บทความของ อ.ฐาปนา บุณยประวิตร เมื่อเกือบ 14 ปีที่แล้ว (ในท้ายบทความจะมีคลิปเมื่อเกือบ 14 ปีเช่นกัน เกี่ยวรถไฟฟ้ารางเบา TRAM (LRT) ในหลายสิบเมือง ปัจจุบัน ทั้งโลก น่าจะมีประมาณ เกือบ 500 เส้นทางแล้ว (สมัยเมื่อนำเสนอใหม่ เมื่อ 10 กว่าปีก่อนมีประมาณ เกือบ 400 เส้นทาง)
บทความดั้งเดิมตามลิ้งก์ https://shorturl.asia/B9TuS 
สถานการณ์ปัจจุบัน น่าเป็นห่วงเรื่องพลังงานน้ำมัน ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนในทุกสินค้า ทั้งการขนส่ง และการเดินทาง

ADMIN ขอนำเสนออีกครั้ง เนื่องจากภาวะน้ำมันแพงมาก จากภาวะสงคราม
และนวัตกรรม TRAM (LRT หรือ Streetcar) น่าจะมีการพัฒนาไปไกลกว่าเมื่อ 14 ปีที่แล้ว ที่บทความนี้ได้ถูกเขียนขึ้น หวังว่าบทความนี้จะได้ให้ความรู้ และต่อยอดกับท่านที่สนใจเรื่องการพัฒนาเมือง โดยเฉพาะเรื่องขนส่งมวลชนทางรางในเมือง ที่สามารถพัฒนาการบรรทุกผู้โดยสารจากจำนวนน้อย สู่จำนวนหลักหลายร้อยคนในการสัญจรเดินรถครั้งเดียว และหวังว่าจะไม่สับสนที่ ADMIN ทำไมเรียก TRAM ทำไมเรียก LRT หรือ Streetcar ความจริงมันใกล้เคียงกัน เป็นรถไฟฟ้ารางเบา ใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
.
บทความ : แนวทางและความเป็นไปได้ ของประเทศไทย กับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะดีๆ LRT (TRAM ,Streetcar)
โดย ฐาปนา บุณยประวิตร อดีตนายกสมาคมการผังเมืองไทย
เนื่องจาก Smart Growth Thailand (SGT) ปัจจุบันย้ายไปที่เพจ Smart Growth Asia (SGA) ได้นำเสนอข้อเขียนความเหมาะสมในการนำรถไฟฟ้า TRAM (LRT ,Streetcar) สำหรับประเทศไทยออกเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากการเผยแพร่เพื่อนๆสมาชิกได้มีคำถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการรายละเอียดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวทางและความเป็นไปได้ในการนำรถไฟฟ้ารางเบา TRAM (LRT , Streetcar ) มาใช้ในประเทศไทย ดังนั้น ในวันนี้ SGA จึงขอตอบบางสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. ความรับผิดชอบด้านวิชาชีพในการศึกษาความเป็นไปได้ ในการนำ LRT ไปใช้นั้น การศึกษาทั้งหมดควรเป็นความร่วมมือกันระหว่างนักผังเมือง สถาปนิกชุมชนเมืองวิศวกรโยธา วิศวกรคมนาคมขนส่งและจราจร นักเศรษฐศาสตร์ ฯลฯ โดยมีนักผังเมืองคมนาคมขนส่ง (Transportation Planner) เป็นผู้ประสานโครงการ (Transportation Planner เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองสาขาคมนาคมขนส่ง ซึ่งจำแนกโดย AICP สหรัฐอเมริกา ประเทศที่จดทะเบียนนักผังเมืองในสาขานี้เป็นวิชาชีพเฉพาะได้แก่ สหรัฐฯอังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฯลฯ ซึ่งกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้แบ่งวิชาชีพการผังเมืองออกเป็น2 สาขารับอนุญาตได้แก่ Environmental Planner และ Transportation Planner) เหตุที่ต้องใช้นักผังเมืองคมนาคมขนส่งเป็นผู้ประสานงานนั้น เนื่องจากจะสามารถนำองค์ความรู้ด้านการผังเมืองผสมผสานเข้ากับแนวทางการศึกษาด้านวิศวกรรมขนส่งและจราจรนอกจากนี้ ยังสามารถกำหนดกรอบการวางผังและพัฒนาพื้นที่โครงการทั้งพื้นที่รอบสถานีขนส่งและพื้นที่ตามแนวรางรถไฟฟ้า ซึ่งจะให้การศึกษาความเป็นไปได้หรือการศึกษาออกแบบมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
2. การศึกษาความเป็นไปได้ เนื่องจากถนนในประเทศไม่ได้ออกแบบตามแนวทางของถนนแบบสมบูรณ์(Complete Street) ดังนั้น จึงไม่อาจนำรถไฟฟ้ารางเบา LRT ลงใช้ได้ทันที อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานใดมีความต้องการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้า LRT ควรดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
2.1 การศึกษาความเป็นไปได้ทางกายภาพ โดยการสำรวจศึกษาข้อมูลด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่อย่างครบถ้วนและให้ความสำคัญเป็นกรณีพิเศษกับการศึกษา การใช้ประโยชน์ที่ดินและอาคาร โครงสร้างการสัญจร ระบบการระบายน้ำและระบบสาธารณูปโภค ฯลฯ
2.2 การศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ ได้แก่ การศึกษาและออกแบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจรอบสถานีขนส่งและตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมจากการลงทุนของโครงการ
2.3 การให้ข้อมูลรายละเอียดโครงการและการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของพื้นที่ ทั้งนี้ จะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติและความเข้าใจของประชาชนที่มีต่อโครงการว่า การลงทุนโครงการ LRT นั้นมีเป้าหมายในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจภายในพื้นที่รอบสถานีขนส่งและตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งมีค่าเทียบเท่ากันกับการขนมวลคน การบรรเทาปัญหาการคับคั่งการจราจร โดยรถไฟฟ้าที่ไม่ใช้ความเร็ว
3. ความเหมาะสมของประเภทรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าแต่ละประเภทไม่ว่าจะเป็นCommuter Rail, Rapid Rail, LRT Monorail หรือ TRAM (Streetca) มีความเหมาะสมกับพื้นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะความต้องการและความเหมาะสมด้านกายภาพ ซึ่ง Streetcar นั้นเป็นรถรางไฟฟ้าที่เล็กที่สุดในบรรดารถไฟฟ้าด้วยกัน ใช้เชื่อมต่อระหว่างย่านในเส้นทางที่มีระยะไม่มาก ขนคนได้ไม่เกิน 80 คนทั้งนั่งและยืน เดินรถในระดับความลาดชันสูงสุดไม่เกินร้อยละ35 ดังนั้น จึงไม่เหมาะกับการใช้สัญจรระหว่างเมืองและระหว่างภาค และไม่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกสถานที่
4. ความเหมาะสมของ Streetcar กับการพัฒนาเมือง ระบบขนส่งมวลชนทางรางมีอิทธิพลโดยตรงต่อการสร้างรูปทรงของเมือง และต่อการกำหนดโครงสร้างพื้นฐานของเมืองและภาค ในขณะที่มีค่าการลงทุนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับรถไฟฟ้าประเภทอื่นๆ ดังนั้น นักผังเมืองส่วนใหญ่จึงให้ความสำคัญกับรถไฟฟ้า Streetcar เนื่องจากสามารถตอบสนองต่อเป้าหมายในการพัฒนารูปทรงของเมืองและเศรษฐกิจเมืองได้ด้วยปัจจัยที่โดดเด่นดังนี้
4.1 ศักยภาพในการลดความจำเป็นการครอบครองและใช้รถยนต์ส่วนบุคคลของประชาชน
4.2 สามารถใช้พื้นผิวจราจรร่วมกับยวดยานอื่นๆ โดยที่เมืองไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนเวนคืนที่ดินในการสร้างสถานีและสาธารณูปโภคสนับสนุน เช่นเดียวกับรถไฟฟ้ายกระดับและรถไฟฟ้าใต้ดิน
4.3 ใช้โอกาสในการออกแบบก่อสร้างระบบรางเพื่อปรับปรุงกายภาพถนนให้เป็นแบบสมบูรณ์ ซึ่งเมืองจะได้รับทั้งทางเดิน ทางจักรยาน และทางรถขนส่งมวลชน พร้อมสถานีรถไฟฟ้าตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้เมืองยังจะได้รับพื้นที่ภูมิทัศน์ที่มีความงดงามอยู่ในบริเวณใจกลางเมืองและย่านการค้าสำคัญที่รถไฟฟ้าวิ่งผ่านอีกด้วย
4.4 ลดค่าใช้การเดินทางให้กับประชาชนเมื่อเทียบกับการสัญจรด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล
4.5 สร้างระบบการสัญจรและโครงข่ายที่สามารถคาดการณ์ปริมาณการเดินทางทิศทาง และค่าใช้จ่ายของประชาชนและของเมืองได้
4.6 ใช้ผลการศึกษาออกแบบเพื่อการวางแผนส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดความหนาแน่นรอบสถานีขนส่งเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชน เช่น การกำหนดแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยรอบสถานีขนส่งและตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนเป็นต้น
สำหรับความห่วงใยในประเด็นปลีกย่อย เช่น ประเด็นปัญหาน้ำท่วมขังและความเหมาะสมด้านกายภาพนั้น สามารถสรุปได้ดังนี้
1. การขนส่งมวลชนทางรางทุกชนิด (ยกเว้นระบบรถไฟของบางประเทศ) มีระบบควบคุมการเดินรถซึ่งมีศักยภาพในการประเมินความเสี่ยงการเดินรถในแต่ละสภาพการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะอุทกภัย (ไม่รวมกรณีภัยพิบัติบางชนิดเช่น ซึนามิและแผนดินไหว)
2. ระบบควบคุมไฟฟ้าของ Streetcar ได้รับการออกแบบป้องกันที่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับรถไฟฟ้าประเภทอื่น ส่วนระบบส่งกำลังไฟฟ้านั้น โดยทั่วไปวางพาดตามแนวรางสูงจากผิวถนนมากกว่า 20 ฟุต (ยกเว้นระบบรางบางรุ่นของจีนซึ่งฝังท่อร้อยสายส่งกำลังตามแนวราง)