Group Blog All Blog
|
Fanservice Paradox จื้อฉู่ เขียน ![]() Fanservice Paradox (4+1 เล่มจบ) จื้อฉู่ เขียน อัศวินดอกไม้ แปล สำนักพิมพ์ Iris Book 1941 หน้า (≈ 603,249 คำ) 2,120 บาท *นิยายวาย **อีบุ๊กหมดลิขสิทธิ์ 1 เม.ย.2569 (พรุ่งนี้) #FanserviceParadox #นิยายวาย #รีวิวนิยาย โปรยปกเล่ม 1 ‘Kaleido’ วงบอยแบนด์โนเนมที่กำลังตามล่าฝัน ทว่า... ‘ฟางเจวี๋ยเซี่ย’ วิชวลตัวเก่งมากความสามารถ กับ ‘เผยทิงซ่ง’ แรปเปอร์เด็กนอกบ้านรวย ดันไม่ถูกกันซะนี่ กระทั่งเกิดภาพหลุดการทะเลาะกันของพวกเขาที่สนามบิน เป็นไงมาไงไม่รู้ สมาชิกที่เข้ากันไม่ได้สุด ๆ ของวงทั้งสอง กลับมามีโมเมนต์จนติดเทรนด์ซะงั้น!!! แถม ชิปเปอร์ ยังจับพวกเขาให้กลายเป็นคู่จิ้นกันอีก! อานุภาพของ แฟนด้อม ประมาทไม่ได้จริง ๆ ... คุยกันหลังอ่าน เนื่องจากกำลังจากหมดลิขสิทธิ์อีบุ๊ก โอเลยรีบซื้อรีบอ่าน เป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวไอดอลบอยแบนด์ เผยทิงซ่ง พระเอกเป็นน้องเล็กของวง อุปนิสัยกล้าได้กล้าเสีย กล้าพุ่งชน ส่วนฟางเจวี๋ยเซี่ย นายเอก อุปนิสัยตรงกันข้าม ตอนแรกทั้งคู่เข้ากันไม่ได้ และก็ไม่พยายามเข้าหากันจนเหมือนมีกำแพงขวางอยู่ ต่างคนต่างอยู่ จนกระทั่งมีภาพสองคนนี้ใกล้ชิดกัน เกิดกระแสคู่จิ้นขึ้นใหญ่โต ผู้จัดการกับบริษัทเลยให้ทั้งคู่จัดแฟนเซอร์วิสเพื่อเรียกกระแสให้วงกลับมา เข้าความเห็นโอเลยดีกว่า เนื้อเรื่องหลักจะเน้นคู่พระนาย ตัวละครอื่นในวงจะเป็นตัวประกอบ ไม่ค่อยมีบทเด่นเท่าไร เน้นความหวาน แบบจากไม่ถูกกัน ข้ามมาหวานอะไรนี้ค่อนข้างเร็ว และโดยส่วนตัวว่ามันอิ่มเกิน แบบ สี่เล่ม ไม่รวมเล่มพิเศษอีก ตัดเหลือสองถึงสามเล่มน่าจะโอเคกว่า มันไม่เชิงยืด แต่สำหรับโอคือมันอิ่มแล้วอะ พอทั้งคู่เขารักกันแล้ว มันไม่ค่อยมีความรู้สึกอยากตามเท่าไรแล้ว ถามว่าน่ารักไหม ก็น่ารัก แต่มันกินมากไปก็เลยรู้สึกว่าอยากไปทำอย่างอื่น หรือความสนใจเราไม่ค่อยอยู่ตรงนี้แล้ว การบาลานซ์เรื่องทำไม่ค่อยดี ดราม่ามี แต่ไม่หนัก ไม่ได้รู้สึกว่าใหญ่โตอะไร คือเน้นความหวาน มีแฟน ๆ กรี๊ดกร๊าด หาโมเมนต์คู่ชิพ นายเอกชอบคณิตศาสตร์ ส่วนพระเอกชอบปรัชญา คนเขียนเลยใช้ประเด็นนี้มาให้ทั้งคู่อธิบายความสัมพันธ์ แรก ๆ ก็น่าสนใจดี แต่มันมากไปแล้วรู้สึกยัดเยียดแปลก ๆ ไม่ค่อยธรรมชาติ แต่ถ้าตีให้ซะว่าเป็นนิยาย มันก็โอเค ก็ถือว่าแปลกใหม่ดี ในห้าเล่ม โอชอบเล่มแรกมากที่สุด เล่มสองตอนไปออกรายการ A Way Out ซึ่งตีมออกไปแนวเซอร์ไววัลหาทางออก โอไม่ค่อยอิน หนึ่งค่อนข้างงง สอง รายการจะทำยากไปไหน นึกถึงความเป็นจริงที่ต้องให้ผู้ชมตามทันนี่เป็นไปได้ยากเลย แล้วโอว่าเหมือนแปลช่วงเลือกประตูผิดด้วย หรือโองงเอง ใครเข้าใจช่วยอธิบายโอหน่อย โอใส่ไว้ตอนท้ายนะคะ และด้วยความไม่ค่อยเน้นตัวละครอื่น เล่าตัวหลักคือพระนาย คนอื่นในวงเลยไม่ค่อยมีเสน่ห์ โอกึ่งรำคาญในบางครั้งด้วย เพราะพวกนี้เหมือนทำอะไรไม่ค่อยเกรงใจกัน นึกอยากจะไลฟ์ อยากจะเข้าห้องใครทำอะไรก็ทำ งง คือไม่ต้องขออนุญาต หรือไม่คิดเหรอว่าอีกคนจะไม่พร้อมไลฟ์ออกสาธารณะ สำหรับเล่มพิเศษ สารภาพว่าตอนอ่านเล่มสี่จบแล้ว รู้สึกแบบ เหลืออีกเล่มจริงดิ ดูไม่มีเนื้อหาอะไรให้เล่าแล้ว พอไปดูดี ๆ อ๋อ เล่มห้าคือเล่มพิเศษ ก็ยังดี แต่มันก็ไม่ค่อยมีอะไรแล้วนะ เป็นขยายความเล่าย้อน พาร์ตชาวเน็ต ซ้ำ ๆ บวกคู่รอง ซึ่งโอแอบเดาได้ในเล่มหลักแล้วว่าคู่นี้มีซัมติง แต่พออ่านจริง ต้องใช้คำว่าเกือบชอบ บางจุดชอบ บางจุดไม่ค่อย โดยรวมกลาง ๆ สรุปคือ สำหรับโอ อ่านได้เพลิน ๆ อิ่มถึงเฝือไปนิด และอย่าไปคิดเรื่องสมจริงมาก เพราะถ้าคิดมันจะมีจุดที่อุ๊อิ๊อ๊ะอยู่เรื่อย และถ้าเรื่องไม่ยาวขนาดนี้ อาจจะชอบมากกว่านี้ จุดที่อ่านแล้วงง . . . เล่ม 2 บทที่ 40 ประตูลับ ให้พวกมันตอบคำตอบกันและกัน คำพูดของ AI ที่พูดแต่ความจริงก็จะพลอยโกหกไปด้วย ส่วน AI ที่พูดแต่ความเท็จก็ต้องพูดโกหกแน่นอนอยู่แล้ว ดังนั้นคำตอบของพวกมันจะเป็นเอกฉันท์รวมทั้งตรงข้ามกับความจริงเสมอ ด้วยเหตุนี้ ถ้าตอบว่า ‘ใช่’ ก็หมายความว่าเป็นทางออกปลอม แต่ถ้าตอบว่า ‘ไม่’ ก็หมายความว่าเป็นทางออกจริง แบบนี้ก็จะสามารถหาประตูจริงได้โดยถามแค่คำถามเดียว >> คำพูดของ AI ที่พูดแต่ความจริงก็จะพลอยโกหกไปด้วย ประโยคนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถ้า AI ที่พูดแต่ความจริงมาโกหก แล้วจะเอาตรรกะอะไรมาคิดต่อ? ตามตรรกะที่ให้มา AI ที่พูดจริง ย่อมต้องพูดจริง เผยทิงซ่งถามประตูขาว ว่า “AI อีกคนจะพูดว่าประตูบานนี้เป็นทางออกจริงรึเปล่า?” (หรือคือ ประตูอีกบาน จะบอกว่าประตูบานนี้ (บานขาว) เป็นทางออกจริงรึเปล่า) กรณี ประตูดำเป็นทางออก (ประตูขาวไม่ใช่ทางออก) A ขาวพูดเท็จ ดำพูดจริง คำตอบต้องเป็น ขาว “ใช่” ดำ “ไม่” B ขาวพูดจริง ดำพูดเท็จ คำตอบต้องเป็น ขาว “ใช่” ดำ “ใช่” กรณี ประตูขาวเป็นทางออก C ขาวพูดเท็จ ดำพูดจริง คำตอบต้องเป็น ขาว “ไม่” ดำ “ใช่” D ขาวพูดจริง ดำพูดเท็จ คำตอบต้องเป็น ขาว “ไม่” ดำ “ไม่” ซึ่งตามในเรื่อง ประตูทั้งคู่ ต่างตอบว่า “ไม่” ซึ่งตรงกับกรณี D จะสังเกตได้ว่า ถ้าประตูขาวที่ถามเป็นทางออก ไม่ว่าจะพูดจริงหรือเท็จ ประตูขาวจะตอบว่า “ไม่” แต่ถ้าประตูขาวไม่ใช่ทางออก ไม่ว่าจะพูดจริงหรือเท็จ ประตูขาวจะตอบว่า “ใช่” น่าจะเป็น >> ให้พวกมันตอบคำตอบกันและกัน คำพูดของ AI ประตูที่เป็นทางออกจะตอบปฏิเสธเสมอ ส่วน AI ของประตูที่ไม่ใช่ทางออกจะโกหกโดยตอบว่าใช่เสมอ คำตอบของพวกมันจะตรงกันข้ามกันต่อเมื่อประตูที่ถามนั้นพูดเท็จ แต่ถ้าคำตอบของพวกมันเป็นสอดคล้องกันเป็นเอกฉันท์ (ตอบไม่ทั้งคู่ หรือตอบใช่ทั้งคู่) แสดงว่าประตูที่ถามนั้นพูดจริง ด้วยเหตุนี้ ถ้าตอบว่า ‘ใช่’ ก็หมายความว่าประตูที่ถามเป็นทางออกปลอม แต่ถ้าตอบว่า ‘ไม่’ ก็หมายความว่าเป็นทางออกจริง แบบนี้ก็จะสามารถหาประตูจริงได้โดยถามแค่คำถามเดียว อีบุ๊ก meb ตอนนี้เป็นชุดลดราคา 40% หยุดขาย 1 เม.ย.69 (พรุ่งนี้)
|
Friends Blog |



ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [