#### รีวิวตุรกีวันที่ 3 - เมืองทรอย ร้านเครื่องสำอาง Pergamon Acropolis ####



สวัสดีคร้าบบบบบบบ







หลังจากรีวิวทริปเที่ยวตุรกีกับทัวร์ไปแล้วดังนี้










วันนี้ก็จะพาไปเที่ยวต่อวันที่สามกันบ้างนะคะ (ซึ่งที่จริงเอนทรี่นี้ต้องอัพก่อนรร. Le Bleu หละ 555 แต่เอนทรี่ที่แล้วอิชั้นเบลอ)


จากรร.ที่เที่ยวแรกที่เราจะไปกันก็คือ เมืองทรอยโบราณนั่นเองหละค่าาา ซึ่งอยู่ห่างจากรร.ที่พักเมื่อคืน (โรงแรม Kolin) ราวๆ 20 กว่านาทีค่ะ 







สำหรับตั๋วก็มีให้ซื้อที่ด้านหน้าเลยค่ะ แต่มันไม่มีภาษาอังกฤษบอกเลยไม่รู้ว่าไอ้ 50 20 ลีราห์นี่คืออะไร แต่ 210 (ทำไมบางช่องเขียน 185?) คือ ใช้เข้ามิวเซียมทุกมิวเซียมได้ (แต่ไม่รู้ว่าใช้นานแค่ไหน 1 เดือน?) แล้วก็อันสุดท้ายคือ 25 ลีราห์ค่ะ ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็นค่าตั๋วเข้านี่แหละนะคะ คูณ 8 เข้าไปค่ะ

กรณีช่วงฤดูร้อน (เมษา-ตุลา) จะเปิดขายตั๋ว 8.30-19.00 น. และชมได้ตั้งแต่ 8.30-19.30 น.

แต่ถ้าฤดูหนาว (พ.ย.-มี.ค.) จะเปิดขายตั๋วและเข้าชมได้ 8.00-17.00 น.นะคะ

แล้วก่อนเข้าก็จะมีตัวที่ตรวจตั๋วด้วย แต่ไกด์เราเขาไปยื่นรวมให้ค่ะ ที่นี่ยอมให้ยื่นรวม ไม่ต้องถือแยกรายคน (เลยอดถ่ายรูปตั๋วเลย แหะๆ)







ผ่านจากจุดตรวจสแกนบัตรมา เดินไปหน่อยหนึ่งก็จะเจอกับม้าไม้เมืองทรอยจำลองแล้วค่ะ ซึ่งจะไม่ใช่ตัวที่เห็นในหนังเรื่อง Troy ที่ฮอลลีวู้ดสร้างนะคะ ตัวนั้นจะอยู่ที่ตัวเมืองชานัคคาเล่เลยค่ะ

โดยตัวม้าไม้เมืองทรอยจำลองนี้ก็จะอยู่ตรงกันข้ามกับร้านขายของที่ระลึก ซึ่งก็จะมีร้านขายเครื่องดื่มกับไอศกรีมเล็กๆ อยู่ด้านหน้าด้วยนะคะ







ถ้าใครอยากเห็นม้าไม้ตัวนั้น ต้องเลือกทัวร์ที่มีเวลาพาไปเที่ยวตัวเมืองชานัคคาเล่นะคะ ซึ่งที่จริงก็ห่างจากรร.ที่เราพักเมื่อคืนสิบนาทีเองหละ แต่ทริปนี้ไม่มีเวลาค่ะ อด แหะๆ







ก่อนจะไปเล่าเรื่องราวของเมืองทรอย มาคุยกันถึงเรื่องม้าไม้เมืองทรอย หรือม้าโทรจันกันก่อนดีกว่านะคะ

ซึ่งตอนก่อนถึงที่ทรอย ทางไกด์ก็ได้เล่าสาเหตุของการเกิดสงครามเมืองทรอย ซึ่งเกี่ยวข้องกับแอปเปิ้ลทองคำและความบ้าบอของเทพเจ้ากรีกดังนี้ค่ะ 555 (อันนี้ที่ปรากฏในมหากาพย์อีเลียดนะคะ)


จุดเริ่มต้นแห่งสงครามที่ยิ่งใหญ่นี้เกิดขึ้นเพราะแอปเปิลเพียงผลเดียว โดยจุดเริ่มต้นของสงครามนั้นเริ่มขึ้นเมื่อ เพเลอุส (กษัตริย์แห่งเมอมิดอนส์) และ เธติส (เทพีแห่งทะเล) ได้จัดงานอภิเษกสมรสขึ้น แต่ทั้งคู่กลับไม่ได้เชิญ อีริส (เทพีแห่งความขัดแย้ง) พระธิดาของเทพสูงสุด ซุส มาร่วมงานด้วย เพราะก็นะ...งานแต่งงาน ใครจะอยากเชิญเทพีแห่งความขัดแย้งมาร่วมงานหละฟระ ซึ่งนั่นทำให้เทพีอีริสโกรธมาก และตัดสินใจไปร่วมงาน

เมื่อไปถึงงาน เทพีอีริสจึงเริ่มแผนสร้างความแตกแยกขึ้น ด้วยการโยนแอปเปิลทองคำลงบนโต๊ะ พร้อมกับกล่าวว่า ลูกแอปเปิลทองคำนี้จะเป็นของผู้ที่งดงามที่สุดเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ เทพีเฮรา (มเหสีของเทพซุส) เอเธนา (เทพีแห่งปัญญา) และอโฟรไดต์ (เทพีแห่งความรัก) ซึ่งต่างคิดว่าตัวเองเป็นผู้ที่เลอโฉมที่สุดจึงแย่งกันเป็นเจ้าของแอปเปิลทองคำลูกนั้น พร้อมกับให้เทพซุสมาเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งเทพซุสรู้ดีว่าการตัดสินของเขานั้นอาจจะสร้างความเดือดร้อนให้กับตัวเองได้ จึงให้ เจ้าชายปารีส แห่งเมืองทรอย เป็นผู้ตัดสินแทน

เมื่อรู้ว่าเจ้าชายปารีสจะทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสิน เทพีเฮราจึงไปติดสินบนด้วยการสัญญาว่า จะช่วยให้เจ้าชายปารีสมีชัยเหนือกรีก ส่วนเทพีอาเธนาได้ไปสัญญาว่าจะช่วยให้เจ้าชายปารีสครอบครองแผ่นดินทั่วทั้งเอเชียและยุโรป ขณะที่เทพีอโฟรไดต์สัญญาว่าจะมอบหญิงผู้เลอโฉมที่สุดในแผ่นดินให้


หลังจากได้ฟังข้อเสนอของทั้งสามแล้ว เจ้าชายปารีสเลือกที่จะตัดสินให้เทพีอโฟรไดต์เป็นผู้ที่งดงามที่สุด ต่อมาอโฟรไดต์ก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ ด้วยการพาเจ้าชายปารีสไปพบหญิงผู้งดงามที่สุดซึ่งก็คือ เฮเลน ผู้เป็นธิดาแห่งเทพซุส ปัญหาก็คือ เฮเลนนั้นเป็นมเหสีของ เมเนลอส เจ้าเมืองสปาร์ตา


เมื่อไปถึงสปาร์ตา กษัตริย์เมเนลอสต้อนรับเจ้าชายปารีสเป็นอย่างดี แต่ในระหว่างที่เมเนลอสต้องออกจากเมืองเพื่อไปเยี่ยมกษัตริย์นอสซอส เจ้าชายปารีสจึงลงมือลักพาตัวเฮเลนกลับไปยังเมืองทรอย  (ซึ่งอันที่จริงเฮเลนก็ดั๊นรักปารีสด้วยนั่นแล) ก่อนจะจัดพิธีอภิเษกขึ้นในภายหลัง ครั้นเมื่อกลับมาและพบว่า พระมเหสีถูกลักพาตัวไป กษัตริย์เมเนลอสจึงได้รวบรวมสมัครพรรคพวกทั้งหลาย ร่วมกันส่งกองทัพไปยังเมืองทรอยเพื่อล้างแค้น


กองทัพอันยิ่งใหญ่ของกรีกที่มีเรือกว่า 1,000 ลำนี้ต้องใช้เวลานานกว่าที่จะไปถึงเมืองทรอยเนื่องจากไม่มีผู้ใดรู้ถึงที่ตั้งอันแน่ชัดของเมืองทรอย อย่างไรก็ตาม สงครามระหว่างกรีกและทรอยนั้นต้องใช้เวลาสู้รบกันยาวนานกว่า 10 ปีด้วยกัน เนื่องจากเมืองทรอยนั้นมีกำแพงเมืองที่แข็งแกร่งยากที่ผู้ใดจะทำลายได้ ด้วยเหตุนี้ ในช่วง 9 ปีแรกของสงครามกองทัพกรีกจึงต้องไปโจมตีทำลายเมืองบริวารทั้งหลายของทรอยให้สิ้น เนื่องจากเมืองเหล่านี้คอยส่งอาหารและอาวุธต่างๆให้กับทรอย

แม้จะทำลายเมืองบริวารจนหมดสิ้นแล้วก็ตาม กองทัพกรีกก็ยังไม่สามารถบุกเข้าไปในเมืองทรอยได้ จนทำให้เหล่านักรบกรีกเริ่มถอดใจ แต่ในยามที่สำคัญเช่นนี้ โอดิสซุสแม่ทัพผู้ปราดเปรื่องของกรีกก็คิดอุบายหนึ่งขึ้นมาได้ ซึ่งเขาสั่งให้สร้างม้าไม้ขนาดมโหฬารขึ้นมา และทำให้ด้านในของม้าไม้นี้กลวงเพื่อที่จะได้นำทหารของกรีกเข้าไปหลบอยู่ด้านใน (ซึ่งอันนี้บางตำนานก็บอกว่ามีหนึ่งในเทพผู้พ่ายแพ้การตัดสินเรื่องเทพแห่งความงามนี่แหละค่ะ เป็นคนช่วยออกอุบาย)

เมื่อการสร้างม้าไม้เสร็จสิ้นแล้ว โอดิสซุสและกษัตริย์เมเนลอสพร้อมทหารแห่งกรีกจึงเข้าไปหลบซ่อนอยู่ภายในม้าไม้ที่สร้างขึ้น ก่อนจะสั่งให้เผาค่ายทิ้ง และให้ทหารแสร้งทำเป็นยกกองทัพเรือกลับไป แถมยังทิ้งทหารชื่อ ซินอน เอาไว้ที่เมืองทรอย เพื่อหลอกล่อให้ชาวทรอยหลงเชื่อ

เมื่อชาวทรอยเห็นกองทัพกรีกถอนทัพไปจนหมดสิ้นแล้ว จึงพากันออกมาดูไม้ยักษ์ที่ตั้งตระหง่าน โดยซินอนได้หลอกชาวทรอยว่า เขานั้นถูกกองทัพกรีกทิ้งเอาไว้ให้หลงทางอยู่เพียงคนเดียว ส่วนม้าไม้นี้เป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะ และเป็นการขอบคุณเทพีอาเธนาที่คอยช่วยเหลือ ซึ่งม้าไม้ตัวนี้จะนำพาโชคลาภให้กับเมืองทรอยในกาลต่อไป (แต่อันนี้บางตำนานก็บอกว่า ทางกองทัพกรีกหลอกว่าเกิดโรคระบาด และบอกว่าโรคนี้เป็นการลงโทษของเทพองค์ไหนสักองค์นี่แหละค่ะ เลยทำม้าไม้เพื่อเป็นการมอบแก่เทพและเป็นการขอโทษ)

ชาวทรอยนั้นต่างหลงเชื่อในคำพูดของซินอน และได้ลากม้าไม้ยักษ์นี้เข้าไปภายในเมือง พร้อมกับเฉลิมฉลองในชัยชนะกันอย่างยิ่งใหญ่ จนในคืนพระจันทร์เต็มดวงคืนนั้นเอง เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนชาวทรอยทั่วทั้งเมืองต่างเมาสุราและหมดสติกันแทบทั้งเมือง ซินอนที่รอคอยเวลานี้จึงได้ไปเปิดให้บรรดาทหารของกรีกออกมาจากม้าไม้ ก่อนจะไปเปิดประตูเมือง ให้กองทัพกรีกที่ยกทัพกลับมาเมืองทรอย พากันกรีธาทัพเข้ามา

กองทัพกรีกจุดไฟเผาเมืองและสังหารชาวทรอยโดยเฉพาะผู้ชายไปเป็นจำนวนมาก และเมื่อสงครามจบลง กรีกได้แบ่งบรรดาผู้หญิงชาวทรอยให้กับทหารและพันธมิตรต่างๆ นำไปเป็นทาส และนั่นก็คือวาระสุดท้ายของเมืองทรอยที่เคยยิ่งใหญ่





จากนั้นทางไกด์ก็เริ่มพาเดินค่ะ ระหว่างทางเห็นซุ้มสำหรับการให้เช่าชุดแบบชาวเมืองทรอยถ่ายรูปด้วยนะคะ แต่ไม่มีเวลาค่ะ อด เหอๆ (อย่างตัวม้าไม้เมืองทรอยนี่ เราเคยเห็นรูปที่ขึ้นไปบนตัวม้าได้ด้วยนะคะ แต่ว่าตอนเราไปนี่ห้ามขึ้นไปบนม้าไม้แล้วหละค่ะ)






จากนั้นไกด์ก็พาไปดูที่ข้อมูลที่บอกเล่าเรื่องเมืองนี้และพื้นที่ตามลำดับเวลาต่างๆ ค่ะ ซึ่งที่จริงการค้นเจอเมืองนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อนะคะ เพราะใครๆ ก็คิดว่าเป็นเพียงเมืองในตำนานเท่านั้นค่ะ


ทั้งนี้เพราะตามตำนานกรีกโบราณในมหากาพย์เรื่อง ‘อิเลียต’ (Iliad) ของกวีโฮเมอร์ (Homer) ได้มีการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘กรุงทรอย’ (Troy) เอาไว้ว่า ‘กรุงทรอย มีที่ตั้งอยู่ในบริเวณจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดของช่องแคบเฮลเลสพอนด์ (Hellenpond) ทำให้นครแห่งนี้สามารถควบคุมเส้นทางการติดต่อทั้งทางบกและทางน้ำระหว่างทวีปเอเชียและทวีปยุโรปได้’ อย่างที่บอกว่าบรรดาเหล่านักปราชญ์และผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างก็เชื่อว่ากรุงทรอยเป็นแค่เมืองในตำนาน ไม่ได้มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ แต่เมื่อราว 140 ปีที่แล้ว มีผู้ค้นพบซากของเมืองโบราณแห่งหนึ่ง ซึ่งเชื่อกันว่านี่คือซากของ กรุงทรอยค่ะ


เมื่อปี ค.ศ. 1868 ‘ไฮน์ริช ชลีมันน์’ (Heinrich Schliemann) นักธุรกิจและนักโบราณคดีชาวเยอรมัน ลงทุนและลงแรงออกเดินทางตามหากรุงทรอยในตำนาน ด้วยความเชื่อที่ว่าเมืองแห่งนี้มีอยู่จริง จนกระทั่งเขาได้พบกับซากเมืองโบราณในเขตของเมือง Canakkale เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศตุรกี บริเวณช่องแคบดาร์ดะเนลส์ (Dardanelles) ซึ่งเป็นช่องแคบที่กั้นระหว่างคาบสมุทร Gallipoli ที่แยกทวีปยุโรปกับทวีปเอเชียออกจากกัน และเชื่อกันว่านี่คือซากของกรุงทรอย หากแต่กรุงทรอยที่ชลีมันน์ค้นพบนั้นหาได้มีอาณาเขตใหญ่โตตามที่มหากาพย์อิเลียตกล่าวไว้ไม่ เป็นเพียงแค่ซากปรักหักพังของเมืองที่ถูกเผาทำลาย


ที่ตอนแรกหากันไม่เจอ เพราะทำเลที่ตั้งของซากเมืองนี้นั้น ณ ปัจจุบันคือ ห่างไกลจากทะเลที่ว่ากันไว้ในตำนานมากๆ ค่ะ (สามารถดูได้ว่าปัจจุบันไกลจากทะเลแค่ไหนจากในคลิปด้านล่างของการรีวิวที่นี่นะคะ) 








จากนั้นไกด์ก็พาไปชมสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญของเมืองนี้นั่นก็คือการมีระบบขนส่งน้ำและที่เก็บน้ำค่ะ เห็นแล้วนึกถึงตอนไปชมวังสมเด็จพระนารายณ์เลยค่ะ โดยไกด์ก็บอกว่าจะเห็นว่าก้นของภาชนะดังกล่าว ไม่สามารถตั้งได้ ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นภาชนะที่มีการฝังไว้ใต้ดินค่ะ (ตอนแรกเห็นก็นึกถึงเครื่องกรองน้ำของอยุธยาเรานะคะนี่)







หลังจากรู้ข้อมูลเบื้องต้นแล้วทางไกด์ก็พาไปดูซากเมืองทรอยกันค่ะ

ซึ่งที่ปากทางเข้า ทางไกด์ก็บอกเล่าถึงต้นไม้ต้นนี้ (แต่แน่นอนว่าจำข้อมูลไม่ได้แล้ว กร๊าก) แต่เลาๆ ว่าบอกว่าต้นนี้เป็นตัวผู้ (มั้ง) โดยดูจากใบค่ะ







เอาภาพมาให้ดูว่า ณ ตำแหน่งเมืองปัจจุบันอยู่ห่างจากทะเลแค่ไหน เรียกว่าลิบๆ เลยค่ะ ทั้งที่ในตำนานบอกว่าใกล้ทะเลมาก แต่เวลาผ่านไป แผ่นดินก็ทับถมเพิ่มพื้นที่มากขึ้น ทำให้ทะเลอยู่ห่างออกไปเรื่อยๆ หละนะคะ







นอกจากนั้นภายในเมืองนี้ก็ยังพบซากวิหารของเทพอเธน่าด้วยค่ะ







จากนั้นก็จะเป็นส่วนของกำแพง ที่เป็นรูๆ นี่ไกด์บรรยายค่ะ แต่จำไม่ได้ว่าคืออะไร 555 ส่วนอีกอันจะเป็นตัวกำแพงเก่า กับอันใหม่ที่สร้างขึ้นมานะคะ







ต่อมาจะเป็นส่วนของป้อมปราการเมืองทรอยค่ะ ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นๆ ถึงยุคกลางของเมืองนะคะ







จุดต่อไปคุณไกด์เธอบรรยายเรื่องที่มีคนมาระเบิด ขุด เพื่อค้นหาน่ะค่ะ ซึ่งทำให้พื้นที่เสียหายไปเยอะมาก







โซนนี้จะเป็นการขุดบอกอายุของเมืองในแต่ละยุคค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าที่เก่ากว่าก็จะอยู่ด้านล่างกว่าหละนะคะ







จุดนี้เป็นจุดที่ว่ากันว่าเป็นทางเข้าเมืองนะคะ จะเป็นทางลาดยาวๆ เลย 







จุดต่อไปจะเป็นส่วนของป้อมที่ว่ากันว่าเป็นส่วนหนึ่งของวังเมืองทรอยในยุคที่หกค่ะ เห็นบอกว่าเป็นการสร้างที่ใช้การตัดหินอย่างปราณีต มาต่อกันแล้วไม่มีช่องว่างทั้งที่ไม่มีปูนมาเชื่อมนะคะ ซึ่งมันพิเศษตรงที่ในยุคนั้นยังไม่มีอุปกรณ์เหล็กใดๆ ที่นำมาใช้ในการช่วยการสร้างด้วยค่ะ 







สำหรับตรงนี้ก็เชื่อว่าเป็นส่วนของวัดหรือวิหารนะคะ เนื่องจากในช่วงยุคกรีกและโรมัน ทรอยเองก็ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางศาสนาแห่งหนึ่งค่ะ







ส่วนตรงนี้เชื่อกันว่าเป็นที่สำหรับจัดการแสดงดนตรีนะคะ อารมณ์ประมาณโรงละครบ้านเรา







ท่านใดที่อยากดูภาพเคลื่อนไหว พอให้เห็นบรรยากาศของเมืองทรอย ก็คลิกดูได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้นะคะ 







เสร็จสรรพแล้วก็มาที่ร้านขายของที่ระลึกซึ่งมีร้านขายของว่างเล็กๆ อยู่ด้วยนะคะ ราคาก็ตามป้ายเลยค่ะ







เราก็ได้ของที่ระลึกมาสองสามชิ้นค่ะ แฮร่...







ปิดท้ายการเที่ยวทรอยด้วยโลโก้ของทรอยค่ะ











ร้านเครื่องสำอาง Adrapure







ต่อไปก็จะเป็นการลงร้านช็อปปิ้งร้านแรกของทริปนะคะ กับร้านเครื่องสำอางนั่นเอง จะมีทั้งสบู่ ครีม ฯลฯ ต่างๆ นานาค่ะ 







สิ่งนี้ไม่ได้ถูกจริตเรานัก 555 เราจึงออกมากินไอติมแม็กนั่มรสที่ไม่มีในไทย (อร่อยดีนะคะ) เล่นกับแมว และเก็บภาพดอกไม้ค่ะ













ร้านอาหาร Kardesler



เป็นร้านอาหารกลางวันของวันนี้นะคะ ซึ่งจากร้านเครื่องสำอางเพื่อจะไปร้านนี้ก็จะผ่านจุดที่เห็นทะเลด้วย สีน้ำสวยมว้ากกกก 







ร้านอาหารกลางวันของเราวันนี้ค่าาา เป็นบุฟเฟต์นะคะ









ส่วนในไลน์อาหารก็หน้าตาประมาณในภาพค่ะ ใครปรับตัวไวก็กินได้ 5555 แต่หัวหน้าทัวร์ก็มีเตรียมน้ำพริกมาให้นะคะ 








เมืองอะโครโปลิส (Pergamon Acropolis)



กินอิ่มเรียบร้อยแล้วก็เที่ยวกันต่อค่าา พาไปเที่ยวเมืองอะโครโปลิสกันบ้างนะคะ เป็นเมืองที่อยู่บนเนินเขาค่ะ จากร้านอาหารกลางวันเรานั่งรถไปราวๆ 15-20 นาทีค่ะ







สำหรับเมืองแห่งนี้นั้นมีชื่อเรียกหลายชื่อนะคะ ไม่ว่าจะเป็น Pergamon Pergamos หรือ Pergamum ซึ่งเป็นเมืองกรีกโบราณที่เคยมีอำนาจมากค่ะ โดยเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของชายฝั่ง Caicus ในพื้นที่ประวัติศาสตร์ของ Mysia ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกีนะคะ

แม่น้ำ Caicus แบ่งผ่านภูเขาและเนินเขาโดยรอบที่จุดนี้และไหลในโค้งกว้างไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ที่ตีนเทือกเขาทางทิศเหนือระหว่างแม่น้ำ Selinus และ Cetius มีเทือกเขา Pergamon ที่สูงขึ้น 335 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งก็เป็นที่ตั้งของเมืองนี้นั่นเองค่ะ

ซึ่งก่อนที่รถจะไปถึง ก็เริ่มเห็นร่องรอยของเมืองแห่งนี้แล้วหละค่ะ







รถขึ้นเขาไปนิดเดียวค่ะ แล้วก็จอดให้เราลง ข้ามไปที่อาคารหลังนี้กัน เพื่อจะขึ้นลิฟท์ไปนั่งกระเช้านะคะ











กระเช้าอันหนึ่งก็นั่งได้ราวๆ สัก 6-8 คนหละค่ะ นั่งไปไม่นานนะคะ ถ้าจำไม่ผิดราวๆ 10 นาทีได้ ระหว่างทางก็ชมวิวทิวทัศน์ไปค่ะ







พอกระเช้าไปถึงข้างบนก็จะเจอกับบรรดาร้านขายของฝากให้ไกด์หนักใจในการต้อนลูกทัวร์ให้ไปเที่ยวก่อนค่ะ 555 อย่างที่เห็นว่าร้านของที่ระลึกนี่อยู่ระหว่างทางก่อนถึงปากทางเข้านะคะ







หลังจากเดินผ่านสิ่งยั่วใจทั้งปวงแล้ว ก็จะเป็นทางเข้า ซึ่งต้องซื้อตั๋วสำหรับเข้าชมอีกทีนะคะ ทางขึ้นช่วงแรกเป็นทางลาดและขั้นบันไดก่อนค่ะ

ค่าตั๋วนี่ไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่ แต่ถ้าเอาที่ส่องจากรูปที่ถ่ายมาน่าจะราวๆ 25 ลีราห์นะคะ (คูณ 8 เหมือนเดิมค่ะ)

แล้วก็มีตัวโมเดลจำลองของเมืองนี้ด้วยค่ะ แต่ไกด์ไม่ได้พาไปชมนะคะ







วิวจากตรงจุดนี้ก็จะเห็นตัวเมืองเบอร์กามาข้างล่างด้วยค่ะ







จากนั้นทางไกด์ก็พาเดินขึ้นเนินไปเรื่อยๆ ค่ะ ระหว่างทางก็บรรยายว่าซากที่เราเห็นนั้นเป็นซากอะไรบ้าง รวมทั้งตัวบ่อน้ำหรือแหล่งน้ำอะไรสักอย่างด้วยนะคะ (รูปที่มีรั้วเหล็กซี่ๆ) 







สำหรับตรงนี้มีป้ายบอกว่าเป็นซากของ Trojan's Temple ค่ะ โดยไม่ไกลจากกันก็มีป้ายบอกรายละเอียดของที่นี่นะคะ แต่ตัววิหารหลักจะอยู่บนยอดเขาค่ะ เดี๋ยวพาไปดูอีกทีนะคะ











และแล้วเราก็ถึงตัววิหารหลักของ Trojan's Temple ค่ะ ข้อมูลของที่นี่เรานำมาจากลิงก์นี้นะคะ

วิหารแห่ง Trajan หรือที่เรียกว่า Trajaneum เป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในเขตพื้นที่ตอนบนของเมือง Pergamon นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งก่อสร้างแบบโรมันแห่งเดียวในที่นี้

การก่อสร้างของวัดเริ่มต้นภายใต้จักรพรรดิโรมัน Trajan (ดังนั้นจึงกลายเป็นชื่อของมัน) และเสร็จสิ้นโดยทายาทเฮเดรียนของเขา จุดประสงค์ของวัดคือเพื่อเป็นสถานที่สำหรับลัทธิศาสนาของทั้งผู้ปกครองและซุส ตั้งแต่สมัย Hellenistic การนมัสการของผู้ปกครองในฐานะเทพเจ้ากลายเป็นเรื่องธรรมดาในเอเชียไมเนอร์ ในฐานะที่เป็นอนุสาวรีย์แห่งการปกครองของโรมันวัตถุประสงค์ของ Trajaneum คือการเสริมสร้างความผูกพันของอกาม้อนท์กับโรมและกับราชวงศ์ ตำแหน่งของ Trajaneum ที่มีอำนาจเหนือยอดเขาเป็นคำโฆษณาชวนเชื่อที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่เป็นผู้ปกครองของเมืองและจังหวัด วิหารแห่ง Trajan เป็นวัดลัทธิจักรวรรดิที่สี่ที่จะสร้างขึ้นในเอเชีย







สำหรับวิหารที่เราเห็นนี้จะมีทั้งส่วนที่เป็นโครงสร้างเดิมและที่มีการบูรณะเพิ่มเติมเข้าไปนะคะ







สำหรับโครงสร้างของวิหารแห่งนี้จะมีหลายส่วนด้วยกันค่ะ รวมทั้งมีส่วนที่เป็นเหมือนอัฒจรรย์ด้วยนะคะ











หลังจากนั้นบางคนก็เดินกลับทางเดิมค่ะ แต่พวกเราเดินกลับอีกทาง ซึ่งจะเป็นโซนที่เป็นซุ้มทางเดินที่เป็นโค้งต่อเนื่องกัน ถ่ายรูปสวยดีนะคะ ถ้าใครไปเที่ยวที่นี่ก็แนะนำให้เดินกลับทางนี้แทนดีกว่าค่ะ









ปิดท้ายด้วยคลิปที่ถ่ายมาในบางช่วงของการเที่ยวที่นี่นะคะ







สำหรับวันนี้ก็จบการท่องเที่ยวแต่เท่านี้ค่ะ เอนทรี่หน้าจะพาไปชมที่พักคืนที่สามของเรากันนะคะ (คือรร.Le Bleu ซึ่งอัพไปแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นเอนทรี่หน้าเปลี่ยนเป็นการเที่ยววันที่สี่แทนนะคะ แฮร่...)




ปฏิทินธรรม





วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562

1. ทำบุญตักบาตร ณ วัดพุทธบูชา (กิจกรรมจัดทุกวันเสาร์แรกของเดือน)




วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 (ปกติกิจกรรมจัดทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน แต่เดือนมกราคม จะจัดวันปีใหม่)

1.ทำบุญกับพระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
ณ มูลนิธิพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ถ.จรัญสนิทวงศ์ซอย 37
เวลา 06.30-10.30 น. 


ดูรายละเอียดพระที่มารับบาตรและแผนที่ได้ที่
https://www.watpa.com/board_detail.asp?board_id=3447



2. งานไถ่ชีวิตโคกระบือ ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน ณ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพฯhttps://web.facebook.com/bogboon/photos/a.614964165213890.1073741836.335629013147408/540852169291757/



3. ฟังพระธรรมเทศนาหลวงปู่ไม อินฺทสิริ วัดป่าภูเขาหลวง ต.ระเริง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ณ ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม เวลา 13.๐๐ น. 



4. ขอเชิญเข้าร่วมอบรม อานาปานสติ ครั้งที่ 48 โดย พระอาจารย์ สุชีพ สุธมฺโม เวลา 9.00 -15.30 น.

ณ อาคารธรรม ดีรุ่งโรจน์ TTN Avenue ถ.นางลิ้นจี่ ช่องนนทรี




วันพฤหัสที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562


1. ฟังการบรรยายธรรม โดย พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม วัดป่าหนองไผ่ อ.เมือง จ.สกลนคร

ณ ชมรมธรรมปรีดา อาคารเล้าเป้งง้วน 1 ชั้น 12 ถนนวิภาวดี




วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562

1. ตักบาตรพระกรรมฐาน 
ณ ปราสาทจตุรมุข วัดสังฆทาน นนทบุรี (กิจกรรมทุกวันเสาร์ที่สองของเดือน)



วันอาทิตย์ที่ 10 และ 24 กุมภาพันธ์ 2562 (กิจกรรมจัดทุกๆ วันอาทิตย์ที่ ๒ และ ๔ ของเดือน)

1. ทำบุญ ฟังธรรม จากครูบาอาจารย์พระป่าสายกัมมฐาน ณ ศาลาลุงชิน แจ้งวัฒนะ 14
กิจกรรมจะเริ่มจากการถวายภัตตาหารร่วมกันเวลา ๘:oo น. สำหรับท่านที่สนใจนำอาหารมาร่วมทำบุญ แนะนำให้มาก่อนเวลาเพื่อจัดเตรียมอาหารใส่ภาชนะ ซึ่งจะเริ่มลำเลียงถาดอาหารเพื่อเตรียมประเคนเวลาประมาณ ๗:๔๕ น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
https://www.facebook.com/SalaLungChin?fref=ts


วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562

1. ตักบาตรถวายจังหันพ่อแม่ครูอาจารย์สายกรรมฐานฯ และฟังพระธรรมเทศนาจาก หลวงพ่อสุจินต์ สุจิณโณ 

วัดหนองน้ำเขียว อ.แม่สอด จ.ตาก.

ณ ศูนย์อบรมภาวนา สิริจันโท(ศาลาสนิทวงศ ์- ชยางกูร) 

 

วัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 



วันพฤหัสที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562

1. ทอดผ้าป่าบูรณะเจดีย์พิพิธภัณฑ์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร และสมโภชน์หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์

ณ ศูนย์กีฬา กำธน สินธวานนท์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บางกรวย


วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562

1. งานพิธีพระราชทานเพลิงสรีระสังขารองค์หลวงปู่เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป 

ณ เมรุชั่วคราววัดอรัญญวิเวก แม่แตง เชียงใหม่ 


วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562

1. ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระป่า 9 วัด เสาร์ที่ 3 ของทุกเดือน

ณ บ้านลานเสียงธรรม 

เลขที่ 7/44 หมู่4 ซอยนาคนิวาส 40 แขวงเขตลาดพร้าว กทม



วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562

1. ทำบุญฟังธรรมพระกรรมฐาน หลวงปู่บุญกู้ อนุวฑฺฒโน ประธานสงฆ์วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ และเวลา 12.00 น. รับฟังการบรรยายธรรม

ณ ห้องชมรมพุทธทีโอที อาคาร 5 ชั้น 3 บมจ.ทีโอที สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ




วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 (จัดทุกอาทิตย์ที่สามของเดือน)
1. ตักบาตร พระกัมมัฏฐาน และ ฟังพระธรรมเทศนา เวลา 7.00 น.
ณ ชมรมกลุ่มพุทธธรรมลานทอง หมู่บ้านลานทอง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ดูรายละเอียดได้ที่ลิงก์นี้



วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 

1. ทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารโดยพระเถระวัดป่ากรรมฐาน (กิจกรรมทุกเสาร์ที่ 4 ของเดือน)

เมตตารับบาตรโดย
เวลา ๐๗.๐๐-๑๐.๐๐ น. ณ ศาลาปันมี มูลนิธิบ้านอารีย์


2. ตักบาตร ฟังธรรม หลวงปู่บุญมา คมฺภีรธมฺโม วัดป่าสีห์พนม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
ณ บ้านแม่ 222 หมู่บ้านแกรนด์พาร์ค ซอยโยธินพัฒนา 3 แยก 6 กรุงเทพฯ
3. ตักบาตร เติมบุญ ครั้งที่ 32 โดยหลวงพ่อสงบ กุสลจิตฺโต วัดป่าสุขใจ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุน

สร้างเจดีย์อัฐบริขาร เขมาภิรโต (หลวงปู่บุญเพ็ง เขมาภิรโต) วัดถ้ำกลองเพล จ. หนองบัวลำภู
ณ ศูนย์การค้าเดอะซีนทาวน์อินทาวน์


วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2562 (ทุกเสาร์และอาทิตย์สุดท้ายของเดือน)

1. งานบุญประจำเดือน (ทุกเสาร์และอาทิตย์สุดท้ายของเดือน) ทำบุญบำรุงรักษาสวนแสงธรรม และถวายปัจจัยร่วมสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ณ วัดป่าบ้านตาด

ณ สวนแสงธรรม พุทธมณฑล สาย 3 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร











ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

1469696+6925890=8395586/13998/1799




ประกาศ

ท่านใดประสงค์จะโหวต โหวตได้นะคะ แต่เจ้าของบล็อกนี้จะไม่ได้โหวตกลับให้ทุกคนที่โหวตค่ะ จะโหวตเฉพาะบล็อกที่เราอยากโหวตให้เท่านั้นนะคะ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาเองว่าจะโหวตให้บล็อกนี้หรือไม่ค่ะ




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2562
9 comments
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2562 9:01:13 น.
Counter : 74 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณกะว่าก๋า, คุณkae+aoe, คุณSweet_pills, คุณเนินน้ำ, คุณJinnyTent, คุณตะลีกีปัส, คุณhaiku, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ

 

ตามมาเที่ยวกับพี่เต้ยค่ะ

 

โดย: sawkitty 21 กุมภาพันธ์ 2562 9:03:59 น.  

 

ดีจังคุณเต้ยกลับมาแล้ว.. นั่งดู
ภาพนิ่ง คำบรรยาย กับนั่งดู
วิดิโอ เพลินดีครับ

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 21 กุมภาพันธ์ 2562 9:55:44 น.  

 

โหวตครับคุณเต้ย

แอบขำตัวเองครับ
นั่งดูบล็อกคุณเต้ย
ไล่ดูภาพมาเรื่อยๆ
มีหน้าตาเพื่อนบล็อกคนนึง
ลอยออกมาจากความคิด


น้องชีริวครับ 5555

บล็อกนี้นี่คือน้องชีริวเลย
เหมาะมาก มีซากอิฐ หิน ปูนทราย
มีเมืองเก่า มีประวัติศาสตร์
ใช่เลย 5555

ใครชอบประวัติศาสตร์มาที่นี่
คงถูกใจขนิดไม่อยากไปไหนต่อเลยนะครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 21 กุมภาพันธ์ 2562 10:11:22 น.  

 

อยากนั่งกระเช้า อิอิ

 

โดย: kae+aoe 21 กุมภาพันธ์ 2562 10:31:50 น.  

 

สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog

เมืองทรอยน่าเที่ยวจังค่ะคุณเต้ย
ม้าไม้น่ารักมาก ชอบท่าทางการเก็บคอของเค้าด้วยค่ะ

เห็นระบบขนส่งน้ำและที่เก็บน้ำนึกถึงตอนเที่ยวชมวังสมเด็จพระนารายณ์จริงค่ะ
ตอนนี้ยังมีส่วนของท่อให้เห็นอยู่นะคะ

นอกจากโบราณสถานที่ยังหลงเหลือให้ได้ชมแล้ว
ร้านเครื่องสำอาง ร้านของที่ระลึกก็น่าเดินด้วยค่ะ
เที่ยวกับคุณเต้ยสนุกเพลิดเพลินและได้ความรู้
ขอบคุณนะคะคุณเต้ย

 

โดย: Sweet_pills 21 กุมภาพันธ์ 2562 10:55:36 น.  

 

ตามน้องเต้ยมาเที่ยวด้วยค่ะ
คิดเหมือนคุณก๋าว่าบล็อกเมืองโบราณนี้ใช่คุณซีริวเลยค่ะ

 

โดย: เนินน้ำ 21 กุมภาพันธ์ 2562 11:55:04 น.  

 

สวัสดีมีสุขค่ะ

ตามมาเที่ยวค่ะ
ดูภาพดูวิดิโอเพลินเลย
ภาพต้นไม้ ดูเหมือนต้นมะเดื่อฝรั่งค่ะ
ชอบ๙ู้มประตูโค้ง ทอดแนวตลอดทาง
ถ่ายรูปตรงนี้น่าจะสวยค่ะ
ชอบภาพมุมสูง ขั้นบันไดที่เหมือนอัฒจันทร์ค่ะ กว้างแฃะสูงมาก
คนโบราณนี่ต้องสร้างอะไรใหญ่โตมโหฬารจริงๆ

 

โดย: ตะลีกีปัส 21 กุมภาพันธ์ 2562 12:55:56 น.  

 

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตค่ะคุณเต้ย
เมืองทรอยเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังเลยนะคะ
เคยมีภาพยนต์เมืองทรอยออกมาด้วย
เหมือนจะเคยดูนานแล้ว

อีกครั้งก็มีเห็นตอนสามีพี่ไปเที่ยว
แล้วก็มารู้จักเมืองทรอยผ่านบล็อกคุณเต้ยนี่แหละ

เห็นหน้าตาอาหารแล้วเลี่ยนมาเลย 555
ขอเป็นน้ำพริกนรกโรยข้าวดีกว่า
เวลาไปทั่วร์ต่างประเทศที่อาหารไม่คุ้นเคย
หัวหน้าทัวร์ ต้องเตรียมซะปะน้ำพริกไปกันเหนียวนะคะ
มันแก้เลี่ยนได้ด้วย

ส่วนอะโครโปลิส ฉบับคุณเต้ย
พี่ดูทำไมมันดอยสูงกว่าตอนที่ชีริวมันไป 5555
กว้างมากนะ เดินทั่วนี่กินแรงเข่าได้เหงื่อชุ่มเลยแน่
พอเดินกลับอีกทางได้รูปซุ้มทางเดินสวยเนอะ

ตอนที่พี่ไปนครวัด นครธม
ก็ชอบเดินวน ซุ่มซากปรักหักพังมันสวย
แต่ต้องจำทิศให้ดี ๆ ไม่งั้นมีหลง
ไม่ก็เดินกลับไปที่จุดจอดรถไกลมากอ่ะ

 

โดย: JinnyTent 21 กุมภาพันธ์ 2562 13:07:31 น.  

 

อ้าว แล้วไหงไกด์พี่ไม่เล่า ไม่พาเดินดูอะไรเล้ยยย แค่มาถ่ายรูปกับม้าไม้เมืองทรอยเอง

วิหาร Trajan ก็ไม่ได้มา อะไรเนี่ย

 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 21 กุมภาพันธ์ 2562 17:41:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สาวไกด์ใจซื่อ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 195 คน [?]




ชอบอ่านหนังสือและดูหนังค่ะ ตอนนี้ทำงานด้านการท่องเที่ยวอยู่ นิสัยดีบ้างร้ายบ้าง แล้วแต่สภาวการณ์และคนที่เจอ


เนื้อหาและรูปภาพทั้งหมดในบล็อกสงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย ไม่อนุญาตให้นำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบล็อก


ติดต่อเจ้าของบล็อกได้ที่ theworpor@yahoo.com
หรือ
https://www.facebook.com/saoguide






Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2562
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
21 กุมภาพันธ์ 2562
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สาวไกด์ใจซื่อ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.