happy memories
Group Blog
 
<<
มกราคม 2569
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
10 มกราคม 2569
 
All Blogs
 

หนังสือ "Haiku: Poetry Ancient and Modern"








เริ่มบล็อกแรกของปีช้าไปหลายวัน อัพบทกวีไฮกุเหมือนบล็อกที่แล้ว อวดหนังสือบทกวีไฮกุที่ซื้อเก็บไว้ ชื่อ “HAIKU poetry ancient and modern” โดย Jackie Hardy รวบรวมบทกวีไฮกุสมัยโบราณและสมัยใหม่หลายร้อยบท กวีญี่ปุ่นจะคุ้นชื่อแล้ว แต่กวีฝรั่งไม่คุ้นเลย แต่แต่งไฮกุได้เพราะไม่แพ้คนญี่ปุ่น หนังสือเล่มไม่ใหญ่เท่าใหร่ แต่ค่อนข้างหนา สองร้อยกว่าหน้า คุณภาพกระดาษดี ภาพประกอบสวย แต่น้อยไปหน่อย มีภาพใหญ่อยู่ไม่ถึงสิบ ส่วนภาพอื่น ๆ จะเล็ก ๆ เลยต้องไปค้นในป๋ากู เลือกผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงที่สุดท่านหนึ่งของญี่ปุ่น อยู่ในยุคเอโดะ (ศตวรรษที่ ๑๘-๑๙) คือ คัทซึชิคะ โฮะคุไซ (Katsushika Hokusai) เนื้อหาในเล่มแบ่งเป็น ๖ ภาค มีบทกวีเกี่ยวกับ ไม้, ไฟ, ดิน, โลหะ, น้ำ และ รายนามของกวีที่แต่งไฮกุ เราเลือกไฮกุมาภาคและ ๑๒ บท คือหาภาพได้เยอะ เลยเลือกไฮกุให้พอดีกับภาพ รวมแล้ว บล็อกนี้มีไฮกุห้า-หกสิบบทเลย ถ้าชอบก็เลื่อนเม้าส์ลงไปอ่านได้เลยจ้า







HAIKU poetry ancient and modern
รวบรวมโดย Jackie Hardy
สำนักพิมพ์ : Tuttle Publishing
ชนิดของปก : ปกอ่อน
จำนวน : ๒๕๖ หน้า
ราคาปก: ๖๔๐ บาท






















WOOD (ไม้)


หน้า ๒๗
Housecleaning day-
Hanging a shelf at his home
A carpenter.

(Basho)

วันทำความสะอาดบ้าน-
แขวนหิ้งที่บ้านของเขา
ช่างไม้คนหนึ่ง


หน้า ๒๘
Wooden gate,
Lock firmly bolted
Winter moon.

(Kikaku)

ประตูไม้
ล็อคแน่นสนิท
พระจันทร์ฤดูหนาว


หน้า ๒๐
Without a thought
The neighbor’s back yard
Turns green.

(William J Higginson

โดยไม่ทันคิด
สวนหลังบ้านของเพื่อนบ้าน
กลายเป็นสีเขียว


หน้า ๓๒
From which tree’s blossom
It comes, I do not know
This fragrance.

(Basho)

ดอกไม้ของต้นอะไรนะ
ฉันไม่รู้ว่ากลิ่นของเจ้า
ลอยมาจากไหน







หน้า ๓๖
Beautiful, seen through holes
Made in the paper screen:
The Milky Way.

(Issa)

งดงาม เมื่อมองผ่านรู
บนฉากที่ทำด้วยกระดาษ:
ทางช้างเผือก


หน้า ๔๒
Quieting the mind
Deep in the forest
Water drips.

(Hosha)

สงบจิตสงบใจ
ลึกเข้าไปในป่า
น้ำหยดลง


หน้า ๕๐
Sweet chestnut in flower
a curved bough holding
the evening sun.

(Cicely hill)

ต้นเกาลัดหวานออกดอก
กิ่งก้านโค้งรับ
แสงอาทิตย์ยามเย็น


หน้า ๕๒
On a bare branch
A crow has alighted…
Autumn nightfall.

(Basho)

บนกิ่งไม้ไร้ใบ
อีกาตัวหนึ่งเกาะอยู่...
ยามค่ำฤดูใบไม้ร่วง







หน้า ๕๔
Slowly,
Over cedars
Sunshine, showers.


เชื่องช้า,
เหนือต้นสนซีดาร์
แสงแดด, ฝนโปรยสาย


หน้า ๖๓
Winter morning stillness
Chopping wood
Between the echoes.

(Byron Jackson)

ความเงียบสงัดในเช้าฤดูหนาว
เสียงตัดไม้
ท่ามกลางเสียงสะท้อน


หน้า ๗๐
Piled of burning
Brushwood
Starts to bud.

(Poncho)

กองเศษไม้ที่กำลังลุกไหม้
ไม้พุ่ม
เริ่มแตกหน่อ


หน้า ๗๔
Stacking wood-
maple trees
the colour of fire.

(Basho)

การเรียงซ้อนไม้-
ต้นเมเปิล
สีเหมือนเปลวไฟ









FIRE (ไฟ)


หน้า ๘๐
A fool in the dark
Grabs of bramble-
Firefly hunt.

(Basho)

คนโง่ในความมืด
คว้าหนามแหลม
ไล่ล่าหาหิ่งห้อย


หน้า ๘๐
The autumn mountains
Here and there
Smoke rising.

(Gyodai)

ภูเขาฤดูใบไม้ร่วง
ที่นี่และที่นั่น
ควันลอยอ้อยอิ่ง


หน้า ๘๖
Our old charcoal grill,
Still cradling last year’s cold ash
A sudden shiver.

(Alan Maley)

เตาถ่านเก่าของเรา,
ยังมีขี้เถ้าเย็น ๆ จากปีที่แล้วเกาะอยู่
หนาวสะท้านขึ้นทันควัน


หน้า ๘๗
Midnight heat
Fireflies travel
In the river’s echo.

(Humberto Attica)

ความร้อนยามเที่ยงคืน
หิ่งห้อยโบยบินไป
ในเสียงสะท้อนของสายน้ำ







หน้า ๘๗
Around the campfire
Singing every song we know
To keep warm.

(Kathering Gallagher)

นั่งล้อมกองไฟ
ร้องทุกเพลงที่พวกเรารู้จัก
เพื่อคงความอบอุ่นไว้


หน้า ๙๓
Embers die
The chair where the friend sat
Fills with moonlight.

(Cicely Hill)

ถ่านไฟมอดลง
เก้าอี้ที่เพื่อนเคยนั่ง
มีแสงจันทร์มานั่งแทน


หน้า ๙๘
The lantern blown out-
The sound of the wind
Through the leaves.

(Shiki)

โคมไฟดับลง-
เสียงสายลม
พัดผ่านใบไม้


หน้า ๑๐๑
Stirring the embers
Our conversation
Silent for a moment.

(Harsangeet Kaur Bhullar)

เขี่ยถ่านในกองไฟ
บทสนทนาของเรา
เงียบลงชั่วครู่







หน้า ๑๐๒
Falling leaves
The chess game ends
By lamplight.

(Doris Heitmeyer)

ใบไม้ร่วง
เกมหมากรุกจบลง
ด้วยแสงไฟ


หน้า ๑๐๔
Lighting the candles
In the thatched temple
Plum blossoms fall.

(Gyodai)

จุดเทียนขึ้น
ในวัดที่มุงจาก
ดอกพลัมร่วงหล่น


หน้า ๑๐๗
Clouds like
Thrown fire
-magnolia flowers.

(Asuka Nomiyama)

หมู่เมฆดูราว
เปลวไฟที่พุ่งออกมา
-ดอกแมกโนเลีย


หน้า ๑๐๘
Lighting the lantern
The yellow of chrysanthemums
Fades.

(Buson)

พอจุดตะเกียงขึ้น
สีเหลืองของดอกเบญจมาศ
ก็จางลง







หน้า ๑๑๑
Red light
Sloshing of the gasoline
In the tank.

(Andre Duhaime)

ไฟแดง
เสียงน้ำมันกระฉอก
ในถังน้ำมัน


หน้า ๑๑๔
I look at my scar
Remembering the dark crimson
Of autumn roses.

(Rosy Wilson)

มองแผลเป็นของฉันแล้ว
หวนนึกถึงสีแดงเข้ม
ของกุหลาบฤดูใบไม้ร่วง


หน้า ๑๑๖
Loneliness
After the fireworks
A falling star.

(Shiri)

ความเหงาหงอย
หลังจุดพลุ
ดาวตกดวงหนึ่ง


หน้า ๑๑๘
Summer grasses
All that remains
Of soldiers’ dreams

(Basho)

หญ้าหน้าร้อน
คือสิ่งที่เหลืออยู่
ของความฝันเหล่าทหาร















EARTH (ดิน)


หน้า ๑๒๕
In the morning dew
Spotted with mud, and how cool-
Melons on the soil.

(Basho)

น้ำค้างยามเช้า
เปื้อนโคลน และเย็นสบายดีจัง-
แตงโมบนพื้นดิน


หน้า ๑๒๖
Downpour-
A pinnacle of soil topped
With tiny stone.

(Kenneth Tanemura)

ฝนตกหนัก -
เนินดินสูงชันปกคลุม
ด้วยหินก้อนเล็ก


หน้า ๑๒๙
In the garden
The silence of stones
Under snow.

(Eric L Houch Jr.)

ในสวน
ความเงียบของก้อนหิน
ใต้หิมะ


หน้า ๑๔๐
Only the stuff
Of the pilgrims are seen going
Through the summer fields.

(Basho)

มีเพียงสัมภาระ
ของผู้แสวงบุญเท่านั้นที่มองเห็นได้
เมื่อเดินผ่านทุ่งนาฤดูร้อน







หน้า ๑๔๒
Ill on a journey
Over parched fields
Dreams wander on.

(Basho)

ป่วยระหว่างเดินทาง
เหนือทุ่งหญ้าแห้งแล้ง
ความฝันลอยล่องไป


หน้า ๑๓๔
Waft your fragrance
On a hill where they mine coal
Plum blossoms.

(Basho)

กลิ่นเจ้าลอยฟุ้ง
ทั่วเนินเขาที่ทำเหมืองถ่านหิน
ดอกพลัมบานสะพรั่ง


หน้า ๑๔๗
Daylight fading
A curlew's cry
Lengthens the hill.

(Caroline Gourlay)

แสงสว่างยามพลบค่ำ
เสียงร้องของนกปากห่าง
ทำให้เนินเขาดูสูงขึ้น

curlew คือ "นกปากห่าง" หรือ "นกอีก๋อย" (ในสกุล Numenius)
ซึ่งเป็นกลุ่มนกลุยน้ำขนาดใหญ่ มีลักษณะเด่นคือ
ขาและจะงอยปากที่ยาวและโค้งงอลงมา
คล้ายเคียว ใช้จิกหาอาหารตามพื้นโคลนหรือทุ่งหญ้า
มีหลายชนิดกระจายพันธุ์ทั่วโลกและพบในไทยด้วย.


หน้า ๑๔๙
Statues in the square:
The raised hand of the war hero
Fills with snow.

George Swede)

รูปปั้นที่จัตุรัส:
มือของวีรบุรุษที่ยกขึ้น
ปกคลุมด้วยหิมะ







หน้า ๑๕๓
In the cold blast,
Small stones rattle
Across the planks of the roof.

(Buson)

ท่ามกลางลมหนาว
ก้อนหินเล็ก ๆ ดังกระทบกัน
บนแผ่นหลังคาไม้


หน้า ๑๕๔
The stillness!
The voice of the cicadas
Sinks into the rocks.

Basho)

ความสงบเงียบ!
เสียงของจั๊กจั่น
จางหายไปให้โขดหิน


หน้า ๑๕๗
The harvest moon-
I stroll round the pond
Till the night is through.

(Basho)

พระจันทร์เต็มดวงในฤดูเก็บเกี่ยว-
ฉันเดินเล่นรอบสระน้ำ
จนค่ำคืนผ่านพ้นไป


หน้า ๑๖๐
Along the mountain road
Somehow it tugs at my heart
A wild violet.

(Basho)

ตามถนนบนภูเขา
มันดึงดูดใจฉันอย่างบอกไม่ถูก
ดอกไวโอเล็ตป่า















METAL(โลหะ)


หน้า ๑๖๖
On a rusty buoy
The fog bell feels
Each melancholy wave.

(George Marsh)

บนทุ่นที่ขึ้นสนิม
เสียงระฆังหมอกสัมผัสได้
ถึงทุกคลื่นแห่งความเศร้าสร้อย

*ระฆังหมอกคือ  อุปกรณ์ส่งสัญญาณเสียงรูปทรงระฆังที่ใช้ในเรือหรือประภาคาร
เพื่อเตือนเรือลำอื่นให้ระวังอันตรายในสภาวะที่มีหมอกหนาหรือทัศนวิสัยไม่ดี



หน้า ๑๗๐
Soon to die,
Yet noisier than ever
The autumn cicada.

(Shiki)

อีกไม่นานก็จะตาย
หากกลับส่งเสียงดังกว่าเคย
จักจั่นฤดูใบไม้ร่วง


หน้า ๑๗๑
After a journey
The kettle-
Ticking as it cools.

(Jim Norton)

หลังการเดินทาง
กาต้มน้ำ -
มีเสียงติ๊ก ๆ ตอนมันเย็นลง


หน้า ๑๗๒
Summer’s end
The quickening of hammers
Towards dusk.

(Dee Evetts)

ปลายฤดูร้อน
เสียงค้อนเร่งจังหวะ
ใกล้พลบค่ำ


หน้า ๑๗๗
In his box
Four or five coppers,
And now
The evening drizzle.

(Issa)

ในกล่องของเขา
มีเหรียญทองแดงสี่หรือห้าเหรียญ
และตอนนี้
ฝนปรอยยามเย็น







หน้า ๑๗๘
Evening bell:
Persimmons pelt
The temple garden.

(Shiki)

เสียงระฆังยามเย็น:
เปลือกลูกพลับ
สวนของวัด


หน้า ๑๘๐
Beneath
The morning glory
Rusted steel.

(Eric L Houch Jr.)

ข้างใต้
ดอกผักบุ้ง
เหล็กขึ้นสนิม


หน้า ๑๘๙
Winter solstice:
The darkness closes in
Against the church bells.

(Katherine Gallagher)

เหมายัน:
ความมืดคืบคลานเข้ามา
พร้อมเสียงระฆังโบสถ์

*เหมายัน  (เห-มา-ยัน) หรือ "ทักษิณายัน"
เป็นปรากฏการณ์ที่ซีกโลกเหนือเอียงออกจากดวงอาทิตย์มากที่สุด 
ทำให้กลางวันสั้นที่สุดและกลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี (ประมาณวันที่ ๒๑-๒๒ ธ.ค.)
และเป็นวันเริ่มต้นฤดูหนาวทางซีกโลกเหนือ ส่วนซีกโลกใต้จะตรงกับวันเริ่มต้นฤดูร้อน.



หน้า ๑๙๐
Contending-
Temple bell,
Winter wind.

(Kito)

แข่งกันระหว่าง
ระฆังโบสถ์และ
สายลมหนาว







หน้า ๑๙๒
Shrouding the old car
Red virginia creeper
And rust.

(Ferris Gilli)

คลุมรถเก่า
เถาวัลย์เวอร์จิเนียสีแดง
และสนิม


หน้า ๑๙๕
Autumn drizzle
The rust tricycle’
In the river bed.

(Garry Gay)

ฝนฤดูใบไม้ร่วงโปรยสาย
รถสามล้อสนิม
ที่ก้นแม่น้ำ


หน้า ๒๐๑
Heedless the the bell
Toll our time away,
We take the evening cool.

(Issa)

ไม่ใส่ใจเสียงระฆัง
ที่ดังกึกก้องจนเวลาหมดไป
เราปล่อยให้ยามเย็นเป็นใจ


หน้า ๒๐๒
Cold hands
Deep in my pocket
Forgotten coin.

(Jackie Hardy)

มือเย็นเยียบ
ควานหาในกระเป๋า
เจอเหรียญที่ถูกลืม
 






หน้า ๒๐๔
On the barbed wire fence
Sheep’s wool plaited
By the wind.

(David Rollins)

บนรั้วลวดหนาม
คือขนแกะที่ถักทอ
โดยสายลม


หน้า ๒๐๔
Old bike mender
Hammering echoes
Across the creek.

(Jackie Hardy)

ช่างซ่อมจักรยานแก่ชรา
เสียงตอกตะปูก้องกังวาน
ข้ามลำธารไป


หน้า ๒๐๕
Reflected
In the sword’s blade
Soft summer clouds.

(Garry Gay)

สะท้อน
บนคมดาบ
ปุยแมฆฤดูร้อน


หน้า ๒๐๖
Overnight
My razor rusted-
The May rains.

(Boncho)

ข้ามคืน
มีดโกนของฉันขึ้นสนิม-
ฝนเดือนพฤษภาคมพรมสาย















WATER (น้ำ)


หน้า ๒๑๐
Shipping oars
I hold my breath to hear
Snow on the water.

(David Steele)

ไม้พายเรือ
ฉันกลั้นใจเพื่อฟังเสียง
หิมะบนผิวน้ำ


หน้า ๒๑๐
On the rock
Waves don’t reach
Fresh snow.

(Tantan)

บนก้อนหิน
ที่คลื่นสาดไปไม่ถึง
หิมะสดใหม่


หน้า ๒๑๓
Overflowing the bucket
At the side of the well-
Bush clover.

(Rodojin)

น้ำล้นถัง
ข้างบ่อน้ำ-
พุ่มต้นโคลเวอร์







หน้า ๒๑๓
Today’s lunch:
Only water.

(Santoku)

วันนี้มื้อกลางวัน
มีแค่น้ำอย่างเดียว


หน้า ๒๑๔
From the bough
Floating down the river
Insect song.

(Issa)

จากกิ่งไม้
ล่องลอยไปตามแม่น้ำ
เสียงร้องของแมลง


หน้า ๒๑๖
Girls planting paddy:
Only their song
Free of mud.

(Raizan)

เด็กผู้หญิงปลูกข้าว
มีเพียงเสียงเพลงของพวกเธอ
ที่ไม่เปื้อนโคลน







หน้า ๒๑๖
Girls planting paddy:
Only their song
Free of mud.

(Raizan)

เด็กผู้หญิงปลูกข้าว
มีเพียงเสียงเพลงของพวกเธอ
ที่ไม่เปื้อนโคลน


หน้า๒๑๘
The whole yard quiet-
The cool sound of rain
On rhubarb leaves.

(H F Noyes)

ทั้งสนามเงียบสงบ-
เสียงฝนเย็น ๆ
ตกกระทบใบโกฐน้ำเต้า


หน้า ๒๒๐
Where sea and sky meet
Only hazy fishing boats
Diving the gray.

(L A Davidson)

ตรงที่ทะเลและท้องฟ้าจรดกัน
ภาพจาง ๆ ของเรือหาปลา
ดำดิ่งสู่ห้วงสีเทา


หน้า ๒๒๒
Nightingale’s song
This morning
Soaked with rain.

(Issa)

บทเพลงของนกไนติงเกล
เช้านี้
ชุ่มด้วยสายฝน


หน้า ๒๒๓
Short cut;
Splashing through the water
Of summer rains.

(Buson)

ทางลัด
ลุยน้ำ
ของสายฝนฤดูร้อน







P225
In the well bucket
A morning glory
Allows me some water.

(Chiy o - Jo)

ในถังน้ำ
ดอกผักบุ้ง
ช่วยให้ฉันได้ดื่มน้ำบ้าง


หน้า ๒๒๖
Long seasonal rain-
Looking for the floating nest
Of a grebe.

(Basho)

ฝนตกยาวนานตลอดฤดูกาล-
มองหารังลอยน้ำ
ของนกเป็ดน้ำ


หน้า ๒๒๘
Even in the spring mists
The sounds of water
Trickling through the rocks.

(Sokan)

แม้หมอกฤดูใบไม้ผลิจะลง
เสียงของน้ำ
ยังไหลผ่านโขดหิน


หน้า ๒๓๑
Petals of the mountain rose
Fall now and then
To the roar of the waterfall.

(Basho)

กลีบดอกกุหลาบภูเขา
ร่วงหล่นเป็นครั้งคราว
ท่ามกลางเสียงก้องของน้ำตก







หน้า ๒๓๒
Even this tint stone
Is also wet
With dew.

(Ryoshi)

แม้แต่หินก้อนเล็กนี้
ก็ยังเปียก
ด้วยน้ำค้าง


หน้า ๒๕๐
Darkness
Wet with
The sound of waves.

(Santoku)

ความมืด
เปียกชุ่มด้วย
เสียงของเกลียวคลื่น


หน้า ๒๕๒
Wild sea…
Reaching across to Sado
The Milky Way.

(Basho)

ทะเลคลื่นแรง...
ทอดยาวไปถึงเกาะซาโดะ
ทางช้างเผือก


หน้า ๒๕๒
Waves crash
Against the fortifications
Dead of night.

(Michael Gunton)

คลื่นซัดกระหน่ำ
เข้าใส่ป้อมปราการ
ดึกดื่นค่อนคืน










รูปที่อยู่ในหนังสือ สวย ๆ ทั้งนั้น เสียดายมีภาพเต็ม ๆ อยู่ไม่กี่ภาพ




























บีจีจากคุณยายกุ๊กไก่ ไลน์จากคุณญามี่





 

Create Date : 10 มกราคม 2569
0 comments
Last Update : 11 มกราคม 2569 13:25:36 น.
Counter : 251 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสองแผ่นดิน, คุณSleepless Sea, คุณกะว่าก๋า, คุณปรศุราม, คุณInsignia_Museum, คุณดาวริมทะเล, คุณหอมกร, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณThe Kop Civil, คุณmariabamboo, คุณกะริโตะคุง, คุณร่มไม้เย็น, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณpeaceplay, คุณทองกาญจนา, คุณmcayenne94, คุณทนายอ้วน, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณปัญญา Dh, คุณ**mp5**


haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 169 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.