Bloggang.com : weblog for you and your gang

ขอรบกวนทั้งชุดนอน

Location :

[ดู Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed


[stats] - page 4
new modle , original parts

• • • • • • • • • • • • •

[ coming in february ]




• • • • • • • • • • • • •
.
 
Group Blog

 
<<
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
24 มกราคม 2553

 
All Blogs

 
Friends' blogs
[Add ขอรบกวนทั้งชุดนอน's blog to your weblog]
Links
 

 

2 l Amanita Design : เชื้อราที่ควรค่าแก่การคลิกเจอ & 3 Point and Click Game

โลกไซเบอร์นั้นเต็มไปด้วยข้อมูลและเว็บไซต์มากมายให้เราได้ชี้และคลิกไปได้ตลอดชีวิต แต่คำถามก็คือจะมีเหลือบมุมไหนของโลกไซเบอร์บ้างนะ ที่ถ้าเราพลาดไม่เคยได้ชี้กดคลิกเข้าไปชมแล้วจะทำให้เราต้องรู้สึกเสียดาย? สังคมออนไลน์นั้นกว้างมากนะครับ มันจะต้องมีเหลือบมุมดีที่เราพลาดตกหล่อนไปบ้างสิน่า ยิ่งไปกว่านั้นบางครั้งสิ่งดีๆก็ไม่ได้ออกมาโชว์ตัวตามเว็บใหญ่ๆเสมอไป ด้วยสิ่งดีๆบางชนิดจะเจริญเติบโตได้เฉพาะในพื้นที่ที่มืดมิดห่างไกลแสงและชื้นแฉะชุ่มฉ่ำน้ำเท่านั้น ^^

ถ้าว่ากันตามพจนานุกรม... Amanita จะหมายถึงชื่อของเชื้อราชนิดหนึ่ง แต่ถ้าเราว่ากันในเรื่องของเกมแล้วล่ะก็ Amanita จะหมายถึงทีมผลิตและพัฒนาเกมอินดี้ที่มีสไตล์เฉพาะตัว แนวทางเฉพาะแบบ และขบวนการคิดอ่านอันไม่เหมือนใคร ที่ผ่านมาผมรู้จักกับเกมของพวกเขามาแล้ว 3 เกม ได้แก่ Samorost , Samorost 2 และ Machinarium โดยทั้งหมดมีแนวทางการเล่นที่เหมือนกันคือ การให้ผู้เล่นได้ชี้และคลิกสิ่งของต่างๆ ภายในเกมเพื่อพาตัวละครผ่านฉากไปเรื่อยๆ และต่อไปนี้คือรีวิวของทั้ง 3 เกมครับ


โฉมหน้าของเหล่าทีมงานเชื้อรา...หน้าตาก็แลดูเหมือนมนุษย์ดีนี่นา มันเชื้อราตรงไหนกัน?





Samorost : I dot want to miss a thing
โดยพื้นเพแล้ว Samorost คือส่วนผสมอันลงตัวของภาพยนตร์ Armageddon กับหนังสือนิยายคราสสิคเจ้าชายน้อย ซึ่งเกมเล่าถึงเด็กชายในชุดขาวที่อายุอยู่บนดาวเล็กๆของตัวเองเพียงลำพัง (แบบเดียวกับเจ้าชายน้อย แต่ดาวมีรูปร่างน่าเกลียดและมืดมนกว่ากันโข) แล้วอยู่มาวันหนึ่งแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยก็มีอุกกาบาต(ที่มีหน้าตาน่าเกลียดพอๆกัน)จะพุ่งมาชน ทางออกเดียวของเราก็คือต้องออกปฏิบัติการขี่จรวดไปจอดเทียบลงบนอุกกาบาตเพื่อสะกัดมันไว้ให้จงได้! (อันที่จริงจังหวะแรกที่ผมเห็นดาวที่พระเอกอยู่อาศัยกับลูกอุกกาบาต... ไอ้ผมล่ะภาวนาอยากจะให้มันชนๆกันไปเลย ไหนๆก็เล่นน่าเกลียดซะขนาดนี้แล้ว!)


จะน่าเกลียดไปไหน...ไม่แน่ถ้าโดนชนอาจจะแลดูดีกว่านี้ก็เป็นได้


แน่นอนว่า Samorost ต้องเป็นเกมที่เก่ากว่า Samorost 2 (ก็แน่ล่ะแก...ก็ใช่ไง ผมถึงได้บอกว่า “แน่นอนว่า”) และเมื่อนำไปเทียบกับ Machinarium แล้ว ผมจึงคาดเดาเอาว่า Samorost น่าจะเป็นเกมแรกๆของค่ายนี้ เพราะมันยังมีองค์ประกอบหลายต่อหลายส่วนที่แม้จะช่างคิดแต่ขาดความลงตัว อีกทั้งลูกเล่นที่ก็หวือหวาดีทว่ายังเกินเลยไปเสียหน่อย ซึ่งสำหรับเกมแนว Point and Click แล้ว มันสำคัญมากที่เกมจะต้องทำให้ผู้เล่นเดาไม่ออกว่า “วัตถุอันไหนคลิกได้อันไหนคลิกไม่ได้” แต่ในเกมนี้แม้ฉากหลังจะสวยแต่พอถึงตัววัตถุที่จะให้เราคลิก มันกลับทำภาพออกมาได้ไม่แนบเนียนเอาเสียเลย จนเราแทบจะมองออกตั้งแต่แว่บแรกเลยว่าต้องกดอะไรตรงไหนบ้าง รวมถึงมุขตลกที่ยังแลดูไม่เป็นมืออาชีพนัก อยากการใส่ภาพหน้าของ 1 ในทีมลงไปในตัวละคร ซึ่งทำให้ภาพโดยรวมของฉากนั้นแลดูขัดแย้ง และยอมรับเถอะว่ามันไม่ตลกเลยจริงๆ (แต่มันคงจะตลกอยู่บ้าง...ถ้าเราทำงานอยู่ในออฟฟิศของ Amanita)


จะเห็นได้ชัดเจนว่าไอเทมที่เราสามารถคลิกได้จะมีโทนสีที่แตกต่างกับฉากมากๆ


แต่ถึงอย่างนั้น Samorost ก็ยังถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ด้วยจุดเด่นของทีมงานนั้นได้ถูกแสดงออกมาอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องของการออกแบบตัวละครสถานที่ แนวทางการเล่นที่เรียบง่ายแต่ชวนให้ต้องคิด และเหนือสิ่งอื่นใดเลยคือความช่างคิดชนิดสุดบรรเจิดของทีมงานที่ทั้งเททั้งสาดกันลงมาในเกม (แล้วคุณจะต้องทึ่งเมื่อพบว่าลูกอุกกาบาตที่คุณไปร่องลงจอด มันมีไร่กัญชา ลิฟต์ชักรอก ตัวกินมดที่จะดูดคุณเข้าไปทั้งตัว และห้องเครื่องขับเคลื่อน...พร้อมพวงมาลัยให้เราใช้สาวเพื่อเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวาง!)

กดไปเล่น Samorost(ตัวเต็ม)ได้ที่นี่ครับ
(เกมนี้เล่นบนหน้าเว็บได้เลย ไม่ต้องโหลดอะไรเลยครับ)




Samorost 2 : องค์บาก 3.1
ถ้าผมเป็นพระเอกของเกมนี้...ผมคงจะย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว เพราะนอกจากดาวที่อาศัยอยู่จะน่าเกลียดแล้วมันยังแอบทำหน้าที่เป็นตัวซวยอีกด้วย คราวก่อนก็มีอุกกาบาตมาพุ่งชน พอมาภาค 2 อยู่ดีๆ ก็มีเอเลี่ยนบุกมาลงจอดยานที่สวนหลังบ้านเรา จอดแล้วไม่จอดเปล่ายังแอบกินผลไม้และขโมยหมาของเราไปด้วย... (ไม่สนใจเครื่องใช้ไฟฟ้า จำพวกทีวีตู้เย็นบ้างเหรอ จะเอาหมาไปทำอะไรฟะ) ว่าแล้วเราก็เลยต้องสวมบทเป็นจาพนมเวอร์ชั่นขี่จรวดออกไปทวงหมาคืน ณ ดาวแม่ของเหล่าเอเลี่ยน (ที่ซึ่งก็น่าเกลียดและไม่น่าอยู่พอๆกัน) เอ้า! หมากูอยู่ไหน!!



ถ้าวลีที่บอกว่า “มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด” นั้นหมายถึง “มีการพัฒนาที่ก้าวหน้าไปมาก” แล้วล่ะก็ ...กับเกมภาค 2 นี้ผมคงจะต้องบอกว่า “ทางทีมงานได้มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ชนิดไปตกบนหลังคารถที่กำลังวิ่งอยู่ แล้วเกาะอยู่บนนั้นต่อไปอีกราวๆ 5 ป้ายรถเมล์” กันเลยทีเดียว เพราะจุดบกพร่องเดิมๆที่เคยรังควานจากภาคก่อนนั้นได้หายไปชนิดไม่ย้อนกลับมาเป็นอีกเลยในภาคนี้ รวมถึงมีการพัฒนาสิ่งที่เคยดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขึ้นด้วย

โดยสิ่งเดียวที่ยังด้อยอยู่และอาจเป็นปัญหาใหญ่ของซีรีย์ Samorost ก็คือ การสร้างความน่าเชื่อถือและอารมณ์ร่วมในเนื้อเรื่อง เพราะการสร้างโลกในอวกาศขึ้นมาลอยๆแบบนี้มันเฟคๆยังไงชักกล แล้วองค์ประกอบของของแต่ฉากก็เหมือนหยิบข้าวของจากโลกคนละมิติมาประกอบๆกัน จนพาลสับสนว่าตกลงเราอาศัยอยู่ในยุคไหนวันเวลาใดกันแน่ ซึ่งแม้เกมการเล่นจะสนุกและช่างคิดขนาดไหน แต่คนเล่นก็จะได้แค่ความเพลิดเพลินและเสียงหัวเราะ โดยยังคงขาดอารมณ์ร่วมทั้งในส่วนของเนื้อหาและตัวละคร(ที่ซึ่งพร้อมใจกันไม่น่าเชื่อถือและไม่ค่อยจะน่าเอาใจช่วยเท่าที่ควร)อยู่ดี



ภาพประกอบด้านบนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน กับข้าวของที่อยู่ผิดที่ผิดทางจนน่าหัวเราะ อย่างบ้านที่มีเพียงหม้อต้มน้ำตั้งกินเนื้อที่ไปทั้งบ้าน โดยไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นเลย หรือฉากต่อๆไปที่มีแมวไปอาศัยอยู่ในถ้ำใต้ดิน(ทั้งยังกินแมลงเป็นอาหาร?) จนราวกับทีมงานตั้งใจนำทุกองค์ประกอบมาจัดวางเพียงเพื่อประกอบกันเป็นปริศนาให้คนเล่นได้ขบคิด โดยขาดความยั้งคิดเรื่องความสมเหตุสมผลและน่าเชื่อถือไปสนิทเลย

แต่โดยรวมแล้ว Samorost 2 ก็ยังจัดได้ว่าเป็นมาตราฐานใหม่อีกขั้น
ทั้งของทีมงาน เกมซีรีย์นี้ และของตลาดเกมแนวนี้อีกด้วย

กดไปเล่น Samorost 2 ได้ที่นี่ครับ
นี่เป็นแค่ตัวเดโมนะครับ (ตัวเต็มต้องเสียเงินโหลด) เล่นบนหน้าเว็บได้เลยตามฟอร์ม





Machinarium : เกมที่ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
อันที่จริงแล้วผมรู้จักกับทีมงาน Amanita ผ่านเกมนี้เป็นเกมแรก แล้วจึงค่อยไปตามหางานเก่าๆของพวกเขามาเล่นต่อในภายหลัง (นั่นบอกได้เป็นนัยๆเลยว่าเกมนี้มันสุดยอดจริงๆ) ซึ่งใน Machinarium นี้ทุกสิ่งทุกอย่างคือความลงตัว ได้จังหวะจะโคน และสอดประสานกันอย่างน่าอัศจรรย์ โดยเนื้อหาก็ออกแนวโรแมนติกมากขึ้น(แต่ยังไม่วายให้ความรู้สึกเหมือนหนัง Wall-E)โดยเราต้องรับบทเป็นหุ่นยนตร์ที่แฟนสาวถูกคนร้ายจับไป ในขณะที่เราเองก็ถูกเนรเทศไปนอนพิการแขนขาอะไหร่หลุดเป็นชิ้นๆอยู่ในกองขยะนอกเมือง (ดราม่ามากๆ...มิน่าหุ่นพระเอกของเราถึงได้ชอบทำนัยน์ตาเศร้าละม้ายคล้ายนิโครัส เคจอยู่ตลอดเวลา)



งานนี้เรียกว่าทางทีมงาน Amanita เขาเอาจริง เพราะตัวเกมออกมาทำออกมาได้งามราวกับเป็นภาพวาดศิลปะอารมณ์หม่นๆของทิม เบอร์ตัน ซึ่งรับรองว่าต่อให้กวาดตาเพ่งมองยังไงผู้เล่นก็จะแทบจะเดาไม่ออกเลยว่าสิ่งของไหนในฉากที่สามารถคลิกได้คลิกไม่ได้ ลูกเล่นของการผสมไอเทมก็สุดแสนจะช่างคิด และเพลงประกอบก็ยอดเยี่ยมเหมาะสม เรียกว่าเหนือกว่ามาตราฐานเดิมขึ้นไปอีกขั้นเลยก็ว่าได้ (“ขึ้นไปอีกขั้น” อีกแล้วเหรอไอ้คนรีวิว...ก็แหม ขนาดวรยุทธ์ในหนังจีนเขายังมีได้ตั้ง 9 ขั้นได้เลยนี่นา ให้เกมมันมีขึ้นได้หลายๆขั้นบ้างสิ น่านะ)

ซึ่งไฮไลท์ของ Machinarium ก็คือการพัฒนาด้านเนื้อหาชนิดก้าวกระโดดจาก Samorost 2 ไปต่อเครื่องบินขึ้นขี่จรวดแล้วบินวนรอบโลก 2 รอบ เมื่อทางทีมงานสร้างโลกขึ้นใหม่เป็นสังคมของหุ่นยนตร์ที่แลดูมีเสน่ห์ จับต้องได้มากขึ้น(หุ่นทุกตัวในเกมใช้ชีวิตไม่ต่างกับสังคมมนุษย์เลย) ไม่มีอีกแล้วองค์ประกอบที่ขัดแย้งกันเองภายในฉาก หรือการจัดวางที่ทำออกมาเพื่อซ่อนปริศนาอย่างลวกๆ เพราะทุกอย่างในเกมล้วนออกแบบมาสำหรับโลกของหุ่นยนตร์จึงกลมกลืนเข้ากันไปหมด รวมถึงลำดับขั้นการเล่าเรื่องและปริศนาก็สมเหตุสมผล มันเป็นจึงเป็นการผสมผสานปริศนาเข้ากับฉากของเกมได้อย่างกลมกลืนโดยไม่มีการกลืนกินกัน ที่สำคัญนี่เป็นครั้งแรกที่เราสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับตัวละครของเราได้มากขึ้น ซึ่งจากเดิมที่ใน Samorost เราจะทำได้แค่คอยคลิกสิ่งที่อยู่รอบๆตัวละครไปเรื่อยๆ แต่ในเกมนี้ตัวละครของเราจะมีส่วนร่วมมากขึ้น อย่างการกดเดินไปรอบๆฉาก ส่ายตาค้นหาสะสมวัตถุต่างๆ การเอื้อมจับกระโดดเกาะ และเมื่อตัวละครถูกออกแบบมาให้เป็นหุ่นยนตร์มันจึงมีลูกเล่นที่มากกว่าเดิม โดยเราจะสามารถยืดแขนได้ หดตัวได้...รวมถึงกินไอเทมลงท้องแล้วค่อยล้วงออกมาใช้ภายหลังก็ยังได้!



ผลที่ได้คือเกมนี้จึงได้ทั้งใจ(ผู้เล่น)ทั้งกล่อง(รางวัล)ไป เมื่อ Machinarium สามารถคว้าทั้งรางวัลงานศิลป์ยอดเยี่ยมจาก IGF รางวัลเกมอินดี้ยอดเยี่ยมจากงาน PAX 2009 รวมถึงล่าสุดนิตยสารเกม Future Gamer เพิ่งจัดลำดับให้มันเป็นเกมอินดี้ยอดเยี่ยมอันดับ 2 ประจำปี 2009 ที่ผ่านมา

ส่วนสำหรับตัวผมที่ไม่มีรางวัลหรือการจัดลำดับใดๆจะมอบให้กับเกมของทีมงาน Amanita จึงบอกได้เพียงว่า คงจะเป็นเรื่องน่าเสียดาย...หากเกมเมอร์บนโลกไซเบอร์คนใดพลาดโอกาสที่จะชี้และคลิกไปพบเจอเกมของพวกเขา

 

Create Date : 24 มกราคม 2553
Last Update : 24 มกราคม 2553 18:18:40 น.
2 comments
Counter : Pageviews.

 

ไทยช่วยไทย ไทยเข้มแข็ง
รบกวนช่วยตอบแบบสอบถาม เพื่อการศึกษา ของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หน่อยค่ะ

ตาม links

http://spreadsheets.google.com/viewform?formkey=dFBZSVJOeks5QUJxeHVGNy1ISlplMnc6MA

หรือ เข้าไป blog gang

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=thaiherbservey&month=12-01-2010&group=1&gblog=1

ปล. ถ้าเคยตอบแล้ว รบกวนตอบอีกครั้ง
ขอบคุณค่ะ

 

โดย: kaewnumsai 24 มกราคม 2553 18:33:36 น.  

 

ภาพมันไม่สวยเลยอ่ะ ...คนไม่ชอบเล่นเกมแบบเรา คงเปลี่ยนใจลองเล่นยากแล้วล่ะ
แต่ว่า เกมที่แนะนำใน blog ก่อน เราเล่นแล้วนะ "ต้นไม้กับซอมบี้" อ่ะ

 

โดย: นัทธ์ 26 มกราคม 2553 23:15:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.