MY LIFE AS JEDIYUTH

 
 

JEDIYUTH's Review: Paranormal Activity - หนังสยองขวัญเล็กๆ ที่ทำได้

ถ้าหนัง Paranormal Activity ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นหนังชวนผวา ขวัญเสีย ตกใจ น่ากลัว และรู้สึกหลอน ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ทำได้อย่างประสบความสำเร็จสมบูรณ์แบบตามจุดประสงค์ของมันครับ อย่างน้อยก็สำหรับตัวผมครับ เพราะมันทำผมกลัวจนนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้เกือบตลอดทั้งเรื่องเกือบเหมือนผู้ชมที่ตัวอย่างหนังถ่ายมาให้เราดู โดยเฉพาะในครึ่งหลังของหนัง และฉากจบทำให้ผมเสียขวัญอยู่พอสมควรจนต้องนั่งตั้งสติสักพักหลังไฟเปิดก่อนลุกออกจากโรง

Paranormal Activity กำกับและเขียนบทโดย โอเรน เพลี ผู้กำกับที่เกิดในอิสลาเอล ใช้ทุนสร้างหนังเพียง 15,000 เหรียญ หรือราว 555,000 บาท (เมื่อคูณ 37 เข้าไป) เป็นทุนสร้างหนังที่ไม่ถึงหนึ่งล้านบาไทย แต่ทำรายได้ในสหรัฐไปแล้วร่วม 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3,700 ล้านบาท ซึ่งกำไรหลายพันเท่าตัวขนาดนี้ไม่ได้มาจากแค่หนังใช้ทุนสร้างต่ำเท่านั้น แต่มาจากการที่หนังทำให้คนดูผวาอย่างมากตลอดการรับชมด้วย

แนวคิดของหนังคล้ายกับ The Blair Witch Project และ Cloverfield ครับ นั่นก็คือเป็นฟุตเตจของหนังที่ถูกพบหลังจากเรื่องทั้งหมดผ่านไป ต่างตรงที่เป็นภาพจากกล้องที่ไม่สั่นให้เวียนหัว หนัง Paranormal Activity เป็นฟุตเตสที่ตำรวจซานดิอาโกพบเข้าจากกล้องในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นของคู่สามีภรรยา แสดงโดยมิคาห์ สโลท และ เคธี่ ฟีเธอร์สัน (ทั้งคู่ใช้ชื่อจริงของตัวเองเป็นชื่อตัวละคร) ที่ตัดสินใจซื้อกล้องมาเพื่อถ่ายเหตุการณ์ประหลาดหรือชวนหลอนที่เกิดขึ้นในบ้าน หลังจากเก็บภาพประหลาดเล็กๆ ได้ทำให้มิคาห์มุ่งมั่นที่จะเก็บภาพให้ได้มากกว่าเดิม โดยไม่ฟังคำทัดทานของภรรยาและผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณว่ามันจะยิ่งทำให้ความเฮี้ยนรุนแรงขึ้น และมันก็แรงขึ้นจริงๆ เพราะจากแค่ประตูเปิดปิดได้เองในตอนกลางคืน ความเฮี้ยนแรงถึงขั้นเข้าสิง และหลอกหลอนไม่เว้นแม้แต่ตอนกลางวัน สร้างความขนลุกมากขึ้นๆ จนถึงตอนที่กล้องดับ

ความสำเร็จของหนังน่าจะอยู่ที่การที่หนังใช้แนวคิดเรียลลิตี้มาเป็นเทคนิคเล่าเรื่องเพื่อสร้างความรู้สึก “จริง” ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ เพราะยิ่งหนังดูเหมือนโฮมวิดีโอมากเท่าไหร่ ความรู้สึกจริงยิ่งมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งรู้สึกจริงก็ยิ่งทำให้เรากลัว แม้ว่าบางครั้งจะเป็นเรื่องเล็กๆ แค่ลมพัด ประตูเปิดปิดเอง ไฟเปิดได้เอง เสียงฝีเท้าของคนวิ่งบนบ้าน โคมไฟแกว่งไปมา ซึ่งถ้าเป็นหนังผีเรื่องอื่น ฉากแค่นี้คงเป็นอะไรเล็กๆ แต่ Paranormal Activity ทำให้ฉากเหล่านี้ที่ไม่ต้องมีผีออกมาจ๊ะเอ๋ หรือใช้เทคนิคพิเศษหรูหรา ก็ทำให้เรารู้สึกขนลุกสุดๆ

หลังจากดูหนังจบ มันมีหลายเรื่องจากประสบการณ์สมัยเด็กๆ เข้ามาในหัวมากครับ หนังเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงความกลัวตอนเด็กๆ ที่ผมมักคลุมโปงเวลาได้ยินเสียงอะไรกุกกักถ้าต้องนอนคนเดียวในบ้านที่บ้านนอกซึ่งอยู่ห่างจากหลังวัดเพียงแค่ถนนกั้น หรือตอนที่ไปเข้าค่ายที่โรงเรียนที่ก่อนนอนบางคืนได้ยินเสียงครางอันเย็นยะเยือกมาจากป่าช้าของวัดข้างๆ แล้วผมต้องรีบมุดเข้าเต็นท์ มันค่อนข้างต่างจากตอนโตแล้ว ที่ผมมักออกไปดูให้แน่ใจว่าเสียงหรือเหตุการณ์แปลกๆ เหล่านั้นมันเป็นอะไรกันแน่ มันอาจมีคำอธิบายที่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ก็ได้ และหนังเรื่องนี้ก็ทำให้ผมกลับมาคิดว่าบางทีการอยู่เฉยๆ ก็เป็นการดีเหมือนกัน

คะแนน 10/10

Paranormal Activity

กำกับและเขียนบทโดย โอเรน เพลี

นำแสดงโดย มิคาห์ สโลท และ เคธี่ ฟีเธอร์สัน

ความยาว 96 นาที

เว็บไซต์ทางการ: http://www.paranormalactivity-movie.com/

เว็บไซต์เกี่ยวข้อง: IMDB / Rotten Tomatoes

 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2552 5:47:26 น.  


The Box: ความคิดแรกหลังจากดูหนังจบ

The Box เป็นหนังที่ให้อารมณ์ The Game ผสม Twilight Zone ครับ ผมชอบการดำเนินเรื่องจากต้นไปถึงท้ายๆ มีบรรยากาศชวนพิศวงที่น่าติดตาม เล่าเรื่องสไตล์ฮิทช์ค็อกหน่อยๆ ไม่โฉ่งฉ่าง แต่เน้นการสร้างบรรยกาศที่ชวนน่ากลัว ทำให้อยากดู อยากรู้ไปตลอดว่าจะจบยังไง จะเกิดอะไรขึ้นอีก ช่วงกลางเรื่องทำได้น่าขนลุกมากๆ

มีบางตอนนึกถึง Stranger on a Train ของฮิทช์ค็อก บางตอนทำให้นึกถึง Twin Peaks ของเดวิด ลินช์

แต่ส่วนที่ไม่ชอบคือองค์สุดท้ายของหนัง รวมไปถึงตอนจบที่ดูธรรมดาเกินไป ยังดูไม่ค่อยมีพลัง และน่าจะทำให้ตราตรึงกว่านี้ แถมการตัดต่อในช่วงองค์สุดท้ายก็ตัดต่อแบบโดดจากฉากหนึ่งไปอีกฉากจนไม่ปะติดปะต่อเท่าไหร่ครับ

ไม่คิดว่า The Box จะเป็นหนังสำหรับทุกคนครับ เหมาะกับคนที่ชอบหนังมีบรรยากาศพิศวงที่ใช้ในหนังยุค 60-70 และชอบความรู้สึกชวนขนรุกแบบไม่โฉ่งฉ่าง

สรุปคะแนนโดยรวม ให้ The Box 8/10 ครับ

ถ้าว่างจะมาเขียนรีวิวให้อ่านครับ

 

Create Date : 04 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2552 12:48:52 น.  


JEDIYUTH’s Review: 9 (Animation) น่าเสียดายที่การเล่าเรื่องไม่ได้สุดโต่งเหมือนงานด้านภาพ

9 เป็นหนังอนิเมชั่นที่ดูแหวกแนวและพิเศษเมื่อมองจากการออกแบบงานสร้าง การออกแบบตัวละคร แนวคิด รวมถึงคำโปรยที่บอกว่ามนุษย์ตุ๊กตาปุปะพวกนี้เป็นความหวังของมนุษยชาติ แต่หลังจากชมแล้ว ผมพบว่าการเล่าเรื่องไม่ได้สุดโต่งเหมือนงานด้านภาพซึ่งน่าเสียดาย ไม่เช่นนั้นจะเป็นหนังที่ทรงพลังอย่างมากเรื่องหนึ่ง

หนังเปิดเรื่องมาพร้อมกับการตื่นขึ้นมามีชีวิตของ 9 ตัวละครตุ๊กตากระสอบตัวที่ 9 ซึ่งให้เสียงโดยเอไลจาห์ วู้ด และคนดูได้รู้จักโลกที่ดูแปลก ไม่เป็นมิตร และเต็มไปด้วยซากปรักหักพังนี้ไปพร้อมๆ กัน

นี่เป็นโลกที่ล่มสลาย จากสงครามระหว่างมนุษย์และจักรกล เครื่องจักรสังหารที่มนุษย์สร้างไว้ทำสงครามได้หันเข้ามาเล่นงานมนุษย์เสียเอง และใช้แก๊สพิษฆ่าสิ่งมีชีวิตหายไปจนหมดโลก คล้ายกับโลกจากหนัง Terminator Salvation หรือ I Am Legend หรือ Wall-E เพียงแต่ผู้กำกับเชค เอ็คเกอร์ได้ออกแบบมาให้ดูแหวกแนวและมีลักษณธเฉพาะตัว โดยการผสมผสานงานศิลปะแบบยุควิคทอเรียเข้าไป รวมถึงการสร้างแสงเงาให้ดูน่ากลัวอยู่ตลอดเวลา

สิ่งมีชีวิตบนโลกเหลือแต่ตุ๊กตากระสอบที่มีชีวิตเหล่านี้ซึ่งมีกัน 9 ตัว หรือที่ผู้กำกับแอ็คเกอร์เรียกพวกมันว่า “stitchpunks” และแต่ละตัวก็มีตัวเลขไว้เรียกแทนชื่อตัวเอง กับสิ่งมีชีวิตจักรกลที่คอยไล่ตามจับพวกมัน

ผมพบว่าองค์ประกอบที่น่าหลงใหลที่สุดในหนังเรื่องนี้อยู่ที่การออกแบบตัวละครเหล่านี้ครับ ที่นอกจากมีความพิเศษและแหวกแนวแล้ว ยังใช้บอกลักษณะของตัวละคร และเป็นตัวแทนของคนแต่ละกลุ่มได้ดี เป็นต้นว่า 3 กับ 4 ตุ๊กตาคู่แฝดที่ขี้อาย ไม่พูดจา แต่รอบรู้ และช่างอยากรู้อยากเห็น อันเป็นตัวแทนของนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์ หรือ 6 ศิลปินผู้มีโลกส่วนตัวสูง และใช้การวาดภาพเป็นตัวคอยชี้นำหรือบอกใบ้ ตัวละครเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างมีเสน่ห์ โดดเด่น และน่ารักไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ ตัวละครจักรกลหลายตัวก็ถูกสร้างมีเสน่ห์เช่นกัน ผมชอบเจ้าหุ่นยนต์ที่คล้ายงูมากเป็นพิเศษที่ถูกออกแบบมาได้เหมือนปีศาจเจ้าเล่ห์แสนกลและน่ากลัวอย่างมาก

9 ตื่นขึ้นมาพร้อมกลไกบางอย่างที่มีตัวอักษรประหลาด เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่รู้สึกว่าควรจะต้องรักษามันไว้ จากนั้นก็ได้พบกับ 2 (ให้เสียงโดยมาร์ติน แลนเดา) ผู้เป็นยอดนักประดิษฐ์ และช่วยให้ 9 สามารถพูดได้ และยังยอมเสียสละตัวเองให้เครื่องจักรจับตัวไปเพื่อช่วย 9 ไว้ 9 ถูกพาไปยังโบสถ์ซึ่งมี 1 (คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์) ตัวละครที่คล้ายนักบวช และเป็นผู้นำของสิ่งมีชีวิตตุ๊กตาเหล่านี้ 9 พยายามโน้มน้าวให้ทุกคนไปช่วย 2 แต่ 1 เห็นว่าสายไปแล้ว และการหลบซ่อนคือหนทางที่ดีที่สุด พร้อมทั้งออกคำสั่งห้าม แต่ 9 ฝ่าฝืนคำสั่งและออกเดินทางไปพร้อมกับ 5 (จอห์น ซี. ไรลี่) และโดยความช่วยเหลือของ 7 (เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่) จึงเกิดการแตกคอกันในหมู่มนุษย์ตุ๊กตาเหล่านี้ หลังจากนั้น เรื่องราวก็เข้าสูตรการเดินทางผจญภัย มีการไล่ล่า หลบซ่อน หลีกหนี เสียสละ และสูญเสีย และท่ามกลางเรื่องราวผจญภัย 6 ได้บอก 9 ให้กลับไปยังบ้านหลังที่เขาถือกำเนิดขึ้น เพื่อจะได้เข้าใจว่าพวกเขาเกิดขึ้นมาจากอะไร และเกิดขึ้นมาเพื่ออะไร

เมื่อหนังเฉลยว่า 9 ตุ๊กตาเหล่านี้คือความหวังของมนุษยชาติยังไง และพวกมันมีที่มายังไง ผมรู้สึกว่าช่วงเวลานั้นควรเป็นอะไรที่ทรงพลัง แต่กลับรู้สึกว่ามันแห้งแล้งมาก ไม่เกิดความรู้สึกร่วมแต่อย่างใด ทั้งนี้เพราะมันเป็นเรื่องราวแนวคิดที่ใหญ่ แต่หนังใช้เวลาเล่าเรื่องน้อยมาก เพียง 81 นาที ซึ่งไม่พอที่จะจูงใจ และขยี้ประเด็นได้มากพอ และเมื่อเล่าเรื่องคราใดก็จากการบอกเล่าของตัวละคร มีบางครั้งที่เหมือนจับบทใส่ปากตัวละครให้พูดอย่างไม่มีชั้นเชิง และดูง่ายเกินไป

นอกจากนี้ หนังยังขาดความทรงพลังในด้านดราม่าอีกเช่นกัน เพราะหนังทำเพียงให้เรารู้จักตัวละครเหล่านี้ รู้ว่ามีความสัมพันธ์ต่อกันยังไง แต่ไม่อาจทำให้เราร่วมซาบซึ้งหรือเข้าถึงได้ เมื่อตัวละครเผชิญชะตากรรมบางอย่าง มันไม่อาจมีพลังพอให้เรารู้สึกสงสารหรือสะใจไปด้วยได้เลย

ส่วนที่ยังพอมีพลังอยู่บ้างก็ความตื่นเต้นในฉากผจญภัย และฉากไล่ล่า หนังทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็เป็นระดับเดียวกับที่เราเคยเห็นในหนังการ์ตูนสำหรับเด็กทั่วไป ทั้งที่น่าจะทำได้น่ากลัวและน่าเอาใจช่วยกว่านี้เมื่อดูจากเนื้อหาและบรรยากาศที่เหมือนหนังสำหรับผู้ชมวัยโตกว่านั้น และหากจะทำให้เป็นหนังผจญภัยสำหรับเด็ก ความสนุกก็ยังไม่เท่ากับการผจญภัยไปช่วยเพื่อนของเหล่าของเล่นใน Toy Story หรือการเดินทางไปช่วยลูกของพ่อปลาใน Finding Nemo

จึงเป็นความน่าเสียดายที่องค์ประกอบทางศิลป์ที่พิเศษและแหวกแนว และแนวคิดของหนังที่พิเศษและแหวกแนว ตัวละครที่พิเศษ กลับไปอาจส่งพลังได้มากพอเมื่อการเล่าเรื่องนั้นง่ายเกินไปและสั้นเกินไป

คะแนน 7/10




9 (Animation)

ผู้กำกับ-โครงเรื่อง : เชน แอ็คเกอร์

ผู้ให้เสียงตัวละคร: เอไลจาห์ วู้ด, คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์, เจนนิเฟอร์ คอลเนลลี, มาร์ติน แลนเดา, จอห์น ซี. ไรลี่, คริสปิน โกลเวอร์

ผู้เขียนบท: พาเมลลา เพตต์เลอร์

เรต PG-13

ความยาว 81 นาที

เว็บไซต์ทางการของหนัง: 9themovie.com

เว็บไซต์เกี่ยวข้อง: IMDB

 

Create Date : 08 กันยายน 2552
Last Update : 8 กันยายน 2552 20:36:19 น.  


AVATAR: ความเห็นหลังจากชมพรีวิว 15 นาที ของ "อวตาร"

เพิ่งกลับมาจากชุมฟุตเตสหนัง Avatar ครับ มาใส่ความเห็นก่อน เดี๋ยวจะมาวิจารณ์เต็มๆ ให้อ่านทีหลัง

เพื่อนผมที่ไปด้วยบอกว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้คนกลับเข้าไปดูหนังในโรงหนังอีกครั้ง และผมก็เห็นด้วยเช่นกัน
เพราะมันเป็นประสบการณ์ที่วิเศษ ใหม่และไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน มันต้องดูด้วยแว่น 3 มิติ ในโรงหนังเท่านั้น เพราะภาพแบบ 2 มิติเทียบไม่ติดเลย
คุณไม่อาจชมแล้วรู้สึกดีได้เท่านี้หากชมด้วยสื่ออื่นๆ

อยากใช้คำว่า "breathtaking" ครับ หรือแทบลืมหายใจไปเลย ในการชมพรีวิวครั้งนี้ครับ

โลกบนแพนโดร่าช่างวิจิตร มหัศจรรย์ และอัศจรรรย์อย่างที่สุด แม้ว่าเรารู้ว่ามันเป็น CG แต่มันเหมือนมีชีวิตจริงมากๆ

ตัวละครชาวเนวีที่ตอนดูในตัวอย่างหนังเมื่อคืน ต่างจากฉบับสามมิติมาก มันมีการแสดงสีหน้าอารมณ์และการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลเหมือนมีชีวิตมากๆ
มีรายละเอียดที่แทบจะเหมือนสิ่งมีชีวิตจริงๆ ยิ่งตอนโคลสอัพแล้ว รายละเอียดการแสดงอารมณ์นั้นสุดยอดมาก

ฉากตัวละครมนุษย์ทำให้นึกถึงดูละครเวทีครับ มันมีความลึกแบบลักษณะนั้น เพียงแต่ตัวละครนั้นก็ใหญ่เต็มจอ

ฉากที่วิจิตรสุดๆ ก็คงเป็นดินแดนแพนดอร่าตอนกลางคืนครับ ที่พืชพันธุ์ต่างๆ เรืองแสงได้ นึกถึงภาพในคอนเสิร์ตของพี่เบิร์ดที่ใช้เทคนิคแบล็คไลท์เลย เพียงแต่สวยและมีชีวิตชีวา มีมิติกว่าหลายเท่า

เป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยเห็นจากหนังเรื่องไหนมาก่อนจริงๆ

 

Create Date : 21 สิงหาคม 2552
Last Update : 21 สิงหาคม 2552 21:10:31 น.  


อยากให้สตีเฟ่น ดาลดรี่ นำ Billy Elliot กลับมารีเมกใหม่

แต่ในฉบับหนังเพลงครับ

หลังจากผู้กำกับสตีเฟ่น ดาลดรี่ กำกับหนัง Billy Elliot ออกฉายเมื่อปี 2000 ก็ได้ดัดแปลงใหม่อีกครั้งเป็นละครเพลงไปเปิดเล่นที่ West End จนประสบความสำเร็จ แล้วเพิ่งไปเล่นที่บรอดเวย์เมื่อปีที่แล้ว ล่าสุด จากการประกาศผู้เข้าชิงรางวัลโทนี่ อวอร์ด เมื่อเร็วๆ นี้ Billy Elliot the Musical ได้เข้าชิงถึง 15 รางวัล เป็นการเข้าชิงมากกว่าทุกเรื่องและเป็นการเข้าชิงในทุกสาขารางวัล ซึ่งที่ผ่านมามีเพียง The Producer ที่เคยเข้าชิงครบทุกสาขารางวัลแบบนี้ครับ

ด้านล่างนี้เป็น press clip จากโปรดักชั่นบรอดเวย์ครับ แต่ละโปรดักชั่นของละครเพลงเรื่องนี้ ใช้เด็กสามคนมารับบทเป็นบิลลี่ เอลเลียต สลับรอบกันเล่น คลิปนี้มี Kiril Kulish รับบทนำครับ



เพลงเอกของละครเรื่องนี้น่าจะเป็น ELETRICITY ที่เป็นฉากตอนบิลลี่ไปสอบเข้า The Royal Ballet School แล้วตอบคำถามครูว่าเวลาเข้าเต้นแล้วรู้สึกเหมือนตัวเขาเป็นกระแสไฟฟ้า ใครที่เคยดูหนังคงจำฉากนี้ได้

ด้านล่างนี้เป็นฉากเต็มๆ ที่ของ ELETRICITY จากโปรดักชั่นของเวสต์เอ็นด์ ที่ไปแสดงในรายการทีวีของบีบีซีครับ ผู้แสดงคือ LIAM MOWER หนึ่งในผู้รับบทเป็นบิลลี่



ดนตรีทั้งหมดของละครเพลงเรื่องนี้แต่งโดย เอลตัน จอห์น ส่วนเนื้อเพลง แต่งโดย ลี ฮอลล์ ซึ่งเป็นคนเขียนบทภาพยนตร์ด้วย เพลง Electricity ก็เคยถ่ายทำเป็น MV ให้ท่านเซอร์ร้องด้วยครับ



ในการฉลองครบรอบ 60 ปี ของรางวัล BAFTA ได้นำนักแสดงทั้งหมดที่เคยรับบทเป็นบิลลี่ในฉบับละครเพลงอังกฤษ มาร่วมกันแสดงฉากเอกนี้ ในฐานะที่ฉบับหนังก็เคยได้รางวัลจากเวทีนี้





 

Create Date : 07 มิถุนายน 2552
Last Update : 7 มิถุนายน 2552 13:54:12 น.  


1  2  3  
JEDIYUTH
 

Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

เป็นนักทำซับไตเติ้ลครับ แปลซับหนังครั้งแรกในปี 2538 ครับ ตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ เริ่มจากแปลหนังขาวดำให้แก่ช่อง TNT ก่อน หลังจากนั้นก็มีโอกาสได้ทำให้ HBO และ Cinemax Asia จนถึงวันนี้ก็เลย 10 ปีแล้ว ต่อมาก็เริ่มมีโอกาสได้ทำซับไตเติ้ลให้ช่องอื่นบ้างรวมถึงหนังในโรงภาพยนตร์บ้างในระยะหลังนี้

ผลงานซับไตเติ้ล
เคเบิ้ลทีวี: ในหลายๆ ตอนของ Sex and the City และ Six Feet Under, Battlestar Galactica, The Smith, The Company, Heroes ซีซั่น 1, Dune, Star Trek: The Motion Pictures, Star Trek II: Wroth of Khan, Star Trek: The Final Frontier, Star Trek: Generation, Star Trek: First Contact, Star Trek: Insurrection, Star Trek: Nemesis, Apollo 13, Red Planet, Grease, Rent, Forrest Gump, Twister, Men in Black, Nightmare Before Christmas, Prince of Egypt, Jurassic Park, The Lost World, Back to the Future III, The Matrix, The Postman, Godfather Part II etc.

ผลงานซับไตเติ้ลในโรงภาพยนตร์: The Chorus, Swiming Pool, The Company, A Home at the End of World, Step Up 2

งานไม่ประจำ: ขีดๆ เขียนๆ ตามหนังสือที่รับเชิญไป

งานอดิเรก: ทำเว็บไซต์ข่าวสารภาพยนตร์ซึ่งเน้นของฮอลลีวู้ดเป็นหลัก ชื่อ JEDIYUTH.Com
[Add JEDIYUTH's blog to your weblog]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com