Bloggang.com : weblog for you and your gang

- 07 Fevrier 10 - A River runs through it

A River runs through it


ในฐานะภรรยา Fly fisher เมื่อเห็นดีวีดีรวมภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าออสการ์ 5 เรื่อง ในหนึ่งเซ็ต โดยมีหนังเรื่องนี้รวมอยู่ด้วย ราคา 999 รูปี (ประกอบกับความงก ชอบของถูกด้วยนิดหน่อย) ฉันจึงหยิบซีดีกล่องนี้ลงตะกร้าที่ร้านหนังสืออย่างไม่ลังเลใจ ถึงแม้จะเคยดูแล้วเมื่อ...เอ่อ หลายปีก่อนก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การได้ดูหนังเรื่องนี้ซ้ำ ก็ไม่ต่างจากการดูใหม่ เพราะตอนที่ยังสาวๆ เดินตามเพื่อนๆ ไปตีตั๋วดูหนัง ฉันยังไม่ซาบซึ้งหรือประทับใจหนังเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ก็มันเนือบๆ เนือยๆ เล่าๆ ไปเรื่อยๆ ขนาดนั้น เด็กสาววัย 16-17 จะไปซาบซึ้งได้อย่างไรเล่า

ต่อมา 20 ปีผ่าน (เฮ้ย! พอได้คำนวณเวลาจริงๆ แล้วอดตกใจมิได้) สาวสามสิบหกผู้มีสามีเป็นนักตกปลาด้วยแมลงปลอม (ที่ทำกับมือ) ก็เข้าใจถึงความรู้สึกของนักตกปลาด้วยแมลงในเรื่อง ความสง่างาม ความ noble (ขอเว้นไม่แปล เพราะเริ่มเมา) ของการตกปลาแบบนี้ เข้าใจตอนที่ทุกคนบนโต๊ะอาหารในหนังเปล่งเสียงด้วยความปลาบปลื้ม เมื่อพอลเล่าให้ฟังว่าได้สัมภาษณ์คนสำคัญคนหนึ่งขณะที่เขาตกปลาด้วยแมลงอยู่

ความสุขของภรรยานักตกปลาด้วยแมลง ขณะดูหนังเรื่องนี้ คือ การได้เห็นว่ามีคนที่ “บ้า” และจริงจังกับการตกปลาแบบนี้เหมือนสามีอยู่ในโลก (ที่จริงก็รู้อยู่หรอก แต่เมื่อได้เห็นจะๆ เป็นหนังอย่างนี้ มันยิ่งแจ่มชัดขึ้นไปอีก) โชคร้ายนิดนึงก็ตรงที่ไม่มีลูกๆ อยู่ด้วยกันตลอดเวลาเพื่อรับการถ่ายทอดวิทยายุทธจากท่านพ่อ ฉันจึงต้องรับหน้าที่เป็นคนที่ได้รับการฝึกฝนการสะบัดข้อมือ (รวมถึงการพันแมลง) เอง ซึ่งก็ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง โอ้ย ฉันทำทุกอย่างในชีวิตไม่ได้หรอกนะ ขอเลือกนิดนึงเหอะ



แบรด พิตต์ ในเรื่องนี้ หล่อใสละอ่อน น่ารักน่าเอ็นดู หล่อแบบไม่รู้ตัวว่าตัวเองหล่อ หล่อกว่าตอนที่รู้แล้วว่าตัวเองหล่อในตอนนี้เยอะเลย


>> ฝากข้อความเชิญคลิกที่นี่



 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2553 21:34:03 น.  

- 06 Fevrier 10 - พาไอ้ลูกหมาออกงาน

พาไอ้ลูกหมาออกงาน

Sartre dans l’anniversaire du fils de notre chauffeur.


...
นั่งตามัวอัพบล็อก เพราะเมื่อคืนวานไอ้ลูกหมากัดเลนส์บนแว่นตาขณะที่ฉันนอนสลบอยู่บนโซฟา ที่จริงก็มีแว่นแบ็คอัพอยู่อีกสองอันข้างบน แต่ขึ้เกียจขึ้นไปเอา แหะๆ

วันนี้ตื่นมาแต่เช้าอีกเช่นเคย เพราะมีน้ำหนักแปดกิโลกว่าๆ (ป่านนี้น่าจะขึ้นถึง 9 แล้วมั๊ง) ของสิ่งมีชีวิตสีน้ำตาลมาเบียดกระแซะที่ขาพร้อมเสียงหวานใจร้อง Non! Non! แต่ก็ไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่ จับลงไปนอนบนที่นอนหมาข้างเตียงอยู่ไม่นาน ก็จะมีเสียงตะกุยตะกายจะขึ้นเตีียงตามมาหลายรอบ

เรื่องอาการติดหนึบนี่ หลังๆ ฉันก็โอนอ่อนยอมให้ลูกชายขึ้นเตียงบ้างเวลาสามีเผลอ เพราะดูแกมีความสุขเหลือเกิน หลับตาพริ้ม ปากห้อยๆ ขยับยกขึ้นนิดๆ คล้ายจะยิ้มหวาน อีกอย่าง ฉันเช็ดตัวทำความสะอาดแปรงขนให้กับมือทุกวัน จึงไม่ค่อยห่วงเรื่องความสะอาดมากนัก เว้นเสียแต่จะเกิดอุบัติเหตุ ไอ้ลูกหมาเหยียบอึตัวเองแล้วเดินเล่นแปะรอยเท้าไปทั่วบ้าน

เมื่อคืน หลังจากสามพ่อแม่ลูกนอนก่ายกันไปมาหลับคาทีวีจนถึงกลางดึก ฉันกับหวานใจโซเซขึ้นห้องนอน ปล่อยเจ้าซารฺตรฺนอนต่อที่ข้างล่างไม่ปลุกขึ้นไปด้วยกัน เพราะเมื่อคืนก่อนหน้า เจ้าหนูเปิดศึกบุกปีนขึ้นเตียงตลอดคืนกับหวานใจผู้เป็นฝ่ายตั้งรับอยู่เดียวดาย ส่วนนังแม่นอนหลับปุ๋ยไม่ยอมร่วมผนึกกำลังต้านลูกหมา

เมื่อคืน เราทั้งสามได้รับเชิญจากวิโนด คนขับรถของเราให้ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบ 3 ปีของลูกชาย ซึ่งมีคนทั้งหมู่บ้านมาร่วมงาน วิโนดตั้งอกตั้งใจมาก ขอลาช่วงกลางวันไปจัดเตรียมงานก่อนจะกลับมารับหวานใจที่ทำงานกลับบ้าน

บรรยากาศในงานคึกคักมีแขกเหรื่อมากมาย บ้านที่เป็นห้องแถวเล็กๆ ประดับแต่งด้วยดอกไม้สวยงามตามแบบงานเลี้ยงชาวอินเดีย เลี้ยงอาหารค่ำกันอย่างทั่วถึง ฉันเห็นการลงทุนขนาดนี้ นึกถึงเงินเดือนของวิโนดแล้วแปลกใจนิดๆ เพราะคงต้องใช้เงินไม่น้อย แต่เมื่อเห็นความยินดีปรีดาของเจ้าของงาน และแขกเหรื่อที่มาอวยพรอย่างจริงใจ แต่งตัวให้เกียรติกันเต็มที่ มันก็อาจจะคุ้มค่าก็ได้มั๊ง

เด็กชายประยุทธ เจ้าของวันเกิดเป่าเทียนบนเค้กก้อนใหญ่ 3 ชั้น คนที่มาร่วมงานนำของขวัญมาให้เจ้าหนูพร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก โดยมีหวานใจ ฉันกับซารฺตรฺนั่งเก้าอี้เด่นสง่าคล้ายเป็นประธานของงานอยู่ข้างๆ ส่วนที่จัดให้เป็นส่วนของพิธีเป่าเค้ก





ส่วนคุณชายน้อย ไอ้ลูกหมาของเราดำรงตนได้สมศักดิ์ศรีหมามีสกุล ไม่มีอาการแตกตื่นกลัวผู้คน นั่งนิ่งหน้าเชิดอยู่บนตักป่ะป๊า จับมือกับแด็กๆ ที่มาทักทาย ไม่มีทำเลอะเทอะขายหน้า อดกลั้นฉี่กลั้นอึมาปล่อยพรวดที่บ้าน


>> ฝากข้อความเชิญคลิกที่นี่



 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2553 13:33:39 น.  

- 03 Fevrier 10 - ครบ-ไม่ครบ

ครบ-ไม่ครบ


...
วันนี้จะว่าเป็นวันที่ครบก็ได้ ยังไม่ครบก็ได้

ถ้าจะมองว่าครบ ก็คือ ฉันได้ทำหน้าที่ทุกอย่าง หน้าที่ต่อตัวเอง ทำโยคะ ฝึกปั้นดิน กินต้มจืดผัก หน้าที่คุณนายของบ้าน จัดแจงส่งเสื้อผ้าให้คนรับจ้างรีดมืออาชีพจัดการ แทนที่จะต้องมานั่งรอให้สาวน้อยแม่บ้านคนใหม่ฝึกหัดจนรีดคล่องรีดเรียบสมใจมือรีดผ้ามือหนึ่งประจำบ้านพ่อแม่อย่างฉัน

บริการรีดผ้านี้จะมีอยู่แทบทุกตึกเท่าที่เห็นในบังกาลอร์นี่ การรีดผ้าดูจะเป็นอาชีพที่สงวนไว้ให้ผู้ชาย และเป็นอาชีพที่มีการใช้บริการอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้บรรดาแม่บ้านทำความสะอาดทั้งหลายรีดผ้าไม่เป็น แม้แต่แม่มันจุฬา แม่บ้านเก่า ฉันเป็นคนสอนให้รีดผ้ากับมือจนรีดเก่ง

สิ่งหนึ่งที่ฉันเพิ่งจะเรียนรู้และเข้าใจว่าทำไมบ้านชาวอินเดียถึงมีคนงานมาทำงานกันหลายคน แต่ละคนแบ่งแยกหน้าที่กันไปทำคนละอย่าง คนทำความสะอาดก็ทำความสะอาดไป ใครทำครัวก็ทำครัวอย่างเดียว ไม่เหมือนแม่บ้านที่ฮ่องกงที่ทำทุกอย่างในคนเดียว เหตุผลก็คือความไม่เสถียรของคนอินเดีย ลูกจ้างอาจจะลาหยุด ลาป่วย ลาไปงานแต่งงาน งานศพ ฯลฯ หรืออาจจะลาออกแบบปัจจุบันทันด่วนได้ตลอดเวลา ดังนั้น การมอบหน้าที่ทั้งหมดในบ้านให้กับคนๆ เดียวจึงเป็นการเสี่ยง คนอินเดียที่เป็นนายจ้างจึงเฉลี่ยความเสี่ยงโดยการจ้างคนไว้หลายๆ คนในราคาถูก เมื่อใครขาดงานก็ตัดเงินเอามาให้กับคนที่ทำแทน

ส่วนที่บ้านฉัน หนึ่งปีกว่าๆ กับแม่มันจุฬาที่ทำทุกอย่าง พอฉันไล่เธอออก บ้านจึงเลอะ เสื้อผ้าจึงไม่ได้รีด การใช้บริการรีดผ้าจากมืออาชีพจึงเป็นทางออกที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะถึงบ้านจะเลอะ แต่หวานใจมีเสื้อรีดเรียบใส่ไปทำงานแน่ๆ


สำหรับงานสนพ.กำมะหยี่ ประจำวันนี้ เราสามารถเคาะปก “แช่มช้า” ได้ครบหมด ทั้งปกหน้่า สัน และปกหลัง ซึ่งฉันเขียนเล่าที่มาที่ไปไว้ในบล้อกทีมงานของกำมะหยี่ ค่ะ > สนใจอยากรู้คลิกไปดูได้ที่นี่ี่

ก่อนหน้านั้นก็อัพเว็บกำมะหยี่หน้าแรกเพื่อทักทายสวัสดีเดือนกุมภาตามธรรมเนียมที่ตั้งเอง ปฏิบัติเอง (ถ้าใครคลิกไปที่ลิงก์ข้างบน สามารถคลิกต่อตรง “หน้าแรก” ค่ะ) เว็บกำมะหยี่ที่ฉันดูแลอยู่ยังเหลือส่วนที่ต้องอัพเดทอีกเยอะ ทั้งฝั่งภาษาไทยและฝั่งภาษาอังกฤษ เดี๋ยวค่อยๆ ไล่ทำไปละกัน

ส่วนสิ่งที่ยังติดค้างที่ยังไม่ครบในวันนี้ คือ การสรุปเทคนิคการพิมพ์สำหรับการพิมพ์ซ้ำของ “ด้วยรัก ความตายและหัวใจสลาย” กับโทรศัพท์ไปตามไฟล์ “ไก่ใส่พลัม” ที่ฝรั่งเศส วันนี้คุณแอนหุ้นส่วนบรรณาธิการจัดการของฉันลงทุนโทรศัพท์ทางไกลมาแจ้งข่าวดีหลายข่าว มีอยู่ข่าวหนึ่งที่ควรจะกระตุ้นให้ฉันหยิบงานของคุณป้าดอริส เลสซิง มาตรวจทำงานบรรณาธิการได้แล้ว แต่ฉันก็ยังไม่ได้เปิดไฟล์มาดูเสียที



ตบท้ายด้วยหน้าที่แม่หมา วันนี้ลองชั่งน้ำหนักไอ้ลูกหมาดู น้ำหนักขึ้นมาเกือบหนึ่งกิโลจากอาทิตย์ที่แล้ว และตอนนี้มีหนังสือวิธีการเลี้ยงหมาบูลด็อกหนาปึกมาให้อ่านเพื่อจะได้เป็นแม่หมาที่ดี ต่อ (หรือแทรก) คิว “การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก” ที่สนพ.กำมะหยี่กำลังติดต่อซื้อลิขสิทธิ์มาพิมพ์ใหม่เพื่อเลือกรูปสำหรับทำปกด้วย


>> ฝากข้อความเชิญคลิกที่นี่



 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2553 21:11:32 น.  

- 02 Fevrier 10 - ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว


...
ในฐานะคนที่ไม่เคยออกกำลังกายอย่างจริงจัง ไม่เคยใช้แรงกายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอมาตลอดชีวิต ฉันจึงไม่ค่อยจะได้ทำความรู้จักศักยภาพของร่างกายตัวเองสักเท่าไหร่

จนมาช่วงหลังนี้หลังจากได้ “เสพติด” ความกระชุ่มกระชวยและดีอกดีใจกับร่างกายที่เริ่มฟิตด้วยน้ำหนักที่ลดลงหลังการออกเหงื่อยืดเส้นยืดสายทำโยคะทุกวัน (เว้นเสาร์อาทิตย์) วันนี้ฉันได้รู้ซึ้งถึงสิ่งที่ในหนังสือ “เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง” ที่เฮียมูพูดถึงเรื่องความปวดร้าวของกล้ามเนื้อหลังจากการฝืนใช้งานแบบที่กล้ามเนื้อจอมขี้เกียจไม่เคยชิน ไม่ยอมฝืนปรับตัวทำในสิ่งที่มันคิดว่าไม่จำเป็นถึงชีวิต และเฮียก็กัดฟันบังคับจนมันยอมทำตามได้ในที่สุด (รู้สึกว่าจะเป็นบทที่ 6 “ไม่มีใครทุบโต๊ะอีกแล้ว ไม่มีใครขว้างแก้ว”)

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อเย็นวานนี้ ฉันเข้าเรียนชั้นโยคะขั้นสูงที่ครูเน้นอาสนะขั้นอรหันต์ล้วนๆ ไม่มีการฝึกเบาๆ ด้วยการฝึกลมหายใจปรานายะมะ ไม่มีการทำท่าอ่อนหัดครึ่งๆ กลางๆ ไม่มีการเอาหน้าผากแตะ ครูบังคับให้กดตัวลงไปที่คาง ไม่มีการเอาปลายนิ้วแตะ ต้องฝืนแบบสูงสุดจับถึงข้อมือ ไม่ค่อยมีการนอนพักเหนื่อย

ผลก็คือ พอเรียนเสร็จ ต้นขาข้างขวาของฉันถึงขึ้นอ่อนล้าไร้แรงกำลังจะประคองตัว มาออกฤทธิ์ประท้วงอย่างหนักตอนเข้านอน ขยับตัวทีนึงปวดปลาบแทบขาดใจ นอนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ได้ทรมานอยู่ตลอดคืน ตื่นเช้ามาอาการยังไม่ดีขึ้น แต่ยังฝืนเดินกระเผลกไปเรียนชั้นปกติตอนเช้า

ปรากฏว่า น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง หลังจากอบอุ่นร่างกายด้วยสุริยะนมัสการ และทำท่าตามที่ครูกำหนดให้ทำไปได้สักพัก กล้ามเนื้อที่อ่อนล้าก่อกบฏดูเหมือนจะเข้าใจมากขึ้นว่าไม่มีการโอนอ่อนตามใจกัน และเริ่มปรับตัวคลายความตึงเขม็ง ความเจ็บปวดเริ่มจางหายไปบางส่วน

และพอมาเจอการนวดผ่อนคลายตอนบ่ายเอาใจกันเล็กน้อย (เป็นกิจกรรมที่ฉันวางไว้ว่าจะให้หมอนวดมานวดที่บ้านวันอังคารหลังคอร์สขั้นสูงเพื่อคลายกล้ามเนื้อ กับวันศุกร์ก่อนเข้าชั้นเรียน เตรียมความพร้อม) อาการแข็งข้อผิดปกติก็แทบจะสลายไปจนหมดสิ้น



ภาพประกอบบล็อกเป็นภาพฉันกับไอ้ลูกหมาที่วันนี้เจอแม่เตะไปป๊าบใหญ่ โทษฐานมาดึงรั้งขากางเกง แถมยังกัดเท้าด้วยความมันเขี้ยวที่เพิ่งจะขึ้น หลังจากโดนแม่ไม้มวยไทยไปหนึ่งดอก ไอ้หนูถอยกรูดไปส่งตาละห้อยน้อยอกน้อยใจ ก่อนจะเดินหงอยๆ เข้าไปนอนในที่นอนของตัวเอง โดยไม่ปีนชึ้นเตียงของฉันกับหวานใจที่อยู่ข้างๆ เหมือนที่เคยชอบทำ พอฉันเข้าไปหา แกขยับตัวลงจากที่นอนไปนอนบนพื้น

สุดจะปลอบประโลมงอนง้อ อีแม่ได้แต่ลงมือเก็บอึเก็บฉี่ ลงม็อบให้กลิ่นกรุ่นๆ จางหาย


รอให้หวานใจกลับมาแล้วค่อยง้อละกัน



>> ฝากข้อความเชิญคลิกที่นี่



 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2553 22:47:17 น.  

- 01 Fevrier 10 - บันทึกวันจันทร์ และภาพตอนไปใช้ชีวิตมหารานีที่ชัยปุระ

บันทึกวันจันทร์ และภาพตอนไปเที่ยวใช้ชีวิตมหารานีที่ชัยปุระ


Jaipur

วันจันทร์อย่างวันนี้ ในช่วงหลังๆ นี่เป็นวันที่หนักหนาที่สุดในสัปดาห์ นอกจากงานกำมะหยี่ ต้องเริ่มเคลียร์จุดต่างๆ ของหนังสือเล่มต่างๆ เพื่อกระจายให้ผู้ร่วมงานดำเนินการต่อแล้ว ฉันมีเรียนโยคะสองรอบ รอบแรกชั้นเรียนธรรมดาตอนเช้าไม่เท่าไหร่ มีตัวเลือกให้ว่าจะไปเรียนคาบเก้าโมง หรือสิบโมงครึ่ง แต่คอร์สขั้นสูงตอนหกโมงเย็นนี่สิ ทำเอาฉันหอบแฮ่กปวดเนื้อตัวกลับบ้านทุกครั้งไป

กลับมาแล้วใช่ว่าจะได้นั่งเฉยๆ ต้องเข้าครัวทำอาหารค่ำต่อ เพราะหวานใจจองคิวทำอาหารวันอาทิตย์ไปแล้ว วันจันทร์จึงเป็นหน้าที่ของฉันโดยปริยาย

แต่ถึงจะหนักหนา แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นสัปดาห์การทำงานที่ดี เริ่มจากหนักก่อน วันอื่นๆ ต่อๆ มาจะได้เป็นวันที่เบาจนกว่าจะถึงวันศุกร์ที่จะมีสภาพคล้ายๆ กับวันจันทร์อีกครั้ง แล้วค่อยเข้าสุดสัปดาห์พักผ่อนในวันเสาร์อาทิตย์

ภาพสไลด์ด้านล่างนี้เป็นภาพที่ถ่ายในช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา หวานใจลางานพาไปเที่ยวไจปูร์หรือชัยปุระทางเหนือเฉียงตะวันตกนิดๆ ของอินเดียในรัฐราชสถาน เป็นหนึ่งในโครงการ “ไหนๆ ก็มาอยู่อินเดียแล้ว ไปเที่ยวกันสักหน่อยก็ดี” ก่อนที่จะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น

การเที่ยวอินเดียของเราไม่ได้เป็นการเที่ยวแบบสมบุกสมบัน ไล่ตามเก็บจุดชวนชมประจำเมืองต่างๆ แต่เป็นการไปพักใช้ชีวิตในปราสาทที่ปรับเป็นโรงแรมหรู ซึ่งเราอ้างไปข้างๆ คูๆ ว่าเป็นการได้สัมผัสชีวิตคนอินเดียเหมือนกัน แต่เป็นคนอินเดียระดับมหาราชา เพราะชีวิตติดดินสัมผัสอินเครดิเบิ้ลอินเดียแบบลึกซึ้งถึงแก่นสันดานแขกน่ะ เราจะเจอะเจอกันทุกวันอยู่แล้ว เหอะๆๆๆ


ดังนั้น สองสามีภรรยาจึงไม่ได้ออกจากโรงแรมไปเยี่ยมชมอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นป้อมค่ายหรือปราสาทชื่อดังอื่นๆ อีกอย่างเรามีเวลาน้อยมาก ขนาดออกจากบังกาลอร์ตั้งแต่หกโมงเช้า ขึ้นเครื่องบินไป ใช้เวลาถึงสี่ชั่วโมง กว่าจะถึงโรงแรมก็บ่ายสามกว่าๆ แล้ว วันเต็มๆ ที่เหลืออยู่มีเพียงวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์ก็ต้องขึ้นเครื่องกลับตอนบ่ายโมง

วันเสาร์ จึงเป็นวันแห่งการผ่อนคลาย ลงจากุสชี ว่ายน้ำ เข้าสตีม ต่อด้วยนวดแบบอินเดีย ฉันลองการนวดแบบใช้แก้วรูดแบบสูญญากาศบนหลัง ก็แปลกๆ ดี ไม่ได้รู้สึกว่าได้ปลดน็อตตามเส้นอะไรมาก ชอบแบบนวดรูดด้วยมือมากกว่า เวลาที่เหลือก็กินดื่มกันในโรงแรมไปเรื่อยๆ





จบทริป กลับบ้าน แวะรับซารฺตร์จากโรงพยาบาลสัตว์ที่เอาไปฝากให้ดูแล



เจ้าหมาน้อยท่าทางร่าเริงมีความสุขดี ก็เป็นอันโล่งใจ ว่าถ้าหนีไปเที่ยวคราวหน้า ไม่ต้องเป็นห่วงไอ้ลูกชายแล้ว


>> ฝากข้อความเชิญคลิกที่นี่



 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2553 23:36:17 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  

Mutation

Location :
Bangalore India

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ฉั น คื อ ใ ค ร

     สาวพฤษภชาวแกลงแห่งเมืองระยอง ลอยละล่องเรื่อยไปจนปาเข้าสามสิบ กว่าจะได้พบอาชีพที่ต้องจริตจนคิดตั้งตัวเป็นนักแปลรับจ้างเร่ร่อนไร้สังกัด ปัจจุบันเปิดสำนักพิมพ์เล็กๆ ชื่อ "กำมะหยี่"

     จุดหมายในชีวิต นอกจากเป็นกุญแจช่วยไขประตูวรรณกรรมร่วมสมัยฝรั่งเศสสู่นักอ่านชาวไทยแล้ว ตั้งใจจะเปิดโลกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่น่ารู้สู่เพื่อนร่วมชาติ ไม่นานมานี้อาจหาญจะแปล A la recherche du temps perdu ของ Marcel Proust ให้เสร็จก่อนตาย

      ฉันมีหวานใจ- สามี - สุดที่รักแสนดีชาวฝรั่งเศส แถมเรือพ่วงสองลำเล็กๆ ตอนนี้ใช้ชีวิตคู่อยู่ที่เมืองบังกาลอร์ อินตะระเดีย





โฆษณา
.



ผ ล ง า น แ ป ล ล่ า สุ ด บ น แ ผ ง





ร อ ใ ห้ แ ป ล

.



กำ ลั ง อ่ า น


The complete potter's companion

c o p y l e f t

Creative Commons License

งานเขียนและภาพในบล้อกนี้อยู่ภายใต้
Creative Commons Attribution

สามารถคัดลอกเพื่อเผยแพร่ได้
หากไม่ทำเพื่อการค้าหาเงินเข้ากระเป๋า
และต้องบอกที่มา ลงชื่อผู้เขียนด้วยนะจ๊ะ


>> Add เป็นเพื่อนกัน Click พลันที่นี่



 
Group Blog

 
All Blogs

 
Friends' blogs
[Add Mutation's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.