Bloggang.com : weblog for you and your gang

Group Blog

 
<<
กันยายน 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
9 กันยายน 2552

 
All Blogs

 

 

ว. วชิรเมธี เปลี่ยนโลกด้วยกลยุทธ์สีขาว "ลมตะวันออกกำลังพัดหวน"

ในสังคมที่ไร้ที่พึ่งพิงและดูเหมือนจะไร้ทางออก ทุกภาคส่วนต่างถามหาสังคมแห่งความยั่งยืน ในงาน Software Park Annual Conference 2009 จึงจัดให้มีการบรรยายพิเศษเรื่อง กลยุทธ์สีขาวในการสร้างสรรค์สังคมในยุคเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ โดยท่าน ว. วชิรเมธี (พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี)

พระอาจารย์ ว. วชิรเมธี ได้แบ่งกลยุทธ์สีขาวออกเป็นสามภาค คือระดับบุคคล ระดับสังคม และระดับประเทศ ท่านกล่าวว่า กลยุทธ์สีขาว ก็คือ หลักธรรมนั่นเอง พระอาจารย์ใช้คำว่า "ลมตะวันออกกำลังพัดหวน" เพราะ หลังจากระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเต็ม รูปแบบพังพาบลงมา แม้แต่รางวัล โนเบลไพรซ์ ที่ให้กับนักเศรษฐศาสตร์ ล้วนแต่เป็นนักเศรษฐศาสตร์นอกกระแสทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นมูฮัมหมัด ยูนุส, อมาตยา เซน หรือแม้แต่พอล ครุกแมน

มันบ่งบอกอะไรมันได้ บอกว่า

"วันนี้แนวคิดของผู้นำโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว"

กลยุทธ์สีขาว ในความหมายนี้ก็คือมโนธรรม อะไรก็ตามที่เอาธรรมเป็นตัวตั้ง คุณภาพชีวิตก็จะตามมา ฉะนั้นกลยุทธ์สีขาว ถ้าจะพูดในสามมิติ คือคุณภาพชีวิตที่ดี คุณภาพสังคมต้องน่าอยู่ คุณภาพประเทศต้องมีเกียรติภูมิ

คุณภาพชีวิตที่ดี เกิดขึ้นได้อย่างไร

เป็นที่น่าสังเกตว่า เงินไม่ได้เป็นตัววัดคุณภาพของชีวิต "หลายคนในโลกนี้มีเงินเดือนสูงมาก สูงกว่านายกรัฐมนตรี แต่มีคุณภาพชีวิตต่ำมาก มีความสุข ยากมาก แต่มีความทุกข์นี่ง่ายมาก ใช้เทคโนโลยีสูงมาก แต่สมาธิสั้นมาก"

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด พระอาจารย์ยกตัวอย่างท่านตีชนัท ฮันห์ ที่เคยเล่าให้ฟังถึงหลังบ้านซีอีโอคนหนึ่งที่บินมาเจริญกรรมฐาน ผู้ชายคนนั้นชื่อเฟรดเดอร์ริก เป็น ซีอีโอระดับสูงของบริษัทข้ามชาติ ในขณะที่เขาประสบความสำเร็จล้นในฐานะผู้บริหาร แต่เขาเริ่มลดเวลาที่ใช้ในบ้านลง ถึงวันเกิดลูกก็โทร.มาอวยพร วันครบรอบแต่งงานภรรยาเตรียมเค้กเอาไว้ เขาก็บอกว่าอยู่ในห้องประชุม หนักๆ เข้าไม่กลับบ้านเลย

เฟรดเดอร์ริกให้เหตุผลว่า ที่ทำทั้งหมดก็เพื่อภรรยาและลูก แต่ที่สำคัญก็คือเขาทิ้งบริษัทไม่ได้ ถ้าขาดเขาสามวัน บริษัทไปต่อไม่ได้ถึงสามปี เฟรดเดอร์ริกไปทำธุรกิจแล้วประสบอุบัติเหตุรถชนประสานงาเสียชีวิตในซากรถ ภรรยาร้องไห้เสียใจมาก จนผู้บริหารของบริษัทท่านหนึ่งต้องโทร.มาปลอบว่า คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะ ทางเราดูแลทุกอย่าง เรื่องงานไม่ต้องกังวลด้วย ตอนนี้เราได้ผู้บริหารคนใหม่มาแทนสามี คุณแล้ว

"ยังไม่ทันถึงสามวัน บริษัทโทร.มาบอกว่าเขาหาคนใหม่ได้แล้ว ภรรยาเศร้าจนไม่รู้จะเศร้าอย่างไร"

นี่คือตัวอย่างของคนในโลกทุนนิยมเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร เงินเดือนสูงมาก แต่คุณภาพชีวิตต่ำมากประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจ แต่ล้มเหลวในฐานะที่คุณเป็นมนุษย์

เป็นสภาพชีวิตของมนุษย์ในรูปทุนนิยม เต็มรูปแบบที่มุ่งไปสู่กำไรสูงสุด จนหลงลืมบางอย่าง ของชีวิตไป นั่นก็คือ "คุณภาพชีวิต"

ประเด็นต่อมาที่พระอาจารย์ได้ขยายความต่อ ก็คือกลยุทธ์สีขาว ต้องมาจากสังคมที่ดี

ในเมืองไทย ปัญหาสังคมยังถูกละเลยอย่างสม่ำเสมอ วันดีคืนดี เดินๆ อยู่อาจจะมีคนกินยาบ้า เอาส้อมจิ้มคอก็ได้ แล้วอะไรคือหลักประกัน

ถ้าเราจะเริ่มที่สังคม เราต้องทำอะไรบ้าง

ในการบรรยายพูดถึงกรณีของการสุ่มตัวอย่างที่สำรวจใน 18 จังหวัด กรณี วัยรุ่นไทยเห็นว่า การคอร์รัปชั่น เป็นเรื่องที่ทำได้ ใครๆ ก็ทำกัน

"ถ้าเด็กเหล่านี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน ศีลธรรม จริยธรรมมันพัง ไม่ต้องให้ใครมาตีให้พังหรอก มันพังเอง ประเทศทั้งประเทศพังเอง"

ในขณะที่อเมริกา แม้แต่พระไทยที่ไปอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ตัวแทนจากภาครัฐก็ยังจะต้องเข้ามาดูแลจัดการให้กุฏิสำหรับ กรรมฐาน มีความเป็นอยู่ที่ดีพอ

กลยุทธ์สีขาวในสังคม ที่พระอาจารย์ ว. วชิรเมธี อยากเห็น ก็คือสังคมที่มีความปรารถนาดี เหมือนกับเวลาที่คนไปดูหลินปิง "สังคมหลินปิง" สังคมที่มีแต่ข่าวดี

ในส่วนของ "คุณภาพของประเทศ" กลยุทธ์สีขาว จะต้องเริ่มที่ผู้นำประเทศไอดอล ระดับผู้นำทางความคิด ที่แม้วันนี้ก็ยังอยู่ในวังวนระหว่างความเชื่อกับความจริง พระอาจารย์ได้ยกตัวอย่าง หลายตัวอย่างที่สะท้อนถึงความคิดของ คนระดับผู้นำ

"เพราะเวลามีปัญหา เราก็จะออกแบบรัฐธรรมนูญออกมา จนกลายเป็นประเทศที่มีรัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลก เราพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก เราก็จะกลับไปแก้ที่เดิม คือที่รัฐธรรมนูญ เราไม่ได้มาแก้ที่วิธีคิดของประเทศ ประเทศไทยเป็นประเทศที่แปลกมาก เราอยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ ในยุคที่เรา ไม่ต้องการแปลคำว่า "ซอฟต์แวร์" เป็นภาษาไทย แต่ในวิธีคิด เราอยู่ใน ยุคก่อนประวัติศาสตร์"

"เดือนที่แล้วอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ดาราสาวคนหนึ่งขับรถไปกองถ่ายแฉลบลงข้างทาง เธอให้สัมภาษณ์ว่ารอดเพราะหลวงปู่ทวดองค์นี้จริงๆ อาตมาดูยี่ห้อรถแล้ว อาตมาสงสารเบนซ์นะ เขาทำของเขามาดีมาก ระบบความปลอดภัย แต่ยกเครดิตให้หลวงปู่ทวดหมดเลย แล้วคนขับรถคันนี้เป็นดาราลูกครึ่งด้วยนะ คุณจะเปลี่ยนวิธีคิดไหม มันสะท้อน วิธีคิดที่มาก่อนประวัติศาสตร์ไหม"

หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง

"วันหนึ่งได้ยินผู้ใหญ่คนหนึ่งพูดว่า ประเทศไทยเรายังไงก็ไม่เข้าตาจนพวกคุณรู้ไหม เพราะอะไร ผู้สื่อข่าวนั่งงง ผมจะบอกให้ เมืองไทยมีเทวดาดีๆ รักษาเอาไว้แยะ อาตมานั่งดูข่าวอยู่ แล้วก็คิดว่า แล้วตอนนี้ ทำไมเทวดาเข้าเกียร์ว่าง กันหมดเลย"

คำถามก็คือวิธีคิดที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลแบบนี้ ครอบงำทั้งประเทศได้ไง !

สังคมไทยเป็นสังคมที่ชอบ "สะเดาะเคราะห์" แทนการ "คิดวิเคราะห์" ต่างประเทศเวลามีปัญหาเขาเรียกว่า "วิกฤต" แต่ในไทยเราเรียกว่า "มีเคราะห์" เราจะออกจากทางตันตรงนี้ไม่ได้ ถ้าเราไม่เปลี่ยนวิธีคิดของคนไทยทั้งประเทศ

วิธีคิดที่เราติดอยู่ในตอนนี้ก็คือถือมั่นใน "ทิฐิ มานะ" อุดมคติที่ผิด เมื่อเผยแพร่ออกไป ฆ่าคนได้นับแสนนับล้านคน อันตรายยิ่งกว่าระเบิดนิวเคลียร์นะ เพราะรัศมีการทำลายล้างไม่ถูกจำกัด ไปได้ทั่วโลก

กรณีของศรีลังกา ก็เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่สู้รบมายาวนานถึงสามสิบปี

คำถามของอาตมาคือคุ้มไหมที่จะพิทักษ์อุดมการณ์เพียงอย่างเดียว แต่คนในประเทศนั้นตายหมด คุณภาพชีวิต สังคมประเทศก็ดี ที่มันเกิดขึ้น และเป็นไปในเวลานี้ อาตมาคิดว่า ผิดสำแดงอย่างยิ่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องกลับมาทบทวนคุณภาพชีวิตสังคม และประเทศ เพื่อบริหารชีวิต สังคม และประเทศให้เป็นชีวิตที่พึงประสงค์

สังคมที่พึงประสงค์ และประเทศที่พึงประสงค์ จะต้องหยิบยกเอากลยุทธ์ สีขาวมาใช้ นั่นคือธรรมะนำทาง ถ้าเราเอาวัตถุนิยมล้วนๆ นำทาง เราจะเจอทางตัน เหมือนที่โลก ถูกตบหน้าด้วยวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ในเวลานี้แล้วสะเทือนทั่วทั้งโลก

ในเวลานี้ปัญญาชนทั่วโลกกำลังกลับหลังหันแล้วแสวงหาหลักคิดใหม่ บางทีอาจจะต้องส่งออกจากประเทศไทย เพราะประเทศไทยได้สั่งสมเอาภูมิธรรมที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่งเอาไว้ในประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ที่สุด นั่นก็คือเราเป็นบ้านเมืองที่มีสันติภาพ สยามเมืองยิ้ม ความอยู่เย็นเป็นสุขที่เราเคยมี ถ้าเรานำกลับมาได้ โลกก็จะเปลี่ยนตามเรา

ทั้งหมดนี้พูดเพราะอยากให้มีความหวัง เพราะมนุษย์มักเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากความล้มเหลว และมนุษย์ มักจะล้มเหลวได้มากที่สุดจากความสำเร็จ

 

Create Date : 09 กันยายน 2552
Last Update : 9 กันยายน 2552 13:10:58 น.
21 comments
Counter : Pageviews.

 

เยี่ยมค่ะ

 

โดย: ถั่วงอกน้อยค่ะ 9 กันยายน 2552 15:40:16 น.  

 

สาธุครับ

 

โดย: EvaAngel IP: 125.25.140.2 9 กันยายน 2552 16:48:28 น.  

 

จะมาเป็นแฟนคลับด้วยคนค่ะ ^_^

 

โดย: แม่เด็กชายเอื้อ (viji ) 9 กันยายน 2552 18:34:20 น.  

 

อยากให้บทความนี้เผยแพร่ไปในวงกว้างครับ

ถือเป็นวัคซีนทางความคิด เพื่อต่อสู้กับอวิชาที่กำลังไหล

บ่าท่วมท้นอยู่ขณะนี้ครับ

 

โดย: Insignia_Museum 9 กันยายน 2552 20:54:36 น.  

 

ให้ยอมรับความเป็นจริงของชีวิตว่า เรามีความพลัดพรากเป็นธรรมดา ต้องกล้าเผชิญกับความจริงที่เกิดขึ้น อย่าไปโศกเศร้าจนเกินไป ถ้าจะคิดถึง ต้องคิดถึงให้ถูกหลักวิชชา คือ คิดถึงคราใด ต้องทำบุญและอุทิศส่วนกุศลไปให้บ่อยๆ จะได้บุญทั้งตัวเราและคนที่เราคิดถึง หากคนที่เรารักกำลังมีความทุกข์ ถ้าเราได้อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้บ่อยๆ ย่อมจะคลายจากทุกข์มากมาเป็นทุกข์น้อย จากทุกข์น้อยก็จะพ้นทุกข์ หรือมีสุขน้อยก็จะสุขมาก ที่สุขอยู่แล้ว ก็จะสุขยิ่งๆขึ้นไป ทำเช่นนี้ เขาจะคิดถึงเรามากเป็นพิเศษ แต่จะให้ดีที่สุด คือ หมั่นทำใจให้หยุดให้นิ่ง ให้เข้าถึงพระธรรมกายให้ได้ และเมื่อเราได้ศึกษาวิชชาธรรมกายแล้ว เราจะสามารถไปรู้ไปเห็นที่เกิดใหม่ของคนที่เราคิดถึงได้อีกด้วย

 

โดย: bv IP: 110.49.138.144 9 กันยายน 2552 23:15:00 น.  

 

อื้มมมมมม

อ่านเรื่องการสำรวจเด็กวัยรุ่นแล้ว อึ้งเล็กน้อย

สังคมมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 10 กันยายน 2552 13:36:19 น.  

 

ขอบคุณครับ

 

โดย: วาซุตะคุง v( ^o^ )v 10 กันยายน 2552 15:00:51 น.  

 

ไม่ได้มาซะนาน ศักสบายดีนะค่ะ

 

โดย: sawkitty 10 กันยายน 2552 16:42:03 น.  

 

กลยุทธสีขาว เป็นแนวคิดที่ดีเชียวค่ะ

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

 

โดย: nLatte 10 กันยายน 2552 19:44:50 น.  

 

สวัสดีครับท่าน ขอบคุณครับที่แวะไปเยี่ยม
ว่างๆแวะไปแสดงความคิดเห็นบ้างนะครับ
ผมได้ตอบคคห.ในบล๊อกแล้วนะครับ

ธรรมภูต

 

โดย: ในความฝันของใครสักคน 10 กันยายน 2552 20:03:39 น.  

 

ได้เข้ามาอ่านแล้วดีมากๆเลยค่ะ และเห็นด้วยหลายอย่าง ที่ขำก็คือเรื่องที่ตาราสาวประสบอุบัติเหตุน่ะค่ะ อันนี้ขำจริงๆค่ะ ถ้าเป็นรถญี่ปุ่นถูกๆอาจไม่รอดก็ได้นะคะ หรือไม่ก็อาจโคม่าได้ แต่ก็ดีใจด้วยที่เธอรอดมาได้

ขอบคุณที่ไปทักทายกันนะคะ

 

โดย: amskye 10 กันยายน 2552 22:55:36 น.  

 

ยินดีที่ได้รูจักนะคร้า

 

โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ 11 กันยายน 2552 0:29:52 น.  

 

ขอบคุณค่ะ

 

โดย: นาฬิกาสีชมพู 11 กันยายน 2552 1:13:44 น.  

 

ดีค่า >_<

 

โดย: zeedhama 11 กันยายน 2552 5:48:30 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะศัก

 

โดย: sawkitty 11 กันยายน 2552 6:07:22 น.  

 

เป็นข้อคิดที่ดีจังค่ะ

 

โดย: Too Optimistic 13 กันยายน 2552 16:54:10 น.  

 

ชอบท่านเหมือนกันครับ
ลูกสาวผมวัย ๙ ขวบยังอยากไปนมัสการท่าน ว. เลยครับ

ภูเก็ตฝนตกไหมครับ?

 

โดย: คนขับช้า 29 กันยายน 2552 15:02:41 น.  

 

ชอบอ่านของ ว.วชิรเมธี เหมือนกันครับ

 

โดย: ravio 7 ตุลาคม 2552 22:55:24 น.  

 

จขบ.สบายดีป่าวเอ่ย มาชวนไปเที่ยวเกาะคร้าบบบ
ไม่ได้อัพบล็อกนานมากแล้วค่ะ ปัดฝุ่นหน่อย

 

โดย: หนูซุยกะ 7 พฤศจิกายน 2552 13:57:39 น.  

 

มาตาม(อีกแล้วจ้ะ)ไปดูภาคจบกันที่บล็อกนะคะ
ขอให้มีความสุขมากๆเช่นกันค่ะ

 

โดย: หนูซุยกะ 10 พฤศจิกายน 2552 16:47:28 น.  

 

สุขภาพใจอยู่ข้างในลึกๆ เราจึงต้องใช้ความลึกซึ้งในการดูแลหัวใจค่ะ แวะมาทักทายขอให้มีความสุขมากๆนะคะ

 

โดย: กระต่ายน้อย (หนามแก้ว ) 14 พฤศจิกายน 2552 22:45:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

psak28

Location :
ภูเก็ต Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]


คนเราเกิดมาจากเหตุปัจจัยจากกรรมที่เราสร้างขึ้น และด้วยอนุสัยที่สั่งสมมาตั้งแต่อดีตกาล ย่อมมีความสุข และความทุกข์เป็นธรรมดา เราก็แค่เป็นเพียงผู้ดูสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น เปรียบเสมือนการดูละคร ดูแล้วก็ผ่านไป ไม่ต้องไปยึดติดกับมัน เคยสงสัยเหมือนกันว่าคนเราเกิดมาทำไมกัน แล้วทำไมคนเราจึงไม่เหมือนกันเลย ทั้งรูปร่าง หน้าตา กิริยา และการดำเนินชีวิต ที่กล่าวมาล้วนมีกรรมสรรสร้างให้เป็นอย่างนั้น หน้าที่ของเราก็คือ ละเว้นความชั่ว ทำความดีให้ถึงพร้อม และทำจิตใจให้ขาวรอบ




: Users Online

 
Friends' blogs
[Add psak28's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.