- Toutes ces choses qu'on ne s'est pas dites... ทุกสิ่งอันที่เรามิเคยเอื้อนเอ่ยต่อกัน - มาร์ก เลอวี

Toutes ces choses qu'on ne s'est pas dites ... ทุกสิ่งอันที่เรามิเคยเอื้อนเอ่ยต่อกัน

ผู้เขียน : Marc Levy
สนพ. : แพรว สนพ.


คำโปรย ...

อีกสี่วันกราฟฟิกดีไซเนอร์ช่างฝัน จูเลีย วัลช์ ก็จะได้เข้าพิธีวิวาห์กับคู่หมั้น แต่แล้วพ่อผู้ไม่ลงรอยกันมายี่สิบปี แอนโทนี ก็เกิดเสียชีวิต และมีกำหนดพิธีฝังศพในวันเดียวกัน จูเลียจึงต้องยกเลิกการแต่งงานไปร่วมฝังศพพ่อ หลังจากพิธีหนึ่งวัน มีลังใบใหญ่ส่งมาที่บ้านจูเลีย ภายในคือพ่อซึ่งเป็นหุ่นยนต์พร้อมรีโมตคอนโทรล เมื่อจูเลียกดปุ่มเปิดสวิตช์ หุ่นยนต์ที่เหมือนพ่อทุกกระเบียดนิ้วก็เสนอเวลาหกวันให้เธอที่เดินทางตามรอยความทรงจำของเขา ได้ทำความรู้จักเขาเพื่อชดเชยคืนวันอันห่างเหิน เพื่อเดินทางย้อนไปในเส้นทางแห่งอดีตที่ความรักครั้งเยาว์ยังคงรอคอยให้ออกติดตาม

จูเลียตัดสินใจจะลองดู ทั้งสองเดินทางด้วยกันไปตามสถานที่ต่างๆ และเธอได้เห็นภาพวาดเหมือนของทอมัส อดีตคนรักชาวเยอรมันเมื่อสิบแปดปีก่อน และยังได้อ่านจดหมายจากทอมัสถึงจูเลีย ที่บอกเธอว่าเขายังมีชีวิตอยู่

จูเลียและแอนโทนีออกเดินทางตามหาทอมัส และสืบค้นร่องรอยของชายหนุ่ม พร้อมสานสัมพันธ์ของพ่อลูกที่ขาดหายไป หากเมื่อได้ข่าวของทอมัส...ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด





ความเป็นมา...

ดังเช่นในคำนิยมของนิตยสารฉบับหนึ่งที่กล่าวว่า “กลับมาแล้ว มาร์ค เลอวี กลับมาแล้ว” บัดนี้ มาร์ค เลอวี นักเขียนเรื่องโรแมนติคที่จับใจนักอ่านคนนั้นกลับมาแล้ว

เขาคือเจ้าพ่อเบสต์เซลเลอร์ฝรั่งเศส ที่มีแฟนๆ ชาวไทยติดตามผลงานอยู่ไม่น้อย และเป็นนักเขียนคนแรกที่ฉันรับหน้าที่แปลผลงานเป็นภาษาไทยเล่มแรกในชีวิตการเป็นนักแปลคือ Et si c’etait vrai … (ปาฎิหาริย์รักต่างภพ ที่มีภาคต่อคือ Vous revoir (ปาฎิหาริย์รักคืนใจ) ไหนจะเล่มอื่นๆ ของเขาอีกสองเล่ม

ก่อนหน้านี้ มาร์ค เลอวี มีผลงานอีกสองเล่มที่ไม่ได้แปลเป็นภาษาไทย คือ Mes amis, mes amours (ผองเพื่อนและเรื่องรัก) เรื่องราวมิตรภาพ-ความรักของชาวฝรั่งเศสที่อาศัยในลอนดอน (คนแปลอ่านแล้วไม่ประทับใจเท่าไหร่ค่ะ) กับ Les Enfants de la liberte (เยาวชนแห่งเสรีภาพ) เรื่องราวกึ่งชีวประวัติของบิดาผู้เขียน ในตอนที่เข้าร่วมกลุ่มที่ต่อต้านนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งถึงจะซาบซึ้งตรึงใจ สะเทือนอารมณ์ แต่เป็นหนังสือที่ผิดฟอร์มคนเขียน คือ ไม่ “โรแมนติค” หวานซึ้งอย่างที่เคย

จนกระทั่งมาถึง ผลงานเล่มนี้ Toutes ces choses qu’on ne s’est pas dites (ทุกสิ่งอันที่เรามิเคยเอื้อนเอ่ยต่อกัน) งานเขียนเล่มที่ 8 มาร์ค เลอวี ลับปลายปากากลับขึ้นแท่นออกงาน “เรื่องราวความรัก” แบบไม่ประทับใจไม่ได้แล้วอีกครั้ง คราวนี้เขาพาเราเดินทางจากนิวยอร์ค ไปออกมอนทรีออล ข้ามมหาสมุทรถึงฝรั่งเศส ขับรถผ่านพรมแดนสู่เยอรมัน ... ณ อดีตกรุงเบอร์ลินตะวันออก สถานที่ซึ่งเหตุการณ์รักแรกพบฝังใจได้เกิดขึ้นเมื่อสิบแปดปีก่อนระหว่างคู่พระเอก-นางเอกในท้องเรื่อง

นอกจากเรื่องราวความรักย้อนหวนแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-ลูก ความหมายของเวลาและการใช้ชีวิต และที่ขาดไม่ได้เลย คือ มิตรภาพระหว่างเพื่อนในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงบทสนทนาตลกแบบเฉียบแหลมลึกซึ้งแบบ มาร์ค เลอวี




>> ฝากข้อความ เชิญคลิกที่นี่






 

Create Date : 26 ตุลาคม 2552    
Last Update : 21 เมษายน 2555 11:53:01 น.
Counter : 514 Pageviews.  

- On s'habitue aux fins du monde - ช้ำจนชิน

On s'habitue aux fins du monde - ช้ำจนชิน

ผู้เขียน : Martin Page
สนพ. : วงกลม


คำโปรย ...

     นวนิยายแปลฝรั่งเศสว่าด้วยความรักของผู้อำนวยการสร้างหนุ่มชื่อดังคนหนึ่งที่คิดว่าตนรักแฟนของตนมาตลอด จนกระทั่งเขาถูกแฟนนอกใจอย่างตั้งใจออกนอกหน้าจึงได้รู้ว่าทั้งหมดที่คิดว่าตนรักเธอนั้นคือการกลบเกลื่อนชีวิตที่ไม่เคยมีตัวตนของตนเอง พร้อมๆ กับเหตุการณ์เลวร้ายนี้ เขายังซวยต่ออีก 2 เด้ง คือ ถูกถอดจากการอำนวยการสร้างหนังของผู้กำกับที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันอยากร่วมงานด้วยและโดนเพื่อนร่วมงานหักหลัง แถมเมียของเพื่อนคนนี้ก็พยายามจะนอนกับเขาอีก…

     ไม่เฉพาะเขาเองที่มีเรื่องรักชอกช้ำยังมีอีกหลายตัวละครในเรื่องที่ล้วนแต่ชอกช้ำขมขื่น อกตรมแต่ฝืนทำหน้าชื่นเชิดไว้ ใครๆ ก็เหมือนเราเชื่อสิ… และด้วยเป็นเรื่องราวของคนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ มาร์แตง ปาจ จึงไม่พลาดที่จะกระซวกไส้ ประชดประชันเรื่องของคนในวงการออกมาตีแผ่ ทั้งฝรั่งเศสหรือไทยแลนด์ก็ไม่แตกต่างกัน





ความเป็นมา...จากใจผู้แปล


      ผลงานนิยายเล่มล่าสุดของนักเขียนหนุ่มชาวฝรั่งเศสเจ้าของผลงาน “ทำอย่างไรให้โง่” และ “ปั้นศิลปอให้เป็นศิลปิน” นิยายรักหวานแสบสันต์ ที่ไม่ขาดซึ่งความฉลาดเฉลียว ด้วยเรื่องราว ลีลาการเล่าเรื่อง ตัวละครที่มีสีสัน และมุมการมองโลกที่ชวนฉงนสไตล์มาร์แต็ง ปาจ

     “ช้ำจนชิน” เป็นเรื่องราวความรักและความรุนแรงที่ไม่ได้อยู่ในประเภท ตบ จูบ ตบ จูบ -- แต่มีการต่อยเตะ การสบตาและคำสารภาพรักประหลาด “ผมไม่อยากให้คุณไม่รักผม” เรื่องราวเกิดขึ้น ณ จุดสิ้นสุดของหญิงชายคู่หนึ่งที่ไม่ได้รักกัน และเป็นจุดเริ่มต้นของหญิงชายคู่หนึ่งที่ไม่ต้องการรักกัน

     ในฐานะแฟนหนังสือของมาร์แต็ง ปาจ คนหนึ่ง เมื่อได้เห็นลายมือของนักเขียนคนโปรดบนหนังสือต้นฉบับภาษาฝรั่งเศสที่ได้รับจากสำนักพิมพ์วงกลม เขียนว่า หนังสือเล่มนี้พูดถึงความรัก แอบดีใจนิดๆ ว่าจะได้เห็นมุมมองเกี่ยวกับความรักของพ่อหนุ่มคนนี้เสียที หลังจากได้เห็นมุมมองเกี่ยวกับความฉลาด-ความโง่ในสังคมบริโภค จาก “ทำอย่างไรให้โง่” และมุมมองเกี่ยวกับวงการศิลปะวรรณกรรมของเขาใน “ปั้นศิลปอให้เป็นศิลปิน”

     พลิกอ่านรอบแรกจบ แอบตกใจว่านี่หรือคือหนังสือรัก มันช่างแหกคอกวิปริต พูดถึงความรักในแง่มุมที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน หนังสือรักเล่มนี้แฝงความรุนแรงที่อยู่เหนือความเข้าใจ ผิดจากภาพความรักอันอ่อนโยนละมุนละมัยที่คุ้นเคย

     เมื่อมีโอกาสได้พูดคุยกับนักเขียน ฉันเอ่ยถามถึงความจำเป็นที่จะต้องมีความรุนแรงขนาดนี้ในหนังสือเล่มนี้ เขาตอบมายิ้มๆ ว่า บางครั้ง เวลาเห็นเพื่อนหลงทางใช้ชีวิตอย่างปราศจากความหมายแล้วยังไม่รู้ตัว เขาก็อยากจะเข้าไปอัดสักผางปลุกให้รู้ตัวตื่นขึ้นมาเสียที ในเมื่อโลกแห่งความจริง เราไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เขาจึงสร้างโลกใหม่ เกิดเป็นนิยายรักเล่มนี้ขึ้นมา

     ด้วยความสงสัย ฉันกลับมาอ่านหนังสือเล่มนี้อีกรอบ และพบว่าในความรุนแรงชวนฉงนนี้มีความอ่อนโยนแฝงอยู่ด้วยอย่างน่าประหลาด หากใคร่ครวญคิดดีๆ ก็เข้าใจว่ามันไม่น่าประหลาดหรอก เพราะนี่เป็นมุมมองของมาร์เต็ง ปาจ นักเขียนที่มีมุมมองประหลาดไม่เหมือนใคร



>> ฝากข้อความ เชิญคลิกที่นี่






 

Create Date : 29 กันยายน 2552    
Last Update : 29 กันยายน 2552 15:10:00 น.
Counter : 546 Pageviews.  

Le Petit Prince, La BD - เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูน

Le Petit Prince, La BD เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูน



ผู้เขียน : Antoine de Saint-Exupery
ผู้วาด : Joann Sfar
สนพ. : กำมะหยี่


คำโปรย ...

     จากวรรณกรรมอมตะของอองตวน เดอ แซงต์-เตกซูเปรี เจ้าชายน้อยผู้มีผมสีทองและผูกผ้าพันคอไสวกลับมาเยือนโลกวรรณกรรมอีกครั้ง คราวนี้ในรูปแบบการ์ตูนด้วยการสร้างสรรค์ของโจอันน์ สฟารฺ นักวาดการ์ตูนรุ่นใหม่ไฟแรงของฝรั่งเศส

     เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูน มีลีลาแปลกใหม่และมีลายเส้นแปลกตา อันเป็นเรื่องธรรมดาของการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ศิลปินจะสอดแทรกและแสดงความเป็นตัวของตัวเองไว้อย่างเด่นชัด แต่การถ่ายทอดเรื่องราวโดยพยายามรักษาเนื้อหาและการดำเนินเรื่องตามต้นฉบับของสฟารฺทำให้กำมะหยี่เชื่อมั่นว่า ทันทีที่ได้รู้จัก ผู้อ่านที่เคยติดใจเรื่องราวแฝงปรัชญาของเจ้าชายน้อย และหลงรักภาพประกอบลงสีน้ำใสๆของผู้แต่งเมื่อหลายสิบปีก่อน จะยอมรับและรักเจ้าชายน้อยของสฟารฺได้อย่างสนิทใจ





ความเป็นมา...จากใจผู้แปล


     ตั้งแต่ได้รับรู้ว่าจะได้ “จับ” หนังสือเล่มนี้ รวมไปถึงตลอดช่วงเวลาระหว่างแปล เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูน เล่มนี้อยู่ ดิฉันรู้สึกถึงหัวอกของ โจอันน์ สฟารฺ ผู้วาดขึ้นมาจับใจ เพราะการแตะต้องผลงานที่อยู่ในใจคนมากมายในประเทศไทยและทั่วโลก ด้านหนึ่งนั้น ถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจ ส่วนอีกด้าน ถือเป็นภารกิจอันหนักหน่วงที่ต้องแบกรับความคาดหวังและความคิดเห็นอันหลากหลายไว้เต็มบ่า


     หากภารกิจของผู้วาดคือการแปรตัวหนังสือ เปลี่ยนรูปแบบ รวมทั้งมุมมองการดำเนินเรื่องออกมาเป็นลายเส้นเห็นชัด ซึ่งแตกต่างจากภาพในใจ ยิ่งกว่านั้นคือจากภาพประกอบสีน้ำใสๆ ของผู้เขียนที่ติดตาของใครต่อใคร โดยยังคงรักษาสไตล์การวาดและความเป็นตัวของตัวเองไว้ ภารกิจของผู้แปลเนื้อความในการ์ตูนจากหนังสือที่ได้รับการแปลมาแล้วหลายสำนวนอย่างเจ้าชายน้อย ที่เห็นได้ชัดเช่นกันว่าผ่านการตีความของผู้วาดมาแล้วชั้นหนึ่ง ก็คือ การรักษาอารมณ์ของสำนวนให้สอดคล้องกับสไตล์ของลายเส้นอันแตกต่างนี้ให้ได้มากที่สุด โดยมีเงาจางๆ ของตัวตนผู้แปลฉาบอยู่บางๆ อย่างมิอาจปฏิเสธได้


     ด้วยเหตุนี้ ทั้งภาพวาดจากผู้วาดและสำนวนแปลจากผู้แปลใน เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูน ในภาคภาษาไทยเล่มนี้จึงเป็นส่วนผสมของลายเส้นใหม่ ถ้อยคำใหม่ จากผู้ถ่ายทอดคนใหม่ ผู้หวังว่านักอ่านทุกคนทั้งที่เป็นแฟนและกำลังจะเริ่มเป็นแฟนของเจ้าชายน้อยจะเปิดใจรับการสานต่อผลงานวรรณกรรมอมตะเล่มนี้ ดุจดังที่หมาจิ้งจอกกล่าวกับเจ้าชายน้อยเมื่อคราต้องลาจากกันว่า


     “สิ่งที่สำคัญไม่อาจมองเห็นได้ด้วยดวงตา”



ติดตามไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับ "เจ้าชายน้อย ฉบับการ์ตูน" และดูตัวอย่างของหนังสือได้ -- > ที่นี่







>> ฝากข้อความ เชิญคลิกที่นี่






 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2553 22:16:03 น.
Counter : 443 Pageviews.  

Talk to the Snail : กฎแห่งแมร์ด - คู่มือเพื่อการทำความเข้าใจ (และต่อกรกับ) คนฝรั่งเศสขั้นลึกซึ้ง

Talk to the Snail : กฎแห่งแมร์ด - คู่มือเพื่อการทำความเข้าใจ (และต่อกรกับ) คนฝรั่งเศสขั้นลึกซึ้ง




ผู้เขียน : Stephen Clarke
สนพ. : ฟรีฟอร์ม


คำโปรย ...

ทำอย่างไรถึงจะได้รับการบริการดีๆ ในภัตตาคารฝรั่งเศส, เรียนรู้การวางตัวแบบสุภาพและหยาบคายสุดๆ ในเวลาเดียวกัน ค้นพบภาษารัก เซ็กส์ และการสูบบุหรี่ (ไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับ), วลีที่สำคัญและขำขันฝรั่งเศ๊ส ฝรั่งเศสที่นำมาใช้ได้ในทุกสถานการณ์ พร้อมตัวอย่างไหวพริบเล็กๆน้อยๆที่ใช้ได้ในชีวิตจริง ฯลฯ ทั้งหมดรวมอยู่แล้วในหนังสือเล่มนี้ เหมาะกับคนที่สนใจฝรั่งเศส อยากไปฝรั่งเศส หรือคนที่กลัวทุกอย่างเกี่ยวกับฝรั่งเศส ก็ห้ามพลาดเล่มนี้อย่างเด็ดขาด!




ความเป็นมา...

หนังสือเล่มนี้เป็นการร่วมงานกับสำนักพิมพ์ฟรีฟอร์มเป็นอันดับ 5 เล่มแรกนิโกโปล-งานแปล อีกสามเล่มเป็นงาน บ.ก.ต้นฉบับ (ดูช่องที่สามทางขวามือว่ามีเล่มไหนบ้างนะคะ) เล่มนี้เป็นงานแปลเช่นกัน เป็นเล่มที่ลากยาวเหยียดโดนแซงคิว ปาดคิวจากเล่มโน้นเล่มนี้ และงานอื่นๆ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงชีวิต สถานะและที่อยู่อาศัยของคนแปล ผลัดแล้วผลัดเล่า โชคยังดีที่ทางสนพ.ยังอดทนรอได้อยู่

ในฐานะคนอ่าน - หนังสือเล่มนี้สามารถอ่านเอาเรื่อง เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้เกี่ยวกับคนฝรั่งเศส สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย หรือคุ้นเคยแต่ไม่เข้าใจเหตุผลในการคิด พื้นฐานความรู้สึกของคนชาตินี้ ส่วนคนที่พอจะรู้ฤทธิ์เดชของชาวน้ำหอม เคยสัมผัสใกล้ชิดอยู่บ้าง ก็สามารถอ่านเอารส เอาความสนุกจากความช่างกระทบกระเทียบของคนเขียนแบบโดนใจ อยากปรบมือให้ในหลายๆ ตอน

ในฐานะคนแปล - เล่มนี้เป็นงานแปลจากภาษาอังกฤษเล่มแรก ต่างจากเล่มอื่นๆ ที่ต้นทางเป็นภาษาฝรั่งเศสทั้งหมด แต่ด้วยเนื้อหาเป็นเรื่องราวที่คุ้นเคย เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงกระดูกว่าพูดถึงอะไรอยู่ และภาษาที่ใช้ก็ไม่ได้หรูหราอลังการงานสร้างมานัก เลยไม่มีปัญหาในเรื่องการจับใจความ จะยากหน่อยก็ตรงการจับจังหวะการ "เหน็บหมุบหมับ" แบบอังกฤษ โปรยมาเนียนๆ คล้ายจะสุภาพ ถ่อมตน แล้วตระหวัดหยิกใส่ตอนท้ายแบบไม่ให้ทันรู้เนื้อรู้ตัว นวลเนียนลึกล้ำจนเกือบจะหันไปขอให้ทำให้ดูอีกสักรอบ หรือตื่นมาตอนเช้าแล้วค่อยเก็ต

ไม่เหมือนการ "หยิกจิกกัด" แบบฝรั่งเศสที่มาท่าใหญ่ ยกตนข่มท่าน เชิดสูงท่าใหญ่มาแต่ไกล คล้ายไม่เหลียวแล แต่หันขวับมาชักเสียบฉึก ก่อนจะสะบัดหน้าเดินสะบิ้งไปต่อ คนโดนเจ็บจี๊ดจุกอก พูดอะไรไม่ออก (เพราะถ้าจะพูดเสียบกลับไปให้สาสมใจ ต้องพูดเป็นภาษาฝรั่งเศสเท่านั้น ไม่งั้นคนฝรั่งเศสไม่เก็ต)





คำนำของผู้เขียน

แด่ คนฝรั่งเศส ด้วยความขออภัยอย่างสูง

โปรดอย่าเข้าใจผมผิด – ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่น่าอยู่ เป็นดินแดนที่อุทิศตนเพื่อความสำราญ และความสำราญเป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งของผม ไม่สิ เป็นงานอดิเรกทั้งหมดของผมเลยทีเดียว

แต่การมีความสำราญจนล้นเหลือ บางครั้งอาจทำให้คันคะเยอ ขัดยอก และน่ารำคาญสุดๆ เหมือนกับการกินกุ้งล็อบสเตอร์นั่นแหละ ขนาดใช้ค้อน คีม บรรดาอุปกรณ์ผ่าตัดและเครื่องตรวจจับเนื้อกุ้งระบบเลเซอร์ แต่นิ้วก็ยังไม่วายถูกบาด และพอกินเข้าไปก็เจอเปลือกกุ้งเต็มปาก

คนมากมายที่มาเที่ยวฝรั่งเศสหรือที่ย้ายมาอยู่ที่นี่จะตกอยู่ในสภาพลำบากในเขต “ก่อนจะสำราญ และ สำราญบ้างไม่สำราญบ้าง” สิ่งที่พวกเขาจะได้เจอนั้นมีมากกว่าบริกรอารมณ์บูดหรือนายหน้าค้าอสังหาฯจอมขูดรีด คนเหล่านี้ต้องการคำแนะนำในการเข้าสู่เขต “ความสำราญขั้นสัมบูรณ์” เพราะการอยู่ฝรั่งเศสไม่ได้เป็นพรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิด คนฝรั่งเศสหลายคนไม่เคยเรียนรู้ในการอยู่ฝรั่งเศสอย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้เอง ที่นี่จึงได้ชื่อว่าเป็นประเทศของคนขี้บ่น

การอยู่ฝรั่งเศสเป็นทักษะที่ต้องได้รับการฝึกฝน ผมใช้เวลาครึ่งชีวิตในช่วงวัยผู้ใหญ่ที่นี่ และจนถึงบัดนี้ผมยังคงเรียนรู้อยู่

หนังสือเล่มนี้เป็นการสรุปสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จนถึงปัจจุบัน


สตีเฟน คลาร์ก




>> ฝากข้อความ เชิญคลิกที่นี่






 

Create Date : 04 เมษายน 2552    
Last Update : 4 เมษายน 2552 23:32:22 น.
Counter : 304 Pageviews.  

Vous revoir ... ปาฎิหาริย์ รักคืนใจ (ปาฏิหาริย์รักต่างภพ 2)

Vous revoir ... ปาฎิหาริย์ รักคืนใจ



ผู้เขียน : Marc Levy
สนพ. : แพรว สนพ.




คำโปรย ...

     อาร์เธอร์หนีไปรักษาหัวใจตัวเองอีกซีกโลกหนึ่ง แต่ดูเหมือน "เธอ" ยังคงเป็นเงาติดตามเขาไปทุกแห่ง ลอเรนใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน แต่เธอเฝ้าถามคนรอบข้างถึง "เขา" คนที่เธอลืมตาขึ้นมาเจอตอนฟื้นจากโคม่าเมื่อสองปีก่อน ความบังเอิญนำพาทั้งสองให้กลับมาพบกันใหม่ แต่กลับต้องเล่นเกมซ่อนหากันครั้งแล้วครั้งเล่า...ร่วมกันค้นหาคำตอบไปพร้อมๆ กับเขาและเธอว่า

ความรักจะเป็นบทสรุปของทุกอย่าง และจะสร้างปาฏิหาริย์ได้อีกครั้งหรือไม่





ความเป็นมา...

     ความเป็นมาของหนังสือแแปลเล่มนี้ไม่ซับซ้อน เป็นหนังสือภาคต่อของ Et si c'etait vrai.. หรือปฏิหาริย์รักต่างภพ หนังสือแปลเล่มแรกของฉันที่ขายดิบขายดีตีพิมพ์ไปสามสี่รอบ นำมาซึ่งความปลาบปลื้มของนักแปล และสร้างชื่อมาร์ค เลอวี เจ้าพ่อเบสต์เซลเลอร์ของฝรั่งเศสให้เป็นที่รู้จักในหมู่นักอ่านชาวไทย


     ดังนั้น เมื่อมีภาคสองออกมา จึงเป็นเหมือนแมทช์บังคับ ไม่แปลไม่ได้แล้ว

     ปกติ หนังสือภาคต่อของหนังสือดังเล่มแรกจะไม่ค่อยจับใจผู้คนเหมือนภาคแรก และเป็นเรื่องเสี่ยงเอาการสำหรับนักเขียน เพราะต้องพยายามสานต่อเรื่องราวสวยงามหวานซึ้งอยู่แล้ว ให้หวานให้ซึ้งยิ่งกว่าเดิม แต่เล่มนี้ ขอบอกว่า คนเขียนเก่งมาก สามารถทำได้และทำได้ดีเสียด้วย เล่มสองเล่มนี้มีรสชาติครบทุกอย่างที่เล่มแรกมี ทั้งปาฏิหาริย์ ความลึกลับของอาการโคมา ความรัก มิตรภาพ อารมณ์ขัน ความผูกพัน แถมพกด้วยการเปิดใจให้อภัย และฉากชวนลุ้นเด็ดสะใจ


     ส่วนคนแปลก็ได้แต่แปลไปยิ้มไป และหวังว่าแฟนๆที่ชื่นชอบอาร์เธอร์และลอเรนจะชื่นใจเช่นกัน


>> ฝากข้อความ เชิญคลิกที่นี่






 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2553 11:20:08 น.
Counter : 578 Pageviews.  

1  2  3  4  
Mutation
Location :
somewhere in Hong Kong SAR

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




ฉั น คื อ ใ ค ร

     สาวพฤษภชาวแกลงแห่งเมืองระยอง ลอยละล่องเรื่อยไปจนปาเข้าสามสิบ กว่าจะได้พบอาชีพที่ต้องจริตจนคิดตั้งตัวเป็นนักแปลรับจ้างเร่ร่อนไร้สังกัด ปัจจุบันเปิดสำนักพิมพ์เล็กๆ ชื่อ "กำมะหยี่"

     จุดหมายในชีวิต หลังจากผันผ่านคืนวันมาหลายปีดีดัก ขอพักไม่หวังทำอะไรใหญ่โต ขอเพียงมีชีวิตสุขสงบ ได้ทำสิ่งที่ดีๆ ทำตามหน้าที่ของตนในทุกด้านอย่างดีที่สุด แค่นั้นพอ

      ฉันมีหวานใจ- สามี - สุดที่รักแสนดีชาวฝรั่งเศส แถมเรือพ่วงสองลำเล็กๆ ตอนนี้มาใช้ชีวิตกันอยู่ที่ฮ่องกง





โฆษณา
.



c o p y l e f t

Creative Commons License

งานเขียนและภาพในบล้อกนี้อยู่ภายใต้
Creative Commons Attribution

สามารถคัดลอกเพื่อเผยแพร่ได้
หากไม่ทำเพื่อการค้าหาเงินเข้ากระเป๋า
และต้องบอกที่มา ลงชื่อผู้เขียนด้วยนะจ๊ะ


>> Add เป็นเพื่อนกัน Click พลันที่นี่



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Mutation's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.