happy memories
Group Blog
 
<<
กันยายน 2569
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
11 กันยายน 2569
 
All Blogs
 

งามเอย...งามสม บรมราชินี เสด็จฯ​ เยือนฝรั่งเศส






เกือบลืมอัพบล็อกนี้ค่ะ ในหลวงและพระราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนฝรั่งเศสตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนต่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กว่าจะหาพระบรมฉายาลักษณ์ พระฉายาลักษณ์และรูปได้ครบอย่างใจก็ผ่านมาหลายเดือนเลย ไม่ขออภัยในความล่าช้า เพราะเพื่อน ๆ น่าจะชินกับอัตราความเร็วในการอัพบล็อกของอิฉันแล้ว

และก็เหมือนที่ผ่านมา คนไทยได้ชมพระสิริโฉมและความงดงามของฉลองพระองค์และของ พระราชินีด้วยความปลาบปลื้มเป็นที่สุด เสด็จฯ ฝรั่งเศสคราวนี้มีฉลองพระองค์ทั้งหมด ๗ องค์ ออกแบบถวายโดยห้องเสื้อพิจิตรา และ Meshmuseum ดีไซนเนอร์ใช้ผ้าและเครื่องประดับของไทยทั้งหมด

นอกจากข้อมูลฉลองพระองค์แล้ว ได้นำโพสจาก เพจบุพเพสันนิวาส ที่เขียนถึงฉลองพระองค์ได้อย่างไพเราะ และอีกสองสามโพสที่เขียนได้ถูกใจมาไว้ในบล็อกด้วย ไม่แน่ใจว่าเจ้าของเพจบุพเพฯ จะใช่ อาจารย์ศัลยา สุขะนิวัตติ์ (อาจารย์แดง) ที่เขียนบทละครเรื่องนี้หรือเปล่า เดาว่าน่าจะใช่ เสียดายที่เขียนถึงฉลองพระองค์ไม่ครบทั้ง ๗ องค์ อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์และพระฉายาลักษณ์มาให้ชมพระบารมีเป็นบุญตาค่ะ


คลิกอ่านข้อมูลการเสด็จฯ เยือนฝรั่งเศส
บรรยายพระราชกรณียกิจในแต่ละวันแบบละเอียดยิบเลยค่ะ
senate.go.th





มีบางภาพที่เราไม่ได้มองด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว แต่รับรู้ผ่านความรู้สึกในหัวใจ บางช่วงเวลา แม้จะเกิดขึ้นไกลจากบ้านหลายพันกิโลเมตร ก็ยังทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยหยุดมองด้วยความประทับใจ

เมื่อภาพธงไตรรงค์ของประเทศไทยโบกสะบัดเคียงคู่กับธงชาติฝรั่งเศสบนถนนสายสำคัญของกรุงปารีส โดยมีหอไอเฟลเป็นฉากหลัง หลายคนคงรู้สึกเช่นเดียวกันว่า นี่เป็นภาพที่งดงามและเปี่ยมด้วยความหมาย

สำหรับผู้ที่ติดตามความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับฝรั่งเศส ภาพดังกล่าวสะท้อนถึงการต้อนรับอย่างเป็นทางการและการให้เกียรติระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนฝรั่งเศสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นับเป็นอีกหน้าหนึ่งของการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศ และตลอดเวลาที่ผ่านมา ความร่วมมือด้านการทูต เศรษฐกิจ การศึกษา และวัฒนธรรมก็ได้พัฒนาต่อเนื่อง

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ระหว่างวันที่ ๒๘ มิถุนายน ถึง ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ จึงได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและประชาคมระหว่างประเทศ ภาพจากพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกองทหารเกียรติยศและบรรยากาศอันสง่างามของกรุงปารีส เป็นอีกช่วงเวลาที่ผู้คนจำนวนมากร่วมติดตามด้วยความภาคภูมิใจ

อีกภาพหนึ่งที่ได้รับความชื่นชม คือการเสด็จพระราชดำเนินของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีในฉลองพระองค์ชุดไทยสีชมพูอ่อน เคียงข้างนางบรีฌิต มาครง สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศส

ความเรียบง่าย ความอ่อนโยน และความสง่างามของทั้งสองฝ่าย ทำให้ภาพดังกล่าวได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง หลายคนสังเกตถึงความกลมกลืนของการแต่งกายและบรรยากาศที่สะท้อนมิตรภาพระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน การโดยเสด็จของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในฉลองพระองค์ผ้าไทย ยังเป็นอีกช่วงเวลาที่ทำให้ศิลปวัฒนธรรมไทยได้รับการเผยแพร่สู่สายตานานาชาติ

สิ่งที่ทรงพลังที่สุดในค่ำคืนนั้นไม่ใช่แสงไฟจากโคมระย้าทองคำอันหรูหรา แต่คือ สุ้มเสียงแห่งมิตรภาพ ของพระราชินีของพวกเรา พระองค์ทรงใช้ภาษาฝรั่งเศสในการสื่อสารและมีพระราชปฏิสันถารอย่างคล่องแคล่ว เป็นธรรมชาติ และเปี่ยมด้วยพระจริยวัตรที่อ่อนโยนตลอดทั้งงานโดยไม่ต้องพึ่งพาล่ามเลยแม้แต่คำเดียว

ชาติตะวันตกเขาขึ้นชื่อเรื่องความถือตัวและภูมิใจในภาษาของตัวเองเป็นชีวิตจิตใจ การที่ราชินีจากประเทศเอเชียอย่างเรา ทรงก้าวเข้าไปสบตาและตรัสภาษาของเขาได้อย่างลึกซึ้ง มันได้ทลายกำแพงความเย็นชาของมหาอำนาจลงในพริบตา พระองค์ทรงใช้พระปรีชาสามารถทางปัญญาและหัวใจชนะใจคนฝรั่งเศสและคนทั้งโลกได้อย่างเด็ดขาด ทรงเป็นทูตวัฒนธรรมและการทูตยุคใหม่ ที่แท้จริง

หลายครั้ง การทูตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบนโต๊ะเจรจา หากยังเกิดขึ้นผ่านการให้เกียรติซึ่งกันและกัน การรับฟัง และความเข้าใจในวัฒนธรรมของอีกฝ่าย ด้วยเหตุนี้ ภาพจากการเยือนครั้งนี้จึงมีความหมายสำหรับคนไทยจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงในฐานะข่าวเหตุการณ์หนึ่ง แต่ในฐานะช่วงเวลาที่สะท้อนมิตรภาพ ความร่วมมือ และความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างประเทศไทยกับฝรั่งเศส

เมื่อเวลาผ่านไป รายละเอียดของข่าวอาจเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่ภาพธงไตรรงค์ที่โบกสะบัดกลางกรุงปารีส ภาพพิธีต้อนรับอันสมเกียรติ และภาพแห่งมิตรไมตรีระหว่างผู้แทนของทั้งสองประเทศ อาจยังคงเป็นความทรงจำที่อยู่ในใจของผู้คนอีกนาน

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ และขอให้ประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศสมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันต่อไป เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศในอนาคต


ข้อมูลจาก
เพจ Peerachat Inta

















































































วันที่ ๒๘ มิถุนายม ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๔๖ นาฬิกา (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ TG 8886 ถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติปารีส - ออร์ลี สาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ ที่นั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นายโลร็อง นูเญซ (Mr. Laurent Nuñez) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสาธารณรัฐฝรั่งเศส และข้าราชการระดับสูงของสาธารณรัฐฝรั่งเศส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น ทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส (Le Meurice Paris) ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐฝรั่งเศสจัดถวายเป็นโรงแรมที่ประทับ

ฉลองพระองค์ของ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี มีความสง่างามมาก ทรงเลือกฉลองพระองค์สีดำและสีงาช้าง ตัดเย็บจากผ้าไหมยกทอดิ้นลายเกล็ดพิมเสนอันวิจิตร ปักประดับลูกปัดแก้วสีดำลายโซ่ พร้อมกระดุมเงินฝังนิล กระเป๋าทรงถือย่านลิเภาทรงกลม หูเกลียวทองคำขาว ประดับด้วยแซฟไฟร์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากลายพุ่มข้าวบิณฑ์ นับเป็นอีกฉลองพระองค์ที่เผยให้เห็นความสง่างามของพระองค์ท่าน


ข้อมูลจาก
senate.go.th
today.line.me

























































วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๑๕ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ถึงทำเนียบประธานาธิบดี (Palais de l’Élysée)  ณ ที่นั้น นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และนางบริจิต มาครง ภริยา เฝ้ารับเสด็จ บริเวณกลางลานเกียรติยศ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงสัมผัสพระหัตถ์ และฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส และภริยา ที่ประตูทางเข้าอาคารทำเนียบประธานาธิบดี เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องแอมบาสเดอร์ (Ambassadors Room) มีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส และภริยา 

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ประยุกต์ที่สื่อแฟชั่นยุโรปยังยกย่องพระองค์ท่าน ฉลองพระองค์นี้ได้รับการออกแบบโดยคงเอกลักษณ์ของชุดไทยอมรินทร์ไว้ แขนฉลองพระองค์มีงานปักโอต์กูตูร์อันประณีต เฉดสีโอโรสที่มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมกุหลาบของฝรั่งเศส อันเป็นสัญญลักษณ์อันงดงามของมิตรภาพและความทรงจำอันยั่งยืน พร้อมปรับรายละเอียดให้ร่วมสมัย อาทิ คอตั้งทรงมน สาบเสื้อที่ประกบกันโดยไม่ป้าย ใช้กระดุม ๑๐ เม็ด ชายเสื้อด้านหน้าที่โค้งมน รวมถึงการปรับระดับของผ้ายกบริเวณชายพระภูษา และบริเวณพระอังสาต่อเนื่องไปจนถึงปลายแขนฉลองพระองค์


ข้อมูลจาก
senate.go.th
today.line.me







“โอลด์โรสไม่ได้บังเอิญ
สีชมพูหม่นที่เล่า ๑๗๐ ปีไทย–ฝรั่งเศส โดยไม่ต้องเอ่ยคำ”


ไม่ใช่แค่ “สีสวย” แต่อาจเป็น “ภาษาที่ไม่ต้องออกเสียง” จับตาเฉด โอลด์โรสบนฉลองพระองค์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และชุดของ มาดามบริจิตต์ มาครง สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส

ในพิธีการทูตระดับสูง สิ่งที่ดูเล็กที่สุด บางครั้งกลับพูดได้ดังที่สุด เฉดสีชมพูหม่นอมส้มที่คนไทยนิยมเรียกว่า “สีโอรส” แท้จริงสัมพันธ์กับคำว่า Old Rose หรือ “โอลด์โรส” สีของกุหลาบที่บานผ่านเวลา ไม่สดจัด ไม่ฉูดฉาด แต่ละเมียด สุขุม และมีชั้นเชิง

นี่จึงไม่ใช่เพียงสีแห่งความอ่อนหวาน แต่เป็นสีแห่ง “ความทรงจำ” สีแห่ง “มิตรภาพ” และสีแห่ง “กาลเวลา” ยิ่งเมื่อฉากหลังของการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ คือวาระครบรอบ ๑๗๐ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ฝรั่งเศส ภาพของสองสตรีสำคัญ ในเฉดสีที่สอดรับกันอย่างนุ่มนวลจึงชวนให้อ่านได้ลึกกว่าเรื่องแฟชั่น

เพราะในโลกการทูต เสื้อผ้าไม่ใช่เพียงเครื่องแต่งกาย สีไม่ใช่เพียงรสนิยม และความงามไม่ใช่เพียงสิ่งที่เห็นด้วยตา แต่คือ “สาร” ที่ส่งถึงกันอย่างสุภาพโดยไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ย ฝรั่งเศสมีวัฒนธรรมของกุหลาบอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่สวนมาลเมซงของจักรพรรดินีโฌเซฟีน ผู้ทำให้กุหลาบกลายเป็นส่วนหนึ่งของรสนิยมศิลปะ และความทรงจำของฝรั่งเศส

ขณะที่ไทยเองมีวัฒนธรรมการแต่งกายที่มิได้หยุดอยู่แค่ความงาม แต่คือการวางตัว การให้เกียรติและการรู้จังหวะของพิธีการ เมื่อตะวันออกพบตะวันตก สิ่งที่งามที่สุดจึงไม่ใช่ความหรูหรา แต่คือ “ความพอดี” โอลด์โรสในวันนั้นจึงเหมือนกุหลาบที่ผลิบานกลางเวทีการทูต ไม่ตะโกน ไม่โอ้อวด แต่ส่งความหมายอย่างนุ่มนวลว่า

ไทยมาเยือนฝรั่งเศสด้วยไมตรี ด้วยเกียรติ และด้วยความทรงจำที่ยาวนานกว่าศตวรรษ นี่คือแฟชั่นทางการทูตในความหมายที่แท้จริง งามที่สี งามที่สัญลักษณ์ และงามที่ความสัมพันธ์ของสองแผ่นดิน “สีเดียวกัน อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือภาษางาม ๆ ของมิตรภาพ”

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งกรุงปารีส เมืองหลวงของศิลปะ แฟชั่น และรสนิยมระดับโลก สิ่งที่สะกดสายตาผู้คน มิใช่เพียงความสง่างามของฉลองพระองค์ แต่คือ “ความเป็นไทย” ที่ปรากฏอย่างนุ่มนวล ผ่านพระพัชนี และกระเป๋าย่านลิเภาใน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

พระพัชนี หรือพัดด้ามจิ้วมิใช่เพียงเครื่องประกอบพระอิริยาบถ แต่คือร่องรอยของราชสำนักไทยที่เคยงดงามอยู่ในพระราชนิยมของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่วนกระเป๋าย่านลิเภามิใช่เพียงกระเป๋าถือใบหนึ่ง แต่คือภูมิปัญญาช่างไทยจากปลายเส้นเถาวัลย์ที่ผ่านมือ ผ่านเวลา ผ่านความอดทนจนกลายเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นสูง

นี่คือเสน่ห์ของไทยที่ไม่ต้องส่งเสียงดัง ไม่ต้องอธิบายมาก แต่ผู้คนสัมผัสได้ทันทีว่า “นี่แหละ…ไทย”...หนึ่งพระสรวล...หนึ่งพระพัชนี...หนึ่งกระเป๋าย่านลิเภา สามสิ่งเล็ก ๆ ที่รวมกันแล้ว เล่าเรื่องประเทศไทยได้ลึกกว่าคำบรรยายยาวนับพันคำ เพราะความเป็นไทยที่แท้ไม่ได้อยู่แค่ในพิพิธภัณฑ์ แต่อยู่ในรสนิยม อยู่ในงานช่าง อยู่ในพระราชนิยมที่สืบสานและอยู่ในช่วงเวลาที่โลกได้เห็นว่า ไทยงามได้ โดยไม่ต้องเหมือนใคร
 

ข้อมูลจาก
เพจบุพเพสันนิวาส

















































วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๒๐.๑๑ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จากโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ไปยังทำเนียบประธานาธิบดี (Palais de l’Élysée) ในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ (State Banquet) ซึ่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสและภริยาจัดถวาย

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมานประยุกต์ ในราชสำนักสยามมีความเป็นมาอย่างยาวนาน ปรากฏในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ เมื่อสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์เต็มยศ ทรงห่มสไบสองชายตัดเย็บจากผ้าไหมยกทอง ปักประดับโดยห้องเสื้อพิจิตรา และทรงพระภูษาจีบหน้าด้วยผ้ายกทอง ไว้ชายพกแบบโบราณ เข็มขัดทองปั้นเหน่งเพชรตราจักรี กระเป๋าทรงเป็นเครื่องถมทองผลงานศิลปาชีพ สร้อยพระศอเป็นเพชรเม็ดกลม ฉลองพระองค์ชุดไทยสไบสองชายในราชสำนักสยามมีความเป็นมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๗ ตลอดจนพระพันปีหลวงทรงฉลองพระองค์ชุดไทยสไบสองชายเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๓


ข้อมูลจาก
senate.go.th
today.line.me






“สไบสองชาย” กลางกรุงปารีส


เมื่อราชพัสตราภรณ์มิได้มีไว้เพียงเพื่อความงาม แต่ทำหน้าที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนินไปในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ซึ่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสและภริยาจัดถวาย ณ ทำเนียบประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส หรือ Palais de l’Élysée กรุงปารีส

ในค่ำคืนแห่งการทูตระดับรัฐครั้งสำคัญนั้น สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมานประยุกต์โทนสีม่วง ห่มสไบสองชาย ตัดเย็บจากผ้าไหมยกทอง ปักประดับลวดลายอย่างวิจิตรประณีตโดยห้องเสื้อพิจิตรา หรือ Atelier Pichita ภายใต้การสร้างสรรค์ของพิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ความสำคัญของฉลองพระองค์องค์นี้มิได้อยู่เพียงที่ความงดงามของผืนไหม แต่อยู่ที่คำว่า “สไบสองชาย”

เพราะสไบสองชายมิใช่รูปแบบที่เกิดขึ้นใหม่ หากเป็นเครื่องแต่งพระองค์ชั้นสูงซึ่งมีรากฐานอยู่ในราชประเพณีของราชสำนักสยาม หลักฐานสำคัญปรากฏในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๙ ครั้งนั้น สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์เต็มยศ ทรงห่มสไบสองชายและทรงพระภูษาจีบหน้าด้วยผ้ายกทองไว้ชายพกตามแบบโบราณ

ต่อมาในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงฉลองพระองค์สไบสองชายตามราชประเพณีเช่นเดียวกัน ภายหลังยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ห้องเสื้อบัลแมงแห่งฝรั่งเศสสร้างสรรค์ฉลองพระองค์สไบสองชายสำหรับทรงในโอกาสสำคัญต่าง ๆ

เหตุนี้ คำว่า “ประยุกต์” จึงมีความหมายอย่างยิ่ง ชุดไทยบรมพิมานตามรูปแบบหลัก ประกอบด้วยฉลองพระองค์คอตั้ง แขนยาวทรงกระบอก และพระภูษาจีบหน้า แต่ฉลองพระองค์ที่ทรงในกรุงปารีสได้นำ “สไบสองชาย” อันเป็นภาษาของเครื่องแต่งกายในราชสำนักมาผสานเข้ากับโครงสร้างของชุดไทยพระราชนิยม จึงมิใช่การลอกเลียนเครื่องแต่งพระองค์ในอดีต หากเป็นการนำมรดกเดิมกลับมาตีความใหม่ ให้ยังคงสง่างามตามแบบแผนและสามารถดำรงอยู่ในบริบทของโลกปัจจุบัน ยิ่งกว่านั้น การทรงฉลองพระองค์สไบสองชาย ณ กรุงปารีส ยังมีนัยสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง

เพราะในช่วงเวลาเดียวกันพิพิธภัณฑ์มัณฑนศิลป์แห่งกรุงปารีสกำลังจัดนิทรรศการ “La Mode en Majesté : Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” รวบรวมฉลองพระองค์และเครื่องประกอบการแต่งพระองค์กว่า ๑๐๐ รายการ เพื่อบอกเล่าพัฒนาการของฉลองพระองค์ในราชสำนักไทยชุดไทยพระราชนิยมทั้ง ๘ แบบ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างงานหัตถศิลป์ไทยกับห้องเสื้อชั้นสูงของฝรั่งเศส ดังนั้น ในขณะที่ฉลองพระองค์สไบสองชายของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้รับการจัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งกรุงปารีส

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี กลับทรงนำรูปแบบเดียวกันนั้นออกมาปรากฏอย่างมีชีวิตในพระราชภารกิจจริง จากราชพัสตราภรณ์ในหน้าประวัติศาสตร์สู่ราชพัสตราภรณ์แห่งรัชสมัยปัจจุบัน จากฝีเข็มแห่งราชสำนักสยามสู่สายตาของนานาอารยประเทศ นี่จึงมิใช่เพียงค่ำคืนแห่งความสง่างาม แต่คือช่วงเวลาที่ประวัติศาสตร์หลายยุคสมัย ถูกเชื่อมเข้าหากันด้วยผ้าไหมหนึ่งผืนและสไบสองชายหนึ่งองค์ ฉลองพระองค์ที่มิได้เพียง “งาม” หากยังทำให้มรดกของแผ่นดิน กลับมามีลมหายใจอีกครั้งบนเวทีโลก เป็นความงามที่ไม่ได้มีไว้เพียงให้มอง แต่มีไว้ให้โลกจดจำว่า ‘ไทย’ มีรากลึกเพียงใด


ข้อมูลจาก
เพจบุพเพสันนิวาส






สไบสองชาย ณ เอลีเซ่ ความงามที่ไม่ได้มีไว้เพียงให้มอง
แต่มีไว้ให้โลกจดจำว่า ‘ไทย’ มีรากลึกเพียงใด


เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังเอลีเซ่ ทำเนียบประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ในค่ำคืนนั้นสายตาจำนวนมากไม่ได้จับจ้องเพียงพิธีการทางการทูต แต่ยังจับจ้องไปยัง “ฉลองพระองค์” ที่ทรงสะท้อนความงามของราชสำนักไทยอย่างลึกซึ้ง

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมานประยุกต์ ห่มสไบสองชาย ซึ่งมีรายงานว่าตัดเย็บจากผ้าไหมยกทอง ปักประดับอย่างประณีตโดยห้องเสื้อพิจิตรา แบรนด์ Pichita และ Atelier Pichita ของคุณพิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ ความสำคัญของฉลองพระองค์ชุดนี้มิได้อยู่เพียงความงดงามของผ้าไหม หรือความวิจิตรของงานปักเท่านั้น

แต่คือ “ภาษาเงียบ” ของราชสำนักไทยที่สื่อสารผ่านรูปแบบการแต่งกายอย่างสง่างาม สุขุม และทรงพลัง สไบสองชายมิใช่เพียงองค์ประกอบของเครื่องแต่งกาย แต่เป็นร่องรอยของธรรมเนียมชั้นสูงที่เชื่อมโยงกับภาพจำของราชสำนักสยาม และถูกนำมาประยุกต์ให้ร่วมสมัยโดยไม่ตัดขาดจากรากเดิม ยิ่งเมื่อฉลองพระองค์ไทยปรากฏ ณ กรุงปารีส
เมืองหลวงแห่งศิลปะ แฟชั่น และวัฒนธรรมโลก ความหมายจึงยิ่งลึกขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง

นี่ไม่ใช่เพียง “แฟชั่น” แต่คือการทูตทางวัฒนธรรม นี่ไม่ใช่เพียง “ผ้าไทย” แต่คือศิลปหัตถกรรมไทยที่ยืนอยู่บนเวทีสากล และนี่ไม่ใช่เพียงความงามของค่ำคืนหนึ่ง แต่คือภาพประวัติศาสตร์ที่ทำให้ผู้คนได้เห็นว่า ราชสำนักไทยยังคงรักษามรดกเดิม พร้อมถ่ายทอดออกมาในภาษาที่โลกปัจจุบันเข้าใจได้ งามอย่างไทย สง่าอย่างราชสำนัก และทรงคุณค่าในฐานะมรดกวัฒนธรรมของชาติ


ข้อมูลจาก
เพจบุพเพสันนิวาส





















































วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๔๒ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จากโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ไปยังประตูชัยฝรั่งเศสเพื่อทรงวางพวงมาลา เป็นการรำลึกถึงทหารนิรนาม ในช่วงบ่าย เสด็จฯ ถึงศาลาว่าการปารีส (Hôtel de Ville de Paris) ในหลวงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกเทศมนตรีกรุงปารีส กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับแนวคิด “ปารีสแห่งความยั่งยืน” เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยในแผ่นที่ระลึก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาทรงลงพระนามในแผ่นที่ระลึก สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังท่าเรือศาลาว่าการกรุงปารีส ริมฝั่งแม่น้ำแซน ทอดพระเนตรการพัฒนาเมือง และทรงรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำแซน

ฉลองพระองค์เรียบโก้มาก สมกับที่เสด็จฯ ไปงานไม่เป็นทางการ สวย ดูแพง เรียบหรู ประทับเรือพระที่นั่งล่องแม่น้ำแซน สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์สีเขียวมะกอกเข้มโดยห้องเสื้อ Meshmuseum โดดเด่นด้วยแจ็กเก็ตคอปีนแขนยาวเข้ารูป ตัดเย็บจากผ้าไหมลูกท้อ ตกแต่งด้วยกระดุมนิลตัวเรือนเงินทรงกลม พระภูษากระโปรงทรง A-Line ทรงพระกุณฑลเพชรล้อมนิล และกระเป๋าทรงถือแบบคลัตช์ทรงกล่องสีเหลี่ยมสีเงินประดับ Cabochon Sapphire หรือพลอยหลังเบี้ย  ทรงประดับเข็มกลัดรูปดอกกล้วยไม้แคทลียา ประดับบริเวณพระอังสะซ้าย ถักโครเชต์ด้วยลูกปัดหินโทนสีดำ สะท้อนความงดงามของดอกไม้ที่ได้รับการขนานนามว่า ราชินีแห่งกล้วยไม้ อีกทั้งยังสื่อถึงความจงรักภักดีและความเคารพถึงผู้วายชนม์ ซึ่งสอดคล้องกับพระราชกรณียกิจการเสด็จฯ ทรงวางพวงมาลาถวายความเคารพ ณ อนุสาวรีย์ทหารนิรนาม


ข้อมูลจาก
senate.go.th
today.line.me






รอยยิ้มแห่งสยาม ความงามแห่งราชวงศ์จักรีไทย


พระบารมีอันสง่างาม เปล่งประกายผ่านพระราชจริยวัตรอันอ่อนโยนและพระราชอิริยาบถอันงดงามของ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี สะท้อนเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลก

รอยแย้มพระสรวลอันอ่อนโยน เปี่ยมด้วยพระเมตตา และพระสิริโฉมอันสง่างามของ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี นับเป็นภาพที่สร้างความปลาบปลื้มและประทับใจแก่พสกนิกรชาวไทยอยู่เสมอ

ทุกครั้งที่ทรงปรากฏพระองค์ มิได้ทรงนำเสนอเพียงพระสิริโฉม หากยังทรงเป็นผู้สืบสานคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาหัตถศิลป์ และพระราชประเพณีอันทรงคุณค่า ให้เป็นที่ประจักษ์ในเวทีนานาชาติ

ทุกครั้งที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พระองค์ทรงมีพระอิริยาบถที่งดงาม สมพระเกียรติ พร้อมทั้งทรงธำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านฉลองพระองค์ ศิลปหัตถกรรมไทย และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตานานาอารยประเทศ

"รอยยิ้มแห่งสยาม" จึงมิใช่เพียงรอยยิ้มที่งดงาม หากยังเป็นภาพแทนของความอ่อนโยน ความสง่างาม และศักดิ์ศรีของแผ่นดินไทย ที่สร้างความภาคภูมิใจแก่พสกนิกรชาวไทยเสมอมา


ข้อมูลจาก
เพจบุพเพสันนิวาส









































วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๖.๑๘ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส โรงแรมที่ประทับ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ไปทอดพระเนตรนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” (La Mode en Majesté : Haute couture et tradition a La cour de Thailande) ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง (Musée des Arts Décoratifs : MAD) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นางกาทรีน  เปการด์ (Mrs. Catherine Pégard) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมสาธารณรัฐฝรั่งเศส นายลิโอแนล  โซวาจ (Mr. Lionel Sauvage) ประธานพิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” (La Mode en Majesté : Haute couture et tradition a La cour de Thailande) เสร็จแล้ว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางเบเนดิกต์ กาดี (Mrs. Bénédicte Gady) กราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสาธารณรัฐฝรั่งเศสกับประเทศไทยในการจัดนิทรรศการ ฯ  จากนั้น เสด็จฯ ไปยังห้องกาเลอรี คริสทีเนอ และชตีเฟน อา. ชวาซมัน ซึ่งเป็นสถานที่จัดนิทรรศการ ฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดเดรสโค้ท โดยห้องเสื้อ Meshmuseum ตัดเย็บจากผ้าไหมทอยกดิ้นทอง ลวดลายได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายปักษาสวรรค์ นำมรดกการทอผ้าไทยตามราชประเพณีมาสร้างแพทเทิร์นตามแบบสูทบุรุษแบบสากล ผ่านการออกแบบใหม่ที่ยังเคารพคุณค่าดั้งเดิม พร้อมกับถ่ายทอดความงดงามของการทอผ้าไทย ผ่านพื้นสีโทนสีมุขสุกและลวดลสายอันประณีต รูปแบบฉลองพระองค์ออกแบบเป็นเดรสโค้ททรงเข้ารูปตัวยาว สวมทับเดรสผ้าไหมทอยกทองลายเดียวกัน ปกเทเลอร์ แขนยาว และเส้นสายที่โค้งรับสรีระอย่างประณีต ตัวเสื้อยาวจรดพื้น ตกแต่งด้วยกระดุมทองทรงกลมพร้อมงานปักเลื่อมและลูกปัดแก้วทรงรี ย้อมโทนสีมุขสุกปักทั่วฉลองพระองค์บนลำตัวและแขนเสื้อ เมื่อมิติของประกายแสงที่ล้อรับกับผืนผ้าไหมทอยกดิ้นทองอย่างงดงาม ทรงพระกุณฑลพลอยโกเมน และกระเป๋าทรงถือย่านลิเภาทรงไข่ ประดับพลอยโกเมน เป็นลวดลายประจำยาม เสิรมฉลองพระองค์ให้งดงามยิ่งขึ้น


ข้อมูลจาก
senate.go.th
today.line.me






ของเล็กในพระหัตถ์ แต่มูลค่าทางวัฒนธรรมไม่เล็กเลย


กระเป๋าย่านลิเภาทรงไข่ที่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
ทรงถือนั้น มิใช่เพียงเครื่องประกอบพระอิริยาบถ แต่งดงามในฐานะ “ภาษาของงานช่างไทย” ย่านลิเภาคือเถาวัลย์จากปักษ์ใต้ เส้นเล็ก เหนียว ละเอียด ต้องอาศัยสายตา มือ และความอดทนของช่าง กว่าจะถักทอขึ้นเป็นรูปทรงได้อย่างสมบูรณ์

เมื่อถูกสร้างเป็นกระเป๋าทรงไข่ รูปทรงจึงไม่แข็งกระด้าง แต่โค้งละมุน สุภาพ และสง่างาม ยิ่งเมื่อประดับด้วยพลอยโกเมนในลวดลายประจำยาม งานชิ้นนี้จึงเหมือนการนำ “รากไทย” มาพบกับ “ความร่วมสมัย” อย่างพอดี ลายประจำยามเป็นลายไทยที่มีโครงสร้างงดงามแบบสมดุล ดูเรียบ แต่มีระเบียบ ดูเล็ก แต่มีความหมาย นี่คือเสน่ห์ของศิลปะไทย
ที่ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดัง แต่สะกดสายตาได้ด้วยความประณีต

ในมุมของประวัติศาสตร์ ย่านลิเภาไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นภูมิปัญญาจากภาคใต้ที่เคยอยู่ในชีวิตผู้คนก่อน ค่อย ๆ ยกระดับขึ้นสู่งานหัตถศิลป์ชั้นสูง จากเถาวัลย์ในป่าสู่เครื่องใช้ในงานสำคัญ จากมือช่างพื้นบ้านสู่ภาพจำแห่งความงามของไทย นี่จึงไม่ใช่แค่ “กระเป๋าใบหนึ่ง” แต่คือเรื่องเล่าของแผ่นดิน เรื่องเล่าที่บอกว่า งานช่างไทยยังมีชีวิตยังต่อยอดได้ และยังงดงามได้ในโลกยุคใหม่

บางครั้งความสง่างามของชาติก็ไม่ได้อยู่ในสิ่งใหญ่โตเสมอไป แต่อยู่ในของชิ้นเล็ก ๆ
ที่ผ่านมือช่าง ผ่านภูมิปัญญา และผ่านพระราชนิยมอันสมพระเกียรติ กระเป๋าย่านลิเภาใบนี้
จึงเป็นมากกว่างานประณีตศิลป์ เพราะนี่คือ “เส้นย่านลิเภาที่ถักทอศักดิ์ศรีของงานช่างไทย”


ข้อมูลจาก
เพจบุพเพสันนิวาส





ความงดงามที่แท้จริงของสตรีชั้นสูงไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกหรือเครื่องแต่งกายที่หรูหรา หากแต่เป็นความสง่างามที่หล่อหลอมขึ้นจากความมั่นใจ พระจริยวัตรที่นอบน้อม และการแสดงออกที่เปี่ยมไปด้วยมนุษยสัมพันธ์อันดี ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงสะท้อนคุณสมบัติเหล่านี้ได้อย่างเด่นชัดในทุกครั้งที่ปรากฏพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ซึ่งเปรียบเสมือนการนำพาเอกลักษณ์และจิตวิญญาณของความเป็นไทยไปประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ การที่ผู้คนมากมายต่างพากันเหลียวมองและประทับใจในทุกย่างก้าวของพระองค์นั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากเสน่ห์อันเป็นธรรมชาติที่ผสมผสานระหว่างความนุ่มนวลตามแบบฉบับวัฒนธรรมตะวันออก กับความสมาร์ททันสมัยในแบบสากล ส่งผลให้พระองค์ทรงเป็นจุดศูนย์รวมสายตาที่เปี่ยมไปด้วยพลังบวกและความน่าเคารพศรัทธาอย่างแท้จริง

องค์ประกอบสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ในการสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้พบเห็นคือ "ฉลองพระองค์" ที่ตัดเย็บจากผ้าไทยอันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมแพรวา หรือผ้าปักชาวเขา ซึ่งในเหตุการณ์เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการผ้าไทย ณ กรุงปารีส เมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลกในครั้งนี้ การเลือกใช้ฉลองพระองค์ที่มีการออกแบบด้วยแพทเทิร์นระดับสูง (Haute Couture) ได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการผสมผสานอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พระองค์ทรงทำหน้าที่เป็นผืนผ้าใบที่มีชีวิต ทรงถ่ายทอดความประณีตของเส้นไหม ลวดลายที่ถักทอด้วยมือ และสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย ให้กลายเป็นงานศิลปะที่จับต้องได้และมีความทันสมัย ซึ่งไม่เพียงแต่จะดึงดูดสายตาจากเหล่าดีไซเนอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นในฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ช่างทอผ้าในชนบทของไทยที่ได้เห็นผลงานของพวกเขาก้าวไปยืนอยู่บนเวทีระดับโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี

นอกเหนือจากความงดงามของฉลองพระองค์แล้ว สิ่งที่ตราตรึงใจผู้คนและทำให้ "ละสายตาไม่ได้" คือรอยพระสรวลอันอบอุ่นและพระจริยวัตรที่เต็มไปด้วยความเมตตากรุณา สมเด็จพระราชินีทรงมีวิธีการวางพระองค์ที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความสง่างาม ทรงเข้าหาผู้คนด้วยความจริงใจ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับสูง ดีไซเนอร์ชาวต่างชาติ หรือประชาชนทั่วไปที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ สายพระเนตรที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจและการรับฟังอย่างนอบน้อม ถือเป็นอาวุธทางวัฒนธรรมหรือ Soft Power ที่ทรงพลังที่สุด เพราะความอ่อนโยนนี้สามารถพังทลายกำแพงทางภาษาและวัฒนธรรมลงได้อย่างง่ายดาย ทำให้ชาวต่างชาติที่ได้เข้าเฝ้าฯ ต่างสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและมิตรไมตรีอันเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของราชวงศ์ไทยในสายตาชาวโลกมีความใกล้ชิดเข้าถึงได้และเป็นที่รักใคร่มากยิ่งขึ้น

ความงดงามที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมีรากฐานมาจากความตั้งใจจริงและการทรงงานที่มีความหมาย การเสด็จพระราชดำเนินร่วมกับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” ครั้งนี้ คือประจักษ์พยานสำคัญในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอุทิศพระวรกายในการชุบชีวิตผ้าไทยมาหลายทศวรรษ การที่สมเด็จพระราชินีทรงใส่พระราชหฤทัยในรายละเอียดของนิทรรศการ และทรงสนับสนุนการจัดงานอย่างเต็มพระกำลัง สะท้อนให้เห็นว่าความงามของพระองค์ไม่ได้เกิดจากความต้องการที่จะโดดเด่น แต่เกิดจากความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ พลังแห่งความตั้งใจจริงนี้เองที่เปล่งประกายออกมาจากภายใน และทำให้ทุกพระราชกรณียกิจมีความขลังและน่าเลื่อมใส

ในท้ายที่สุด ภาพการเสด็จพระราชดำเนินเยือนพิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ย่อมจะถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ในฐานะช่วงเวลาที่ความงามแบบไทยได้เบ่งบานอย่างเต็มที่ในใจกลางยุโรป คำชื่นชมและสายตาของคนทั่วโลกที่มองมาด้วยความชื่นชมนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่การยอมรับในตัวบุคคล หากแต่เป็นการยอมรับในคุณค่าของวัฒนธรรมไทยทั้งหมดที่พระองค์ทรงเป็นตัวแทน การที่คนไทยเห็นภาพเหล่านี้แล้วยิ้มตามด้วยความภาคภูมิใจ จึงเป็นเพราะเราได้เห็นความงดงามที่จับต้องได้ ความงดงามที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างรูปสมบัติ คุณสมบัติ และพระจริยวัตรอันงดงาม ซึ่งจะยังคงเป็นภาพจำอันน่าประทับใจและเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนในการรักษาและภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเองตราบนานเท่านาน


ข้อมูลจาก
เพจ Teerapat Ponlap





























วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๑๕ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ โรงแรมที่ประทับ เลอ เมอริช กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายฝรั่งเศส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก จากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส และภริยา พร้อมด้วยคณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึกในโอกาสที่ที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์โดยห้องเสื้อ Meshmuseum ตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่ ๔ ตะกอ ยกดอกลีลาวดี ลวดลายได้รับแรงบันดาลใจจากลายเถาวัลย์ประยุกต์ ฉลองพระองค์เดรสตัวในตัดเย็บเข้ารูป สวมทับด้วย Overcoat ชายบาน ตกแต่งด้วยการสานเส้นผ้าไหมมัดหมี่ลงบนผ้าไหมแก้วโปร่งแสง เผยให้เห็นมิติ ของลวดลายจากเดรสตัวในผ่านชั้นวัสดุที่โปร่งเบา เกิดเป็นพื้นผิวสามมิติที่เชื่อมโยงเทคนิคการทอการสาน และการตัดเย็บไว้ในฉลองพระองค์เดียวกัน เครื่องประกอบฉลองพระองค์ประกอบด้วย ต่างหูเพชร และกระเป้าคลัตช์งานถมทองทรงมะเฟื่อง ตัวเรือนประดับเพชร เป็นความประณีตของงานช่างฝีมือไทย ผ่านการผสมผสานศิลปะเครื่องถมกับงานอัญมณี


ข้อมูลจาก
senate.go.th
เพจ Queen Sirikit Museum of Textiles





















































วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๔๕ น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานตูลูส-บลานญัก เมืองตูลูส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ ที่นั้น นายฟาบริซ รีกูเลต์-โรซ (Mr. Fabrice Rigoulet-Roze) ผู้ว่าราชการแคว้นอ๊อกซิตานี (Occitanie) จังหวัดโอต-การอนน์ (Haute-Garonne) เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ส่งมอบอากาศยานบริษัท แอร์บัส (Airbus Delivery Centre) เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นายฟิลิปป์ ตาบาโรต์ (Mr. Philippe Tabarot) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสาธารณรัฐฝรั่งเศส และนายกีโยม โฟรี (Mr. Guillaume Faury) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอร์บัส พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัท ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จเข้าอาคาร ทอดพระเนตรวีดิทัศน์เกี่ยวกับบริษัทและอุตสาหกรรมการบินในอนาคต และเสด็จฯ​ ไปยังโรงงานประกอบเครื่องบินแอร์บัส รุ่น A350 (Airbus A350 Final Assembly Line : FAL) พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัย บริษัท แอร์บัส กราบบังคมทูลเกี่ยวกับมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับการทอดพระเนตรโรงงานประกอบเครื่องบิน

ฉลองพระองค์ที่ออกแบบเป็นเดรสที่เก๋ที่สุด สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์โดยห้องเสื้อ Meshmuseum แบบเป็นเสื้อแจ็กเก็ตคอกลมแขนยาวและกระโปรงทรงตรง ตัดเย็บจากผ้าไหมทอลาย Houndstooth นำลวดลายคลาสสิกมาตีความใหม่ผ่านเทคนิคการทอผ้าไหมไทย เป็นการทอผ้าไหมไทยกับมรดกการแต่งกายจากต่างวัฒนธรรม ตัวชุดประดับกระดุมเงินฝังนิล ทรงสี่เหลี่ยม โดดเด่นบริเวณชายเสื้อและปลายแขน ตกแต่งด้วยงานปักลูกปัดแก้วสีดำช้อนทับ ลวดลายเดิมอย่างประณีตเพิ่มมิติของพื้นผิวและประกายแสง โดยยังคงความคมชัดของ ลาย Houndstooth ไว้ เครื่องประกอบฉลองพระองค์ ประกอบด้วย ต่างหูไข่มุกสีเทา ทรงกลมประดับเพชร และกระเป๋าคลัตช์ทรงเหลี่ยมสีเงิน ประดับอัญมณีลาพิส ลาซูลี สะท้อนความประณีตของงานช่างศิลป์ของไทย


ข้อมูลจาก
senate.go.th
today.line.me






เมื่อผ้าไหมไทย สนทนากับลายคลาสสิกของโลก”


พระสิริโฉมอันสง่างามของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มิได้อยู่เพียงที่ความงดงามของฉลองพระองค์เท่านั้น แต่อยู่ที่ “ภาษา” ซึ่งงานออกแบบกำลังเล่าออกมาอย่างลุ่มลึก ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ และเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรศูนย์อุตสาหกรรมของบริษัทแอร์บัส ณ เมืองตูลูส ฉลองพระองค์ผ้าไหมทอลาย Houndstooth ชุดนี้จึงมิใช่เพียงชุดงามในวาระสำคัญ หากคือ “บทสนทนาระหว่างไทยกับโลก” ที่เล่าผ่านเส้นไหม ลายผ้า และงานช่างอย่างประณีต

Houndstooth คือลวดลายคลาสสิกของโลกตะวันตก คม ชัด มีจังหวะ และมีกลิ่นอายของเครื่องแต่งกายสากล แต่เมื่อถูกถ่ายทอดใหม่ด้วยผ้าไหมไทย ลายที่เคยแข็งและเป็นทางการ กลับมีชีวิต มีความนุ่มนวล และมีชั้นเชิงแบบไทย นี่คือความงามที่ไม่ต้องส่งเสียงดัง แต่ทรงพลังด้วยรายละเอียด เสื้อแจ็กเก็ตคอกลมแขนยาวคู่กับกระโปรงทรงตรง วางโครงสร้างอย่างเรียบคม สมดุล และสง่างาม สะท้อนรสนิยมร่วมสมัยที่มิได้ละทิ้งรากเหง้า

กระดุมเงินฝังนิลทรงสี่เหลี่ยม ประดับบริเวณชายเสื้อและปลายแขน ขับให้ฉลองพระองค์มีมิติของความนิ่ง สุขุม และสง่างาม ขณะที่งานปักลูกปัดแก้วสีดำซ้อนทับบนลวดลายเดิม ช่วยเพิ่มประกายแสงอย่างแผ่วเบา โดยไม่กลบเอกลักษณ์ของลาย Houndstooth เครื่องประกอบฉลองพระองค์ยิ่งเติมความสมบูรณ์ให้ภาพรวม พระกุณฑลไข่มุกสีเทาทรงกลมประดับเพชร และกระเป๋าคลัตช์ทรงเหลี่ยมสีเงินประดับ Lapis Lazuli ต่างทำหน้าที่เชื่อมวัสดุ สี และแสง ให้ทุกองค์ประกอบกลมกลืนอย่างมีชั้นเชิง

มองในเชิงประวัติศาสตร์ นี่คือภาพของ “หัตถศิลป์ไทย” ที่ก้าวสู่เวทีสากลอย่างสง่างาม ไม่ใช่การเลียนแบบตะวันตก แต่คือการนำภาษาสากลมาตีความใหม่ ผ่านภูมิปัญญาไทยและสายตาของงานช่างไทย ผ้าไหมไทยในวันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงมรดกของอดีต แต่เป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่ยังร่วมสมัย ยังเล่าเรื่องประเทศและยังเชื่อมไทยกับโลกได้อย่างงดงาม นี่คือ “ไหมไทยที่พูดกับโลก” อย่างสง่า นุ่มลึก และทรงคุณค่า


ข้อมูลจาก
เพจบุพเพสันนิวาส






















































บีจีและไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ ebaemi

Free TextEditor





 

Create Date : 11 กันยายน 2569
0 comments
Last Update : 12 กันยายน 2569 8:56:44 น.
Counter : 248 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmultiple, คุณmcayenne94, คุณDevastar, คุณThe Kop Civil, คุณหอมกร, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณปรศุราม, คุณสองแผ่นดิน, คุณทองกาญจนา, คุณทูน่าค่ะ, คุณtoor36, คุณnewyorknurse, คุณกะว่าก๋า


haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 169 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.