|
|
|
ความพยายามอยู่ที่ไหน
เมื่อเดือนก่อน เพื่อนแนะนำให้อ่านหนังสือ "คุรุวิพากษ์คุรุ" เขียนโดย โอโช
เราไปอาศัยยืนอ่านที่ร้านหนังสือ เพราะขี้เกียจรอยืมเพื่อน หนังสือเล่มนี้โอโชเขียนถึงนักปราชญ์และศาสดาของโลก เช่น พระพุทธเจ้า, พระเยซู, โสกราตีส, นิทเช่ ฯลฯ
มีอยู่บทนึง โอโชเขียนถึง คาลิล ยิบราน เรายืนอ่านจนจบบท แล้วหยิบหนังสือมาจ่ายเงินแบบงง ๆ เหมือนอยู่ดี ๆ โลกเอียง
โอโชเขียนว่า
คาลิล ยิบราน เขียนหนังสือเกือบ 30 เล่ม ปรัชญาชีวิต เล่มแรกเป็นอัญมณี ที่เหลือล้วนเป็นขยะ นี่คือปรากฏการณ์ประหลาด เกิดอะไรกับชายผู้นี้ เมื่อเขาเขียน ปรัชญาชีวิต เขายังเยาว์ อายุเพียง 21 ปี คนจะต้องคิดว่าเขามีอะไรมากขึ้นเรื่อย ๆ และเขาก็พยายามอย่างหนัก ตลอดชีวิตเขาเขียน แต่ไม่มีอะไรที่ออกมาใกล้เคียงกับความงามและความจริงของ ปรัชญาชีวิต บางทีหน้าต่างอาจไม่ได้เปิดอีก
กวีนั้นเป็นผู้บรรลุโดยบังเอิญ มันเป็นเพียงอุบัติเหตุ...สายลมพัดมา แล้วคุณก็ไม่อาจสร้างสรรค์ได้อีก และเพราะเขามีชื่อเสียงระดับโลก หนังสือเล่มเดียวนี้จะต้องแปลเป็นภาษาต่าง ๆ เกือบทั้งหมดในโลก เขาพยายามอย่างหนักจะสร้างงานที่ดีกว่า แต่ก็ล้มเหลว โชคร้ายที่เขาไม่เคยได้พบผู้บอกความจริงง่าย ๆ กับเขาว่า "คุณไม่ได้พยายามอะไรเลยตอนที่เขียน ปรัชญาชีวิต มันเกิดขึ้นเอง แต่ตอนนี้คุณพยายามทำ"
แน่นอนว่างาน "ที่เหลือ" ของคาลิล ยิบราน ไม่ใช่ขยะ แต่อ่านที่โอโชเขียนแล้วทำให้นึกถึงศิลปินอีกหลายคนที่สว่างวาบเหมือนดาวหางแล้วจางหายไป ไม่อาจสร้างงานระดับเดียวกันได้อีก แล้วชีวิตหลังจากนั้นล่ะ
ตอนแรกเราว่าจะเขียนอะไรสักหน่อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็เขียนไม่ออก เราไม่ได้คิดถึงดาวหางหรืออุบัติเหตุสายลม เพียงแต่คิดถึงคาลิล ยิบราน เขาเป็นอย่างที่โอโชพูดหรือเปล่า แล้วเขาจะรู้สึกยังไงนะ

แต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าเขาเขียน ปรัชญาชีวิต ตอนอายุ 21 ปีจริงหรือ รู้แค่ว่ามันพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1926 (คาลิล ยิบราน เกิดปี 1883)
| Create Date : 19 พฤศจิกายน 2552 |
| Last Update : 19 พฤศจิกายน 2552 14:37:58 น. |
| |
|
|
|
|
เพื่อน, แบม, สยาม
วันที่ 5 พ.ย. เป็นวันเปิดงานแสดงภาพเขียนของเพื่อนจากเชียงใหม่ เราต้องไปแน่อยู่แล้ว เลยถือโอกาสไปทำธุระที่ควรจะทำซักที นั่นคือเอางานไปเสนอแกลเลอรี่ เพราะตอนนี้งานล้นบ้านจนไม่มีที่เก็บ ถึงขั้นสั่งเฟรมใหม่เข้าบ้านไม่ได้แล้ว
เตรียมพอร์ตมาอย่างดี แต่ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน เพราะได้ยินมาว่าปกติเขาไม่ทำอย่างนี้กัน (เดินทื่อเข้าไปเสนองาน) เพียงแต่เราไม่มีทางเลือกอื่น ก็ต้องเดินทื่อเข้าไป
พอได้คุยกับเจ้าของแกลเลอรี่ เฮ้อ ท้อเลย เซ็งโลก
แต่ก็ถือว่าโชคดี เพราะเท่าที่คุย (ที่จริงคือได้แต่ฟัง) ก็ไม่มีอะไรอยากคุยอีก
แปลว่าต้องเดินหาที่อื่นต่อไป (แต่ยังไม่ใช่วันนี้)
จากนั้นแวะไปหาจอยที่จามจุรี จอยบอกเธอช่างกล้า แกลเลอรี่นั้นไฮโซจะตาย แต่เราไม่รู้นี่นา ก็คุณคนนั้นที่เคยมาดูงานเราเขาแนะนำให้มาที่นี่ ก็เลยลองดู
จอยแนะให้ปรึกษาแบม (BAM = Bangkok Art Map) รวมแกลเลอรี่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเยอะมากจนตาลาย จะไปเริ่มที่ไหนดี ไม่ค่อยรู้จักด้วยสิ
เรื่องนั้นไว้ค่อยคิดทีหลัง ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ได้เวลาไปงานเพื่อน ดัสกะ ดัสกะ
 โปสเตอร์
 ข้างหลังโปสการ์ด
http://olarn-plubplon.blogspot.com บล็อกโอฬารครับ
งานชุดนี้เราเคยเห็นมาหมดแล้ว เลยไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่การได้รู้ว่าหลังจากเปิดงานเพียงสองชั่วโมงก็ขายไปแล้วเกือบสิบรูป นี่ต่างหากน่าตื่นเต้น (แต่โดยปกติงานก็มักขายได้ในวันเปิดอยู่แล้ว) แม้จะทำเงินได้ไม่น้อย แต่โอฬารจะได้ส่วนแบ่งเพียง 55% และต้องเก็บเงินจำนวนนี้ไว้ใช้ทั้งปี ไหนจะต้องเจียดไว้ซื้ออุปกรณ์วาดรูปอีก ยิ่งไม่มีรายได้ทางอื่นด้วย ถ้าขายได้น้อยก็คงลำบากเหมือนกัน
ในงานได้เจอคุณเหมียวด้วย คนที่เขียนหนังสือ "สมการชีวิต" ปลื้มครับ เดินเข้าไปคุยแบบไม่คิดอะไรเลย ก็คุยเรื่องนั้นแหละ คุยกันสักพักเธอบอก "เหี้ยมากเลยนะคะ" (เธอนินทาตัวเอง)
ประทับใจครับ^^
เสร็จจากงานก็พากันมาหาเพื่อนที่เปิดร้านขายเสื้อผ้าแถวสยาม (ร้านเล็กกระจิ๋วหลิว) วันนี้มีช่างมาซ่อมไฟที่ร้านพอดี ซ่อมนานมาก เลยได้อยู่เฝ้าร้านเป็นเพื่อนกัน นั่งกระดกไวน์ที่เหลือจากงาน จากนั้นต่อด้วยเบียร์ั ตั้งวงกันริมถนนนั่นแหละ รู้สึกดีจัง เหมือนสมัยเรียนเลย แถมยังได้ฉี่ข้างถนนด้วย
ถ่ายรูปบรรยากาศไว้บ้างเหมือนกัน แต่มันดูต่ำช้ามาก ขอเก็บไว้ดีกว่า
| Create Date : 07 พฤศจิกายน 2552 |
| Last Update : 16 พฤศจิกายน 2552 3:16:39 น. |
| |
|
|
|
|
ภาพเหมือนแมว
 150 x 130 cm. Acrylic on canvas
ไม่ได้วาดภาพเหมือนมานานมาก อันนี้เอารูปแมวที่ถ่ายเก็บไว้มาขยายใหญ่ ปรับแต่งบ้าง ก็เพลินดี การวาดรูปเหมือนขนาดใหญ่แบบนี้ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง เพราะเราต้องถอยออกมาดู แล้วก็วิ่งเข้าไปเติม จากนั้นก็ถอยออกมาดูอีก เป็นอย่างนี้ทั้งวัน
พอวาดเสร็จ ถ่ายรูปออกมา ถึงได้รู้ว่าเส้นขนมันเล็กไปหน่อย (อย่างเช่นตรงจมูก) ทั้งที่ตอนวาดก็เห็นว่ามันใหญ่แล้วนะ อย่างเส้นหนวดในรูปนี้หนาตั้ง 6 มิล แต่มันควรจะหนากว่านี้อีก ที่คิดว่าพอดีก็คงเป็นแถวหน้าผาก ค่อยดูเป็นเส้นขนหน่อย
หมายเหตุ: แมวในรูป มันหายไปหลายปีแล้ว ไม่รู้ไปอยู่ไหน คิดถึง
| Create Date : 06 กรกฎาคม 2552 |
| Last Update : 8 พฤศจิกายน 2552 0:00:13 น. |
| |
|
|
|
| |
|
|