใช้ไม้เท้า 3 ปุ่ม เจ้าหน้าที่จะช่วยประคองนิดหน่อย

วันแรกเดินได้ 2 ก้าว...
วันที่ 2 เดินได้ราวๆ 10 ก้าว วนอยู่ในห้อง
วันที่ 3 ออกไปเดินข้างนอก ตามทางเดินฝั่งขวาที่ใกล้กว่า
วันที่ 4 ออกไปเดินวนทางเดินได้ทั้งฝั่งซ้ายและขวา พร้อมเดินในห้องอีกนิดหน่อย

จะเห็นได้ว่า พัฒนาการเร็วมาก อาจจะเป็นเพราะยาเสริม Cerebrolysin ด้วย (จ่ายหนักอยู่ครับ)




วันนี้ขอเล่าเท่านี้ก่อนครับ ไว้มีเวลาจะมาเล่าอีกครับ ไม่ได้ตั้งใจจะหายหน้าหายตาไป แต่มันจำเป็น...
ผมเองก็ต้องทิ้งทุกอย่างไปช่วงหนึ่งเลย ปั่นจักรยานนี่คือ หยุดไปเลย แน่นอนว่าพอได้กลับมาปั่นครั้งแรกนี่

รู้สึกเลยว่า 3-4 ปีที่ผ่านมา มันคือความฝันที่ผ่านไป ผมแทบไม่เหลืออะไรเลย ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด
ตอนนี้กลับมาปั่นได้เกือบๆเดือน ระยะทาง 40 กม.ยังลิ้นห้อยเลยครับ(ถ้าเมื่อ 2 เดือนก่อนนี่เหงื่อยังไม่ทันออกด้วยซ้ำ) แต่จะสู้ต่อไปครับ


ขอบคุณเพื่อนๆที่กลับเข้ามาอ่าน Blog ของผมอีกครั้งนะครับ
สวัสดีครับ


18



Create Date : 25 กันยายน 2569
Last Update : 25 กันยายน 2569 13:49:18 น.
Counter : 424 Pageviews.

22 comments
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณmcayenne94, คุณหอมกร, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณmultiple, คุณtoor36, คุณปรศุราม, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณทองกาญจนา, คุณThe Kop Civil, คุณnewyorknurse

  
อ่านจนจบ
แล้วก็นึกในใจว่า "ข้ามเขต"
เป็นคำที่ไม่อยากเห็น ไม่อยากได้ยินเลยครับ
อยากได้ยินครับ "ได้ครับ เดี๋ยวจะทำเรื่องให้นะครับ" มากกว่า

ทุกวันนี้พ่อของผม
ก็พูดน้อยลงมาก จำผมได้
แต่บางทีก็จำไม่ได้ว่าลูกชายชื่ออะไร
พ่อผมสโตรกสองรอบครับ

เมื่อกลับบ้านอีกรอบ
คุณเก่งอาจจะต้องระวังเวลาลุก เวลาเดิน
อย่าเพิ่งให้คุณพ่อออกแรงเยอะ
เพราะพอพ่อผมกลับจากโรงพยาบาลรอบแรก
ก็คือ ดื้อเลยครับ
อะไรที่หมอห้าม ทำหมดเลย
อาการก็เลยทรุดลงอีกรอบ
ดีที่ยังรักษาและประคองกลับฟื้นขึ้นมาได้

แล้วหลัง ๆ คือไม่ยอมไป รพ.แล้วด้วย
ยังดีที่เราสามารถเรียกพยาบาลมาเจาะเลือดที่บ้าน
แล้วค่อยให้น้องสาวไปฟังผลที่ รพ.กับคุณหมอ
รับยามกาินเองที่บ้าน
รพ.เอกชนเค้าอำนวยความสะดวกให้ครับ
ไม่งั้นเหมือนพ่อผมจะปฏิเสธการรักษาแล้ว
หากต้องถูกบังคับให้ไป รพ. ไม่ยอมไปแน่นอน

ขอส่งกำลังใจให้คุณพ่อ
ขอให้ท่านกลับมาแข็งแรงในเร็ววันครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 กันยายน 2569 เวลา:15:07:15 น.
  
อ่านแล้วก็งง ๆ ... จริง ๆ ถ้าวิกฤตขนาดนั้นเราสามารถใช้สิทธิรักษา UCEP ได้นะคะ
คือเข้ารักษาที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ที่ใกล้ที่สุด รักษาฟรี 72 ชั่วโมงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายจนพ้นวิกฤต
หลังจากนั้นทางโรงพยาบาลก็จะประสานส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตามสิทธิเดิมค่ะ

ยังไงก็ขอให้คุณพ่อปลอดภัย แข็งแรงเป็นปกติในเร็ววันนะคะ

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 25 กันยายน 2569 เวลา:16:04:53 น.
  
คิดเหมือนฟ้าใสเลยค่ะ เราน่าจะใช้ในกรณีนี้ได้

ขอให้คุณพ่อฟื้นตัวแข็งแรงในเร็ววันค่ะ

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 25 กันยายน 2569 เวลา:17:05:10 น.
  
คิดถึงอยู่พอดี ว่าคุณกะริโตะหายไปไหน
แต่ก็ยังเป็นข่าวดีว่าคุณพ่อเริ่มฟื้นตัวแล้วและจะดีขึ้นเรื่อยๆ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ

UCEP คืออะไร?
UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) คือ สิทธิการรักษาตามนโยบายรัฐ เพื่อคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทุกแห่งที่ใกล้ที่สุดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจนพ้นวิกฤตและสามารถคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย แต่ไม่เกิน 72 ชั่วโมง

สิทธิที่ได้รับภายใต้ UCEP
การเข้าถึงการรักษาฉุกเฉิน ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในช่วง 72 ชั่วโมงแรก
การดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ การรักษาจะดำเนินการโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แพทย์สามารถประเมินอาการผู้ป่วย เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปรักษาต่อตามสิทธิของผู้ป่วยได้ เช่น สิทธิ 30 บาท สิทธิประกันสังคม เป็นต้น โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

6 อาการที่เข้าข่าย ภาวะฉุกเฉินวิกฤต...
1หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ
2หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรงหายใจติดขัดมีเสียงดัง
3ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น
4เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง
5แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีกพูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วนหรือชักต่อเนื่องไม่หยุด
6อาการอื่นที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่เป็นอันตรายต่อชีวิต หากพบอาการที่เข้าข่าย

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส.สพฉ.) โทร. 02-872-1669 หรือ E-mail ucepcenter@niems.go.th ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
โดย: mcayenne94 วันที่: 25 กันยายน 2569 เวลา:18:10:30 น.
  
ถือว่าเราทำดีที่สุดแล้วจ้า
ทั้งคุณก๋าทั้งคุณเก่งนี่เจอ
สถานการณ์แบบเดียวกันเลย

โดย: หอมกร วันที่: 25 กันยายน 2569 เวลา:20:12:51 น.
  
ขอให้คุณพ่อสุขภาพดีขึ้นในเร็ววันครับ
ที่บ้านมีสว.ติดเตียงเลยไปไหนไกลๆไม่ได้
ช่วงนี้ ก็ทำสวนใกล้บ้าน 1 ไร่กว่าๆ ทำเสร็จก็มาวิ่งต่อ เหนื่อยสองต่อครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 25 กันยายน 2569 เวลา:23:32:56 น.
  
โรคนี้เป็นกันแยะมากเลยครับ น่ากลัวมาก
เพราะ ต้องรีบส่ง รพ ให้ทัน ใน 4 ชม

เคสเพื่อนบ้าน อาจารย์เต๊ะล้ม เพราะ stroke แบบนี้
ขนาดอยู่ใน กทม เอาไปส่ง รพ เล็ก ไม่มีหมอสมอง
ต้องย้ายไป รพ ใหญ่ กว่าจะย้ายได้ ยังหลายวัน
ในชีวิตจริง ไม่ง่าย ต้องมีเส้นสาย ไม่งั้น รพ จะบอกไม่มีเตียง เต็มตลอดครับ

ยังโชคดีที่คุณพ่อ กลับมาเดินได้อีกครั้ง โรคแบบนี้ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนาน

เอาใจช่วยทั้ง คุณพ่อและทุกคนในครอบครัวนะครับ
ขอให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้งครับ

โดย: multiple วันที่: 26 กันยายน 2569 เวลา:3:43:21 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับคุณเก่ง

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 กันยายน 2569 เวลา:5:17:12 น.
  
จากเรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ได้อย่างดีเลยค่ะ
คนมักพูดกันว่า เกษียณแล้วอยากไปอยู่ต่างจังหวัดใช้ชีวิตอย่างสุขสงบ ทำสวนทำไร่
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกอย่างไม่ได้สวยงามอย่างนั้น
เพราะถึงเวลานั้นอายุที่มากขึ้น สุขภาพเริ่มมีปัญหา ทำสวนทำไร่ก็ไม่ไหว
สิ่งที่ควรอย่างยิ่งคืออยู่บ้านที่ใกล้โรงพยาบาล นั่นแหละดีที่สุดเลย

ส่งกำลังใจให้ทั้งคนป่วยและคนดูแลด้วยค่ะ

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 26 กันยายน 2569 เวลา:10:08:13 น.
  
เรื่องของคนที่บ้านเรายังไงก็ต้องมาก่อนครับ ชีวิตคนเรามักจะเป็นแบบนี้แหละ มีเรื่องไม่คาดคิดไม่คาดฝันเข้ามาให้เราไม่ทันได้ตั้งตัว

เอาใจช่วยนะครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 26 กันยายน 2569 เวลา:21:57:14 น.
  
อย่างคุณฟ้าว่าเข้าโรงพยาบาลเอกชน
ใน กทม.ปลอดภัยสุดคุณเก่ง

โดย: หอมกร วันที่: 27 กันยายน 2569 เวลา:16:17:21 น.
  
เป็นสิทธิราชการเบิก รพ รัฐ
ได้ทั่วประเทศค่ะ
จะไปรักษารพ รัฐ ที่ไหนก็ไม่เสีย
ถ้าไม่เกินสิทธิ คราวหน้าไป รพ ที่เชียงใหม่เลยค่ะ
ไม่ต้องมีใบส่งตัวอะไรทั้งนั้น ไม่ใช่สิทธิ์บัตรทองค่ะ
เสียบบัตรปชช จะขึ้นสิทธิ์ รพ รัฐที่รักษาจะใช้เบิกจากกรมบัญชีกลาง หน่วยงานเดียวกันทั่วประเทศค่ะ

แต่ถ้าฉุกเฉิน 6 กรณีที่ว่านั้น เข้าได้ทั่วทุก รพ รัฐบาล และ รพ เอกชนได้หมด 72 ชมแรก ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่ะ
ขอให้คุณพ่อคุณเก่ง หายปกติ แข็งแรงเหมือนเดิม อย่าลืมรีบทานยาความดันค่ะ
โดย: mcayenne94 วันที่: 27 กันยายน 2569 เวลา:19:28:51 น.
  
แต่ละเชื้อชาติก็มีลักษณะเฉพาะ
ที่เราไม่คุ้นเลนพลอยไม่ชอบนะ
หน้าบ้านแต่งงานกับแขกอินเดีย
พวกก็ชอบตะโกนเรียกลูกแล้วก็
พาคนชาติเดียวกันแวะเวียนมาจ้า
โดย: หอมกร วันที่: 27 กันยายน 2569 เวลา:20:20:19 น.
  
ผมเคยพาฟูออกไปเดินนอกบ้านสองสามครั้ง
พอมันเจอคนมันวิ่งแบบกลัวมากๆ
ก็เลยไม่กล้าพาไปเดินแล้ว
กลัวมันเตลิด แล้วตามจับไม่ทันครับ

หมอก็บอกนะครับ
ว่าสภาพฟูที่เจอกันวันแรก
สภาพอิดโรยมาก
แถมเป็นครบ 3 โรคร้ายของแมวเลย
ผมดูแแลมันอยู่ปีกว่าๆ ถึงจะเริ่มฟื้นครับ
ช่วงปีแรกนี่กินยา ฉีดยา ใส่คอลล่าแทบจะตลอดครับ

หมอบอกว่าแมวจรตายง่ายมาก
เพราะอาหาร บาดแผลจากการต่อสู้ การโดนทำร้าย
และอุบัติเหตุจากรถครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 กันยายน 2569 เวลา:20:49:43 น.
  
ผมแจ้งลากิจในบล็อกไปแล้วนะครับ
ภาพที่เล่นกีตาร์กับแมวน่ะครับ

ไปนอนบนดอยมาครับ
เจอเพื่อนเก่าสมัย 20 ก่อน
พบกันอีกครั้งแก่หง่อมกันหมด 5555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 กันยายน 2569 เวลา:4:56:36 น.
  
ร้องเพลงดีต่อใจและสมองครับ เพลงอะไรก็ได้ ขอให้ได้ร้อง
ยิ่งคนสูงอายุ นี่ต้องพยายามร้องบ่อยๆ เพราะจะได้เช็คระบบประสาทไปในตัว ว่าสายตา การพูดเปล่งเสียง ปากไม่เบี้ยว แขนยกไมค์ได้ไม่อ่อนแรง

ส่งกำลังใจให้ คุณพ่อและครอบครัวด้วยครับ
ขอให้กลับมาแข็งแรง ฟื้นตัวได้อีกครั้งนะครับ

โดย: multiple วันที่: 28 กันยายน 2569 เวลา:5:34:44 น.
  
ว่าทำไมคุณกะริโตะหายไปนานเลยนะครับ
ขอให้คุณพ่อแข็งแรงและกลับมาปกติไว ๆ นะครับ
พูดถึงเรื่องการส่งตัวต่อไปอีกโรงบาลนึงเป็นอะไรที่ยุ่งยากจริง ๆ สำหรับ รพ.บ้านเรา
จากบล็อก
เวียดนามเหนือผมว่าคล้าย ๆ กับภาคเหนือบ้านเรานะครับ แถวแม่ฮ่องสอนอะไรพวกนี้ แต่บ้านเค้าคนจะเยอะกว่า
โดย: The Kop Civil วันที่: 28 กันยายน 2569 เวลา:13:19:25 น.
  
ตอนที่พี่ชายผมตาย
ทุกคนในบ้านตกใจมากครับ
เพราะเขาเป็นคนแข็งแรงมาก
เป็นหวัด
เข้า รพ. แล้วก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลย

ผมคิดว่าการตายของพี่ชาย
เป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ
ที่ทำให้ผมมองเห็นความไม่แน่นอนของชีวิตได้ชัดเจนมากๆ
ทำให้ผมเห็นสัจธรรมเรื่อง ความไม่แน่้นอนได้ชัดเจนจริงๆครับ

ช่วงที่แม่ต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจ
พ่อเป็นสโตรก
และร้านเจอช่วงโควิด
ทั้งหมดก็เป็นอะไรที่ให้บทเรียนสำคัญกับชีวิตเลย

ชีวิต คือ การเรียนรู้จากห้วงทุกข์และปัญหาจริงๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 กันยายน 2569 เวลา:20:37:26 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับคุณเก่ง

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 กันยายน 2569 เวลา:4:19:39 น.
  
ผมเพิ่งไปเจอเพื่อนเก่า
ที่ไม่ได้เจอกันเกือบ 20 ปี

เราทั้ง 6 คน
มีโรคประจำตัวกันทุกคนครับ 555
เจอหมอมากกว่าเจอเพื่อน
คนนึงเป็นมะเร็งเพิ่งผ่าตัด
อีกคนต้องไปดึงคอรักษาหมอนรองกระดูกคอเสื่อมทุกอาทิตย์
ที่เหลือคือ พบหมอ กินยา ฯลฯ

ไม่นับรวมปัญหาเรื่องปากท้อง การงาน เรื่องลูก ฯลฯ
เหมือนมาพบกันเพื่อปรับทุกข์เลยครับ 555

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 กันยายน 2569 เวลา:11:55:02 น.
  
สวัสดี จ้ะ น้อง กะริโตะคุง

เธอหายไปจากบล็อกแก๊งนานมาก นึกว่าจะหายจาก
บล็อกเหมือนคนอื่น ๆ เสียแล้ว ดีใจที่ไม่เป็นเช่นนั้น จ้ะ
ตอนนี้ คุณพ่อของเธอ คงดีขึ้นเรื่อย ๆ ข้อสำคัญต้องหมั่น
กายภาพให้ตามเวลาที่หมอแนะนำ จ้ะ พ่อจะต้องกลับมาเดิน
ได้ตามปรกติ ขอพระคุ้มครองท่านให้หายเป็นปรกติโดยเร็วไว
โหวดหมวด บันทึกประสบการณ์ชีวิต
โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 29 กันยายน 2569 เวลา:14:27:57 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับคุณเก่ง

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 กันยายน 2569 เวลา:4:33:35 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#22



กะริโตะคุง
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



ชอบปั่นจักรยาน
เที่ยวแถวๆบ้าน (แต่จริงจังนะ)
แวะคาเฟ่ไปเรื่อยๆครับ

เครื่องดื่มที่ชอบ :
Espresso (คั่วอ่อน)
Latte (คั่วกลาง)
ชาไทย (ไม่หวาน)
ชาเขียว (ก็ไม่หวาน)
โกโก้ (ไม่หวาน ขมๆ 90%)
ชาฮ่องกง (Ceylon) ก็ไม่หวานเหมือนกันครับ

ถ่ายรูปเป็นงานอดิเรกมาตั้งแต่ปี 2014
แต่ฝีมือไม่ค่อยพัฒนาเท่าไหร่ครับ ถ่ายตามใจฉัน
จะพยายามอัพ Blog บ่อยๆครับ


New Comments