| |
|||||
เรามีกระบวนการคิดอย่างไร ให้เกิด"ทุกข์"? ความทุกข์มันเกิดตอนที่เราไม่ทันรู้ตัวว่าเรากำลังคิด แล้วปล่อยให้ความจำเก่าๆ กับความคิดฟุ้งๆ ส่งผลให้เราเผลอคิดต่อไปเรื่อยๆ แล้วอินกับเรื่องในหัว จนลืมไปว่ามันก็แค่ความคิด มันไม่ใช่ตัวเรา เป็นสรุป จาก ChatGPT สั้นๆ หลังจากที่เราได้ฟังพระอาจารย์ครรชิต อกิญจโน อธิบายเรื่อง ความทุกข์------------------------------------------------------------- เรามาดูกันค่ะว่า ความทุกข์เกิดขึ้นในใจเราอย่างไร” และ “มันหมุนเร็วแค่ไหน” ที่บอกว่าหมุนเร็วยิ่งกว่าวินาที นี่มันจริงรึป่าว (กระบวนการเกิดทุกข์ เกิดขึ้นเร็วมาก /เร็วจนเรา “ไม่ทันเห็นขั้นตอน”) ลำดับเหตุที่เกิด 1 .อายตนะ – อายตนะ คือ ช่องทางที่ประสบการณ์จากโลกภายนอกไหลเข้ามาสู่ใจเรา 2. ผัสสะ – การกระทบ 3. ขันธ์ 5 เริ่มทำงาน 4. ความคิดขั้น 1-2-3 5. ปฏิจจสมุปบาท (วงจรการเกิดทุกข์) ส่วนที่พาออกจากทุกข์ 6.วิปัสสนา (การเห็นความจริง) ------------------------------------------------------------- คำแรกต้องมาแล้ว 1.อายตนะ (ช่องทางที่ทำให้การรับรู้เกิดขึ้น) ------------------------------------------------------------- ซึ่ง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ คือ “ประตูของใจ” โดยที่ทุกข์ไม่ได้มาจากข้างนอก แต่มาจากสิ่งที่เกิด “หลังประตูเปิด” -------------------- แล้วสิ่งที่อยู่ข้างนอกตัวเรา มากระทบกับเรา คืออะไรบ้างนะ? • รูป = สิ่งที่ตามองเห็น เช่น คน รถ สีหน้า ข้อความในมือถือ • เสียง = สิ่งที่หูได้ยิน เช่น คนพูด เพลง เสียงด่า เสียงชม • กลิ่น = สิ่งที่จมูกได้กลิ่น เช่น กลิ่นหอม กลิ่นเหม็น • รส = สิ่งที่ลิ้นรับรส เช่น หวาน เค็ม เปรี้ยว • สิ่งที่มากระทบกาย (โผฏฐัพพะ) = ของที่สัมผัสผิวเรา เช่น ความร้อน ความเย็น ลมพัด ความเจ็บ • เรื่องที่มากระทบใจ (ธรรมารมณ์) = เรื่องที่โผล่เข้ามาในหัว เช่น ความทรงจำ คำพูดในอดีต ภาพเก่าๆ ความคิดกังวล 2. ผัสสะ คือ “จังหวะที่สิ่งภายนอกมากระทบเราแล้วใจรับรู้” ผัสสะจะเกิดเมื่อมี 3 อย่าง*พร้อมกัน*------------------------------------------------------------- ------------------------------------------------------------- 1. มีอวัยวะรับรู้ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) 2. มีสิ่งมากระทบ (รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ความคิด) **3. มีการรับรู้เกิดขึ้น** เมื่อกระทบแล้ว เกิดอะไรขึ้น? เมื่ออายตนะกระทบกัน → เกิด “ผัสสะ” เมื่อมีผัสสะ → เกิด “ความคิด” และความคิดแบ่งเป็น 2 ประเด็นสำคัญ:
ปลาอยู่ในน้ำมาตลอด มันไม่มีสัญญาเรื่อง “บนบก” เพราะมันไม่เคยมีประสบการณ์นั้น 👉 สัญญาขึ้นอยู่กับ “ประสบการณ์เดิม”
------------------------------------------------------------- 3.ขันธ์ 5 (คือ องค์ประกอบของสิ่งที่เราเรียกว่า “ตัวเรา”) ------------------------------------------------------------- การจำแนกสิ่งที่เราเรียกว่า “ตัวเรา” ออกเป็น 5 กอง เพื่อให้เห็นว่า แท้จริงแล้วไม่มีตัวตนถาวร มีแต่กระบวนการที่เกิด-ดับตลอดเวลา ขันธ์ 5 เข้ามาตอนไหน?
เกิด วิญญาณ (รู้ว่าได้ยิน) เกิด เวทนา (พอใจ/ไม่พอใจ) เกิด สัญญา (จำได้ว่าแย่) เกิด สังขาร (ปรุงแต่งต่อ) ขันธ์ 5 ไม่ได้แปลว่า “ตัวเรา” แต่คือ “ชิ้นส่วนที่ประกอบกันชั่วคราว จนเราคิดว่าเป็นเรา” เหมือนรถ 1 คัน ไม่ได้มีคำว่ารถอยู่จริงๆ มีแค่ล้อ เครื่อง เบาะ ฯลฯ รวมกันแล้วเราเรียกว่า “รถ” ขันธ์ 5 ก็เหมือนกัน เวลาเกิดเหตุการณ์หนึ่ง เช่น หมอบอก “มีก้อนเนื้อ” กระบวนการเกิดแบบนี้: 1️⃣ รูป :มีร่างกาย มีหู มีเสียงหมอ นี่คือส่วนวัตถุ 2️⃣ วิญญาณ (การรับรู้) : รู้ว่า “ได้ยินคำพูด” 3️⃣ เวทนา (ความรู้สึก) :ใจเริ่มหวิว ไม่สบายใจ 4️⃣ สัญญา (ความจำ) :เคยอ่านเรื่องมะเร็ง เคยเห็นคนป่วย ข้อมูลเก่าถูกดึงขึ้นมา 5️⃣ สังขาร (การปรุงต่อ) “ฉันจะตายไหม” ขันธ์ 5 เกิดขึ้นครบแล้ว ทั้งหมดนี้เกิดเร็วมาก ------------------------------------------------------------- 4.ปฏิจจสมุปบาท เหตุปัจจัยของความทุกข์ (อวิชชา → ตัณหา → ทุกข์ ฯลฯ) ------------------------------------------------------------- เมื่อเราเข้าใจกลไกในใจตัวเอง เราจะเห็นว่าโลกที่เรารับรู้นั้นถูกปรุงแต่งด้วยเหตุปัจจัย และนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่เราจะเดบิวต์เข้าสู่วงการ “วงจรยึดมั่น (ปฏิจจสมุปบาท)” โดยปฏิจจสมุปบาทมี 12 ข้อ ดังนี้ 1. อวิชชา – ไม่รู้เท่าทัน 2. สังขาร – ปรุงแต่ง 3. วิญญาณ – การรับรู้ 4. นามรูป – ใจ+กายทำงาน 5. สฬายตนะ – อายตนะ 6 6. ผัสสะ – การกระทบ 7. เวทนา – ชอบ/ไม่ชอบ 8. ตัณหา – อยาก/ไม่อยาก 9. อุปาทาน – ยึดมั่น 10. ภพ – มีตัวตนตามที่ยึด 11. ชาติ – เกิดเป็น “ฉันที่ทุกข์” 12. ทุกข์ – ความคับแค้นใจ ------------------------------------------------------------- 5.ระดับของการเข้าไปยึดกับความคิด (ระดับความลึกของการปรุงแต่งทางใจ) ------------------------------------------------------------- ระดับ 1 = รับข้อมูลเข้ามา ระดับ 2 = แต่งเรื่อง และใส่ความหมายของเรื่องไปด้วย ท้ายสุดก็ตีความเรื่องราวออกมา ระดับ 3 = อิน กับเรื่อง เสมือนเป็นเรื่องของเรา ยึดว่าเป็นเรื่องของเรา ***ยินดีต้อนรับค่ะ ความทุกข์มาหาเราแล้ว*** 🔹 ความคิดขั้นที่ 1 — แค่รับรู้ตรง ๆ คือความคิดระดับพื้นฐานที่สุด ยังไม่มีการตีความ ยังไม่มีเรื่องราว ตัวอย่าง:
เอาความจำเก่ามาเทียบ เริ่มใส่ความหมาย ตัวอย่าง:
ขั้นนี้คืออันตรายสุด เพราะเราไม่ได้แค่คิด แต่ “อิน” และ “ยึด” ตัวอย่าง:
------------------------------------------------------------- และนี่คือ กระบวนการที่ทำให้ความทุกข์เกิดขึ้นเป็นขั้นๆ เหตุการณ์ต่อกันเรื่อยๆ (หมุนวนรอบเหมือนวงกลม): หากวงจรการเกิดทุกข์ หมุนต่อเนื่องไม่หยุด! แบบนี้วัฏสงสาร จะเกิดขึ้น วัฏสงสาร คือ “การวนซ้ำของการเกิดทุกข์” ใจมันสร้างเรื่อง → เราก็จะอิน → เกิดทุกข์ → แล้วก็ทำแบบเดิมอีก หมุนแบบนี้ไม่จบ โดยที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า วัฏสงสาร = เกิด แก่ เจ็บ ตาย หลายภพหลายชาติ อันนั้นก็ใช่ในมุมใหญ่ แต่ในชีวิตประจำวัน มันเกิด “วันละหลายรอบ” ------------------------------------------------------------- 6.วิปัสนา: แล้วจะออกจากวงจรยังไง?” ------------------------------------------------------------- พอเห็นกลไกหมดแล้วคำถามคือ “แล้วจะออกจากวงจรยังไง?” ตรงนี้เองที่ “วิปัสสนา” เข้ามา ---------------- เราต้องหยุดดูมันให้ชัด ต้องเห็นว่าใจกำลังทำอะไรอยู่ เป็นจังหวะที่เราต้องตื่นจากความคิด ---------------- วิปัสสนาเบื้องต้น vs เบื้องปลาย
บทสรุป ความทุกข์ไม่ได้ลอยมาจากข้างนอก แต่มันเกิดจากกระบวนการในใจเราเอง ทุกอย่างเริ่มจาก 1️⃣ ประตูรับโลกเปิด (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) มีสิ่งมากระทบ 2️⃣ เกิดการกระทบ (ผัสสะ) รู้ว่าได้ยิน เห็น หรือคิด 3️⃣ ส่วนประกอบของสิ่งที่เรียกว่า “ฉัน” เริ่มทำงาน ร่างกาย ความรู้สึก ความจำ ความคิด ความรับรู้ 4️⃣ ความคิดเริ่มไหลเป็นขั้นๆ รับข้อมูล → ตีความ → อินและยึด 5️⃣ วงจรการเกิดทุกข์ทำงานเต็มรูปแบบ รู้สึก → อยาก / ไม่อยาก → ยึด → กลายเป็น “เรื่องของฉัน” ทั้งหมดนี้เกิดเร็วมาก เร็วระดับเสี้ยววินาที เร็วจนเราไม่เห็นขั้นตอน เราจึงรู้สึกเหมือนว่า “ทุกข์เกิดทันที” แต่จริงๆ แล้ว มันมีลำดับของมันเสมอ และเพราะมันหมุนซ้ำแบบนี้ไม่หยุด นี่เองที่เรียกว่า วัฏสงสารในใจ ------------------------------------------------------------- **Recap** ความทุกข์ไม่ได้เกิดเพราะเหตุการณ์ แต่เกิดเพราะ เราไม่ทันรู้ว่าใจกำลังทำงานอย่างไร และเมื่อเห็นทันว่า “มันก็แค่กระบวนการ” “มันก็แค่ความคิด” การหมุนจะเริ่มช้าลง และทุกข์จะค่อยๆ คลายตัวลงเอง -------------------------------------------------------------
|
peaceplay
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]![]() "Change is POSSIBLE" Group Blog
All Blog
Friends Blog
Link
|
||||
| Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved. | |||||


ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [