เที่ยวอุทัยใน2วันถ้วน!!




คุณเคยหลงรักใครมั้ย?

รักในความน่ารัก

รักในความที่เค้าไม่เหมือนใคร

รักในความเงียบสงบของเค้า

รักในความรู้จักตัวตนของเค้าเอง

รักโดยที่ไม่รู้ว่าหลงรักทำไม

เพราะว่าเค้ามีเสน่ห์ลึกๆแบบไม่ต้องมาอธิบาย

ไม่รู้สิ

มันต้องได้มาสัมผัส

ถึงจะรับรู้ความรู้สึกนี้ได้เองเนอะ

และถ้านับเป็นคน...อุทัยธานี เป็นเหมือนคนๆหนึ่งที่เราได้ตกหลุมรักเข้าไปแล้ว

แทบไม่น่าเชื่อว่าเวลาเพียง2วันเท่านั้นที่ได้มาคลุกคลีที่นี่

จะทำให้ตกหลุมรักซะมากมาย 
ที่นี่มีครบและตอบโจทย์คนจริตแบบเราจริงๆ

ทั้งวัฒนธรรมประเพณีเก่าแก่ที่ดีงาม 
ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชีวิตเดิมๆของคนในท้องถิ่น

เวลาเพียง2วัน อาจจะเก็บภาพมาแบ่งปันได้ไม่หมด 
แต่เชื่อเถอะว่าปริมาณภาพถ่ายมหาศาลครั้งนี้
เป็นเครื่องหมายการันตีได้ว่า 

"ตกหลุมรัก" ที่นี่จริงๆ

Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley

ช่วงก่อนวันลอยกระทง2วัน ได้มีโอกาสไปเยือนอุทัยธานีครั้งแรก
ไปแบบไม่ได้คาดหวังความรู้สึกอื่นใด 
เพราะในหัวเต็มไปด้วยคำว่า "เมืองรอง"
มันไม่น่ามีอะไรมากนะ แต่แล้วก็เริ่มเปลี่ยนใจ
เพราะภาพหลายภาพที่ได้มามันยากเกินบรรยาย
ตามมาดูเส่ะ


เริ่มต้นที่พักกันแบบเรียบง่ายไม่เอิกเกริกไม่วุ่นวาย
ที่นี่คือแหล่งกบดานสำหรับ2วันที่นี่ของเราชื่อว่า 

"บ้านสะแกกรังรีสอร์ท"

สำหรับใครที่ต้องการพักผ่อนจริงจัง
แนะนำที่นี่เลยค่ะ ไม่มีเสียงอึกทึกจากรถราให้กวนใจสักแอะ
เป็นที่พักที่เงียบสงบมาก รอบๆที่พักมีต้นไม้และสวนติดกัน 
ดูนกดูต้นไม้ สีเขียวขจี มี wifi พร้อมอาหารเช้าฟรีด้วยค่ะ
ถ้าไม่ติดว่าต้องไปกับทีมงาน 
เราว่าน่าจะเดินจงกลม ยุบหนอ พองหนอ
หรืออาจจะสวดมนต์ทำนองสรภัญญะอย่างเป็นสุขก็ได้นะ





NOTE 
คำเตือน..ถ้าไม่ได้นำรถมาเอง กรุณาอย่าหิวยามค่ำคืน
เซเว่นไกลมว้ากกกกกก...
พกเสบียงมาเถอะนะได้โปรดดด

สถานที่ๆทาง ททท.อุทัยธานีได้พาเราไปเยือนวันแรก คือ
วัดสังกัสรัตนคีรี 
ตั้งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง สุดถนนท่าช้าง ในเขตเทศบาลเมือง
วัดที่ใครๆก็จดจำในเรื่องของการตักบาตรเทโว
วัดที่มีบรรได 449 ขั้นและมีพระ500 รูป
เดินลงมาบิณฑบาตรจากเขา ในทุกๆ
วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกๆปี 
นอกจากนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองของรัชกาลที่1
และมีพระคู่บ้านคู่เมืองคือพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ไว้ที่นี่ 
พระที่เป็นตำนานและสันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่พญาลิไท 
อายุประมาณ 600-700 ปีขึ้นไป 
วันที่เราไปนั้นภายในวัดกำลังก่อสร้างต่อเติมเพิ่มอีกหลายจุด
จึงเดินดูคร่าวๆในเวลาประมาณ 40 นาที
โดยส่วนตัวชอบสถาปัตยกรรมไทยของที่นี่มาก
มีความอ่อนช้อยสวยงามแบบใส่ใจในรายละเอียด
พบลายไทยมากมายและที่พบวันนี้เช่นลายกระจังตาอ้อย
ลายประจำยามและลายกระจังปะติญาณ
ซึ่งโดยปกติแล้วมักพบได้ในวัดเก่าๆเท่านั้น
















Smiley ทิวทัศน์จากข้างบนเขามาด้านล่าง 




Smiley ของจำหน่ายภายในวัด Smiley






NOTE
ส่วนตัวแล้วคิดว่าวัดสวยมาก 
มีของดี น่าสนใจมากและมีจุดถ่ายรูปเยอะ
แต่ความระเกะระกะของร้านขายของตรงทางเข้า
ทำให้ไปลดทอนความน่าสนใจในภูมิทัศน์ของวัดอย่างน่าเสียดาย
คืออันนี้ไม่แน่ใจว่าเพราะกำลังสร้างต่อเติมด้วยหรือเปล่า
แบบนี้ต้องมาใหม่ตอนที่ทำเสร็จแล้วอีกสักครั้ง^^


บ้านไอติม
ป้าเล็กไอสครีมกระทิสด
เบอร์ติดต่อ 083-0152005
เป็นร้านไอติมเล็กๆข้างวัด บรรยากาศชิลๆ
ถ้าเทียบกับราคา 10 บาท ต่อถ้วยแล้วคุ้มมาก
การตกแต่งร้านเป็นแนวอาร์ตๆทุกกระเบียดนิ้ว
ไม่ว่าจะเป็น เก้าอี้ โต๊ะ ของตกแต่ง
เนื่องจากพี่เจ้าของนั้นเป็นอินทีเรียรับออกแบบ
นั่งสบายๆแบบกันเอง เรามาที่นี่ช้าไปหน่อย
ไอติมหมด แต่ยังได้ชิม สุดท้ายแฟนหล่อไง
ไอติมกระทิแท้ๆ รสไม่หวานมาก ดีต่อสุขภาพ
ปักหมุดร้านนี้ไว้ด้วย คราวหน้าต้องทัน








NOTE
ควรโทรมาสอบถามทางร้านก่อนว่าไอติมหมดรึยัง
เพราะทางร้านทำแบบจำนวนจำกัด


อ่างเก็บน้ำทับเสลา
ท่ามกลางความเงียบงันในรถตู้ 
อาจจะไม่มีใครมาล่วงรู้ได้ว่า
เรากำลังสวดมนต์ภาวนาคิดถึงพ่อแก้วแม่แก้วอยู่
เพราะโชเฟอร์ต้องเร่งทำความเร็วแข่งกับเวลา
แข่งกับแสงที่กำลังจะลับขอบฟ้า
ไหนจะตำรวจที่ตั้งใจปฎิบัติภารกิจระหว่างทางเป็นอย่างดีอีก..
มีการเรียกตรวจตลอดเวย์..
ทุกคนคงแอบถอนหายใจกันบ้าง...จะถึงมั้ยนะ?
แต่น้องน้อยโชว์เฟอร์ระดับ Fast9
ก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังเลย
พวกเราต่างดำผุดดำว่ายกับแสงเย็น
"โคตรสวยเลยโว้ยยย" 
ใครคนหนึ่งตะโกนออกไปเสียงดังกึกก้อง
ฉันหน่ะสิๆๆ...คนบ้าคุยคนเดียวก็ได้
สวยจริงๆนะ...แสงนุ่มๆอ่อนๆ 
เป็นมิตรกับผิวและดีต่อใจมากมาย
นี่ถ้ามากับผู้ชายคงจูบกันดูดดื่มไปแล้ว
มีความโรแมนติกปนเหงาๆหน่อยๆ
แม้น้ำจะมีกลิ่นหญ้าเน่าเล็กน้อยก็เถอะ
มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง
ด้วยความที่มีฉากครบ..น้ำ ฟ้า ป่า เขา
ที่เหลือก็ฝีมือคนถ่ายนี่แหล่ะ







ของแถมจากขอบอ่าง


NOTE
เขื่อนทับเสลา
เป็นเขื่อนชลประทานขนาดใหญ่กั้นลำห้วยทับเสลา
ทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนซึ่งมีทัศนียภาพสวยงาม 
มีภูเขา สลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง 
บริเวณตอนใต้ของเขื่อนมีสภาพเป็นป่าเต็งรังและสวนป่าปลูก 
การเดินทางใช้ทางหลวง หมายเลข 3438 
เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร จะถึงทางแยกซ้ายมือเข้าเขื่อนทับเสลา
เป็นทางราดยางอีกประมาณ 2 กิโลเมตร


ขากลับเข้าที่พักคืนนี้
เราแวะทานอาหารค่ำและเข้าชมเมืองยามค่ำคืนริมแม่น้ำสะแกกรัง
ทุกคนดูหิวโหยกันมากถึงมากที่สุด
ก็ไม่รู้ว่าแอบใช้พลังงานกันตอนไหนไปบ้าง
ของเรารู้แค่ตอนลุ้นไปอ่างเก็บน้ำนี่แหล่ะ..เหนื่อยฝุดๆ



ให้ภาพเล่าเรื่องความหิวในค่ำคืนนี้
ตามชื่อร้าน...บ้านเล่าเรื่อง



ส่วนสองจานนี้เป็นอาหารของหนูเอง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด
เนื่องจากทานมังสวิรัติ ทานไปก็ดูชื่อเมนูไป
อาหารที่นี่มีหลากหลายเมนู คนทำอาหารมีน้ำเสียงเหน่อๆเล็กน้อย
แต่ใจดีมากๆรู้เลย พอแจ้งว่าทานมังสวิรัติก็ทำให้เลยร้อนๆ




ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านชิลๆ เหมือนบ้านเนอะ
บ้านนกเขา ที่สะสมของเก่าแบบจีนๆ ภาพเก่า ของใช้ นุ่นนี่
สมัยรุ่นปู่ย่า เอ้างั้นก็แสดงว่าตอนนี้เรากำลังกินข้าวอยู่ใน 
"ซอยตรอกโรงยา" ในอดีตที่นี่เป็นโรงสูบฝิ่นด้วยนะ


คืนนี้มีการซ้อมแห่มังกรทองด้วย
เราชอบมังกรที่อุทัยนะ
หน้าตาดูใจดี มุ้งมิ้ง สีสวย
รายละเอียดของใบหน้าก็ชัดเจนมาก
ดูแล้วจิ้มลิ้มพร้ิมเพรา
ถ้าเราเป็นเด็กๆเราคงกล้าเข้าไปจับลูบคลำ



คืนนี้ลาไปด้วยแสงไฟจากวัดโบสถิ์สวยๆ
ริมฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำสะแกกรัง ฝั่งนั้นเรียกว่า 
เกาะเทโพ ชื่อน่ากินละเกิ้นนน



กลางคืนยังสวยขนาดนี้
กลางวันจะสวยขนาดไหนกันนะ
เดี๋ยวพรุ่งนี้ในส่วนของ วันที่2 
มาดูกันต่อเนอะ

ขอขอบคุณททท.อุทัยธานี ในการสนับสนุนความสนุกสนานครั้งนี้
ขอขอบคุณน้องน้อยโชเฟอร์รถตู้ ที่ไว้ชีวิตกันจนจบทริปนี้ด้วย
รักส์นะ





Create Date : 26 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 12 ธันวาคม 2561 14:24:00 น.
Counter : 8 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#14



มิใช่หวงแต่ห่วงใย
Location :
สัมภเวสี  Peru

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]








"มีแมวเป็นสมบัติพัสฐาน"






New Comments
พฤศจิกายน 2561

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
Friends Blog
[Add มิใช่หวงแต่ห่วงใย's blog to your weblog]