Lake time


สวัสดีค่ะ วันนี้เอารูปบรรยากาศของทะเลสาบ Colico ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านของเราเป็นทริปตั้งแต่เดือนสิงหาโน่นแน่ะ เพิ่งจะขยันเอาลงบล็อกในวันนี้ พวกเราขับรถไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว ทุกๆหน้าร้อนเราสองคนจะไปกินมื้อเที่ยงและนั่งชมวิวชมบรรยากาศริมน้ำกันปีละครั้ง โดยเลือกกลับไปที่ร้านเดิม ชื่อร้านคือ L'ontano เป็นร้านที่มีลานจอดรถด้านหน้าแบบหยอดเหรียญเสียเงิน แต่ตัวร้านอาหารจะมีวิวสนามหญ้าสีเขียวๆและมองเห็นไปยังทะเลสาบ ที่มีคนมานอนอาบแดดมั่ง เล่นน้ำบ้าง เล่นวินเซิร์ฟหรือไคท์เซิร์ฟ บางคนก็พาครอบครัวมาปิคนิค ตรงสนามหญ้าริมฝั่งทะเลสาปเข้าไปนั่งเล่นฟรีค่ะ ทางเมืองโคลิโค่เค้าจัดการให้ เป็นระเบียบเรียบร้อย ตัดหญ้าซะเรียบเกรียน สะอาด ไม่มีขยะให้รกหูรกตา ส่วนคนที่ไปพักผ่อนก็ช่วยๆกันรักษาความสะอาดละกัน ดูรูปไปเรื่อยๆนะคะ



ใครที่อยากลองเล่นวินเซิร์ฟ หรือไคท์เซิร์ฟ มีร้านให้เช่าอุปกรณ์พร้อมครูสอน เผื่อใครอยากเรียน ก็น่าสนุกนะคะ เพียงแต่ร่างกายต้องฟิตนิดนึง เพราะท่าทางจะต้องใช้แรงกายเยอะเลย



เส้นทางปั่นจักรยานหรือเดิน เส้นนี้สวยนะคะ เป็นที่ราบสลับเนิน ผ่านทะเลสาป แม่น้ำสายเล็กๆ ไร่แอ๊บเปิ้ล ไร่องุ่น อิชั้นเคยปั่นระยะสั้นๆแถวบ้าน แต่ปีนี้ไม่ได้ปั่นเลยสักนิด




จุดเริ่มต้นทางปั่นสวยขนาดนี้แล้ว ปั่นเพลินแน่ๆ แถมมีจุดพักเป็นระยะๆ ผ่านหมู่บ้านเล็กๆรายทาง อูยรับรองว่าสวยถูกใจนักปั่นแน่ๆ  ใครสนใจทริปปั่นแบบนี้ ติดต่อมาได้ เดี๋ยวช่วยจัดทริปให้ค่ะ 





จานนี้ของอิชั้นเอง เป็นสปาเก็ตตี้เส้นสด ทางร้านเค้านวดเองรีดเส้นเอง ลวกมาแบบเส้นหนึบๆ อร่อยมาก จานนี้ใส่หอยตลับ ราคา 16 หรือ 18 ยูโรนี่แหละค่ะ ราคาอาจสูงไปนิดนึงแต่อร่อย ให้อภัย ^__^





ส่วนอีกจานของคุณสามี ใส่กุ้งตัวโตๆ จานนี้ 20 ยูโร ถ้าเป็นอาหารจานอื่นๆที่ไม่ใช่ซีฟู้ดราคาก็ปกติค่ะ ราคาเริ่มต้นประมาณ 10 ยูโร 





ตอนที่เรานั่งกินมื้อเที่ยงอยู่นั้น มีกรุ๊ปชาวจีนหกเจ็ดคน เข้ามานั่งกินด้วย เค้าสั่งอาหารหลายอย่างแล้วแชร์กันกิน เหมือนคนไทยเรานั่นแหละ อิชั้นก็ว่าน่ารักดี เห็นถ่ายรูปอาหารกันสนุกสนาน มีการสั่งไวน์แดงมาดื่ม ชนแก้วกันด้วย ถ้าใครมาเที่ยวอิตาลีแล้ว อยากลองชิมอาหารให้หลากหลาย ก็ลองสั่งคนละจาน ปนๆกันไปทั้งจานแป้ง จานเนื้อ จานอาหารทะเล แล้วมาแบ่งๆกันชิม ไม่มีใครว่าอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่สั่งต่อหัวต่อคนๆละจาน จะได้ไม่น่าเกลียด แล้วบอกพนักงานให้เสริฟออกมาทีเดียวพร้อมๆกัน เราเริ่มคุ้นชินกับนักท่องเที่ยวชาวเอเซียกระเป๋าหนักกันแล้ว ถ้าไม่ใช่ร้านอาหารที่เค้าเน้นเสริฟเป็นคอร์ส ก็สั่งมากินรวมๆกันแบบนี้ได้ ให้ทิปพนักงานเสริฟนิดหน่อย ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร 


หลังมื้อเที่ยง อิชั้นผู้ซึ่งเตรียมพร้อมมาก หอบกระเป๋าสานจากไทยแลนด์ ซึ่งด้านในกระเป๋ามีผ้าขนหนูชายหาดผืนใหญ่สองผืน ขวดน้ำ หนังสืออ่านเล่น เราปูผ้าหลังพุ่มไม้ หลบลมเพราะช่วงบ่ายโมงถึงสี่โมงเย็นวันนั้น ลมค่อนข้างพัดแรง แต่พอใกล้จะกลับบ้าน ลมกลับสงบ นิ่งๆ อืม ปีที่แล้วก็เป็นแบบนี้ สงสัยริมน้ำฝั่งนี้ลมแรงช่วงบ่ายๆ 


ส่วนตอนนี้ย่างเข้าเดือนกันยายนมาได้อาทิตย์นึงแล้ว อากาศเปลี่ยนไปรวดเร็วมาก แถวบ้านอิชั้นบนดอยนี่ รู้สึกเย็นๆ ใส่กางเกงขาสั้นเสื้อยืดแขนสั้นไม่ได้แล้ว ยกเว้นออกไปตากแดด นั่นแหละถึงจะรู้สึกว่า ร้อนๆอุ่นๆ แต่อยู่ในบ้านนี่ คลุมเนื้อคลุมตัวสถานเดียว แต่ไม่ซีเรียสอะไร ถึงแม้จะรักฤดูร้อนแค่ไหน ถึงแม้อากาศจะเย็นๆๆจนหนาวเข้ากระดูก แต่สิ้นเดือนกันยานี้ อิชั้นจะกลับไทยค่ะ ยู้ฮู! ดีใจจนเนื้อเต้น อยู่ยาวไปจนถึงกลางๆเดือนพฤศจิกายน กลับมาอิตาลีอีกทีก็หน้าหนาว หิมะลงพอดี Smiley

และจะไปเที่ยวทะเลภูเก็ตด้วย เดี๋ยวรอดูรูปทะเลไทยสวยๆกันนะคะ ตอนนี้ขอตัวไปอาบน้ำแต่งตัวไปดื่มกาแฟที่บาร์ และกลับมานอนฝันหวานถึงเมืองไทยดีฝ่า ^__^ เจอกันบล็อกหน้า สวัสดีค่ะ 



Create Date : 08 กันยายน 2560
Last Update : 8 กันยายน 2560 19:21:23 น.
Counter : 135 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
สบาย น่าพักผ่อนอย่างแท้จริงค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 8 กันยายน 2560 เวลา:20:52:47 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

settembre
Location :
ปัตตานี  Italy

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]



We just have one Life,
Keep it Simple.

หรือติดตามได้ที่เพจ
facebook/lifeinitalybypk



เริ่มนับจำนวนคนอ่าน วันที่ 22/04/15




Flag Counter
New Comments
กันยายน 2560

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
8 กันยายน 2560
All Blog