ชมวิวทิวทัศน์ เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ปั้นโมเดล บริษัท พัฒนาเมือง ดัน สมาร์ทซิตี้ยั่งยืน (ขณะนี้มี 7 บริษัทพัฒนาเมืองแล้ว)





ปั้นโมเดล บริษัท พัฒนาเมือง ดันสมาร์ทซิตี้ยั่งยืน (ขณะนี้มี 7 บริษัทพัฒนาเมืองแล้ว)

รมว.ดีอี เผย โมเดล บริษัท พัฒนาเมือง ช่วยดัน โครงการสมาร์ท ซิตี้ยั่งยืน เหตุเอกชนรวมตัวกัน จะทำงานคล่องตัวกว่า ไม่เหมือนระบบราชการและไม่ต้องหวังรอเงินภาครัฐ แต่ทั้งนี้จะพยายามขอแบ่งงบรวมจากรัฐบาล 1.9แสนล้านบาท หวังทุกจังหวัดเป็นสมาร์ท ซิตี้

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลหรือสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (ซิป้า) เดิมซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอีมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการภูเก็ตสมาร์ทซิตี้ ทำให้พบปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นซึ่งการพัฒนาสมาร์ทซิตี้แบบยั่งยืน ต้องแก้ไขปัญหาด้านงบประมาณให้มีความต่อเนื่องการขาดผู้ดำเนินงานในระยะยาวหากต้องการให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนเข้ามาร่วมขับเคลื่อนด้วยหากมีรูปแบบธุรกิจที่ดี จึงเชื่อว่าภาคเอกชนจำนวนมากต้องการเข้ามาดำเนินการตรงนี้

ดังนั้นภาครัฐจึงไม่จำเป็นต้องลงทุนเอง แต่ให้ภาคเอกชนเข้ามาเป็นผู้ร่วมดำเนินงานจุดนี้เองเป็นข้อต่อที่สำคัญในการเชื่อมประสานการลงทุนและเป็นที่มาของการก่อตั้งบริษัทพัฒนาเมืองหรือการรวมตัวของนักธุรกิจท้องถิ่นเพื่อจัดตั้งเป็นบริษัทในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ของตนเองไปข้างหน้าและไม่ได้หวังพึ่งพารัฐบาลอย่างเดียวการทำงานก็จะคล่องตัวกว่าโดยมีจุดเริ่มต้นมาจากนักธุรกิจขอนแก่นที่ได้รวมตัวกันจดทะเบียนในชื่อว่าบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง(เคเคทีที) ทั้งนี้ ภายหลังการดำเนินการจัดตั้งบริษัทพัฒนาเมืองของขอนแก่นก็เป็นที่มาให้จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดภูเก็ตพัฒนาตาม

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าความต้องการของเมืองนั้นมีไม่สิ้นสุดและต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องไม่ใช่การลงทุนเพียง1 ปีแล้วเลิกไป แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ จะนำงบประมาณจากที่ไหนมาลงทุนดังนั้นงบประมาณจากภาคเอกชนจึงเป็นคำตอบที่จะทำให้กงล้อทั้งหมดหมุน ซึ่งที่ผ่านมามีนักลงทุนจำนวนมากต้องการลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพะจังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น ซึ่งมีความพร้อมหลายด้านแต่ติดปัญหาด้วยวิธีปฏิบัติ การหาเจ้าภาพจากหน่วยงานภาครัฐที่ชัดเจน

ดังนั้นการมีบริษัทพัฒนาเมืองจะเป็นตัวกลางในการจัดการเรื่องการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศจะทำให้ง่ายขึ้นซึ่งหากโมเดลการพัฒนาเมืองพัฒนามากขึ้นในเฟสสองจะมีการเปิดให้นักธุรกิจเข้ามาเพิ่มทุนและขยับไปถึงการเข้ามาของประชาชนในพื้นที่ตลอดไปถึงความสำเร็จสูงสุด คือการระดมทุนจากทั่วประเทศผ่านการนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะทำให้การพัฒนาที่เกิดขึ้นยั่งยืนต่อไป

นายพิเชฐ กล่าวว่าทุกจังหวัดมีโอกาสจะเป็นสมาร์ทซิตี้ได้ซึ่งตอนนี้รัฐบาลมีงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาของทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศเป็นเงิน1.9 แสนล้านบาท หากแต่ละจังหวัดดึงจุดเด่นที่มีออกมา เสนอมาเป็นโครงการสมาร์ทซิตี้เพื่อนำเทคโนโลยีเข้าไปพัฒนาจังหวัด โดยผ่านงบประมาณดังกล่าวจัดเป็นแพกเกจประสานมาเข้าร่วมกับโครงการสมาร์ทซิตี้ก็ยินดี โดยที่ผ่านมาจ.เชียงใหม่ได้งบประมาณในการทำโครงการสมาร์ทซิตี้ จากภาครัฐหลายหน่วยงานช่วยกันคือ 36.5 ล้านบาท จ.ภูเก็ต 380 ล้านบาท และ จ.ขอนแก่น 15 ล้านบาทซึ่งเป็นงบประมาณที่แตกต่างกันตามโครงการที่เป็นจุดเด่นของแต่ละจังหวัด

ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งคณะกรรมการของสำนักงานดีป้าหลังจากที่พ.ร.บ.จัดตั้งหน่วยงานได้ประกาศใช้แล้วนั้น ตอนนี้ได้แต่งตั้งให้นางวิไลลักษณ์ ชุลีวัฒนกุล ปลัดกระทรวงดีอี ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการชั่วคราวรักษาการในช่วง 180 วัน ก่อนจะมีการคัดเลือกบุคคลมารับตำแหน่งต่อไปเพื่อให้การทำงานในโครงการต่างๆ ดำเนินต่อเนื่องไปได้

ที่มาบทความ Manageronline ขอขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้ครับ

//www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9600000009042

หมายเหตุเพิ่มเติมจาก ADMINเพจ SMART GROWTH THAILAND

ณปัจจุบัน วันที่ 6 กุมภาพันธ์ มีการจดทะเบียนบริษัทพัฒนาเมือง จำกัดแล้ว 7จังหวัดดังนี้

1.       1.บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด

2.       2.บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด

3.       3.บริษัท เชียงใหม่พัฒนาเมือง จำกัด

4.       4.บริษัท พิษณุโลกพัฒนาเมือง จำกัด

5.       5.บริษัท ระยองพัฒนาเมือง จำกัด

6.       6.บริษัท สมุทรสาครพัฒนาเมือง จำกัด

7.       7.บริษัท สระบุรีพัฒนาเมือง จำกัด 




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2560    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2560 10:19:42 น.
Counter : 615 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ดาวน์โหลดข่าว การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ การพัฒนาเมือง การออกแบบเมือง ขนส่งมวลชน ฉบับที่ 2/2560







สรุปข่าวความเคลื่อนไหว เครือข่ายการพัฒนาเมืองของหลายจังหวัดการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 

การออกแบบเมือง และขนส่งมวลชน ในภูมิภาค ฉบับที่ 2/2560






จดหมายข่าว (Newsletter) ฉบับที่ 2/2560

โดยความร่วมมือระหว่าง สมาคมการผังเมืองไทย และ เว็บไซต์ และแฟนเพจ SMART GROWTH THAILAND

สรุปข่าวความเคลื่อนไหว (บางส่วน)ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขับเคลื่อนเมือง การวางผัง ออกแบบเมือง ยุทธศาสตร์และระบบขนส่งมวลชนในหัวเมืองภูมิภาค

มีไฟล์ให้Download พร้อมบทความที่เป็นลิ้งก์ด้านในเชื่อมกับบทความต่างๆที่ผ่านๆมาครับ

Downloadจดหมายข่าว พัฒนาเมืองที่เราสรุป พอสังเขปในช่วง เดือนที่ผ่านมาครับ ตามลิ้งก์ด้านล่างครับ

ดาวน์โลหดข่าวพัฒนาเมือง (Newsletter) ฉบับที่ 2/2560

//www.smartgrowththailand.org/wp-content/uploads/2017/01/news2.pdf




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2560    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2560 10:47:50 น.
Counter : 550 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ภูเก็ตเปิด”รถไฟฟ้ารางเบา” LRT ปี 2564 ลากยาว 60 กม. 23 สถานีถึงท่านุ่น พังงา




ภูเก็ตเปิด”รถไฟฟ้ารางเบา”LRT ปี2564 ลากยาว 60 กม.23 สถานีถึงท่านุ่น พังงา

ผู้ว่าฯภูเก็ตเผย รถไฟฟ้ารางเบา LRT รอจัดหาผู้ร่วมทุน ระยะทาง 60 กม. 23สถานี ปลายทางถึงท่านุน พังงา คาดเปิดบริการปี 64เร่งระดมสมองประชุมวางแผนพัฒนาจังหวัดระยะยาว 10 ปี

นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบาในจังหวัดภูเก็ตว่าขณะนี้ได้รับการประสานงานจาก สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ (สนข.)ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการดำเนินงานในการร่วมลงทุน หรือ PPP (public privatepartnership) ในการจัดหาผู้ร่วมลงทุนในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งจะอยู่ในช่วงปี 2560และขอยืนยันว่าคนภูเก็ตจะได้ใช้รถไฟฟ้ารางเบาในปี 2564 ที่จะถึงนี้ อย่างแน่นอนโดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 3 ปี คือ ปี 2561 2562 และ 2563 ตามแผนที่กำหนด

ทั้งนี้ ในส่วนของเส้นทางการเดินรถนั้น จะเริ่มจากสถานี ท่านุ่นจ.พังงา เข้าเส้นทางหลักวิ่งผ่านสนามบิน เข้าเส้นถนนเทพกระษัตรีผ่านตัวเมืองไปจนถึง 5 แยกฉลอง ระยะทาง 60 กม. มีสถานีย่อย 23 สถานี

ในระยะเวลา 3 ปีนี้ ภูเก็ต จะมีการก่อสร้างเกิดขึ้นอย่างมากมายและโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบา ที่จะก่อสร้างเส้นทางรองรับจะใช้เส้นทางบนเกาะกลางถนนเท่านั้นหากแล้วเสร็จในอนาคตจะอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในจังหวัดภูเก็ตได้เป็นอย่างมากเพื่อรองรับระบบการคมนาคม ที่สะดวก รวดเร็วทันสมัย และช่วยแก้ไขปัญหาการจราจร รองรับการเติบโตของระบบเศรษฐกิจของภูเก็ตที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ตรายงานว่าจังหวัดภูเก็ตถือว่าเป็นจังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาลให้เป็นจังหวัดนำร่องในหลายๆโครงการ เช่น โครงการบริษัทประชารัฐรักสามัคคี การเป็นจังหวัดนำร่องในส่วนของการเป็นซูเปอร์คลัสเตอรด้านดิจิตอลคู่กับจังหวัดเชียงใหม่หรือการประกาศให้เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาคหรือมารีน่าฮับ การเป็นเมือง Mice City 1 ใน 5 เมืองของประเทศและการได้รับการคัดเลือกจากยูเนสโก้ให้เป็น 1 ใน 18 เมือง Gastronomy ของโลก เป็นต้นสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของจังหวัดภูเก็ตทั้งในเรื่องของที่ตั้งและศักยภาพของเมืองในด้านต่างๆเป็นอย่างดี

เมื่อเร็วๆนี้ได้มีการประชุมระดมสมองเพื่อการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตร่วมกันระหว่างภาคส่วนราชการ ภาคเอกชนและภาคประชาชนในวันนี้นั้นมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันคิดระดมสมองในการวางแผนพัฒนาจังหวัดภูเก็ตให้เป็นเมืองที่พัฒนาแล้วในอนาคต

ทั้งนี้การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายของการจัดทำแผนพัฒนาเมืองในระยะยาวเป็นเวลา 10 ปี (พ.ศ.2561-2570) โดยจะเป็นการร่วมคิดร่วมทำในลักษณะประชารัฐร่วมกันจากทุกภาคส่วนซึ่งประกอบไปด้วยส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หอการค้าจังหวัดภูเก็ตสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต สมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ตสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต บริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อบูรณาการแผนพัฒนาจังหวัด และหาจุดร่วมในการพัฒนาร่วมกันทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว

โดยจะดำเนินการร่วมกันครอบคลุมในพื้นที่ 3 อำเภอ โดยจัดขึ้นเป็นเวลา3 วัน ระหว่าง วันที่ 25 มกราคม 2560 เวลา 13.00-16.30 น. ณโรงแรมโบ๊ทลากูนรีสอร์ท ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยทุกภาคส่วนที่อยู่ในพื้นที่อำเภอถลางจำนวน 200 คน ครั้งที่2 วันที่26 มกราคม 2560 เวลา 08.00-12.00 น. ณ โรงแรมแกรนด์เมอร์เคียว ภูเก็ตตำบลป่าตองอำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ตกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยทุกภาคส่วนในพื้นที่อำเภอกะทู้ จำนวน150 คน ครั้งที่ 3วันที่ 30 มกราคม2560 เวลา 13.00-16.30 น. ณโรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยทุกภาคส่วนที่อยู่ในพื้นที่เมืองภูเก็ต

เครดิตข่าวจากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 37 ฉบับที่ 3,231วันที่ 5 – 8 กุมภาพันธ์ 2560

ขอขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้ครับ

หมายเหตุ ทาง ADMIN ได้แก้ไข ใช้คำว่า LRTแทนMonorail




 

Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2560    
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2560 8:32:59 น.
Counter : 572 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

"Smart City ประชารัฐพัฒนาเมือง"ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมพื้นที่พิเศษ บรรยายโดยอ.สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย




(มีคลิปท้ายบทความ ห้ามพลาดครับ)


สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (SIPA

เชิญ อ.สุรเดช ทวีแสงสกุลไทยรองคณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มข. COLA KKU 

เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ"ประชารัฐพัฒนาเมือง ทำไมต้องชาตินี้" 

ในงาน "Smart City ประชารัฐพัฒนาเมือง"

วันที่ 26 มกราคม 2560 ณ โรงแรม แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพมหานคร อ.สุรเดชทวีแสงสกุลไทย รองคณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น COLA KKU ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช.ทวีดอลลาเชียน จำกัด ผู้บริหารบริษัทร่วมทุน "KKTT-ขอนแก่น ทิงก์ แทงก์ จำกัด หรือ KKTT (Khon Kaen Think TankCo., Ltd.) และเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาการจัดการการคลัง ของวิทยาลัยฯ ได้รับเชิญจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)(ซิป้า) เดิมซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)ให้เป็นวิทยากร บรรยายพิเศษ "ประชารัฐพัฒนาเมือง ทำไมต้องชาตินี้" พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงาน "Smart City ประชารัฐพัฒนาเมือง" เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับ การจัดตั้งบริษัทพัฒนาเมืองโมเดลใหม่เพื่อขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมพื้นที่พิเศษสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ Smart City ซึ่งจะช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยให้เกิดการเชื่อมต่อปรับเปลี่ยน แก้ไข ระเบียบ ข้อบังคับอันเป็นการจำกัดโอกาสในการลงทุนรวมทั้งเพื่อส่งเสริมพัฒนานวัตกรรม การเรียนรู้เทคโนโลยีการให้คำปรึกษาธุรกิจในพื้นที่เศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

โดยส่วนหนึ่งของการบรรยาย "ประชารัฐพัฒนาเมืองทำไมต้องชาตินี้" อ.สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ได้กล่าวถึงการเชื่อมประสานการลงทุนที่เป็นที่มาของการก่อตั้งบริษัทพัฒนาเมือง หรือการรวมตัวของนักธุรกิจท้องถิ่นเพื่อจัดตั้งเป็นบริษัทในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ของตนเองไปข้างหน้าและไม่ได้หวังพึ่งพารัฐบาลอย่างเดียว โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากนักธุรกิจของจังหวัดขอนแก่นที่ได้รวมตัวกันจดทะเบียนในชื่อว่า บริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง (KKTT) ที่มีแนวคิด ว่าต้องการพัฒนาจังหวัดขอนแก่นให้หลุดพ้นจากกับดักของประเทศไทยในเรื่องของรายได้ระดับปานกลาง และการรอคอยการพึ่งพาจากผู้อื่นโดยไม่ได้ลุกขึ้นมาทำอะไรด้วยตนเอง อนึ่ง การจัดตั้งบริษัทพัฒนาเมืองของขอนแก่นเป็นที่มาให้จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดภูเก็ตพัฒนาตาม

สำหรับ อ.สุรเดช ทวีแสงสกุลไทยรองคณบดีฝ่ายบริหารวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่นถือเป็นผู้นำองค์กรที่เป็นแบบอย่างที่ดี มีประสบการณ์การด้านการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงแนวความคิดในมุมมองที่สร้างสรรค์สะท้อนอิทธิพลความคิดเชิงบวกต่อความสำเร็จทางธุรกิจของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นท่านเป็นยังเป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลเป็นนักธุรกิจชาวขอนแก่นที่รักท้องถิ่น และเป็นเจ้าของโล่เกียรติยศพร้อมใบประกาศนียบัตร STI Thailand Awards 2015 ระดับประเทศ ประเภทวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) เพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดใหญ่ ในกิจกรรม STI Thailand Award 2015 ด้วย เนื่องจาก อ.สุรเดชทวีแสงสกุลไทย เป็นผู้นำ นักบริหารที่มีแนวคิดการให้ความสำคัญกับการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาการนำผลผลิตมาพัฒนาใช้ในเชิงพาณิชย์การบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการพัฒนางานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการพัฒนาต่อยอด และการพัฒนางานนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ








เครดิตบทความ

//www.cola.kku.ac.th/main/news.php?id=856

https://goo.gl/BgMmTJ

ชมคลิปแนวคิดที่มองไปข้างหน้า เกี่ยวกับการพัฒนาเมือง ณ ปัจจุบันมีเครือข่ายบริษัทพัฒนาเมือง 7 จังหวัดแล้ว



เครดิตคลิป จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (SIPA)

วันที่ 26 มกราคม 2560

https://www.youtube.com/watch?v=dDSR_QCkoQA&feature=youtu.be




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2560    
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2560 11:41:40 น.
Counter : 601 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

กกร.สมุทรสาคร เชิญคีย์แมน ขอนแก่นโมเดล แนะแนวทางการพัฒนายุค 4.0






กกร.สมุทรสาคร เชิญคีย์แมน ขอนแก่นโมเดล แนะแนวทางการพัฒนายุค 4.0


เมื่อวันที่18 ม.ค. 2560 ที่นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดสมุทรสาคร(กกร.สค.) ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครและชมรมธนาคาร ได้จัดการบรรยายพิเศษ เรื่อง “สมุทรสาครกับการพัฒนายุค 4.0”การขับเคลื่อนศูนย์เศรษฐกิจพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน



โดยมีคุณเทพประสิทธิ์ วงษ์ท่าเรือ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครเป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย ผู้แทนส่วนราชการ,นายกอบต.พันท้ายนรสิงห์, ผู้ประสานงาน อบจ.สมุทรสาคร,ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร,คณะกรรมการและสมาชิกหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร,ประธานกลุ่มYEC หอการค้าฯ, ผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรม และการบริการ รวมถึงผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก





นายปรีชาศิริแสงอารำพี ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การบรรยายพิเศษ “สมุทรสาครกับการพัฒนาสู่ยุค 4.0” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใน จ.สมุทรสาคร รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ทางเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน เป็นแนวทางการขับเคลื่อนโดยภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาสังคมร่วมกันเพื่อให้เกิดแผนแม่บทการพัฒนาผังเมืองและระบบขนส่งมวลชนต่อไป

ในการนี้ได้เชิญวิทยากร 3 ราย ให้เกียรติบรรยายพิเศษ ได้แก่“ยุทธศาสตร์ความร่วมมือภาครัฐและเอกชน” โดย คุณพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย, “ยุทธศาสตร์การพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจจังหวัดสมุทรสาครปี 2030” โดย คุณฐาปนา บุณยประวิตร อุปนายกสมาคมการผังเมืองไทย และ“แนวทางการพัฒนาเมืองด้วยระบบขนส่งมวลชน กรณีศึกษา บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมืองจำกัด” โดย คุณสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ช ทวี (CHO)และกรรมการบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด



ประเด็นในการบรรยายโดยสรุปการแก้ไขปัญหาผังเมืองระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัยควรร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน มีการจัดตั้งสมาคมอสังหาริมทรัพย์เพื่อร่วมกันบริหารพื้นที่พร้อมแนะนำแนวคิดการวางผังเมืองแบบ Smart growth เช่นในสหรัฐอเมริกา ทั้งยังกล่าวถึงจ.สมุทรสาคร ยังไม่สมบูรณ์และสมดุลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งๆ ที่ GPPอยู่ในอันดับต้นของประเทศไม่มีศูนย์โลจิสติกส์ การเชื่อมโยงการขนส่ง

โดยสมุทรสาครจะต้องคิดถึงเรื่องการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่งทั้งเรื่องการค้า การศึกษา การบริการ อุตสาหกรรม โลจิสติกส์ออกแบบใจกลางเมืองให้มีระบบขนส่ง ให้เชื่อมโยงศูนย์เศรษฐกิจทั้งหมดในจังหวัดและจัดการให้มีความเหมาะสมในการดึงนักลงทุนแต่ละด้าน ซึ่งพื้นที่บริเวณใจกลางเมืองมหาชัยในปัจจุบันเป็นMultimodal transport (การขนส่งต่อเนื่องรายรูปแบบ) ทั้งทางรถยนต์รถไฟ และเรือ ก็ให้ ก็ได้แนะนำให้ออกแบบใหม่ให้ดีเป็นศูนย์กลางการเดินทางของประชาชน



และเรื่องแนวทางการพัฒนาเมืองจากกรณีศึกษาของ “ขอนแก่นโมเดล” นั้น การพัฒนาท้องถิ่นจะมัวรอแต่รัฐบาลไม่ได้ต้องมีการส่วนร่วมของภาคเอกชน รัฐบาล และท้องถิ่น ตามแนวทาง“สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” ซึ่งการพัฒนาเมืองต้องคำนึงถึงสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่ดี

ทั้งนี้ จ.ขอนแก่นใช้เวลาถึง 7 ปีในการพูดคุยจนประสบผลสำเร็จ จนเป็นตัวอย่างให้กับจังหวัดอื่นๆ เช่นภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี ชลบุรี และระยอง โดยจะมีการออกแบบเมืองให้กระชับมีที่อยู่อาศัย ที่กิน ที่เที่ยว ที่ทำงานอยู่ใกล้กันและใช้ระบบรถไฟฟ้ารางเบาในการขับเคลื่อนเมือง ลดการใช้รถยนต์พร้อมจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน



หากสมุทรสาครต้องการพัฒนาสู่ยุค4.0 ต้องเริ่มเปลี่ยนความคิดใหม่ ไม่ต้องทำใหญ่โต ทำตัวให้เล็กลง ทำงานหนักมีความเสียสละ มีความร่วมมือกับท้องถิ่นมีอุดมการณ์ต้องการทำให้สมุทรสาครดีขึ้นเพื่อลูกหลาน ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์

        ทั้งนี้ การบรรยายพิเศษดังกล่าวจะเป็นแนวคิดที่ทางภาคเอกชนใน จ.สมุทรสาครจะนำไปศึกษาในเรื่องการพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจ การวางผังเมืองการก่อตั้งบริษัทเพื่อพัฒนาเมืองในอนาคตต่อไป.

ขอขอบคุณภาพและข่าว สาครออนไลน์ โดย บัณฑิต รอดดารา และ กิตติกรนาคทอง

และขอขอบคุณ ขอนแก่นพัฒนาเมือง (KKTT)

//www.khonkaenthinktank.com/news_view.php?id=39




 

Create Date : 21 มกราคม 2560    
Last Update : 21 มกราคม 2560 12:45:29 น.
Counter : 608 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  

BlogGang Popular Award#13


 
เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




ภาพอดีต ภาพปัจจุบัน และอนาคต และความเป็นไปของเกาะรัตนโกสินทร์
เล่าเรื่องทริป ที่สุดแสนจะธรรมด๊า ธรรมดา แต่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่ในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว มัน อเมซิ่ง มากมาย
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.