เต่าที่ วัดประยุร แก๊งค์ที่ชอบมาเดินบนบก พอเราเดินเข้าไปใกล้ๆ
ชอบทำ"หัวหด"รูปนี้เป็นหลักฐานยืนยันค่ะ ว่าเต่าชอบคนหน้าตาดี
เศร้าเลยเรา...
ไม่เป็นไรค่ะ
ถ้าเรามีลูกชิ้นในกำมือ เต่าจะมาหาเรา แต่ศาลาที่ขายอาหารเต่า จะมีพวกผลไม้ขายด้วย เช่น มะละกอ,กล้วย ทุกทีเราให้เป็นลูกชิ้น แต่ก็ลองเปลี่ยนเป็นกล้วยเพราะ ปริมาณในกล่องเยอะดี
สรุป: เนื้อสัมผัสกล้วยลื่นมาก ทำหล่นในน้ำ กลายเป็นอาหารให้ปลาแทน 20%ได้ ผลทดลองนี้ จึงต้องกลับไปให้ลูกชิ้นแทนเหมือนเดิม แต่เห็นกล้วยก็ขายดี ต้องมีวิธีให้แน่ๆ เช่น ไม่ใช่เสียบปลายไม้ หรืออาจต้องรอจังหวะพอเต่าอ้าปาก ค่อยเอียงให้กล้วยหล่น


ปล. เวลาไปวัด ชอบไปอ่านป้ายตามจุดต่างๆกันไหมคะ ล่าสุดเราไปอ่านเจอป้ายนึงที่
วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร มีประโยคนึงเขียนว่า
มรรค8 ผล4 นิพพาน1 ชอบมากกก พุทธศาสนานี่นำสมัยจริงๆนะคะ สมัยนี้เค้ามีตัววัดพวก KPI หรือสิ่งที่วัดประสิทธิภาพ/ประสิทธิผลได้
ถ้าลองถอดบทเรียนของพระพุทธเจ้า:
- เหตุเกิดเพราะ
ทุกข์ เหมือนเราเป็นไข้ (คิดให้ลงลึกขึ้น อยู่ดีๆจะทุกข์ เป็นไปไม่ได้ ต้องมี เหตุของความทุกข์ นั่นคือเรื่อง
อริยสัจ4: ทุกข์/สมุทัย/นิโรธ/*มรรค*)
-
มรรค 8 เหมือน frameworkคู่มือเอาไว้ปฎิบัติ เปรียบเหมือนยา เอามากิน (ข้อที่น่าสนใจ อาทิ สัมมาสติ คือ
การ*รู้ตัว*ว่าตอนนี้ กำลังคิดอะไร กำลังทำอะไร กำลังรู้สึกอะไร
เพราะ"รู้ทัน" ก็จะมีจังหวะหยุดแปปนึง เพื่อให้เวลาได้เลือกว่าจะตอบสนองกับเหตุการณ์นั้นยังไง
เช่น ตอนนี้กำลังโกรธ พอรู้ทันว่า“ตอนนี้เรากำลังโกรธ” ก็เลือกเงียบก่อนได้ ไม่เผลอด่า(ไม่เผลอไปกับอารมณ์)
-
ผล 4 เอาไว้ดูว่า เดินทางมาถึงจุดไหนแล้ว (เช่น เริ่มด้วยเห็นทางแล้ว ไม่กลับไปเป็นคนไม่ดี หลงผิดแล้ว ต่อมาเป็นคนที่ลดกิเลสได้บ้าง ก็ไปเป็นลำดับขั้นต่อๆไป)
-
นิพพาน อธิบายง่ายๆ คือ ไม่ทุกข์/หายจากโรค
อยู่กับชีวิตนี้ให้ได้แหละ แต่ทำยังให้ทุกข์ได้น้อยลง คือหัวใจของเรื่องนี้