happy memories
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2569
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
2 พฤษภาคม 2569
 
All Blogs
 

"ในรังนกอินทรี" โดย ส.รัตกสิกร








“I believe in God, only I spell it Nature.”
"ฉันเชื่อในพระเจ้า เพียงแต่ฉันสะกดคำนั้นว่าธรรมชาติ"
Frank Lloyd Wright


อัพชีวประวัติและผลงานบางส่วนของ ครูแสงอรุณ รัตกสิกร ไปแล้ว บล็อกนี้มาเริ่มอ่านงานเขียนของครูแสงกันค่ะ นำมาจากหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพครูแสง "แสงอรุณ ๒ ในเล่มรวบรวมบทประพันธ์และบทความของครูแสงไว้หลากหลายแนว เนื้อหาแต่ละบทค่อนข้างยาวมาก ใช้เวลานานกว่าจะพิมพ์จนเสร็จ แต่คราวหน้าน่าจะใช้เวลาน้อยลง เพราะน้องชายบอกวิธีพิมพ์ด้วยเสียง เห็นในออนไลน์มีขายเม้าส์ที่พิมพ์ด้วยเสียงแล้วอยากซื้อมาใช้ เพิ่งจะรู้ว่าในเครื่องแมคมีโปรแกรมนี้ติดตั้งไว้แล้ว ยังไม่ได้ลองใช้ ถ้าทำได้ก็สบายเลย ข้อความยาวแค่ไหนก็บ่ยั่นแน่นวล ภาพในหนังสือเป็นขาว-ดำ แถมไม่ค่อยชัด เลยต้องอาศัยอากู๋ ค้นภาพได้เยอะ และด้วยความที่ชอบสำนวนเขียนของครูแสงมาก โดยเฉพาะการบรรยายถึงธรรมชาติที่งดงาม เลยคัดลอกข้อความที่ชอบมาแปะไว้ในบล็อกด้วย


TALIESIN 2022




Why Frank Lloyd Wright is America’s Best Architect








"ในรังนกอินทรี"
ส.รัตกสิกร


อากาศบ่ายวันนั้นมีทั้งเมฆและแดดสลับกัน ไร่นาสองข้างทางงดงามากเพราะเป็นฤดูเก็บเกี่ยวมาถึงแล้ว ไร่ข้าวโพดนั้นเขาเอาต้นมามัดรวมกันเป็นกระโจม ดู ๆ ราวกับวิกแวมของอินเดียนแดง ได้แถวได้แนวระเรื่อยไปตามเนินที่มีอยู่ทั่วไป

วันนั้นเป็นวันที่ ๒๓ ของเดือนกันยายน ค.ศ. ๑๙๕๒ สถานที่คือบนทางหลวงของรัฐวิสคอนซิน ผมกำลังเดินทางไปอยู่กับ แฟรงค์ ลอย ไรท์ สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ของอเมริกาและของโลก ตำบลสปริงกรีน (Spring Green) เป็นตำบลเล็ก ๆ ตั้งอยู่อย่างสงบ แสงแดดส่องทะลุเมฆลงมาเป็นทางซีด ๆ ทำให้เมืองเล็ก ๆ นี้สว่างเรืองขึ้นในหมู่ไม้และเนินเขาที่ห้อมล้อมมันอยู่ แม่นำ้วิสคอนซินงดงามเหมือนแม่น้ำทางเหนือของประเทศเรา มีหาดทรายผุดระกะในกลางสายน้ำ แม่น้ำนี้ไหลผ่านเฉียดตำบลเล็ก ๆ แห่งนี้ และจากที่นี่ทวนกระแสน้ำขึ้นไป ด้วยรถซึ่งวิ่งเลียบแม่น้ำประมาณ ๑๕ นาที ภาพของทาไลซินก็ค่อย ๆ เผยโฉมหน้าขึ้นอย่างสง่าและงดงาม










บริเวณที่ล้อมรอบทาไลซินนี้เป็นท้องทุ่งซึ่งเป็นเนินเขาน้อยและใหญ่ ด้วยทาไลซินเองตั้งอยู่บนเนินลูกเตี้ย ๆ ลูกหนึ่ง จากที่ตั้งนี้สายตาของผู้สร้างทาไลซินจะกวาดลงสัมผัสท้องทุ่ง ทิวเขาและป่าละเมาะ - ลงมาตามแอ่งที่ราบซึ่งขังน้ำเป็นบึงเล็ก ๆ อันที่เป็นที่อยู่ของสวอน (swan) สองตัวผัวเมีย และเป็นที่พักของหมอกในตอนเช้าตรู่ ก่อนที่แสงแดดจะขับมันให้ละลายไป










ในบริเวณที่สายตาของ แฟรค์ ลอย ไรท์ กวาดจากทาไลซินไปยังที่ใดก็ตาม สายตานั้นย่อมเป็นสายตาของมหาพรหม อันจะทำลายความน่าเกลียดให้ปลาสนาการ และคงไว้หรือเพิ่มความของภูมิประเทศให้บังเกิดขึ้น ที่เป็นเช่นนั้นได้ก็เพราะว่าท่านไรท์ได้ลงทุนกว้านซื้อที่ดินเหล่านั้นไว้ทั้งหมด และนับว่าเป็นเคราะห์ดีอยู่อย่างหนึ่งที่ที่ในบริเวณนั้นมิได้แบนราบแบบเท็กซัส อันมีอาณาเขตของขอบฟ้าเป็นระยะทางอันมหาศาล เขาน้อยใหญ่ที่ขึ้นเป็นฉากกั้นอยู่ทั่วไป ทำให้ท่านไรท์พอจะหาเงินซื้อที่ดินดังกล่าวไว้ได้







มีเรื่องเกิดขึ้นสด ๆ ก่อนผมไปถึงก็คือ ท่านได้ซื้อร้านชำเล็ก ๆ อันน่าเกลียดซึ่งบังอาจเข้ามาอยู่ในสายตาของท่าน เมื่อซื้อแล้ว แทนที่จะรื้อลงเสีย ท่านก็สั่งให้บรรดาสานุศิษย์ตัวเอ้ ๆ ให้ราดมันด้วยน้ำมัน แล้วก็เผาให้มันเป็นจุลไป ข้อร้ายก็คือว่า ท่านลืมโทรศัพท์บอกกรรมวิธีของท่านในการจะกำจัดสถาปัตยกรรมทุศีลไปยังเมืองสปริกรีน ฉะนั้น เมื่อกลุ่มควันพลุ่งโขมงขึ้น จึงเป็นเหตุให้หน่วยดับเพลิงห้อตะบึงมา และผมเชื่อว่านักผจญเพลิงเหล่านั้นคงกลับไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเป็นอย่างมาก







เมื่อแนะนำตึวเองกับเลขานุการซึ่งเป็นชายรูปร่างงาม แต่มีไม้เท้ายันเวลาเดินเพราะเขาพิการไปข้างหนึ่ง แล้วผมก็ได้รับให้เข้าไปพักในห้องนอนเล็ก ๆ อันอยู่ใต้ห้องรับแขกใหญ่ของทาไลซิน ซึ่งนับว่าแปลกหน่อยเพราะว่าผู้ที่มาอยู่กับไรท์ในฐานะน้องใหม่นั้น จะต้องไปอยู่บริเวณอีกแห่งหนึ่งอันเรียกว่า Hill Side อันเป็น Studio ครัวและห้องพักของสานุศิษย์ชาย ที่พักนี้เดินด้วยเท้าก็ราว ๆ ๑๐ นาทีเศษ ๆ เท่าที่ทราบภายหลังว่าทำไมจึงไม่ต้องอยู่ที่นั้น ก็เพราะไม่มีห้องพักเหลือ เป็นอันว่าผมไม่ได้อยู่ที่ทาไลซินตลอดเวลาฤดูใบไม้ร่วง และจนกระทั่งอพยพหนีหนาวลงไปที่อาริโซนา




ราว ๆ ตีห้าของวันรุ่งขึ้นมีคนมาเรียกให้ไปกินอาหารเช้า เขาบอกว่าหกโมงเช้าแล้ว ออกงง ๆ เลยได้รับคำอธิบายว่า เวลาที่ทาไลซินนั้นเร็วกว่าเวลาของชาวบ้านทั้งหลายหนึ่งชั่วโมง ทำไมจึงต้องตั้งเวลาให้พิเศษกับชาวบ้านอย่างนี้ผมไม่ได้ถามไถ่จึงไม่รู้เหตุผล เดาเอาว่าคงจะให้ตื่นเร็วขึ้น แต่จะให้ตื่นตีห้าก็ทำไมไม่เรียกตีห้าตามชาวบ้านก็ไม่รู้ กลับเรียกเป็นตีหก คนที่มาปลุกเป็นชาวจีนอยู่มานานแล้วชื่อลิงโป เธอเป็นชาวปักกิ่ง อพยพหนึจีนแดงมาพร้อมกับแม่ และเหมือนสานุศิษย์ตะวันออกทั้งหลายที่รักอาจารย์ของตน ไม่มีคำโต้แย้ง ไม่มีข้อสงสัยในคำพูดของอาจารย์ และศรัทธาของลิงโปที่มีต่อ แฟรงค์ ลอย ไรท์ ไม่เคยพร่องลงเลยแม้แต่หนึ่งเมล็ดงา




ลิงโปผู้นี้เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกันมากับ คาโมส อิเตี๋ยว ชาง ผู้ซึ่งเคยมาแสดงสุนทรกถาที่ตึกเราเมื่อปีกลายนี้

ทุกคนที่มาอยู่กับไรท์จะได้รับมอบหมายให้ทำงานต่าง ๆ กัน ตั้งแต่ล้างชาม กวาดพื้น สร้างบ้าน เกี่ยวหญ้า ตัดฟืน เขียนแบบ และซักผ้าให้ Mr. & Mrs.Wright และเพราะงานประการหลังนี้เองที่ทำให้ผมถือเป็นเหตุลาจากทาไลซินเมื่อฤดูหนาวมาถึง

เมื่ออาหารเช้าเสร็จและแดดออก ภาพอันงามของบริเวณ Hill Side ก็ปรากฏขึ้น กลุ่มอาคารนี้สร้างขึ้นแต่ครั้งป้าของไรท์ตั้งโรงเรียน เมื่อป้าตายก็ยกโรงเรียนให้ และเปลี่ยนเป็น Studio แทนของเก่าซึ่งไฟไหม้ไปก่อนหน้าผมไปถึงไม่เท่าไร




ท่านไรท์แต่งงาน ๓ ครั้ง จากซ้ายเป็นภริยาคนแรก แคทเธอรีน “คิตตี้” โทบิน
คนที่ ๒ มอด มิเรียม โนแอล คนที่ ๓ โอลกิวานา ลอยด์ ไรท์


เรื่องไฟไหม้ตึกโรงละครนี้ก็แปลกอีก ชะตากรรมของ แฟรงค์ ลอย ไรท์ นี้อยู่กับเรื่องไฟไหม้ ไฟได้ไหม้ทาไลซินครั้งใหญ่ ซึ่งสั่นสะเทือนสังคมของรัฐฯ มาแล้ว เมื่อครั้งไรท์ขึ้นครองความเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งนครชิคาโก ตอนหนุ่ม ๆ มันไม่ใช่ไฟไหม้ธรรมดา แต่ทว่าเพราะคนรับใช้นิโกรได้จุดเผามันขึ้น หลังจากได้ฆ่าภรรยาคนที่สอง ลูกเลี้ยง และแขกที่มาพักแล้ว ไฟไหม้โรงละครนี้เกิดขึ้นเพราะไรท์สั่งให้เผากองขยะ ลูกศิษย์บอกว่าอย่านะครับ เดี๋ยวมันจะไหม้บ้านเข้า ท่านบอกว่าไม่ไหม้ จงจุดเถิด - ก็เมื่อมหาพรหมสั่งเช่นนี้แล้ว จุดเป็นจุด ไหม้เป็นไหม้ และมันก็ไหม้







ในขณะที่เพลิงไหม้นั้นเอง ไรท์ก็ลืมทุกอย่าง ความเสียดายสมบัติไม่เคยเกิดขึ้นในจิตของผู้ยิ่งใหญ่อย่างไรท์ ท่านได้เรียกศิษย์ตัวเอ้มา พลางอธิบายให้ฟังว่า รูปร่างใหม่ของตึกโรงละครจะเป็นอย่างไร มันจะงามกว่าอันเดิมอย่างไร ท่านยืน Design กันเดี๋ยวนั้นเลย เมื่อผมไปถึงจึงได้โอกาสช่วยสร้างโรงละครใหม่กับเขาด้วยการฉาบปูน มุงหลังคา และผสมปูน













ใกล้ ๆ กับ Studio นั้นบนเนินเขามีกังหันลมเก่าแก่ตั้งอยู่อันหนึ่ง ซึ่งเป็นผลงานชิ้นแรกที่พิสูจน์ถึงความเป็นอัจฉริยะของไรท์ รูปร่างของกังหันลมนี้เป็นเหมือน Tower ทำด้วยไม้แบบถังไม้ที่เราเคยเห็นแต่สูงและแลดูเบาเด่นอยู่บนยอดเนิน ในสมัยครั้งกระโน้นย่อมเป็นของใหม่และแปลกตาแก่ชาวบ้านซึ่งเคยเห็นแต่กังหันลมแบบฮอลันดาที่ใหญ่เทอะทะ ป้า ๆ ของไรท์ทนคำวิตกและคำทำนายของชาวบ้านไม่ไหว จึงเรียกหลานมา (คงคล้าย ๆ ชาวบ้านไทยเราหลายคนที่เชื่อคำพูด Layman มากกว่าฟังเหตุผลที่มีหลักวิชา) หลานชายบอกว่า กังหันลมนี้คุณป้าอย่าวิตกเลยครับ มันจะอยู่ยั่งยืนกว่าอายุของคุณป้าเป็นไหน ๆ วันหนึ่งหลังจากพายุใหญ่เกิดขึ้นแล้ว ชาวบ้านไ้ด้ออกมาเพื่อจะชมความพังพินาศของกังหันลมนี้ แต่ก็พากันผิดหวังไปตาม ๆ กัน กังหันลมนี้มีชื่อว่า โรเมโอและจูเลียต ผมเชื่อว่าแม้เมื่อผมสิ้นชีวิตแล้ว มันก็คงจะอยู่ แม้ว่าเดี๋ยวนี้มันจะเป็นที่อาศัยของนกแล้วค้างคาว มันจะคงอยู่ประกาศความเป็นอัจฉริยะของ แฟรงค์ ลอย ไรท์ ต่อไป

ครั้งแรกที่ผมพบ แฟรงค์ ลอย ไรท์ นั้นเป็นคืนวันพุธ หลังจากรับอาหารเย็นกันแล้ว ทุกคนมานั่งรวมกันในห้องใหญ่ห้องหนึ่ง ที่ลาไลซินมีเก้าอี้อยู่ตัวหนึ่ง ใกล้ ๆ เตาผิงซึ่งมีไฟลุกไหม้ขอนอยู่อย่างงดงาม สักครู่หนึ่งท่านแฟรงค์ ลอย ไรท์ ก็เข้ามาในห้อง เข้ามาอย่างอาการของกษัตริย์ซึ่งครองอำนาจ ผยองในศักดิ์ศรี และมองทุกคนในห้องอย่างสายตาของมหาพรหม







อายุ ๘๓ ปีของสังขารมิได้ทำลายบุรุษผู้ยิ่งใหญ่นี้ลงไปได้ ปราศจากอาการของคนแก่คือความหลงลืม นัยน์ตาเป็นประกายแจ่มใส ริมฝีปากแดงระเรื่อ และผมที่เป็นสีเงินยวงนั้นช่างงดงามเสียจริง ๆ กับเบเร่ไหมพรมสีขาว ตัดด้วยโคล๊กดำสนิทคลุมไหล่ของท่าน เน็คไทสีเขียวใบไม้สดราวกับสีของเปลือกไข่นก และขาดไม่ได้คือไม้เท้า ซึ่งติดตัวไปด้วยทุกหนทุกแห่ง ทุกคนยืนขึ้นคารวะราวกับทหารที่เห็นจอมทัพผ่านมา ผมกำลังมองท่านเพลินอยู่ เลยต้องรีบลุกขึ้น เพราะไม่นึกว่าจะมีภาพเช่นนี้เกิดขึ้นในอเมริกา มันควรจะเกิดขึ้นในตะวันออกมากกว่า หรือเกิดในกองทัพหรือราชสำนักในยุโรปยุคอัศวินเฟื่องฟู




คำแรกที่เอ่ยขึ้นของท่านคือ Good evening gentlemen มีหญิงอยู่หลายคน แต่ท่านเรียกรวมกับชายไปเลย ไม่ต้องใช้ตามแบบฉบับทั้งหลายที่ใช้กันอยู่ พวกศิษย์ตัวเอ้สองสามคนก็เดินเครื่องเทปอัดเสียง บางคนก็จัดไฟให้ส่องให้ได้ระยะพอดีกับตัวท่านไรท์ เพื่อให้ท่านอ่านหนังสือได้ถนัดขึ้น และเพื่อเน้นความเป็น มหาพรหม ให้มากขึ้น

ค่ำวันนั้นท่านอ่านบทความของท่านซึ่งแต่งขึ้นเมื่อ ๓๐ ปีก่อน กล่าวโดยย่อคือการให้เข้าใจธรรมชาติของสรรพสิ่งทั้งหลายให้ถ่องแท้ เพราะธรรมชาติเป็นครู ท่านจบคำพูดด้วยคำว่า God blesses your soul. - Good night.




รุ่งขึ้นอีกวันผมก็ถูกเลขานุการพาไปพบท่านในห้องทำงาน ทางเข้าไปสู่ห้องทำงานนั้นเป็นทางเดินยาวและแคบ และมีแสงสลัว ๆ ปลายทาง เมื่อเดินถึงก็จะพบว่าเราประจันกับห้องซึ่งเปิดกว้างอย่างฉับพลัน กำลังตะลึกกับปริมาตรที่ขยายตัวออก ก็พบว่าเบื้องหน้าคือ มหาพรหมแฟรงค์ ลอย ไรท์

คำแรกที่เอ่ยขึ้นหลังจากจับมือกันแล้วก็คือว่า “เธออย่านึกว่าฉันจะสอนอะไรให้เลย เธอเก็บเกี่ยวเอาเอง” เป็นคำพูดที่เพราะที่สุดเท่าที่จะพึงได้ฟังจากบรมครู และกาลต่อมาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า มีผู้เก็บเกี่ยวมากหลายซึ่งก้มหน้าก้มตาเก็บเกี่ยวเอาจนลืมวันเวลา และมีจำนวนไม่กี่คนซึ่งเก็บเกี่ยวได้พอเพียง และออกไปเพราะปลูกในที่ดินใหม่ของตนเอง ส่วนมากเป็นทาสของที่ดินและไม่อาจข้ามออกไปได้




ทุกเสาร์อาทิตย์ทุกคนจะมาร่วมรับประทานอาหารเย็นกับท่านไรท์และครอบครัว ซึ่งมีภรรยาของท่านชาวมอนเตนิโกร ลูกสาวคนสุดท้ายของท่านกับภรรยาคนนี้ ซึ่งไอโอวาน่า (ซึ่งเคยแต่งตัวเป็นกรีกดีดพิณ และแต่งตัวเป็นครูสอน modern dance แก่บรรดาสานุศิษย์ของพ่อ ผมไม่ได้ไปร่วมวงด้วยเพราะขาดศรัทธา เพราะลีลาการเต้นก็ไม่ดีไปกว่า คุณพิจิตร ของเราเท่าไร แถมก่อนเต้นต้องนั่งทำสมาธิเสียก่อน ดูมันผะอืดผะอมพิกล ๆ อยู่)

ดินเนอร์เสาร์อาทิตย์ ทุกคนจะแต่งตัวเต็มยศ เน็คไท เสื้อนอกชุด เมื่อท่านไรท์เข้าสู่ห้องพร้อมศรีภริยาในควงแขน เราทุกคนก็ยืนกันพรึบแบบทหาร และนั่งลงพร้อมกันเมื่อท่านทั้งสองนั่งลงแล้ว จากนั้น บรรดาบริกรก็ยกอาหารออกมาเสิร์ฟ บริกรทั้งหลายก็จากสานุศิษย์นี่แหละ ผลัดเปลี่ยนเวรกันคนละอาทิตย์ หลังจากอาหารก็เป็นการเล่นดนตรีและร้องประสานเสียง ซึ่งเล่นโดยบรรดาสานุศิษย์ในนั้นเช่นกัน แต่ไม่มีเวรเล่นเป็นประจำ




อาทิตย์แรกของผมคือการเก็บผักในไร่ส่งโรงครัว ผักต่าง ๆ ในไร่ปลูกเองเป็นต้นฤดู และเก็บเกี่ยวเรื่อยมาจนฤดูใบไม้ร่วงมาถึง มีบร็อคเคอรี ช๊าดเทอนิบ มะเขือเทศ กะหล่ำปลีและอื่น ๆ อากาศเย็นจัดในเวลากลางคืน ผักจึงเสียเร็วขึ้นเพราะความเย็นทำให้เซลของผักกลายเป็นน้ำแข็งและแตกช้ำหมด แม้ตัวผมผู้เก็บซึ่งใส่เกือกยางเล่นเทนนิสก็หนาวมือหนาวเท้าเป็นที่สุด เพราะเท่ากับไปเก็บน้ำแข็งและแช่เท้าไปในน้ำแข็งดี ๆ นี่เอง ยิ่งฤดูใบไม้ร่วงแก่ขึ้นเท่าไร ความเย็นและความงามก็เพิ่มทวีขึ้น ป่าไม้ทั้งราวป่าเปลี่ยนเป็นสีทองสีแดง สีเหลือง ต้นเบิชมีลำต้นขาวราวกับทาดินสอพอง ขึ้นตัดกับทิวเขาสีน้ำเงิน เกล็ดน้ำแข็งหุ้มใบหญ้าในตอนเช้าและสว่างเป็นรัศมีราวกับเพชร พลอย และมรกต เมื่อแสงแดดลำแรกสาดข้ามหุบเขาลงมากระทบ หมอกจะค่อย ๆ ยกตัวออกจากที่ลุ่มช้า ๆ - สรรพความงามทั้งหลายได้ทุ่มเทลงสู่ตัวผม พร้อมทั้งความหนาวเหน็บของกายก็คือความสมบูรณ์ของจิต นี่กระมัง - การเริ่มต้นของ “ออแกหนิก” Organic Architecture







เราต้องเริ่มสะสมท่อนไม้ เพราะจะได้ใช้สุมไฟ แต่คุณอย่าเข้าใจว่าเรามีเตาผิงกันทุกคน - เปล่าเลย สุมไฟในเตาผิงให้ แฟรงค์ ลอย ไรท์ เท่านั้นดอก เพราะท่านชอบเปลวเพลิง ท่านชอบเสียงประทุค่อย ๆ ของเถ้าถ่าน และท่านชอบดูเราผ่าฟืน แต่ตอนเช้าถึงจะมีผักพอเพียง ผมก็ต้องไปเก็บใบสะระแหน่และใบเซอเรล เป็นผักใบเขียว เปรี้ยวแบบใบมะดันของเรา เก็บทุกวันเพราะ Mr.& Mrs.Wright ชอบ ท่านไรท์ไม่ชอบพริกไทย ดังนั้น จึงไม่มีพริกไทยสำหรับคนอื่นด้วย

มีคนมาเยี่ยมทาไลซินกันเสมอ บางคนก็เคยอยู่มาเก่าก่อน แวะเยี่ยมเพื่อนำคำหวาน ๆ มากำนัล และเพื่อจะได้รับทานอาหารกับไรท์ (ปกตินั้นทุกเที่ยงไรท์จะแวะมาร่วมรับอาหารเสมอกับศิษย์ ดินเนอร์นั้นจะร่วมกันก็แต่ปลายสัปดาห์เท่านั้น) เป็นภาพที่น่าดูไม่ใช่น้อย เมื่อไรท์เดินไปในที่ใด ข่างเหมือนพณฯ ท่านของเมืองไทยเรา คือมีบุคคลแวดล้อมติดตาม คอยรับคำสั่งและปฏิบัติตามคำสั่ง เมื่อท่านอุทานอะไรออกมาก็มีเสียงสาธุการรับ ก็เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจึงเป็นของแน่นอนที่จะพบว่า บางคนอยู่กันเป็นเวลาสิบ ๆ ปี โดยไม่อยากจะจากไปไหน อันเป็นธรรมชาติของสัตว์โลกซึ่งรักจะเดินตามหลังและอยู่ในเงาของราชสีห์ เพราะยิ่งอยู่ ๆ ไปก็เห็นว่าปลอดภัยและสบายดี ทุกอย่างราชสีห์ทำไว้ให้เสร็จ




อาทิตย์ต่อมาผมรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยพ่อครัว ตื่นตี ๓ เศษ ๆ ออกเดินจากห้องพัก หนาวเพียงไรลองนึกดู เดือนมืด แต่ทางเดินจากทาไลซินมาครัวก็สว่างด้วยแสงดาว ความงามของโลกในยามนี้งามน่าพิศวง เสียงนกกลางคืนที่บินผ่านหัวไป เสียงของลมซึ่งฟังชัดเจนและแจ่มใสกว่าตอนหัวค่ำ เสียงของป่าซึ่งทิ้งใบ เสียงของกิ่งไม้ที่กระทบเมื่อลมพัดเป็นเสียงแห้ง ๆ หมือนคนผัดข้าว เมื่อเข้าครัวก็เตรียมอาหารเช้า เอานมออกจากห้องเย็น รินใส่เหยือกตั้งตามโต๊ะ วางจาน ช้อน ผ้าเช็ดมือ ดูเนยและขนมปังหั่นพอหรือยัง ถ้ายังก็ทำให้พอ พ่อครัวซึ่งเป็นสานุศิษย์คนหนึ่งจะปรุงอาหารอันได้แก่ ไข่เจียวแบบฝรั่ง เบคอนทอด อะไรพวกนี้ เสร็จอาหารเช้าก็เตรียมอาหารกลางวัน เสร็จกลางวันก็เย็น ดีที่ไม่ต้องล้างชาม เพราะพวกรับทานจะล้างและเก็บเข้าที่เอง ผมล้างแต่ภาชนะที่ปรุงอาหารเท่านั้น กาแฟนั้นขาดไม่ได้ แต่ทำไม่ยากอะไร เอาผงกาแฟเทลงหม้อไขน้ำ ติดไฟแก๊สเท่านั้นเอง ครั้งหนึ่งผมล้างหม้อต้มกาแฟไม่หมดเศษสบู่ดี เอาไปต้มกาแฟ พอท่านไรท์ดื่มเท่านั้นก็ร้องว่า กาแฟวันนี้รสประหลาดสุดจะดื่มได้ แต่มีสมุนตัวเอ้คนหนึ่งมาชมว่า ตั้งแต่ดื่มกาแฟมา วันนี้วิเศษที่สุด







เวลาอาหารพร้อม ผมจะต้องถือม้าล่อตีตระเวณตามที่ต่าง ๆ ทำให้อดนึกถึงฆ้องของตึกสถาปัตย์ไม่ได้ ห้องอาหารนั้นจะต้องประดับประดาให้งดงาม ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ช่วยพ่อครัว เมื่อเวรผมมาถึงจึงต้องเข้าป่าหากิ่งไม้ใบหญ้ารูปงาม ๆ มาประดับห้อง ถ้าหากไม่เป็นที่พอตา - ก็จะมีคำตำหนิลงมา หมายความว่าต้องแก้ไข

ปลายเดือนตุลาคมซึ่งเป็นวันฮาาโลวีนของเด็ก ๆ ที่ทาไลซินมีงานรื่นเริงตอนกลางคืน คือทุกคนแต่งแฟนซีมาเต้นรำและดินเนอร์ โดยมีท่านไรท์และครอบครัวมาเป็นประธาน เป็นงานปาร์ตี้ที่ไม่มีรสเลยเท่าที่เคยเห็นมา เพราะว่าทุกคนส่วนมากขาดความเป็นตัวของตัวเอง เมื่ออยู่ต่อหน้า “มหาพรหม” จะทำตลกก็แห้งเหี่ยว ดูเกรง ๆ กลัวกันพิกล ลิงโปกับอิเตี๋ยวชาง แต่งเป็นตือโป้ยก่าย กับตัวอะไรก็จำไม่ได้จากเรื่อง “ไซอิ๋ว” แต่คงอาราธนาพระธรรมได้ไม่กี่บทก็ดูหมดแรง คล้าย ๆ กับพวกเราเล่นลำตัด แล้วยืนขาสั่นพั่บ ๆ เมื่อวันน้องใหม่ปีก่อนจะร้องจะรำ ดูมันลิ้นคับปากอะไรทำนองนั้น




สับดาห์หลัง ๆ เป็นงานในท้องทุ่ง การเก็บเกี่ยวกับหญ้าอัลฟ่าเข้าโรงนาให้พอเพียงกับฤดูหนาวอันยาวนาน เพราะมีโคนมซึ่งจะอยู่ที่ในโรงนา เพื่อให้นมแก่ทาไลซินเป็นประจำ ทุกคนเรียนการเก็บเกี่ยวด้วยมือและเครื่องจักร ผมเองหัดขับแทรกเตอร์ที่นี่ และเท่าที่ทราบ ผมเป็นคนแรกที่ขับแล้วรถตะแคงไปครึ่งคัน ร้อนถึงผู้ชำนาญต้องมายกรถขึ้น

โรงนาของทาไลซินงดงามกว่าของใคร ๆ ในโลก เพราะนอกจากส่วนที่สนอง Function แล้วยังมีส่วนที่เติมเข้าไปเพื่องาม และเพื่อจะให้งามแบบหัวจดเท้า ก้อนหญ้าอัดทุกก้อนจะต้องเรียงให้ได้รูปทรงที่งามด้วย มิใช่สักแต่ว่าเรียง ๆ เข้าไป เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไรท์ผ่านมาดูแล้วให้รื้อลงมาเรียงใหม่ทั้งหมดเพราะเรียงไม่สวย




วันหนึ่งไฟไหมป่าบนภูเขา พวกผู้ชายล่ำ ๆ ถูกสั่งให้ขึ้นรถไปช่วยกันดับไฟไหม้ จนค่ำก็ยังไม่สงบ ผมกินข้าวแล้วก็ขึ้นรถออกไปอีก นึกถึงเขาจุดป่าในเมืองไทย แล้วอดเศร้าไม่ได้ว่าจิตใจเราช่างโหดเหี้ยมจริง ๆ บางคนก็พลอยดูว่ามันงามดีเสียอีก ความรักในธรรมชาติมีอยู่ในทาไลซิน ถูกเพาะให้เกิดในที่นี้แก่ทุก ๆ คน แต่จะรับได้แค่ไหน ย่อมเป็นเรื่องของแต่ละคนไป







ปกติ ท่านแฟรงค์ ลอย ไรท์ นั้น ทุกพุธจะพูดให้สานุศิษย์ฟังถึงเรื่องปรัชญาต่าง ๆ ของท่าน ตลอดจนบางครั้งก์อ่านงานกวีนิพนธ์ แล้วอธิบายให้ฟังว่างามอย่างไร แทบจะไม่เคยขาดเลยนอกจากออกไปธุระต่างเมืองหรือเจ็บ แต่คนฟังที่นั่งง่วงก็มีหลายคน บางคนก็ทำเป็นเข้าใจดูดดื่ม บางคนถือเคร่งตามกฎที่ตั้งไว้คือไม่สูบบุหรีดื่มสุรา แต่พอพูดออกไปเมืองก็ลืมเสียสิ้น เรื่องต่าง ๆ นี้ต้องถือว่าไม่อาจจะเลือกเฟ้นบุคคลที่เหมาะสมแท้ ๆ กับทาไลซินได้ แต่ก็เป็นสิ่งน่าประหลาดใจที่ความศรัทธาของทุกคนในสถาที่นี้ต่อ แฟรงค์ ลอย ไรท์ มีสูงเหลือเกิน สูงกว่าความสัมพันธ์ระหว่างครูและศิษย์ในที่ใด ๆ ในอเมริกา







ส่วนดีของการฝึกทำงานดังที่เล่ามาย่อ ๆ คือการได้ First hand - Experience ซึ่งเป็นของดีวิเศษและไม่มีวันพลาดได้ เมื่อเราออกไปทำงานออกแบบ ถ้าเรามีการฝึกฝนจริง ๆ อย่างที่ทาไลซินนี้ มันคล้าย ๆ การสอนสมัยกรุงตักศิลาแน่ละ ผู้ฝึกต้องอดทนและใช้เวลานาน แต่ถ้าสำเร็จได้ก็รู้จริง การเรียนตามทฤษฎีและแผ่นกระดาษดังที่เราปฏิบัติกันอยู่เดี๋ยวนี้ มันเป็นเรื่องการยกเมฆกว่าครึ่ง ฉะนั้น เมื่อออกไปทำงาน เราจึงต้องเรียนกันต่ออีก แต่ที่ร้ายก็คือ การทำงานพลาดด้วยงบประมาณคนอื่น มันทำให้เราช้ำใจและมันจะประจานเราอยู่ตลอดไป







ในที่สุดฤดูใบไม้ร่วงถึงที่สุด หิมะเริ่มลงคลุมพื้นดินและทาไลซินประปราย ต้นโอ๊คใหญ่ซึ่งมีใบเป็นสีแดงเลือดนกก็ชูกิ่งก้านสีดำขึ้นทาบกับท้องฟ้าสีน้ำเงินสดใส คำสั่งอพยพก็เริ่มขึ้น ทุกคนจะหนีจากทาไลซินลงไปทางใต้ ทาไลซินจะปิดชั่วคราว ผมเก็บของและดูทาไลซินเป็นครั้งสุดท้าย เพราะรู้ดีว่าจะไม่มีวันได้มาดูอีกในชีวิตนี้ มองดูรอบ ๆ ตัวเพื่อจะจารึกเอาไว้ในหัวใจให้ลึกที่สุด ปัจจุบันนี้ทาไลซินเป็นเสมือนความฝันของผมที่บางครั้งเมื่อถอดมันออกจากความทรงจำ ก็ทำให้ชื่นใจและเศร้าระคนกัน ความสุขใจที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะผมได้สัมผัสความงดงามอันยิ่งใหญ่ของบุคคลผู้หนึ่ง ซึ่งตลอดเวลาได้แสดงความกล้าหาญ ยืนด้วยขาสองข้าง และตัดทางเดินสายใหม่ด้วยลำพังต้วของตัวเอง ตลอดทางมีขวากหนาม ล้มลงก็หลายครั้ง แต่ก็บรรลุถึงปลายทางอย่างสง่า ศีรษะไม่เคยตก ไหล่ไม่เคยค่อม ที่เศร้าใจก็เพราะได้สัมผัสกับความเป็น Parasite ของบุคคลที่ห้อมล้อมทาไลซินและสร้างความเห็นแก่ตนก การหรูตัว การหลงตัว และปฏิเสธที่จะรับรู้ว่าโลกนั้นยังมีอีกกว้างไพศาล

รังอินทรี ทาไลซิน จะโทรมลง จะอับเฉา และเป็นอดีต แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังรักที่จะฝันถึงมันอยู่เสมอ ไม่ใช่อะไร - เมื่อเราฝัน แม้ทุกข์ก็มีรสหวาน







‘บ้านน้ำตก (Fallingwater House)’
ผลงานระดับมาสเตอร์พีซอีกชิ้นของท่านไรท์






ข้อมูลจากหนังสือ "แสงอรุณ ๒"
จัดพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ครูแสงอรุณ รัตกสิกร





บีจีจาก xmple.com กรอบจากคุณ ebaemi ไลน์จากคุณญามี่


Free TextEditor





 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2569
0 comments
Last Update : 2 พฤษภาคม 2569 8:56:56 น.
Counter : 485 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณmultiple, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณcyberlifenlearn, คุณกะริโตะคุง, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณปรศุราม, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณหอมกร, คุณกะว่าก๋า, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณChow Tu Tu, คุณnewyorknurse, คุณSand Of Time, คุณ**mp5**, คุณThe Kop Civil, คุณทองกาญจนา, คุณtanjira, คุณEmmy Journey พากิน พาเที่ยว, คุณทนายอ้วน


haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 169 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.