ชมวิวทิวทัศน์ เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

”หง่อคาขี่” การออกแบบด้านหน้าอาคารหรืออาเขต: Front Facade ดั้งเดิมที่ขาดการต่อยอด (มีคลิป)

”หง่อคาขี่” การออกแบบด้านหน้าอาคารหรืออาเขต:  Front Facade ดั้งเดิมที่ขาดการต่อยอด คนออกแบบเมืองและผู้บริหารเมืองควรให้ความสำคัญ

”หง่อคาขี่” อาเขตหรืออาคารที่คานยื่นออกมามีเสาหน้ารับ กับมาตรฐาน Form Based Codes (มีคลิป)

1 ใน 9 แบบส่วนหน้าอาคารที่ Form-Based Codes จัดทำเป็นมาตรฐานไว้
บทความโดย อ.ฐาปนา บุณยประวิตร อดีตนายกสมาคมการผังเมืองไทย




”หง่อคาขี่” การออกแบบด้านหน้าอาคารหรืออาเขต:  Front Facade ดั้งเดิมที่ขาดการต่อยอด คนออกแบบเมืองและผู้บริหารเมืองควรให้ความสำคัญ


ขอบคุณ ภาพและคลิป สวท.พังงา กรมประชาสัมพันธ์

รูปแบบด้านหน้าอาคารแบบ”หง่อคาขี่ หรือ” เป็น 1 ใน 9 แบบส่วนหน้าอาคารที่ Form-Based Codes จัดทำเป็นมาตรฐานไว้ ท่านที่สนใจไปเปิดดูในเอกสาร Smart code หรือ FBCs เอาเอง
สำหรับด้านหน้าแบบอาเขตมีหน้าที่ชัดมากเพื่อเป็นบริเวณที่ลดอิทธิพลแดดฝนให้กับคนเดินและกิจกรรมหน้าอาคาร อาคารลักษณะนี้มีเยอะมากในสิงคโปร์ ปีนัง ของภูเก็ตในช่วงก่อนก็มีอยู่ แต่เมื่อไร้ข้อบัญญัติควบคุม อาคารและสภาพด้านหน้าจึงถูกเปลี่ยนแปลง น่ายินดีที่เมืองเก่าตะกั่วป่ายังคงรักษาไว้ได้มาก แต่สภาพของอาคารก็ดังที่เห็น
กลับมาที่สิงคโปร์ กลุ่มอาคารที่เรียกว่า shophouse รัฐบาลได้ออกเกณฑ์การอนุรักษ์ไว้ (ให้ไปดูข้อกำหนดใน plot ratio) มีการอนุญาตให้ปรับเพิ่มชายคาหรือ canopy แต่ควบคุมระดับความสูงจากพื้น รูปแบบและ theme สี ที่น่าสนใจคือ ถนนบางสายได้นำเอารูปแบบของอาเขตไปกำหนดไว้ เท่าที่อ่านในเจตนารมณ์ของเขาก็เพื่อต้องการให้ด้านหน้าอาคารช่วยป้องกันแดดฝนให้คนเดิน ให้คนเดินได้ต่อเนื่อง ส่งเสริมการค้าหรือกิจกรรมหน้าอาคาร มีการกำหนดระยะวางกัตเตอร์พร้อมระยะเว้นที่ปลอดภัยจากยวดยานไว้ด้วย อาคารประเภทนี้ชัดเจนมากเรื่อง build-to line
อันนี้ต่างจากบ้านเรา อาคารแบบอาเขตไม่มีข้อกำหนดควบคุม ใครจะนำเอากำแพงกั้นระหว่างอาคารสามารถทำได้ ใครจะยกระดับทางเดินหน้าอาคารให้สูงต่ำกว่าเพื่อนก็ทำได้เช่นกัน คนที่ควรจะเดินใต้อาเขตก็ต้องมาเดินบนผิวถนน ระยะยื่นของชายคามีข้อกำหนดหลวมๆ ซึ่งไม่สามารถระบุรูปแบบที่ชัดเจนได้ หน้าต่างหรือช่องเปิดด้านหน้าใครจะปรับเปลี่ยนป็นอย่างไรก็ได้
เคยนำเรื่องนี้หารือกับนายกเทศมนตรีหลายๆ เมือง ท่านฟังแล้วก็เงียบคงไม่เข้าใจ ด้วยวันๆ สนใจแต่เรื่องน้ำไฟสว่างและขยายถนน มีเฉพาะอดีตนายกเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ เมืองป่าตองที่เดียวที่สนใจ เกือบจะได้ลงมือแล้วแต่หมดสมัยของท่านเสียก่อน รอไปก่อนครับ ด้านหน้าอาคารแบบอาเขต ของดีที่บรรพบุรุษทำไว้ คนรุ่นหลังไม่รู้เรื่อง ยิ่งบ้านเราไม่มีข้อกำหนดรูปแบบสถาปัตยกรรมด้านหน้าอาคารเสียด้วย เรื่องนี้เลยไม่มีใครสนใจ ขอบคุณข้อมูลและคลิปเสียงจาก สวท.พังงา กรมประชาสัมพันธ์

 
🏮“หง่อคาขี่” (五腳基) 🏮
ทางเดินเท้าห้าฟุตในสถาปัตยกรรมชิโน–โปรตุกีสของ เมืองเก่าตะกั่วป่า คือ Soft Power ทางวัฒนธรรม ที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาเมืองเก่า และกำลังถูกต่อยอดสู่ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) ดึงดูดผู้คนให้มาสัมผัสเสน่ห์สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมท้องถิ่น. ✨
#Soft Power
#กรมประชาสัมพันธ์

บทความโดย ฐาปนา บุณยประวิตร อดีตนายกสมาคมการผังเมืองไทย กรรมการ และเลขานุการกฎบัตรไทย




 
 




 

Create Date : 15 มีนาคม 2569    
Last Update : 15 มีนาคม 2569 17:57:07 น.
Counter : 120 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

เชิญหน่วยงาน องค์กร กิจการในนิเวศ ขับเคลื่อนเชิงนโยบายขยะอาหารและเศรษฐกิจหมุนเวียน



 

เชิญหน่วยงาน องค์กร กิจการในนิเวศ ขับเคลื่อนเชิงนโยบายขยะอาหารและเศรษฐกิจหมุนเวียน และร่วมแผนปฏิบัติการกับองค์กรปกครองท้องถิ่นและผู้ประกอบการในซับพลายเชนขยะอาหาร วันนี้เขตนวัตกรรมมูลค่าสูง กฎบัตรไทย องค์กรภาคีเครือข่ายทั่วประเทศพร้อมแล้ว:
รายละเอียด ชมคลิป 2 คลิป ด้านล่างครับ
 
🚨 พื้นที่ทำเลทองกำลังจะหมดไป! 🚨
ใครทำธุรกิจสายสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะ หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ห้ามพลาดงานนี้เด็ดขาด!
ISAN Food Waste and Circular Economy Expo 2026 มหกรรมครั้งสำคัญที่จะพาธุรกิจของคุณไปเจอกับพาร์ทเนอร์และลูกค้ากลุ่มใหญ่ ทั้งหน่วยงานท้องถิ่น โรงแรม และโรงงานอุตสาหกรรม 🤝
🔥 จองบูธวันนี้ รับสิทธิประโยชน์พิเศษเพียบ ทั้งสิทธิ์ขึ้นเวทีหลัก, พื้นที่จัดกิจกรรม และสื่อ PR เฉพาะแบรนด์ (สิทธิ์มีจำกัดตามแพ็กเกจ!)
⏳ อย่ารอช้า จองก่อน เลือกพื้นที่ที่ดีที่สุดก่อน!
👉 สแกน QR Code เพื่อดูแปลนและจองพื้นที่
📞 โทร: 082 395 2318, 081 690 3843
🗓 เจอกัน 18-19 มิ.ย. 2569 ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ ม.ขอนแก่น

ชมคลิป 1 
https://shorturl.asia/krKYI
 


ชมคลิป 2
https://shorturl.asia/HETzB



 
 




 

Create Date : 13 มีนาคม 2569    
Last Update : 14 มีนาคม 2569 7:03:03 น.
Counter : 159 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

แนวทางและความเป็นไปได้ ของประเทศไทย กับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะดีๆ LRT (TRAM ,Streetcar)

บทความของ อ.ฐาปนา บุณยประวิตร เมื่อเกือบ 14 ปีที่แล้ว (ในท้ายบทความจะมีคลิปเมื่อเกือบ 14 ปีเช่นกัน เกี่ยวรถไฟฟ้ารางเบา TRAM (LRT) ในหลายสิบเมือง ปัจจุบัน ทั้งโลก น่าจะมีประมาณ เกือบ 500 เส้นทางแล้ว (สมัยเมื่อนำเสนอใหม่ เมื่อ 10 กว่าปีก่อนมีประมาณ เกือบ 400 เส้นทาง) 
บทความดั้งเดิมตามลิ้งก์
 https://shorturl.asia/B9TuS
 






สถานการณ์ปัจจุบัน น่าเป็นห่วงเรื่องพลังงานน้ำมัน ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนในทุกสินค้า ทั้งการขนส่ง และการเดินทาง 



 
ADMIN ขอนำเสนออีกครั้ง เนื่องจากภาวะน้ำมันแพงมาก จากภาวะสงคราม
และนวัตกรรม TRAM (LRT หรือ Streetcar) น่าจะมีการพัฒนาไปไกลกว่าเมื่อ 14 ปีที่แล้ว ที่บทความนี้ได้ถูกเขียนขึ้น หวังว่าบทความนี้จะได้ให้ความรู้ และต่อยอดกับท่านที่สนใจเรื่องการพัฒนาเมือง โดยเฉพาะเรื่องขนส่งมวลชนทางรางในเมือง ที่สามารถพัฒนาการบรรทุกผู้โดยสารจากจำนวนน้อย สู่จำนวนหลักหลายร้อยคนในการสัญจรเดินรถครั้งเดียว และหวังว่าจะไม่สับสนที่ ADMIN ทำไมเรียก TRAM ทำไมเรียก LRT หรือ Streetcar ความจริงมันใกล้เคียงกัน เป็นรถไฟฟ้ารางเบา ใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
 
.
บทความ : แนวทางและความเป็นไปได้ ของประเทศไทย กับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะดีๆ LRT (TRAM ,Streetcar)
โดย ฐาปนา บุณยประวิตร อดีตนายกสมาคมการผังเมืองไทย
 
เนื่องจาก Smart Growth Thailand (SGT) ปัจจุบันย้ายไปที่เพจ Smart Growth Asia (SGA) ได้นำเสนอข้อเขียนความเหมาะสมในการนำรถไฟฟ้า TRAM (LRT ,Streetcar)  สำหรับประเทศไทยออกเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังจากการเผยแพร่เพื่อนๆสมาชิกได้มีคำถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการรายละเอียดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนวทางและความเป็นไปได้ในการนำรถไฟฟ้ารางเบา TRAM (LRT , Streetcar ) มาใช้ในประเทศไทย ดังนั้น ในวันนี้ SGA  จึงขอตอบบางสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้



 
 
1. ความรับผิดชอบด้านวิชาชีพในการศึกษาความเป็นไปได้  ในการนำ LRT ไปใช้นั้น การศึกษาทั้งหมดควรเป็นความร่วมมือกันระหว่างนักผังเมือง สถาปนิกชุมชนเมืองวิศวกรโยธา วิศวกรคมนาคมขนส่งและจราจร นักเศรษฐศาสตร์ ฯลฯ  โดยมีนักผังเมืองคมนาคมขนส่ง (Transportation  Planner) เป็นผู้ประสานโครงการ (Transportation Planner  เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองสาขาคมนาคมขนส่ง  ซึ่งจำแนกโดย AICP สหรัฐอเมริกา ประเทศที่จดทะเบียนนักผังเมืองในสาขานี้เป็นวิชาชีพเฉพาะได้แก่ สหรัฐฯอังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฯลฯ  ซึ่งกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้แบ่งวิชาชีพการผังเมืองออกเป็น2 สาขารับอนุญาตได้แก่ Environmental Planner และ Transportation Planner) เหตุที่ต้องใช้นักผังเมืองคมนาคมขนส่งเป็นผู้ประสานงานนั้น  เนื่องจากจะสามารถนำองค์ความรู้ด้านการผังเมืองผสมผสานเข้ากับแนวทางการศึกษาด้านวิศวกรรมขนส่งและจราจรนอกจากนี้ ยังสามารถกำหนดกรอบการวางผังและพัฒนาพื้นที่โครงการทั้งพื้นที่รอบสถานีขนส่งและพื้นที่ตามแนวรางรถไฟฟ้า  ซึ่งจะให้การศึกษาความเป็นไปได้หรือการศึกษาออกแบบมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
 
 
2. การศึกษาความเป็นไปได้ เนื่องจากถนนในประเทศไม่ได้ออกแบบตามแนวทางของถนนแบบสมบูรณ์(Complete Street)  ดังนั้น  จึงไม่อาจนำรถไฟฟ้ารางเบา LRT  ลงใช้ได้ทันที  อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานใดมีความต้องการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้า LRT  ควรดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
 
2.1 การศึกษาความเป็นไปได้ทางกายภาพ โดยการสำรวจศึกษาข้อมูลด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่อย่างครบถ้วนและให้ความสำคัญเป็นกรณีพิเศษกับการศึกษา การใช้ประโยชน์ที่ดินและอาคาร โครงสร้างการสัญจร ระบบการระบายน้ำและระบบสาธารณูปโภค ฯลฯ
 
2.2 การศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ ได้แก่ การศึกษาและออกแบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจรอบสถานีขนส่งและตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมจากการลงทุนของโครงการ
 
2.3 การให้ข้อมูลรายละเอียดโครงการและการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของพื้นที่ ทั้งนี้ จะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติและความเข้าใจของประชาชนที่มีต่อโครงการว่า การลงทุนโครงการ LRT นั้นมีเป้าหมายในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจภายในพื้นที่รอบสถานีขนส่งและตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งมีค่าเทียบเท่ากันกับการขนมวลคน การบรรเทาปัญหาการคับคั่งการจราจร โดยรถไฟฟ้าที่ไม่ใช้ความเร็ว
 
 
3. ความเหมาะสมของประเภทรถไฟฟ้า  รถไฟฟ้าแต่ละประเภทไม่ว่าจะเป็นCommuter Rail, Rapid Rail, LRT Monorail หรือ TRAM (Streetca) มีความเหมาะสมกับพื้นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะความต้องการและความเหมาะสมด้านกายภาพ  ซึ่ง  Streetcar นั้นเป็นรถรางไฟฟ้าที่เล็กที่สุดในบรรดารถไฟฟ้าด้วยกัน ใช้เชื่อมต่อระหว่างย่านในเส้นทางที่มีระยะไม่มาก  ขนคนได้ไม่เกิน 80 คนทั้งนั่งและยืน  เดินรถในระดับความลาดชันสูงสุดไม่เกินร้อยละ35  ดังนั้น  จึงไม่เหมาะกับการใช้สัญจรระหว่างเมืองและระหว่างภาค  และไม่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกสถานที่
 
 
4. ความเหมาะสมของ Streetcar  กับการพัฒนาเมือง  ระบบขนส่งมวลชนทางรางมีอิทธิพลโดยตรงต่อการสร้างรูปทรงของเมือง  และต่อการกำหนดโครงสร้างพื้นฐานของเมืองและภาค  ในขณะที่มีค่าการลงทุนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับรถไฟฟ้าประเภทอื่นๆ  ดังนั้น นักผังเมืองส่วนใหญ่จึงให้ความสำคัญกับรถไฟฟ้า  Streetcar  เนื่องจากสามารถตอบสนองต่อเป้าหมายในการพัฒนารูปทรงของเมืองและเศรษฐกิจเมืองได้ด้วยปัจจัยที่โดดเด่นดังนี้
 
4.1 ศักยภาพในการลดความจำเป็นการครอบครองและใช้รถยนต์ส่วนบุคคลของประชาชน
 
4.2 สามารถใช้พื้นผิวจราจรร่วมกับยวดยานอื่นๆ โดยที่เมืองไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนเวนคืนที่ดินในการสร้างสถานีและสาธารณูปโภคสนับสนุน เช่นเดียวกับรถไฟฟ้ายกระดับและรถไฟฟ้าใต้ดิน
 
4.3 ใช้โอกาสในการออกแบบก่อสร้างระบบรางเพื่อปรับปรุงกายภาพถนนให้เป็นแบบสมบูรณ์ ซึ่งเมืองจะได้รับทั้งทางเดิน ทางจักรยาน และทางรถขนส่งมวลชน พร้อมสถานีรถไฟฟ้าตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้เมืองยังจะได้รับพื้นที่ภูมิทัศน์ที่มีความงดงามอยู่ในบริเวณใจกลางเมืองและย่านการค้าสำคัญที่รถไฟฟ้าวิ่งผ่านอีกด้วย
 
4.4 ลดค่าใช้การเดินทางให้กับประชาชนเมื่อเทียบกับการสัญจรด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล
 
4.5 สร้างระบบการสัญจรและโครงข่ายที่สามารถคาดการณ์ปริมาณการเดินทางทิศทาง และค่าใช้จ่ายของประชาชนและของเมืองได้ 

4.6 ใช้ผลการศึกษาออกแบบเพื่อการวางแผนส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดความหนาแน่นรอบสถานีขนส่งเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชน เช่น การกำหนดแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยรอบสถานีขนส่งและตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนเป็นต้น 
 
 
สำหรับความห่วงใยในประเด็นปลีกย่อย เช่น ประเด็นปัญหาน้ำท่วมขังและความเหมาะสมด้านกายภาพนั้น สามารถสรุปได้ดังนี้
 
1. การขนส่งมวลชนทางรางทุกชนิด (ยกเว้นระบบรถไฟของบางประเทศ) มีระบบควบคุมการเดินรถซึ่งมีศักยภาพในการประเมินความเสี่ยงการเดินรถในแต่ละสภาพการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะอุทกภัย (ไม่รวมกรณีภัยพิบัติบางชนิดเช่น ซึนามิและแผนดินไหว)
 
2. ระบบควบคุมไฟฟ้าของ Streetcar ได้รับการออกแบบป้องกันที่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับรถไฟฟ้าประเภทอื่น ส่วนระบบส่งกำลังไฟฟ้านั้น โดยทั่วไปวางพาดตามแนวรางสูงจากผิวถนนมากกว่า 20 ฟุต (ยกเว้นระบบรางบางรุ่นของจีนซึ่งฝังท่อร้อยสายส่งกำลังตามแนวราง)
 
3. ในภาวะน้ำท่วมขังช่วงฤดูฝน สามารถเดินรถ Streetcar ได้ตามปกติเช่นเดียวกับยวดยานทั่วไป

บทความโดย ฐาปนา บุณยประวิตร อดีตนายกสมาคมการผังเมืองไทย กรรมการ และเลขานุการกฎบัตรไทย
อีเมล์ thapana.asia@gmail.com   , thapana.charter@gmail.com
Smart Growth Asiaสมาคมการผังเมืองไทย


 
 
ชมวีดีโอครับ Streetcarเป็นระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่ได้รับความนิยมมาก ในประเทศต่างๆ https://www.youtube.com/watch?v=vE11M_uUxYg
 

ตามลิ้งก์ https://shorturl.asia/B9TuS




 

Create Date : 10 มีนาคม 2569    
Last Update : 10 มีนาคม 2569 9:41:01 น.
Counter : 319 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

กลไกการฟื้นฟูเมืองด้วยกลไกการพัฒนาศูนย์กลางการเดินทาง กรณีศึกษา ศูนย์กลางการขนส่ง ทศน.สุราษฎร์ธานี

กลไกการฟื้นฟูเมืองด้วยกลไกการพัฒนาศูนย์กลางการเดินทาง ตอนที่ 1
Multimodal Transportation Hub for Urban Revitalization 1
กรณีศึกษา ศูนย์กลางการขนส่งเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี



 





นายประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรี เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี
 

เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี โดยนายประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรี ได้เริ่มขับเคลื่อนนโยบายการปรับปรุงฟื้นฟูย่านพาณิชยกรรมดั้งเดิมของเทศบาล โดยระยะแรก ในปี พ.ศ.2568 เทศบาลฯ ร่วมกับบริษัท พันทิพย์ (1970) จำกัด เปิดศูนย์รับและส่งผู้โดยสารเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ตลาดเกษตร 2 ซึ่งเดิมพื้นที่นี้เคยเป็นที่ตั้งของสถานีขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ได้ย้ายออกไปตั้งบริเวณนอกตัวเมือง สถานีแห่งนี้ถูกทิ้งร้าง กระทั่ง นายประเสริฐ บุญประสพ เข้ารับตำแหน่งผู้บริหาร เทศบาลฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการปรับปรุงฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ย่านพาณิชยกรรมเก่า จึงได้ร่วมกับผู้บริหารบริษัท พันทิพย์ (1970) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขนส่งมวลชนรายใหญ่ของภาคใต้ตอนบน จัดตั้งศูนย์รับและส่งผู้โดยสาร ณ พื้นที่สถานีขนส่งตลาดเกษตร 2 โดยบริษัทฯ ได้เทศบาลฯ และบริษัทฯ ได้ลงทุนปรับปรุงฟื้นฟูอาคารและระบบกายภาพใหม่ทั้งหมด และได้ย้ายจุดจอดของรถขนส่งสายต่างๆ ที่บริษัทพันทิพย์รับอนุญาตให้เข้ามารับส่งบริเวณสถานี พร้อมขอความร่วมมือบริษัทขนส่งเอกชน สหกรณ์เดินรถ และผู้ประกอบการขนส่งรายย่อย ให้ย้ายจุดรับส่งมายังศูนย์การขนส่งแห่งนี้ ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการขนส่งได้ย้ายจุดจอดเข้ามาแล้วประมาณ 10 ราย เมื่อรวมกับรถทุกเส้นทางของบริษัท พันทิพย์ ปัจจุบัน สถานีขนส่งแห่งนี้จึงนับเป็นศูนย์รวมรถที่สามารถเชื่อมต่อกับสนามบิน ท่าเรือ ชุมชนพาณิชยกรรม ชุมชนชานเมือง พื้นที่ต่างอำเภอและจังหวัดในภาคใต้ตอนบนที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดสุราษฎร์ธานีและของภาคใต้ตอนบนฝั่งอ่าวไทย โดยมีรถมากกว่า 20 เส้นทาง สามารถให้บริกากรได้ไม่น้อยกว่าวันละ 460 เที่ยว
 


 
 
ผลการสำรวจของกฎบัตรไทยในเดือนมีนาคม 2569 พบว่า จากการเปิดบริการศูนย์รับและส่งผู้โดยสาร ณ สถานีเดิม ได้ส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูอาคารพาณิชยกรรมเก่าบริเวณโดยรอบสถานีอย่างขนานใหญ่ หรือมีการปรับปรุงอาคารเพื่อประกอบพาณิชยกรรมประมาณเดือนละ 2 คูหา ไม่รวมร้านค้าและอาคารอยู่อาศัยดั้งเดิมที่เริ่มมีการปรับปรุงตกแต่งหน้าร้าน และยังเกิดกิจกรรมเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง คิดมูลค่าได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ 15 ล้านบาท โดยมีผู้โดยสารเข้าใช้บริการในวันปกติเฉลี่ย 4,260 คน/วัน วันหยุดยาวและเทศกาล เฉลี่ย 6,540 คน/วัน
 
จากผลเชิงบวกในการปรับปรุงฟื้นฟูเมืองและเศรษฐกิจของการพัฒนาศูนย์รับและส่งผู้โดยสาร นับจากกลางปี พ.ศ.2568 เป็นต้นมา เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จึงมีแนวคิดในการเพิ่มศักยภาพของพื้นที่เพื่อสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ยั่งยืน โดยในปี พ.ศ.2570 เทศบาลฯ จะปรับพื้นที่แห่งนี้เป็น ศูนย์กลางการขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการขนส่งทั้งหมดย้ายจุดจอดมายังศูนย์กลางการขนส่ง พร้อมการขอความร่วมมือผู้ประกอบการค้าปลีกให้ขยายสาขาและเพิ่มหน่วยบริการเดินทาง ที่พัก และบริการการท่องเที่ยว ณ บริเวณของศูนย์ฯ ในส่วนการพัฒนากายภาพถนน สาธารณูปโภค และรูปแบบดานหน้าอาคาร เทศบาลฯ อยู่ระหว่างเตรียมการศึกษาแนวทางที่เหมาะสมและวางแผนงบประมาณในการออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ซึ่งภาพของแผนงานและแผนปฏิบัติการฟื้นฟูจะมีความเด่นชัดมากขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้

 
ภาพการประชุมหารือที่ปรึกษาและผู้บริหารของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี
วันที่ 7 มีนาคม 2569





ขอขอบคุณ
นายประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี
กรมการขนส่งทางบก  จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายเอกสิทธิ์ กนกวิจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พันทิพย์ (1970) จำกัด
อ.ฐาปนา บุณยประวิตร อดีตนายกสมาคมการผังเมืองไทย กรรมการ และเลขานุการกฎบัตรไทย

 



บทความโดย ฐาปนา บุณยประวิตร อดีตนายกสมาคมการผังเมืองไทย กรรมการ และเลขานุการกฎบัตรไทย
อีเมล์ thapana.asia@gmail.com   , thapana.charter@gmail.com
Smart Growth Asiaสมาคมการผังเมืองไทย
 




 

Create Date : 07 มีนาคม 2569    
Last Update : 8 มีนาคม 2569 7:45:09 น.
Counter : 454 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

อุดรธานี:ศูนย์กลางการขนส่งและค้าปลีกของ GMS (Udon Multimodal Transportation Hub & Regional Shopping

อุดรธานี: ศูนย์กลางการขนส่งและค้าปลีกของ GMS
Udon Multimodal Transportation Hub & Regional Shopping Zone




เครดิตภาพ Arnhem Central ในเนเธอร์แลนด์ เชื่อมโยงรถไฟ รถบัส รถราง จักรยาน และที่จอดรถ เป็น Multimodal Transit Hub ชั้นนำของโลก

 



 
นายกิตติกร ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุดรธานี
 
 
เทศบาลนครอุดรธานี ประกาศความพร้อมในการยกระดับเป็นพื้นที่ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและการค้าปลีกของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) ด้วยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างไทย-สสป.ลาว-จีน-เวียดนาม และพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟอุดรธานี พร้อมทั้งพื้นที่เทศบาลนครอุดรธานี รองรับการค้าปลีกและพื้นที่สวรรค์ของนักช๊อป โดยอาศัยกลไกการออกแบบกายภาพพื้นที่ส่งเสริมการเดิน (walkable) การปั่น (bikable) และขนส่งมวลชน (Transit Linkage) ตามเกณฑ์มาตรฐาน

 




การเดินทาง และขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ




เครดิตภาพ Arnhem Central ในเนเธอร์แลนด์ เชื่อมโยงรถไฟ รถบัส รถราง จักรยาน และที่จอดรถ เป็น Multimodal Transit Hub ชั้นนำของโลก


นายกิตติกร ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุดรธานี กล่าวในการประชุมร่วมระหว่างผู้บริหารเทศบาลนครอุดรธานีกับผู้บริหารกฎบัตรไทย ว่า เพื่อรองรับการค้า การลงทุน และการเพิ่มความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และการปรับเปลี่ยนรูปแบบเมืองให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมทั้งกิจกรรมเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนแปลง ตนในฐานะผู้รับผิดชอบการบริหารเทศบาลนครอุดรธานี จึงได้จัดทำยุทธศาสตร์ปรับปรุงฟื้นฟูเมืองอุดรธานีให้เป็นเมืองที่ล้ำสมัย โดยอาศัยองค์ความรู้และประสบการณ์จากที่ปรึกษาและคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและเศรษฐกิจที่เข้าหนุนเสริมสร้างแผนการออกแบบเมืองและเศรษฐกิจ ปรับเทศบาลนครอุดรธานีเป็นเมืองเศรษฐกิจมูลค่าสูง หรือ Udon Thani High-Value City ตอบสนองต่อทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ตอบโจทย์การลงทุนและการค้าระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด ระดับภาคและระดับอนุภูมิภาค รองรับการลงทุนและการเปิดบริการรถไฟความเร็วสูงของการรถไฟแห่งประเทศไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า
 
 


เครดิตภาพ แนวหน้า

หมายเหตุ : รถไฟความเร็วสูงเฟส 2 ช่วงโคราช–หนองคาย (ระยะทาง 357 กม.) เป็นโครงการยุทธศาสตร์เชื่อมต่อไทย-ลาว-จีน ครม. ไฟเขียวแล้วเมื่อ ก.พ. 2568 ด้วยวงเงินลงทุนกว่า 3.4 แสนล้านบาท เตรียมเปิดประมูลภายใน ธ.ค. 2568 คาดเริ่มก่อสร้างปี 2569 แล้วเสร็จเปิดใช้งานในปี 2574-2575 เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางและโลจิสติกส์




ย่านการค้ายูดีทาวน์ และเซ็นทรัลอุดรธานี


 

เครดิตภาพ ASEAN URBANIST
 

ถนนทองใหญ่และถนนประจักษ์ศิลปาคมที่เป็นเแกนกลางการเชื่อมต่อพื้นที่สายเศรษฐกิจ ใช้เป็นถนนสายหลัก (Main streets) รองรับการพัฒนา TOD รอบสถานีรถไฟและพื้นที่พาณิชยกรรมของนครอุดรธานี
 
โดยยุทธศาสตร์การพัฒนาของเทศบาลจะมุ่งไปยังการออกแบบปรับปรุงและเสริมศักยภาพให้กับตำแหน่งที่ตั้งและการเชื่อมต่อของสถานีรถไฟ สถานีขนส่ง ย่านการค้ายูดีทาวน์ เซ็นทรัลอุดรธานี ตลาดรถไฟ และพื้นที่โดยรอบ ใช้ถนนทองใหญ่และถนนประจักษ์ศิลปาคมที่เป็นเแกนกลางการเชื่อมต่อพื้นที่สายเศรษฐกิจ ใช้เป็นถนนสายหลัก (Main streets) รองรับการพัฒนา TOD รอบสถานีรถไฟและพื้นที่พาณิชยกรรมของนครอุดรธานี สนับสนุนให้ระบบขนส่งสายหลัก สายรอง และสายเสริมได้เชื่อมต่อกับสถานีที่เป็นหน่วยบริการกลางของเทศบาล

 
 



โดยเทศบาลจะอาศัยยุทธศาสตร์นี้ ปรับปรุงกายภาพถนน ทางเท้า พื้นที่สองข้างทางในถนนสายหลักให้เป็นถนนสายเศรษฐกิจ ส่งเสริมการเดิน การปั่น การนันทนาการของประชาชนและผู้เยี่ยมเยือน พัฒนาเป็นพื้นที่ทางลาดทั่วบริเวณ สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่สองข้างทาง พยายามให้มีการใช้พื้นที่บริเวณประชิดสถานีรถไฟ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ 24 ชั่วโมง ตอบสนองการเดินทางและการประกอบธุรกรรมของนักธุรกิจ
 



ภารกิจแรก นอกจากการวางแผนพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีแล้ว เทศบาลจะเริ่มออกแบบปรับปรุงกายภาพถนนสายหลัก สถานีขนส่งเทศบาลนครอุดรธานี กายภาพและสาธารณูปโภคของถนนทองใหญ่และประจักษ์ศิลปาคม พร้อมสามแยกและสี่แยก เน้นปรับปรุงพื้นที่สาธารณะในย่านธุรกิจ พลาซ่าด้านหน้าอาคารขนาดใหญ่และอาคารเพื่อการประชุมและท่องเที่ยว ปรับปรุงแนวต้นไม้ใหญ่สองข้างทางเพื่อสร้างพื้นที่เขียวและเพิ่มความร่มรื่น ส่งเสริมการเดินและประกอบกิจกรรมหน้าร้าน ให้ประชาชนสามารถใช้พื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับกิจการ สร้างเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่นและประชาชนในเทศบาลนคร
 
ภารกิจต่อมา เทศบาลจะให้ความสำคัญต่อการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั่วทั้งนิเวศเศรษฐกิจ รวมการสร้างสรรค์กิจกรรมเศรษฐกิจและสังคมสรูปแบบใหม่ การส่งเสริมพื้นที่และอาคารเทคโนโลยีดิจิทัลและแหล่งเรียนรู้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มโอกาสให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่หรือ startup ได้สร้างสรรค์ผลงาน
 
แผนงานการพัฒนาโดยละเอียด เทศบาลจะเปิดการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในโอกาสต่อไป

.
บทความโดย ฐาปนา บุณยประวิตร อดีตนายกสมาคมการผังเมืองไทย กรรมการ และเลขานุการกฎบัตรไทย
อีเมล์ thapana.asia@gmail.com   , thapana.charter@gmail.com
Smart Growth Asia, สมาคมการผังเมืองไทย



 
สมาคมการผังเมืองไทย ,กฎบัตรแห่งชาติ, Asia Space Planning
 




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2569    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2569 18:20:00 น.
Counter : 994 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  

เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




ภาพอดีต ภาพปัจจุบัน และอนาคต และความเป็นไปของเกาะรัตนโกสินทร์
เล่าเรื่องทริป ที่สุดแสนจะธรรมด๊า ธรรมดา แต่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่ในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว มัน อเมซิ่ง มากมาย
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.