พฤศจิกายน 2549
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
1 พฤศจิกายน 2549
 

FairPlay: แฟร์ๆ หน่อย สิเพ่

คำเตือน: โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน



ขณะที่กำลังนั่งจมจ่อมอยู่กับการถอนเห็บและเหาออกจากหัวอยู่นั้น พลันสายตาอันเฉียบแหลมของข้าพเจ้าก็เหลือบไปเห็นบทความอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงอยู่บทความหนึ่ง

iTunes copy protection ‘Cracked’

ใช่แล้ว, เทคโนโลยีป้องกันการทำสำเนาเพลงของ ‘บริษัทแอปเปิ้ลแหว่ง’ได้ถูก ‘มือไม่ดี’ แอบเจาะข้อมูลสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยตามเนื้อข่าวจากเว็บ BBC ได้ให้คำอธิบายไว้ว่า ณ เดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 2006 (หรือเทียบได้เป็น พ.ศ. 2549 และ ร.ศ. 225) มีกระทาชายนายหนึ่ง นามว่าจ้อน เล็ก (Jon Lech Johansen) ได้ออกมาประกาศตนว่า เขาคือผู้คิดค้นวิธีการปลดล็อกเทคโนโลยี FairPlay –ซึ่งเป็นเทคโนโลยีป้องกันการคัดลอก หรือทำสำเนาเพลงที่ดาวน์โหลดมาจาก iTunes Music Store– ได้สำเร็จเป็นคนแรกของโลก โดยทั้งนี้ทั้งนั้น เขาได้ใช้หลัก ‘วิศวกรรมย้อนรอย’ (Reverse Engineer) ถอยหลังจากผลิตภัณฑ์กลับไปสู่สารตั้งต้นเพื่อแคร็กโค้ดดังกล่าว พร้อมกันนั้น แฮ็กเกอร์หนุ่มรายนี้ ยังได้ประกาศศักดา ท้ากฎหมายทุกองศาด้วยว่า ...ขณะนี้ เขาพร้อมที่จะขายลิขสิทธิ์ให้กับบริษัทใดๆ ก็ตามที่สนใจอีกด้วย! (ขายทั้งๆ ที่การ Reverse ได้มาโดยไม่ได้รับอนุญาตนี่แหละ)

ทันทีที่กวาดถูสายตาอ่านอยู่ประมาณสามรอบ ข้าพเจ้าก็ถึงกับผงะ และส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาอย่างบ้าคลั่ง จากนั้น อุทกในดวงตาก็ค่อยๆ หลั่งรินออกมาอย่างไม่รู้ตัว

เปล่า, ข้าพเจ้า -ผู้ประกาศตนว่า I am a Mac- ไม่ได้ร่ำไห้ให้กับความปราชัยของบริษัทแอปเปิ้ลแหว่งที่ถูก Reverse Engineer โดยไม่ได้รับอนุญาตหรอก

และก็เปล่าอีกเช่นกัน, ข้าพเจ้าไม่เคยเสียใจ ที่กฎหมายถูกล่วงละเมิด อีกทั้งยังไม่เคยคิดจะร่ำไห้ให้กับความล้มเหลว (อีกครั้ง) ของเทคโนโลยีป้องกันลิขสิทธิ์เพลง (Digital Right Management) เลยแม้แต่น้อย

ในทางตรงกันข้าม ข้าพเจ้ากลับกรีดร้องและร่ำไห้ ด้วยเพราะรู้สึกตื้นตันใจในพระคุณของคุณพี่จ้อน เล็ก ที่มาช่วยกอบกู้เอกราชให้กับผู้บริโภคอย่างข้าพเจ้าเป็นอย่างสูง ....อาจฟังดูแปลกประหลาดราวกับคนเสียสติ (?)

แต่เอาเถอะ เพื่อยืนยันว่าข้าพเจ้ายังคงมีสติที่สมบูรณ์ดีทุกประการ (ปกติ ข้าพเจ้าจะเช็คสมอง ด้วยการคำนวณหารากที่สองของจำนวนดาวทั้งหมดบนท้องฟ้า เป็นประจำอยู่แล้ว) และไม่ได้เกรียน (แม้ว่าผมจะยาวประมาณ 1 เซนติเมตร แต่ก็ห่างไกลจากคำว่า “เกรียน” ซึ่งแปลว่าสั้นเกือบติดหนังหัว อยู่หลายขุม) ข้าพเจ้าจึงขอแจกแจงเหตุผลเป็นประการยิบย่อยดังนี้

ประการแรก ข้าพเจ้าคิดว่า FairPlay ไม่แฟร์

จริงอยู่ ที่ FairPlay อนุญาตให้เราสามารถคัดลอกเพลงไปใส่ในเครื่องเล่น mp3 กี่ครั้งก็ได้ แต่... คัดลอกได้เฉพาะเครื่องเล่น iPod ของบริษัทแอปเปิ้ลแหว่งเท่านั้น

ยังไม่พอ แม้ว่าเทคโนโลยี FairPlay จะอนุญาตให้เราเบิร์นเพลงเหล่านั้นลงบนแผ่นซีดีได้อินฟินิตี้ครั้ง ....แต่ก็มีข้อแม้อีกเช่นกัน เพราะเราสามารถเบิร์นเพลงจาก Playlist เดิมได้ไม่เกิน 7 ครั้ง!

ช่างน่าหัวร่อเสียเหลือเกิน, ทั้งๆ ที่ข้าพเจ้าจับจ่ายสินค้าเหล่านี้มาอย่างถูกกฎหมาย แต่ข้าพเจ้ากลับถูกจำกัดสิทธิในสิ่งที่ข้าพเจ้าซื้อไปเสียหมดสิ้น ... จะว่าไปมันก็คงคล้ายๆ กับกรณีแผ่นซีดีอัจฉริยะ -ที่ป้องกันการ rip ซีดีเป็นไฟล์ mp3- ของค่ายอากุ๊กกุ๊กกู๋กระมัง เพราะทั้งสอง ต่างก็เป็นค่ายยักษ์ใหญ่เหมือนกัน อีกทั้ง ทั้งสองค่ายนี้ ยังเคาะกะโหลก งัดเอากลยุทธ์มาใช้ป้องกันผลงานเพลงเหมือนกันอีกด้วย

เสียอยู่อย่าง ที่ทั้งคู่กลับไม่เคยแยแสต่อ “ความต้องการหลักของผู้บริโภค” เลย การพยายามปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของทั้งคู่ จึงเท่ากับเป็นการกีดกันผู้บริโภค ให้ค่อยๆ ถอยห่างจาก “ของถูกลิขสิทธิ์” มากขึ้นเรื่อยๆ ..ข้าพเจ้าเชื่อว่า หากทั้งสองค่ายยังคงไร้ซึ่งปฏิกริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้า (ซึ่งก็คือผู้บริโภค) อีกสักพัก คนที่เคยภักดีต่อกฎเกณฑ์ดีๆ ของสังคม ก็คงจะอพยพไปใช้บริการของโปรแกรมเปียสองเปีย (peer-2-peer) หมดเป็นแน่ !

ประการที่สอง หากมองในมุมตรงกันข้าม บางทีทางฟากของบริษัทแอปเปิ้ลแหว่งนั่นแหละที่ผิดเต็มๆ! เพราะการที่แอปเปิ้ลใช้ FairPlay ตั้งให้ไฟล์เพลงไม่สามารถเล่นบนเครื่องเล่น mp3 ยี่ห้ออื่นๆ นอกจาก iPod ก็น่าจะเข้าข่ายการผูกขาด-บังคับตลาด- ไม่ต่างไปจากกรณีที่ค่ายตรงข้ามอย่าง “เล็กนิ่ม” (Microsoft) เคยถูกฟ้องเรื่องขาย Windows พ่วง Infected Explorer ในอดีตเลย

อันที่จริง ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่า ท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดีในยุคเงิน-ทอง-และบัตรเครดิตสะพรั่งแบบนี้ ทุกๆ บริษัท ต่างมุ่งหวังที่จะเป็นหนึ่ง และปรารถนาจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดทั้งสิ้น แต่การขายขาด-บังคับให้เพลงที่ดาวน์โหลดจาก iTunes ต้องเป็นปาท่องโก๋คู่กับ iPod นั้นถูกต้องจริงหรือ? ผู้บริโภคควรมีสิทธิที่จะเลือกว่าตนจะเป็นคนหูขาวฟัง iPod หรือจะฟังจากเครื่องเล่นค่ายอื่น หรือไม่?

ตอบง่ายๆ ตามสัญชาตญาณ, ผู้บริโภคถือได้ว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีพลังอำนาจสูงสุดในวงจรการซื้อขาย ดังนั้น การผูกขาดให้เพลงจาก iTunes ต้องอยู่คู่กับเครื่องเล่นอย่าง iPod จึงถือเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค (ทำให้ผู้บริโภค มีตัวเลือกน้อยลง) และเป็นพฤติกรรมที่สมควรต่อต้านเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ดี หากว่ากันตามตัวบทกฎหมาย ข้าพเจ้าก็ไม่อาจตอบได้ว่าใครคือฝ่ายผิด และใครคือฝ่ายถูก จะให้ไปค้นจากกฎหมายแพ่ง อาญา พาณิชย์หรือกฎหมายมหาชนมาตอบ ก็คงกินเวลาร่วมสามชาติเศษ

แต่เอาเถอะ มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าพอจะทราบ ณ ขณะนี้ นั่นคือ จริงๆ แล้ว Reverse Engineer มิได้เป็นสิ่งที่ชั่วร้ายแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม มันคือนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดคุณูปการอย่างหลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น การที่เรามีโปรแกรม Emulator เล่นเกม Play Station บนพีซี / การที่โปรแกรม OpenOffice.Org สามารถเปิดไฟล์จาก MS Office ได้ / หรือแม้กระทั่งการที่เรามี Video Codec จิ๋วแต่แจ๋วอย่าง DivX ก็ล้วนแล้วแต่ได้มาจากกระบวนการ Reverse Engineer ทั้งสิ้น

ฉะนั้นแล้ว สำหรับข้าพเจ้า การกระทำของพี่จ้อน เล็ก จึงมิได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวชั่วร้าย หากแต่เป็นสิ่งที่ควรกรีดร้องโหยหวนและร่ำไห้เพื่อให้กำลังใจเป็นอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าอยากให้ทุกๆ ท่านอย่ามองว่า การกระทำนี้เป็นสิ่งที่เลวทราม เพียงเพราะมีคนบางกลุ่ม (เช่น กลุ่มนายทุน) ออกมาชักจูง และโหมกระพือด้วยเปลวเพลิงแห่งอคติว่า "เธอผิดๆๆๆๆๆ" ลองหยุดคิด ตั้งสติ และมองให้รอบด้านดู ...ผลของการกระทำเป็นเครื่องบ่งชี้เจตนาครับ

ถ้าคิดว่าข้าพเจ้าบ้า
จะฟ้องข้าพเจ้าก็เชิญ So Sue Me*


หมายเหตุ
1. * So Sue Me เป็น Title บล็อกของคุณ Jon Lech Johansen อ่านบล็อกของเขาได้ที่นี่

2. อันที่จริง รูปแบบเพลงที่ดาวน์โหลดจาก iTunes Music Store เป็นไฟล์ AAC ไม่ได้เป็นไฟล์ mp3 แต่อย่างใด

3. ขออนุญาตใช้คำว่า "เครื่องเล่น mp3" เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ แม้ว่าอันที่จริง เครื่องเล่นเพลงพกพาเหล่านั้น จะสามารถเล่นไฟล์ AAC, Wave หรือ WMA ได้ก็ตาม

ข้อมูลอ้างอิง
1. iTunes copy protection 'cracked' : http://news.bbc.co.uk/1/hi/technology/6083110.stm
2. FairPlay: http://en.wikipedia.org/wiki/FairPlay

 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2549 12:51:36 น.
30 comments
Counter : Pageviews.

 
 
 
 

FairPlay แปลว่ามันแฟร์ต่อค่ายไหน และเพื่ออะไร

FairPlay ในความหมายจริงๆ มีหรือเปล่าไม่รู้
 
 

โดย: grappa วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:56:02 น.  

 
 
 
แปลกดีเนอะ ขนาดเพลงที่โหลดจากไอจูนมีข้อจำกัด คนก็ยังอุตส่าห์เสียเงินซื้อหลายล้านคลิก

เรายังอยากซื้อเลย เมื่อไหร่จะมาตั้งสาขาให้ซื้อได้ในไทยนะ
 
 

โดย: BAYROCKU วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:12:31:07 น.  

 
 
 
- ตอบคุณ grappa
นั่นสิครับ
เห็นด้วยกับคุณ grappa เต็มๆ
สงสัยโลกนี้จะมีแต่ UnFairPlay น่ะครับ เหอๆ

ตอบพี่เบย์
แหะๆ ผมก็ทำเป็นด่าแฟร์เพลย์ไปอย่างโง้น อย่างงี้แหละครับ เพราะถ้ามี iTunes Music Store ในไทยเมื่อไหร่ ผมก็จะขอเป็นอีกคนที่โหลดด้วยเหมือนกัน อิอิ (เหตุผลที่จะ.ซื้อน่ะเหรอครับ ก็เพราะมันมีเพลงหายาก เช่น ของสเตฟาน ปอมปุนยัก ขายในราคาถูกๆ อ่ะครับ)

อย่างไรก็ดี เพื่อไม่ให้เสียคอนเซปต์บล็อก ผมก็จะยังคงประณาม FairPlay และสนับสนุนคุณจ้อน เล็กต่อไป ...ขอให้สตีฟ จ็อบส์คิดได้เสียทีเถอะ ว่าการจำกัดสิทธิ์แบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกเลย สาธุ!

ภาพยนตร์ที่ได้ดูช่วงนี้

1. เปนชู้กับผี (2006,วิศิษฐ์ ศาสนเที่ยง,ไทย, A++++)
เป็นหนังไทยที่ "ต้อง" ดูแห่งปีครับ
จริงอยู่ ที่การกลับมาครั้งนี้ของวิศิษฐ์จะไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ ไม่ได้มาพร้อมกับภาพสีสันบาดตา และไม่ได้มีเนื้อเรื่องที่หวือหวา

แต่ด้วยการถ่ายทำที่เรียบง่ายขึ้น - สมจริงขึ้นนี่แหละครับ ที่ทำให้หนังเรื่องนี้ กลมกล่อมมากที่สุดในบรรดาหนังทั้งสามเรื่องที่เขาเคยกำกับ (นอกจากกลมกล่อม แล้วยังน่ากลัวอีกด้วย คิดดูสิ ...ขนาดเป็นแค่ผีบ้านธรรมด๊า ธรรมดา ยังน่ากลัวเลย บรื๋อออ...)

ไม่อยากเล่ารายละเอียดมากครับ ต้องไปดูในโรงเอง อิอิ

2. Monster House (2006, Gil Kenan, USA, B)
สงสัย ผมจะแก่ขึ้นจริงๆ ครับ เพราะช่วงนี้ ไม่ว่าจะดูการ์ตูนเรื่องอะไร ก็มักพาลไม่ชอบไปเสียทุกเรื่อง - ทั้งเรื่อง Cars ที่หลับตั้งแต่สามสิบนาทีแรก (จริงๆ มันก็ดีนะ แต่พล็อตมันธรรมดาไปหน่อย เดาตอนจบได้ตั้งแต่สิบนาทีแรกของหนังแล้ว ...แถมความสนุกก็ยังลดน้อยถอยจากมาตรฐานเดิมๆ ของ Pixar อีกด้วย)

และ Monster House ก็ไม่อยู่ในข้อยกเว้น ...ถึงผู้สร้างจะประกาศว่านี่คือการ์ตูนสยองขวัญ แต่มันก็เป็นการ์ตูนสยองขวัญสำหรับเด็กอยู่ดี ...ผู้ใหญ่ที่ชอบ "มองโลกในแง่ร้าย" และชอบบรรยากาศ "หดหู่ๆ" เลยไม่ชอบหนังเรื่องนี้ไปโดยปริยาย

เพลงที่ได้ฟังช่วงนี้
1. Scissor Sisters - Ta-Dah (A++++)


ฟังวนไปวนมาประมาณหนึ่งแสนสองหมื่นเจ็ดพันรอบแล้วครับ
แม้ว่าบางคนจะค่อนแคะว่าพวกเค้าทำเพลงแบบลืมตัวตน (เอาใจตลาดมากขึ้น) แต่สำหรับผม กลับเห็นตรงกันข้าม เพราะนี่ถือได้ว่าเป็นอัลบั้มที่ลงตัวมากถึงมากที่สุดของพี่น้องฉิ่งฉับเลยทีเดียว -- จากอัลบั้มแรก อาจมีบางแทร็คที่มันเนือยๆ และโดดๆ ไปหน่อย (พวกเพลงช้าทั้งหลายนั่นแหละ) แต่อัลบั้มนี้ ฟังต่อเนื่องได้โดยไม่รู้สึกติดขัดเลยครับ

Track ที่ชอบ : I Can't Decide (A 18+)

2. The Killers - Sam's Town (A-)

ชอบอัลบั้มแรกมากกว่าครับ เฮ่อ... ว่าไป The Killers ไม่น่าเปลี่ยนแนวเลย ยังคงชอบเพลงอย่าง All These Things That I've Done มากกว่า

3. Robbie Williams - RudeBox (B)


แค่เพลงเปิดตัว เดี๊ยนก็ไม่ปลื้มแล้วฮ่ะ ...จบ
(แต่ที่ให้ B เพราะเห็นว่ามีพูดถึงมาดอนน่าหรอกนะ ถ้าไม่พูดถึง คงให้ C ไปแล้ว เหอะๆๆๆ)

4. Various Artists - Departure Lounge : World Love / Whatever (A)


กัดฟันซื้อแผ่นแพงหูฉี่แผ่นนี้ ก็เพราะมีเพลงของ Nouvelle Vague อยู่ด้วยอ่ะครับ ซึ่งพอฟังแล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะหลายๆ แทร็ค เช่น And I Love Him (remix) ของ LTJ X-Perience ก็เป็น Electronica ที่เก๋ไก๋เป็นที่สุด ฟังแล้วล่องลอย เหมือนอยู่ในบรรยากาศ World Love ตามชื่ออัลบั้มจริงๆ อิอิ
 
 

โดย: it ซียู วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:13:42:59 น.  

 
 
 
อ่า..เผอิญโลว์เทคอะนะ เลยไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่คุยง่ะ เง่อ..


เอาน่า..สักวัน "เวลาสำหรับการอ่านหนังสือ" คงมาถึงแหละ

พอถึงเวลานั้นก็รีบตะครุบหนังสือมาอ่านโดยไวแล้วกัน
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:14:05:41 น.  

 
 
 
Update
- ตอนนี้ iTunes ออกเวอร์ชัน 7.0.2 แล้วครับ เชิญ d/l ได้ตามอัธยาศัยที่ลิงค์นี้ครับ http://www.apple.com/itunes/download
- เช่นกัน ตอนนี้ BootCamp ก็ออกเวอร์ชันใหม่มาอีกแล้ว d/l ได้ที่ลิงค์นี้ครับ http://www.apple.com/macosx/bootcamp/

โดยมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ดังนี้
# The Apple USB Modem now works correctly
# Trackpad scrolling and right-click gestures work correctly
# Fixed idle sleep bugs
# Reduced dialogs during Windows driver installation
# Improved international support
# Improved 802.11 wireless networking support

ป.ล. ช่วงนี้กำลังพยายามระดมสมองทำเว็บกับเพื่อนอยู่ครับ มีชื่อว่า D2Bonds.com (ฮา)
แต่ช้าก่อน อย่าเพิ่งหัวเราะเพราะนึกว่ามันคือเว็บที่ทำเพื่อ tribute ให้กับ D2B
เพราะจริงๆ D2 มาจาก Developer + Designer
ส่วน Bonds คือ พันธะ สรุปรวม D2Bonds จึงหมายถึง ที่ที่ Designer และ Developer ได้มาพบกันนั่นเอง (เหอๆ แถซะไม่มี)

อย่างไรก็ดี หากท่านจะคิดว่าเว็บนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ D2B ก็ไม่ผิด เพราะทางเราคิดว่า การตั้งชื่อเว็บให้ดูเสี่ยวนั่นแหละคือสิ่งที่ดี เพราะมันจะติดตลาดได้ง่าย (ฮา)

ป.ล. 2 แต่ว่าไปว่ามา เว็บอาจจะแท้งตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำเลยก็เป็นได้ เหอๆ เพราะขณะนี้ ผ่านไป 1 เดือน ยังตบตีเรื่องเลย์เอาท์เว็บกับเพื่อนอยู่เลย หึหึ

นี่คือ ร่างแรก (เรียบ, จืด, ดูแย่)


ร่างที่สอง (ตัวการ์ตูนน่ารัก, แต่ก็จืด, ไม่โดดเด้งอยู่ดี)



ร่างที่สาม (อันนี้ก็คล้ายๆ แบบเดิม ซึ่งก็ยังคง concept เสร่อเหมือนเดิมฮ่ะ เหอๆ)
 
 

โดย: it ซียู วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:14:13:44 น.  

 
 
 
แวะมาอ่านและศึกษาเรื่องไฮเทค ค่า..

 
 

โดย: zaesun วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:16:42:36 น.  

 
 
 
ว้าวๆๆๆๆ ลง BootCamp เวอร์ชันใหม่แล้ว
วางสองนิ้ว แล้วกด trackpad กลายเป็นคลิกขวาเหมือนในแมคแล้ว
ดีใจจัง อิอิ

ป.ล. ว่าแต่ว่า มีฟังก์ชันนี้ไปก็เท่านั้นอ่ะ เพราะตั้งแต่ดิชั้นติด Windows มาประมาณสี่เดือน ยังไม่เคย switch กลับไปใช้สักทีเลย ฮ่าฮ่า

(ติดไว้เท่ห์?? เฉยๆ อิอิ)
 
 

โดย: it ซียู วันที่: 2 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:57:34 น.  

 
 
 
แวะมาทักแล้วกัน
 
 

โดย: ตี๋หล่อมีเสน่ห์ วันที่: 4 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:02:46 น.  

 
 
 
โอวววว เจ้าของบล็อกหายไปนาน
แต่"ข้าพเจ้า"ก็เพียรพยายามเข้าบล็อกนี้ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าอัพบล็อกตัวเอง เผื่อจะเจอวันที่ จขบ อัพบล็อก ในที่สุดก็ได้เจอ

ตอนนี้ก็ใช้ไอพอดอยู่ แต่ไม่เคยได้ยินแฟร์เพลย์มาก่อน อ่านแล้วมันส์ดีนะ เขียนได้น่าติดตาม

หมายเหตุ ถ้ามีไอทูนมิวสิคสโตร์ในไทย ก็คิดว่าเป็นอีกคนที่ใช้บริการเช่นกัน
 
 

โดย: cottonbook วันที่: 7 พฤศจิกายน 2549 เวลา:6:29:29 น.  

 
 
 
แวะมาหาและยิ้มให้ อิอิ

เมื่อไหร่จะอัพบล็อกเรื่องหนังบ้างหละ

รออ่านอยู่นา
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 ธันวาคม 2549 เวลา:16:04:33 น.  

 
 
 
เมื่อไหร่จะอัพบล็อก อัพซักบล็อกให้ได้อ่านกัน
เมื่อไหร่จะอัพบล็อก รอจนคอมใกล้จะพัง
(ร้องทำนองเพลง แอบเหงา)
อัพซะทีนะพี่ นานเหลือเกินแล้ว เหอๆ
 
 

โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 22 ธันวาคม 2549 เวลา:19:01:37 น.  

 
 
 
จขบ ยังไม่อัพบล็อกใหม่

มิเป็นไร

ก็แวะมาสวัสดีปีใหม่ค่ะ
 
 

โดย: cottonbook วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:12:24:13 น.  

 
 
 
 
 

โดย: BAYROCKU วันที่: 30 ธันวาคม 2549 เวลา:13:21:12 น.  

 
 
 
Image Hosted by ImageShack.us

 
 

โดย: juicyberry วันที่: 4 มกราคม 2550 เวลา:21:13:57 น.  

 
 
 
สวัสดีปีใหม่ครับ

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=yuttipung&month=01-2007&date=05&group=3&blog=2
 
 

โดย: yuttipung วันที่: 6 มกราคม 2550 เวลา:2:12:04 น.  

 
 
 
เห็นด้วยครับ ว่าไม่แฟร์เลย อย่างไอพ็อดเนี่ย แหม่ ผมจึงไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ในเครือนี้เลย


เพื่อนที่ซื้อไอพ็อดมา ก็บ่นๆว่ามันเหมือนมันมือชกให้ต้องซื้อโน่นซื้อนี่เพิ่ม และเรื่องของประกันอีก


ต้องขอบคุณคนที่แฮ็กครับ สุดยอด
 
 

โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 31 มกราคม 2550 เวลา:11:31:36 น.  

 
 
 
คุณพี่ฮะ tag ที่เราตกลงกันไว้ล่ะฮะ
ถึงมี 4 เรื่องก็เอามาลงเถอะ ท่านน้องขอร้อง T_T
 
 

โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 21 เมษายน 2550 เวลา:7:29:46 น.  

 
 
 
คุณพี่ครับ

เมื่อไหร่จะอัพบล็อกครับท่าน

รออ่านอยู่นะครับท่าน นี่มันสี่เดือนแล้วนะคร้าบบบบ
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 25 เมษายน 2550 เวลา:15:09:34 น.  

 
 
 
เข้าครั้งแรกครับ

เขียนได้เจ๋งดีครับ

ผมก็อยากเป็นสาวกแอปเปิ้ล อยู่เหมือนกัน
 
 

โดย: kanapo วันที่: 24 มิถุนายน 2550 เวลา:8:01:10 น.  

 
 
 
Blog..สวย..เก่งจัง
เมื่อไหรเราจะทำได้แบบนี้บ้างน๊า
...เอาเพลงมาเยอะๆนะ
เขียนดีด้วย
เอาจัยช่วยคนเก่งๆ
 
 

โดย: JINGJAI723 IP: 124.120.1.192 วันที่: 8 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:52:55 น.  

 
 
 
ความรู้แน่นปึ๋งเลยครับ

ผมขอ add หน่อยน่ะครับ
 
 

โดย: เด็กผู้ชายที่ไม่แตะบอลตอนกลางวัน (kanapo ) วันที่: 12 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:27:03 น.  

 
 
 
ตอนนี้เขาก็แแอบใช้ iTunes Store ในไทย(และประเทศอื่นๆอีกมากมาย)กันทั่วไปนะครับ เพราะมันมี Gift card ที่เราเติมเงินไปได้เรื่อยๆ เพียงแต่เราบอกมันว่าฉันบ้านอยู่อเมริกา(มี mailing address) แต่ไม่ต้องติดต่อฉันทางไปรษรีย์

เห็นเขากรอก address กันว่า 1 Infinite Loop กันนะ
 
 

โดย: รถเล็ก IP: 58.8.122.45 วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:18:30:48 น.  

 
 
 
22 พย. คนไทยต้องตื่น ต้องตาสว่างกันซักดี
 
 

โดย: D7 IP: 58.8.91.114 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:01:23 น.  

 
 
 
ขอให้มีความสุขทุกวันในปีใหม่นี้ครับ

ขอให้มีแต่สิ่งดีๆเกิดขึ้นในชีวิตครับผม

Photobucket
 
 

โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 1 มกราคม 2551 เวลา:2:19:11 น.  

 
 
 
1 ปีผ่านไปก็ยังไม่อัพบล็อกเลยนะพี่ เหอๆ ดองไว้เค็มได้ที่แล้วคร้าบบบ
 
 

โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:02:53 น.  

 
 
 
กรรมของเวร มีคนมาขายของซะแล้ว
 
 

โดย: yuttipung IP: 58.9.221.48 วันที่: 29 ตุลาคม 2551 เวลา:18:46:48 น.  

 
 
 
แวะเข้ามาครับ
 
 

โดย: McMurphy วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:11:31:12 น.  

 
 
 
แวะมาสวัสดีค่ะ นานมากเลยค่ะ ที่ไม่ได้มาเยี่ยม
 
 

โดย: MDA วันที่: 9 สิงหาคม 2552 เวลา:21:34:29 น.  

 
 
 
ผ่านมาทักอีกรอบครับ

 
 

โดย: เด็กผู้ชายที่ไม่เตะบอลตอนกลางวัน (kanapo ) วันที่: 13 สิงหาคม 2552 เวลา:23:16:08 น.  

 
 
 
ก็พอรู้มาเหมือนกัน
แต่ไม่ละเอียดขนาดนี้
ขอบคุณครับ
^^

http://storyonthewall.exteen.com/
 
 

โดย: ปอนด์ IP: 192.168.100.238, 119.42.93.236 วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:20:50:47 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
it ซียู
 

Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]





Google




ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
[Add it ซียู's blog to your weblog]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com