จากนั่งกินหมี่โกเรง กลายเป็นเรื่อง ความพอดีของการคิด(คิดแบบวิพากษ์/critical thinking)
กำลังนั่งกิน หมี่โกเรงผัดในร้านอาหารอินโด(นีเซีย) โดยที่ทางร้านถามตอนแรกว่ากินเผ็ดได้ไหม
Humanity sala ตอบไปว่า ชอบกินเผ็ด!!

หมี่โกเรงที่ได้มา เลยใส่พริกมาเยอะ
พอตอนกิน ก็เลยให้รสสัมผัส คล้ายผัดมาม่าขี้เมา คือเผ็ดร้อนมาเป็นอันดับแรก จึงให้ข้อสังเกตว่าเมนูของร้านนี้มีความฟิวชั่นด้วยการใส่ใบกะเพรา ทำให้คล้ายผัดขี้เมาไปนิด(แต่ไม่ได้ใส่ เม็ดพริกไทยดำมา จึงยังเป็นเมนูฟิวชั่น)
แน่นอน! เราเลยถามทีมเจ้าของร้านว่า ผัดหมี่โกเรง จำเป็นต้องใส่พริกชี้ฟ้าแดงไหม
เพราะสำหรับเรา หมี่โกเรง จุดเด่นของจานนี้ ต้องเป็นเส้นมาม่าหรือเส้นบะหมี่ ที่มีความนัวๆของกลิ่นซีอิ๊วหวานแบบเข้มข้นเป็นรสสัมผัสแรก จะไม่ใช่ได้ความเผ็ดร้อนมาเป็นอันดับแรก
ทางร้านบอกว่า เมนูนี้มีสามารถทำได้ทั้ง ใส่พริก และไม่ใส่พริก คนที่จะกินแบบออริจินัลก็จะบอกว่า ไม่ต้องใส่พริกมาให้(เป็นไปได้ว่า ร้านจะไม่ใส่ใบกะเพราไปให้ด้วย)
ทำให้ตอนที่ได้ฟัง ก็นึกขึ้นได้ว่า
เออ! การคิดแบบ Critical thinking หรือ คิดแบบวิพากษ์ ที่เป็นเหมือนตัวเอ๊ะ! ตัวเบรค! เพื่อดึงให้มาคิดแบบความเป็นจริง
มันจะต้องเป็นระดับที่พอดีๆ ไม่งั้น ไม่ต้องก่อเกิดไอเดียใหม่กันพอดี
ถ้าแบบนี้ ความลงตัวของการคิด เลยต้องมีทั้ง
Critical thinking + Creative thinking + Design thinking
เพราะรูปแบบการคิด จะเป็นแบบนี้
เช่น ตอนแรกคิดไว้ว่า ไม่ต้องใส่พริก เพราะกลบกลิ่นซีอิ๋วหวาน(ใบกะเพรา มองว่าใส่ไปนิดหน่อยได้) จะกลายเป็นแนวความคิดที่ว่า
มาลองลดปริมาณจำนวนพริกที่ใส่ ลดปริมาณใบโหระพา แล้วเพิ่มปริมาณซีอิ๋วหวานเพื่อให้กลิ่นและรสสัมผัสชัดขึ้น
แต่ถ้าได้แต่คิด แล้วไม่ได้ลงมือทำ ก็จะไม่รู้ว่า ที่คิด นี่มันถูกต้องไหม
-----การทดลองจริงอาจไม่ใช่ทางเลือกกับทุกอย่าง
เราจึงต้องใช้ Scenario thinking เพื่อจำลองความเป็นไปได้ล่วงหน้า
เพื่อดูว่าถ้าเกิด A จะเกิดอะไรขึ้น/ ถ้าเกิด B เราจะรับมืออย่างไร และถ้าเกิดสถานการณ์ที่แย่ที่สุด เรารับความเสียหายได้หรือไม่
จากนั่งกินหมี่โกเรง กลายเป็นเรื่อง “ความพอดีของการคิด”
ใช่ค่ะ! ความพอดีของการคิด แต่เดี๋ยวก่อนนะคะ
ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น เรื่องนี้สะท้อนอีกเรื่องค่ะ
คือ“เรารู้เท่าทันความคิดของตัวเองหรือเปล่า?”
ตอนที่กำลังนั่งกินหมี่โกเรง สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าคือ
กำลังกินหมี่โกเรง แต่จิตกลับวิ่งไปไกลมาก
พริกจะกลบรสซีอิ๊วหวานไหม? นี่คือCritical thinking หรือเปล่า? ถ้าใส่พริกจะเกิดอะไรขึ้น?
เพราะในขณะที่เรากำลังกิน สิ่งที่ควรทำอาจเป็นเพียง“กิน”
รับรู้รสชาติ กลิ่น เนื้อสัมผัส ความเผ็ด ความหวาน แล้วอยู่กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า
และอาจเป็นอีกความหมายหนึ่งของ ความพอดีของการคิด
ไม่ใช่แค่รู้ว่า “เมื่อไหร่ควรคิด และเมื่อไหร่ควรลงมือ”
แต่รวมถึง เมื่อไหร่ควรจะหยุดคิด!
ขอตัวไปกินต่อก่อนนะคะ