..สีสันของความหลากหลาย อาจทำให้ความหมายของชีวิตแปรเปลี่ยน แต่ความเป็นเพื่อนยังคงหมุนเวียน สับเปลี่ยนอยู่ในตำแหน่งของความผูกพัน..
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2561
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
19 มิถุนายน 2561
 
All Blogs
 

เล่าเรื่องเมืองตาก (3)





ช่วงแรกๆ ที่ทำงานที่จังหวัดตาก เราเป็นคนที่มาทำงานแต่เช้าแล้วเดี๋ยวนี้ก็ยังคงปฏิบัติอยู่ วันไหนมาสาย จะรู้สึกใจคอไม่ดีตอนแรกอยู่หอพักนักเรียนมัธยม ตรงข้ามโรงเรียนผดุงปัญญา พอสักพักก็ย้ายไปอยู่หอพักนักเรียนเทคนิคพี่ที่อยู่ห้องสรรพากรซึ่งเป็นคนกรุงเทพฯชวนไป เพื่อจะได้แชร์ค่าห้องกันคนละครึ่งแต่ก็ไกลจากที่เก่า ต้องนั่งรถสองแถวไปทำงานตอนไปทำงานทุกวันจันทร์จะต้องแต่งเครื่องแบบข้าราชการ มีอยู่วันหนึ่งนั่งอยู่บนรถสองแถว ก็มีผู้ชายคนหนึ่งบอกว่า ครู ๆ ติดอินทรธนูผิด เราก็มองดูอ้าว...แถบอินทรธนูบนบ่าหัวทิ่มนี่นา ก็เลยขอบคุณคุณคนนั้นคนต่างจังหวัดมักจะคิดว่าข้าราชการที่แต่งเครื่องแบบเป็นครูทั้งนั้นนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เวลาแต่งชุดข้าราชการก่อนออกจากบ้านต้องตรวจตราความเรียบร้อยให้แน่ใจก่อนทุกครั้ง จำไว้จนขึ้นใจว่า แถบซ้ายป้ายขวา อินทรธนูต้องไม่หัวทิ่ม สิงห์ตรงปกเสื้อต้องหันหน้ามาคุยกันไม่ใช่วิ่งกันไปคนละทิศละทาง


มาถึงที่ทำงาน มักจะมาถึงเป็นคนแรก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนมาทำงานเช้ากว่าคน ๆนั้น คือท่านผู้ว่าฯ กาจ รักษ์มณี (ผู้ว่าฯ คนแรกที่เราได้ทำงานกับท่าน) เวลาเดินเข้าประตูศาลากลางฯมักจะมีคนแหวกผ้าม่านแอบมองอยู่ทุกเช้า ก็ท่านผู้ว่าฯนั่นแหละพอเราเดินขึ้นมาถึงชั้นสอง ก็จะเจอท่าน ผู้ว่าฯมายืนรออยู่ตรงมุมบันไดท่านทักทุกวันว่ามาแต่เช้าเชียวนะหนู ท่านมักจะเรียกเราว่า “ไอ้ตัวเล็ก” ไม่เคยเรียกชื่อเวลาเรียกหา ก็จะเรียก “ไอ้ตัวเล็ก ๆ ” เป็นประจำ จนใคร ๆ ก็รู้ว่าหมายถึงใคร ท่านผู้ว่าฯชอบปลูกต้นยูคาลิปตัสมาก ส่งเสริมให้เกษตรกร ชาวบ้าน ปลูกตามหัวไร่ปลายนาที่รกร้างว่างเปล่า เพราะมันไม่ต้องบำรุงอะไรมาก สามารถเอามาทำกระดาษได้ ที่ว่าง ๆหน้าศาลากลางก็ปลูกเอาไว้เป็นแถวเชียว แต่พอท่านย้ายไป ผู้ว่าฯใหม่ย้ายมาก็สั่งตัดหมด เหลือไว้แถวเดียวเท่านั้น ก็นโยบายใครก็นโยบายมันนี่นะ


สมัยที่เราทำงานใหม่ๆจังหวัดตากเคยเป็นเจ้าภาพกีฬาเยาวชนจังหวัดทางภาคเหนือ วันเปิดงานจะมีขบวนพาเหรดเข้าสนามกีฬาประจำจังหวัดไม่รู้ว่ามีใครอุตริให้เราถือ (ความจริงต้องเรียกว่าแบก) เสาไม้ไผ่มีป้ายผ้าด้านบน จำได้ว่าเสาไม้ไผ่สูงมาก แถมลมแรง แบกเสาไม้ไผ่เดินไปตามถนนกับเจ้าติ๋มคนละข้างหนักก็หนัก แถมยังต้านลมอีกต่างหาก แบกเสาจนแขนสั่นไปหมด พอดีท่านผู้ว่าฯ กาจ เห็นเข้า ก็เลยบอกว่าทำไมไม่ให้ผู้ชายถือ เสามันสูง หนักจะตาย ให้ผู้หญิงถือได้ไง ก็เลยเปลี่ยนคนถือเออเนอะ... เราเป็นน้องใหม่ ใครใช้อะไรก็ทำหมด จะโวยวายสักนิดก็ไม่มี ช่วงงานกีฬาเยาวชนสำนักงานจังหวัดก็มีเวรขายตั๋วเข้าดูกีฬาเป็นบางวัน จำได้ว่านั่งอยู่ในห้องขายตั๋ว ที่นั่งขายตั๋วก็เตี้ยมาก นั่งไปคนข้างนอกก็จะมองไม่เห็นคนขายตั๋วเลยต้องยืนขายตั๋ว แถมแมลงตามหญ้าก็ยังเยอะอีก (สมัยก่อนไม่มี ก.ย.15)โดนแมลงกัดซะตัวลายพร้อยเลยทีเดียว


อยู่กับท่านผู้ว่ากาจ ปีกว่าๆ ท่านก็ย้าย มีผู้ว่าฯ คนใหม่(ท่านสมบูรณ์ พรหมเมศร์) คนใหม่มาแทน ท่านมีนโยบายให้ข้าราชการแต่งเครื่องแบบทุกวันเหมือนกับท่านเวลาท่านแต่งเครื่องแบบ ก็จะติดเครื่องหมายอะไรต่อมิอะไรที่ได้มาประดับไว้เต็มไปหมด เราเคยได้ยินบรรดาข้าราชการพูดถึงท่านว่า เครื่องหมายต่างๆที่ท่านประดับไว้ มันจะหนักมั๊ยหนอ


การแต่งเครื่องแบบทุกวันในวันทำงานนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องดี ประหยัดค่าเครื่องแต่งตัว โดยเฉพาะบรรดาสาวๆ ทั้งหลายไม่ต้องแต่งตัวประชันกัน สีกากีหมดทั้งจังหวัด แถมสั่งผ้าจากแหล่งเดียวกันเพราะฉะนั้นจะไม่มีสีกากีอ่อน เข้ม หรือสีกากีแบบแบบตำรวจจะเป็นสีกากีแบบข้าราชการพลเรือน ท่านผู้ว่าฯใจดี สั่งผ้ามาให้ข้าราชการตัดคนละ 2ชุดเฉพาะสำนักงานจังหวัดและที่ทำการปกครองจังหวัดและอำเภอ โดยให้ออกค่าตัดเย็บกันเองเนื่องจากต้องแต่งเครื่องแบบทุกวัน ชุดที่ 3 – 4 – 5 ก็แล้วแต่จะตัดกันเองพอแต่งเครื่องแบบทุกวัน ข้าราชการสตรีก็จะไม่ค่อยตัดเสื้อผ้าไปรเวทใส่กันเดือดร้อนเวลาจะไปงาน มีแต่ชุดข้าราชการสีกากีอีก เป็นที่ตลกขบขันกันมาก ว่าเราจะใส่ชุดกากีไปร่วมงานได้มั๊ย


ตอนสมัยที่ทำงานอยู่ตาก ก็มีเรื่องราวที่น่าจดจำมากมายไม่ว่าจะกับผู้บังคับบัญชา หรือแม้แต่กับเพื่อน ๆ พี่ ๆ ในที่ทำงานนับว่าเราเป็นคนโชคดี ที่มีผู้ใหญ่เอ็นดูและเมตตาอยู่เสมอ สำนักงานจังหวัดสมัยนั้นมีแค่ฝ่ายบริหารงานทั่วไปกับฝ่ายแผนและโครงการเท่านั้น นอกจากจังหวัดชายแดน เช่นที่ตากเป็นต้น ก็จะมีฝ่ายกิจการพิเศษเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งฝ่ายสำนักงานจังหวัดตากส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชาย มีผู้หญิงอยู่ไม่กี่คน คนก็ไม่เยอะทำงานก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ สนุกสนาน รักใคร่สามัคคีกันดีมากทำให้ทำงานด้วยความสุขและสนุก นับเป็นสถานที่ทำงานที่เรารู้สึกประทับใจมากที่สุดแม้เวลาจะผ่านล่วงเลยมาหลายสิบแล้วก็ตาม ถึงแม้ว่าเราจะทำงานอยู่ฝ่ายกิจการพิเศษแต่ก็มักจะมาช่วยพี่ ๆ ที่อยู่ฝ่ายแผนเป็นประจำ ก็พี่เค้าใจดี น่ารัก ตลกด้วยชื่อพี่สุรัตน์ สกุลไทย (พี่อี๊ด)กับพี่สมยศ วงศ์เจริญ เป็นคนอิสานทั้งคู่แต่มาได้ภรรยาเป็นชาวเหนือ เวลาทำงานดึกดื่นมืดค่ำ พี่เค้าก็จะไปส่งถึงบ้านรอจนเราเข้าบ้านปิดประตูเรียบร้อยเค้าถึงจะกลับ น่าร๊ากกกกกกที่สุดเลย ...







ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่แวะมาอ่านค่ะ




 

Create Date : 19 มิถุนายน 2561
12 comments
Last Update : 19 มิถุนายน 2561 14:06:07 น.
Counter : 354 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmambymam, คุณข้ามขอบฟ้า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณอุ้มสี, คุณพันคม

 

มาอ่านเล่าเรื่องเมืองตากต่อค่ะ
อ่านไป นึกภาพตามไปด้วย
พูดถึงข้าราชาการแต่เครื่องแบบทำงานนี่ก็ประหยัดค่าใช้จ่ายในการตัดเสื้อผ้าเยอะเลยนะคะ
แต่เวลาไปงานเลี้ยงใส่ชุดสีกากี อาจดูขำๆอย่างพี่เปี๊ยกว่า

ไว้แวะมาใหม่ค่ะ


 

โดย: mambymam 19 มิถุนายน 2561 14:00:28 น.  

 

อ่านแล้วรู้สึกดีจังนะคะ. มี้เรื่องราวมากมายเลย. เป็นความทรงจำดีๆ.

 

โดย: kae+aoe 19 มิถุนายน 2561 14:55:47 น.  

 

วุ๊ย!! ดีใจๆ
เคยทำงานกับท่าน ผจว กาจ รักษ์มณี
ครั้งแรกที่รับบรรจุราชการ ที่ประชาสงเคราะห์จังหวัดยโสธร
ก่อนท่านย้ายไป ตาก ละมังคะ

ตอนนั้น ท่าน ชวน รุ่งศิรินันทพร
อดีต อธิบดีกรมการปกครอง
เพิ่งเรียนจบ NIDA เป็น C 4 ที่สำนักงาน จว



 

โดย: เริงฤดีนะ 19 มิถุนายน 2561 15:04:58 น.  

 

มาอ่านเรื่องเล่าเมืองตากอีกรอบค่ะ

 

โดย: mambymam 20 มิถุนายน 2561 4:30:26 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่เปี๊ยก
มาอ่านเรื่องเมืองตากค่ะ บางทีความรีบเร่งก็ทำให้ผิดพลาดได้
มีเจ้านายมาทำงานเช้าแบบนี้ ทำให้ลูกน้องไม่กล้ามาสายแน่ 555
เจ้านายแต่ละคน มีนโยบายแตกต่างกัน ถ้าเปลี่ยนบ่อยๆหล่ะ เหนื่อยตาม
อ่านแล้วขำคำว่าน้องใหม่ ก็จริงนะคะ มาใหม่ใครจะกล้าขัดรุ่นพี่
ที่ทำงานใหม่ถ้าได้เพื่อนร่วมงานดีก็โชดดีไป
เรื่องราวมากมายในอดีตทำให้นึกถึง นึกไปยิ้มไปความสุขเล็กๆน้อยๆ

 

โดย: ข้ามขอบฟ้า 20 มิถุนายน 2561 14:20:51 น.  

 

มะนาวไม่รู้โห่ เอามาผ่าเอาเมล็ดออกแล้วทำแช่อิ่ม อร่อยมากค่ะ
เปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ เค็มปะแล่ม เค้ากรอบมากด้วยค่ะ กินเพลินเลย
นี่กำลังทำอยู่ค่ะ เพิ่งเอาแช่น้ำเชื่อม อีกสามวันก็กินได้

ขอบคุณพี่เปี๊ยกที่แวะชมค่ะ

 

โดย: mambymam 22 มิถุนายน 2561 14:03:47 น.  

 

นึกภาพ ถือเสาไม้มีธง ลมพัดแรง.. สงสารเลย มันหนัก
เผลอ ๆ จะหงายหลังเอา 555

ชือท่านผู้ว่า กาจ.... นี่ผมจำได้แม่นเลย แต่ยังไม่เคยเจอตัว
ท่านนะครับ..

พูดถึง ต้นยูคา ขึ้นง่าย ไม้ใช้ได้เร็ว.. ผมเห็นตั้งแต่ผมยังเด็ก
เขาปลูก ตรงสวนสน ใกล้กับวัดดอยสุเทพ.. สูงตระหง่าน ลำต้น
มีหลายสี..

มีคนแอนตี้มาก ว่าแย่งน้ำต้นไม้อื่น.. หญ้าจะไม่ขึ้น ที่ไหนได้
หญ้าเต็มเลย... เคยไปดูไร่ ที่บริษัทผลิตกระดาษเป็นรีม ๆ
ที่นิคม 304 ทำเงินให้คนปลูกไม่ใช่น้อย ปลูกตามหัวไร่ปลายนา..

แต่ก็มีบางพันธ์ที่ ใบเป็นพิษทำให้พืชใกล้เคียงตาย หรือไม่งาม
ต้องเลือกพันธ์หน่อย

V

เขียนเล่าได้สนุกดีครับคุณเปี๊ยก

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 23 มิถุนายน 2561 20:40:53 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เจ้าหญิงไอดิน Dharma Blog ดู Blog
ตะลีกีปัส Diarist ดู Blog
ทนายอ้วน Food Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Parenting Blog ดู Blog
หอมกร Movie Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Travel Blog ดู Blog
พูดไม่เก่ง แต่เจ๋งทุกคำ Diarist ดู Blog

อุ้มชอบอ่าน...
พี่เปี๊ยกบันทึกเรื่องราวน่าอ่านค่ะ
ดหวตไดอารี่ให้เลยค่ะ

 

โดย: อุ้มสี 25 มิถุนายน 2561 12:52:32 น.  

 

มาทักทายค่ะพี่เปี๊ยก
รออ่านเรื่องราวดีๆอีกค่ะ

 

โดย: mambymam 5 กรกฎาคม 2561 10:57:09 น.  

 

ขอบคุณพี่เปี๊ยกที่แวะชมดอกไม้เมืองหนาวด้วยกันค่ะ

ไว้จะแวะมาแอบดูบ่อยๆนะคะ
เผื่อจะได้อ่านเรื่องราวดีๆอีก

 

โดย: mambymam 9 กรกฎาคม 2561 9:53:13 น.  

 

แวะมาเยี่ยมค่ะพี่เปี๊ยก

 

โดย: mambymam 11 สิงหาคม 2561 20:43:31 น.  

 

แวะมาทักทายครับท่านพี่

 

โดย: พันคม 13 กันยายน 2561 11:28:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


พูดไม่เก่ง แต่เจ๋งทุกคำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




"ตั้งใจว่า...ทำบล๊อกนี้ขึ้นมาเพื่อบันทึกเรื่องราว ความทรงจำดี ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและอยากจะทำ และไม่เคยหวังผลตอบแทนใด ๆ ในทุกสิ่งที่ได้ทำ นอกจากรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ มิตรภาพและความจริงใจจากเพื่อนๆ เท่านั้น"


"ถ้าเรายังรัก
ยังรู้สึกรักและเสียดายมิตรภาพ
หรือความสัมพันธ์ที่ดีที่เคยมี


ใครผิด-ใครถูก
ใครยอมก่อน ใครยอมรับผิด
ไม่ใช่ประเด็นสำคัญแล้ว


“ความคาดหวัง” ที่เราควรมีกับตัวเอง
คือ คนทุกคนไม่จำเป็นต้องทำแต่สิ่งที่เราพึงพอใจ

เช่นเดียวกัน อย่าไปคาดหวังว่าเราจะเป็นที่รักใคร่ของทุกคน

เราทำแบบนั้นไม่ได้
ใครชอบ ใครชัง
บางครั้งก็อยู่เหนือการควบคุมของเรา


เราแค่ยืนหยัดกับสิ่งที่เราเป็น
แต่พร้อมยอมรับปรับตน เรียนรู้ว่าคนอื่นต้องการอะไร
ไม่ใช่ใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล
และคิดแต่ว่าคนอื่นต้องเข้าใจตัวเราอยู่ฝ่ายเดียว



และถ้าที่สุดแล้ว


แม้แต่คำขอโทษอย่างจริงใจ
ยังไม่อาจละลายใจให้อีกฝ่ายยกโทษหรือให้อภัยได้

เราคงต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า


“เราทำดีที่สุดแล้ว”


และก็ใช้ชีวิตของเราต่อไป"


กะว่าก๋า
14 พ.ย.55


"จะดี จะชั่ว อยู่ที่ตัวทำ"
"จะสูง จะต่ำ อยู่ที่ทำตัว"



# เริ่มทำบล๊อกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552 #


ไปหลังบ้านทางนี้เน้อ