ธันวาคม 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
Himizu [ヒミズ] รักรากเลือด - เราทุกคนล้วนแล้วแต่มีบาดแผล
++Himizu [ヒミズ] รักรากเลือด++
...เราทุกคนล้วนแล้วแต่มีบาดแผล...

หลังจากการนั่งดูละครไทย "แรงเงา" ตอนอวสาน ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ ละครไทยนี่ก็มีข้อคิดสอนคนได้ดีเหมือนกันนะ แรงเงานั้นเน้นเรื่องราวของกรรมและพุทธศาสนาค่อนข้างเยอะ แต่สิ่งหนึ่งที่ชอบมากกว่าคือเรื่องราวของนพนภา มันเป็นข้อคิดที่ชัดเจนยิ่งกว่าเรื่องของกรรม หากเรายึดติดอยู่กับ "ตัวกูของกู" มากเท่าไหร่ จิตใจเรานี่แหล่ะที่จะร้อนรุ่มและเป็นทุกข์มากขึ้นเท่านั้น 

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นความคิดทั้งหมดที่ผุดขึ้นมาหลังดูแรงเงาตอนอวสาน แต่เป็นประเด็นที่ว่าทำไมละครไทยจึงไม่เคยนำเสนอบทเรียนที่จะว่าไปแล้วยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ เพราะคนเรานั้นล้วนแต่เติบโตมากับความซาบซึ้งประทับใจสไตล์ Happy Ending ที่หล่อหลอมมาตั้งแต่นิทานก่อนนอนจนถึงละครหลังข่าว จวบจนเราโตพอที่จะเลือกรับชมรับฟังสิ่งบันเทิงแนวอื่น บทเรียนที่ว่านั้นก็คือ "ชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องสมหวังในทุกเรื่อง" นางเอกทุกคนไม่ได้มีพระเอกมารองรับเวลาผิดหวังหรือต้องการความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา นางเอกกับพระเอกไม่จำเป็นต้องสมหวังร่วมหอลงโรงกันเสมอไป ตัวอิจฉาในชีวิตจริงก็ไม่ได้โดนสังคมรังเกียจรุมประนามจนไม่เหลือใครอีกแล้วบนโลกใบนี้

ทั้งหมดนี้เลยเป็นที่มาให้รู้สึกอยากกลับไปนั่งดู Tokyo Sonata แบบเดิมดีกว่า ว่าแล้วจึงขอแฝงเร้นไปดู Himizu [ヒミズ] ซึ่งก็ต้องขอบอกว่า หนังญี่ปุ่นไม่เคยทำให้ผิดหวัง ต้องการชีวิิตจริงใช่มั๊ย ต้องการความหดหู่ระดับไหน...เราจัดให้



Himizu [ヒミズ] เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มสุมิดะ อายุ 14 ปีที่มีชีวิตทางบ้านที่รันทด พ่่อติดเหล้าและชอบทำร้ายร่างกาย แม่ไปมีสามีใหม่ทิ้งบ้านไว้ให้สุมิดะใช้ชีวิตเพียงลำพัง โดยมีเพื่อนบ้าน (ที่อาศัยอยู่ในกล่้องและเต้นท์ชั่วคราว) ผู้อพยพหลังจากประสบภัยสึนามิคอยเป็นห่วงเป็นใยและดูแล นอกจากนี้ัยังมีเด็กหญิงเคอิโกะเพื่อนร่วมชั้นที่ตกหลุมรักสุมิดะ ซึ่งมีปูมหลังทางบ้านที่เลวร้ายยิ่งกว่าซ่อนไว้ในฉากหลัง แวะเวียนช่วยเหลือสุมิดะเสมอ

พอลองค้นข้อมูลหนังเรื่องนี้ดูจึงได้รู้ว่าผู้กำกับ Himizu [ヒミズ] ก็คือ Shion Sono ผู้กำกับจากหนังดังในตำนานอย่าง Suicide Club และ Noriko's dinner table นั่นเอง Himizu [ヒミズ] จึงมีกลิ่นอายของความโรคจิตของมนุษย์แฝงด้วยอารมณ์ขันร้ายๆตลบอบอวลอยู่ในหนัง มิน่าล่ะ ดูไปถึงรู้สึกไปว่า "นี่มันโรคจิตนะเนี่ย" บวกกับอารมณ์ "ถ้าหัวเราะตอนนี้นี่มันจะผิดมั๊ย" และยิ่งกว่านั้นคือ Himizu [ヒミズ] สร้างจากหนังสือการ์ตูน นี่มันจะล้ำเกินไปแล้ว!! 

แม้ Himizu [ヒミズ] จะเป็นหนังที่ดูแล้วป่วยจิต หดหู่ และอย่าหวังเลยว่าเหตุการณ์มันจะดีขึ้น เพราะเมื่อหนังดำเนินเรื่องต่อไป มันไม่มีเหตุการณ์หักมุมใดๆที่จะทำให้ชีวิตคนเราที่กำลังจมอยู่ใต้ก้นบึ้งของทะเล อยู่ดีๆจะมาทะลึ่งโผล่พรวดบนพื้นน้ำได้ ชีวิตคนเราก็เป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ ถึงได้มีสำนวนที่ว่า "ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน" เมื่อชีวิตเราสะดุดลงแล้ว เราก็ล้มลุกคลุกคลานอยู่อย่างนั้นแหล่ะ จนกว่าจะมีเรี่ยวแรงพอให้ลุกขึ้นมาชันเข่าแล้วก้าวเดินต่อไป 



เมื่อสุมิดะสะดุดกับมรสุมชีวิตที่นับวันยิ่งเลวร้ายขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงจุดแตกหักที่ซัดพาให้จิตใจบูดเบี้ยวและร่างกายเป๋ไปเป๋มาสะเปะสะปะ จนกว่าจะมีใครสักคนกระชากคอเสื้อให้สุมิดะรู้สึกตัวกลับมาเป็นผู้เป็นคน และคนเหล่านั้น สำหรับสุมิดะ ก็คงมีเพียงแค่ "เหล่าเพื่อนบ้านผู้อพยพจากภัยสึนามิ" กับ "เด็กสาวที่มีปูมหลังทางบ้านที่เลวร้าย" ไม่ว่าจะมองไปทางไหน เราทุกคนล้วนแล้วแต่มีบาดแผล และเราต่างก็ต้องการการเยียวยาซึ่งกันและกัน ผู้ประสบภัยสึนามิ เมื่อสูญสิ้นทุกอย่างแล้วก็หวังเพียงน้ำใจเล็กๆน้อยๆในการแบ่งปันพื้นที่สำหรับกินอยู่หลับนอน เคอิโกะเองก็ต้องการใครสักคนเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้เธอยังคงยืนอยู่บนโลกใบนี้ได้



และแม้ Himizu [ヒミズ] จะป่วยจิตขนาดไหน แต่ก็มีประโยคเด็ดๆและฉากโดนๆที่ทำให้รู้สึกจี๊ดสุดๆจนอยากจะยกให้เป็นหนัง Feel-Good แต่ถ้าทำอย่างนั้น ดูท่าทางคนที่โรคจิตกว่าคงจะเป็นคนดู -_-"  ขอยกประโยคเด็ดอย่าง "แม้จะรู้ว่าชีวิตตัวเองนั้นไร้ค่ายิ่งกว่าเศษขยะ แต่ก็ยังเห็นแก่ตัวอยากจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไป เพื่อทำประโยชน์ให้สังคม" สุมิดะนั้น ต้องการที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือ แต่การที่จะเิติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือได้นั้น ต้องรู้จักยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อยอมรับได้แล้ว ก็จงก้าวข้ามผ่านอดีตนั้นเพื่อไปสู่อนาคตที่รออยู่ข้างหน้า  และ "อนาคต" ก็เป็นสิ่งที่เน้นย้ำอยู่ตลอดเวลาในหนังเรื่องนี้ว่า เราควรจะต้ัองทำสิ่งที่เราทำได้ในวันนี้ให้ดีที่สุดเพื่อซื้ออนาคตในวันข้างหน้า เหมือนอย่างที่ลุงผู้ประสบภัยสึนามิทำเพื่อสุมิดะ

เห็นมั๊ย นี่มัน Feel-good แบบ Little Miss Sunshine ชัดๆ ^^

เรื่องนี้ให้คะแนน 9/10 ค่ะ

ป.ล. ดูแล้วอยากจะลุกขึ้นปรบมือมอบรางวัลแก่นักแสดงนำจริงๆ พอไปสืบค้นดู (อีกครั้ง) จึงพบว่า สองนักแสดงนำ โชตะ โซเมทานิ และ ฟูมิ นิไกโด ได้รับรางวัลนักแสดงนำชาย-หญิงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม ที่งาน Venice International Film Festival ครั้งที่ 68 ด้วย

ป.ล. 2 สำหรับคนที่ชอบหนัง Feel-Good จริงๆ กรุณาอย่าเชื่อเจ้าของบล็อคแล้วไปดูหนังเรื่องนี้ถ้าคุณไม่ชอบหนังญี่ปุ่น หดหู่ แฝงความโรคจิตหน่อยๆค่ะ



Create Date : 06 ธันวาคม 2555
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2556 22:26:54 น.
Counter : 3302 Pageviews.

4 comments
  
ยังไม่ได้ดูค่ะ แต่อ่านแล้ว รู้สึกได้เลยว่า เปนหนังที่ต้องให้อะไรกับเราแน่นอน ขอบคุณที่มารีวิวนะคะ เราจะได้ไม่พลาดสิ่งดีๆไป
โดย: แฟนlinKinPark วันที่: 8 ธันวาคม 2555 เวลา:15:42:58 น.
  
แวะมาเยี่ยมครับ นับเป็นการตั้งกระทู้ของผมที่เห็นผลที่สุดในรอบปี จนอุตส่าห์ฟลุคได้มาเห็นคอมเม้นท์ของคุณ narumol_tama ที่แนะนำให้หาดูเรื่อง Himizu ขณะที่พิมพ์ข้อความนี้เพิ่งดูจบไปสดๆเลย ความประทับใจยังฟินอยู่เต็มๆ ผมเจอหนังดีเข้าให้แล้ว ขอบคุณอีกครั้งที่แนะนำครับ
โดย: damn cold night IP: 180.183.156.52 วันที่: 14 ธันวาคม 2555 เวลา:22:44:15 น.
  
@คุณ damn cold night (ชื่อปวดใจไปมั๊ยเนี่ย)
ถ้าบังเอิญแวะกลับมาเยี่ยมใหม่ ก็ยินดีมากเลยที่ได้แนะนำเรื่องนี้ไป ดีใจมากๆเลยด้วยที่ชอบค่ะ นานๆทีจะเจอคนชอบหนังแนวนี้สักทีนึง ปกติแนะนำไป คนมักจะแบบ เอ่อ ดูหนังอะไรเนี่ย ฮ่าๆๆ
โดย: narumol_tama วันที่: 15 ธันวาคม 2555 เวลา:21:27:50 น.
  
เพิ่งดูจบเลยหา review เพื่อเก็บรายละเอียด ต้องขอยอมรับถึงจะชอบดูแนวดราม่า แต่ระดับของ Shion Sono นี่ถือว่าเป็นของขมมากๆสำหรับเรา แนวเราขอประมาณ Hirokazu Koreeda อย่าง Nobody Know นี่พอได้ มีพักให้หายใจหายคอกับเขาบ้าง เมื่อเทียบกับ Suicide Club หรือ Himizu ที่เล่นกระหน่ำแบบไม่ยังมือกันเลย เล่นเอาลุ้นไปกับตัวละครจนเหนื่อย
แต่เมื่อดูจนจบก็ขอบอกว่า Himizu เป็นหนังให้อะไรคนดูเยอะ ปัญหาครอบครัว สภาพสังคมที่กดดัน จนถึงเรื่องอนาคตของชาติ เฮ่อๆ
เราชอบข้อความของจขบ.นะที่ว่า "...การที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่น่านับถือได้นั้น ต้องรู้จักยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อยอมรับได้แล้ว ก็จงก้าวข้ามผ่านอดีตนั้นเพื่อไปสู่อนาคตที่รออยู่ข้างหน้า... " เมื่อสุมิดะยอมรับและแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนนั้นมันจะทำให้เขาไปสู่วุฒิภาวะที่โตขึ้น ซึ่งเห็นได้จากตัวเคอิโกะก่อนที่ปัญหาต่างๆของสุมิดะได้หล่อหลอมให้ตัวเธอให้เติบโตขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงแรกๆที่ดูบ้าๆบอๆ (ดูช่วงแรกๆเรารู้สึกว่าคุณเธอดูน่ากลัวๆ) จนกลายเป็นกำลังใจและคอยผลักดันสุมิดะ
ขอบคุณสำหรับ review นะคะ จะ Add ไว้ตามอ่าน review หนัง
โดย: Blue_Mountain IP: 171.99.100.146 วันที่: 26 มกราคม 2556 เวลา:18:06:28 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

natcharat
Location :
GaNG-NaM, SeoUL  Korea

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]



ตั้งใจเปิดบล็อคนี้ขึ้นมาระบายอารมณ์เวลาอ่านหนังสือแต่ละเล่มจบ เพราะชอบอ่านหนังสือมากๆ (จริงๆชอบอย่างอื่นด้วย ดูหนัง ฟังเพลง กิน เที่ยว ช็อปปิ้ง)

แอดเป็นเพื่อนกันที่ Facebook ได้นะคะ http://www.facebook.com/narumol.pichedpun

"ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้ เป็นของเจ้าของบล็อกตามกฎหมาย หากต้องการคัดลอก ดัดแปลง หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ ด้วยวิธีใดๆ กรุณาติดต่อขออนุญาตจากเจ้าของบล็อกก่อนนะคะ เพราะงานเขียนบางชิ้นติดลิขสิทธิ์ค่ะ" [สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539]
New Comments