รีวิวที่พัก airbnb เมือง Annecy ฝรั่งเศส





วันพุธที่  12  เมษายน  2560

เมือง Annecy อ่านว่า อานน์ซี อยู่ตรงไหนของฝรั่งเศส






จากเมือง Annecy เดินทางด้วยรถไฟด่วน TGV ไปไหนได้บ้าง

ภาพทะเลสาบ Annecy เล็กกว่าทะเลสาบเจนีวาหลายเท่า

เมือง Annecy เล็กจิ๋วแต่แจ๋วครบเครื่องทะเลสาบ ภูเขา ย่านเมืองเก่า ย่านช๊อปปิ้ง





ตอนเย็นของวันนี้เราแม่ลูกเดินทางจากเมือง Geneva สวิสเซอร์แลนด์

ไปเมือง Annecy ฝรั่งเศสด้วยรถบัส ใส่ข้อมูลการเดินทางไว้ตรงนี้

ระยะทางแค่ 35 กิโลเมตร แต่นั่งรถบัสใช้เวลา 1.40 ชม.





จากสถานีรถไฟเจนีวา จะพาเดินไปท่ารถบัสที่ไปเมือง Annecy ชื่อ Geneva Gare ก่อน





รีวิวที่พักโรงแรม Le Montbrillant Hotel Residence Geneva






ที่พักอยู่ด้านหลังสถานีรถไฟเจนีวา เดินเข้าสถานีรถไฟมาทะลุหน้าสถานีรถไฟเจนีวา

เป็นท่ารถแท๊กซี่ ท่ารถเมล์ และท่ารถแทรม สะดวกดี





หันหลังให้สถานีรถไฟ ข้ามถนนเดินตรงอย่างเดียวไปทะเลสาบเจนีวา

ห้าง MIGROS ใหญ่อยู่ในตึกทางด้านซ้าย ส่วน COOP อยู่ในตึกทางด้านขวา





เดินไม่ถึง 400 เมตร ด้านขวาคือท่ารถบัสไปเมืองต่าง ๆ รวมทั้งเมือง Annecy ด้วย





ป้ายนี้ชื่อว่า GENEVE Gare routière  ตอนแรกเราแม่ลูกก็จะขึ้นรถบัสที่นี่

เข้าไปขอตารางเดินรถที่ห้องขายตั๋ว พอดีช่วงที่ไปมีรอบรถบัสน้อย

เลยลากกระเป๋าขึ้นรถไฟไปขึ้นรถบัสที่ป้ายสนามบินเจนีวา ที่มีรอบรถบัสมากกว่า





ข้อมูลตารางรถบัสสาย 72 จาก Annecy ไปเจนีวา





จากป้าย ANNECY Gare routière ลงป้าย GENEVE Aéroport zone 10 ดูตัวอักษรสีดำ

จากป้าย ANNECY Gare routière  ลงป้าย GENEVE Gare routière ดูตัวอักษรสีน้ำเงิน

วันเสาร์อาทิตย์ดูที่ตรงช่อง S D

ตารางเดินรถบัสเดือนพฤษภาคม 2017







จากป้าย GENEVE Aéroport zone 10 ลงป้าย ANNECY Gare routière ดูตัวอักษรสีดำ

จากป้าย GENEVE Gare routière ลงป้าย ANNECY Gare routière ดูตัวอักษรสีน้ำเงิน

ป้าย GENEVE Aéroport มีรอบรถบัสเยอะกว่าขึ้นที่ป้าย GENEVE Gare routière

เลยเลือกไปขึ้นที่สนามบินเจนีวา รอบในกรอบสีแดง 16.15 - 17.50 น.

เป็นรอบขึ้นทางด่วน ใช้เวลา 1.35 ชม.ถึงเมือง Annecy




ใช้การ์ดเดินทางฟรีที่ได้จากโรงแรมที่พักขึ้นรถไฟ IC ไปลงที่สนามบินเจนีวา





ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าใช้กับรถไฟขบวน IC ได้มั้ย

เพราะปกติการ์ดแบบนี้จะใช้ได้แค่รถไฟท้องถิ่นขบวน RE และ IR เท่านั้น

เลยถามนายตรวจก่อนขึ้นรถไฟบอกว่าเฉพาะไปสนามบินเจนีวาใช้ได้

พอถึงสนามบินเจนีวาก็ขึ้นรถบัสจากป้ายสนามบินเจนีวาไปเมือง Annecy

สะดวกและมีรอบรถบัสเยอะกว่าป้าย GENEVE Gare routière ทุกฤดูกาล





ถึงสนามบินเจนีวาแล้วเดินตามป้าย





แผนที่บอกตำแหน่งป้ายรถบัสสาย 72 ไปเมือง Annecy และสาย 74 ไปเมือง Chamonix





รีวิววิธีการเดินทางไปเที่ยวเมือง Chamonix ด้วยรถไฟ






ไป Annecy ซื้อตั๋วรถบัสที่เคาน์เตอร์สีเหลืองเป็นเคาน์เตอร์ Information ด้วย

หรือซื้อที่คนขับรถก็ได้ คนละ 16 CHF. แต่ถ้าจ่ายยูโรคนละ 14 ยูโร

ทำไมตอนนั้นเราไม่จ่ายเป็นยูโรนะ





ทางออก F ไปขึ้นรถบัสอยู่เลยเคาน์เตอร์ขายตั๋วรถบัสไปนิดเดียว





เดินตามป้ายสัญลักษณ์





ประมาณ 30 เมตร ด้านซ้ายคือป้าย GENEVE Aéroport zone 10

ผู้หญิงคนนี้มารอรถ Airport Shuttle Bus





หน้าตารถบัสสาย 72 ไปเมือง Annecy

คนขับรถจะเอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่เก็บใต้ท้องรถให้ แต่ไม่มี ticket เก็บกระเป๋าให้




Smiley



คนเต็มคันพอดี ตอนแรกคิดว่าไม่มีค่อยมีคน พอถึงเวลารถออกตรงเวลาก็มาขึ้นรถ

ป้ายนี้จะเป็นจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสารสำหรับรถ airport shuttle bus ด้วย

มีหลายเจ้าเลย นั่งมองการบริการของคนขับรถแต่ละคัน





รถบัสสาย 72 จะแวะจอดที่ป้าย GENEVE Charmilles และ GENEVE Seujet ด้วย

  ทั้งสองป้ายยังอยู่ในเขตเมืองเจนีวา

ใครสะดวกตรงไหนขึ้นตรงนั้น ไม่ต้องย้อนเข้ามาใจกลางเมืองหรือสนามบินเจนีวา





ลักษณะป้ายรถบัสสาย 72 ชื่อป้าย GENEVE Seujet





รถออกจากสนามบินเจนีวารอบ 16.35 น. เป็นรอบรถติดพอดี





ติดตลอดจนถึงทางเข้าทางด่วน ติดยาวเหมือนรีวิวตัวแม่เลยนะ 5 5 5





พอเข้าทางด่วนก็จะเห็นวิวฝั่งฝรั่งเศสแบบนี้




Smiley




พอลงทางด่วนจอดให้ผู้โดยสารลงป้ายแรกหน้าทางด่วนเลย





ออกจากทางด่วนรถก็ไม่ติดแล้ว





แต่ว่ามีรถที่สวนทางยาวตลอดแนว





พอใกล้ถึงทางเข้าเมือง Annecy ติดอีกรอบ





เห็นรถติดแล้วคิดถึงบ้านกรุงเทพฯ





เห็นแนวอุโมงค์ต้นไม้นี้เข้าเขตเมือง Annecy แล้ว

ไม่ว่ารถติดยังไงรถบัสก็ทำเวลาได้เท่ากับ 1.40 ชม.ตรงเวลา





ผ่านวงเวียนก่อน





เลี้ยวขวาไปสถานีรถไฟ Annecy





เลี้ยวซ้ายไปอ้อมเข้าที่จอดรถบัสทางด้านขวาสถานีรถไฟ Annecy




Smiley




คนขับขับดีนะถึงแม้รถติดก็ใจเย็นขับมาเรื่อย ๆ ไม่มีกระชาก





ถึงแล้วท่ารถบัสชื่อป้าย ANNECY Gare routière

รถบัสทุกค่ายจอดที่ป้ายนี้มีช่องให้จอดเรียงกันไป





รูปนี้ถ่ายซูมลงมาจากที่พัก ออกจากสถานีรถไฟ Annecy ท่ารถบัสอยู่ทางด้านขวา





ที่พักเป็นอพาร์ทเม้นท์จองผ่าน airbnb

แผนที่ของที่พักบอกว่าอยู่แถวหน้าโรงแรม Hotel des Alpes

เดินจากสถานีรถไฟไปแค่ 2 นาที ใกล้จริง ๆ นะ






แผนที่เวอร์ชั่นนี้มีชื่อถนนดูง่ายดี





ไปที่พักเดินมาทางนี้ใกล้กว่า




แต่มาวันแรกยังงง ๆ เดินข้ามถนนมาทางสวนสาธารณะ




เลยเดินลากกระเป๋าอ้อมโลกชมสวน ทางเรียบไม่ลำบาก




Smiley




ตรงนี้คือป้าย Gare Annecy Quai Sud





ถึงหน้าโรงแรม Hotel Des Alpes โรงแรมนี้ทำเลดีและตั้งอยู่บนถนนด้านเงียบ

เจ้าของอพาร์ทเม้นต์มารอรับ ปกติ airbnb จะให้เราสื่อสารผ่านกล่องข้อความ airbnb

หรือโทร.คุยกัน เราจะได้เบอร์เจ้าของที่พักก็ต่อเมื่อได้รับการตอบรับและจ่ายเงินค่าที่พัก

เบอร์โทร.จะให้ไว้ในระบบและใบเสร็จรับเงิน พอเราใส่หมายเลขโทรศัพท์และชื่อเธอไว้ในเครื่อง

รายชื่อเธอไปขึ้นหน้า whatsapp ของเราเลยติดต่อผ่านทางนี้ สะดวกมาก

เพราะเราไม่มี line ไม่เล่น instagram และไม่เล่น facebook

ไปกินอาหารหรือไปเดินชมเมือง Annecy เจออะไรน่าสนใจ

เราก็ส่งรูปภาพสื่อสารรายงานตัวคุยกับเจ้าของที่พัก เรา happy ที่ติดต่อกัน





ย้อนกลับมา ถ้าเดินด้านนี้คงถึงนานแล้ว 5 5 5




รูปอาคารที่พักห้องหัวมุม ค้างที่นี่ 3 คืน

เพราะที่นี่ต้องพักขั้นต่ำ 3 คืน ราคารวมทุกอย่างแล้วตกคืนละ 4,500 บาท

ถ้าเป็นหน้าร้อนที่นี่ต้องพักอย่างต่ำ 7 คืนแต่ได้ลด 10%

ราคาหน้าเวบดูเหมือนราคาถูก แต่พอคลิกจองแล้วจะรวมค่าธรรมเนียมการจอง

ค่าภาษีและค่าทำความสะอาดแล้วจะได้ราคาจริงต่อคืน




การเลือกพัก airbnb มีความเสี่ยงหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย

ซึ่ง host บางคนดีจนได้รับการรับรองถึงขนาดได้เหรียญตราสีส้มการันตีเลยนะ

ดูเปอร์เซ็นต์การตอบข้อความของเจ้าของที่พักช้าหรือเร็ว

เลือกดี ๆ อ่านรีวิวคนที่ไปพักเยอะ ๆ ทั้งเรื่องการเดินทางและทำเลที่ตั้งสภาพแวดล้อม

ดูเวลาให้ check in และ check out บางที่จำกัดมาก ไปไม่ทัน ออกไม่ทัน

ดูรายการ Amenities มีลิฟท์ wifi เครื่องครัว เครื่องซักผ้า หรืออื่น ๆ มีตามต้องการมั้ย

เป็นห้องแบ่งให้พักรวมกับเจ้าของ หรือเป็นห้องอพาร์ทเม้นต์ หรือคอนโดให้เราทั้งห้อง

ก่อนจองดูเงื่อนไขการพักขั้นต่ำกี่คืน Minimum stay ราคารับได้มั้ย

ค่าธรรมเนียมการจองแพงมั้ย Service Fee

แยกหรือรวมค่าทำความสะอาด Cleaning Fee

ที่พักรวมค่าภาษีเมือง City Tax รึยัง

มีค่าประกันด้วยมั้ย Security Deposit

เป็นการกันวงเงินในบัตรเครดิตในกรณีทำของเสียหาย

เงื่อนไขการยกเลิกเป็นแบบ flexible หรือ strict หรือ moderate

ถ้าเป็นแบบ flexible จะรีฟันด์เงินค่าที่พักคืนให้เราทั้งหมด

แต่ค่าธรรมเนียมการจอง Service Fee ส่วนนี้ไม่ได้คืนแน่ ๆ

แต่ค่าทำความสะอาด Cleaning Fee ได้คืนเพราะยังไม่ได้พัก

แต่ถ้าเป็นแบบ strict บางที่จะหักค่าที่พัก บางที่ก็หัก 100%

บางที่หัก 50% จะ refund คืนได้แค่ 50%

และยังคงเสียค่าธรรมเนียมการจอง Service Fee ด้วย

คิดดี ๆ อ่านเงื่อนไขให้ละเอียดก่อนจอง

จะยกเลิกการฟรีแบบ booking.com โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใด ๆ ไม่ได้แล้ว





สำหรับเราแล้วไปพักจริงรับได้กับเงื่อนไขที่เจ้าของตั้งกฏเกณฑ์ขึ้นมาก็กดจอง

จองแล้วมีเหตุสุดวิสัยไม่ได้เดินทาง ก็ต้องรับสภาพเสียค่าธรรมเนียมการจอง Service Fee

และ refund ค่าที่พักที่หักไปล่วงหน้าตั้งแต่วันจองได้คืนแค่ 50% อ่วมที่ 1

เวลา airbnb หักเงินจะคิดเป็น $US และบัตรเครดิตหักเป็นเงินบาท อ่วมที่ 2





ตอน check in เจ้าของอพาร์ทเม้นต์มาต้อนรับแนะนำตัว

ตอน check out เจ้าของให้หย่อนกุญแจคืนไว้ในตู้ไปรษณีย์เลย

ปี 2016 เคยพัก airbnb ที่เมือง Basel สวิสเซอร์แลนด์ 7 คืน

เจ้าของที่พักส่งรหัสตู้ไปรษณีย์ให้ไปเปิดเอากุญแจบ้านที่อยู่ในตู้ไปไขเอง

พอ check out ก็เอากุญแจมาเก็บไว้ที่เดิมแล้วกดรหัสปิดตู้ให้เรียบร้อย

โดยไม่ต้องเจอเจ้าของเลย แต่ฟ้าลิขิตพอวันก่อนกลับที่พักมีปัญหา

มีคนเอาถุงขยะมาวางไว้หน้าห้อง เราเลยสื่อสารผ่านกล่องข้อความ airbnb

แป๊บเดียวเจ้าของรีบมาบอกว่าคงมีใครมาวางแล้วลืม ไม่เป็นไร

รายนี้เราติดต่อผ่านกล่องข้อความ airbnb ความเร็วในการตอบแบบ real time

เจ้าของที่พักที่ Basel บอกว่าเราโชคดีที่ได้เจอกัน

เพราะเธอกับแฟนเพิ่งกลับจากไปเที่ยวเกาะเต่าไทยแลนด์ลงเครื่องมาเมื่อกี้นี้เอง

พวกเราก็ขำกันใหญ่ ทำไมเราไม่แลกที่พักกันนะจะเช่าให้เปลืองทำไม 5 5 5

ตอนนี้กำลังกลุ้มใจว่าจองที่พัก airbnb ที่เกียวโตไว้

เจ้าของส่งรายละเอียดวีธีการเอากุญแจห้องมาให้

ไม่รู้จะเปิดตู้ได้มั้ยอ่านแล้วซับซ้อนจัง

ความเสี่ยงอีกอย่างคือช่วงที่เราพักเป็นช่วงที่เจ้าของที่พักไปต่างประเทศ

หากมีฉุกเฉินอะไรเกิดขึ้นก็ต้องรับสภาพ ไม่เหมือนพักโรงแรมที่พนักงานพอจะช่วยได้


ใส่รูปที่พักเมือง Annecy ไว้กลัวลืม ลูกสาวชอบที่พักนี้ที่สุด




เดินเข้ามาในตึกจะมีตู้ไปรษณีย์แบบนี้อยู่ชั้น 1 เลย

ห้องทิ้งขยะก็อยู่ชั้น 1 เราต้องจัดการทิ้งขยะเอง





เจ้าของที่พักที่เมือง Annecy ก็ดีไม่แพ้เมือง Basel นะ

โชคดีที่เจอเจ้าของดีมากทั้ง 2 ที่

พวงกุญแจเป็นแบบ RFID ใช้สแกนติ๊ดผ่านเข้าตึกและเข้าห้องทิ้งขยะ

แต่เวลาเข้าห้องพักให้ใช้กุญแจที่อยู่ในพวงไขเอง มีให้แค่พวงเดียว





ที่พักเป็นอพาร์ทเม้นต์ใหม่เอี่ยม เจ้าของเพิ่งเปิดให้พัก 2017

เราเป็นลูกค้ารายแรกที่จองแต่ไม่ได้เป็นคนแรกที่พัก มีคนจองทีหลังแต่มาพักก่อน

ตอนจองที่พักนี้ยังไม่มีรีวิวถือว่าเสี่ยงมาก แต่ว่าส่งข้อความไปคุยกันก่อนจอง

เพราะทำเลและรูปภาพห้องใหม่มาก หลังจากจองแล้วถึงมีคนไปพักแล้วรีวิวว่าโอเค





ห้องโปร่งทันสมัย มีฮีตเตอร์ให้ทุกห้อง

เป็นห้องแบบ one bedroom แยกห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องส้วม





เจ้าของที่พักเป็นผู้หญิงแนะนำตัวเองว่าเป็นคน Annecy อยู่แถว ๆ นี้ มีอะไรโทร.เรียกได้

เธอแนะนำการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในบ้านเสร็จแล้วก็กลับไปไม่เจอกันอีกเลย ดูก็รู้ว่ามือใหม่

wifi แรงและราบรื่น ตอนใส่รหัสยาวมาก ไม่จำกัด device





ฮีตเตอร์ใหม่ทุกเครื่องใช้ง่ายกว่ารุ่นเก่าเยอะ




โซนครัวใหม่เอี่ยมเครื่องครัว build in อยู่ในตู้ มีเตาอบให้ด้วย




มีเครื่องปรุงพื้นฐานให้หลายอย่าง น้ำตาล เกลือ พริกไทย พริกป่น

เครื่องเทศอาหารฝรั่งครบ ที่สำคัญมีน้ำมันมะกอกให้ด้วย เพอร์เฟคที่สุด

เกลือเป็นเกลือเม็ดสีชมพูจากเหมืองเกลือด้วยนะ





อุปกรณ์การกินและการหั่น full option เยอะเกินไปไม่ดี

ตอน check out จะต้องนับและถ่ายรูปไว้ว่าอยู่ครบ

airbnb ที่ปารีสให้น้อยมาก แต่ว่าดีไม่ต้องนับจำง่าย 5 5 5





จานชามแก้วแบบทนความร้อนเข้าตู้อบได้ด้วย





หม้อ กระทะ กาละมัง





มีเครื่องล้างจานด้วย เลิฟเลย





มีเตาปิ้งขนมปัง เครื่องทำกาแฟ และเตาไมโครเวฟ แต่ไม่ได้ใช้





ตู้เย็น





ค้าง 3 คืน ซื้อผักผลไม้มาใส่เต็มตู้ ไม่มีเนื้อสัตว์ใหญ่ มีแต่ปลา





มาดูห้องอาบน้ำมีสบู่เหลวแชมพูให้

และมีเครื่องซักผ้าด้วย แต่ไม่มีเครื่องอบผ้า

เครื่องดูดฝุ่น เตารีด ที่รองรีด น้ำยาต่าง ๆ มีให้ใช้ทุกอย่าง





ทุกอย่างใหม่หมด ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ผืนเล็กใหม่สะอาด





ห้องส้วมแยก ชอบที่พักที่แยกห้องส้วมห้องน้ำออกจากกัน





ห้องนอน มีผ้าห่มและหมอนสำรองอยู่ในตู้เสื้อผ้า ใหม่สะอาด





มีประตูกระจกออกไปชมวิวระเบียงได้




Smiley




ห้องรับแขกมีประตูกระจกออกไปชมวิวได้เช่นกัน





ด้านนี้มองเห็นโรงแรม Hotel Des Alpes ถนนนี้เดินตรงไปย่านเมืองเก่าได้

ใครพักที่นี่คงเห็นอาจุมม่าใส่ชุดอยู่บ้านสายเดี่ยวออกไปยืนถ่ายรูป 5 5 5




Smiley



ข้อเสียคือถ้าเปิดประตูกระจกปั้บ จะมีเสียงดังของพาหนะทุกชนิดจากถนน

ถ้าเป็นหน้าร้อนเสียงคงดังกว่านี้ เพราะคนมาเที่ยวเมือง Annecy เยอะมาก

นี่แค่กลางเดือนเมษายน วันที่อากาศดีคนเต็มเมืองเต็มร้านอาหาร

เสียงดังลอดเข้ามาในห้องพักตั้งแต่เช้าจรดค่ำมีรถวิ่งตลอดเลย

เสียงเครื่องยนต์ เสียงบีบแตร เสียงคุยกันจ๊อกแจ๊ก ได้ยินชัดเจน





ใครเดินมาจากสถานีรถไฟแล้วจะไปย่านเมืองเก่าต้องผ่านน้ำพุ 3 บ่อนี้





ถ่ายซูมไปที่สถานีรถไฟ GARE ANNECY SNCF

เมือง Annecy สะอาดมาก ทั้งย่านที่พักอาศัย ย่านเมืองเก่า

รวมทั้งในทะเลสาบ ในคลอง ไม่เจอขยะเลยสักชิ้น ดูภาพเอาแล้วกัน




Smiley




ใครนั่งรถไฟ TGV มาจากปารีส 4 ชั่วโมง หรือลียง 2 ชั่วโมง มาสุดสายที่สถานีนี้





ห้องพักอยู่ห้องหัวมุม เลยได้วิว 2 ด้าน




Smiley



ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามองเห็นวิวภูเขาด้วย ด้านนี้ด้านทะเลสาบแต่มองไม่เห็น





มองเห็นภูเขาหิมะอยู่ด้านหลังยอดโบสถ์ Église Notre-Dame-de-Liesse ด้วย





ถ้าเป็นหน้าหนาว ภูเขานี้คงขาวโพลนไปด้วยหิมะ





ทางเดินเข้าย่านเมืองเก่า Old Town Annecy





ด้านนี้ทางเข้าห้องนอน





กลับถึงห้อง 6 โมง เสียงรถข้างนอกเริ่มซาแล้ว ได้เวลาลูกสาวนั่งชิลล์ด้านนอก





บางวันแดดเป็นสีทองแบบนี้เลยนะ





อากาศกำลังดี 15 - 20 องศา แต่กลางคืนหนาวต่ำ 10 ไม่เจอฝนเลย เย้





วันแรกเจ้าของที่พักจุดเทียนต้อนรับเราแม่ลูกด้วยนะ พอเธอจะกลับเธอดับเทียนให้ด้วย 5 5 5





ก่อนนอนจะปิดบานประตูสีเขียวด้านนอก





ทำอาหารมื้อเช้ากับเย็นกินเอง อาหารกลางวันกินข้างนอก บางวันมื้อเย็นก็กินข้างนอก





ลูกสาวเธอชอบกินผักกับผลไม้ หอบหิ้วยอดอ่อนปวยเล้งมาจากเจนีวา

เพราะกลัวที่นี่ไม่มี แล้วก็ไม่มีจริง ๆ ด้วย





กินง่าย ผัดบวบฝรั่งซุกีนี่กับเห็ด





อุปกรณ์แก้วตวงที่นี่มีให้หมด เจ้าของเป็นแม่บ้านด้วยรู้ใจ





กล่องไข่ไก่เมือง Annecy มีไข่ไก่สีขาวเหลือมาจากเจนีวาใบเดียว 




รู้เลยว่าไข่ใหม่ ไข่แดงยังกลมดิ๊ก





อาหารมื้อเช้า





สลัดผักราดด้วยน้ำสลัดซี่อิ้วญี่ปุ่น





มื้อต่อมาน้ำสลัดหมด ต้องไปหาปลากระป๋องในน้ำมันมะกอกมาราดแทน





หน้าดีรสชาติก็ดีกินได้





ผักอะไรไม่รู้ไม่เคยกิน ลองซื้อมากิน





ผัดบวบซุกินี่ใส่เห็ดใส่ไข่





มีข้าวกล้องกินมีความสุขจัง





ต้มจืดวุ้นเส้นใส่ผักปวยเล้งใส่เห็ด





ผลไม้มีราสเบอรี่กับลูกพรุนสด




Smiley




มื้ออื่น ๆ บางวันก็ไม่ได้ถ่าย

กระทะดีมากทำไข่ดาวแบบไม่ต้องใส่น้ำมัน





ตัวแม่ชอบมะเขือม่วงนาบกระทะใส่น้ำมันมะกอกโรยพริกไทยป่นกับเกลือนิด ๆ

มะเขือม่วงหวานมาก ชอบ





ผัดบวบซุกินี่แบบไม่ใส่ไข่





ส้มอร่อยเปรี้ยวนิดเนื้อส้มสดหวานฉ่ำ





ผลไม้อย่าให้ขาด





ลูกสาวไปไหนเธอจะต้องติดกล้วยหอมใส่เป้ไปด้วยครั้งละ 2 ลูก





มีอารมณ์จัดผลไม้ถ่ายรูป 5 5 5





เจ้าของที่พักมีกฏเกณฑ์การใช้ห้องและเบอร์โทร.ฉุกเฉินเตรียมไว้ให้ในแฟ้ม

มีข้อมูลการท่องเที่ยวและแผนที่ให้ด้วย





สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมือง Annecy อยู่ตรงไหนบ้าง

จะเดินวนซ้ายวนขวาตามสะดวก 




จากที่พักเดินไปย่านเมืองเก่าไม่ถึง 10 นาที





ที่พักอยู่ใกล้ห้าง Franprix supermarket มีรถเข็นลื่นปรื้ด ๆ

ร้านเล็กและของจะสู้ห้าง Monoprix ไม่ได้





รายการของที่ซื้อ




Smiley




รายการและราคา





อันนี้ซื้อมะเขือม่วงที่ Carefour City อยู่ไม่ไกลที่พักเช่นกัน

ถ่ายบิลไว้ได้แค่นี้





มีร้านขายผักผลไม้อยู่ในย่านเมืองเก่า

ร้านนี้คนที่มาเที่ยว Annecy มั่นใจว่าหลายคนคงได้เดินผ่าน





ผักและผลไม้สดใหม่ คุณภาพดี ราคาสูงว่าใน supermarket





เราแม่ลูกชอบร้านนี้มาก





ร้านนี้มีผลไม้ให้เลือกเยอะขาดแต่ blackberry ลูกสาวเธอเป็นสาวกเบอรี่ทุกชนิด




Smiley




ราสเบอรี่สดใหม่สุด ๆ




Smiley



Smiley




เบอรี่ Red Currrant รสชาติออกเปรี้ยว





เดินผ่านทุกวันแวะทุกวัน




Smiley



Smiley




มาร้านนี้ 3 ครั้ง จัดแผงผักไม่เหมือนกันสักวัน





Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ผัก Artichoke มีคนอธิบายรสชาติไว้ที่กระทู้นี้






สะออนมันฝรั่ง





ติดกันมีร้านขายเนื้อสัตว์ แต่ไม่ได้ซื้อ





เนื้อหมู





การจัดวางซี่โครงหมู





ซูมถ่ายคนขายเนื้อ





เนื้อไก่





ห้าง Monoprix ตั้งอยู่หน้าโบสถ์ Église Notre-Dame-de-Liesse





โบสถ์ Église Notre-Dame-de-Liesse





ด้านข้างโบสถ์ Église Notre-Dame-de-Liesse มีซอยเล็ก ๆ เดินมาหลังโบสถ์ได้





ด้านหลังโบสถ์ Église Notre-Dame-de-Liesse

มาช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส Mr.Emmanuel Macron ได้รับชัยชนะ





หลังโบสถ์มีสนามหญ้าและสนามเด็กเล่น สถานที่พักผ่อนของครอบครัว





ลูกจ๋าป๊ะป๋ามาแล้ว





แถวนี้มีแต่พ่อบ้านใจกล้าน่ารัก 5 5 5





เราแม่ลูกเดินชมเมืองแล้วแดดร้อน เลยปูผ้านั่งพักผ่อนแถวนี้

คุณพ่อบ้านก็เดินมาล้มตัวลงนอนโดยไม่มีอะไรปูพื้นเลย





ลูกสาวก็เลยนอนบ้าง หลับจริง ๆ





ติดกันคือมหาวิหาร Cathédrale Saint-Pierre





เดินไปตรงไหนถูกใจหม่องไหนก็ปูผ้านั่งชมวิวกัน

ฝรั่งนั่งตากแดด แต่เราแม่ลูกหลบแดดทุกครั้ง 5 5 5





ช็อกโกแลตยี่ห้อโปรดของลูกสาวจากสวิสเซอร์แลนด์ หวานน้อยสารพัดถั่วเยอะ





ชมบรรยากาศและวิวทะเลสาบ Annecy ยามเช้า ฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ บรรยายคำนิยามเมือง Annecy เมืองริมทะเลสาบแสนสวย






ภาพมุมสูงทะเลสาบ Annecy จากโปสการ์ด



Smiley



Smiley




รักเราไม่เก่าเลย





ผู้คนพากันมาชมวิวสูดอากาศดี ๆ ออกกำลังกาย เดิน วิ่ง ขี่จักรยาน




Smiley



Smiley




หน้าทะเลสาบมีอนุเสาวรีย์ Claude Louis Berthollet




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




มีสวนสาธารณะใหญ่อยู่ริมทะเลสาบ Annecy



Smiley




ค้าง 3 คืน มาเดินเล่นทุกวัน บางวันมาตอนเช้า บางวันมาตอนเย็น

ลูกสาวบอกเมืองสวย ๆ บรรยากาศดี ๆ แบบนี้ทำไมไม่ค้างซัก 7 คืน




Smiley




วันนี้ได้ภาพดอกไม้ยามเย็นบ้าง




Smiley



Smiley



Smiley




สะพานแห่งความรัก Pont des Amours




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




คลอง Canal du Vasse




Smiley




ตอนเย็นมาถ่ายอีกรอบ





เย็นไป




Smiley




วิวทะเลสาบ Annecy จากอีกด้าน





รูปนี้ถ้าตัวแม่ถอยมาอีกนิดก็จะได้เงาของลูกสาวด้วย




Smiley




มีเรือยนต์ให้บริการด้วย




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




มาเที่ยวเมือง Annecy ต้องเดินเก่ง ๆ มีทั้งทะเลสาบและย่านเมืองเก่าให้เดิน

เราแม่ลูกเดินมาถึงห้าง Galeries Lafayette Annecy เดินไปจนถึง Casino

เสียดายมาเช้าไปห้างยังไม่เปิด คนคงไม่เยอะเท่าที่ปารีส

มีย่านช๊อปปิ้งและศูนย์การค้าใหญ่ Centre commercial Courier

เมือง Annecy ครบเครื่องนะ





มาถูกช่วงถูกเวลา เมือง Annecy ประดับประดาด้วยดอกไม้ สวยสดชื่นทั้งเมือง

นาน ๆ จะโชคดีแบบนี้





Palais de Justice




Smiley



Smiley




Place du Souvenir Annecy




Smiley



Smiley




ดอกแมกโนเลียก็บานแฉ่ง รอบนอกเขตเมืองเก่าเป็นโซนที่ตั้งสำนักงานต่าง ๆ

และอีกด้านเป็นที่อยู่อาศัย บ้าน แฟลต อพาร์ทเม้นต์ คอนโดมิเนียม




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ท่าเรือไปล่องทะเลสาบ Annecy




Smiley




มองเห็นหมู่ปราสาท Annecy อยู่บนเนินเขา (Château d'Annecy)

ด้านบนเป็นจุดชมวิวมุมสูง The Alpine Lakes Regional Observatory





แผนที่ล่องเรือทะเลสาบ Annecy





ราคาตั๋วเรือ




Smiley


Smiley




เดินรอบทะเลสาบตกแต่งด้วยแปลงดอกไม้




Smiley




ข้ามสะพานนี้ไปจุดตั้งต้นเข้าย่านเมืองเก่า Annecy




มองเห็นหอระฆังโบสถ์ Eglise Saint François de Sales





เดินข้ามสะพานเลี้ยวขวาเป็น Mairie d'Annecy หรือ Town Hall





ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามคือด้านหลังของโบสถ์ Church of St. Maurice




ด้านหน้าโบสถ์ Church of St. Maurice





ติดกันคือโบสถ์ Eglise Saint François de Sales





ทางเข้าย่านเมืองเก่า Annecy เข้าได้หลายทาง

เราเริ่มต้นชมย่านเมืองเก่า Annecy ด้านทะเลสาบ Annecy




ด้านหน้าโบสถ์ Eglise Saint François de Sales





น้ำจากทะเลสาบจะไหลผ่ากลางเมืองเก่า มีฝายชะลอน้ำคั่นตลอดแนวคลอง




Smiley



Smiley




เดินตามทางเดินเลียบคลองชมย่านเมืองเก่า Annecy อ่านว่า อานน์ซี

ตั้งอยู่ในแคว้นโรห์น-อัลป์ (Rhone-Alpes) ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส




ย่านเมืองเก่าเมือง Annecy ดูคล้าย Little Venice มากกว่าเมือง Colmar ฝรั่งเศส





ลักษะสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือน โรงแรม ร้านค้าร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก

เหมือนเมือง Venice Italy มาก




Smiley



Smiley



Smiley



ตอนที่อากาศดีเราจะยังไม่เข้าชมโบสถ์ด้านใน




Smiley



Smiley


Smiley



Smiley




Palais de l'Île คือ Landmark ของเมือง Annecy ตอนนี้เข้าเฝือกซ่อมแซม





ก่อนั่งร้านปิดทั้งหลังเลยนะ




ข้อมูลการบูรณะ





คงถึงเวลาแล้วจริง ๆ เศร้า





บล็อคคุณ dreamfirstsky เล่าเกี่ยวกับเมือง Annecy ไว้เข้าใจง่าย

ขออนุญาตวางข้อความด้วยความขอบคุณนะคะ







หวังว่าจะได้ถ่ายรูปกับ Palais de l'Île





ดูภาพจากโปสการ์ดแล้วกัน



Smiley


Smiley


Smiley



พาชมย่านเมืองเก่า Annecy ปลอบใจ




วันที่อากาศดีคนเยอะตั้งแต่ 8 โมงเช้ายันค่ำ โดยเฉพาะวันที่มีตลาดนัด





วันที่ฝนตกอากาศไม่ดีคนจะน้อยถ่ายรูปก็ไม่สวย ต้องมาเร่งสีเร่งวุ้น





สะพาน Pont Morens ข้ามสะพานเลี้ยวขวาไปทางด้านใต้เป็นตลาดนัด





ตลาดนัดมีวันไหนบ้าง






วันนี้วันศุกร์มีตลาดนัดบนสะพาน Pont Morens





ร้านค้าเริ่มต้นบนสะพานลอดประตูซุ้มโค้งไปทางด้านใต้ตลอดแนว





ของเยอะคนก็เยอะ เราแม่ลูกมาเดินสะพานนี้ทั้งมีและไม่มีตลาดนัด





อีกด้านเป็นทางเดินลอดซุ้มประตูทะลุออกไปด้านเหนือเป็นย่านช๊อปปิ้ง





วันที่ไม่มีตลาดนัดสะพาน Pont Morens ก็จะเป็นจุดถ่ายรูป




Smiley



ลูกสาวบอกว่าเวลาที่ตัวแม่ถ่ายรูปท่าทางเหมือนคนนี้เลย 5 5 5




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



เดินเข้ามาลึก ๆ จะเห็นฝายชะลอน้ำช่วงนี้แคบลง แต่น้ำยังใสไม่มีขยะเลย




Smiley




Smiley


Smiley



Smiley


Smiley



Smiley




ซุ้มประตูด้านทิศตะวันตก



Smiley



Smiley




เราแม่ลูกมีเวลาเยอะ เดินได้ทั่วเมืองเดินชมย่านเมืองเก่าไปเรื่อย ๆ

ยิ่งเดินยิ่งรู้สึกว่าเหมือนตัวเองเดินอยู่เมืองเวนิสอิตาลี




Smiley



Smiley



Smiley



มื้อกลางวันฝากท้องที่ร้านอาหารย่านเมืองเก่า

กว่าลูกสาวจะหาร้านที่ถูกใจได้ต้องเดินวิเคราะห์เมนูทั้งเมือง 5 5 5

แต่ละร้านจะติดเมนูอาหารไว้หน้าร้านเป็นภาษาฝรั่งเศส ลูกสาวก็ใช้ดิกในมือถือแปล

บางแห่งก็มีภาษาอังกฤษกำกับไว้ นึกถึงภาพลูกสาวไปยืนอ่านเมนูแต่ละร้านที่เธอสนใจ

เธอจะเลือกร้านที่หน้าร้านไม่มีคนสูบบุหรี่ เพราะร้านอาหารที่นี่ส่วนใหญ่

หน้าร้านจะตั้งโต๊ะเก้าอี้นอกร้านเป็นแถว ลูกค้าจะสั่งเครื่องดื่มแล้วนั่งแช่สูบบุหรี่คุยกัน

โดยเฉพาะที่ปารีสร้านแบบนี้เยอะมาก คนไม่สูบบุหรี่ต้องกินด้านในร้าน




สุดท้ายก็เลือกได้ร้านนี้ LE7 Bistrot Perriere

เลือกทั้ง ๆ ที่ได้คะแนนแค่ 3 ดาว





หน้าร้าน LE7 Bistrot Perriere เราแม่ลูกเลือกนั่งในร้าน





เป็นร้านอาหารจานเดียวมีทั้งเมนูปลา ไก่ เนื้อ พิซซ่า เฟรนช์ฟราย สลัด ข้าวก็มี

เจ้าของที่พักแนะนำว่ามาเที่ยว Annecy ทั้งทีให้เลือกเมนูปลาจากทะเลสาบนะ

เมนู Perch fillets คือเฉพาะเนื้อปลา Perch ไม่มีก้าง





สั่งอาหารแล้วก็คอย จากประสบการณ์ไม่เคยมีร้านไหนคอยต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงเลย

บางร้าน 45 นาที





ยังดีได้น้ำแอ๊ปเปิ้ลและสารพัดซ๊อสใส่ซองมาเสิร์ฟก่อน กระดาษเช็ดมือพร้อม





บรรยากาศหน้าร้าน



Smiley




มองเห็นเมนูปลาจากทะเลสาบ




ตัวแม่สั่งเมนูนี้เหมือนกัน

เป็นปลา Perch เนื้อขาวตัวไม่ใหญ่มาก แล่เอาก้างออกเอาเฉพาะเนื้อมาปรุง

นำไปชุบแป้งบาง ๆ แล้ว grilled เสิร์ฟพร้อมกับเฟรนช์ฟรายและสลัดผักกับมะนาว 1 ชิ้น





เนื้อปลากับสลัดหมดเกลี้ยง อร่อยถูกปาก เหลือแต่เฟรนช์ฟราย เพราะไม่ชอบของทอด

ลูกสาวเธออดทนกินให้จนหมด เธอบอกอร่อยเพราะมันฝรั่งสดมาก

ร้านอื่น ๆ เมนูปลาจะเป็นปลาตัวเล็ก ๆ ทอดเสิร์ฟมากับเฟรนช์ฟรายไม่น่ากินเลย





ของลูกสาวเป็นเมนูหอยจากทะเลสาบอบ เสิร์ฟทั้งหม้อพร้อมกับเฟรนช์ฟรายเช่นกัน

รสชาติคล้ายกับหอยแมลงภู่อบบ้านเราเด๊ะ เนื้อหวานสดมากไม่มีเน่าสักตัว อร่อย





ติดใจวันรุ่งขึ้นมาหม่ำอีกรอบ

ลูกสาวสั่งเมนูปลาแบบเมื่อวานแต่เปลี่ยนเฟรนช์ฟรายเป็นข้าวแทน

แต่ครั้งนี้ตัวแม่ขอสั่งพิซซ่า เพราะเมื่อวานมีคนสั่งแล้วน่ากินมาก

ที่สั่งพิซซ่าเพราะน้ำมันมะกอกขวดนี้ล้วน ๆ

สั่งน้ำเปล่ากับน้ำแอ๊ปเปิ้ล





พิซซ่ามาแล้วจานใหญ่จัง หน้าตาดีเหมือนคนสั่งเลย 5 5 5





ไม่ผิดหวัง พิซซ่าหน้าผักรสชาติหวานธรรมชาติ แป้งนุ่มไม่แข็ง ชีสอร่อยไม่เค็มเกินไป

ราดด้วยน้ำมันมะกอกกินแล้วเข้ากันมาก ลูกสาวก็บอกว่าอร่อยช่วยกันกินคนละครึ่งถาด





เมนูปลา Perch แบบเมื่อวานแต่เปลี่ยนเฟรนช์ฟรายเป็นข้าว

ข้าวเป็นข้าวผัดเนยนิด ๆ รสชาตินุ่มกลมกล่อมไม่เลี่ยน กินได้

ที่เพิ่มเติมมาคือผัดผักรวมมีซุกินี แครอท มะเขือม่วง รสชาติเข้ากันดี





วันนี้เสิร์ฟขนมปังให้ด้วย สงสัยเสิร์ฟพร้อมกับเมนูพิซซ่า

แต่เราชิมนิดเดียวเพราะอิ่มพิซซ่า





ใบเสร็จ 2 วัน น้ำเปล่าขวดละ 4.80 ยูโรยังถูกกว่าน้ำบนรถไฟสวิสอีกนะ

เมนูหอยอบ 15.50 ยูโร เมนูปลาจากทะเลสาบ 18.90 ยูโร เมนูพิซซ่าผัก 15 ยูโร

อร่อยถูกปากตัวแม่กับลูกสาว อาจจะไม่ถูกปากคนอื่นเพราะได้แค่ 3 ดาวเอง

ราคารวมภาษี 10% แล้ว กิน 2 วันนั่งโต๊ะเดิมด้วย




เดินออกมาจากร้านอาหาร เห็นเด็กกินไอศครีม




จัดไปร้านนี้





ไอศครีมส่วนใหญ่เป็นแบบเจลาโต้ รสมะพร้าวก็มีนะ





ลูกสาวเธอเลือกรสนี้ อร่อยดี





ร้านเครปก็เยอะ ลองชิมร้านนี้ เพราะมีแป้งแบบไม่มีกลูเตน อยากชิม





ภายในร้าน





สีดำ ๆ คือบังเหียนใส่คอม้าไว้ให้ม้าลากรถ





ตกแต่งด้วยสารพัดข้าวของเครื่องใช้ในสมัยก่อน





เมนู





ถ้วยน้ำชา





ลายเพ้นท์เสื้อผ้าแบบดั้งเดิม





เราสั่งน้ำแอ๊ปเปิ้ลกับน้ำเปล่า พนักงานเก็บถ้วยชาไปเลย





เครปผักโขมใส่ชีส ชีสรสชาติเค็มเกินไปกินไม่ได้ทั้งแม่ทั้งลูก เหลือเต็มแผ่น

 แป้งเครปแบบไม่มีกลูเตนเวลาถูกความร้อนจะต่างจากเครปที่ใช้แป้งธรรมดา

รสชาติแป้งจะคล้ายกับแป้งข้าวเจ้า คล้ายขนมครกโบราณแบบกรอบ ๆ





เครปไอศครีมรสชาติโอเค ไอศครีมหวานมัน

ตัวแม่ไม่ค่อยชอบหวานจะบอกว่าหวานไปนิด





ค่าอาหารรวมภาษี 10% แล้ว ถือว่ากินบรรยากาศร้านแล้วกัน





ร้านเครปกับร้านอาหารอยู่ใกล้ ๆ กับวัวตัวนี้ใส่ภาพไว้เผื่อได้ไปอีก





ฝากหัวใจจากเมือง Annecy ฝรั่งเศส แด่ผู้อ่านที่อดทนชมรีวิวยาว ๆ และให้กำลังใจนะคะ








Create Date : 05 มิถุนายน 2560
Last Update : 5 มิถุนายน 2560 19:59:16 น.
Counter : 249 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
เที่ยวเมือง Nyon สวิสเซอร์แลนด์ กับเมือง Yviore ฝรั่งเศส วันเดียวเที่ยว 2 เมือง




วันอังคารที่  11  เมษายน  2560

วันนี้เราแม่ลูกไปเที่ยวเมืองติดทะเลสาบเจนีวา 2 เมือง

เมือง Nyon อยู่ฝั่งสวิสเซอร์แลนด์ กับเมือง Yviore อยู่ฝั่งฝรั่งเศส

ทั้งสองเมืองนี้อยู่คนละฝั่งของทะเลสาบเจนีวา Lake Geneva แบบตรงข้ามกัน

ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่าทะเลสาบ "ลัค เลอมัง" Lac Léman

จากฝั่งเมือง Nyon นั่งเรือข้ามฟากแค่ 20 นาที ถึงเมือง Yviore ประเทศฝรั่งเศส

เมืองนี้อ่านว่า "อีวัวร์"






ตารางเรือข้ามฟากฤดูใบไม้ผลิ





ช่วงที่เราแม่ลูกไปเดือนเมษายน เรือโดยสารจากท่าเรือเจนีวายังไม่เปิดให้บริการ

เลยต้องนั่งรถไฟ RE จากเมืองเจนีวาไปลงเรือที่เมือง Nyon แทน

ใช้เวลาเดินทาง 15 นาที





ถ้าไม่ได้ใช้สวิสพาส ค่ารถไฟขบวน RE 9 ยูโร





จากเจนีวาไปเมือง Nyon นั่งด้านขวาวิวทะเลสาบ

วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศนั่งด้านซ้ายบ้าง ชมวิวทุ่งหญ้าออกดอกสีเหลืองอร่าม





โอวววว ทุ่งดอกเรพซีดเหลืองสดใสสุดลูกหูลูกตากว่าทางฝั่งทะเลสาบ





ด้านนี้เป็นทุ่งเกษตรกรรมแทบจะตลอดแนวเส้นทางรถไฟ





มีปลูกแบบกางมุ้งให้ด้วย




ต้นแอ๊ปเปิ้ลกำลังออกดอกเต็มต้น cherry blossoms




ถึงสถานี Nyon ได้ยินเสียงประกาศว่าถึงเมือง Nyon

เป็นเสียงสั้น ๆ ว่า "นุก" หรือ "นีอุก" หรือ "นียง" ฟังไม่ถนัด

จากสถานีรถไฟเดินลงเนินไปทะเลสาบเพื่อลงเรือข้ามฟากที่ท่าเรือ Nyon ใช้เวลา 11 นาที 





แผนที่เมือง Nyon แบบภาพวาด




เจอข้อมูลท่องเที่ยวเมือง Nyon จากเวบท่องเที่ยวของรัสเซีย

บอกว่าเมือง Nyon เป็นเมืองท่องเที่ยวมาตั้งแต่สมัยวิคตอเรีย

และบอกว่าในสมัยโรมัน จูเลียส ซีซาร์เคยใช้เมืองนี้เป็นที่ตั้งกองกำลังทหารด้วย

ไปค้นดูประมาณก่อนปีคริสตกาลตั้ง 44 ปี เท่ากับสองพันกว่าปีมาแล้ว จริงรึ

เดี๋ยวจะพาไปชมร่องรอยโรมันที่เหลืออยู่ในเมือง Nyon




วันนี้ขอเดินวนซ้ายบ้าง





เดินถึงตรงนี้เลี้ยวขวา





เดินมาจนถึงปราสาท Nyon





Castle of Nyon ตัวปราสาทสีขาวเด่นมาก




Smiley




ปราสาท Château de Nyon






ถ้าไม่เข้าพิพิธภัณฑ์สามารถออกไปชมวิวทะเลสาบเจนีวาจากระเบียงปราสาทได้





ข้อมูลปราสาท Nyon บอกว่าสร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 11





เดินลอดใต้ปราสาทออกไปชมวิวทะเลสาบเจนีวากัน





วิวทะเลสาบเจนีวาตัดกับวิวหลังคาอาคารบ้านเรือนแบบโบราณ สวยมาก




Smiley




ลูกสาวบอกวิวกว้างสุดสายตาสวยจริง ๆ




Smiley




วิวด้านขวาเป็นทางเดินลงเนินไปริมทะเลสาบ




มีคนเดินจากถนนด้านล่างขึ้นมาบนปราสาท เก่งจัง





นี่คือวิวที่ไม่ได้คาดหวัง กลายเป็นประทับใจเมือง Nyon มาก

ขากลับจากเที่ยวเมือง Yvoire เราแม่ลูกกลับมาเดินชมเมือง Nyon อีกครั้ง





ชมวิวเสร็จแล้วเดินลงเนินกันเถอะ




Smiley




มองย้อนขึ้นไปที่ปราสาท Nyon





ตรงนี้เป็นลิฟท์ขึ้นมาจากที่จอดรถ ที่รู้เพราะกดลิฟท์ลงไปอยากรู้ข้างล่างเป็นอะไร





สรุปหาทางออกไม่เจอ กดลิฟท์ขึ้นมาใหม่ เดินลงเนินแทน 5 5 5




Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley




เดินลงเนินตามบันไดหินโบราณ




Smiley



Smiley



Smiley




มีการประดับไข่อีสเตอร์ตรงบ่อน้ำโบราณ น้ำใสแจ๋วเลยนะ





แนะนำให้เดินลงเนินแบบเราแม่ลูก อย่าเดินขึ้นเนินเด็ดขาดรับรองลิ้นห้อยแน่ ๆ





เจอทางออกแล้ว





ถ้าเลี้ยวซ้ายไปย่านเมืองเก่า แล้วเลี้ยวขวาอีกทีไปท่าเรือ Nyon ได้





เราเลี้ยวขวา





มองย้อนขึ้นไปที่ปราสาท Nyon ตอนนี้เรายืนอยู่หน้าทางเข้าที่จอดรถจริง ๆ ด้วย





แล้วเลี้ยวซ้ายเดินเลียบทะเลสาบ




Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley




มองเห็นท่าเรือแล้ว





อาคารบ้านเรือนสมัยเก่า





ลงจากเนินปราสาทถ้าเลี้ยวซ้ายก็จะมาออกแถวบริเวณนี้





เรือมาแล้ว





ตารางเรือที่เตรียมมาว่าขึ้นรอบไหน จับคู่กลับรอบไหน

กะจะใช้เวลาที่เมือง Yvoire สัก 4 ชั่วโมง หม่ำอาหารเย็นที่ฝั่งโน้นเลย





ข้อมูลตารางเรือและซื้อตั๋วเรือข้ามฟาก online





มีสวิสพาสขึ้นฟรี ถ้าไม่มีสวิสพาสราคาตั๋วเรือเที่ยวเดียว 15 CHF.





ถ้าซื้อแบบไป - กลับ 26 CHF.

ซื้อที่ห้องขายตั๋วตรงท่าเรือ หรือซื้อจากตู้ขายตั๋วก็ได้




ถ้าต้องการไปเที่ยวเมือง Thonon ฝรั่งเศส ต้องไปลงเรือที่ท่าเรือเมืองโลซานน์





Lausanne-Ouchy to Thonon-les-Bains ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที

ค่าตั๋วเที่ยวละ 29 CHF. มีสวิสพาสขึ้นฟรี




ไป-กลับ 50 CHF.





และถ้าต้องการไปเที่ยวเมือง Evian-les-Bains  ฝรั่งเศส

ต้องไปลงเรือที่ท่าเรือเมืองโลซานน์เช่นกัน

ซึ่งจากสถานีรถไฟโลซานน์เดินไปท่าเรือ Lausanne-Ouchy ใช้เวลา 20 กว่านาที

ปกติเมืองอื่น ๆ จากสถานีรถไฟไปท่าเรือแค่ 10 นาทีนิด ๆ





แนะนำให้นั่งรถไฟใต้ดินไปท่าเรือใช้เวลา 9 นาที





Lausanne-Ouchy to Evian-les-Bains นั่งเรือใช้เวลาเดินทาง 35 นาที





ค่าตั๋วเที่ยวละ 16 CHF.  มีสวิสพาสขึ้นฟรี




ไป - กลับ 36 CHF.





Nyon to Yvoire เรือใกล้เข้ามาแล้ว




Smiley




ให้ผู้โดยสารที่มาจากฝั่งเมือง Yvoire ลงก่อน แล้วผู้โดยสารฝั่งเมือง Nyon ยืนเข้าคิวขึ้นเรือ





มองกลับไปที่ฝั่ง





เรือออกจากท่าแล้ว





ท้ายเรือเป็นห้องน้ำ





และยืนชมวิวท่าเรือเมือง Nyon ได้





ท้ายเรือติดธงสวิสเซอร์แลนด์ หัวเรือติดธงฝรั่งเศส




Smiley



Smiley




ชมวิวทะเลสาบเจนีวาเห็นพื้นน้ำกว้างสุดสายตา

ซึ่งไม่เหมือนกับทะเลสาบเบรียนซ์แถบอินเทอลาเค่นที่เป็นวิวภูเขาโอบทะเลสาบรอบด้าน

สรุปชอบวิวทะเลสาบเบรียนซ์มากกว่า




Smiley



Smiley



Smiley




ใช้เวลา 20 นาทีแป๊บเดียว เห็นฝั่งเมือง Yvoire ฝรั่งเศสแล้ว




Smiley












วิวรอบ ๆ ท่าเรือ Yvoire




Smiley




แผนที่เมือง Yvoire





วันนี้อากาศดี 20 - 25 องศา ท้องฟ้าแจ่มใส ผู้คนคึกคัก





มีป้ายต้อนรับบอกว่าเมือง Yvoire คือเมืองแห่งดอกไม้

แต่ต้องมาให้ถูกฤดูกาล เราแม่ลูกมาเดือนเมษายนดอกไม้ประดับบ้านยังไม่เยอะ

ต้องมาตั้งแต่พฤษภาคมเป็นต้นไปแต่ละบ้านจะประดับด้วยไม้กระถางอร่ามไปทั้งเมือง





ข้อมูลท่องเที่ยวเมือง Yvoire







ใครอยากชมเมืองที่มีอาคารบ้านเรือนที่สร้างด้วยหินโบราณ

ประดับประดาด้วยดอกไม้กระถางสีสันงามตาแบบในภาพจาก Google

ต้องมาช่วงกลางฤดูใบไม้ผลิถึงหน้าร้อน พฤษภาคม - สิงหาคม





เดินขึ้นบก ด้านซ้ายคือ Hôtel Restaurant du Por





เมือง Yvoire เล็กมาก

ตั้งต้นเดินจาก Hôtel Restaurant du Por ไปย่านเมืองเก่าแค่ 4 นาทีเอง




Smiley



Hôtel Le Jules Verne





มีแปลงดอกทิวลิปต้อนรับที่ท่าเรือ




 ตรงนี้เป็นโรงแรมและภัตตาคารริมทะเล

เห็นคนลากกระเป๋าลงจากเรือมาพักแถวนี้ด้วย




เดินเลี้ยวซ้ายขึ้นเนิน




Smiley




เจอนางเอกประจำเมือง Yvoire แห่งร้าน La Cristallerie

เป็นร้านขายโคมไฟประดับ





เมื่อก่อนเธอผอมนะ พอดีเห็นรูปภาพเธอจากเน็ต




ไม่รู้จะไปทางไหนเดินวนซ้ายก่อนแล้วกัน เดินตาม ๆ กันไป





ตรงนี้คือกำแพงของสวนที่ชื่อว่า The Garden of Five Senses





ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่าสวน Yvoire Jardin des Cinq Sens





ข้อมูลเข้าชมสวน Jardin des Cinq Sens





ด้านซ้ายคือปราสาท Yvoire  หรือ Château d'Yvoire

เราเห็นสภาพดอกไม้ด้านนอกมีแค่นี้ เลยเดินผ่านสวนไปเลยไม่ได้เข้าชม





ที่กำแพงสวนมีป้ายภาพและชื่อดอกไม้ติดไว้ว่าเป็นต้นอะไร ดีจัง




Smiley




เดินลงเนินไปทะเลสาบ





มีแปลงทิวลิปสวยนะ





วิวทะเลสาบเจนีวาฝั่งเมือง Yvoire





ถ้าอยากได้รูปปราสาทเมือง Yvoire สวย ๆ

ให้เดินตามแนวสันเขื่อนแล้วถ่ายรูปย้อนกลับมาที่ฝั่ง





เราแม่ลูกนั่งหลบแดดอยู่ในร่มชมบรรยากาศและผู้คนตรงนี้ดีกว่า




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




บรรยากาศดี เราแม่ลูกนั่งชมวิวอยู่ด้านหลังครอบครัวนี้นานเลย

ถูกใจลูกสาวที่ไม่ต้องเดินเยอะ



Smiley



Smiley




ได้เวลาเดินขึ้นไปชมย่านเมืองเก่า Yvoire




Smiley



Smiley




มีดอกวิสเทอเรียสีม่วงให้ชมแค่นี้จริง ๆ




Smiley



Smiley




โบสถ์ Eglise d'Yvoire





วิวจากหน้าโบสถ์มองลงไปที่ทะเลสาบเจนีวา




Smiley



หน้าโบสถ์ตรงใจกลางเมืองเก่า Yvoire เป็นบ่อน้ำพุเล็ก ๆ

ดูอาคารบ้านเรือนที่ยังไม่ถึงเวลาประดับกระถางดอกไม้



Smiley



Smiley



Smiley




ร้านอาหารร้านนี้ประดับดอกไม้สวยที่สุดแล้ว

ถ้ามาหน้าร้อนคงงามน่าดู





ตอนนี้ปิดพักช่วงบ่าย เปิดอีกทีตอนเย็น ขออ่านเมนูก่อน



Smiley




Restaurant La Perche





ด้านข้างก็มีเมนูแปะไว้




บอกว่าเป็นร้านแนะนำด้วย





ลูกสาวบอกว่าน่าลองนะ ชมเมืองรอจนร้านเปิดก็ได้




Smiley




เดินต่อ บ้านหินโบราณสวยที่สุดก็อยู่บนถนนสายนี้





ทำเป็นร้านขายเครื่องเรือนไม้




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley




เราแม่ลูกมาเดือนเมษายนดอกไม้กระถางประดับบ้านยังหร่อมแหร่ม

และคนมาเที่ยวเยอะมาก ถ่ายรูปไม่สนุกเลย เพราะต้องถ่ายเลี่ยงคน เกรงใจ

ภาพออกมาเลยเป็นแบบนี้ เมืองสวย ๆ เลยดูไม่สวยไปเลย




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley




เดินเลี้ยวซ้ายมาออกตรงซุ้มประตูหิน ตรงนี้คือ Galerie Fert

ตรงกันข้ามก็เป็น Yvoire Tourism




Smiley




เดินย้อนกลับเข้าเมืองเก่า




Smiley




ชมบรรยากาศเมือง Yvoire ไปเรื่อย ๆ

ส่วนใหญ่แถวนี้เป็นร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกไปหมดแล้ว




Smiley



Smiley



Smiley




ร้านของที่ระลึก




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




เดินเป็นวงกลมมาออกตรงจุดเริ่มต้นแล้ว




หมดแล้วแค่นี้เองเมือง Yvoire



Smiley




ลองเดินออกไปทางซ้ายตรงซุ้มประตูหินโบราณ




Smiley



Smiley


Smiley




ไม่มีอะไร เดินกลับเข้าไปที่เดิม




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




เมือง Yvoire เดินแป๊บเดียวหมดแล้ว

ร้านอาหารที่เล็งไว้ก็ยังไม่เปิด รอบเรือรอบถัดไปกำลังจะออก

เลยตัดสินใจกลับไปเดินเมือง Nyon ต่อกันดีกว่า




Smiley



Smiley




ก่อนขึ้นเรือก็มาอ่านเมนูอาหารที่ภัตตาคารของโรงแรมนี้ที่เปิดบริการอยู่

เผื่อนั่งกินชมวิวเพลิน ๆ แล้วกลับเรือรอบที่เราดูไว้

ลูกสาวบอกเมนูสู้ร้านที่เราเล็งไว้ไม่ได้ ไม่ค่อยหิวด้วย กลับเถอะ



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



ห้องขายตั๋วเรือตรงท่าเรือ




Smiley



Smiley




บ๊าย บาย เมือง Yvoire เมืองแห่งดอกไม้ (ยังไม่บาน)




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




หัวเรือติดธงฝรั่งเศส ท้ายเรือติดธงสวิสเซอร์แลนด์



Smiley



ขากลับคนน้อย มาสำรวจภายในเรือกันเถอะ







Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ลงจากเรือแล้วเลี้ยวซ้ายเดินชมวิวเลียบทะเลสาบเจนีวายามเย็น



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ชมแผนที่เวอร์ชั่นรัสเซียทำไว้

เราจะไปหมายเลข 9 ไปชมสวน Parc du Bourge-de-Rive




ฝั่งตรงข้ามคือมิวเซียมทะเลสาบเจนีวา Musée du Léman




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




บอกเลยว่าริมทะเลสาบเจนีวาแถวนี้บรรยากาศดีถูกใจมาก





ข้ามถนนไปสวนสาธารณะฝั่งตรงข้าม

ชื่อว่าสวน Parc du Bourge-de-Rive





ดอกแมกโนเลียโปรยกลีบแล้ว





เป็นสวนอยู่บนเนิน มองไปเป็นวิวทะเลสาบเจนีวา มาแล้วไม่ผิดหวัง

มาตอนเย็น วิวสวยมาก




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



ชมบรรยากาศสวนบนเนิน มีแปลงดอกทิวลิปใหญ่รูปวงรีอยู่กลางสวน




ดอกยังตูมอยู่เลย





นางเอกของสวน Parc du Bourge-de-Rive

คือซากุระพันธุ์กลีบซ้อนสีชมพูเข้มบานเต็มต้น ต้นเดียวเอาอยู่



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley




ชมวิวทะเลสาบเจนีวาจากบนเนินสวน




Smiley



Smiley




เราว่า ณ เวลานี้ดอกไม้บานตรงนี้งามกว่าเมือง Yvoire อีกนะ 5 5 5




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley




เดินขึ้นเนินไปชมกำแพงดอกวิสเทอเรียด้านบน




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ป้ายบอกชื่อสวน Parc du Bourge-de-Rive




Smiley




ตรงนี้คือ จัตุรัส Chesnut Square อยู่เหนือสวน Parc du Bourge-de-Rive





เป็นที่ตั้งของเสาโรมัน Roman Pillars หรือ Esplannade des Marronniers

เป็นหลักฐานสำคัญว่าเมือง Nyon นั้นในสมัยโรมัน จูเลียส ซีซาร์

เคยใช้เมืองนี้เป็นที่ตั้งกองกำลังทหาร เป็นเวลาสองพันกว่าปีมาแล้ว





ลูกสาวบอกว่าหิวระดับ 10 รีบเดินเถอะ ตัวแม่เลยยังไม่ได้ดูอะไรที่นี่เลย





เดินกลับเข้าไปย่านเมืองเก่า Nyon หาร้านอาหาร





ตรงนี้เป็นลานน้ำพุเก่าโบราณ





เดินตรงอย่างเดียว





ที่นี่ต้องมีเงิน 3,500 - 4,000 บาทถึงจะเข้าร้านทำผมได้ แพงจัง





ย่านเมืองเก่า Nyon ก็จะสไตล์เมือง Morges





เราชอบเมืองแบบนี้ เดินง่ายและชิคดี




Smiley



Smiley



มีตลาดนัดตอนเย็นด้วย แต่ไม่มีเวลาชม




ลูกสาวบอกว่าถ้าแม่ไม่เก็บกล้อง คราวหน้าจะไม่มาด้วยนะ




ตัวแม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งลูกสาวอย่างเคร่งครัด 5 5 5

กลัวลูกสาวไม่มาด้วย เก็บกล้องแล้วไปหาร้านอาหารเย็นกินกัน

เธอเลือกเมนูปลาเหมือนเดิม ภาพสุดท้ายของเมือง Nyon




ช่วงนี้คุณสามีไปดูงานยุโรป ลูกสาวไปอยู่คอนโด

ตัวแม่เลยมีเวลารีวิวจัดอัลบั้มรูปไปเรื่อย ๆ เพลินดี

พบกันใหม่รีวิวถัดไปนะคะ



Create Date : 25 พฤษภาคม 2560
Last Update : 25 พฤษภาคม 2560 13:03:50 น.
Counter : 297 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ชมเทศกาลดอกทิวลิปเมือง Morges ริมทะเลสาบเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์




วันจันทร์ที่  10  เมษายน  2560

วันนี้ไปชมเทศกาลดอกทิวลิปเมือง Morges ริมทะเลสาบเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์

ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม

ปีที่แล้วมาวันที่ 18 พฤษภาคม เหลือแต่ก้านแล้ว


เทศกาลชมดอกทิวลิปเมือง Morges จัดขึ้นที่สวน Parc de l'Indépendance

เป็นสวนสาธารณะใหญ่ประจำเมือง Morges ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา

สวนนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การจัดภูมิทัศน์สวนร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่อายุเป็นร้อยปี

วันที่อากาศดีทำให้บรรยากาศดีสะดวกต่อการเดินทาง มาแล้วมาอีก





เราแม่ลูกเคยมาชมดอกทิวลิปเมือง Morges เมื่อปี 2008 

ตอนนั้นลูกสาวอายุ 11 ขวบ ผ่านมา 9 ปีกลับมาอีกครั้ง




เมือง Morges อยู่ตรงไหนของทะเลสาบเจนีวา

มาเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์ครั้งนี้กวาดเมืองรอบทะเลสาบเจนีวา

แผนที่เมืองต่าง ๆ รอบทะเลสาบเจนีวา







สามารถเดินทางมาเมือง Morges ทางเรือได้ แต่รอบเรือที่แวะเมือง Morges น้อยมาก





ตารางล่องเรือรอบทะเลสาบเจนีวาช่วงฤดูใบไม้ผลิ spring







การเดินทางมาเมือง Morges ด้วยรถไฟสะดวกมาก

จากสถานีเจนีวาถึงสถานี Morges ด้วยรถไฟ RE ใช้เวลา 36 นาที





รถไฟ RE แถบนี้ใหม่และทันสมัยดี ชอบ





ถ้ามาจากเจนีวา ให้นั่งด้านขวาชมวิวทะเลสาบเจนีวา

ถ้ามาจาก Bern หรือ Lausanne ให้นั่งด้านซ้าย





มีทุ่งไวน์ลดหลั่นลงเนินเลียบทะเลสาบ





พร้อมทุ่งดอกเรพซีดสีเหลืองบานสะพรั่ง





สีเหลืองตัดกับสีท้องฟ้า





ถึงสถานี Morges หันหน้าออกสถานีแล้วเดินตรงลงเนินไปทะเลสาบเจนีวา






เอาแผนที่ในบล็อคปี 2008 มาให้ชม เมื่อก่อนเขียนบล็อคไม่สะดวกเท่าตอนนี้










เดินจากสถานี Morges ไปสวน Parc de l'Indépendance ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที






เดินมาได้นิดเดียวอยากเข้าห้องน้ำ เมื่อกี้บนรถไฟมีก็ไม่เข้า อยากเสียเงิน

ก็ต้องหาร้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อสั่งเครื่องดื่มและเข้าห้องน้ำตามสูตร





เพิ่งกินอาหารเช้ามา ทำไมเห็นแล้วอยากกินก็ไม่รู้





จัดไป ของลูกสาวเป็นโกโก้ร้อนกับพิซซ่า

เครื่องดื่มโกโก้ร้อน พนักงานเสิร์ฟนมร้อนกับโกโก้ 1 ซองให้ชงเอง

บอกลูกสาวว่าโกโก้ยี่ห้อนี้แม่เคยมีโอกาสไปดูงานที่โรงงานมาด้วยนะ





ตัวแม่จัดหนักขนมปังไส้แซลม่อนใส่ผักเยอะ อันละ 8.50 CHF.

ขนมปังธัญพืชอร่อยมากเหมือนจะแข็งนอกแต่พอกัดแล้วนุ่มลิ้นยังไงไม่รู้

หอมเนยที่ทาไว้ด้านในกัดทุกอย่างรวมกันรสชาติลงตัว ไม่เคยกินขนมปังหมดอันเลย

อันนี้เป็นครั้งแรกที่หมด ลูกสาวชิมก็บอกว่าอร่อย แต่พิซซ่าของลูกสาวรสชาติธรรมดา

จากนี้ไปถ้ามาเมือง Morges ไม่ดูแล้วทิวลิปจะมากินขนมปังอันนี้อย่างเดียว

ทริปนี้ชิมอาหารยุโรปแถบทะเลสาบเจนีวาหลายร้าน รสชาติดีกว่าแถว Interlaken

สงสัยใกล้กับฝรั่งเศสเลยอร่อยกว่า 5 5 5






 วันต่อมาซื้อขนมปังแบบนี้จากเมือง Bern กินบนรถไฟ

ราคาใกล้เคียงกัน กัดได้ 2 คำให้ลูกสาวช่วยกินต่อ

คิดถึงรสชาติขนมปังเมือง Morges เหลือเกิน







กินเสร็จแล้วก็เดินต่อ





เดินมาถึงแยกไปรษณีย์ ดอกซากุระสีชมพูเข้มพันธุ์กลีบซ้อน KANZAN บานอยู่ 4 - 5 ต้น





ข้ามถนนแล้วแช๊ะซะหน่อย





Smiley





นี่แหล่ะที่เค้าเรียกว่าบาน full bloom บานแบบหาใบไม่เจอ




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




เดินต่อมาถึงแยกนี้ มีทางเข้าสวน 2 ด้าน

เดินตรงไปเข้าทาง Château de Morges et ses musées ได้ หรือเลี้ยวขวาก็เข้าได้

เราแม่ลูกวางแผนเดินวนขวาชมสวนเป็นวงกลมมาทางซ้ายไปท่าเรือ Morges เวิร์คดี






ข้ามถนนแล้วเดินไปเข้าสวนทางด้านขวาก่อน




Smiley




เลี้ยวซ้ายเข้าสวน





 มีป้ายเตือนว่าใครพาน้องหมามาเที่ยวต้องใส่สายจูงด้วยนะ



Smiley



มีห้องน้ำทางด้านขวา ข้ามสะพานนี้ไป





รายละเอียดสวน Parc de l'Indépendance เข้าชมฟรี





จากนี้ไปเชิญชมภาพบรรยากาศสวนทิวลิป Parc de l'Indépendance

ทริปนี้เอากล้องคอมแพคมาตัวเดียวสะดวกดี เพราะต้องปิดทริปที่ปารีส

วันนี้เป็นวันที่ถ่ายรูปเยอะที่สุด

บางวันไม่ได้ใช้กล้องเลยนั่งชมวิวอย่างเดียวแล้วแต่อารมณ์พาไป

เราแม่ลูกใช้เวลาที่สวนนี้ 3 ชั่วโมงกว่า

บังเอิญจริง ๆ ที่แวะเข้าห้องน้ำกินของว่างที่ร้านอาหารเมื่อกี้มาก่อน

ไม่งั้นคงหิวแย่ แถวนี้ไม่มีร้านอาหารเลย เค้าคงลิขิตมาให้วันนี้ต้องเป็นแบบนี้






ถ้าเดินจนสุดทางก็จะเป็นทะเลสาบเจนีวา





Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



สวนสงบร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เดินถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ ฝรั่งเค้าชมสวนด้วยความสงบจริง ๆ นะ

เฉพาะเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคมจะตกแต่งสวนด้วยทิวลิปหลากสีหลากสายพันธุ์

เราแม่ลูกชอบบรรยากาศแบบนี้มาก ไม่ต้องถ่ายรูปก็ได้

นั่งนิ่ง ๆ ชมสวนสวย ๆ สูดอากาศดี ๆ ไปเรื่อย ๆ

ต่างจากไปดูสวนทิวลิปที่ญี่ปุ่นมีดอกไม้สวย ๆ เยอะก็ต้องแลกกับคนเยอะ



Smiley




เที่ยงแล้วมีคนมาชมสวนแค่นี้เอง มาเรื่อย ๆ มาเงียบ ๆ ใครรู้ตัวว่ามาแล้วเสียงดังไม่ต้องมา

เพราะเสียงของคุณจะทำลายบรรยากาศการชมดอกไม้ของคนอื่น

เสียมารยาทแล้วทำเนียนมึนไม่แคร์สื่อ แก่แล้วเริ่มบ่น




Smiley



Smiley




แปลงดอกทิวลิปแต่ละแปลงจะมี Theme ตกแต่งเป็นรูปร่างต่าง ๆ 

แล้วมีทิวลิปสีอะไรบ้าง เก๋ดี แต่ละปีใช้ธีมต่างกัน




Smiley



Smiley




มีหอคอยเตี้ย ๆ ให้ขึ้นไปชมสวนวิวมุมสูงได้

ก็จะมองเห็นว่าแปลงดอกทิวลิปเป็นรูปอะไรชัดขึ้น

บุคคลพิเศษก็เข็นรถขึ้นไปชมได้




Smiley



Smiley


Smiley



Smiley




เดินมาจนสุดทะเลสาบเจนีวา



Smiley




ชมดอกทิวลิปริมทะเลสาบ บอกได้คำเดียวว่าบรรยากาศดีมากกกกกก



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




จริง ๆ ต้องถึงสวนนานแล้ว เสียเวลาเข้าห้องน้ำไปเกือบชั่วโมง ได้แสงตอนเที่ยงอีกแล้ว





สวนถูกตกแต่งด้วยดอกทิวลิปเป็นแปลง ๆ

ไม่ได้เยอะพรึ่บพรั่บหนาแน่นแบบสวน Keukenhof เนเธอร์แลนด์ แต่ดูดีมาก

ปีหน้ามีแพลนว่าจะไปตะลุยแถบเบเนลักซ์อีกครั้ง




Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




วันนี้วันจันทร์คนเลยน้อยรึเปล่า แต่เราแม่ลูกชอบมาก




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




มีคำแนะนำ หากมาชมดอกไม้ให้เตรียมหมวกกันแดด

และพกยาทาแก้แพ้แก้คันมาด้วย เผื่อเจอแมลงกัดต่อย



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley




ทิวลิปแปลงนี้เค้าบังเอิญหรือตั้งใจให้ดอกสีเหลืองอยู่ท่ามกลางดอกสีชมพู




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ทิวลิปสีเหลืองกับสีชมพูเป็นคนละพันธุ์กันแต่ต้องอยู่ด้วยกัน





ตัวแม่ชอบทิวลิปสีชมพูพันธุ์นี้นะ ถ่ายป้ายชื่อมาแต่เบลออ่านไม่ออก

ช่อดอกแข็งแรงกลีบดอกหนาเวลาบานสวยเหมือนดอกปลอมเลย




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley


Smiley



Smiley



ชมภาพบรรยากาศไปเรื่อย ๆ จัดรูปแบบเรียงรูปเรียงเหตุการณ์ตามที่เราเดินจริง




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




เดินมาถึงต้นสนใหญ่ที่ลูกสาวเคยมาโอบเมื่อปี 2008 ตอนนั้นเธออายุ 11 ขวบ

เอารูปในบล็อคให้เธอดู ผ่านไปเกือบ 10 ปี ต้นไม้ใหญ่กว่าตัวเธอมาก

เป็นปลื้มได้กลับมาอีก



Smiley


Smiley


Smiley




และนางเอกของสวนคือต้นไม้แห่งรักเป็นต้นสนใหญ่กลางสวน อายุคงเกือบถึงร้อยปี






ใครไปใครมาก็ต้องแวะมาชม





ต้นสนต้นนี้ลูกสาวเคยนั่งถ่ายรูปกับตัวแม่เมื่อปี 2008




เวลาผ่านไปเกือบ 10 ปีต้นไม้ต้นนี้ใหญ่ขึ้นแค่ไหนลองยืนวัดสเกล

ตัวใหญ่แล้วเค้าห้ามปีน




Smiley






ตอนนี้ต้นสนใหญ่นี้เป็นร่มเงาให้ตัวแม่หลบแดดถ่ายรูป






Smiley




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ริมทะเลสาบทำเป็นสันเขื่อนซีเมนต์ให้คนได้นั่งเล่นชมวิวทะเลสาบกับเทือกเขาแอลป์




Smiley



Smiley




ริมทะเลสาบด้านนี้มีสะพานไม้ยื่นไปในทะเลสาบ ถามพนักงานดูแลสวนว่าออกไปถ่ายรูปได้มั้ย




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ครูพานักเรียนมาทัศนศึกษานอกสถานที่




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




แปลงดอกทิวลิปที่ยังไม่บานก็มีป้ายธีมติดไว้ว่าบานแล้วจะเป็นรูปอะไร และมีดอกสีอะไรบ้าง





แปลงนี้จัดเป็นรูปกีตาร์




แปลงนี้จัดเป็นรูปตัวโน๊ตดนตรี




Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley




เดินมาถึงแปลงดอกทิวลิปธีมนางเอกของสวน Parc de l'Indépendance




Smiley




แปลงนี้เค้าจัดออกมาได้ตามที่ติดป้ายไว้จริง ๆ นะ ทั้งดอกไม้และสีสันสวยสดใสสุด ๆ




Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley




โอววววว




เจอคนที่มีความสุขที่สุดในสวนแล้ว นั่งอาบแดดอ่านหนังสือ ชิลล์มาก

เราเห็นเธอหยิบครีมกันแดดมาทาด้วยนะ อายุเธอคงใกล้เคียงกับตัวแม่





คนนี้นอนอาบแดดเลยอ่ะ ขออนุญาติถ่ายรูปประกอบรีวิวนะตัวเอง




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ธีมดอกทิวลิปแปลงนี้ แดง ม่วงชมพู ขาว



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ชมดอกทิวลิปแปลงนี้จนขาดใจ




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ชมสวนทิวลิปจนหน่ำใจ เดินออกอีกทาง




Smiley



Smiley



Smiley




เดินเลียบทะเลสาบออกมาทาง Château de Morges et ses musées




Smiley




ข้อมูลบอกว่าด้านในเป็น Vaud Military Museum




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




เดินมาจนถึงท่าเรือ Morges เป็นสวนสาธารณะเลียบทะเลสาบ

เกือบบ่าย 3 แล้วแดดเปรี้ยงแต่อากาศเย็นสบาย




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



ดอกทิวลิปดำอยู่นี่เอง ไปหลายเมืองไม่เจอเลย




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




แถวนี้ตอนเช้ากับตอนเย็นบรรยากาศคงดีสุด ๆ ชอบ



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ท่าเรือ MORGES




Smiley



Smiley




ดอกแมกโนเลียสีเหลืองโปรยกลีบแล้ว




Smiley




ตอนนี้ลูกสาวหิวระดับ 10 เธอเดินไปอ่านเมนูร้านอาหารแถวนี้

มีคนนั่งรออาหารเต็มทุกร้าน จากประสบการณ์ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 30 นาทีกว่าจะได้อาหาร




Smiley




เลยตัดสินใจเดินกลับเข้าเมือง Morges ตรงซอยถนนโรงแรม Hotel Du Mont-Blanc

เผื่อเจอร้านคนน้อยและราคาถูกกว่า แถวนี้ร้านอาหารจะบวกค่าวิวค่าทำเลด้วย





เดินมาจนถึงป้ายรถบัส CASINO




Smiley




เราว่าเมือง Morges น่าเดินกว่าเมือง Vevey เมือง Montreux อีก




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ถนน GRAND Rue เป็นถนนคนเดิน มีตลาดนัดด้วยตอนนี้ตลาดวาย





สุดถนน GRAND Rue คือโบสถ์ Temple de Morges




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ตอนนี้เห็นอะไรก็หิว





เจอป้าย Coop ในตึกนี้




Smiley




เข้าซุปเปอร์มาเก็ต Coop แป๊บเดียวได้เสบียงมาเพียบ

เป็นข้าวปั้นกับไก่อบ Coop ลองชิมรึยัง อร่อยนะ รอดตายไปอีก 1 มื้อ

อาหารกลางวันแล้วแต่สถานการณ์พาไป เอาแน่เอานอนไม่ได้ว่าจะกินร้านไหนเวลาไหน





มีคนเอาขยะรีไซเคิลมาหยอดตู้ ตู้นี้หยอดแล้วไม่ได้เงินกลับมา

แต่เป็นตู้รับบริจาคขยะรีไซเคิลแล้วนำไปบริหารต่อให้เกิดประโยชน์กับสังคม





สักพักเห็นคนมาไขตู้เอาขยะออกมาจากตู้




Smiley




อิ่มแล้วเดินออกมาเจอไปรษณ์กลับไปสถานีรถไฟ Morges พอดี




เดินเที่ยวเมืองรอบทะเลสาบเจนีวาเดินง่าย ไม่ต้องมีแผนที่

แค่จำให้ได้ว่าสถานีรถไฟอยู่ทิศไหน ดูแผนที่ตามริมทะเลสาบก็ได้

เดินลงเนินไปทะเลสาบ เดินขึ้นเนินไปสถานีรถไฟแถบจะทุกเมือง





ปิดรีวิวชมดอกทิวลิปสวน Parc de l'Indépendance แห่งเมือง Morges ริมทะเลสาบเจนีวา




ลาก่อนต้นไม้แห่งรัก





ด้วยความสุขและความประทับใจบรรยากาศสวนสงบร่มรื่น

และดอกทิวลิปหลากหลายสายพันธุ์สีสันลานตา




ปีหน้าไม่มาชมดอกทิวลิปที่นี่แล้วนะ จะมาแวะมากินขนมปังเมือง Morges อย่างเดียว




บ๊าย บาย




พบกันใหม่รีวิวถัดไปนะคะ



Create Date : 18 พฤษภาคม 2560
Last Update : 18 พฤษภาคม 2560 15:45:37 น.
Counter : 331 Pageviews.
5 comment
(โหวต blog นี้) 
รีวิวที่พักโรงแรม Le Montbrillant Hotel Residence Geneva สวิสเซอร์แลนด์






วันศุกร์ที่  7  เมษายน  2560





โรงแรม Le Montbrillant Hotel Residence อยู่ด้านหลังสถานีรถไฟเจนีวา

ด้านหน้าสถานีรถไฟจะเดินลงทะเลสาบ





ราคาห้องพัก ไม่รวม city tax 3 CHF. ต่อคนต่อคืน





ห้อง Superior Double Room with Kitchenette ขนาด 30 ตารางเมตร ไม่รวมอาหารเช้า






ถ้ามาจากฝรั่งเศสรถไฟ TGV หรือรถไฟ TER จะจอดตรงชานชาลานี้

เดินออกจากชานชาลาเจอโรงแรมเลย







โรงแรมมีร้านอาหารขายลูกค้าที่ไม่ได้พักด้วยนะ ได้ข่าวว่าอาหารอร่อย แต่ไม่ได้ชิม





เข้าไป check in ด้านหน้าโรงแรมได้ห้องหมายเลข 43

พนักงานยังไม่ให้จ่ายเงิน ให้จ่ายตอน check out

โรงแรมที่ญี่ปุ่นต้องจ่ายตอน check in





โรงแรมให้บัตรขึ้นรถสาธารณะเมืองเจนีวาฟรีตลอดการเข้าพัก ใช้ได้จนถึงวัน check out ทั้งวัน

เลือกพักที่นี่เพราะจะเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์โซนนี้และต่อไปเมือง Annecy ฝรั่งเศส





ใช้นั่งรถเมล์ รถแทรม รถไฟ นั่งเรือข้ามทะเลสาบเจนีวาระยะสั้นได้ด้วย






แผนผังรถสาธารณะขอบเขตพื้นที่ที่ไปได้





ในรถแทรมมีกล้องวงจรปิดด้วยนะ เค้าคงขำเห็นเราถ่ายรูปป้ายรถแทรม

ป้ายสถานีรถไฟเจนีวาชื่อว่าป้าย Gare Cornavin





บัตรนี้พิเศษมาก สามารถใช้นั่งรถไฟ IC กับรถไฟ IR ไปสนามบินเจนีวาได้ด้วย

นั่งป้ายเดียวก็ถึงแล้ว






เช็คอินเรียบร้อยเดินมาทางด้านข้างโรงแรม






ประตูทางเข้าห้องแบบอพาร์ทเม้นท์อยู่ตรงนี้






ใช้การ์ดห้องติ๊ดตรงประตูทางเข้า เข้ามาแล้วเจอลิฟท์เก่า





ห้องนอนสภาพเก่าแต่ได้รับการดูแลอย่างดี





มีผ้าห่มเพิ่มให้ 1 ผืน พร้อมหมอนอีก 2 ใบ





ผ้าห่มของอีเกีย คล้ายผ้าวูลฟ์ไม่หนาแต่อุ่นมาก ถ่ายไว้เผื่อไปหาซื้อ





เคาน์เตอร์ครัว






เครื่องครัวมีทุกอย่างแต่ไม่เยอะ มีตู้เย็นเล็ก 2 ตู้

ตู้แช่เครื่องดื่มกับตู้แช่อาหารแยกกัน แปลกดี






ในตู้เย็นมีน้ำดื่มแบบแก๊ส น้ำผลไม้ และโค๊ก 2 กระป๋องเติมให้ทุกวัน

แต่เราแม่ลูกกินได้แต่น้ำผลไม้อย่างเดียว





มีชากาแฟให้ด้วย





Smiley





พนักงานทำความสะอาดจะล้างจานให้ด้วยทุกครั้ง







ถ่ายรูปเครื่องครัวก่อน check out ไว้เป็นหลักฐานว่าอยู่ครบ







เอาข้าวกล้องมาอุ่นกินทุกมื้อ ไม่ต้องหุงให้เสียเวลา

เวลาอุ่น แกะข้าวใส่หม้อเติมน้ำนิดหนึ่ง ตั้งเตาประมาณ 5 นาที

ได้ข้าวใหม่ร้อน ๆ นุ่มหอมอร่อย





มีห้าง MIGROS  ในสถานีรถไฟ สะดวกจ่ายกับข้าวมาก

และหน้าสถานีรถไฟมีทั้งห้าง MIGROS และ COOP อยู่ในตึก







เราแม่ลูกชอบไข่ไก่แบบเปลือกสีขาว สดอร่อย







ยอดอ่อนผักปวยเล้ง เอามาผัดกับต้มจืดเป็นซุป เวลาผัดต้องใช้ 2 ถุง เท่ากับ 11.40 CHF.

เมืองไทยขายเป็นต้นก้านแข็ง ๆ ไม่ค่อยอร่อย ชอบแบบนี้ บางคนกินสดเป็นผักสลัด







ผลไม้ซื้อทุกวันหลากหลาย ภาพส่วนใหญ่ถ่ายภาพด้วยกล้องคอมแพค

ส่วนที่ถ่ายจากโทรศัพท์ยังไม่ได้เอาออกมา แค่นี้ก็เยอะแล้ว






ลูกพรุนสดทั้งสีเหลืองและสีม่วงเข้ม อร่อยกินได้






นางเอกของทริปนี้แบล็คเบอรี่ เปรี้ยวนิด ๆ หวานชุ่มลิ้น ชอบมาก

บางกล่องลูกยาวเบ้อเร้อ ดูข้อมูลรู้เลยว่าถูกตัดแต่งพันธุกรรม GMO







ไปหาต้น Blackberry มาให้ชม เค้าบอกว่าเป็นญาติกับต้น Mulberry

ที่บ้านเราปลูก Mulberry ไว้หลายต้นเก็บกินสด ๆ จากต้นเลย






คีย์เข้าไปหาข้อมูลผลไม้ Blackberry ผลลัพท์เป็นโทรศัพท์มือถือ ขำ ๆ





ไปกินที่ฝรั่งเศสรสชาติออกเปรี้ยวมากกว่า ไม่อร่อยเท่ากินที่สวิส





แพงด้วยกล่องละเกือบ 5 CHF. ลูกใหญ่ราคาเกือบ 6 CHF.

ในปริมาณที่เท่ากันแพงกว่าราสเบอรี่ สตรอเบอรี่และบลูเบอรี่







ถ่ายใบเสร็จเก็บไว้ บางรายการอ่านไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร





Smiley





Smiley






แต่อะไรก็แพงไม่เท่าน้ำดื่มบนรถไฟ ขวดละ 5.40 CHF. แม่เจ้า

หวังว่าคงคิดตังค์เราไม่ผิดนะ







เห็นราคาแล้วคาใจ เอาข้อมูลจากใบเสร็จไป search ดู

เป็นน้ำดื่มยี่ห้อนี้ ซึ่งที่ห้องก็มีขวดเปล่าที่เคยซื้อมากินก่อนหน้านี้






ราคาเดียวกันกับน้ำดื่ม evain เห็นต้นทุนแล้วน้ำตาไหล





น้ำดื่ม Aura ขวดเล็กรับแจกจากการบินไทย route ลงซูริค

ตั้งคู่กับน้ำดื่ม evian ราคา 5.40 CHF.

ค่ากาแฟยังไม่แพงเท่านี้ พอเลิกกินกาแฟก็หิวแต่น้ำ






เตียงนอน ไว้นอนดูทีวีได้





Smiley





ห้องน้ำใหม่เอี่ยม สงสัยเพิ่งปรับปรุงเสร็จ





Smiley






ลูกสาวใส่เสื้อตัวโปรดอีกแล้ว แม่ประทับใจลูกมาก





ได้ห้องหัวมุมชั้นบนสุด เลยติดถนน 2 ด้าน มีหน้าต่าง 3 ช่วง ห้องเลยดูโปร่ง

แต่กลางวันอย่าเปิดหน้าต่างเชียวนะ เสียงมาตรึม ทั้งเสียงรถยนต์และเสียงรถไฟ

ถ้าพักหน้าร้อนคงหนวกหูน่าดู แต่ถ้าเป็นหน้าหนาวปิดหน้าต่างก็โอเค

แต่ว่าเวลาทำอาหารจะเปิดหน้าต่างด้วย เครื่องดูดอากาศทำงานไม่สะใจ







ชมวิวนอกหน้าต่าง มองลงไปเป็นทางเข้าสถานีรถไฟด้านชานชาลารถไฟ TGV





มองด้านขวาเป็นวิวภูเขา







มองตรงไปเป็นด้านหน้าสถานีรถไฟเจนีวา เดินลงเนินไปเป็นทะเลสาบแต่มองไม่เห็นตึกบัง







ซูมใกล้ ๆ






พอสาย ๆ ก็จะเห็นน้ำพุเจ๊ทโดว์ พุ่งขึ้นมา






คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง บวูวววววซ์






ทำความสะอาดห้องให้ทุกวัน วันไหนปิดป้ายห้ามรบกวน

พนักงานจะสอดป้ายน้อยเข้ามาบอกว่า ถ้าต้องการให้ทำห้องให้ไม่เกิน 4.30 pm นะ






บริเวณด้านหน้าโรงแรมแต่เป็นด้านหลังสถานีรถไฟเจนีวา






ตอนแรกว่าจะพัก airbnb ที่อยู่แถวนี้ ราคาใกล้เคียงกับโรงแรมเลยเลือกโรงแรม

ปีที่แล้วพัก airbnb ที่เมือง Basel 7 คืน และพักโรงแรมแบบอพาร์ทเม้นท์ที่เมือง Interlaken 5 คืน

เดี๋ยวนี้ถ้ามาเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์จะเลือกที่พักที่มีครัวด้วย ชอบกินผักและผลไม้สด ๆ





มีป้ายรถเมล์และรถแทรมอยู่แถวนี้ด้วย สะดวก






มีร้านอาหารไทยแต่ไม่ได้ชิม





ตอนนี้เรายืนอยู่ใต้ชานชาลารถไฟที่ทำเป็นร้านค้าตลอดแนว เดินกลับเข้าไปในตัวสถานีรถไฟเจนีวา






มาช่วงอีสเตอร์ปีนี้ตรงกับช่วงสงกรานต์บ้านเราเป๊ะ






ป้ายโฆษณาเครื่องปรุงอาหารไทย






ไม่รู้ว่าเป็นแบบไหนนะ






ดูแผนที่จากสถานีรถไฟเจนีวา จะพาเดินไปท่ารถบัสที่ไปเมือง Annecy ชื่อป้าย Geneva Gare

และไปเดินเล่นทะเลสาบเจนีวา




หน้าสถานีรถไฟเจนีวาเป็นท่ารถแท๊กซี่ ท่ารถเมล์ และท่ารถแทรม





หันหลังให้สถานีรถไฟ ข้ามถนนเดินตรงอย่างเดียวไปทะเลสาบเจนีวา

ห้าง MIGROS ใหญ่อยู่ในตึกทางด้านซ้าย ส่วน COOP อยู่ในตึกทางด้านขวา





เดินไม่ถึง 200 เมตร ด้านขวาคือท่ารถบัสไปเมืองต่าง ๆ รวมทั้งเมือง Annecy ด้วย






ป้ายนี้ชื่อว่า GENEVE Gare routière  ตอนแรกเราแม่ลูกก็จะขึ้นรถบัสที่นี่

พอดีช่วงนี้มีรอบรถบัสน้อย เลยลากกระเป๋าขึ้นรถไฟไปขึ้นที่ป้ายสนามบินเจนีวา

ที่มีรอบรถบัสมากกว่า






ข้อมูลตารางรถบัสสาย 72 จาก Annecy ไปเจนีวา



จากป้าย ANNECY Gare routière ลงป้าย GENEVE Aéroport zone 10 ดูตัวอักษรสีดำ

จากป้าย ANNECY Gare routière  ลงป้าย GENEVE Gare routière ดูตัวอักษรสีน้ำเงิน

วันเสาร์อาทิตย์ดูที่ตรงช่อง S D

ตารางเดินรถบัสเดือนพฤษภาคม 2017





จากป้าย GENEVE Aéroport zone 10 ลงป้าย ANNECY Gare routière ดูตัวอักษรสีดำ

จากป้าย GENEVE Gare routière ลงป้าย ANNECY Gare routière ดูตัวอักษรสีน้ำเงิน

เราแม่ลูกเลือกรอบในกรอบสีแดง 16.15 - 17.50 น. ใช้เวลา 1.35 ชม.ถึงเมือง Annecy




เราแม่ลูกใช้การ์ดที่ได้จากโรงแรมขึ้นรถไฟ IC ไปลงที่สนามบินเจนีวา

แล้วขึ้นรถบัสจากป้ายสนามบินเจนีวาไปเมือง Annecy ก็สะดวกดี






ถึงสนามบินเจนีวาแล้วเดินตามป้าย






แผนที่ขึ้นรถบัสสาย 72 ไปเมือง Annecy และสาย 74 ไปเมือง Chamonix






ซื้อตั๋วรถบัสที่เคาน์เตอร์สีเหลืองเป็นเคาน์เตอร์ Information ด้วย

หรือซื้อที่คนขับรถก็ได้ คนละ 16 CHF. แต่ถ้าจ่ายยูโรคนละ 14 ยูโร






ทางออกไปขึ้นรถบัสอยู่เลยเคาน์เตอร์ขายตั๋วรถบัสไปนิดเดียว






เดินตามป้ายสัญลักษณ์






ประมาณ 30 เมตร ด้านซ้ายคือป้าย GENEVE Aéroport zone 10






หน้าตารถบัสไปเมือง Annecy








Smiley






รถบัสสาย 72 จะแวะจอดที่ป้าย GENEVE Charmilles และ GENEVE Seujet ด้วย







ป้ายรถบัสสาย 72 ชื่อป้าย GENEVE Seujet






ปีที่แล้วตัวแม่ไปเที่ยว Chamonix โดยรถไฟ จาก Interlaken ไปต่อรถไฟที่ Martigny

ข้อมูลรถบัสสาย 74 จาก Geneva Airport ไปเมือง Chamonix Mont-Blanc






ตารางรถบัสสาย 74












Smiley





เดินต่อ





Monument Brunswick





จากนี้ไปก็ชมภาพบรรยากาศริมทะเลสาบเจนีวายามเย็น





Smiley





Smiley





Smiley



Smiley




Smiley




Smiley



Smiley



Smiley





Smiley





Smiley




Smiley




Smiley





ดอกแมกโนเลียสีชมพูอมม่วงรูปร่างคล้ายถ้วยน้ำชากำลังบาน





Smiley




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




น้ำพุเจ๊ทโดว์






ท่าเรือ CGN Genève-Mont-Blanc






แผนที่รอบทะเลสาบเจนีวามีท่าเรือไปเมืองต่าง ๆ หลายท่า จะไปไหนขึ้นให้ถูกท่า



แผนที่เมืองต่าง ๆ รอบทะเลสาบเจนีวา







ตารางล่องเรือรอบทะเลสาบเจนีวาช่วงฤดูใบไม้ผลิ spring






Smiley




Smiley





เดินข้ามสะพานมาถึงท่าเรือ Genève-Jardin-Anglais





Smiley





ไม่รู้อนุเสาวรีย์ใคร

นาฬิกาดอกไม้ L'horloge fleurie อยู่ด้านหลังพุ่มไม้ด้านซ้ายเดินไปไม่ถึง







สมัยก่อนมากับทัวร์ก็จอดให้ช๊อปปิ้งที่ Bucherer เราต้องข้ามถนนมาชมนาฬิกาดอกไม้





Smiley



Smiley





Smiley



Smiley




Smiley


Smiley


Smiley




วันแรกเดินได้แค่นี้ เมื่อยมาก






วันพุธที่ 12 เมษายน 2560

วันสุดท้ายของทริปตอนเช้ามาเดินเล่นทะเลสาบเจนีวาอีกครั้ง




Smiley




ภาพแสงตอนเช้ากับตอนเย็นเปรียบเทียบกัน



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley


Smiley


Smiley


Smiley



Smiley




ภาพบรรยากาศรอบทะเลสาบเจนีวาที่เดิม แต่คนละวันเวลา

วันสุดท้ายเดินไปถึงฝั่งน้ำพุเจ๊ทโดว์ มีแปลงทิวลิปยาวให้ชมตลอดแนว รีวิวไว้ที่นี่







ชมทิวลิปเสร็จนั่งรถแทรมกลับไปหาอาหารกลางวันทานปิดทริปสวิสเซอร์แลนด์ 2017





Smiley





Smiley






ร้านอยู่ตรงนี้เดินเข้าไปในซอย ไปอีกก็จำไม่ได้







ร้านนี้ลูกสาวเป็นคนเลือกเพราะอยากเข้าห้องน้ำร้านนี้ 5 5 5






เหลือแบงค์สวิสแบงค์ใหญ่ติดกระเป๋าอยู่ 100 CHF. กินอะไรได้บ้าง





ตัวแม่สั่งเมนูปลา Filets de Perches 38 CHF.






ลูกสาวสั่งเมนูเซ็ตมี 3 อย่าง 32 CHF.





ช่วงรออาหาร






จานเรียกน้ำย่อยของลูกสาว เป็นสลัดปลาหมึกคล้ายยำแบบฝรั่งใส่น้ำมันมะกอก อร่อยมาก






ต่อด้วยเมนูสปาเก็ตตี้ปู ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่






เมนูปลาของตัวแม่ต้องเปลี่ยนเป็นปลาแซลม่อน 39 CHF.







 อร่อยถูกปาก ยกนิ้วให้เมนูนี้







 จานสุดท้ายของหวาน จานใหญ่มาก แต่ของหวานนิดเดียว ขำกันใหญ่

พนักงานรู้ใจให้ช้อนมา 2 คัน ตักคนละ 3 คำหมดแล้ว อาหย่อย







ค่าเสียหาย 71 CHF. เหลือเงินฟรังส์สวิสกลับบ้านไม่ถึง 50 CHF.






ใส่ภาพถึงตรงนี้แล้วขาดใจ พบกันใหม่รีวิวถัดไปนะคะ



Create Date : 16 พฤษภาคม 2560
Last Update : 16 พฤษภาคม 2560 19:45:58 น.
Counter : 362 Pageviews.
3 comment
(โหวต blog นี้) 
เดินเล่นชมวิวทะเลสาบเมือง Vevey สวิสเซอร์แลนด์




วันจันทร์ที่  10  เมษายน  2560

วันนี้เป็นอีกวันที่อากาศดีมาก เราแม่ลูกไปเดินเล่นริมทะเลสาบเมือง Vevey 

แผนที่เมือง Vevey ริมทะเลสาบ วงกลมสีน้ำเงินคือสถานีรถไฟ Vevey

วงกลมสีดำคือท่าเรือ Vevey-Marché ซึ่งเป็นที่ตั้งของปฏิมากรรมเทพธิดาขี่ม้าน้ำในบ่อน้ำพุ

และวงกลมสีแดงคือรูปปั้นศิลปินตลกชื่อดัง Charlie Chaplin

และมีปฏิมากรรมช้อนซ้อมสแตนเลสปักไว้ริมทะเลสาบเจนีวา เป็นสัญลักษณ์ของการมาเยือนที่นี่

จะไปเที่ยวที่ไหนดูแผนที่ซะดิบดี แต่พอเดินจริง ๆ ผ่านโน่นผ่านนี่เดินหลงไปหลงมาขำ ๆ





จากหน้าสถานีรถไฟ Vevey ตัดสินใจเดินวนขวา ข้ามทางม้าลายเดินลงเนินมาถึงหอนาฬิกา

คือ Grande-Place หรือ La Grenette คือสำนักงานท่องเที่ยว Montreux-Vevey Tourism *Point i Vevey





ลานจอดรถนี้คือตลาดกลางแจ้ง Place du Marché ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของยุโรป

และทุกๆ 20-25 ปีใช้เป็นสถานที่จัดงาน The Winegrowers' Festival (Fête des Vignerons)

เพื่อเฉลิมฉลองประเพณีและวัฒนธรรมการปลูกไวน์ มองไปเห็นภูเขาเรียงรายโอบล้อมเมือง Vevey ไว้





ตอนนี้กลายเป็นที่จอดรถ





จากสถานีรถไฟเดินจนมาถึงริมทะเลสาบใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที





ลานจอดรถตรงนี้ใหญ่จริง ๆ นะ





Salle Del Castillo





Smiley










Smiley




Smiley



Smiley



Smiley



Smiley



Smiley




ตรงข้ามท่าเรือ Vevey-Marché เป็นวิวแนวเทือกเขาแอลป์เรียงราย

โอบล้อมทะเลสาบสาบเจนีวาไว้ทั้งหมด




และริมทะเลสาบฝั่งโน้นก็เป็นเมืองเล็กเมืองน้อยของฝรั่งเศส





แผนที่รอบทะเลสาบเจนีวา







ตารางล่องเรือรอบทะเลสาบเจนีวาช่วงฤดูใบไม้ผลิ spring







การบินไทยขากลับจากปารีสแจกน้ำดื่มเป็นน้ำแร่จากเทือกเขาแอลป์ยี่ห้อเมือง THONON ฝรั่งเศส

น้ำดื่มยี่ห้อนี้มาจากแถวทะเลสาบเจนีวาวงกลมสีแดง เห็นแล้วน้ำตาไหลดูหรูดูแพง ขวดนี้ดื่มแล้วชื่นใจมาก







น้ำดื่มขวดเล็กตราเอื้องหลวงจากสำนักงานขายตั๋วการบินไทยถนนวิภาวดีรังสิต

ขวดพลาสติกคุณภาพธรรมดา






สายการบิน ANA route ญี่ปุ่นแจกน้ำดื่มคุณภาพดี ขวดเล็กแต่สร้างภาพลักษณ์ได้ดีมาก

แต่ว่าฝาขวดยังเป็นแบบโบราณใหญ่ทำให้สิ้นเปลืองพลาสติก





เวลาแจกจะใส่มาในถุงยังชีพพร้อมขนมของว่างแบบนี้





การบินไทย route กรุงเทพ-ฮาเนดะ แจกน้ำถ้วยเอื้องหลวงกับของว่าง 

ล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2017 บินการบินไทย route กรุงเทพฯ-ซัปโปโร่-กรุงเทพฯ

พนักงานบนเครื่องบริการดีมากทั้งขาไปขากลับ

ขอให้รักษามาตรฐานการบริการและปรับปรุงทั้งอาหารและบริการให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปนะคะ





มัวแต่โม้เดินอีกนิดเดียวก็จะถึงเทพธิดาขี่ม้าน้ำ ลูกสาวก็เรียกกลับให้มาดูหงส์ก่อน






เลยไม่มีรูปแม่เทพธิดาขี่ม้าน้ำในอ่างน้ำพุไว้เป็นที่ระลึก เห็นแว่บ ๆ อยู่ติดท่าเรือเลย มีอีก 2 ตัวอยู่ในทะเลสาบ





ชมภาพบรรยากาศริมทะเลสาบ





Smiley





Smiley




นี่ไงฝูงหงส์ที่ลูกสาวเรียกมาดู




Smiley



Smiley




เด็ก ๆ เอาขนมปังมาให้ฝูงหงส์




Smiley




บริเวณนี้เห็นวิวภูเขาชัดเจนดี




ซูมไปที่ภูเขายอดแหลมมีหิมะปกคลุมเหมือนภูเขาไฟฟุจิญี่ปุ่นเลยอ่ะ



Smiley


Smiley




เดินชมวิวเลียบทะเลสาบ




Smiley


Smiley



เดินตามเธอไป




Smiley



ริมทะเลสาบเจนีวาส่วนใหญ่จะปลูกต้น Plane Tree ไว้ตลอดแนว

หรือต้น Platane commun ภาษาฝรั่งเศส หรือต้น Platanus ภาษาอังกฤษ

เป็นสายพันธุ์ Platanus × acerifolia ตอนนี้กำลังแตกกิ่งแตกใบเล็ก ๆ




Smiley



อาคารบ้านเรือนที่หันหน้าเข้าทะเลสาบมีถนนกั้น ทำเลดีใกล้ทะเลสาบแค่เอื้อม




Smiley




ลูกสาวเธอรักเดียวใจเดียว ยังไงเธอก็ชอบทะเลสาบเบรียนซ์แถว Interlaken ที่สุด 





วันอากาศดี ๆ ผู้คนก็ออกมานั่งอาบแดด แถวนี้สงบดีนะ




Smiley


Smiley


Smiley



Smiley



Smiley


Smiley





รูปปั้นหล่อทองสัมฤทธิ์ครึ่งตัวของกวีเอก Bust of Mihai Eminescu in Constanta




อาคารหลังใหญ่คือ Alimentarium หรือ Musée de l’alimentation






เป็นพิพิธภัณฑ์อาหารของเนสต์เล่ NESTLE Food Museum

เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-ศุกร์ 10.00 - 17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 10.00 - 18.00 น.

ค่าเข้าชม 12 CHF. เด็กอายุไม่เกิน 16 ปีเข้าชมฟรี

Swiss pass เข้าชมฟรี



Smiley




Smiley




มีส้อมสแตนเลสคันใหญ่ The Fork - Alimentarium สูงประมาณ 8 เมตรปักอยู่ในทะเลสาบ

 ส้อมคันนี้สร้างเป็นที่ระลึกเมื่อปี ค.ศ. 1995 เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีพิพิธภัณฑ์ Alimentarium

ผ่านมา 22 ปีตอนนี้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของทะเลสาบเวเว่ย์ไปแล้ว





พยายามหยิบส้อมขึ้นมาจากน้ำ




Smiley




หน้าพิพิธภัณฑ์อาหารมีรูปปั้นศิลปินตลกชื่อดัง Charlie Chaplin

เป็นชาวอังกฤษผู้โด่งดังในฐานะนักแสดงตลกเงียบของวงการภาพยนต์อเมริกา

มาใช้ชีวิตบั้นปลายและเสียชีวิตที่เมืองเวเว่ย์





ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น Sir Charles Spencer Chaplin, Jr.





รูปปั้น Charlie Chaplin หันหน้าเข้าทะเลสาบอยู่ตรงส้อมคันใหญ่พอดี




Smiley




ถ่ายภาพย้อนแสงตอนบ่ายแก่ ๆ



Smiley



Smiley




กลางเดือนเมษายน ดอกไม้ริมทะเลสาบบานให้ชมด้วยความสดชื่น





เดินเป็นวงกลมอ้อมกลับไปสถานีรถไฟ Vevey





เดินมาทะลุลานตลาดกลางแจ้ง Place du Marché ตอนนี้เป็นที่จอดรถ





Grande-Place หรือ La Grenette เป็นศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยว Montreux-Vevey Tourism *Point i Vevey





เดินผ่านร้านช็อคโกแลต Läderach ที่มีสาขาอยู่ทั่วสวิสเซอร์แลนด์





เราแม่ลูกชอบช็อคโกแลตสีดำที่มีสารพัดถั่วไม่หวานมากทำใหม่ ๆ รสชาติถูกปาก

แบบอื่นกินไม่ได้หวานเกินไป ตอนนี้เหลือแต่ใบเสร็จ





มาช่วงเทศกาลอีสเตอร์ มีแต่ช็อคโกแลตรูปกระต่ายเต็มร้าน




Smiley



มีช็อคโกแลตพิเศษเป็นช็อคโกแลตรูปรองเท้าของศิลปินตลกเงียบ Charlie Chaplin





มี 7 คู่ ราคากล่องละ 29.90 CHF.





เที่ยวสวิสมาก็หลายครั้ง มีครั้งนี้ประทับใจที่สุด อากาศดีเย็นสบายค่อนไปทางหนาวนิด ๆ

ท้องฟ้าแจ่มใสได้เดินเล่นออกกำลังขาริมทะเลสาบไปเรื่อย ๆ ดอกไม้บานต้อนรับชื่นใจ

ปิดท้ายด้วยวิวทะเลสาบเจนีวาเมือง Vevey




  พบกันใหม่รีวิวถัดไปนะคะ



Create Date : 12 พฤษภาคม 2560
Last Update : 18 พฤษภาคม 2560 8:34:28 น.
Counter : 340 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  

Ma Ma Pim
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 190 คน [?]



บันทึกการเติบโตของลูกสาวแสนรักคนเดียวของแม่ blog นี้คือมรดกแห่งความทรงจำที่เราพ่อแม่ลูกมีต่อกัน เพราะลูกชีวิตครอบครัวจึงสมบูรณ์ต่อการเรียนรู้ทุกข์สุขของมนุษย์ และเพียงเพราะทั้งพ่อและแม่ต่างมีภารกิจมากมาย แต่แม่กลับได้เรียนรู้ตัวลูกผ่านการท่องโลก แม่เฝ้ามองการเติบโตของลูกที่มีจิตใจเข้มแข็ง อดทน และเมตตา แม่ภูมิใจในตัวลูก แม่จะจดจำรอยยิ้มและท่าทางของลูกทุก shot ที่ถูกบันทึกครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยฝีมือแม่ แม่มีความสุขที่สุด ขอบคุณสิทธิพิเศษจากสวรรค์ที่ให้ผู้หญิงอย่างแม่ได้มีโอกาสมีลูกที่ดีอย่างลูกนะจ๊ะ