มกราคม 2556

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
หากเรามีคนที่ดีอยู่ในชีวิต เราก็คงไม่ต้องกลัวอะไร
++หากเรามีคนที่ดีอยู่ในชีวิต เราก็คงไม่ต้องกลัวอะไร++

เคยมั้ย? เราอยู่ของเราดีๆ แต่อยู่มาวันหนึ่ง มีคนมาบอกข่าวอะไรสักอย่างที่ทำให้เราถึงกับกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เช่น อยู่ดีๆมีคนมาบอกว่า เห็นแฟนเรานั่งทานข้าวกับผู้หญิงอื่นสองต่อสองที่สยามพารากอน!! ทั้งๆที่เราก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องราวที่เค้าเอามาบอกเรานั้น เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเข้าใจผิด คนที่มาบอกข่าวเป็นคนหวังดีแต่ประสงค์ร้ายหรือเปล่า แต่ส่วนใหญ่แล้ว เราก็มักจะคิดไปในแง่ร้าย และปักใจเชื่ออย่างน้อยกึ่งหนึ่งว่า มันเป็นเรื่องจริง...

ในยามที่ตลาดหุ้นเผชิญกับข่าวร้าย ไม่ว่าจะเป็นข่าวจริง ข่าวลือ หรือข่าวหลอกก็ตาม เช่นในช่วงเวลานี้ที่ตลาดหุ้นไทยร้อนแรง เอาเป็นว่าจิ้มตัวไหนก็ได้ตังค์ ได้ถอยรถผ่อนบ้านกันถ้วนหน้า ในระหว่างที่งานเลี้ยงกำลังสนุกสนานได้ที่ อยู่ดีมีประกาศโผล่ขึ้นกลางงานว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะเข้าไปทำการสุ่มตรวจสอบบริษัทหลักทรัพย์ที่มีรายการการซื้อขายหุ้นที่ติดเกณฑ์ cash balance ว่ามีการซื้อขายเงินสดกันจริงหรือเปล่า ซึ่งรายชื่อหุ้นที่ติดเกณฑ์เหล่านั้น ล้วนแล้วแต่เป็นหุ้นตัวเล็กที่มีการซื้อขายเก็งกำไรกันอย่างบ้าคลั่ง และราคาปรับตัวขึ้นสูงถึง 200-300% หรือมากกว่านั้นภายในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา เราเรียกพวกเค้าเหล่านี้ว่า "หุ้นปั่น" คือพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร บางทีผลประกอบการขาดทุนด้วยซ้ำ แต่ปั่นราคากันขึ้นมาเรื่อยๆจาก "การไม่มีอะไร"  

เอาล่ะสิทีนี้ จะข่าวจริง ข่าวลือ หรือข่าวหลอก ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าทุกคนที่ถือหุ้นเหล่านี้อยู่ในมือเป็นจำนวนมากๆ พร้อมใจกันเทขายทิ้งทำกำไร เมื่อคนใหญ่ๆทิ้งหุ้นเยอะๆ ราคาก็ดำดิ่งลง แล้วมีหรือที่คนตัวเล็กๆจะไม่ตกอกตกใจ เทขายหุ้นทิ้งตาม พอเห็นราคาลงเอาๆติดกันสองวันก็เริ่มใจเสีย จากกำไรเยอะๆ เป็นกำไรน้อยๆ จากกำไรน้อยๆ เป็นขาดทุน งั้นก็ขายทิ้งตอนที่ยังขาดทุนน้อยๆดีกว่าขาดทุนเยอะๆแล้วกัน เงินยิ่งน้อยๆอยู่ ก็ต้องใช้สอยอย่างประหยัดเป็นธรรมดา

แหงนหน้ามาชำเลืองพอร์ตการลงทุนหุ้นในกำมือ บางคนทั้งพอร์ตการลงทุนมีแต่ "หุ้นปั่น" บางคนทั้งพอร์ตการลงทุนเป็นการลงทุนแบบคุ้มค่า ถือยาวๆแล้วเก็บลืมไปเลย ส่วนบางคนก็มีพอร์ตเป็นลูกครึ่ง มีทั้งหุ้นปั่นแปะเล่นสั้นๆเอามันส์ กับหุ้นลงทุนถือยาวๆเพื่อกำไรที่ยั่งยืน

ในยามที่ตลาดเผชิญกับวิกฤตหุ้นปั่นถูก "ทุบ" แน่นอนว่า คนกลุ่มแรกคงจะนั่งกุมขมับ เมื่อวานกำไรเป็นหมื่น วันนี้ขาดทุนเป็นแสน ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไร ส่วนคนกลุ่มสองก็คงนั่งเอนหลังสบายใจ เพราะมีแต่หุ้นพื้นฐานดีๆและยังคงขยับตัวขึ้นทุกวัน แม้ราคาของหุ้นปั่นจะระเนระนาดเทกระจาดไปถึงไหน เพราะจริงๆแล้ว ตลาดหุ้นพื้นฐานยังดีอยู่ ฝรั่งยังขนเงินมาซื้อหุ้นไทยอยู่ทุกวัน

"หุ้น" ในพอร์ต ก็เหมือนกับ "คน" ที่ร่วมเดินอยู่ในเส้นทางชีวิตของเรา...



คนก็เหมือนหุ้นตัวหนึ่งในตลาด มีทั้งที่มีคุณภาพ ใครๆก็อยากจะคบหาสมาคม ส่วนบางกลุ่มเป็นที่รู้จักกันดีว่าอาจจะทำงานไม่เก่ง แต่ก็นิสัยดี และกลุ่มที่ร้ายที่สุดน่าจะเป็นพวกที่ดีแต่พูด ขยันสร้างภาพ แต่แอบหมกเม็ดเรื่องไม่ดีเอาไว้ ในชีวิตของเรานั้น เราเลือกคนประเภทไหนร่วมทางเดินไปกับเรา?

"ชีวิตคนเราก็ย่อมต้องมีขึ้นมีลง" ไม่ต่างอะไรกับหุ้นในกระดาน ทุกคนย่อมต้องมีช่วงเวลาที่ดีและร้ายผสมปนเปกันไปในระหว่างทางเดินชีวิต หากคนที่เดินอยู่ข้างๆเราเป็นคนทีดีพอ ในวันปกติ เค้าคนนั้นจะจับมือเราไว้ คอยเดินอยู่ข้างๆกัน ส่วนในวันที่ดี เค้าคนนั้นจะเดินอยู่ข้างหน้า คอยดึงมือให้เราวิ่งไปข้างหน้าด้วยกัน และในวันที่แย่ เค้าคนนั้นก็จะเดินอยู่ข้างหลัง คอยประคับประคองไม่ให้เราล้มลงแผลถลอกจนถึงกับเลือดไหล...หากเรามีคนที่ดีอยู่ในชีวิต เราก็คงไม่ต้องกลัวอะไร

แต่หลายคนกลับเลือกที่จะเดินอยู่กับคนที่เราก็รู้ทั้งรู้ว่าดีไม่พอ คนที่ภายนอกแสนจะดูดี เห็นแล้วอดหวั่นไหวอยากเข้าไปทำความรู้จักไม่ได้ ไม่ต่างอะไรกับ "หุ้นปั่น" ที่ราคาวิ่งได้ล่อตาล่อใจดีเหลือเกิน บางคนซ้ำร้ายกว่านั้น เลือกที่จะไปจับมือกับ "หุ้นปั่น" โดยปล่อยมือจาก "หุ้นพื้นฐานดี"

หากเรามีคนประเภทนี้ร่วมทาง วันทั้งวันเราต้องคอยจับจ้องเฝ้าจับผิด เพราะเราเองก็รู้ดีว่าเค้าพร้อมจะปล่อยมือจากเราไปทุกเมื่อในยามที่เราเผลอ วันนึงอาจจะแสนดี แต่วันถัดมาอาจจะทำร้ายเราได้อย่างไม่ทันตั้งตัว อารมณ์ขึ้นๆลงๆต้องตามให้ทัน แล้วเรายังจะอยากเดินอยู่กับคนที่เค้าพร้อมจะปล่อยมือจากเรา คนที่พร้อมจะทำร้ายเราแบบนี้หรือ?

เวลาที่เราขาดทุนในหุ้นนั้น เราสามารถเห็นได้ทันทีว่าเราเสียหายไปเท่าไหร่ วันนี้ขายทุนเยอะกว่าเมื่อวานแค่ไหน สมควรแก่เวลาที่เราต้อง "Cut Loss" แล้วหรือยัง แต่สำหรับชีวิตนั้น มันไม่ง่ายเลยที่เราจะประเมินความเสียหายได้แน่นอน เราเสียใจ เสียความรู้สึก เสียเวลา และเสียโอกาสไปมากแค่ไหนแล้วกับคนๆนึง?

...และที่สำคัญที่สุด แม้การ "Cut Loss" จะยาก แต่ "การตัดใจ" นั้น ยากกว่ากันเยอะ


หมายเหตุ:
หุ้นติด Cash Balance คือหุ้นที่ต้องใช้เงินสดในการซื้อขาย ต้องมีเงินสดเต็มจำนวนถึงจะซื้อขายได้ เพราะบางบัญชีหุ้น อนุญาตให้ใช้ Credit ในการซื้อขายหุ้นได้
Cutloss คือการขายขาดทุน หรือการตัดขาดทุน



Create Date : 23 มกราคม 2556
Last Update : 28 มกราคม 2556 21:59:20 น.
Counter : 1154 Pageviews.

6 comments
  
เขียนได้ดีนะครับ ติดตามอ่านเรื่อยๆนะ
โดย: romeo IP: 171.97.190.211 วันที่: 28 มกราคม 2556 เวลา:20:33:51 น.
  
ตอนเล่นหุ้น ผมมักเลือกที่พื้นฐานดีเป็นหลัก และรู้จักบริษัทนั้นเป็นอย่างดี
ดุจเดียวกัน ผมเลือกคนรักที่มีพื้นฐานดีคือนิสัยใจคอ และหลังจากนั้นผมศึกษากันและกันอย่างดี ทุกวันนี้จึงยังเดินด้วยกันอยู่

แต่หุ้นตัวนั้น ผมปล่อยไปแล้วฮะ เพราะมันกำไร
โดย: i.am.Victor วันที่: 28 มกราคม 2556 เวลา:22:59:12 น.
  
^
^
ตอบได้โรแมนติกดีจัง แถมยังรวยกำไรหุ้นอีก
โดย: เจ้าของบล็อคค่ะ IP: 125.24.98.137 วันที่: 29 มกราคม 2556 เวลา:18:18:22 น.
  
บทความก็โรแมนติกไม่แพ้กันครับ
Cut loss ง่ายกว่าตัดใจเยอะครับ ^___^
โดย: Victor IP: 110.49.226.136 วันที่: 29 มกราคม 2556 เวลา:19:28:42 น.
  
เจ้าของblogสุดยอดเลยค่ะ สามารถนำเรื่องหุ้นมาเปรียบเทียบได้

โดย: แฟนlinKinPark วันที่: 30 มกราคม 2556 เวลา:1:25:41 น.
  
^
^
คุณแฟน LinKinPark ขอบคุณนะคะที่เข้ามาเยี่ยมเยียนเสมอเลยค่ะ
โดย: เจ้าของบล็อค IP: 117.120.20.131 วันที่: 30 มกราคม 2556 เวลา:15:32:42 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

natcharat
Location :
GaNG-NaM, SeoUL  Korea

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]



ตั้งใจเปิดบล็อคนี้ขึ้นมาระบายอารมณ์เวลาอ่านหนังสือแต่ละเล่มจบ เพราะชอบอ่านหนังสือมากๆ (จริงๆชอบอย่างอื่นด้วย ดูหนัง ฟังเพลง กิน เที่ยว ช็อปปิ้ง)

แอดเป็นเพื่อนกันที่ Facebook ได้นะคะ http://www.facebook.com/narumol.pichedpun

"ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้ เป็นของเจ้าของบล็อกตามกฎหมาย หากต้องการคัดลอก ดัดแปลง หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ ด้วยวิธีใดๆ กรุณาติดต่อขออนุญาตจากเจ้าของบล็อกก่อนนะคะ เพราะงานเขียนบางชิ้นติดลิขสิทธิ์ค่ะ" [สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539]
New Comments