งานตักบาตรเทโวโรหณะ 2563 วัดสังกัสรัตนคีรี อุทัยธานี
ตักบาตเทโว ที่วัดสังกัสรัตนตีรี
วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11
ตักบาตรเทโว หมายถึงการทำบุญตักบาตร
ปรารภเหตุที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลก
ในวันมหาปวารณา (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11)
คำว่า เทโว เรียกมาจากคำว่า เทโวโรหณะ (เทว+โอโรหณ)
ซึ่งแปลว่า การลงจากเทวโลก

การตักบาตรในวันนี้มีลักษณะพิเศษ คือ จะอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานบนล้อเลื่อนที่บุษบก (บุษบก หมายถึง เรือขนาดเล็ก มียอด เคลื่อนที่ได้) และมีบาตรวางตั้งอยู่ด้านหน้า และจะมีคนลากล้อเลื่อนไปอย่างช้าๆ พระสงฆ์ก็จะเดินตามเรียงเป็นแถวส่วนพุทธศาสนิกชนก็จะนั่งเรียงเป็นแถว และนำข้าวต้มลูกโยนมาใส่บาตร ซึ่งในบางวัดอาจจะมีการจัดสถานที่เป็นแบบจำลองเหมือนกับที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจริงๆ
เครดิต:https://th.wikipedia

จุดที่มีการตักบาตรในวันนี้มี 3 จุดด้วยกัน
จุดแรกบนเขา เครดิตภาพจากคุณอุ้มสีทั้งหมดค่ะ









จุดที่ 2 เป็นจุดรับอาหารที่เป็นคาวหวานดอกไม้ เป็นต้น
มีพระสงค์นั่งรับบาตรและเป็นจุดที่รับบริจาค
มีธงบุญให้ร่วมทำบุญด้วย






















ปีนี้พ่อค้าแม่ค้าบอกว่าคนมาเที่ยวเยอะแต่ขายยาก
ปีที่แล้วไม่พอขาย แต่ปีนี้เหลือ
เราเลยช่วยอุดหนุนไปสองร้านแล้วไปตักบาตร
เวลาลงตัวมาก ก่อนที่พระสงฆ์จากบนเขาจะลงมารับบาตรด้านล่าง
รู้สึกดีจังเลยที่มีโอกาสได้ทำบุญด้วย ตอนแรกคิดว่าคงไม่มีเวลาเสียแล้ว
ปีหน้าถ้ามีบุญวาสนาจริงก็ขอให้ได้มีโอกาสมาทำบุญที่นีอีก สาธุๆๆ

จุดที่3 คือกำลังจะเริ่มตรงนี้

วันนี้วันที่ 3 ตุลาคม 2563
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เป็นประธานเปิดงานประเพณีตักบาตรเทโว
เพื่อถวายเป็นพระพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และเพื่อส่งเสริมประเพณีสำคัญทางพุทธศาสนา
ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดอุทัยธานี
ในเทศกาลออกพรรษา
โดยมี นายธนิศร์ วงศ์ปิยะสถิตย์ และนายอลงกต วรกี
รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นายชาดา ไทยเศรษฐ์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี
หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนชาวอุทัยธานี
ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดจำนวนมาก
ร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 500 รูป
ที่เดินลงจากยอดเขาสะแกกรัง ตามบันได 449 ขั้น
โดยมีเหล่านางฟ้าตัวน้อยๆคอยโปรยกลีบดอกไม้




เครดิตภาพ:jaturaporn




เครดิต:sippakorn










ชบวนแห่พระพทธรูปและพระสงฆ์กำลังเดินลงมาบรรไดมาแล้ว
มีเจ้าหน้าที่ 6 ท่าน สวมเครื่องทรงเทวดาแบบพราหมณ์
สวมชฎา เครื่องประดับเป็นทับทรวง สวมรองเท้าปลายงอน
พร้อมแบกเสลี่ยงพระ ที่มีพระพุทธรูปประทับอยู่
ปางพระพุทธรูปที่แห่ลงจากเขาวันนี้เรียกว่า
"ปางเสด็จลงจากดาวดึงส์"
พระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้นเสมอพระอุระ(อก)
จีบนิ้วพระหัตถ์ทั้งสอง เป็นกิริยาทรงแสดงธรรม

ความเป็นมาของปางเสด็จลงจากดาวดึงส์
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ด้วยบันไดแก้วมณีที่ท้าวสักกเทวราชเนรมิตน้อมถวาย
โดยมีเหล่าพรหมและเทวดาจำนวนมากส่งเสด็จ
และยังมีปัญจสิขเทพบุตรทรงพิณ ขับร้องด้วยเสียงอันไพเราะ
มาตลีเทพบุตรถือของหอมและดอกไม้ทิพย์โปรยปรายในระหว่างทาง
พระพุทธองค์เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในวันออกพรรษา
จึงมีประเพณีตักบาตรเทโว
เพื่อรับเสด็จพระพุทธองค์ในวันออกพรรษาสืบมาจนถึงปัจจุบัน
ข้อมูล:https://www.dhammathai.org




เครดิต:sippakorn




ซูมได้ไกลๆ โถว






"ปางเสด็จลงจากดาวดึงส์"














เข้าสู่พิธีการตักบาตรเทโวอย่างเป็นทางการ
เริ่มตั้งแต่หน้าเวที
และด้านล่างจะมีรถรับของใส่บาตรมีพระพุทธรูปปางต่างๆตั้งประจำรถ
คลื่นสาธุชนผู้มีจิคศรัทธามาตักบาตรกันอย่างเนืองแน่น















































กระสอบป่านที่รับของใส่บาตรเยอะมาก
นั่นแสดงถึงพลังศรัทธาต่อพุทธศาสนาของเรา
วันนี้ได้มีโอกาสมาเห็น มาทำบุญที่นี่ รู้สึกอิ่มบุญ อิ่มใจมากค่ะ
ปีหน้าหากทุกท่านมีโอกาสและยังไม่รู้จะไปทำบุญตักบาตรเทโวที่ไหน
แนะนำให้มาที่วัดสังกัสรัตนคีรี จังหวัดอุทัยธานีค่ะ
ขอขอบคุณที่ติดตามมาถึงตรงนี้ บล็อกนี้ภาพเยอะมาก

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี
ที่ได้ให้โอกาสมาทำบุญตักบาตรในวันนี้
ขอขอบคุณพี่ๆเพื่อนๆร่วมทริปที่น่ารักและเจ้าของภาพชัดๆทุกคนด้วยค่ะ






Create Date : 09 ตุลาคม 2563
Last Update : 11 ตุลาคม 2563 11:02:14 น.
Counter : 161 Pageviews.
4 comment
(โหวต blog นี้) 
งานตักบาตรเทโวโรหณะ 2563 จ.อุทัยธานี (กลางคืน)
งานประเพณีตักบาตรเทโว
ประจำปี 2563
ณ วัดสังกัสรัตนคีรี จ.อุทัยธานี
ระหว่างวันที่ 2-3 ตุลาคม 2563

กำหนดการตามโบรชัวร์


วันนี้ขออนุญาตนำบรรยากาศของคืนวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2563 มาให้ชมค่ะ
มาเข้าสู่งานกันเลยค่ะ
เริ่มต้นจากหน้างาน มีเจ้าหน้าที่คัดกรองคนเข้างาน
ทุกท่านต้องสวมแมสและติดสติกเกอร์เข้างานเท่านั้น

ทางเข้าซุ้มงาน
มาถ่ายภาพเป็นเกียรติกันสักหน่อย
จากภาพ1-2
ทางซ้าย
นางสาวสุชารัตน์ แสงอรุณ
ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนง.อุทัยธานี

ทางขวา
นางตถาพร สิทธิสมาน
ปลัดเทศบาลเมืองอุทัยธานี









บรรยากาศการทานขันโตก
ตื่นเต้นๆๆอยากรู้จังว่ามีอาหารอะไรในถ้วยนั้น
คือหิวด้วยตอนนั้น











น่าทานทุกอย่างเลยค่ะ
เป็นเมนูที่คุ้นตากันดีและเป็นของขึ้นชื่อของจ.อุทัยด้วย

เมนูอาหารคาว - น้ำพริกผักต้ม แกงมัสหมั่นไก่ ปลาแรดทอด ไข่ต้ม ผัดเส้นหมี่










เมนูอาหารหวาน - เม็ดขนุนเผือก ข้าวแต๋น ข้าวต้มมัด ข้าวต้มลูกโยน กระยาสารท






ขอขอบคุณภาพอาหารชัดๆสวยๆจากน้องบี noppamas Bee ด้วยค่ะ
เดี๋ยวจะรีบไปซื้อหัวเว่ยแล้ว





การเปิดงาน
นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี
มอบหมายให้ นายธนิศร์ วงศ์ปิยะสถิตย์
รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดการแสดง
แสง สี เสียง เรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า
พระอินทร์เสด็จลงมาโปรดทางสายกลาง
พุทธตำนานงานประเพณีตักบาตรเทโว
พร้อมรับประทานสำรับคาวหวาน
อาหารพื้นเมืองอุทัยธานี เพื่อสืบสานประเพณีตักบาตรเทโว
ที่ชาวอุทัยธานีสืบทอดกันมายาวนาน
ถือเป็นการเริ่มงานบุญใหญ่ช่วงเทศกาลออกพรรษา
ของชาวจังหวัดอุทัยธานีอย่างเป็นทางการ
โดยมี นายอลงกต วรกี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี
หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนนักท่องเที่ยว
และชาวอุทัยธานีได้ร่วมรับประทานสำรับคาวหวานในมื้อค่ำร่วมกัน






การแสดงจินตภาพ ประกอบแสงสีเสียง และสื่อผสม
เต็มรูปแบบคืนนี้สวยงามอลังการมาก
ใช้ชื่อการแสดงในค่ำคืนนี้ว่า #พุทธบารมีเกริกฟ้าศรัทธาตำนานตักบาตรเทโวโรหณะ
ผู้แสดงนำและเป็นพระเอกคืนนี้คือ คุณโอ๊ต สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์
นักแสดงจากทีวีช่อง 7 สีที่เคยมีผลงานผ่านตากันมาแล้ว





















ขอบคุณเครดิตภาพจาก IG:โอ๊ต สุรศักดิ์ ด้วยค่ะ


ส่วนตัวเราชอบคืนนี้ตรงมีม้า มีช้างตัวจริงเสียงจริงนี่ล่ะ
ดูยิ่งใหญ่ สมเกียรติ และขลังมาก โดยเฉพาะพี่ช้างเชือกนี้ตัวใหญ่มากๆ










แถมยังมีฉากหลังของพญานาคทั้งสองข้าง
เพิ่มบรรยากาศให้งานแสดงดูสมจริงได้ดีเลย
มีความสวยงามแต่น่าเกรงขามมาก








ภาพสวยๆจาก serphoto ขอบคุณมากๆค่ะ





การแสดงจบแล้ว นักแสดงมารวมตัวหน้าเวที
ให้ผู้รับชมการแสดงได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
ทุกคนได้รับความอิ่มเอมใจจากการรับชมครั้งนี้มากค่ะ
เราก็หนึ่งในนั้นด้วย ถือเป็นสิ่งที่ดีงามและกำไรชีวิตมากๆ
ที่ได้มีโอกาสชมความบันเทิงในรูปแบบนี้







ลากันด้วยภาพพระจันทร์สวยกลมโต
ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี
ที่ได้ให้โอกาสมาเห็นมามีความสุขในค่ำคืนนี้
ขอขอบคุณพี่ๆเพื่อนๆร่วมทริปที่น่ารักทุกคนด้วยค่ะ

บล็อกถัดไปเป็นงานพิธีตักบาตรเทโวตอนเช้า
และชมขบวนแห่พุทธประวัติ
กับการจัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้างที่เดียวในโลก

ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบค่ะ





Create Date : 05 ตุลาคม 2563
Last Update : 6 ตุลาคม 2563 16:47:42 น.
Counter : 224 Pageviews.
5 comment
(โหวต blog นี้) 
เที่ยวอุทัยใน2วันถ้วน!!




คุณเคยหลงรักใครมั้ย?

รักในความน่ารัก

รักในความที่เค้าไม่เหมือนใคร

รักในความเงียบสงบของเค้า

รักในความรู้จักตัวตนของเค้าเอง

รักโดยที่ไม่รู้ว่าหลงรักทำไม

เพราะว่าเค้ามีเสน่ห์ลึกๆแบบไม่ต้องมาอธิบาย

ไม่รู้สิ

มันต้องได้มาสัมผัส

ถึงจะรับรู้ความรู้สึกนี้ได้เองเนอะ

และถ้านับเป็นคน...อุทัยธานี เป็นเหมือนคนๆหนึ่งที่เราได้ตกหลุมรักเข้าไปแล้ว

แทบไม่น่าเชื่อว่าเวลาเพียง2วันเท่านั้นที่ได้มาคลุกคลีที่นี่

จะทำให้ตกหลุมรักซะมากมาย 
ที่นี่มีครบและตอบโจทย์คนจริตแบบเราจริงๆ

ทั้งวัฒนธรรมประเพณีเก่าแก่ที่ดีงาม 
ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชีวิตเดิมๆของคนในท้องถิ่น

เวลาเพียง2วัน อาจจะเก็บภาพมาแบ่งปันได้ไม่หมด 
แต่เชื่อเถอะว่าปริมาณภาพถ่ายมหาศาลครั้งนี้
เป็นเครื่องหมายการันตีได้ว่า 

"ตกหลุมรัก" ที่นี่จริงๆ

Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley

ช่วงก่อนวันลอยกระทง2วัน ได้มีโอกาสไปเยือนอุทัยธานีครั้งแรก
ไปแบบไม่ได้คาดหวังความรู้สึกอื่นใด 
เพราะในหัวเต็มไปด้วยคำว่า "เมืองรอง"
มันไม่น่ามีอะไรมากนะ แต่แล้วก็เริ่มเปลี่ยนใจ
เพราะภาพหลายภาพที่ได้มามันยากเกินบรรยาย
ตามมาดูเส่ะ


เริ่มต้นที่พักกันแบบเรียบง่ายไม่เอิกเกริกไม่วุ่นวาย
ที่นี่คือแหล่งกบดานสำหรับ2วันที่นี่ของเราชื่อว่า 

"บ้านสะแกกรังรีสอร์ท"

สำหรับใครที่ต้องการพักผ่อนจริงจัง
แนะนำที่นี่เลยค่ะ ไม่มีเสียงอึกทึกจากรถราให้กวนใจสักแอะ
เป็นที่พักที่เงียบสงบมาก รอบๆที่พักมีต้นไม้และสวนติดกัน 
ดูนกดูต้นไม้ สีเขียวขจี มี wifi พร้อมอาหารเช้าฟรีด้วยค่ะ
ถ้าไม่ติดว่าต้องไปกับทีมงาน 
เราว่าน่าจะเดินจงกลม ยุบหนอ พองหนอ
หรืออาจจะสวดมนต์ทำนองสรภัญญะอย่างเป็นสุขก็ได้นะ





NOTE 
คำเตือน..ถ้าไม่ได้นำรถมาเอง กรุณาอย่าหิวยามค่ำคืน
เซเว่นไกลมว้ากกกกกก...
พกเสบียงมาเถอะนะได้โปรดดด

สถานที่สำคัญๆที่ทาง ททท.สำนักงานอุทัยธานี 
ได้พาเราไปเยือนวันแรก คือ
วัดสังกัสรัตนคีรี 
ตั้งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง สุดถนนท่าช้าง ในเขตเทศบาลเมือง
วัดที่ใครๆก็จดจำในเรื่องของการตักบาตรเทโว
วัดที่มีบันได 449 ขั้นและมีพระ500 รูป
เดินลงมาบิณฑบาตรจากเขา ในทุกๆ
วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกๆปี 
นอกจากนี้ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองของรัชกาลที่1
และมีพระคู่บ้านคู่เมืองคือพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ไว้ที่นี่ 
พระที่เป็นตำนานและสันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่พญาลิไท 
อายุประมาณ 600-700 ปีขึ้นไป 
วันที่เราไปนั้นภายในวัดกำลังก่อสร้างต่อเติมเพิ่มอีกหลายจุด
จึงเดินดูคร่าวๆในเวลาประมาณ 40 นาที
โดยส่วนตัวชอบสถาปัตยกรรมไทยของที่นี่มาก
มีความอ่อนช้อยสวยงามแบบใส่ใจในรายละเอียด
พบลายไทยมากมายและที่พบวันนี้เช่นลายกระจังตาอ้อย
ลายประจำยามและลายกระจังปะติญาณ
ซึ่งโดยปกติแล้วมักพบได้ในวัดเก่าๆเท่านั้น
















Smiley ทิวทัศน์จากข้างบนเขามาด้านล่าง 




Smiley ของจำหน่ายภายในวัด Smiley







NOTE
ส่วนตัวแล้วคิดว่าวัดสวยมาก 
มีของดี น่าสนใจมากและมีจุดถ่ายรูปเยอะ
แต่ด้วยความแอบระเกะระกะของร้านขายของตรงทางเข้า
จึงอาจทำให้ลดทอนความน่าสนใจในภูมิทัศน์ของวัดอย่างน่าเสียดาย
คืออันนี้ไม่แน่ใจว่าเพราะกำลังสร้างต่อเติมด้วยหรือเปล่า
แบบนี้ต้องมาใหม่ตอนที่ทำเสร็จแล้วอีกสักครั้งโน๊ะๆ^^


บ้านไอติม
ป้าเล็กไอสครีมกระทิสด
เบอร์ติดต่อ 083-0152005
เป็นร้านไอติมเล็กๆข้างวัด บรรยากาศชิลๆ
ถ้าเทียบกับราคา 10 บาท ต่อถ้วยแล้วคุ้มมาก
การตกแต่งร้านเป็นแนวอาร์ตๆทุกกระเบียดนิ้ว
ไม่ว่าจะเป็น เก้าอี้ โต๊ะ ของตกแต่ง
เนื่องจากพี่เจ้าของนั้นเป็นอินทีเรียรับออกแบบ
นั่งสบายๆแบบกันเอง เรามาที่นี่ช้าไปหน่อย
ไอติมหมด แต่ยังได้ชิม สุดท้ายแฟนหล่อไง
ไอติมกระทิแท้ๆ รสไม่หวานมาก ดีต่อสุขภาพ
ปักหมุดร้านนี้ไว้ด้วย คราวหน้าต้องทัน








NOTE
ควรโทรมาสอบถามทางร้านก่อนว่าไอติมหมดรึยัง
เพราะทางร้านทำแบบจำนวนจำกัด


อ่างเก็บน้ำทับเสลา
ท่ามกลางความเงียบงันในรถตู้ 
อาจจะไม่มีใครมาล่วงรู้ได้ว่า
เรากำลังสวดมนต์ภาวนาคิดถึงพ่อแก้วแม่แก้วอยู่
เพราะโชเฟอร์ต้องเร่งทำความเร็วแข่งกับเวลา
แข่งกับแสงที่กำลังจะลับขอบฟ้า
ไหนจะตำรวจที่ตั้งใจปฎิบัติภารกิจระหว่างทางเป็นอย่างดีอีก..
มีการเรียกตรวจตลอดเวย์..
ทุกคนคงแอบถอนหายใจกันบ้าง...จะถึงมั้ยนะ?



แต่น้องน้อยโชว์เฟอร์ระดับ Fast9
ก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังเลย
พวกเราต่างดำผุดดำว่ายกับแสงเย็น
"โคตรสวยเลยโว้ยยย" 
ใครคนหนึ่งตะโกนออกไปเสียงดังกึกก้อง
ฉันหน่ะสิๆๆ...คนบ้าคุยคนเดียวก็ได้
สวยจริงๆนะ...แสงนุ่มๆอ่อนๆ 
เป็นมิตรกับผิวและดีต่อใจมากมาย
นี่ถ้ามากับผู้ชายคงจูบกันดูดดื่มไปแล้ว
มีความโรแมนติกปนเหงาๆหน่อยๆ
แม้น้ำจะมีกลิ่นหญ้าเน่าเล็กน้อยก็เถอะ
มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง
ด้วยความที่มีฉากครบ..น้ำ ฟ้า ป่า เขา
ที่เหลือก็ฝีมือคนถ่ายนี่แหล่ะ







ของแถมจากขอบอ่าง


NOTE
เขื่อนทับเสลา
เป็นเขื่อนชลประทานขนาดใหญ่กั้นลำห้วยทับเสลา
ทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนซึ่งมีทัศนียภาพสวยงาม 
มีภูเขา สลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง 
บริเวณตอนใต้ของเขื่อนมีสภาพเป็นป่าเต็งรังและสวนป่าปลูก 
การเดินทางใช้ทางหลวง หมายเลข 3438 
เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร จะถึงทางแยกซ้ายมือเข้าเขื่อนทับเสลา
เป็นทางราดยางอีกประมาณ 2 กิโลเมตร


ขากลับเข้าที่พักคืนนี้
เราแวะทานอาหารค่ำและเข้าชมเมืองยามค่ำคืนริมแม่น้ำสะแกกรัง
ทุกคนดูหิวโหยกันมากถึงมากที่สุด
ก็ไม่รู้ว่าแอบใช้พลังงานกันตอนไหนไปบ้าง
ของเรารู้แค่ตอนลุ้นไปอ่างเก็บน้ำนี่แหล่ะ..เหนื่อยฝุดๆ



ให้ภาพเล่าเรื่องความหิวในค่ำคืนนี้
ตามชื่อร้าน...บ้านเล่าเรื่อง



ส่วนสองจานนี้เป็นอาหารของหนูเอง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด
เนื่องจากทานมังสวิรัติ ทานไปก็ดูชื่อเมนูไป
อาหารที่นี่มีหลากหลายเมนู คนทำอาหารมีน้ำเสียงเหน่อๆเล็กน้อย
แต่ใจดีมากๆรู้เลย พอแจ้งว่าทานมังสวิรัติก็ทำให้เลยร้อนๆ




ฝั่งตรงข้ามเป็นร้านชิลๆ เหมือนบ้านเนอะ
บ้านนกเขา ที่สะสมของเก่าแบบจีนๆ ภาพเก่า ของใช้ นุ่นนี่
สมัยรุ่นปู่ย่า เอ้างั้นก็แสดงว่าตอนนี้เรากำลังกินข้าวอยู่ใน 
"ซอยตรอกโรงยา" ในอดีตที่นี่เป็นโรงสูบฝิ่นด้วยนะ


คืนนี้มีการซ้อมแห่มังกรทองด้วย
เราชอบมังกรที่อุทัยนะ
หน้าตาดูใจดี มุ้งมิ้ง สีสวย
รายละเอียดของใบหน้าก็ชัดเจนมาก
ดูแล้วจิ้มลิ้มพร้ิมเพรา
ถ้าเราเป็นเด็กๆเราคงกล้าเข้าไปจับลูบคลำ



คืนนี้ลาไปด้วยแสงไฟจากวัดโบสถิ์สวยๆ
ริมฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำสะแกกรัง ฝั่งนั้นเรียกว่า 
เกาะเทโพ ชื่อน่ากินละเกิ้นนน



กลางคืนยังสวยขนาดนี้
กลางวันจะสวยขนาดไหนกันนะ
เดี๋ยวพรุ่งนี้ในส่วนของ วันที่2 
มาดูกันต่อเนอะ


SPECIAL THANKS

ททท.สำนักงานอุทัยธานี ในการสนับสนุนความสนุกสนานครั้งนี้

ขอขอบคุณน้องน้อยโชเฟอร์รถตู้ ที่ไว้ชีวิตกันจนจบทริปนี้

ขอบคุณเพื่อนๆร่วมทริปนี้ ที่ยอมให้เราดื่มดำกับธรรมชาติจนหนำใจ


รักส์นะSmiley





Create Date : 26 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 17 ธันวาคม 2561 13:57:32 น.
Counter : 611 Pageviews.

6 comment

BlogGang Popular Award#16



ความสุขไปทางไหนครับ
Location :
สัมภเวสี  Peru

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]








"มีแมวเป็นสมบัติพัสฐาน"






New Comments
Friends Blog
[Add ความสุขไปทางไหนครับ's blog to your weblog]