ชมวิวทิวทัศน์ เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

การออกแบบเบื้องต้น แนว 5 เส้นทางระบบขนส่งสาธารณะหลักของเมืองพิษณุโลก





แนวเส้นทางระบบขนส่งสาธารณะหลักของเมืองพิษณุโลกการออกแบบเบื้องต้นมี 5 สายทาง

เพื่อระดมความคิดเห็นประชาชนในการประชุมกลุ่มย่อยในพื้นที่เร็วๆนี้

บทความเรียบเรียงโดย พิชิต ขอผล หัวหน้าฝ่ายผังเมืององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก


คณะที่ปรึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลกสำนักงานนโยบายและแผนการขขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยอาจารย์บุญพล มีชัยโย ลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนามและประสานแผนงานโครงการ ข้อมูล ข้อคิดเห็น กับฝ่ายผังเมืององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก แนวเส้นทางระบบขนส่งสาธารณะหลักของเมืองการออกแบบเบื้องต้นมี 5 สายทาง เพื่อระดมความคิดเห็นประชาชนในการประชุมกลุ่มย่อยในพื้นที่เร็วๆนี้

1. สายสีแดง ขนส่ง2 - เรือนแพ - ขนส่ง1 -วัดใหญ่ - บ้านคลอง - เซ็นทรัล ระยะทาง 12 กม.

2. สายสีน้ำเงิน เต็งหนาม - สถานีรถไฟ -โรงพยาบาลพุทธ - รามา - แม็คโคร - สามแยกต้นหว้า ระยะทาง 11.5 กม.

3. สายสีส้ม มหาวิทยาลัยนเรศวร - สามแยกต้นหว้า- บ้านคลอง - เซ็นทรัล ระยะทาง 15.5 กม.

4. สายสีเขียว สนามบิน - โรงพยาบาลพุทธ -สถานีรถไฟ - แยกเรือนแพ - ขนส่ง1 - ขนส่ง2 ระยะทาง 15 กม.

5. สายสีชมพู วัดใหญ่ - ท็อปแลนด์ - โคกมะตูม -ค่ายนเรศวร - ตลาดทรัพย์อนันต์ - โรงพยาบาลพุทธ - สถานีรถไฟ - วัดคูหาสวรรค์ระยะทาง 7.5 กม.






ในการออกแบบระบบขนส่งสาธารณะหลักเพื่อรองรับการเติบโตของเมืองให้เราใช้ไปอีก20 ปี รถรางไฟฟ้า(Tram) จะเป็นจุดพลิกผันการพัฒนาเมืองให้เติบโตอย่างมากแต่ประชาชนชาวพิษณุโลกต้องหันหน้ามาช่วยกันคิด/ทำต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นในอนาคต เขตทาง กฏระเบียบจราจร ฯเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมในตอนนี้

ระบบขนส่งสาธรณะรองเชื่อมระบบหลักที่มีอยู่แล้วต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยีใหม่ๆเพื่ออำนวยความสะดวกสบายงานบริการที่ดียิ่งขึ้น เส้นทางเดินรถให้รองรับเชื่อมโยงที่ครอบคลุม 23ศูนย์เศรษฐกิจในเขตเมือง 15 ศูนย์เศรษฐกิจรายอำเภอ (ตาม #ยุทธศาสตร์พิษญุโลก2020โครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก) และจังหวัดรอบข้างจังหวัดพิษณุโลก.

ฝ่ายผังเมืองอบจ.พิษณุโลกฝากเพิ่มเติมข้อมูลกับที่ปรึกษาคือเพิ่มเติมพื้นที่ศูนย์บริการชุมชนชนบทจำนวน 27 แห่ง ทั่วทั้งจังหวัด(พิจารณาจากชุมชนที่มีประชากรประมาณ 1,000 ครัวเรือน)เพื่อการเชื่อมการเดินทางของเมืองและชนบทโดยการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างเป็นระบบ.ร่วมทั้งการทำงานร่วมกันของ ราชการส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น เทศบาล อบต. อบจ.และองค์การภาคเอกชน เพื่องรองรับการทำงานร่วมกันเพื่ออนาคตของจังหวัดพิษณุโลกต่อไป






 

Create Date : 11 มิถุนายน 2560    
Last Update : 11 มิถุนายน 2560 0:12:27 น.
Counter : 432 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย คิดใหม่ ทำใหม่ บูม "ขอนแก่นโมเดล"





สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย คิดใหม่ ทำใหม่ บูม"ขอนแก่นโมเดล"

เริ่มจากความตั้งใจของนักธุรกิจรุ่นใหม่คนขอนแก่นไม่กี่รายที่มีใจมุ่งมั่นอยากจะบริหารจัดการเมืองร่วมกันผลักดันโครงการแก้ปัญหาจราจรที่เรียกเสียงฮือฮาอย่างรถไฟฟ้ารางเบา หรือแทรมระยะทาง 22.6 กิโลเมตร งบประมาณลงทุน 15,000 ล้านบาทวันนี้ก้าวเข้าใกล้ความจริงทุกขณะเป็นขอนแก่นโมเดลที่ท้องถิ่นทั้งประเทศต้องหันมาจับตามอง

หัวขบวนคนสำคัญไม่พูดถึงไม่ได้ “สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย”ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารรุ่นที่สอง ของกลุ่ม ช.ทวีรับไม้ต่อจากรุ่นพ่อแม่ “ชอ ทวีแสงสกุลไทย” และ “อุษา ทวีแสงสกุลไทย”ผู้บุกเบิกธุรกิจต่อรถบรรทุกรายใหญ่ในจังหวัดขอนแก่น



ปัจจุบันดำเนินธุรกิจ ออกแบบ สร้างสรรค์ ผลิตตัวถังติดตั้งระบบวิศวกรรมทางยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ให้บริการเทคโนโลยีระบบรางรวมทั้งผลิตและให้บริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในการป้องกันประเทศสินค้าและบริการของบริษัท เช่น รถบรรทุก รถพ่วง รถบัสรถลำเลียงอาหารสำหรับเครื่องบิน รถไฟ รถดับเพลิง รถกู้ภัย รถหุ้มเกราะ รถลำเลียงพลเรือรบหลวง เป็นต้น

นอกจากธุรกิจของกลุ่ม ช.ทวี แล้ว “สุรเดช“ยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง(เคเคทีที) จำกัด ที่เป็นทั้งต้นคิดจุดประกายเรื่องการร่วมมือกันของทุกฝ่ายในการพัฒนาเมืองตัวเอง และทำให้“ขอนแก่นโมเดล” เป็นหัวเมืองใหญ่ที่หลาย ๆ จังหวัดต้องจับตา

“สุรเดช“ ระบุว่า วันนี้ การพลิกโฉมขอนแก่นได้เริ่มต้นทำโครงการขนส่งมวลชนรถไฟฟ้าระบบรางเบา ด้วยการจัดตั้งบริษัท 5 เทศบาลได้แก่ เทศบาลตำบลสำราญ เทศบาลเมืองศิลา เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลตำบลเมืองเก่าและเทศบาลตำบลท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในชื่อ บริษัท ขอนแก่นทรานซิทซิสเต็ม จำกัดด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทเพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนโครงการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะระบบรางเบา (LRT) จังหวัดขอนแก่น



ขณะนี้เหลือเพียงผลการศึกษา พร้อมทั้งทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ที่กำลังเร่งดำเนินการ เพื่อให้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.)นำส่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา

หาก ครม.อนุมัติ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ปลายปี 2560 นี้ขณะเดียวกันจังหวัดขอนแก่นอยู่ระหว่างเจรจาขอใช้ที่ดินของศูนย์วิจัยข้าว 200 ไร่เพื่อนำมาพัฒนาสถานี และพื้นที่เชิงพาณิชย์

“สุรเดช” เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปในการเปลี่ยนเพื่อพลิกโฉมก่อนจะมาเป็น “ขอนแก่นโมเดล” ว่า “ใช้เวลา 8 ปี กว่าจะถึงวันนี้เริ่มจากต้องให้ท้องถิ่นเห็นด้วยกับเราก่อน และคนแรกที่ผมไปคุยด้วย คือ เอ็นจีโอโดยไปคุยกันที่คณะมนุษยศาสตร์ ม.ขอนแก่น อธิบายความคิดว่า อยากทำเพื่อบ้านเมือง(ขอนแก่น) อย่างไร ผมบอกอุดมการณ์ผมกับเขาไม่ต่างกัน ชอบเพลงเดียวกัน คนเก็บฟืนคนกับควาย แต่ผมเป็นลูกพ่อค้า ถามว่าวิธีของเขาวันนี้ พี่น้องดีขึ้นไหมทำไมไม่ลองวิธีของผม ถ้าหากผมออกนอกลู่นอกทาง ให้มาด่าผมได้ เพราะวันนี้เราต้องเปลี่ยนอย่าเอาแต่บอกว่าเราเป็นทุนสามานย์ ผมฟังมาตั้งแต่เด็กแล้ว เราต้องเปลี่ยนต้องเป็นทุนมีอุดมการณ์ แต่เราต้องทำให้ดู”

“เพราะคนไทยเป็นประเภทที่ต้องมีคนทำให้ดูเป็นตัวอย่าง หรือ Monkey See Monkey Do ดังนั้นต้องเริ่มที่พวกเราคนขอนแก่นทำต่อไปทั้งประเทศจะทำ”

“สุรเดช” อธิบายต่อไปว่า วันนี้ทุกคนรู้ว่า โลกเปลี่ยนทุกอย่างเปลี่ยน ดังนั้นสิ่งแรกที่คนไทยทุกคนต้องเปลี่ยน คือ วิธีคิด หรือ Mindset ของตัวเองก่อน ห้ามพูดว่ายากเพราะที่ขอนแก่นเปลี่ยนแล้ว เราต้องทำของยากเพื่อลูกหลานของเราเมื่อเปลี่ยนวิธีคิดได้ เราจะเกิดสิ่งที่ต้องพัฒนา เรียนรู้เพราะจุดอ่อนของคนไทยวันนี้บอกว่า เรียนจบด็อกเตอร์ก็หรูแล้ว

แต่ด็อกเตอร์วันนี้ก็ไม่ใช่ทุกอย่างเพราะด็อกเตอร์เป็นการจบศาสตร์ศาสตร์หนึ่งที่ลึกและประเทศไทยก็เต็มไปด้วยนักวิชาการ ซึ่งทำอะไรไม่ได้ เขียนแต่กระดาษ

ดังนั้นเมื่อเราเปลี่ยนวิธีคิด แล้วเรียนรู้ก็จะรู้วิธีแก้ปัญหาของประเทศเรา และจะรู้เองว่า เราต้องสามัคคี และต้องบูรณาการ

“ที่ผ่านมาเราพูดแต่บูรณาการ แต่มันไม่มีจริงแต่การบูรณาการที่แท้จริงจะต้องเกิดเรื่องการสานเสวนามาคุยกัน ทั้งกลุ่มเอกชนรัฐบาลท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และชุมชน เพื่อให้ได้วิธีการแก้ปัญหาซึ่งนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วที่ขอนแก่น”

สุรเดชกล่าวอีกว่า สำหรับจังหวัดขอนแก่นวันนี้มีแผนพัฒนาจังหวัด คือสมาร์ทซิตี้ 2030 โดยมีฐานขั้นที่ 1 คือ การทำขนส่งมวลชน และการพัฒนาเมืองฐานขั้นที่ 2 คือ ข้อมูล หรือที่เรียกว่า Internet of Things และฐานที่ 3 คือ คนควบคุมข้อมูลที่ประกอบด้วย สมาร์ท 6 เรื่อง ได้แก่ 1.Smart Mobility 2.Smart Living 3.Smart Citizen 4.Smart Economy 5.Smart Environment และ 6.Smart Governance

“ทั้งหมดนี้เราต้องทำจากฐานราก คือ ขนส่งมวลชน และพัฒนาเมืองแต่ทุกวันนี้เราไปทำจากข้างบน เหมือนทำจากใบไม้ลงไปหารากเพราะคนไทยชอบทำเรื่องง่าย ก็เลยทำเรื่องใบไม้ก่อน ซึ่งมันไม่ยั่งยืนวันนี้ขอนแก่นทำไมทำรถรางก่อน ก็เพราะอิมแพ็กต์มันสูงมันทำให้เกิดการเปลี่ยนเมืองได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การทำรถรางอย่างเดียวมันไม่คืนทุนเราต้องพัฒนาที่ดินด้วย โดยนำที่ดินรัฐมาพัฒนาซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลก็ให้นำใจกลางขอนแก่น 200 ไร่ไปทำซึ่งเป็นตัวอย่างว่าต่อไปมันจะอยู่ของมันได้เองวันนี้เราจะเป็นจังหวัดแรกที่จะทำสมาร์ทซิตี้ แบบยั่งยืน จะไม่เหมือนกรุงเทพฯที่รัฐบาลต้องไปซับซิไดซ์”

จากแผนทั้งหมดนี้ สุรเดชมองว่าจังหวัดขอนแก่นในอนาคตจะเกิดหมุดใหญ่ขึ้นในแผนที่โลกและจะเป็นหมุดที่เชื่อมต่ออีกหลายจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น นครราชสีมา อุดรธานีเสน่ห์ของขอนแก่นจะเป็นเมืองแห่งการลงทุน เป็นเมืองแห่งโอกาสของเยาวชนคนหนุ่มคนสาว มิใช่ดินแดนแห้งแล้ง สมัยก่อนคุณพึ่งน้ำ แต่เดี๋ยวนี้คุณพึ่งข้อมูลเมื่อมีข้อมูลก็เหมือนกับน้ำ ฉะนั้นต่อไป ขอนแก่นจะเป็นเมืองแห่งโอกาส

ที่สำคัญโมเดลทั้งหมดนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นจะถอดบทเรียนทำเป็นตำราให้ คาดว่าปีหน้าจะแล้วเสร็จจะเป็นหลักสูตรของสมาร์ทซิตี้

โดยหนังสือเล่มนี้เรียกว่า PIF หรือ Provincial Infrastructure Fund หากใครอยากจะทำโมเดลเดียวกันผมจะไม่ทำให้ แต่จะยื่นเล่มนี้ และเมื่อทุกคนทำ ประเทศจะค่อย ๆ ขยับ

“ทำไมต้องเปลี่ยนตอนนี้ ถามว่าคุณมีเวลาไหม อายุเท่าไหร่ ทำงานกี่ปีจะมีไฟแค่ไหน มันต้องกำหนด ไม่ใช่ว่าพอเกษียณแล้วมาบ่น ผมนับถือคนทำไม่นับถือคนรู้แล้วไม่ทำ แล้วบอกว่ามีอุปสรรคอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะอุปสรรคผมก็มีผมยังทำเลย”

คำกล่าวที่ว่า “คำพูดไม่สำคัญเท่าการกระทำ”คงเป็นคำจำกัดความระบุถึงตัวตนนักธุรกิจหนุ่มขอนแก่น ผู้ที่ลุกขึ้นมา “เปลี่ยน”ได้เป็นอย่างดี

เครดิตข่าวจากประชาชาติธุรกิจ 31 พ.ค. 60 ขอขอบพระคุณ มา ณที่นี้ครับ 

//www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1496218522




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2560    
Last Update : 5 มิถุนายน 2560 10:23:01 น.
Counter : 453 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด สรุปแนวคิดและแนวทางในการพัฒนาภูเก็ตในงานสัมมนาประจำปี 2560




บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัดสรุปแนวคิดและแนวทางในการพัฒนาภูเก็ตในงานสัมมนาประจำปี 2560

บทความสรุปโดย

คุณก้าน ประชุมพรรณ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด

เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2560 ที่โรงแรมเพิร์ลอ.เมือง จ.ภูเก็ต บริษัทภูเก็ตพัฒนาเมืองจำกัดได้จัดสัมมนาแนวคิดและแนวทางในการพัฒนาภูเก็ตประจำปี 2560 คุณก้าน ประชุมพรรณ์ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด สรุปเรียบเรียงดังนี้

บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด (PKCD)

เราจะก้าวเดินไปพร้อมๆกัน

เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง



คุณนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

คุณก้าน ประชุมพรรณ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด

คุณมนต์ทวี หงษ์หยก กรรมการบริหาร บริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด

ดร. เผด็จ จินดากรรมการผู้จัดการบริษัทภูเก็ตพัฒนาเมืองจำกัด


คุณสมศักดิ์ ดารารัตนโรจน์ ประธานกรรมการบริษัท สมุทรสาครพัฒนาเมือง จำกัด

ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

คุณกระทิงหรือคุณเรืองโรจน์ พูนผล

อ.ฐาปนา บุญยประวิตรนักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านการวางผังเมือง



ภาพผู้เข้าร่วมเสวนาอย่างคับคั่ง

…….บริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัดเป็นบริษัทน้องใหม่

เป็นการรวมตัวของกลุ่มนักธุรกิจในพื้นที่ภูเก็ต

ในอันที่จะเติมเต็ม ความเป็นภูเก็ตให้มีมาตรฐาน

ในทุกๆด้าน เป็นเมืองสมาร์ทซิตี้ ที่สมบูรณ์แบบ

เพื่อการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับของโลกที่แท้จริง

แนวคิด ที่ปรับสู่ยุทธศาสตร์และทิศทางที่ชัดเจน

ถูกบ่มฟัก มาเป็นเวลาพอสมควรเพื่อนำสู่การปฏิบัติ

และแสวงพันธมิตร ที่จะร่วมกันเดินหน้า

ปรับโฉมภูเก็ต เพื่อการรองรับนักท่องเที่ยว

เพื่อการรองรับแขกบ้านแขกเมือง เพื่อการรองรับ

ทุกผู้คนที่มาเยือนภูเก็ตให้เกิดความประทับใจสูงสุด

และที่สำคัญ ทำอย่างไรให้คนที่อยู่ภูเก็ตมีความสุข

และร่วมกันแก้ไขในสิ่งที่พลาดเติมเต็มในสิ่งขาด

😇ที่สำคัญอีกประการ บริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด

เรามิได้แสวงหาผลกำไรเป็นที่ตั้งแต่เรามุ่งหวัง

การพัฒนาภูเก็ตสู่มาตรฐานระดับโลกเป็นหัวใจหลัก

😇ไม่ใช่ความเพ้อฝัน ไม่ใช่แค่เพียงจินตนาการ

แต่ทุกอย่างได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติ

ที่เป็นไปได้อย่างชัดเจน อย่างเป็นมืออาชีพ

😇การขนส่งมวลชนสมาร์ทบัส รถไฟรางเบา

การพัฒนาTOD การพัฒนาปรับปรุงทางนำ้

ท่าเรือ จุดจอด พัฒนาพื้นที่รองรับและรูปลักษณ์

เรือโดยสาร นำเที่ยวในทุกระดับชั้น

การพัฒนาพลังงานทางเลือกแหล่งน้ำและรีไซเคิลของเสีย การทำแผนที่3มิติเพื่อรองรับทุกความต้องการ

ระบบแอพพลิเคชันบริการนักท่องเที่ยวของเมืองภูเก็ต

ระบบแสงสว่างอัจฉริยะเพื่อความสะดวกและปลอดภัย

การสร้างแลนด์มาร์คให้เป็นสัญลักษณ์เมือง

การสร้างระบบบริการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ

เพื่อให้เกิดความประทับใจแด่ผู้มาเยือนภูเก็ต

ศูนย์ไอทีปาร์คระดับอาเซียน/ระดับโลกเพื่อเป็นจุดรวม

ของคน ของสมอง ของเครื่องมือ มาไว้ตรงนี้

ศูนย์อาหารปลอดภัย คนปลอดภัย เมืองปลอดภัย

ศูนย์คลังสมองแหล่งความรู้เพื่อผลิตคนสู่ทุกอาชีพ

การสร้างและปรับศูนย์บริการท่องเที่ยวสู่ยุคสมัย

โลกไร้พรมแดน อย่างเป็นมาตรฐานและมืออาชีพ ฯลฯ

คุณมนต์ทวี หงษ์หยก กรรมการบริหาร บริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด


อ.ฐาปนา บุญยประวิตรนักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านการวางผังเมือง


ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย 

😇ทุกแผนงานมิได้ยกเมฆ ฝันกลางวัน แต่ทำเป็นระบบ

ทุกแผนงานผ่านการวิจัย ประชาพิจารณ์ และรับฟัง

ความคิดเห็นสู่ความต้องการเป็นต้องการมีของเมือง

😇คงไม่สามารถเห็นผลสัมฤทธิ์ภายในวันสองวัน

ข้อสำคัญทีมPKCD คิดแล้วทำ แล้วก็กำลังทำอยู่ครับ

ด้วยความมุ่งมั่น ของคนภูเก็ตนักธุรกิจในพื้นที่ภูเก็ต

ในอันที่จะสานให้ทุกเรื่องราวเป็นจริงจับต้องได้

😇วันนี้ เราได้ลงนามทำความตกลงร่วมกัน

กับภาคราชการ ภาคเอกชน และธุรกิจเอกชน

ที่จะร่วมกันสานฝัน ให้เป็นจริงกว่าสิบหน่วยงาน

เพื่อทำภูเก็ต ให้เป็นสมาร์ทซิตี้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

😇ครับ ขอขอบคุณท่านนรภัทร ปลอดทอง

นักธุรกิจภูเก็ตกว่าสองร้อยราย ที่มาร่วมกัน

เป็นสักขีพยาน การลงนาม MOU ในวันนี้

ณ โรงแรมเพิร์ลภูเก็ต ขอบคุณมากครับ

คุณสมศักดิ์ ดารารัตนโรจน์ ประธานกรรมการบริษัท สมุทรสาครพัฒนาเมือง จำกัด


คุณจรัล จึงยิ่งเรืองรุ่งประธานที่ปรึกษาบริษัท สระบุรีพัฒนาเมือง จำกัด 

😇ต้องขอขอบคุณ เครื่อข่ายบริษัทพัฒนาเมือง

จาก สมุทรสาคา สระบุรี ชลบุรี ระนอง กระบี่ตรัง

ที่ได้มาร่วมเป็นสักขีพยานการร่วมลงนาม

ความร่วมมือ MOU ในวันนี้

😇และสุดท้าย เรา PKCD พร้อมรับพันธมิตร

นักธุรกิจ ภาคเอกชน ประชาชน ที่จะมาร่วมทุน

เพื่อทำภูเก็ตเป็นเมืองสมาร์ทซิตี้ที่สมบูรณ์แบบ

ร่วมกันสร้างให้ภูเก็ตเป็นเมืองอัจฉริยะ

สนใจ มาคุยกับเรา หรือจะให้เราไปคุยด้วย

เรายินดีครับ เพราะการพัฒนาภูเก็ตเป็นหน้าที่

ของพวกเราทุกคน ของคนที่มาอาศัยภูเก็ตทุกคน

ขอย้ำว่า ทีมภูเก็ตพัฒนาเมือง เป็นแค่ทีมเล็กๆ

ที่มีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวด้วยจิตใจที่กล้าแข็ง

ที่จะพยายามระดมแนวคิด เพื่อระดมคนเพื่อระดมทุน

เพื่อระดมสรรพสิ่ง และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำเพื่อ….

😇😇เพื่อที่เรา จะก้าวเดินไปพร้อมๆกัน

😇😇เพื่อที่เรา จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ผมเองคงไม่สามารถจะนำแผนงาน ทิศทาง

ตามยุทธศาสตร์ที่จัดทำไว้มานำเสนอตรงนี้ได้ทั้งหมด

ท่านที่สนใจ ขอเชิญนะครับ ที่สำนักงาน PKCD ชั้น 3 อาคารศูนย์การค้าไลม์ไลน์

ครับขอบคุณมากครับ

-/ ทีมงานบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด (PKCD)

ปล.

ขณะนี้ PKCD เราทำแผนแม่บทเสร็จเรียบร้อยแล้ว

โดยระดมสมองกันอย่างหามรุ่งหามค่ำกว่าเจ็ดเดือน

เชิญผู้รู้จากทุกภาคส่วน ระดับชุมชน ระดับเมือง

ระดับประเทศ และระดับโลก มาเติมเต็มมาให้ข้อคิด

มาร่วมกันวางแผนสู่การปฏิบัติที่สามารถจับต้องได้

และบางส่วนงานเราได้ขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติไปบ้างแล้ว

ก็ฝาก แฟนเพจทุกท่านของผม ช่วยกันแชร์

เพื่อการประชาสัมพันธ์บอกกล่าว ต่อไป

ขอบคุณมากครับ

/// ทีม บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด 

ชมภาพ และบรรยากาศการประชุมมีผู้ร่วมประชุมจนล้นห้องเลยครับ





















เครดิตภาพ จาก นสพ.ภูเก็จอันดามัน ขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ครับ




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2560    
Last Update : 1 มิถุนายน 2560 0:05:01 น.
Counter : 489 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

เครือข่ายความร่วมมือพิษณุโลก ประชุมเตรียมความพร้อม “พิษณุโลก 4.0”




เครือข่ายความร่วมมือพิษณุโลกประชุมเตรียมความพร้อม “พิษณุโลก 4.0”

บทความเรียบเรียงโดย พิชิต ขอผลหัวหน้าฝ่ายผังเมือง องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก

การประชุมเตรียมความพร้อม "พิษณุโลก 4.0" ณ.สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลกกองวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมปรึกษาหารือกับหลายองค์การเอกชน สภาอุตสาหกรรมหอการค้า สมาคมโรงแรม ฝ่ายผังเมือง อบจ.พิษณุโลก ฯลฯตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งมั่นพัฒนายกระดับรายได้ของประชาชนชาวไทยให้สูงขึ้นหลุดกับดักรายได้ปานกลางยุค 3.0 ให้สิ้นสุดไปเข้าสู่ ประเทศไทย 4.0

เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network หรือ RUN) ได้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมเป็นมหาวิทยาลัยที่ 8เพื่อร่วมกันสร้างโครงการวิจัยเพื่อตอบโจทย์สังคมในทุกด้านมุ่งหน้าตอบโจทย์นโยบายไทยแลนด์4.0ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศและภูมิภาค

สำหรับจังหวัดพิษณุโลกมีการทำยุทธศาสตร์พิษณุโลก 2020 มาระยะหนึ่งแล้วซึ่งมีแผนงานโครงการที่สอดรับกับ ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลพอดีจากการทำแผนปฏิบัติการในหลายระดับ ประเทศไทย ภาคเหนือ และภาคเหนือตอนล่างได้ข้อค้นพบว่าจังหวัดพิษณุโลกเป็นพื้นที่เป้าหมาย(Focus Areas) ใน 4 เรื่อง

1. ศูนย์กลางการค้าและบริการมีศูนย์การค้าปลีก/ส่ง ขนาดใหญ๋ในพื้นที่

2. ศูนย์กลางธุรกิจสุขภาพมีโรงพยาบาลศูนย์ระดับภาค โรงพยาบาลเอกชนจำนวนมาก

3. ศูนย์กลางการศึกษา มหาวิทยาลัยหลายแห่งรองรับงานวิชาการหลายสาขา

4. ศูนย์การธุรกิจดิจิตอล แห่งจำหน่าย ซื้อขายและบริการในระดับภูมิภาค

ที่ประชุมสรุปแนวทางเบื้องต้นที่จังหวัดพิษณุโลกสามารถดำเนินการได้เลยมีบุคลาการจากหลายสถาบันการศึกษาในพื้นที่รองรับคือ พิษณุโลกศูนย์การดิจิตอล(Phisanulok Digital) ซึ่งจะเป็นตัวสนับสนุน 4 เรื่องที่กล่าวมาด้วย













 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2560 0:25:07 น.
Counter : 478 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ข่าวดี!! รถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ต ตอกเสาเข็มปีหน้า เสร็จปี 2564 (มีคลิป)




ข่าวดีที่ภูเก็ต เกี่ยวกับระบบขนส่งมวลชนเชื่อมต่อการสัญจร

เปิดแผนสร้าง รถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ต

คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ปีหน้าใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี คาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการได้ในปี 2564

ชมคลิป



ขอบคุณคลิปภาพข่าวจากเที่ยงวันทันเหตุการณ์(ช่อง 3) 25 พฤษภาคม 2560 และThaihdStation




 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2560    
Last Update : 30 พฤษภาคม 2560 14:13:31 น.
Counter : 401 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  

BlogGang Popular Award#13


 
เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




ภาพอดีต ภาพปัจจุบัน และอนาคต และความเป็นไปของเกาะรัตนโกสินทร์
เล่าเรื่องทริป ที่สุดแสนจะธรรมด๊า ธรรมดา แต่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่ในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว มัน อเมซิ่ง มากมาย
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.