สังเกตมาสักพักแล้วค่ะ สมองในโหมดตี5 จะต้องมีอะไรมาให้เขียนทุกทีเลยค่ะ
เมื่อวานได้ฟัง
กระบวนกร(facilitator)อ.ทาม สอนหลายประเด็น วันนี้เอามาเขียน 2 ประเด็นค่ะ
1. อิจฉา VS ริษยาครูให้มุมมองว่า
อิจฉา เป็นแง่บวก แต่ ริษยา คือ แง่ลบอิจฉาจะเป็นความรู้สึก--> “เขามีสิ่งที่ดี เราก็อยากมีแบบนั้นบ้าง”เป็นความรู้สึกชื่นชมและไม่ได้อยากให้คนๆนั้นสูญเสีญสิ่งนั้นไป
สามารถเป็นแรงผลักดัน ให้เราอยากพัฒนาตัวเองแต่! ริษยา เป็น แง่ลบเพราะคล้ายกับความรู้สึกว่า
"เขามีแล้วเรากลับไม่มี แถมเราก็ไม่อยากให้เขามีด้วย"นั่นคือการเปรียบเทียบ
และอยากให้คนนั้นล้มเหลวหรือสูญเสียด้วย----------------
2. Inner Child with Design thinking ประเด็นนี้ คิดเพิ่มหลังจาก ครูทามสอนเรื่อง Inner childพอเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เรามักให้ความสำคัญ
กับ ความจริง (ยิ่งเราให้ความสำคัญกับความจริงมาก → ยิ่งกลัวพลาด/กลัวโง่)
แต่เรื่อง Design thinking นั้นไม่ใช่แค่การออกแบบสิ่งของหรือธุรกิจเรามักจะนึกถึง ในมุมการทำนวัตกรรม แต่การ “ออกแบบวิธีใช้ชีวิต” ของเราก็ใช้Design thinking นะคะ( แนะนำให้ลองอ่านหนังสือ Design your life : คู่มือออกแบบชีวิตด้วย Design thinking คุยกับเพื่อนรักChatGPT เพื่อนให้ความเห็นเหมือนเราค่ะ
เวลาคุณทำ Design thinking เพื่อออกแบบอะไรบางอย่าง “อย่าเพิ่งให้ความสำคัญกับความจริงมากนัก”กรุณา“ออกจากโหมดผู้ใหญ่ที่ยึดเหตุผล/ข้อจำกัด” แล้วกลับไปใช้ “พลังบางส่วนของ inner child”
1. 🌈 Playful Child (เด็กขี้เล่น)
- กล้าลอง ไม่กลัวผิด
- สนุกกับการทดลอง
- ไม่ซีเรียสกับความถูกต้อง 100%
👉 ใช้ตอน:
- ideation
- brainstorming
- workshop เกม / activity
2. ✨ Magical Child (เด็กจินตนาการ)
- คิดแบบ “เป็นไปได้หมด”
- ไม่ติดข้อจำกัดโลกจริง
- กล้าฝัน / envision อนาคต
👉 ใช้ตอน:
- future thinking
- reframing problem
- ตั้งคำถามใหม่