ชมวิวทิวทัศน์ เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ขอนแก่นชูเมกะโปรเจ็กต์ เชื่อมระบบขนส่ง ต้นแบบพัฒนาเมืองใหญ่






ขอนแก่นชูเมกะโปรเจ็กต์ เชื่อมระบบขนส่งต้นแบบพัฒนาเมืองใหญ่

ขอนแก่นเป็นจังหวัดต้นแบบของการพัฒนาเมืองใหญ่ด้วยระบบขนส่งมวลชนในรูปแบบของรถไฟฟ้ารางเบาโดยภาคเอกชนในจังหวัดรวมตัวก่อตั้งเป็นบริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมืองจำกัด หรือเคเคทีที ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท โครงการนี้มีความคืบหน้าแค่ไหนนายเข็มชาติ สมใจวงษ์ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่นจะมาให้คำตอบ



7 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น + องค์กรภาคเอกชนอีก 50 แห่ง จับมือกันพัฒนาเมืองโดยเน้นหนักไปที่โครงสร้างพื้นฐาน

ที่มาภาพ : คลิปข่าว youtube จากสปริงนิวส์



-เป้าหมายพัฒนาเมือง

ขอนแก่นกำลังสร้างพื้นฐานการพัฒนาจังหวัดในทุกๆด้านด้วยระบบการคมนาคมขนส่ง และการสร้างเมืองเป็นศูนย์กลางการประชุมแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ด้วยศักยภาพจากทำเลที่ตั้ง เป็นทางเชื่อมของโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ตั้งเป้าให้เป็นเมืองศูนย์กลางของบริการทางการแพทย์รักษาพยาบาล ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบการขนส่งสาธารณะให้เหมาะสมโดยเริ่มต้นที่รถบัสโดยสารปรับอากาศ ขอนแก่นซิตี้บัสที่เชื่อมท่าอากาศยานของแก่นกับสถานีขนส่งผู้โดยสาร 3 ผ่านสถานที่สำคัญในตัวเมืองมีบริการไวไฟในรถบัส สามารถชำระค่าโดยสารด้วยสมาร์ทการ์ดอันดับต่อมาคือการพัฒนาแท็กซี่โดยสารในตัวเมือง ให้สะอาด ปลอดภัย พร้อมเพิ่มทักษะด้านภาษาให้ผู้ขับขี่ สร้างความประทับใจให้กับผู้โดยสาร ซึ่งทำมาได้ 3-4 ปีแล้ว อันดับต่อมาคือระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้ารางเบาหรือ แอลอาร์ที



ที่มาภาพ : คลิปข่าว youtube



 ตั้งเป้าให้เป็นเมืองศูนย์กลางของบริการทางการแพทย์ รักษาพยาบาล

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น



-คืบหน้ารถไฟฟ้ารางเบา

เป้าหมายของขอนแก่นพัฒนาเมืองในการสร้างรถไฟฟ้ารางเบาแนวเหนือใต้สำราญท่าพระ มีระยะทางรวม 26 กิโลเมตร จำนวน 21 สถานีใช้รถไฟฟ้าที่ผลิตและผลิตในประเทศ 15 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้ สามารถจุผู้โดยสารได้ 180 คน ความคืบหน้าล่าสุด 5 เทศบาลในจังหวัดขอนแก่นประกอบด้วยเทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลเมืองศิลา เทศบาลตำบลเมืองเก่า เทศบาลตำบลสำราญและเทศบาลตำบลท่าพระ ซึ่งเป็นเส้นทางที่รถไฟฟ้ารางเบาวิ่งผ่านได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเท็มส์ หรือ เคเคทีเอส ( KKTS ) ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทให้เป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการเดินรถ จัดทำ TOR เพื่อจัดหาผู้ดำเนินการก่อสร้างและจัดเก็บรายได้ของระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งขณะนี้ ขอนแก่น ทรานซิท ซิสเท็มส์กำลังดำเนินการประสานโครงการต่อ ทั้งในส่วนของผลการศึกษาจากงบของ สนข.ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคมนี้รวมถึงการประสานกับกรมทางหลวง และกรมธนารักษ์ เพื่อขอใช้พื้นที่เกาะกลางถนนจากนั้น นำเข้า ครม.เพื่อรออนุมัติ โดยคาดว่า ปลายปี 2560 นี้จะเริ่มก่อสร้างได้อย่างเป็นทางการ มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2562-2563 ใช้เงินลงทุนประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท



โครงการรถไฟฟ้ารางเบา (LRT-LIGHT RAIL TRANSIT) ขอนแก่น



SMART CITY BUS ระบบขนส่งสายรอง (FEEDER)



ส่งเสริมการท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยภาคกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

ที่มาภาพ : เทศบาลนครขอนแก่น ภาคกิจกรรม


นอกจากนี้ บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัดยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับบริษัท ไทยแลนด์ ไอโอที คอนซอร์เตียม จำกัดเพื่อนำเทคโนโลยี IoT มาพัฒนาขอนแก่นให้เป็นเมืองสมาร์ทซิตี้อย่างเต็มรูปแบบ

-ต้นแบบพัฒนาเมืองใหญ่

การดำเนินงานของขอนแก่นพัฒนาเมือง จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองใหญ่ในภูมิภาคที่มีการร่วมมือกันภาคเอกชนในการพัฒนาเมืองอย่างมีแบบแผนชัดเจนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขอนแก่นจะเป็นจังหวัดแรกที่จะเกิดรถไฟฟ้ารางเบาเนื่องจากมีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการล่วงหน้า แม้อาจมีการมองว่า รถไฟฟ้ารางเบาเป็นการลงทุนที่สูงเกินไปควรจะเริ่มต้นด้วยรถบีอาร์ที จะประหยัดต้นทุนกว่าแต่ทางขอนแก่นก็ยอมลงทุนเพื่ออนาคตในระยะยาว ให้เป็นเอกลักษณ์ของเมืองโดยจะใช้การพัฒนาอสังริมทรัพย์ ศูนย์การค้า อาคารสำนักงานเพื่อมาเสริมรายได้ให้กับโครงการนี้ด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,261 วันที่ 14 - 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

//www.thansettakij.com/content/148857




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 16 พฤษภาคม 2560 10:42:45 น.
Counter : 669 Pageviews.  

คนขอนแก่น หันมาใช้บริการ “ขอนแก่นซิตี้บัส” แก้ปัญหารถติดในเมือง




คนขอนแก่น หันมาใช้บริการ“ขอนแก่นซิตี้บัส” แก้ปัญหารถติดในเมือง

จังหวัดขอนแก่นได้มีรถบัสโดยสารที่เรียกว่า “ขอนแก่นซิตี้บัส” จำนวน10 คัน บรรจุผู้โดยสาร 25 – 30 คน ภายในรถมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น CCTV 3 จุด, Wifi และมีลิฟท์สำหรับวีลแชร์ ค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย โดยรถโดยสารซิตี้บัสจะวิ่งผ่านจุดสำคัญในเขต จ.ขอนแก่นและในเทศบาลนครขอนแก่น อาทิ สนามบินขอนแก่น, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, รพ.ขอนแก่นราม, ห้างสรรพสินค้า, ศาลหลักเมืองขอนแก่น, บขส.ขอนแก่น1 - 3 และโรงเรียนต่างๆเป็นต้น ได้มีประชาชนที่มาเยือนขอนแก่นให้ความสนใจพร้อมทดลองนั่งรถชมเมืองขอนแก่นไปด้วย เพราะได้รับความสะดวกทุกอย่างแก้ปัญหาจราจรได้ในระดับหนึ่ง พร้อมกับลดการเกิดอุบัติเหตุ

นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เปิดเผยว่า ปัจจุบัน จ.ขอนแก่นมีความเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด จึงมีประชาชนจำนวนมากมาเยือนขอนแก่นทำธุรกิจในเขตเทศบาลนครขอนแก่นและมาใช้บริการในเขตเทศบาลนครขอนแก่นทำให้ประชาชนส่วนมากมาใช้บริการที่สนามบินขอนแก่นเกิดปัญหาสถานที่รองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้ามาทำธุระและประกอบธุรกิจเมื่อมีนักธุรกิจส่วนหนึ่งร่วมหุ้นทำโครงการเปิดรถยนต์ “ขอนแก่นซิตี้บัส”จึงทำให้ประชาชนได้สะดวกสบายและรวดเร็วยิ่งขึ้นพร้อมกับป้องกันอุบัติเหตุในเขตจังหวัดได้เป็นอย่างดีและกระทรวงคมนาคมได้ให้ผู้ประกอบการเดินรถจังหวัดขอนแก่น “บริษัทขอนแก่นซิตี้บัส”และท่าอากาศยานขอนแก่น เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมาคือเปิดเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทาง หมวด 1 สายที่ 24 สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่3 – ท่าอากาศยานขอนแก่นเพื่อให้บริการประชาชนเดินทางเชื่อมต่อไปยังจุดสำคัญต่างๆในตัวเมืองขอนแก่นรวมถึงสถานีขนส่งขนส่งผู้โดยสารทั้ง 3 แห่ง อีกด้วย โดยสามารถชำระค่าบริการด้วยบัตรสมาร์ทการ์ดและหยอดเหรียญอัตโนมัติ เพราะขอนแก่นซิตี้บัส ไม่ได้เป็นแค่รถเมล์ธรรมดาทั่วไปแต่อยู่ภายใต้รูปลักษณ์หรูหรา สะอาด คนขับแต่งกายสมาร์ท อัธยาศัยดี แถมยังมี Wifi ฟรี อีกด้วย


นายธนธัช สัตนาโค เจ้าหน้าที่ควบคุมรถสาย 24สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 3 – ท่าอากาศยานขอนแก่น เปิดเผยว่า บริษัท ขอนแก่นซิตี้บัสจำกัด ที่เป็นเจ้าของโครงการเปิดรถยนต์ ‘ขอนแก่นซิตี้บัส’ เกิดจากการร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐโดยเทศบาลนครขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่นและสำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น และภาคเอกชนในพื้นที่ได้มีการเสนอแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนรูปแบบใหม่ที่ดี สะอาด ทันสมัย และราคาไม่แพงเพื่อต้องการพัฒนาบ้านเกิดของตัวเองในหลายๆด้าน รวมทั้งด้านขนส่งมวลชนด้วยซึ่งขอนแก่นซิตี้บัส เริ่มให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ปีผ่านมา ทั้งนี้ คุณสมบัติของ ‘ขอนแก่นซิตี้บัส’มีความแตกต่างจากรถประจำทางทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดเพราะมีต้นแบบการให้บริการจากรถโดยสารในประเทศญี่ปุ่น โดยนำเอาสิ่งดีๆหลายอย่างมาปรับใช้กับการให้บริการ เช่น การแต่งกายของพนักงานขับรถทุกคนจะต้องใส่สูทสากล พูดจาสุภาพ มีการกล่าวทักทายผู้โดยสาร และจำกัดความเร็วในส่วนของการชำระค่าโดยสาร ก็สามารถชำระค่าโดยสารที่ตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติหรือใช้บัตรเติมเงิน RFID ได้


“ขอนแก่นซิตี้บัสถือได้ว่าเป็นรถประจำทางที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ จึงได้รับความสนใจอย่างมากโดยในปัจจุบันมีผู้ใช้บริการประมาณ 1,500 คน/วัน และเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับสำหรับ ‘ขอนแก่นซิตี้บัส’‘ ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยแบ่งเวลาเดินรถออกเป็น 2ช่วง ได้แก่ เวลา 06.00-20.00 น. รถออกทุก 10 นาทีในชั่วโมงเร่งด่วนจะให้เดินรถทุก 5 นาที และเวลากลางคืน 20.00-06.00 น. รถออกทุก30 นาที วิ่งเป็น 2 เส้นทางหลัก เรียกว่าวนซ้าย และวนขวา โดยมีสถานีหลักอยู่ที่สถานีบขส.ขอนแก่นแห่งที่ 3 ซึ่งเส้นทางการเดินรถจะผ่านสถานที่สำคัญมากกว่า 20 แห่งเช่น ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน วัด สถานีตำรวจ บึงแก่นนคร และสถานีขนส่งผู้โดยสาร(บขส.) ทั้ง 3 แห่งของจังหวัดขอนแก่น ขณะนี้ประชาชนที่มาขอนแก่นทราบแล้วว่ามี“ขอนแก่นซิตี้บัส” บริการนักท่องเที่ยวที่มาเยือนขอนแก่นและชาวขอนแก่นก็หันมาใช้รถโดยสาร “ขอนแก่นซิตี้บัส” มากขึ้นโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรจะจอดรถไว้ในบ้านและหันมาใช้รถโดยสารมากขึ้น” นายธนธัช กล่าว


ชมคลิป



ขอขอบคุณภาพและข่าวจาก คุณก่อสิทธิ์ กองโฉมและคุณจิราภรณ์ พอกพูล

เครดิตบทความ //www.khonkaenlink.info/home/news/4328.html





 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2560 5:30:05 น.
Counter : 593 Pageviews.  

(ขอนแก่น) เส้นทาง LRT 16 สถานี ภาพสถานี จุดจอดและจร รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก






(ขอนแก่น) เส้นทาง LRT 16 สถานี ภาพสถานี จุดจอดและจรรวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก

วีดิทัศน์การนำเสนอเส้นทาง LRT ภาพสถานี จุดจอดและจรรวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก อาคารสำนักงาน ศูนย์ควบคุมและศูนย์ซ่อม ในรูปแบบ Animation ทั้ง 16 สถานี

โครงการศึกษาออกแบบรายละเอียดระบบขนส่งสาธารณะในเขตจังหวัดขอนแก่นและผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ซึ่งศึกษาและออกแบบโดย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)กระทรวงคมนาคม

ศูนย์วิจัยและพัฒนาโครงสร้างมูลฐานอย่างยั่งยืน คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น (SIRDC)





































อ้างอิงภาพ และบทความ

//khonkaenthinktank.com/news_view.php?id=50




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 10 พฤษภาคม 2560 0:47:18 น.
Counter : 728 Pageviews.  

กรมธนารักษ์ลั่นร่วมสร้างพื้นที่สร้างสรรค์กับคนขอนแก่น






กรมธนารักษ์ลั่นร่วมสร้างพื้นที่สร้างสรรค์กับคนขอนแก่น

นายพงศ์ธร พากเพียรทรัพย์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ลั่นร่วมสร้างพื้นที่สร้างสรรค์กับคนขอนแก่นแนะตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเร่งเครื่องใช้อาคารธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เกิดประโยชน์สูงสุดและตรงตามความต้องการคนขอนแก่น ด้านนายธีระศักดิ์ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น รับลูกเตรียมคณะศึกษางาน 20-25 พฤษภาคม 2560พร้อมชงเรื่องจัดทำเอ็มโอยูเดือนมิถุนายน 2560

วันที่ 5พ.ค. 2560 ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสำนักงานธนารักษ์พื้นที่ขอนแก่น นายพงศ์ธรพากเพียรทรัพย์ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วย นางศรีรัตน์วัฒนล้ำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน นายอิชวุฒิ ฤทธาภัยธนารักษ์พื้นที่ขอนแก่น นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่นนายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับเลขานุการมูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้า นางสาววชารี เจริญสัมฤทธิ์ผู้เชียวชาญด้านอนุรักษ์ทรัพย์สิน รศ.ดร.รวี หาญเผชิญอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายธวัชชัย วนาพิทักษ์กุลผู้อำนวยการส่วนโยธา เทศบาลนครขอนแก่น เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องและตัวแทนจากภาคประชาชน


เข้าร่วมประชุมกับกรมธนารักษ์ในโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุเพื่อปรับปรุงอาคารที่ทำการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(เดิม) ) ให้เป็นสร้างพิพิธภัณฑ์เงินตราและเหรียญกษาปณ์ไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดขอนแก่น โดยกรมธนารักษ์ตระหนักถึงความร่วมมือในการดำเนินการตามโครงการฯเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชนในท้องถิ่นและแนวทางการพัฒนาขอนแก่นเป็นสมาร์ทซิตี้ทั้งนี้กรมธนารักษ์หวังว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นพื้นที่ศึกษาศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดขอนแก่น


ทว่าแนวทางในการวางกรอบเนื้อหาที่จะนำไปบรรจุในอาคารธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือเห็นร่วมกันว่าจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะเพื่อดำเนินการให้ตรงตามความต้องการของคนขอนแก่นและเชื่อมประสานกับการทำงานของกรมธนารักษ์โดยนายอิชวุฒิ ฤทธาภัย ธนารักษ์พื้นที่ขอนแก่นจะเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นลำดับถัดไป นอกจากนี้ นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ได้เสนอให้มูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้าในฐานะผู้ก่อการเป็นหน่วยงานประสานความร่วมมือและเทศบาลนครขอนแก่นจะเป็นหน่วยงานหนุนเสริมพร้อมกับเชื่อมหน่วยงานราชการอื่นๆมาร่วมกันพัฒนาโครงการฯ


ทั้งนี้มีมติวางกรอบการทำงานดังนี้

1.เน้นการมีส่วนร่วมโดยตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาตัวอย่างสถานที่ที่พัฒนาได้ดีในพื้นที่กรุงเทพฯเป็นพิพิธภัณฑ์/ศูนย์การเรียนรู้ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน 2560 และลงนาม MOU ในช่วงเดือนมิถุนายน 2560

2.หน่วยงานต่างๆตั้งงบประมาณและดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง

3.ทำโครงการที่เกี่ยวข้องเพื่อฟื้นฟูเมืองในส่วนโครงสร้างพื้นฐานและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส่งเสริมให้เมืองมีชีวิตชีวาโดยนำจุดเด่นของขอนแก่น คือ คนขอนแก่นมีความมีส่วนร่วมสูง เคารพกัน ให้เกียรติกันโดยธนารักษ์เป็นหัวใจหลัก ผ่านโครงการ “หัวใจเมือง by ธนารักษ์”หากผลการดำเนินงานมีความคืบหน้า จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง


ปล. โปรดติดตามอ่านรายละเอียดในอีสานบิซวีคปักษ์แรกพฤษภาคม 2560

เครดิต isaanbiz.com

//www.isaanbiz.com/6372




 

Create Date : 09 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 9 พฤษภาคม 2560 11:51:32 น.
Counter : 482 Pageviews.  

ผังเมืองกับการพัฒนาศูนย์กลางคมนาคมกรุงเทพฯ แห่งใหม่: ศูนย์พหลโยธิน






ผังเมืองกับการพัฒนาศูนย์กลางคมนาคมกรุงเทพฯแห่งใหม่: ศูนย์พหลโยธิน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สญชัย ลบแย้ม (อีเมล์: drsonchai@gmail.com)

กลุ่มวิชาการวางแผนภาคและเมืองคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

บทนำ

กรุงเทพมหานครโดยสำนักผังเมือง อยู่ในระหว่างการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ครั้งใหม่(ปรับปรุงครั้งที่ 4)หลังจากที่ผังเมืองรวมฯ ฉบับปัจจุบันออกบังคับใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2560 และสืบเนื่องจากแผนงานพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางของภาครัฐโดยกระทรวงคมนาคม จำนวน 10 สายทาง ระยะทางรวม 464 กิโลเมตรโดยมีเส้นทางการให้บริการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นส่วนใหญ่ส่งผลให้รูปแบบการเดินทางสัญจรของประชากรในกรุงเทพมหานครอาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอันมากหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างระบบการสัญจร (Grand station) ย่อมมีความสำคัญต่อการสนับสนุนการเดินทางด้่วยระบบดังกล่าว โดยศูนย์กลางคมนาคมพหลโยธินหรือศูนย์กลางบางซื่อ กำลังจะเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายการสัญจรที่สำคัญในอนาคตอันใกล้ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล(ภาพที่ 1) คาดว่าสามารถดำเนินการจัดหาผู้ออกแบบและก่อสร้างได้ในราวปีพ.ศ. 2560 และเริ่มดำเนินการก่อสร้างในราวปี พ.ศ. 2561 (สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรกระทรวงคมนาคม,2559)





ภาพที่ 1 ข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์กลางคมนาคมพหลโยธิน




ภาพที่ 2 การใช้ประโยชน์ที่ดินตามโครงการศูนย์คมนาคมพหลโยธิน



ด้วยการพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินตามโครงการแบบTransit-oriented development(TOD)ที่เชื่อมโยงกับระบบคมนาคมขนส่งจำนวนหลายระบบ ประชากรหรือผู้ใช้บริการจำนวนมหาศาลย่อมเดินทางเข้าออกหรือผ่านในบริเวณดังกล่าว การเปลี่ยนแปลงประเภทการใช้ประโยชน์ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลต่อการเพิ่มความหนาแน่นของประชากรและพื้นที่กิจกรรมทางการค้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ในบริเวณพื้นที่ของศูนย์พหลโยธิน (ภาพที่ 2) กรุงเทพมหานครโดยสำนักผังเมือง ยึดถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518และล่าสุดพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2558 กำหนดให้มีการรวบรวมข้อมูลสภาพปัญหาและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง จากกลุ่มเป้าหมายผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่นประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานเอกชน และผู้มีส่วนได้เสียกับโครงการเพื่อประกอบการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ ต่อไปจึงมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการขึ้นแก่กลุ่มเป้าหมายดังกล่าว เพื่อรับฟังแนวทางการพัฒนาหลักการวิชาการ ประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการระดมความคิดเห็นด้วยรูปแบบระดมความคิดเห็นเพื่อการวางแผน(Planning charrette) (National Charrette Institute at Michigan StateUniversity, n.d.) โดยการระดมความเห็นมีสาระสำคัญ ดังนี้

วัตถุประสงค์การประชุมเชิงปฏิบัติการ

1.1 เพื่อรับฟังสภาพปัญหา ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของการพัฒนาพื้นที่เป้าหมายจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง

1.2 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์การพัฒนาเมืองและปัญหาการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสร้างการมีส่วนรวมในการวางแผนพัฒนาพื้นที่ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

1.3 เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากกระบวนการประชุมดังกล่าวมาใช้ประกอบการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร(ปรับปรุงครั้งที่ 4)

กลุ่มเป้าหมาย

ประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และหน่วยงานเอกชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียกับโครงการศูนย์พหลโยธินกว่า 100 ราย

การดำเนินงาน

จำแนกเป็นรูปแบบการเก็บรวบรวมข้อมูลและการบรรยาย (ภาพที่ 3 - ภาพที่ 9) ดังนี้


รูปแบบการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงความคิดเห็น

ใช้รูปแบบการระดมความคิดเห็นเพื่อการวางแผน(Planning charrette)โดยมีประเด็นพิจารณาร่วมกัน ดังนี้

1.1 สภาพปัญหาในพื้นที่ปัจจุบัน

1.2 ผลกระทบเมื่อดำเนินการก่อสร้างตามโครงการศูนย์พหลโยธิน

1.3 ข้อเสนอแนะในการพัฒนาพื้นที่ตามโครงการบศูนย์พหลโยธิน

ผู้บรรยายหลักและนำการปฏิบัติการ Planningcharrette

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สญชัย ลบแย้ม อาจารย์ประจำกลุ่มวิชาการวางแผนภาคและเมืองคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณมหารลาดกระบัง

ผู้บรรยายร่วม

คุณพุทธมนต์ รตจีน หัวหน้ากลุ่มโครงข่ายและการเชื่อมต่อการขนส่งกองพัฒนาระบบการขนส่งและจราจรสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร



ภาพที่ 3 รอง ผอ.สนผ. (คุณประภาพรรณจันทร์นวล) และผู้บรรยาย



ภาพที่ 4 บรรยากาศการประชุม



ภาพที่ 5 ผู้เข้าร่วมทยอยลงทะเบียน



ภาพที่ 6 ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น



ภาพที่ 7 บางส่วนของการระดมความคิดเห็น



ภาพที่ 8 ผศ.ดร.สญชัยฯ กล่าวสรุป



ภาพที่ 9 การปิดการประชุม Planning charrette


อภิปรายผลและสรุป

ผู้เข้าร่วมPlanning charrette ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้ร่วมกันกันอย่างหลากหลายโดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

สภาพปัญหาในพื้นที่ปัจจุบัน

1. สภาพการจราจรติดขัด

2. การเดินทางเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่สะดวกเช่น เชื่อมต่อรถโดยสารประจำทางสจากสถานีขนส่งหมอชิตมายังระบบรถไฟฟ้า

3. ปัญหาสภาพแวดล้อมเช่น น้ำท่วมขัง มลพิษทางเสียง ฝุ่นควันจากยวดยาน

4. ความแออัดเสื่อมโทรมของชุมชนในพื้นที่

5. การเข้าถึงของรถโดยสารประจำทาง(ขสมก.) มายังสถานีขนส่งหลัก เช่น สถานีรถไฟฟ้า และสถานีขนส่งหมอชิต มีอุปสรรค ไม่ได้รับความสะดวก

ผลกระทบที่อาจเกิดเมื่อดำเนินการก่อสร้างตามโครงการศูนย์พหลโยธิน

1. มลพิษจากการก่อสร้างเช่น วัสดุตกหล่น ฝุ่น ละออง และเสียงจากการปฏิบัติงานก่อสร้าง

2. การจราจรที่อาจติดขัดเพิ่มขึ้นเนื่องจากเส้นทางการสัญจรมีอยู่อย่างจำกัด

3. ค่าใช้จ่ายและอุปสรรคที่เกิดจากการเดินทางระหว่างระยะก่อสร้างที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทางสัญจรในย่านนั้น เช่นจากความล่าช้า (delay) การโก่งค่าโดยสารการปฏิเสธรับผู้โดยสาร

4. เนื่องจากโครงการใช้พื้นที่ขนาดใหญ่(กว่า 2,325 ไร่) และหากไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพอาจส่งผลกระทบเชิงสังคมเช่น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและผู้สัญจรผ่านย่านดังกล่าวได้

ข้อเสนอแนะในการพัฒนาพื้นที่ตามโครงการศูนย์พหลโยธิน

1. การออกแบบและวางแผนระบบการเดินทางสัญจรเชื่อมต่อ สำหรับคนทุกคน (Inclusive design) อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสม

2. ระบบขนส่งมวลชนเสริมหรือFeeder เช่นรถโดยสารประจำทางทั้งภายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ขสมก. และรถร่วม)ตลอดจนรถโดยสารประจำทางระหว่างจังหวัด (บขส.) ควรได้รับการวางแผนเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงและจุดจอด

3. การออกแบบวางแผนระบบสาธารณูปโภคเช่น ระบบระบายน้ำ และท่อร้อยสายไฟ ที่อาจพิจารณาใช้ท่อรวมใต้ดิน หรือ common duct เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

4. การพิจาณาปรับปรุงกฎหมายหรือใช้กฎหมายที่มีอยู่เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการศูนย์คมนาคมพหลโยธินเช่น การจัดรูปที่ดิน การโอนสิทธิในการพัฒนา (Transferof development right: TDR) และการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายผังเมืองหรือกฎหมายควบคุมอาคารเดิมให้เกิดการส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนและการพัฒนาแบบ TOD เพิ่มมากขึ้น และมีประสิทธิภาพต่อผู้สัญจรและผู้ประกอบการลงทุน

5. เพื่อให้การติดต่อสั่งการ และประสานงานมีความกระชับและมีประสิทธิภาพเชิงบูรณาการควรจัดตั้งบรรษัทพัฒนาศูนย์พหลโยธิน ในลักษณะของ “One-stop service”

6. ภาครัฐควรส่งเสริมและจัดหาที่พักอาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยโดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในภาคใช้แรงงานให้บริการ (labor-based service sector) เช่นแม่บ้าน ดูแลเด็กเล็ก และซักรีด เป็นต้น ซึ่งจะมีส่วนสนับสนุนผู้อยู่อาศัยและทำงานในโครงการตามหลักการTOD (สญชัย ลบแย้ม, 2557a, 2557b;Chung, Choi, Park, & Litman, 2014)

รายการอ้างอิง

สญชัย ลบแย้ม. (2557a). การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและเมืองอย่างยั่งยืน:การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน. In สัมมนาเชิงปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน(Transit – oriented Development)ตามแนวคิดการเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth). ราชบุรี: สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม.

สญชัย ลบแย้ม. (2557b). แนวทางการพัฒนาพื้นที่แบบระบบขนส่งมวลชนชี้นำ. In 2014 National Planning Conference: GreenestCity (pp. 4-1-4–13). Bangkok,Thailand: สมาคมการผังเมืองไทย.

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม. (2559).โครงการศึกษาออกแบบรายละเอียดศูนย์คมนาคมพหลโยธินและการพัฒนาตันแบบการพัฒนาพื้นที่โดยรอบศูนย์กลางคมนาคม.กรุงเทพมหานคร.

Chung, Y., Choi, K.,Park, J., & Litman, T. (2014). Social exclusion and transportation services: Acase study of unskilled migrant workers in South Korea. HabitatInternational, 44, 482–490.

National Charrette Institute at Michigan State University. (n.d.). Charrettesystem. Retrieved May 1, 2017, from http://charretteinstitute.org/




 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2560 21:45:59 น.
Counter : 909 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  

Valentine's Month


 
เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




ภาพอดีต ภาพปัจจุบัน และอนาคต และความเป็นไปของเกาะรัตนโกสินทร์
เล่าเรื่องทริป ที่สุดแสนจะธรรมด๊า ธรรมดา แต่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่ในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว มัน อเมซิ่ง มากมาย
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.