กรกฏาคม 2560

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
The Half Bad Trilogy Sally Green เขียน











*** เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ (Spoiler Alert) ***



The Half Bad Trilogy 
Sally Green เขียน

1 Half Bad 384 หน้า พิมพ์ครั้งที่ 1 2014
2 Half Wild 402 หน้า พิมพ์ครั้งที่ 1 2015
3 Half Lost 338 หน้า พิมพ์ครั้งที่ 1 2016

ส่วน Half Lies และ Half Truths เป็นเหมือนเล่มพิเศษ มีเฉพาะ E-Book ใน Amazon โอยังไม่ได้อ่าน และไม่รู้จะได้อ่านไหม ไม่เคยซื้อ E-Book เลยค่ะ เอาเป็นว่าถ้าได้อ่านจะมาเล่านะคะ

ฉบับภาษาไทย จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ออกมาแล้วสองเล่ม เหลือเล่มสุดท้าย

1 พ่อมดสองสายเลือด 327 หน้า พิมพ์ครั้งที่ 1 ตุลาคม 2557
2 พ่อมดคลั่ง 343 หน้า พิมพ์ครั้งที่ 1 เมษายน 2559
พลอย โจนส์ แปล

โอเคยรีวิวฉบับแปลสองเล่มแรกไปแล้ว ใครไม่เคยอ่าน แวะไปอ่านนะคะ อยากให้อ่านก่อนอ่านบล็อกนี้ค่ะ คลิก

คราวนี้เล่มสามไม่ออกมาสักที เราก็อยากอ่านไง เลยเอาฉบับภาษาอังกฤษมาอ่านก่อน เล่มหนึ่งกับสองโออ่านสองฉบับคู่เลย ส่วนเล่มสามก็ค่อยๆ อ่านไป ผลปรากฏอ่านได้ไวกว่าที่คิดมากมาย ความอยากอ่านเป็นแรงผลักดันจริงๆ

สำหรับบล็อกหัวข้อนี้ โอจะตอบคำถามที่หลายคนน่าจะอยากรู้ และเล่าเรื่องย่อ เพราะฉะนั้นจะเปิดเผยเนื้อหาสำคัญมากๆ เลยค่ะ โอจะเตือนเมื่อจบเนื้อหาแต่ละเล่ม สามารถเลือกหยุดอ่านได้ตามต้องการ 

แต่ก่อนอื่นมาเริ่มที่ความรู้สึกหลังอ่านจบของโอก่อน  

ผู้เขียนเป็นคนเก่ง เก่งในการดึงเราเข้าสู่เรื่อง เข้าสู่อารมณ์ ณ ขณะนั้นของตัวละคร ถ่ายทอดเก่ง ทุกๆ อย่างจัดวางมาดีหมด ไม่มาก ไม่น้อย หาจุดร่วมได้ดี เก่งในการนำเสนอ รูปแบบอาจจะไม่ค่อยเหมือนใคร แต่สอดคล้องกับเรื่อง จังหวะ และอารมณ์ในเรื่องได้ดี โอชอบทุกอย่าง เสียงภาษา บทสนทนา การสื่ออารมณ์ การใช้เหตุผล ความเข้าใจตัวละคร สุดท้าย ผู้เขียนเป็นคนกล้า

โอชอบเรื่องนี้มาก แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าคนอื่นจะชอบเรื่องนี้เหมือนโอหรือเปล่า คือแนะนำไปนี่เสี่ยงโดนด่ากลับมาว่านี่เธอแนะนำอะไรให้ฉัน โอแอบไปเปิดรีวิว Goodreads เล่มสุดท้ายอ่านคร่าวๆ คือถ้าไม่ชอบ ก็จะเกลียดเลย เสียงแตกมาก หรือไม่ก็จะทั้งรักทั้งเกลียด แต่ละคนอารมณ์พลุ่งพล่านสุดๆ ฮาดีค่ะ

ภาพแรกที่เห็นเป็นนิยายตลาด ซึ่งหมายถึงคนส่วนใหญ่เข้าถึงง่าย ชอบไม่ยาก แต่พออ่านไปเรื่อยๆ เรารู้สึกว่าเนื้อหาและการดำเนินเรื่องเริ่มเฉพาะกลุ่มขึ้นเรื่อยๆ ละ โดยเฉพาะตอนจบ


*เริ่มเตือนสปอยล์*

.
.
.



ตอบคำถามก่อน 

1. เรื่องนี้มีนางเอกมั้ย หรือเป็นวาย (ชายรักชาย)
ตอบ วายค่ะ ถ้าวายในที่นี้หมายถึงตัวเอกชอบผู้ชายในท้ายสุดนะ และถึงจะบอกวาย แต่ก็ไม่ได้ใช้จุดนี้สำคัญเหนือการดำเนินเรื่อง ภาพหลักที่เห็นยังเป็นแฟนตาซีที่มีตัวเอกชอบผู้ชาย ไม่ใช่นิยายชายรักชายที่เป็นแฟนตาซี ประมาณนี้

2. มีฉากมั้ย
ตอบ ไม่มีค่ะ ถึงโอไม่ค่อยรู้สึกว่ามันเป็น Young Adult เท่าไร แต่ก็ยังใช้หัวนี้ครอบอยู่นา ในหนังสือใช้คำว่า make love แล้วก็ไม่ได้บรรยายอะไรมาก kiss มีพอประมาณ ถึงน้อยแต่มีค่า ใช้แล้วดึงความรู้สึกดีมาก แค่นี้ก็เกินพอแล้ว จริงๆ สองคนนี้อยู่ด้วยกันแล้วดีอะ

3. Happy Ending มั้ย
ตอบ ไม่อยากตอบคำถามนี้เลย ไม่ตอบได้มั้ยคะ ...ไม่ได้เหรอ โอพยายามจะมองให้มันมีมุมที่จบสวย แต่ก็คงบิดเบือดข้อเท็จจริงไม่ได้ ว่าเรื่องนี้ Bad End ค่ะ



เล่าเรื่องย่อ


***เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ***

.
.
.
.
.


เล่ม 1 Half Bad (พ่อมดสองสายเลือด) หรือในความหมายของเล่มนี้ก็คือ ครึ่งที่เลวร้าย 

(เล่มนี้ใช้วิธีคั่นด้วยการเล่าโดยใช้สรรพนามบุรุษที่สองในบทที่สื่อความเจ็บปวดของนาทานเป็นหลัก ทำให้เกิดอารมณ์ร่วมได้ดี)

นาทานเป็นลูกครึ่งพ่อมดดำกับแม่มดขาว ในโลกที่ขาวกับดำอยู่ร่วมกันไม่ได้ เขาคือส่วนที่เลวร้าย นาทานมีพี่ต่างพ่อสามคน พี่สาวคนโตเจสซิกา พี่สาวคนรองเดบอราห์ และพี่ชายที่อายุใกล้เคียงเขาที่สุดอาร์รัน พี่ทุกคนเป็นลูกของแม่ซึ่งเป็นแม่มดขาวกับพ่อมดขาว ส่วนพ่อของนาทาน มาร์คัส เป็นพ่อมดดำที่ขึ้นชื่อว่าเลวร้ายที่สุด และมาร์คัสก็เป็นคนฆ่าพ่อของพี่ๆ แม่ฆ่าตัวตายหลังจากเขาเกิดได้ไม่นาน หน้าที่เลี้ยงดูเด็กๆ ทั้งสี่คนจึงตกเป็นของยาย เจสซิกาเกลียดเขาเข้าไส้ ส่วนเดเบอราห์และอาร์รันดีต่อเขา 

ในเรื่องแทบไม่บรรยายความรู้สึกของยายต่อหลานเลย และก็ไม่บรรยายความรู้สึกของนาทานต่อยายด้วย แต่เรารู้สึกถึงความยากลำบากในการเลี้ยงดูนาทาน ยายเป็นผู้หญิงแก่ๆ คนเดียวที่ต้องรับมือกับหลานที่ไม่ถูกกัน คนอ่านอาจจะสงสัยว่าบางครั้งทำไมยายไม่ปกป้องนาทานจากการรังแกของเจสซิกา แต่โอมองว่ายายทำเท่าที่จะทำได้แล้ว มันเหมือนหวานอมขมกลืน น้ำท่วมปาก นั่นก็หลาน นี่ก็หลาน แถมหลานสองคนนี้ก็หัวรุนแรงด้วยกันทั้งคู่ด้วย ไหนจะต้องรับมือกับสายตาคนนอก และที่สำคัญที่สุด จากสภา สิ่งที่ยายพร่ำบอกนาทานเสมอคือ ห้ามพูดถึงมาร์คัสในแง่ดี สภาเกลียดพ่อมดดำ การแสดงใดๆ ที่ทำให้เข้าใจว่าฝักใฝ่ฝ่ายดำจะถูกลงโทษอย่างหนัก ถ้าโกหกไม่ได้ก็ห้ามพูด อย่าตอบคำถามใดๆ นาทานจึงไม่เคยพูดเรื่องพ่อเลย

บ่อยครั้งจะมีจดหมายจากสภาพ่อมดแม่มดขาวส่งถึงยาย เพื่อบอกการปฏิบัติตัวและข้อจำกัดของฮาล์ฟโค้ด ซึ่งก็หมายถึงตัวนาทาน

วิธีเล่าใช้การบรรยายธรรมดามาก แทบจะไม่บอกความรู้สึกตัวละครออกมาตรงๆ เลย แต่เราสามารถรับความรู้สึกกดดันได้ดีมาก อย่างตรงจดหมายจากสภา แต่ละฉบับจะค่อยๆ เพิ่มข้อจำกัดของนาทาน (ในจดหมายเขียนว่า ฮาล์ฟโค้ด 'ทุกคน' จะต้อง...) ซึ่งพอนาทานโตขึ้นหน่อย ถึงรู้คำตอบว่ามีเขาคนเดียวที่เป็นครึ่งขาวกับดำ (แล้วดูจดหมายใช้คำแบบ... โอว่าเป็นตลกร้ายของผู้เขียนเลย)

นาทานได้เข้าเรียนร่วมกับมนุษย์ปกติเหมือนกับพี่ๆ ทุกคน ยายให้เหตุผลว่าเพื่อรู้จักการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ในชั้นมัธยมนาทานได้รู้จักแอนาลีส แม่มดขาวจากตระกูลโอไบรอันที่ขาวบริสุทธิ์และเก่าแก่ แอนาลีสเป็นคนเดียวนอกจากยาย เดเบอราห์และอาร์รัน ที่ไม่รังเกียจเขา แอนาลีสสวย และมักจะยิ้มให้เขา ไม่ยากที่จะรู้สึกดีด้วย แต่พี่ชายสามคนของแอนาลีสไม่เห็นด้วย พวกเขารวมหัวกันซ้อมนาทาน กรีดตัวอักษร BW (ฺฺBlack White) ที่หลัง นาทานเจ็บหนัก

ยายมักสอนนาทานเรียนรู้พืชพันธุ์ที่ใช้ปรุงยา พาเข้าป่าใกล้บ้าน และพาไปเวลส์ นาทานชอบเวลส์มาก เขาชอบธรรมชาติ ป่า แม่น้ำ เป็นสถานที่สงบและสวยงาม

ว่าที่พ่อมดแม่มดทุกคน (ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Whets) จะต้องเข้าพิธีมอบเมื่ออายุสิบเจ็ดปี ได้รับของขวัญสามอย่างจากบรรพบุรุษ (พ่อแม่ หรือ ปู่ย่าตายาย) และดื่มเลือดบรรพบุรุษ ไม่งั้นจะไม่มีพรสวรรค์ (Gifts) กลายเป็นมนุษย์ (Fain) ในกรณีพ่อมดแม่มดขาว หรือตาย ในกรณีพ่อมดแม่มดดำ

ยายเป็นคนทำพิธีมอบให้เจสซิกา และเดเบอราห์ พรสวรรค์ของเจสซิกาคือการแปลงร่าง พรสวรรค์สะท้อนตัวตน นาทานค่อนว่าเจสซิกาเป็นพวกกลับกลอกเจ้าเล่ห์ เชื่อถือไม่ได้ ส่วนเดเบอราห์ยังไม่พบพรสวรรค์ (ไม่ใช่ว่าจะได้รับพรสวรรค์มาทันทีทันใดเสมอ พ่อมดแม่มดหลายคนต้องค้นหาพรสวรรค์ที่แท้จริงของตัวเอง)

ในปีที่นาทานอายุสิบสี่ปี เขาได้รับคำเชิญไปงานเลี้ยงวันเกิดของแมรี แม่มดขาวอดีตสมาชิกสภา และนาทานก็ได้รู้เรื่องเกี่ยวกับตัวเขาเองมากขึ้น รู้ว่าพ่อฝากคำพูดถึงเขา และอาจจะเฝ้าดูเขาดูจากที่ใดที่หนึ่ง รู้ว่าที่มาร์คัสไม่เคยปรากฏตัว นอกจากเพราะถูกตามล่าจากฮันเตอร์แล้ว เขายังมีนิมิต เรื่องนาทานจะเป็นคนที่ฆ่าเขา และแม่ของเขากับมาร์คัสก็เคยพบกันหลายครั้ง อันที่จริงทั้งสองลักลอบคบกัน ก่อนที่แม่จะตัดสินใจแต่งงานกับพ่อมดขาว

สิ่งที่นาทานฝันมาตลอดและไม่เคยบอกใครเลย คือเขาเชื่อว่าสักวันหนึ่ง พ่อจะมารับเขาไปอยู่ด้วย ตอนนี้มาร์คัสอาจจะยังไม่พร้อม แต่อาจยังจับตามอง คอยทดสอบว่าเขาพร้อมหรือยัง แต่เมื่อรู้ข้อเท็จจริงจากแมรี ใจหนึ่งก็ดีใจที่ได้รู้เรื่องพ่อ อีกใจก็ผิดหวัง เพราะรู้ว่าพ่อจะไม่ยอมพบเขา นาทานอยากตามหาพ่อเพื่อบอกว่าเขาจะไม่มีวันทำอย่างนั้น แต่พ่อก็คงจะหนีเขาไปเพราะเชื่อว่าเขาจะเป็นคนฆ่าพ่อ

แมรีบอกให้นาทานหนีไป ให้ไปหาเมอร์คิวรี แต่นาทานอยากกลับไปร่วมพิธีมอบของอาร์รัน และนั่นคือหายนะ ฮันเตอร์มารับตัวเขาไปยังสภาในคืนนั้น

ฮันเตอร์คือหน่วยที่รับคำสั่งจากสภาพ่อมดแม่มดขาว คอยตามล่าพ่อมดแม่มดดำโดยเฉพาะ การล่านี้มีในอังกฤษ สกอตแลนด์ และเวลส์ ส่วนที่อื่นในยุโรปและอเมริกา พ่อมดแม่มดขาวและดำจะต่างแยกพื้นที่กันอยู่ ไม่ข้องแวะกัน (ครอบครัวของนาทานอยู่ในอังกฤษ) เจสซิกาเข้าไปเป็นหนึ่งในฮันเตอร์

สภาสงสัยว่าเขาหายไปไหน เพราะช่วงที่อยู่กับแมรี ฮันเตอร์ตามหาตัวเขาไม่พบเป็นครั้งแรก และนั่นมาจากคาถาที่แมรีกำกับ สภาจึงตัดสินให้ยายพ้นจากการเป็นผู้ปกครอง และมอบเขาให้ผู้ปกครองคนใหม่ ตอนนั้นนาทานอายุสิบสี่ปี

และนั่นเองเป็นที่มาของกรงขังนาทาน กรงคือกรงจริงๆ ตั้งอยู่ใกล้กระท่อม มีผ้าใบคลุมด้านหนึ่งเพื่อกันแดดกันฝน แต่ส่วนใหญ่เปิดโล่งมองเห็นท้องฟ้า 

ทุกเช้าซีเลีย ฮันเตอร์ปลดเกษียณ จะโยนกุญแจให้เขาไขตรวน (ในวันที่ใส่) ไขกุญแจเปิดกรง ให้ออกไปวิ่ง เสร็จแล้วก็มาทำภารกิจประจำวัน หลักๆ ก็คือทำอาหารและทำความสะอาด นอกเหนือจากนั้นก็คือการวิ่ง

การวิ่งที่สิ่งที่นาทานชอบที่สุดเพราะรู้สึกปลดปล่อย รับสายลม รู้สึกถึงอิสระ

โอชอบการนำเสนอช่วงนี้มาก มันคือช่วงที่เอามาใส่ในบทนำของเล่มแรก เคล็ดลับของนาทาน เป็นเคล็ดลับเดียวที่ใช้ได้ นั่นคือการอดทน 

มันเจ็บปวดนะ เด็กคนหนึ่งที่ถูกขังโดยไม่มีความผิด โดนลงโทษเมื่อไม่ทำตามคำสั่ง ไม่มีอิสระ สิ่งที่เดียวเขาทำได้ก็มีแค่การอดทน

และการจะอดทนได้ ต้องมองเห็นข้อดีของสิ่งต่างๆ รอบตัวก่อน นาทานก็จะไล่ข้อดีของสิ่งต่างๆ รอบตัว ท้องฟ้าสวย อากาศดี การวิ่งดี ลมพัดผิวดี เสียงนกดี ทั้งที่จริงๆ นั่นคือส่วนดีที่เล็กน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับสิ่งทั้งหมดที่เป็น แต่ถ้าปล่อยให้ความรู้สึกแย่ครอบงำ ก็จะทนต่อไปไม่ได้

การเล่าช่วงนี้ผู้เขียนก็ใช้สำนวนปกติ ไม่ได้พยายามเค้นอะไร แต่อ่านแล้วอยากร้องไห้ 

นาทานเคยต่อต้าน เคยพยายามหนี ครั้งหนึ่งเมื่อวิ่งตอนเช้าก็วิ่งออกนอกเส้นทาง ทั้งที่รู้ว่าทำไม่ได้ เพราะถ้าออกนอกเขตที่ซีเลียกำหนด สายรัดข้อมือจะแตกและปล่อยของเหลวที่มีฤทธิ์เป็นกรดออกมา นาทานวิ่งลงทะเลสาบ เอาข้อมือจุ่มน้ำในทะเลสาบเพื่อล้างฤทธิ์กรดออก เอาสาหร่ายและพืชในน้ำพันรอบข้อมือบรรเทา แต่กรดก็ยังไหลออกมาเรื่อยๆ ข้อมือแสบและปวดร้อน สุดท้ายซีเลียก็ตามทัน ข้อมือนาทานเกือบขาดและทิ้งแผลเป็นฉกรรจ์ไว้ หลังจากทำแผลให้นาทาน ซีเลียก็เปลี่ยนเป็นใส่สายรัดคอให้แทน 

นั่นเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้นาทานต้องปรับตัว และยอมทิ้งศักดิ์ศรีบางอย่างไป

ซีเลียเล่าเรื่องมาร์คัส ที่เคยเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับนาทานให้ด้วย อธิบายสายตระกูลของพ่อ ชื่อ และการตาย ซึ่งไม่น่าพิสมัยสักนิด เพราะทุกคนถูกฮันเตอร์ฆ่า

ตรงนี้เล่าเรื่องตลกแบบแสบๆ อีกนั่นแหละ ผู้เขียนไล่ชื่อสายตระกูล แล้วก็คำว่าถูกฮันเตอร์ฆ่าไล่ไปเรื่อยๆ สรุปตระกูลนี้ไม่เคยมีใครได้ตายดีเลยสักคน 

นอกจากนี้ซีเลียยังเล่าถึงคนที่ถูกมาร์คัสฆ่า และกินหัวใจเพื่อชิงพรสวรรค์ไป บังคับให้นาทานท่องชื่อและพรสวรรค์ให้ได้

ซีเลียเกลียดมาร์คัส เพราะมาร์คัสฆ่าน้องสาวเธอ พรสวรรค์ของซีเลียคือการสร้างเสียงที่ส่งความเจ็บปวดไปเฉพาะบุคคล พรสวรรค์นี้สยบนาทานอยู่หมัด เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ชั่วเวลาที่เสียงสร้างความเจ็บปวด

ความสัมพันธ์ระหว่างนาทานและซีเลียไม่ได้แย่ซะทีเดียวนะคะ บางทีหลังจากทำทุกอย่างเสร็จ ช่วงเย็นๆ ซีเลียจะอ่านหนังสือให้นาทานฟัง ถึงส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องคุกและสถานกักกันก็เถอะ บางทีนาทานก็วาดรูปซีเลีย จงใจเน้นตัวหนาๆ ผมเกรียนๆ และความน่าเกลียดให้ชัด ซีเลียเอาไปมองๆ เสร็จก็โยนทิ้งเข้าเตาผิงไป

นาทานอ่านหนังสือไม่ได้ ไม่ว่าใครจะพยายามสอนก็ดูเหมือนมีปัญหาเสมอ แต่เขาวาดรูปเก่ง ทั้งสองอย่างนี้เหมือนมาร์คัส

สองปีที่นาทานต้องอยู่ในกรง มีเพียงซีเลียเป็นผู้ดูแล (อีกนัยคือผู้คุม ถึงหล่อนจะบอกว่าเป็นผู้ปกครองก็เถอะ)

ยังไม่ได้เล่าเกี่ยวกับตัวนาทานเลยเนอะ โอว่านาทานเหมือนสัตว์ ความคิดเขาเรียบง่ายมาก ดีมาดีตอบ ร้ายมาร้ายตอบ รักธรรมชาติ เป็นคนจิตใจอ่อนโยนเพราะได้รับการบ่มเพาะที่ดีจากครอบครัว (ยกเว้นเจสซิกานะ) มีสัญชาตญาณสูง ถูกปลุกเร้าได้ง่าย สิ่งที่หลายคนกลัวคือเขาจะโหดเหี้ยมและสนุกกับการฆ่าเหมือนมาร์คัส เลยเข้มงวดกับเขา

ก็เหมือนสัตว์ที่ถูกขังกรง ไม่มีอิสระ สัตว์ตัวนั้นถูกบีบให้จนตรอก สุดท้ายก็เริ่มดุร้าย ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ

กับซีเลีย เหมือนมีหลายๆ ความรู้สึกรวมอยู่ด้วยกัน ในหลายๆ แง่ นาทานชื่นชมซีเลียนะ ซีเลียแข็งแกร่ง ตรงไปตรงมา ไม่เคยโกหกนาทาน และไม่ได้ไร้เหตุผล ซีเลียทำตามหน้าที่และตามความต้องการลึกๆ ของตัวเองที่ต้องการแก้แค้นมาร์คัส แต่ในอีกหลายๆ แง่ ซีเลียก็เป็นสัญลักษณ์ของการกักขัง ถูกข่มเหงอย่างไม่มีมนุษยธรรม และอยู่ด้วยกันแค่สองคนตั้งสองปี ก็ต้องมองเห็นสิ่งที่ดีและร้ายในตัวอีกฝ่าย และก็ต้องมีความผูกพันอยู่บ้างไม่มากก็น้อย 

ส่วนซีเลียเองก็ชื่นชมความเป็นนักสู้ของนาทาน

ในปีที่นาทานอายุสิบหก สภาตัดสินใจพานาทานออกจากกรง มาเข้ารับการประเมิน โซล โอไบรอัน ลุงของแอนาลีสกลายเป็นผู้นำสภา ที่นั่น วอลเลนด์สักสัญลักษณ์ B 0.5 ลงที่นิ้วก้อยมือขวา มือ ข้อเท้า และต้นคอ รอยสักนี่ลงลึกถึงกระดูก ถึงจะขูดหรือเฉือนผิวเนื้อออก ก็จะปรากฏใหม่ทุกครั้ง หลังจากนั้นนาทานก็ถูกขัง แต่ก็ออกอุบายหนีไปได้ สู่อิสรภาพครั้งแรก

นาทานตัดสินใจไปหาเมอร์คิวรีเพื่อทำพิธีมอบ เมอร์คิวรีเป็นแม่มดดำที่สามารถเข้าไปขโมยเลือดจากคลังเลือดของสภาพ่อมดแม่มดขาวมาเก็บไว้เพื่อแลกกับสิ่งที่นางต้องการ นางเป็นนักธุรกิจหน้าเลือด แต่นาทานไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ได้เข้าทำพิธี เขาจะตาย

หนทางไปหาเมอร์คิวรีไม่ง่าย เพราะนางระมัดระวังตัวมาก นาทานต้องเดินทางไปหลายที่ เจอคนหลายคน หนึ่งในนั้นมีความสามารถในการตรวจสอบรอยสักของนาทาน เพราะนาทานสงสัยว่าหนีง่ายเกินไป จนกลัวว่าจะเป็นรอยสักติดตามตัว ผลออกมาว่ารอยสักนั้นไม่ใช่รอยสักติดตามตัว แต่เอาไว้ทำขวดอาถรรพ์ (Witch's bottles)

แต่มันยังไม่สมบูรณ์ ขวดอาถรรพ์จะสัมฤทธิ์ผลได้เมื่อพวกเขาได้นิ้วก้อยที่มีรอยสักของนาทาน รอยสักเล็กเชื่อมถึงรอยสักใหญ่ เมื่อใส่นิ้วนาทานลงขวด พวกเขาก็สามารถควบคุมนาทานได้สมบูรณ์ แผนการปล่อยให้หนีน่าจะมีจริง แต่นาทานหนีออกมาก่อนที่พวกเขาจะได้นิ้วก้อยไป นาทานแค่ต้องระวังไม่ให้เสียนิ้วก้อย หรือให้พวกเขาได้เลือดเนื้อไป แต่ส่วนที่แย่คือรอยสักไม่มีทางลบออก

ก่อนไปหาเมอร์คิวรี นาทานได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนตัวน้อย ช่วยเป็นสื่อกลางในการติดต่ออาร์รัน เขาอยากส่งข่าวว่าหนีออกมาได้แล้ว และสบายดี

อาร์รันเป็นพี่ชายที่นาทานสนิทที่สุด ความอ่อนโยนและสงบของเขาสร้างความสบายใจให้นาทานเสมอ ตลอดช่วงที่อยู่ในกรง นาทานมักคิดถึงช่วงเวลาวัยเด็กที่อยู่กับอาร์รัน รองจากคิดถึงแอนาลีส

ฉากที่นาทานยอมให้เพื่อนถ่ายรูปเพื่อเอาไปให้พี่ดูแต่ไม่ยอมให้ถ่ายวีดิโอนี่ก็เป็นอีกฉากที่ดีมาก นาทานในวัยสิบหกย่างสิบเจ็ดแตกต่างจากนาทานในวัยสิบสี่ ความไร้เดียงสาหายไป แทนที่ด้วยความกร้านและการมองโลกในแง่ร้าย เขาไม่มีอะไรจะพูด แค่อยากให้พี่สบายใจ แต่ก็กลัวพี่จะกังวลเรื่องเขามากเกินไป

จากนั้นนาทานก็เดินทางไปเจนีวาเพื่อไปหาเมอร์คิวรี คนที่มารับคือเกเบรียล เกเบรียลพาเขาไปพักที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง พยายามชวนเขาคุย แต่นาทานไม่ยอมเล่าเรื่องตัวเองมากนัก เกเบรียลชอบอมยิ้มมองนาทาน ส่วนนาทานก็ดูเหมือนจะสามารถปรี๊ดแตกได้ตลอดเวลา ครั้งหนึ่งเกเบรียลพูดว่า "นายโมโหได้น่ามอง" (หมอนี่ต้องจิตนิดๆ แน่) 

ภายหลังเกเบรียลสารภาพว่ารักนาทานตั้งแต่แรกพบ เอาจริงๆ โอคิดว่าน่าจะเป็นอารมณ์ปลื้มคนดัง (นาทานดังมากนะ ในฐานะเป็นลูกมาร์คัส และเป็นครึ่งขาวและดำ) พอเจอตัวจริงก็รู้สึกประทับใจ 

หมอนี่มองเห็นอะไรโอก็ยังสงสัยอยู่ คือนาทานเนี่ย พื้นฐานอาจจะหน้าตาดี แต่ก็ผ่านความลำบากมาเยอะ ทั้งสมบุกสมบันและสะบักสะบอม แผลเป็นเต็มตัว ไหนจะรอยสักอีก ผมดำ ตาดำ หลายคนว่าตานาทานน่ากลัว บางคนไม่กล้าสบตาเขาด้วยซ้ำ โมโหร้าย ชอบใช้ความรุนแรง พูดน้อย แต่ด่าและสบถไฟแลบ แล้วหันกล้องมาจับที่เกเบรียล หน้าตาดี ผมหยักศกหนาเป็นลอนปรกบ่า ยิ้มทีวิ้งกระจาย แถมเจ้าตัวก็เหมือนรู้ ยิ้มเก่งมาก 

นอกจากหน้าตาดี เกเบรียลยังมีความสามารถในการเข้าใจและปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย ทั้งยังมีอารมณ์ขัน ในสุดนาทานก็เริ่มเปิดใจ ยอมเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ฟัง แต่ก็ดันมีเรื่องเข้ามาก่อน นาทานคิดว่าเกเบรียลโกหกว่าเขาเป็นพ่อมดดำทั้งที่ตัวเองเป็นมนุษย์ (นาทานสามารถมองตาแล้วแยกได้ว่าใครเป็นฝ่ายขาว ใครดำ ใครเป็นมนุษย์ และใครเป็นครึ่ง เป็นความสามารถที่น้อยคนมี และที่ผ่านมาเกเบรียลก็ใส่แว่นดำมาตลอด)

สุดท้ายเคลียร์กันได้ (เกเบรียลน่วมไป ตาหวิดบอด นาทานหมัดหนัก) ถึงรู้ว่าเกเบรียลเป็นพ่อมดดำที่มีพรสวรรค์ด้านแปลงร่าง เจ้าตัวนึกท่าไหนไม่ทราบอยากแปลงร่างเป็นตัวเองเวอร์ชันมนุษย์ดู แล้วดันทำได้ดีเกินไป เหมือนเกินไป สุดท้ายติดแหง็ก แปลงกลับไม่ได้ ต้องมาขอให้เมอร์คิวรีช่วยเหมือนกัน ตอนนี้เกเบรียลก็ใช้ชีวิตแบบมนุษย์ไปพลางๆ ก่อน

นาทานเคยพูดไว้ตอนหนึ่งความประมาณว่า ถึงจะมีพรสวรรค์ด้านการแปลงร่างเพราะเกเบรียลเข้าใจผู้อื่นได้ดี ตรงข้ามกับเจสซิกา

ในที่สุดพวกเขาก็ไปหาเมอร์คิวรีผ่านทางช่องเปิด (Cut) ที่ระเบียงอพาร์ตเมนต์นั้นเอง ช่องเปิดมีลักษณะล่องหน ต้องคลำถึงจะรู้ ใช้เดินทางข้ามจากสถานที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ใช้ย่นระยะทาง และทำให้การเดินทางเป็นความลับ การสร้างช่องเปิดก็ต้องใช้พรสวรรค์เฉพาะเช่นกัน

ช่องเปิดที่อพาร์ตเมนต์ในเจนีวาพาไปลงที่หลังคากระท่อมของเมอร์คิวรี ซึ่งกำกับคาถาไว้ ต้องให้เมอร์คิวรีมารับลงไปถึงจะปลอดภัย

เงื่อนไขการช่วยเหลือของเมอร์คิวรีคือนาทานต้องฆ่ามาร์คัส แต่นาทานไม่ยอม สุดท้ายต่อรองเหลือแค่ต้องทำงานให้เมอร์คิวรีหนึ่งปี

ระหว่างนั้นนาทานและเกเบรียลใช้เวลาอยู่ด้วยกันบ่อยๆ ปีนเขา ว่ายน้ำ เดินป่าด้วยกัน ผ่านไปแค่ไม่นานทั้งสองก็สนิทกันมาก

นาทานรู้ครั้งแรกว่าเกเบรียลชอบตัวเองเพราะโรสบอก โรสเป็นผู้ช่วยเมอร์คิวรี เป็นแม่มดขาวแต่หัวใจเป็นแม่มดดำสนิท เพราะเมอร์คิวรีเลี้ยงมากับมือ นาทานตกใจ แต่ก็บอกแค่ว่าเกเบรียลเป็นเพื่อน เพื่อนที่ดีสุด (ถ้าจะเล่าให้ละเอียด สถานการณ์ตอนนั้นคือเกเบรียลไม่อยู่ นาทานไปว่ายน้ำเล่น แล้วปล่อยให้ตัวเองจมน้ำ เพราะสงสัยว่าเหยี่ยวที่บินโฉบใกล้ๆ อาจจะเป็นพ่อ แต่สุดท้ายโรสมาช่วย แล้วแซวว่าเกเบรียลต้องอิจฉาแน่ๆ เกเบรียลอยากได้โอกาสพลีชีพเพื่อเธอจะตาย ประมาณนี้)

มีข่าวเคลย์หัวหน้าฮันเตอร์มายังเจนีวา เขารับหน้าที่รักษาแฟร์บอร์น มีดของตระกูลนาทาน และเป็นมีดตามนิมิตที่นาทานใช้ฆ่ามาร์คัส และตอนนั้นเอง แอนาลีสก็มาขอความช่วยเหลือจากเมอร์คิวรี

เกเบรียลรู้เรื่องแอนาลีสเพราะนาทานเล่าให้ฟัง เขาไม่ไว้ใจแอนาลีสแม้แต่น้อย ทุกอย่างประจวบเหมาะเกินไป แต่นาทานไม่เชื่อว่าแอนาลีสจะโกหกหรือเป็นสายลับของสภา

เมอร์คิวรีต้องการแฟร์บอร์นจึงส่งโรสและเกเบรียลไปขโมย ส่วนแอนาลีส เมอร์คิวรีตัดสินใจว่าจะเก็บเธอไว้ใกล้มือเพื่อใช้ต่อรองนาทาน จากคำพูดของแอนาลีส บ้านที่ฮันเตอร์พักมีคาถากำกับ นาทานจึงต้องตามไปเตือนโรสกับเกเบรียล

โรสขโมยแฟร์บอร์นได้ พวกเขาหนี แต่ฮันเตอร์รู้ตัวเร็วเกินไป โรสถูกยิงตาย นาทานถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ทำให้เคลื่อนไหวได้ช้า เกเบรียลตัดสินใจจะเป็นคนล่อฮันเตอร์ไปอีกทาง ให้นาทานกลับไปหาเมอร์คิวรีผ่านทางช่องเปิด แต่กลับมีฮันเตอร์ที่อพาร์ตเมนต์ นาทานจึงต้องใช้ทางอ้อมกลับไปยังกระท่อมของเมอร์คิวรี กำลังจะถึงวันเกิดอายุสิบเจ็ดของนาทานแล้ว

กระสุนของฮันเตอร์มีพิษ กระสุนฝังในทำให้นาทานเจ็บปวดและเกิดภาพหลอนเป็นพักๆ สุดท้ายตอนที่กำลังจะหมดเวลา พ่อก็มา

มาแบบเท่มากด้วย มาร์คัสหยุดเวลา ตอนแรกหยุดคุยห่างๆ แล้วค่อยๆ เข้ามาใกล้ พอรู้ว่านาทานบาดเจ็บ กระสุนฝังใน ก็เอาออกให้ แล้วมอบของขวัญสามอย่างให้นาทาน คือ ชีวิตของนาทาน (เอามีดจ่อคอแล้วบอกว่า ชีวิตของเธอเป็นของฉัน...) กระสุน (ที่เพิ่งล้วงออกมานั่นแหละ) และแหวนตระกูล (ถอดจากนิ้วตัวเองใส่ให้นาทาน) สุดท้ายก็กรีดเลือดให้ดื่ม เสร็จแล้วก็เฟี้ยว จากไป ก่อนไป (ยังมีหน้า) มาบอกว่าฉันรับผิดชอบหน้าที่ความเป็นพ่อนะ ค่ะ! ของขวัญทั้งหลายนี่หาเอาหน้างานทั้งนั้น

ทิ้งลูกที่เพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บไว้ในดงฮันเตอร์และเมอร์คิวรีที่กำลังโกรธจัด...

เมอร์คิวรีโกรธมากที่ฮันเตอร์รู้ที่อยู่กระท่อม และมาร์คัสก็มามอบของขวัญให้นาทาน สุดท้ายนางจากไปพร้อมเอาแอนาลีสไปเป็นตัวประกัน

นาทานออกเดินทางไปยังจุดนัดพบที่นัดเกเบรียลไว้

จบเล่ม 1

.
.
.

เล่ม 2 Half Wild (พ่อมดคลั่ง) หรือครึ่งที่อันตราย

บทเปิดทำได้ดีอีกแล้ว ผู้เขียนทำได้น่าสนใจ น่าประทับใจ ดึงอารมณ์ร่วมได้ดี และเป็นบทเปิดที่สำคัญต่อเนื้อหาในเล่มนั้น

ในบทนี้ผู้เขียนใช้ตัวอักษร ขนาดอักษร และการจัดวางอักษร แสดงเสียงและทิศทาง

นาทานตื่นขึ้นมาพร้อมได้ยินเสียงนก จากทางนู้นที ทางนี้ที (ตัวอักษรบ้างซ้าย บ้างกลาง บ้างขวาของหน้า) เสียงเว้นระยะ ใช้การเว้นระยะระหว่างบรรทัดกว้าง

นาทานได้ยินเสียงซ่าของเครื่องใช้ไฟฟ้า น่าจะจากมือถือของฮันเตอร์ จึงไม่กล้าขยับ แต่เสียงก็ไม่จากไปไหน เลยค่อยๆ เคลื่อนตัว

เสียงค่อย แล้วเริ่มดัง ทุกอย่างค่อยๆ ชัดขึ้น ตัวอักษรใหญ่กว่าปกติ ค่อยๆ ดังขึ้น ชัดขึ้น ตัวอักษรใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ 

มองออกไปเห็นคราบสีแดง ตามตัว พื้น ทุกอย่างปกคลุมด้วยสีแดง

สุดท้ายเห็นร่างโชกเลือด เหวอะหวะของฮันเตอร์

จบบทด้วยคำว่า แดง (red) ปิดท้ายกลางหน้ากระดาษ

เป็นบทที่ทรงอานุภาพ และฉลาดมาก


นาทานมารอที่ถ้ำที่นัดกับเกเบรียลไว้ว่า ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นให้มารอที่นี่ รอหลายวันเกเบรียลก็ยังไม่โผล่มาสักที ทุกๆ วัน นาทานก็นึกแต่ข้อดีแบบที่ถนัด เพื่อไม่ให้หดหู่เกินไป

นึกถึงตอนที่ยังอยู่กับเกเบรียล เกเบรียลให้มีดมาเป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้า เขาดูหวังให้นาทานชอบของขวัญ และนาทานก็ชอบมันจริงๆ พอคิดเรื่องเกเบรียลก็คิดว่ายังไม่เคยขอโทษเรื่องที่เกือบทำเขาตาบอดเลย

ความรู้สึกของนาทานต่อเกเบรียลตอนนี้ นาทานคิดว่าเกเบรียลดีนะ ผูกพันกันประมาณหนึ่ง แต่ยังไม่มากพอ ที่สำคัญคือยังไม่รักแบบคนรักแน่ๆ เอาจริงๆ นาทานรู้จักเกเบรียลนี่นับวันได้เลย แค่ไม่นานแต่เกเบรียลก็ยึดตำแหน่งเพื่อนคนสำคัญที่สุดไปแล้ว 

และแฟร์บอร์นก็หายไป นาทานพยายามตามหาว่าเขาทำหล่นระหว่างทางหรือเปล่า แต่ไม่เจอ สุดท้ายก็ไม่ได้คืนแฟร์บอร์นให้มาร์คัสเพื่อแสดงจุดยืนว่าเขาไม่มีทางฆ่าพ่อ

บางครั้งก็เข้าไปใกล้กระท่อมของเมอร์คิวรี แอบดูฮันเตอร์ที่ยึดที่นั่นเป็นฐานบ้าง

สำรวจตัวเองบ้าง ตอนนี้นาทานได้พรสวรรค์มาแล้ว พรสวรรค์ของเขาเหมือนพ่อ คือกลายร่างเป็นสัตว์ได้ ส่วนที่แย่คือเขาไม่รู้สึกตัวและจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนเป็นสัตว์ไม่ได้เลย รู้แค่ตื่นมาตัวเปื้อนเลือด มีซากสัตว์อยู่ใกล้ๆ แค่นั้น แม้แต่ตัวเองกลายร่างเป็นสัตว์อะไรก็ยังไม่รู้

รอวันแล้ววันเล่า จนวันสุดท้ายที่ตัดสินใจจะไม่รอแล้วก็ได้พบเนสบิตต์ เป็นฮาล์ฟบลัด ครึ่งดำครึ่งมนุษย์

ฮาล์ฟบลัดคือชื่อเรียกลูกของพ่อมดแม่มดกับมนุษย์ มีจำนวนพอสมควรเลย ครึ่งขาวครึ่งมนุษย์ก็มาก แต่คนที่เป็นครึ่งขาวครึ่งดำมีนาทานคนเดียว

เนสบิตต์บอกว่าทำงานให้กับแวน และตอนนี้เกเบรียลก็อยู่กับแวน อันที่จริงเนสบิตต์เป็นคนเก็บร่องรอยให้และคอยล่อฮันเตอร์ขณะที่นาทานบาดเจ็บจากกระสุนฮันเตอร์ แต่เนสบิตต์เห็นนาทานเพ้อพิษไข้ตาลอยก็คิดว่าตายแน่ๆ เลยเอาแฟร์บอร์นไป แถมเจ้าตัวดันบอกเกเบรียลไปแล้วว่านาทานตาย

นาทานเลยตัดสินใจตามเนสบิตต์ไปหาเกเบรียลด้วย ช่วงที่กำลังจะออกเดินทางโดนฮันเตอร์สองคนเล่นงาน เนสบิตต์จัดการคนหนึ่ง นาทานบอกให้เนสบิตต์หนีไปไกลๆ ระหว่างจัดการอีกคน คนนั้นก็คือเคียรัน นาทานปล่อยให้สัตว์ในตัวควบคุมร่างแล้วจัดการ และเขาก็ยังคงจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ 

ทั้งสองกลับไปหาเกเบรียลและแวน เกเบรียลซูบผอมและดูไม่เชื่อว่านาทานจะรอดจริงๆ เขาบอกว่านาทานคงไม่ยอมปล่อยให้แฟร์บอร์นหลุดมือถ้าไม่ตาย ทั้งสองกอดกันพักใหญ่

เกเบรียลเล่าว่าแวนบึ่งรถเข้ามาช่วยเขาไว้ ตัวเขาได้รับบาดเจ็บจากกระสุนฮันเตอร์สองนัด แต่กระสุนไม่ฝังใน พิษเลยไม่หนักเหมือนนาทาน แวนช่วยรักษาให้แล้ว เขาจึงตกลงมอบเครื่องรางที่ตั้งใจจะเอาไว้ตอบแทนเมอร์คิวรีให้แวนแทน

นาทานและเกเบรียลกำลังจะออกเดินทางไปตามหาเมอร์คิวรีเพื่อช่วยแอนาลีส แน่นอนว่าเกเบรียลไม่เห็นด้วยเลยแม้แต่น้อย แต่เขาก็ไม่ขัดนาทาน (นายไปไหน ฉันก็จะไปด้วย ประมาณนั้น)

แวนเป็นแม่มดดำที่เชี่ยวชาญเรื่องการปรุงยา เนสบิตต์มีฐานะเป็นกึ่งผู้ช่วยกึ่งเบ๊

แวนยื่นข้อเสนอว่าหล่อนสามารถช่วยให้เกเบรียลกลับคืนร่างพ่อมด และสามารถช่วยให้พวกเขามีโอกาสเรื่องเมอร์คิวรีมากขึ้น แล้วก็เล่าให้ฟังเรื่ององค์กรที่จัดตั้งชื่อย่อๆ ว่าพันธมิตร (The Alliance) เป็นองค์กรที่จัดตั้งเพื่อต่อต้านโซล รวบรวมสมาชิกจากทั้งฝ่ายดำ ฝ่ายขาว ฮาล์ฟบลัด และตอนนี้แวนก็ต้องการให้ฮาล์ฟโค้ดอย่างนาทานร่วมด้วย แวนเล่าว่าตอนนี้โซลกำลังเปลี่ยนแปลงระบบและทำลายสมดุลที่เคยมีเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตนเอง ฮันเตอร์เข้ามามีอำนาจในยุโรป การแยกกันอยู่อย่างสันติของทั้งฝ่ายขาวและฝ่ายดำหายไป พ่อมดแม่มดดำกำลังถูกล้างบาง คนเห็นต่างถูกลงโทษอย่างรุนแรง ฝ่ายขาวหลายคนเข้าร่วมเพราะไม่ชอบความคิดหัวรุนแรงของโซล และหลายคนก็สูญเสียสมาชิกในครอบครัวไปจากการแสดงการต่อต้าน เจสซิกาขึ้นเป็นหัวหน้าฮันเตอร์แทนเคลย์

แวนเล่าว่าตอนนี้สมาชิกยังน้อยมาก ยิ่งคนที่เป็นฝ่ายกองหน้า สามารถสู้ได้นั้นยิ่งน้อย พ่อมดแม่มดขาวส่วนใหญ่อ่อนแอ พวกที่แกร่งก็ไปเป็นฮันเตอร์ ส่วนพ่อมดแม่มดดำเก่งกว่าก็จริง แต่ก็มักทำงานร่วมกับใครไม่ได้ พวกเขาอดทนน้อยเกินไป และหยิ่งทะนงเกินไป พันธมิตรจึงต้องการคนแบบนาทานมาเข้าร่วม

นาทานไม่มีทางเลือกมากนัก เมอร์คิวรีแข็งแกร่ง การมีแผนที่ดีจะทำให้โอกาสสำเร็จมีมากขึ้น นาทานถามเกเบรียล เกเบรียลยังยืนยันว่าจะตามนาทานไป ไม่ว่านาทานจะตัดสินใจอย่างไร

ตอนนั้นนาทานยังไม่สามารถควบคุมร่างสัตว์ได้ เขามีสติตอนเป็นสัตว์ แต่เขาเป็นเพียงผู้โดยสาร ไม่ใช่ผู้ขับ ไม่สามารถสั่งห้ามหรือบังคับใดๆ ได้ เขากลัวสัตว์ในตัว และกลัวจะทำร้ายคนอื่นเพราะมัน เกเบรียลถามนาทานว่าเพราะอย่างนี้ใช่ไหมนายถึงไม่ยอมให้ฉันอยู่ด้วยตอนกลางคืน นาทานเล่าหลายๆ เรื่องที่เก็บในใจมานานแล้วก็ร้องไห้ ตอนตื่นมามีร่างของฮันเตอร์ข้างๆ ตอนฝังเขี้ยวลงในร่างฮันเตอร์ ตอนลิ้มรสและเลียเลือดพวกเขา

เกเบรียลจูบนาทานที่ปากครั้งแรก 

แบบผู้เขียนจังหวะดีน่ะ คือนาทานกำลังเล่าว่าเขารังเกียจตัวเอง แต่จูบของเกเบรียลเป็นทั้งการปลอบใจและแสดงว่าเขาไม่รังเกียจนาทาน เกเบรียลแค่อยากสื่อความรู้สึกออกมาตรงๆ และก็ไม่ได้ฉวยโอกาสเลย จูบแผ่วมากจนอิฉันอยากทะลุไปผลัก ผู้เขียนเล่าต่อว่านาทานผละออก คือมันจริงต่อ เขาไม่ได้คาดสถานการณ์นี้มันก็ต้องมีตกใจบ้าง แล้วกำลังร้องไห้ คิดถึงเรื่องร้ายๆ อยู่ จะให้หลับตาพริ้มมันก็ไม่ใช่ 

ฉากพวกนี้มีน้อยของน้อยสุด แต่โผล่มาทีนี่หัวใจจะวาย คือแค่จับมือก็ดีใจแล้ว ปกติความสัมพันธ์ของคู่นี้จะเป็นแบบเพื่อนมากๆ 

เล่าเรื่องเกเบรียลสักหน่อย เดี๋ยวคนจะหลงคิดว่าเขาคือสุภาพบุรุษหลงมาแต่ยุคโบราณ ซึ่งผิดถนัด คือพ่อหนุ่มคนนี้เขามีหลายโหมดนะ ปกติจะเป็นคนเข้ากับคนง่าย ยิ้มง่าย โกรธยาก โกรธเองหายเองได้เพราะนาทานไม่ง้อ ใจเย็นพอจะอยู่กับนาทานได้ ชอบทำความเข้าใจผู้อื่นและก็ทำได้ดี ปล่อยมุกฉุดอารมณ์ทำให้นาทานยิ้มได้บ่อยๆ ปากจัดด้วยนะ เห็นอย่างนี้เสียดสีเก่งนะเออ เป็นคนมีความคิด มีเหตุมีผล มุ่งมั่น พึ่งพาได้ ตรงไปตรงมา ไม่เคยเก็บความรู้สึกที่มีต่อนาทานเลย คือทุกคนที่รู้จักคู่นี้รู้หมดว่าเกเบรียลคิดยังไงกับนาทาน เวลานาทานโกรธ หรือกำลังจะโกรธ เกเบรียลจะโดนดึงมาเป็นทัพหน้าห้ามทัพ เป็นยาสลายความโกรธชั้นดี ส่วนหนึ่งเพราะนอกจากทุกคนจะรู้ว่าเกเบรียลรักนาทาน ทุกคนก็รู้ว่านาทานเชื่อใจเกเบรียลที่สุดด้วย ยิ่งเขียนเกเบรียลยิ่งดูเป็นเทวดามาโปรด ชักยังไงเนี่ย

อ้อ แต่เวลามีเรื่องแอนาลีสทีไร เกเบรียลจะหัวร้อนและหงุดหงิดง่ายอยู่นะ เขามีดาร์กโหมดแบบพ่อมดดำด้วย และที่นาทานไม่ง้อ ก็ไม่ใช่ไม่ใส่ใจนะ แต่ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรมากกว่า คือตอนนั้นนาทานคิดว่าในเมื่อไม่รัก ก็ไม่อยากให้ความหวัง

ตั้งแต่มีเกเบรียล นาทานคิดถึงอาร์รันน้อยลงมาก นาทานเล่าไว้ตอนนึงว่า แม้แต่อาร์รันยังไม่เชื่อใจเขาเท่าเกเบรียลเลย

โอคิดว่าสำหรับนาทานแล้ว เกเบรียลมีทั้งภาคเข้าอกเข้าใจ คอยปลอบใจอยู่เคียงข้างเสมอของอาร์รัน และก็มีภาคร้ายๆ ลุยๆ เหมือนตัวเอง

หลายคนอาจจะมองว่าทำไมมีแต่เกเบรียลที่แคร์นาทาน นาทานไม่เห็นแคร์เกเบรียลเลย โอว่าบางครั้งนาทานก็งี่เง่าเอาแต่ใจจริงนะ แต่ไม่แคร์เลยนี่ไม่จริง มีตอนหนึ่งเล่าว่าพวกเขาไปปีนเขา พอขึ้นถึงยอด มีพื้นที่ไม่มาก นาทานเล่นผลักเกเบรียลแล้วคว้าชายเสื้อไว้ ด้านหลังของเกเบรียลคือเนินหญ้า เกเบรียลผลักกลับแรงกว่า นาทานคว้าชายเสื้อเกเบรียลไว้ ด้านหลังของนาทานคือหินคม โอว่าฉากนี้แอบแสดงภาคพ่อมดดำของเกเบรียล

แวนช่วยให้เกเบรียลกลับสู่ร่างพ่อมด โดยให้นาทานเป็นสื่อกลาง โดยเอาหลาวไม้ทิ่มทะลุมือของทั้งคู่ นาทานรู้สึกถึงโลกตอนดึงเกเบรียลกลับมาได้

และในที่สุดพวกเขาก็ช่วยแอนาลีสได้ นาทานในร่างสัตว์ฆ่าเมอร์คิวรีตาย นาทานเป็นฝ่ายจูบเกเบรียลก่อน (ในหัวนาทานมีแค่อยากจูบ อยากรู้ว่าเป็นยังไง) กำลังดีๆ ก็ผลักเกเบรียลออกแล้วชิ่ง น่าตีมากตอนนี้ โอว่านาทานกำลังอยู่ในช่วงสับสนมึนงง ไม่ยอมรับความจริง

แอนาลีสกับนาทานคบกัน มีอะไรกัน แอนาลีสบอกนาทานว่าเธอเป็นเจ้าชายของฉัน และแอนาลีสก็อยากเข้าร่วมกับพันธมิตรด้วย 

เรื่องเข้าสู่การสู้รบร่วมกับพันธมิตรต่อต้านสภาพ่อมดแม่มดขาวสมบูรณ์แบบ

ตอนนี้นาทานรู้ว่าซีเลียก็เข้าร่วมกับพันธมิตรด้วย แม้จะไม่ยินยอมนัก แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านหนัก

ผู้เขียนส่งความรู้สึกนาทานตอนนี้มาให้เราดีมาก นาทานพูดกับเกเบรียลว่า ประมาณว่าหล่อนใช้พรสวรรค์ลงโทษเขา จับเขาใส่กรง ตอนนั้นเขายังแค่สิบสี่อยู่เลย คือมันสะท้อนใจมาก อีกตอนหนึ่งที่ซีเลียขอจับมือ นาทานนึกในใจว่าปกติซีเลียออกฉลาด แต่ออกจะไม่มีเซ้นส์เรื่องนี้ คนที่ไม่เคยเป็นนักโทษไม่รู้ความรู้สึกของคนที่ถูกขังหรอกว่าเป็นอย่างไร คือสองคนนี้โดยพื้นฐานไม่ได้โกรธเกลียดกัน และถึงกับยอมรับกันในบางแง่ด้วย แต่รอยร้าวในใจคนที่ถูกทำร้ายมันยากจะกลับมาดังเดิมได้ง่ายนะ

พันธมิตรอยากให้มาร์คัสเข้าร่วมด้วย เขาเป็นสัญลักษณ์ทางจิตใจของพ่อมดแม่มดดำ และก็ทรงพลังด้วย ตอนแรกซีเลียไม่ยอม แต่เสียงข้างน้อยแพ้ข้างมาก นาทานต้องเป็นคนไปถามมาร์คัส มีคนในพันธมิตรที่รู้วิธีติดต่อมาร์คัส

สรุปมาร์คัสยินยอม สองพ่อลูกได้มีโอกาสคุยกันและเรียนรู้กันและกันในที่สุด

โอคิดว่ามาร์คัสใจอ่อนแหละ ครั้งแรกที่ไปหานาทานก็แอบไปนอนร้องไห้ด้วย มาร์คัสก็รู้ แต่สองคนนี้ไม่ใช่คนพูดมากทั้งคู่ก็เลยมักใช้การกระทำมากกว่า มาร์คัสสอนนาทานให้ล่าสัตว์ในร่างสัตว์ ชมอาทิตย์ตกด้วยกัน ฟังเรื่องของลูก ตัวละครนี้น่าจะเรียกเสียงกรี๊ดได้มากเลย มีความดิบ ร้าย หน้ามึน และโหดเหี้ยมในตัว

มาร์คัสมาที่พันธมิตรครั้งแรกก็ถามหาซีเลียเลย อยากรู้ว่าคนที่จับลูกใส่กรงหน้าตายังไง และขอคุยด้วย ฉากนี้ก็ฮาแบบลุ้นๆ นาทานกำลังคิดว่าซีเลียจะกลับมาครบสามสิบสองมั้ย สรุปครบ ไม่รู้คุยอะไรกันไม่ยอมบอก

มาร์คัสรู้เรื่องแอนาลีสด้วย และไม่เห็นด้วยนัก (ให้เรื่องของพ่อแม่เป็นตัวอย่างสิ) แต่ก็ไม่ได้ขวางแบบจริงจัง

แผนแรกๆ ของพันธมิตรคือโจมตีค่ายฮันเตอร์ให้ปั่นป่วนเพื่อหยุดการคัดเลือกเพิ่มจำนวนฮันเตอร์ นาทาน เกเบรียล เนสบิตต์ มาร์คัส และอีกไม่กี่คนเป็นทัพบุก โดยมีซีเลียสั่งการ โดยปกติมาร์คัสจะทำงานคนเดียวและมักเข้าโจมตีในจุดที่เสี่ยงที่สุด ส่วนคนอื่นๆ จะจับคู่กันทำงาน นาทานคู่กับเนสบิตต์ สองคนนี้เป็นคู่กัดกัน สนุกเวลาสองคนนี้ทะเลาะ เนสบิตต์ชอบยั่วนาทาน เพราะรู้ว่านาทานโกรธง่าย

เดเบอราห์และอาร์รันเข้าร่วมกับพันธมิตร เดเบอราห์อยู่ฝ่ายสอดแนมและคอยส่งข้อมูลของฮันเตอร์ที่มีประโยชน์มาให้พันธมิตร ส่วนอาร์รันกำลังเดินทางมาเข้าร่วมที่ค่าย แต่เดเบอราห์ถูกจับได้ก่อนและถูกประหาร สามีเดเบอราห์ก็ถูกประหารเช่นกัน ซีเลียยกหน้าที่บอกข่าวร้ายนี้ให้แก่เกเบรียล ในที่สุดอาร์รันและนาทานก็ได้เจอกันท่ามกลางความเศร้าและหดหู่เรื่องเดเบอราห์

นาทานกับแอนาลีสเริ่มระหองระแหงกัน เริ่มจากเรื่องนาทานเป็นคนฆ่าเคียรัน แอนาลีสรู้ก็โกรธมาก หาว่านาทานปิดบังมานาน ต่อมาก็เรื่องพันธมิตร เรื่องความโหดร้าย เรื่องสงคราม มีหลายเรื่องผสมกันประกอบกันเสียงลือในค่ายที่ว่านาทานเหมือนมาร์คัส และชอบการฆ่าเหมือนมาร์คัสด้วย

ขณะที่คนอื่นๆ ใช้ปืนเป็นอาวุธ อาวุธของนาทานคือมีด ท่าประจำคือปาดคอในมีดเดียว สีของเลือดที่เปราะเปื้อนตัวทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูบ้าคลั่งขึ้นไปอีก

การโจมตีธรรมดา กลับเป็นหายนะแบบไม่มีใครคาดคิดและตั้งตัวติด ฮันเตอร์ซ้อนแผนตลบหลังเข้าโจมตีพันธมิตร โดยใช้รอยสักวอล์เลนด์คิดขึ้นใหม่ทำให้หายตัวได้ ไม่มีใครรู้ว่ามีฮันเตอร์ซ่อนอยู่จนถูกโจมตี 

ฝ่ายนาทานเองก็ย่ำแย่ นาทานเจอคอนเนอร์ พี่ชายคนที่แอนาลีสสนิทที่สุด แอนาลีสขอไม่ให้ทำร้ายคอนเนอร์ นาทานรับปากและขอมาร์คัสไว้ แต่พอสถานการณ์วุ่นวาย คอนเนอร์กลับพยายามหาทางโจมตีกลับ มาร์คัสโกรธจึงฆ่าคอนเนอร์ แอนาลีสกรีดร้องและยิงใส่มาร์คัส มาร์คัสเจ็บหนัก ปืนยิงเข้าสู่จุดสำคัญ

ขณะที่นาทานตกใจ และทุกคนวุ่นวายหาทางรอด แอนาลีสก็หายไป สถานการณ์จวนตัว มาร์คัสขอให้นาทานฆ่าเขาและรับหัวใจและพรสวรรค์ไป นาทานไม่มีทางเลือกนอกจากทำตามคำขอของพ่อ

กินหัวใจของมาร์คัส

ผู้คนล้มตายมากมาย พันธมิตรเกือบล่มสลาย พ่อของเขาตาย เพราะผู้หญิงที่ชื่อแอนาลีส

นาทานออกตามล่าแอนาลีส

จบเล่ม 2

.
.
.

เล่ม 3 Half Lost (ครึ่งหนึ่งที่หายไป)


เหมือนกับสองเล่มที่ผ่านมา เล่มนี้เปิดด้วยบทสนทนาของคนสองคนที่กำลังตกลงเรื่องรหัสยืนยันตัวตน ป้องกันสายลับสวมรอยปลอมเป็นอีกคน ซึ่งเฉลยในเนื้อเรื่องต่อมาว่าสองคนที่คุยกันคือนาทานกับเกเบรียล

รหัสที่คุยกันไว้คือ

Gabriel : You've been away a long time. Were you lost?
Nathan : I was wounded, not lost.

ก็ประมาณว่า 
เกเบรียล : นายจากไปนานเลย หลงทางหรือไง
นาทาน : ฉันได้รับบาดเจ็บ ไม่ได้หลงทาง

ซึ่งผู้เขียนฉลาดวางบทข้างบนในเวลาที่เหมาะสมมาก


หลังจากมาร์คัสตาย นาทานก็เอาแต่หมกมุ่นกับการตามล่าแอนาลีส คิดว่าถ้าจับหล่อนได้จะทำอะไรกับหล่อนบ้าง จะทรมานยังไงหล่อนถึงจะเจ็บปวดที่สุด วันๆ เอาแต่คิดเรื่องการฆ่าแอนาลีสแล้วก็ออกฆ่าฮันเตอร์ ไม่ว่าเกเบรียลจะชวนคุยหรือปล่อยมุกอะไรนาทานก็ไม่สน นาทานไม่ยอมเล่าทุกอย่างให้เกเบรียลเหมือนเคย และปลีกตัวห่างจากผู้คนมากกว่าเดิม

นาทานวางก้อนหินเรียงๆ กัน แต่ละก้อนแทนหนึ่งคนที่ตัวเองฆ่า ฆ่าเพิ่มได้ก็หยิบก้อนหินมาเรียงเพิ่ม เกเบรียลไม่เคยถามแต่ก็พอเดาออกว่าหินพวกนี้คืออะไร นาทานเก็บหินสีขาวขุ่นจากแม่น้ำ ตั้งชื่อว่าหินของแอนาลีส ตั้งใจจะเก็บไว้เตือนตน เมื่อฆ่าแอนาลีสเสร็จจะได้เอาหินนี้มาเรียงในกลุ่มด้วย

ตอนโออ่านคือ โห มันจิต โหด หดหู่ แบบไม่ต้องมีเลือดมีศพอะไรเลย มันสื่อถึงสภาวะผิดปกติของนาทานได้อย่างดี

พันธมิตรในตอนนั้นอยู่ในสถานะเปราะบางมาก จากที่อยู่รวมเป็นกลุ่มใหญ่ต้องเปลี่ยนเป็นแยกตั้งฐานเป็นกลุ่มย่อยๆ ต่างสถานที่เพื่อป้องกันตัวและหลบหนีได้ง่าย คนเหลือเพียงหยิบมือ ขวัญกำลังใจสูญหาย การออกโจมตีฮันเตอร์แบบที่ผ่านๆ มาต้องหยุดไป ทุกอย่างเหมือนต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง 

เกเบรียลพยายามรั้งนาทานให้ออกมาจากสภาวะตรงนั้นให้ได้ แต่ก็ดูไม่เป็นผล เขาบอกนาทานว่า ที่เขารักนาทานเพราะนาทานมีทั้งส่วนผสมของขาวและดำในตัว เขาเคารพมาร์คัสนะ แต่เขาก็รักส่วนขาวในตัวนาทานด้วย ตอนนี้นาทานทำตัวเหมือนมาร์คัส ฆ่าคนโดยไม่รู้สึกผิดอีกต่อไป เขาบอกว่าเขากลัวว่าวันหนึ่งเขาจะกลัวนาทานจริงๆ

ซีเลียขอคุยกับนาทาน บอกว่าจับตัวแอนนาลีสได้ตั้งแต่หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น และขังหล่อนไว้ที่อีกค่ายหนึ่ง ซีเลียบอกพันธมิตรต้องการตั้งศาลเพื่อสร้างความยุติธรรมให้ทุกคน แอนาลีสต้องถูกไต่สวน และได้รับโทษถ้าผิดจริง

นาทานโกรธมากเพราะที่ผ่านมาเขาเอาแต่ตามล่าแอนาลีสแทบบ้า แล้วที่โกรธที่สุดก็คือเกเบรียลเองก็รู้เรื่อง แต่ไม่ยอมบอกเขา นาทานว่าเสียทีที่ไว้ใจ เกเบรียลโกรธตอบว่าที่นาทานทำตัวทุกวันนี้ไม่ได้แสดงถึงการไว้ใจเขาหรอก ลงท้ายด้วยนาทานถุยน้ำลายใส่หน้าเกเบรียล เกเบรียลโกรธจัด

นาทานใช้เวลาทบทวนตัวเอง และตัดสินใจว่าจะยอมให้แอนาลีสอยู่ในมือศาล แต่ถ้าแอนาลีสไม่ได้รับโทษตามที่สมควรจะได้ เขาจะเป็นคนลงมือเอง แล้วก็นึกเสียใจที่ถุยน้ำลายใส่หน้าเกเบรียล เลยไปขอโทษ แต่เกเบรียลยังโกรธอยู่ 

ช่วงนี้นาทานหงอยมาก ออร่าความน่ารักกระจาย (ซึ่งโออาจคิดไปเอง) อารมณ์ประมาณหมาหงอย แล้วมาทำตาเศร้าอ้อนวอนขอให้ยกโทษน่ะ คือเขาเสียใจและกลัวเกเบรียลโกรธแล้วจากเขาไป เป็นครั้งแรกด้วยที่เกเบรียลโกรธจริงจัง แต่สุดท้ายเกเบรียลก็ให้อภัย

นาทาน ซีเลีย เกเบรียล เนสบิตต์ เดินทางไปฐานที่แอนาลีสถูกขังไว้ แต่ฐานถูกฮันเตอร์โจมตี แอนาลีสถูกชิงตัวไป ทุกคนในฐานตาย แวนก็ตาย เนสบิตต์เสียใจมากจึงตัดสินใจออกจากสนามรบ เขาว่าเขาไม่สามารถสู้ต่อไปได้ถ้าไม่มีแวน 

เกเบรียลและนาทานออกตามหา Ledger (ชื่อคน อ่านว่าอะไรน่ะ เลดเจอร์เหรอคะ สมมติว่าอ่านว่าเลดเจอร์นะ) แวนเคยบอกไว้ว่ามีเครื่องรางที่ทำให้คงกระพัน (ประมาณยิงไม่ถูก ฟันแทงไม่เข้า) ซึ่งก็คือเครื่องรางครึ่งหนึ่งที่ได้จากเกเบรียล ส่วนอีกครึ่งอยู่ที่เลดเจอร์ แวนต้องการให้นาทานใช้ เพราะตอนนี้นาทานได้รับพรสวรรค์จากมาร์คัส พูดได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถมากที่สุดของพันธมิตรแล้ว แวนบอกว่าเลดเจอร์เป็นพ่อมด (หรือแม่มด?) ดำที่ดี และสามารถช่วยพวกเขาได้

การไปหาเลดเจอร์ต้องกลับไปที่หลุมหลบภัยของเมอร์คิวรี ที่ที่พวกเขาฆ่าหล่อน ที่นั่นมีบันทึกของเมอร์คิวรีที่มีเบาะแสของเลดเจอร์

ที่นั่นนาทานจูบเกเบรียล ขอโทษหลายเรื่องที่ผ่านมา เขารู้สึกผิดที่ตอนนั้นผลักเกเบรียลออกไป ทิ้งให้เกเบรียลรู้สึกแย่คนเดียว เขาคิดว่าจูบนั้นไม่ได้แย่ ทุกอย่างดี แต่เขาก็ทำพังเพราะมีเรื่องแอนาลีสเข้ามา ทั้งสองคนมีอะไรกัน นาทานตื่นขึ้นมา เห็นนิมิต มีแม่น้ำ ต้นไม้ ทิวเขา และมีเขากับเกเบรียล

นาทานได้พบเลดเจอร์ เลดเจอร์เป็นพ่อมดหรือแม่มดไม่ทราบได้ นาทานใช้สรรพนามเรียกเป็นผู้ชาย โอคิดว่าผู้เขียนต้องการให้เลดเจอร์ไม่มีเพศสภาพแสดงถึงการรวมเป็นหนึ่ง เลดเจอร์ใฝ่เรียนรู้ทำความเข้าใจความลับของธรรมชาติ เขามีพรสวรรค์หลายอย่าง เขาบอกว่าในเมื่อพ่อมดแม่มดทุกคนสามารถเยียวยา และการเยียวยาก็เป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่ง ในเมื่อมีสองได้ ทำไมจะมีมากกว่านั้นไม่ได้ แต่ทุกอย่างต้องอาศัยการทำความเข้าใจและการฝึกฝน ตรงข้ามกับนาทานที่ได้พรสวรรค์หลายอย่างโดยวิธีลัด เลดเจอร์ไม่เชื่อว่าการฆ่าจะทางแก้ปัญหา เขาบอกว่าไม่มีใครดีหรือเลวหมด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการมอง เลดเจอร์เชื่อว่าธรรมชาติจะมีหน้าที่ทำให้ทุกอย่างกลับคืนสมดุลเอง 

แน่นอนว่านาทานไม่เห็นด้วย นาทานว่าแล้วจะต้องรอให้ผ่านอีกกี่ศพทุกอย่างถึงจะสมดุลล่ะ

ข้อถกเถียงของทั้งคู่ไม่มีบทสรุป แต่เลดเจอร์ตัดสินใจช่วยนาทานทำเครื่องรางคงกระพัน เครื่องรางนี้ใช้หลักการเดียวกับขวดอาถรรพ์ โดยต้องใช้นิ้วของนาทานเป็นตัวแทนเจ้าของร่าง เลดเจอร์บอกว่าเมื่อชนะศึกนี้จะคืนนิ้วมือให้

ผลจากเครื่องรางทำให้นาทานแทบจะไร้จุดอ่อน นาทานกับเกเบรียลทดสอบประสิทธิผลของเครื่องรางโดยลองหลายๆ วิธี มีดไม่สามารถฟันผิวนาทานได้ กระสุนปืนกระเด้งออกจากร่างนาทานเหมือนโดนดีด เช่นเดียวกับระเบิด หรืออาวุธอื่นๆ จุดอ่อนมีแค่นาทานสามารถจมน้ำได้ (เกเบรียลทดสอบกดหัวนาทานเองนะจ๊ะ) แต่ก็ต้องใช้เวลานานกว่าปกติ เกเบรียลเตือนว่าถึงนาทานจะแทบไร้เทียมทาน แต่ก็ยังถูกหลอกได้ และนั่นเป็นวิธีที่สภาชอบใช้

นาทานให้แหวนที่พ่อให้ตนแก่เกเบรียลเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลัง นาทานคิดว่าแหวนวงนี้มีค่าสำหรับเขา เช่นเดียวกับเกเบรียล 

ถึงจะไม่พูดอะไรออกมา แต่คู่นี้ก็คบกันแล้วแหละ

นาทานเคยพูดกับเลดเจอร์ว่าเขาอยากมีชีวิตเรียบง่ายริมน้ำ และเห็นนิมิตเช่นนั้น เลดเจอร์ว่านิมิตไม่ได้บอกทุกอย่างเสมอไป

นาทานกับเกเบรียลกลับไปหาซีเลีย พันธมิตรวางแผนโจมตีการประชุมสภาที่จัดขึ้นปีละครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าโซล วอลเลนท์ และเจสซิกา จะต้องเข้าร่วมด้วย พันธมิตรอยากให้นาทานจับกุมหรือกำจัดพวกเขา เมื่อไม่มีหัวหน้า สภาก็จะขาดหัวเรือใหญ่

นาทานฆ่าวอลเลนด์ เสร็จแล้วก็ไปหาโซล โซลออกอุบายใช้ยาที่เรียกว่าบลูควบคุมนาทาน โซลพานาทานไปหาแอนาลีส ซึ่งเป็นนักโทษของโซล แอนาลีสพยายามเรียกสตินาทานโดยบอกว่าเกเบรียลจะตายถ้านาทานยอมให้โซลควบคุม นาทานสับสน สุดท้ายเรียกสัตว์ในตัวออกมา สัตว์ฆ่าโซล นาทานคืนร่าง แอนาลีสขอโทษนาทาน หล่อนไม่ได้เป็นสายลับอย่างที่สงสัย แต่นาทานยังเกลียดหล่อน

กลุ่มพันธมิตรตามมายึดสถานการณ์ ยังมีคนไม่ยอมจำนนแม้ว่าโซลและวอลเลนด์จะตายแล้ว ส่วนใหญ่เป็นฮันเตอร์ นาทานไม่เห็นเกเบรียลในกลุ่มก็เริ่มกระวนกระวายออกตามหา

ฮันเตอร์จับเกเบรียลและเด็กฝึกหัดสมาชิกพันธมิตรอีกคนไว้เป็นตัวประกัน ฮันเตอร์กำลังจะหนีเข้าช่องเปิด นาทานพยายามหยุดเวลาแต่ไม่มีสมาธิมากพอเลยโจมตีอย่างรวดเร็วแทน แต่เกเบรียลได้รับบาดเจ็บก่อนหน้านี้แล้ว เขาถูกกระสุนฮันเตอร์ อ่อนเพลียแต่ยังพอเยียวยาได้ และเจสซิกาก็โผล่มา นาทานใช้ตัวเองบังเกเบรียลปกป้องกระสุนของเจสซิกาขณะใช้สายฟ้าโจมตีกลับ เจสซิกาตาย แต่กลายเป็นว่าเกเบรียลเองก็โดนกระสุนที่สะท้อนจากตัวเขาเข้าร่างเพิ่มด้วย

นาทานขวัญเสียร้องเรียกอาร์รันให้มาช่วย อาร์รันพยายามเอากระสุนออก แต่ยังมีอีกนัดที่หาไม่เจอ นาทานพยายามหยุดเวลา แต่ทุกอย่างก็สายเกินไป ช่วงที่เวลาหยุดไว้ นาทานบอกรักเกเบรียล

นาทานปฏิเสธความจริงว่าเกเบรียลตายแล้ว เขาติดอยู่ในโลกมายาที่มองเห็นภาพเกเบรียลอยู่ข้างๆ เหมือนยังมีชีวิตปกติสุขอยู่ อาร์รันพยายามปรุงยาให้นาทาน แต่นาทานไม่ชอบยา เพราะพอกินแล้วเกเบรียลจะหายไป

ช่วงนี้เล่าหลอนมาก ตอนนั้นทั้งนาทานและอาร์รันไปเวลส์ สถานที่ที่นาทานเคยรับปากว่าจะพาเกเบรียลมา นาทานมองเห็นเกเบรียลปีนหน้าผา กระโดดน้ำ ยิ้มหัวเราะ นาทานยิ้มมีความสุขในโลกที่ตัวเองสร้าง 

บทต่อมานาทานกำลังขุดหลุมใกล้แม่น้ำและภูเขา เป็นสถานที่ที่เขาฝันว่าอยากมาใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสุขสงบ เขานำร่างเกเบรียลลงหลุม คิดว่าอยากปลูกต้นไม้สักต้น นาทานสร้างรังจากพุ่มไม้เป็นที่อาศัยของตัวเองเหมือนพ่อ ตั้งใจว่าจะอยู่ใกล้ๆ เกเบรียล ตอนนี้นาทานยอมรับความจริงเรื่องเกเบรียลได้แล้ว

อาร์รันกับอเดล (แฟนอาร์รัน เป็นแม่มดดำ) มาเยี่ยมนาทานเป็นระยะ เล่าเรื่องภายนอกให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นาทานฟังแต่ไม่สนใจ ความคิดหลักๆ ยังอยู่กับเกเบรียล

มีการปรับโครงสร้างและจุดมุ่งหมายสภา และแทนที่จะล่าพ่อมดแม่มดดำ ฮันเตอร์ก็เปลี่ยนไปทำหน้าที่คล้ายตำรวจแทน และมีการรับสมัครฮันเตอร์จากทั้งฝ่ายขาว ดำ และฮาล์ฟบลัด แม้จะยังไม่มีพ่อมดแม่มดดำคนใดสนใจก็ตาม

นาทานใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในร่างสัตว์ ปล่อยให้สัตว์ควบคุมร่างและความคิด แต่ระวังไม่ให้บ่อยเกินไป เขาต้องคืนร่างเพื่อคิดถึงเกเบรียล 

ครั้งหนึ่งสมัยยังอยู่กับพันธมิตร ขณะฝึกให้เด็กฝึกหัดแกะรอย นาทานยืนนิ่งจนกระรอกปีนขึ้นมาบนตัว เกรโตเรกซ์แซวนาทานว่า เธอเหมือนเป็นต้นไม้จริงๆ เลย และถามว่าเธอแปลงเป็นต้นไม้ได้ไหม นาทานตอบว่าฉันแปลงเป็นสัตว์ คุณก็รู้นี่ แต่ต้นไม้ก็มีชีวิตเหมือนๆ กับสัตว์มี เพราะงั้นก็อาจเป็นไปได้

นาทานคิดถึงตอนที่เขาช่วยให้เกเบรียลกลับคืนสู่ร่างพ่อมด ตอนนั้นหลาวไม้เชื่อมโลกและพวกเขาไว้ด้วยกัน นาทานคิดว่ามันยอดเยี่ยมมาก

อาร์รันบอกข่าวเรื่องแอนาลีสแก่นาทาน แอนาลีสกำลังจะแต่งงานแล้ว กับมนุษย์ แอนาลีสมีลูกชาย และนาทานก็เป็นพ่อเด็ก แอนาลีสตั้งชื่อให้ว่า เอดจ์ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับนามสกุลฝั่งพ่อนาทาน และเป็นชื่อเนินที่นาทานกับแอนาลีสเคยนัดพบกัน ก่อนหน้านี้ตอนที่แอนาลีสรับโทษ หล่อนไม่ได้รับอนุญาตให้เจอเอดจ์ แต่ตอนนี้หล่อนพ้นโทษแล้ว 

นาทานพูดแค่ว่าหล่อนจะเล่าเรื่องฉันให้เขาฟังก็ได้ เล่าเรื่องคนที่ฉันฆ่าและทำร้าย แต่ต้องไม่ลืมเล่าเรื่องที่หล่อนฆ่าปู่ของเขา และฉันเกือบต้องฆ่าเขาเพราะหล่อน ให้บอกเขาทุกอย่างตามความเป็นจริง

อาร์รันและอเดลมาเยี่ยมนาทานปีละสองครั้ง เอาเสื้อผ้า อาหาร และอุปกรณ์วาดภาพมาให้ อาร์รันเอารูปเอดจ์ที่แอนาลีสส่งมาให้นาทานดู เอดจ์เหมือนนาทานมาก ยกเว้นตาที่ไม่ดำเท่า นาทานคิดว่าลูกมีความสุขดีอยู่แล้ว และไม่อยากให้ตัวลูกเจอเรื่องเลวร้ายเหมือนที่เกิดกับตัวเขาและมาร์คัส

เลดเจอร์เคยมาหานาทานครั้งหนึ่ง เอานิ้วมาคืนให้ และชวนให้มาอยู่ด้วยกัน เลดเจอร์พูดประมาณว่า โลกจะให้สิ่งที่จำเป็นต่อเรา

จบบทด้วยบทบรรยายของนาทานถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนี้มาเยือนหลังจากอาร์รันมาเยี่ยมนาทานครั้งสุดท้ายไม่นาน แต่หล่อนไม่ใช่แขก หล่อนแค่มาปรากฏตัวและสร้างกระท่อม หล่อนตัดไม้ ใช้ม้าลากซุง ต้องใช้ม้าตัวใหญ่มาก เคลื่อนไหวเบา เหมือนนักเต้น แตกต่างจากขนาดร่างกาย กระท่อมเสร็จหลังจากผ่านไปเดือนกว่า ไม่ใหญ่เพราะมีเพียงหล่อนที่อาศัยอยู่ นาทานยังไม่ได้ไปหาหรือคุยกับหล่อนเลย เขาตั้งใจจะเอากระต่ายสักตัวหรือสองตัวไปให้หล่อนพรุ่งนี้

โอชอบบทบรรยายตอนนี้มากเหมือนกัน ผู้เขียนไม่ได้บอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่ผู้อ่านจะเดาได้จากคำบรรยายว่าคือซีเลีย

บทสุดท้ายใช้ซีเลียเป็นผู้เล่าเรื่อง

ซีเลียไม่เคยมีลูก ไม่คิดอยากมี และนาทานก็ไม่ใช่ลูกชาย แต่ซีเลียรู้สึกถึงภาระความรับผิดชอบที่หล่อนต้องมีให้เขา นาทานมากินข้าวกับซีเลียบ้าง มาขอความช่วยเหลือบ้าง

เขามาขอใช้กระดาษวาดภาพ วาดรูปซีเลียก่อน เสร็จแล้วก็เกเบรียล ตามด้วยครอบครัว เพื่อน รวมถึงคนต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขา ทุกครั้งที่วาดรูปเข้าจะค่อยๆ สะกดตัวบรรจง เขียนชื่อบุคคลในภาพ และลงท้ายว่า ให้เอดจ์ จากนาทาน

นาทานต้องการให้ซีเลียเก็บภาพพวกนี้ไว้มอบให้ลูกชายเขา นาทานไม่พูดถึงลูกเลย ยกเว้นครั้งหนึ่งที่ซีเลียถามว่าไม่ไปพบเขาเหรอ นาทานตอบว่าไม่สามารถไปได้

ซีเลียถามนาทานถึงรูปภาพเหมือนของเขา แต่นาทานกลับวาดภาพทิวทัศน์ให้แทน เขาเคยวาดภาพทิวทัศน์ไม่ดี แต่ภาพนี้สวยมาก เป็นภาพแม่น้ำมองเห็นเนินเขาไกลออกไป มีทุ่งหญ้าที่มีต้นไม้ตะปุ่มตะป่ำเล็กๆ ยืนต้นอยู่อย่างโดดเดี่ยวข้างหน้า

ซีเลียไม่เคยเข้าใกล้ที่ที่นาทานอยู่ หล่อนรู้ว่าที่นั่นเป็นเขตหวงห้าม ห้ามใครก็ตามบุกรุก 

วันเกิดอายุครบยี่สิบสองของนาทาน นาทานก็มากินแล้วแล้วคุยเล่นกับซีเลีย บอกเขาอายุยี่สิบสอง แต่บางครั้งก็รู้สึกว่าอายุห้าสิบสอง ซีเลียเลยตอบกลับว่า ฉันอายุห้าสิบสอง แต่รู้สึกเหมือนยี่สิบสอง

ก่อนจากไปนาทานพูดถึงอะไรบางอย่าง เกี่ยวกับบางสิ่งที่อยู่ลึกลงไปในโลก บางสิ่งนั้นมีอยู่ในตัวเราด้วย เมื่อเราเชื่อมต่อกัน เราก็จะเข้าถึงมัน เหมือนที่ใครก็สามารถเข้าถึง

หลังจากนั้นนาทานก็ไม่ปรากฏตัวอีก ซีเลียไม่สงสัยจนกระทั่งผ่านไปเป็นสัปดาห์ หล่อนตัดสินใจไปในเขตหวงห้ามของนาทาน และเห็นภาพสวยงามที่ตรงกับภาพทิวทัศน์ที่นาทานวาด

ซีเลียไปอ่านหนังสือที่นั่นทุกวัน อ่านเสียงดังเหมือนที่เคยอ่านให้เขาฟัง นั่งอยู่บนพื้นหญ้าใกล้ต้นเฮเซล ต้นนี้แตกต่างจากต้นอื่น ไม่แก่มาก ไม่สูงมาก แต่มีรอยแผลน่าเกลียดน่ากลัว

จบ

นี่พิมพ์ย่อหน้าสุดท้ายแล้วจะร้องไห้ โอยยย ร้องแล้ว ตอนอ่านรอบแรกยังไม่ร้องเลย ไม่ไหวแล้ว ฮืออออ


สรุปนาทานเฝ้าหลุมฝังศพเกเบรียลห้าปีก็กลายเป็นต้นไม้อยู่กับเกเบรียลตลอดไป

ก็แล้วแต่จะตีความตอนจบว่าผู้เขียนต้องการสื่อถึงอะไร

สำหรับโอคิดว่าผู้เขียนต้องการสื่อถึงแนวคิดที่ธรรมชาติสร้างเรามา เรามีมันเป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา และสุดท้ายเราทุกคนก็ต้องกลับมาหลอมรวมกับมันดังเดิม และธรรมชาติก็เป็นนิรันดร์ 

มีหลายเหตุผลที่คนอาจจะเกลียดเรื่องนี้มากกว่าชอบ 

1. เรื่องนี้วาย แต่เป็นวายแบบไม่โฉ่งฉ่างในตอนแรก คนที่อ่านแนวปกติบางคนไม่ตั้งตัวก็อาจจะเหวอ

2. และถึงวาย แต่ก็ดันให้มีตัวละครหญิง และดันให้ตัวเอกเราไปมีอะไรกับนางจนมีลูกกับนางอีก คนที่ชอบวายอาจจะเกลียดตรงนี้

3. ตัวเอกตาย บางคนไม่ชอบ Bad End

4. บางคนจะสุข จะเศร้า จะอะไรรับได้หมด ยกเว้นต้นไม้ในตอนท้าย หลายคนด่ามีสีสันมาก 

แต่ทั้งหมดทั้งมวล โอชอบมากนะ โอว่าผู้เขียนเก่งและก็กล้ามาก คือรู้ว่าเสี่ยงโดนด่าแต่ก็จะทำ

และเอาจริงๆ เรื่องนี้แทบไม่หักมุมเลยนะ เพราะผู้เขียนใส่คำใบ้ ใส่ร่องรอยบอกล่วงหน้าแทบทุกอย่างมาแล้ว แต่เราอาจไม่รู้เลยไม่สังเกตเอง

อย่างเรื่องว่านาทานจริงๆ คู่กับเกเบรียล ไม่ใช่แอนาลีส ก็สังเกตได้ตั้งแต่ต้นว่านาทานหลงแอนาลีสมากกว่ารัก และคู่นี้เขาแทบไม่เข้าใจกันเลย เหมือนต่างมองอีกฝ่ายในแบบที่ตัวเองอยากให้เขาเป็น ไม่ใช่ตัวตนของเขาจริงๆ ยังไงก็ยากจะรอดอยู่แล้ว เกเบรียลเองก็แสดงออกถึงความรู้สึกตัวเองชัดเจน แต่ผู้เขียนมาเฉลยเอาจริงๆ เล่มสุดท้ายว่าใครเป็นคู่เอกของเรื่อง 

เรื่องมาร์คัสตายก็รู้ตั้งแต่นิมิตอยู่แล้ว

เรื่องเกเบรียลตาย เอาจริงๆ ใบ้ตั้งแต่ชื่อเรื่องเล่มสุดท้ายเลย แล้วก็มีตั้งแต่สมัยนาทานกับเกเบรียลที่ขุดหลุมฝังศพเมอร์คิวรี แล้วเกเบรียลพูดว่าสักวันเราก็ต้องไปอยู่ในนั้น ไหนจะคำเตือนจากเลดเจอร์เรื่องนิมิตอีก 

เรื่องลูกนาทาน ตอนสมัยนาทานคบกับแอนาลีส มีตอนหนึ่งที่ทั้งคู่ตั้งใจจะระมัดระวัง เพราะกลัวมีลูก (กลัวลูกจะมีประสบการณ์เลวร้ายเหมือนนาทาน) แต่สุดท้ายก็ไม่อาจห้ามใจไว้ได้

เรื่องต้นไม้ เรื่องนี้ใบ้ตอนใกล้จะเฉลยแล้ว แต่หลายคนรวมถึงโอก็ยังไม่รู้จนมันเกิดขึ้น

เรื่องมีการวางแผนดีด้วย 

อย่างซีเลียให้นาทานท่องพรสวรรค์มาร์คัสเพื่อให้รู้ศัตรู ตัวนาทานก็ได้ใช้จริงๆ ตอนได้พรสวรรค์ของมาร์คัส

เรื่องหลาวไม้เล่มสอง ก็เอามาใช้ประโยชน์ตอนจบ

ทำได้ดีทั้งอารมณ์ ความรู้สึก แง่มุม เรื่องราว 

ตัวละครทุกตัวมีดีมีร้ายในตัว

อย่างเจสซิกาที่นาทานเกลียดเนี่ย โอก็ยังคิดว่าเข้าใจ เจสซิกาเป็นพี่คนโตจากพี่น้องทั้งหมด หล่อนรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้มากที่สุด รู้ความขื่นขมที่ครอบครัวได้รับ พ่อถูกฆ่า แม่ฆ่าตัวตาย น้องที่เป็นลูกของฆาตกรจึงเป็นเหยื่อของความเกลียดชัง ทุกคนที่เหลือในครอบครัวยอมรับน้อง เจสซิกาเลยรู้สึกถูกหักหลัง แถมตัวเจสซิกาเองก็มีความทะเยอทะยาน ทุกอย่างผลักดันให้เจสซิกามาอยู่ในจุดนี้

โซล โซลมีพรสวรรค์อ่อน เลยกระหายอำนาจมาก เช่นเดียวกับวอลเลนด์ที่เป็นคนขลาด พวกนี้เลยหาหนทางอื่นๆ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเอง



มีคำพูดของใครสักคนที่บอกว่าพวกพ่อมดแม่มดดำชอบฆ่ากันเอง จริงๆ ฮันเตอร์ไม่ต้องกวาดล้าง เดี๋ยวพวกนั้นก็ตายหมดอยู่ดี โอว่าต้นตอมาจากพ่อมดแม่มดดำมีอารมณ์รุนแรง รักแรงเกลียดแรง แถมความอดทนต่ำ ปกติจึงไม่ไม่ยุ่งกับใคร และพอยุ่งก็ชอบมีเรื่อง



สรุปชอบหมดเลย 5 ดาว








Create Date : 08 กรกฎาคม 2560
Last Update : 9 กรกฎาคม 2560 20:09:15 น.
Counter : 478 Pageviews.

7 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณคนบ้านป่า, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณเกศสุริยง

  
ไม่ค่อยได้อ่านแนวนี้เลย ไม่ค่อยถนัด เข้ามาอ่านรีวิวเก็บข้อมูลไว้ก่อนนะคะ
โดย: kunaom วันที่: 11 กรกฎาคม 2560 เวลา:15:25:16 น.
  
นานๆจะพบบล็อกเล่าเรื่องย่อนิยายยาวๆแบบหลายเล่มจบอย่างตั้งใจ
เรื่องจะแนวไหนก็ชอบอ่าน เป็นคนอ่านได้ทุกแนว อยู่ที่ว่า คนเขียน
หรือคนเล่าแจกแจงให้เข้าใจประเด็นได้แค่ไหน และไม่ว่าจะแค่ไหน
ก็อ่านจบทั้งนั้น แต่ก็ต้องใช้เวลามากเพราะมีปัญหาสายตาที่อ่าน
ตัวเล็กและนานไม่ได้ ต้องซูมอ่านทีละเล็กละน้อย แล้วจะมาอ่านต่อค่ะ
ฝากกำลังใจไว้ให้ก่อน เผื่อจะได้มีแรงเขียนให้อ่านเรื่อยๆ ไม่มีปัญญา
อ่านทั้งเล่มแล้วค่ะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 12 กรกฎาคม 2560 เวลา:9:21:47 น.
  
ห้าดาววววววววววว

กรี๊ดๆ อยากอ่านเลย นี่คือไม่อ่านเนื้อหานะ กลัวสปอยล์

พรุ่งนี้มาโหวตให้เน้อ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 12 กรกฎาคม 2560 เวลา:11:22:23 น.
  
วันนี้มาโหวตนะคะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ann_shinchang Music Blog ดู Blog
ปรัซซี่ Review Food Blog ดู Blog
Gorjai Writer Movie Blog ดู Blog
Sweet_pills Food Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 กรกฎาคม 2560 เวลา:9:33:45 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
ญามี่ Literature Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
แวะมาทักทายและส่งกำลังใจให้คุณโอค่ะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 13 กรกฎาคม 2560 เวลา:13:57:02 น.
  
อ่านตอบคำถามข้อ 1 ก็เลยรู้เลยว่าไม่ใช่แนวครับ 55 อย่างนี้อ่านเนื้อเรื่องที่เขียนรีวิวได้หมดสบายๆเลย...ขอบคุณครับ
โดย: leehua (สมาชิกหมายเลข 755059 ) วันที่: 16 กรกฎาคม 2560 เวลา:12:33:31 น.
  
คุณอ้อม ยินดีค่า

คุณภาวิดา ขอบคุณสำหรับกำลังใจมากค่ะ ถ้าตัวหนังสือในบล็อกเล็กไปกด crl กับ + พร้อมกันนะคะ
โออาจจะไม่ได้มาเล่าเต็มๆ แบบนี้บ่อยนะคะ หลักๆ เลยคืออยากให้ไปอ่านในเล่มมากกว่า ไม่มีทางที่โอจะสามารถเก็บความได้ครบทั้งอารมณ์และสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อได้เลย อีกส่วนคือใช้เวลาเขียนนานมากค่ะ บล็อกนี้โอใช้สองวัน ประมาณสิบเจ็ดชั่วโมงกว่าจะเสร็จ
คุณภาวิดาลองอ่านอีบุ๊กมั้ยคะ จะสามารถขยายหน้าจอได้ ค่อยๆ อ่านไปทีละนิด แป๊บๆ จบแล้ว อย่างไรก็เชียร์ให้อ่านตัวหนังสือจริงมากกว่านะคะ ขอบคุณที่โหวตให้ด้วยค่า

พี่สาวไกด์ฯ ไม่อ่านดีแล้วค่า สปอยล์เต็มที่ ขอบคุณที่โหวตให้นะคะ

คุณเกศสุริยง ขอบคุณที่โหวตให้ค่ะ

คุณ leehua จริงๆ เรื่องนี้ดีนะคะ ถ้าไม่คิดมากหรือฝืนความรู้สึกเกินไปก็เชียร์ให้อ่านค่า




โดย: ออโอ วันที่: 18 กรกฎาคม 2560 เวลา:15:05:24 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments