สิงหาคม 2558

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
Inside Out - ดูหนังแล้วย้อนดูตัวเอง (ของจริง)
++Inside Out 
ดูหนังแล้วย้อนดูตัวเอง (ของจริง)++

ภาพยนตร์อนิเมชั่น Disney Pixar เรื่องแรกของปีที่กลายเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์อนิเมชั่นค่ายนี้ เรียกว่ามาพร้อมกับเสียงวิจารณ์ที่เทคะแนนให้ล้นหลามถล่มทลาย ทั้งจากนักวิจารณ์มืออาชีพและประชาชนคนธรรมดาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ถ้าจะเทคะแนนกันขนาดนี้ ก็คงต้องเข้าไปดูสักรอบ แม้ว่าตอนเห็น Trailer จะรู้สึกว่า "การ์ตูนเ_ี่ยไรเนี่ย เนื่้อเรื่องแ_่งโคตรยาก เด็กที่ไหนจะไปรู้เรื่องฟระ" เอาเป็นว่าด่าเป็นชุด ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเป็นเอาตายอะไรกับหนังอนิเมชั่นนักหนา


เริ่มตั้งแต่อนิเมชั่นสั้น Lava ที่ดูๆไปก็รู้สึกว่ามันใช่เหรอ? ที่มาฉายก่อนหนังอนิเมชั่นที่คุณหนูๆเป็นทาร์เก็ตหลัก คือว่ามันเศร้าไปมั๊ย? ดูเหมาะจะฉายก่อนหนังแบบ 500 days of Summer หรือประมาณรัก 7 ปีดี 7 หนตอนสู่ขวัญกับนิชคุณ มากกว่า แต่อย่างน้อย โชคดีที่หนังอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำร้ายจิตใจผ้าขาวของเด็กๆมากจนเกินไปในตอนท้าย

เพราะตั้งความหวังไว้สูงมากจากบทรีวิวกระทู้วิจารณ์ที่เน้นย้ำความดีงามของ Inside Out ทุกวี่ทุกวัน เลยพลาดโอกาสรับรู้ความรู้สึกปลาบปลื้มหนังเรื่องนี้เหมือนอย่างคนอื่นๆที่ตีตั๋วเข้าไปแบบไม่ได้คาดหวังอะไรแล้วพบว่า "เฮ๊ย มันช่างดีงาม" แต่ถึงจะอดพีคกับอารมณ์แบบนั้น หนังอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็ดีงามสมคำร่ำลือ

ตลอดระยะเวลาที่ดูหนังเรื่องนี้ สนุกสนานขบขัน กดดันเอาใจช่วยกับอุปสรรคการผจญภัยที่ลุ้นเหมือนกำลังนั่งดู Mission Impossible เพราะอุปสรรคการเดินทางของ Joy กับ Sadness มันช่างมากมายชนิดมองไม่เห็นทางที่ทั้งคู่จะพาตัวเองกลับไปทำให้เด็กน้อย Riley มีความสุขอีกครั้ง น้ำตาซึมซึ้งประทับใจกับฉากเรียกน้ำตา แต่จุดที่พีคที่สุดของการดู Inside Out อยู่ที่เมสเสสของหนังที่ต้องการจะสื่อ และที่พีคที่สุดเมื่อเก็บเอาเมสเสสนั้นมาสะท้อนชีวิตตัวเอง....

มีรีวิวในกระทู้พันทิพท่อนหนึ่งที่โดนใจมาก เค้าบอกว่า "...เมื่อเจอปัญหาหรืออยู่ในภาวะที่จิตใจกำลังแตกสลาย นั่นคือเราจะพยายามอดกลั้นความเศร้าเอาไว้ และพยายามฝืนมีความสุขกับสิ่งรอบตัว ทั้งๆที่เราไม่โอเค จนสุดท้ายสภาพจิตใจเราก็รวนเรไปหมด"  ซึ่งมันคือภาวะ Psychology Breakdown หรือที่ในกระทู้นี้ใช้คำว่า "สภาวะจิตใจแตกสลาย" (มันช่างเป็นคำที่ใช่เลย!)

ในช่วงหนึ่งของชีวิตก็เคยเป็นเหมือนตัว Joy มาก่อน ที่พยายามควบคุมให้ชีวิตตัวเองมีความสุข คาดหวังให้ชีวิตเพอร์เฟ็ค กีดกันเก็บกดตัว Sadness ไว้ไม่ให้มีบทบาทเหนือ Joy แม้กระทั่งช่วงเวลาที่ชีวิตเดินมาเจอสถานการณ์ที่ "ไม่โอเค" ก็ยังคงพร่ำบอกตัวเองว่า "โอเค" อยู่ดี เหมือนอย่างตัว Joy ที่พยายามจะกลับมาคอนโทรลความรู้สึกของไรลีย์ให้มีความสุขอีกครั้ง 

จริงๆแล้ว การพยายามบอกตัวเองว่าโอเคในวันที่ไม่โอเค มันก็เหมือนระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ เพราะเรื่องบางเรื่อง ไม่ว่าเราจะพยายามมากแค่ไหน มันไม่มีวันที่จะ "โอเค" และในวันที่มันระเบิดออก เท่านั้นแหล่ะ!! จิตใจก็แตกสลายลงพร้อมๆกับ "ความสุข" ที่ถูกระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จนเหมือนกับว่าโลกใบนี้ไม่เคยมี "ความสุข" อยู่เลย และสิ่งที่ตามมา คือการไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือต่อไปโดยไม่มี "ความสุข" ได้อย่างไร 

คนเรามักจะโหยหาความสุขและผลักไสความเศร้า หลงลืมไปว่าความเศร้าก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและมีหน้าที่ของมัน ความเศร้าอยู่เพื่อบอกเราให้หันกลับมาดูแลจิตใจตัวเอง จัดการกับปัญหาที่ทำให้เราเศร้า เพื่อที่เราจะได้กลับมามีความสุขได้เร็วขึ้น แต่ถ้าเราปฎิเสธเก็บกดความเศร้าเอาไว้ ความเศร้าก็จะอยู่กับเราตลอดไป

แม้ทุกวันนี้จะยังคงทำตัวเหมือน Joy อยู่เป็นระยะๆ แต่ก็เป็น Joy เวอร์ชั่นอัพเกรดแล้วที่รู้ว่า ถ้ามองไปข้างๆ Sadness ก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้นะ สุขไปด้วยเศร้าไปด้วย ยังไงซะ ทั้งความสุขและความเศร้าก็อยู่กับเราไม่นานเหมือนๆกันอยู่ดี...(แต่ถ้าจะให้ดี ช่วยไปนั่งห่างๆตรูสักทีเหอะ ขอร้อง)

Credit กระทู้ http://pantip.com/topic/34041620



Create Date : 16 สิงหาคม 2558
Last Update : 16 สิงหาคม 2558 22:29:13 น.
Counter : 2562 Pageviews.

2 comments
  
สวัสดีค่ะ
มาทักทายค่ะ เข้าบล้อกมาก็เจอรีวิว Inside Out เลย
ไปดูมาเหมือนกันค่ะ แล้วก็เห็นด้วยกับประโยคนี้เลย

"...เมื่อเจอปัญหาหรืออยู่ในภาวะที่จิตใจกำลังแตกสลาย นั่นคือเราจะพยายามอดกลั้นความเศร้าเอาไว้ และพยายามฝืนมีความสุขกับสิ่งรอบตัว ทั้งๆที่เราไม่โอเค จนสุดท้ายสภาพจิตใจเราก็รวนเรไปหมด"

เป็นหนังอีกเรื่องที่ชอบมากๆ ค่ะ ดูแล้วได้ตั้งคำถามแล้วก้เรียนรู้ตัวเองไปด้วย ทีแรกเห็นเป็นเอนิเมชั่นนึกว่าจะเป็นหนังเด็กๆ ซะอีก แต่ทนเสียงรีวิวจากคนรอบตัวไม่ไหวเลยไปดู แล้วก้ไม่ผิดหวังเลยค่ะ
โดย: Nepster วันที่: 28 ตุลาคม 2558 เวลา:21:42:40 น.
  
เพิ่งเข้ามาอ่าน เรื่องนี้หลานชายวัยเจ็ดขวบที่นี่ อิตาเลี่ยน ฮีชอบมาก ดูไม่เบื่อ กี่รอบๆเราก็นั่งดูเป็นเพื่อน แอบถามว่าชอบคนไหน ฮีบอกว่าชอบทุกตัวเลย เพราะบางวันชั้นสนุก บางวันโดนแม่บ่นก็เศร้า บางวันก็กลัวจะตอบคำถามครูไม่ได้

อ่า คำตอบเด็กเจ็ดขวบนี่ ทำเอาเราอึ้งได้เหมือนกันค่ะ
โดย: settembre วันที่: 5 กรกฎาคม 2559 เวลา:17:01:45 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

natcharat
Location :
GaNG-NaM, SeoUL  Korea

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]



ตั้งใจเปิดบล็อคนี้ขึ้นมาระบายอารมณ์เวลาอ่านหนังสือแต่ละเล่มจบ เพราะชอบอ่านหนังสือมากๆ (จริงๆชอบอย่างอื่นด้วย ดูหนัง ฟังเพลง กิน เที่ยว ช็อปปิ้ง)

แอดเป็นเพื่อนกันที่ Facebook ได้นะคะ http://www.facebook.com/narumol.pichedpun

"ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้ เป็นของเจ้าของบล็อกตามกฎหมาย หากต้องการคัดลอก ดัดแปลง หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ ด้วยวิธีใดๆ กรุณาติดต่อขออนุญาตจากเจ้าของบล็อกก่อนนะคะ เพราะงานเขียนบางชิ้นติดลิขสิทธิ์ค่ะ" [สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539]
New Comments