someday we write , someday we wrong









55 reasons to hug before it's too late : คุณค่าของเหตุผลขณะเรากอดใครสักคน



55 reasons to hug before it's too late : ไพลิน ถาวรวิจิตร (เขียนและออกแบบ) : สำนักพิมพ์ลองดู



+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +


คำถาม – นอกเหนือไปจากวงแขนที่ไว้ใช้โอบล้อมเป้าหมาย ลำตัวไว้พิงอิงให้แนบแน่น แผ่นหลังไว้ให้อีกฝ่ายใช้วางฝ่ามือ
และหัวใจเพื่อลิ้มรสทุกอารมณ์ความรู้สึกที่ส่งผ่านมาแล้ว...คนเรายังต้องใช้อะไรอีกในการกอดใครสักคน?


คำตอบของผมอยู่ในบรรทัดท้ายๆครับ แต่ ณ บรรทัดนี้ คุณไพลิน ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ขอยกมือขึ้นตอบว่า “ใช้เหตุผล”
ตอบแล้วไม่ตอบเปล่า เธอทำหนังสือออกมาในรูปของหนังสือทำมือ 1 เล่มเพื่อประกอบคำตอบนั้น
ตัวหนังสือที่ว่ามีหน้าปกเป็นกระดาษเนื้อสากนิ้วคล้ายกระสอบ ภายในบรรจุภาพสวยๆ งานออกแบบโดนๆ
และตัวหนังสือน่ารักๆที่ออกมาช่วยกันยืนยัน “เหตุผลที่เราควรกอด” ที่เธอว่า...รวมๆกันทั้งเล่มก็ 55 ข้อตรงตามที่ระบุไว้บนปก

หากเรานำราคาหนังสือ 225 บาทมาตั้ง หารด้วย 55 หรือจำนวนเหตุผลที่บรรจุในเล่ม ผลลัพธ์ปัดเศษจะตกอยู่ที่ “เหตุผลละ 4 บาท”
ถ้ามองจากฐานะคนที่ “ไม่เคยมีประสบการณ์” จะพบว่าหนังสือเล่มนี้แพง...ไปนิด
กลับกัน...แต่หากใครที่ “เคยมีประสบการณ์ในการกอดใครสักคน” ไม่ทันต้องหารยอดราคากับจำนวนเหตุผล
ก็จะค้นพบว่า ขอแค่ 1 ใน 55 เหตุผลที่มี...ช่วยกระตุ้นให้เราลงมือกอดใครสักคนได้ล่ะก็ แค่นั้นก็ถือว่าคุ้มค่าราคาหนังสือแล้ว

ก็เหมือนที่การกอดไม่ได้ลิ้มรสกันที่ปลายลิ้น ทันทีที่เราสัมผัสตัวหนังสือ...
รสสัมผัสจากผ้ากระสอบทั้งปกหน้าและปกหลังให้ความรู้สึกที่อุ่นมือ น่าค้นหา และยุให้คาดเดาไปว่ามันมีมนต์ขลัง
ในขณะที่ภาพประกอบและลูกเล่นต่างๆในเล่ม ก็ช่วยเพิ่มคุณค่าหนังสือให้คุ่มค่ากับราคาได้เป็นอย่างดี
เช่น ในเหตุผลหนึ่ง - คุณจะเปิดมาพบ “ซองยา” ถูกเย็บติดอยู่กลางหน้ากระดาษ ส่วนด้านล่างมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า

ชื่อทางการแพทย์ “กอด”
ใช้ได้วันละ “หลายๆเวลา”
สรรพคุณ แก้โรคที่เกิดกับหัวใจ บรรเทาอาการโศกเศร้า กระชับความสัมพันธ์ให้แนบแน่น
ช่วยให้หายปวดหัว และเพิ่มพลังในการใช้ชีวิต
(และที่น่ารัก ช่างคิด และยุกยิกหัวใจคนอ่านที่สุดคงหนีไม่พ้นการที่ในซองยานั้นมี “ตัวยา” บรรจุอยู่ภายในจริงๆซะด้วย!?)


ส่วนเหตุผลอื่นๆ ที่อ่านแล้วต้องร้องฮิ้ววี้ดวิ้ว ตกเข่าเต็มแรงหนึ่งฉาด และตีหมอนพับๆขณะอ่านก็ยังมี...

• Sometime we don’t know how much we need a hug until we see two others doing it.
• บางครั้งเราไม่รู้หรอกว่าเราต้องการกอดมากแค่ไหน จนกว่าจะได้เห็นคนอื่นเค้ากอดกัน

เห็นด้วยเต็มๆเลยงานนี้ ใครกล้าหือมาเถียง - ผมคงเต้นผางๆ ไม่ย๊อมไม่ยอมออกนอกหน้าแทนคนเขียน
ก็แหม...ของแบบนี้ ถ้าไปมันเห็นตำตามันจะพาลมาตำใจด้วยน่ะสิ (<<<ย่อหน้านี้รู้สึกผมจะเขียนได้เกย์มาก)

• By hugging you get to feel a heartbeat like your own in someone else’s breast.
• เมื่อกอดจะได้รู้ว่าเมื่อหัวใจอีกดวงมาเต้นอยู่ที่อกด้านขวาบ้างจะเป็นไง

ความแปลกแต่จริง ทีเล่นทีจริงแต่ไม่อาจปฏิเสธ และน่ารักได้เกินขอบเขตของคำว่าน่ารักก็คือ...
ยามที่กอด...ในขณะที่เรากำลังรู้สึกถึงหัวใจของใครอีกคนตรงหน้าอกข้างขวาของเรา
สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรามักจะไม่รู้สึกถึงหัวใจในอกข้างซ้ายของตัวเอง!!! แต่ไม่ต้องตกใจไปครับ (แล้วแกจะใส่เครื่องหมายตกใจทำไม)
ร้อยทั้งร้อย...ก็ด้วยเรายกมันให้เจ้าของหัวใจที่เต้นอยู่ที่หน้าอกข้างขวาของเราไปแล้วนั่นเอง

• และที่ตลกๆหยิกหยอกก็มีอย่าง “กอดทำให้รู้ว่ายังมีคนอ้วนกว่าเรา” เป็นต้น

โดยส่วนตัวแล้วหากผมต้องนิยามหาเหตุผลในการกอดขึ้นมาสักข้อ...
ผมคงจะบอกได้แค่ว่า “เราควรจะกอด...ก็เพราะคนที่อยู่ตรงหน้านั้นคือคนๆนั้น และเขาคนนั้นกำลังยืนอยู่ตรงนี้”
แต่เอาเข้าจริง “คำตอบ” ของคำถามในย่อหน้าบนสุดนั้น
ผมกลับคิดว่าคุณค่าของเหตุผลในขณะที่เรากำลังกอดใครสักคนนั้น...มันมีค่าเท่ากับศูนย์

เพราะเมื่อเราใช้มือทั้งสอง(ที่มี)โอบกอดใครสักคนแล้ว ณ เวลานั้น เราจะเอามือที่ไหนไปถือเหตุผล?
คำตอบของผมก็คือ “แค่นั้นแหละครับ เราใช้แค่สองแขน ลำตัว แผ่นหลัง และหัวใจในการลงมือ”
เพราะการกอดเป็นการแสดงออกที่ไม่ต้องการเหตุผลใดๆมารองรับ ยั่วยุ หรือหลอกล่อให้ต้องทำ
ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะธรรมชาติได้มอบ “แรงบันดาลใจ” ในการอยากอดใครสักคนเอาไว้ในนิสัยของมนุษย์มานานแล้ว
หากใครที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน คงจะเคยพบเจอกับความคิดขณะกำลังกอดที่บอกกับเราประมาณว่า
“คิดอะไรไม่ออก นิยามความรู้สึกตรงหน้าไม่ได้ และไม่รู้จักชื่อของอารมณ์ที่กำลังพบเจอ”

ดังนั้นในท้ายที่สุดแล้ว ความยากลำบากของการกอดจึงไม่ได้อยู่ที่คนเราขาดเหตุผลในการลงมือ
หากแต่ความยากของมันอยู่ตรงที่คนเรามักขาดแรงบันดาลใจในการปล่อยมือ...หลังจากกระทำการกอดใครไปแล้วต่างหาก






Create Date : 10 เมษายน 2551
Last Update : 13 ธันวาคม 2552 14:59:24 น. 28 comments
Counter : 769 Pageviews.

 
หายไปไหนมาละคะ น๊านนาน

หนังสือน่ารักมากกๆๆชอบหน้าปกน่ารักเลยแถมเนื้อหาก็น่ารักจังเลย น่าสนใจดีค่ะ แต่ยังไม่อยากอ่านตอนนี้เพราะไม่มีคนให้กอด แถมพาลจะไปนึกถึงคนที่อยากกอดแต่ไม่ได้กอดซะงั้นได้

เพลงโรแมนติก หนังสือก็โรแมนติก เนื้อหาก็โรแมนติก ไหงตอนจบมีผีจีนกระโดดละคะ


โดย: TaMaCHAN (narumol_tama ) วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:19:49:03 น.  

 
ว๊าว...รีวิวได้น่ารักน่ากอดชะมัดเลยคุณชุดนอนนี่...เอิ้ก...ระวังเดี๋ยวจะมีคนไป...ขอกอดทั้งชุดนอน

คุณข้างบน...แม่ไก่รีวิวไคท์รันเนอร์แล้วนะคะ อาจจะน้ำเยอะหน่อยแต่ก็...อ่ะนะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:20:33:41 น.  

 


เห็นด้วยกับที่บอกว่า เราควรกอด เพราะคนนั้นอยู่ตรงหน้าเรา

ว่าแล้วก็...ไปกอดพ่อกับแม่ ก่อนนอนดีกว่า
จะได้หลับฝันดี



โดย: นัทธ์ วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:22:10:24 น.  

 
แอบมองมานานแล้วค่ะเล่มนี้ แต่ตอนนี้อยากซื้อก็ไม่มีเงินแล้ว
รีวิวได้น่ารักน่าอ่านมากเลยค่ะ รอมีโอกาส(และทรัพย์สิน)จะไปซื้อ
ขอแอดบลอกนะคะ


โดย: PinGz (Kai-Au ) วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:4:56:21 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วไม่รู้ว่า จะอยากกอดใครอีกรึเปล่านะ
เพราะรีบวิ่งไปกอดคนรอบข้างซะหมดเรียบ 555+

และเหตุผลเดียวที่เป็นแรงบันดาลใจในการกอดคือ
“กอดทำให้รู้ว่ายังมีคนอ้วนกว่าเรา”


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 12 เมษายน 2551 เวลา:23:37:55 น.  

 


โดย: นัทธ์ วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:7:30:02 น.  

 
# คุณ TaMaCHAN
ต้องขออภัยอีกครั้งครับที่หายไปเนินนานและนานนม
แก้ไขเรื่องผีกองกอยที่กระโดดอยู่ใต้บรรทัดสุดท้ายแล้วนะครับ 555+

“แต่ยังไม่อยากอ่านตอนนี้เพราะไม่มีคนให้กอด” <<< ฮึม...ม
หากลองอ่านไปที่หัว Blog ดูสิครับ จะพบอีกหนึ่งเหตุผลที่คนเราควรกอดกัน
ที่บอกว่า “ประโยคที่ว่า "ไม่มีใครให้กอด" ไม่เป็นจริงบนโลกใบนี้”
เมื่อรวมกับอีกประโยคบรรจุอยู่ในหนังสือที่บอกว่า “คนที่อายที่จะกอดแม่...เป็นคนที่ไม่น่ารักเท่าไหร่” แล้ว
ผมคิดว่าคุณน่าจะยังมีคนให้กอดและอยากกอดคุณอยู่อีกเพียบเลยล่ะครับ

นึกให้ดี มองให้รอบ และกอดมากครั้งที่สุดนะครับ ^^


# คุณแม่ไก่
หนังสือเด็กเก็บว่าวนี้ ไปๆมาๆ ทุกคนที่ผมแวะเข้าไปอ่าน Blog นี่อ่านกันหมด
แถมยังแทบจะรีวิวกันไปแล้วทุกคน 555+

ส่วนผมอ่านไปได้แค่ส่วนเดียว เลยยังหลบรีวิวหนังสือเล่มนี้อยู่
ทั้งของคุณวิ คุณ TaMaCHAN และล่าสุดของแม่ไก่ก็ด้วยอีกคน
เอาไว้อ่านจบแล้วจะรีบเอามารีวิวบ้าง พร้อมกับไปตอบรีวิวย้อนหลังนะครับ

ปล ถ้ามีคนมาขอกอดทั้งชุดนอนจริงๆ...ผมจะไม่ขัดขืนเลยครับ 555+
เพราะในหลวงเคยตรัสเอาไว้ประมาณว่า “หากมีใครเข้ามาสวมกอดเรา จงปล่อยให้เขาเป็นคนปล่อยมือก่อน”
อยากกอดเท่าไหร่...ก็เท่ากันครับ ^^

# คุณนัทธ์
ดีใจที่มีคนเห็นด้วยกับเหตุผลของผมครับ ^^
แม้ว่าความคิดจริงๆของผมคือ “การไม่ต้องพึ่งพาเหตุผลในการกอด”
แต่เหตุผลที่ผมคิดไว้ ก็เข้าข่ายเป็นเหตุผลที่เรียบง่ายและบางเบาที่สุดเท่าที่คิดออกแล้วครับ
บางเบา...จนใกล้เคียงกับ “ไม่มีเหตุผล” ที่ผมคิดเอาไว้ในใจเลย

ปล ตกลง ตอนนี้ผมเป็นประชากรในเมืองของคุณนัทธ์แล้วสินะครับ
แต่ผมไม่ใช่ประชากรเดินเตะฝุ่นรกเมืองไปวันๆนะ อะแฮ่ม!
ผมเหมางาน 2 กะ ทำงานโรงงานด้วย + ช่วยขุดลอกสร้างถนนแล้วด้วยนะครับ ^^


# คุณ PinGz
ผมขอสวนแลกหมัดแอดบล็อกคืนนะครับ ^^
แวะไปมองๆที่บล็อกคุณแล้ว (แต่โหลดไปไม่ถึงเม้นต์สุดท้าย...เพราะเน็ตเน่ามาก)
แต่พอจะเห็นภาพหนังสือที่คุณไปเหมามาราวกับหยิบได้ฟรี... ... ...

ผมว่า หนังสือ 55 เหตุผลนี่รอไปก่อนดีกว่าครับ 555+
เพราะนี่เป็นหนังสือที่เราสามารถรับอรรถรสได้แม้ไม่ต้องอ่าน...
รับ...ด้วยการไปกอดใครสักคนให้แน่นที่สุดเท่าที่หัวใจจะส่งแรงไปช่วยกำลังแขน...


# สาวปลิว
ต้องขอบอกว่านับตั้งแต่สาวปลิวปรับหน้าบ้านใหม่ มีออกแบบรายปักษ์ มีรอบวันที่แน่นอน
หน้าบล็อกของสาวปลิวโหลดโหดมากๆ!!
เพราะบรรดาภาพฉากหลัง หน้าจอ และสีสันออกมาแย่งความเร็วอินเทอร์เน็ตอันน้อยนิดกันเป็นการใหญ่
เรียกว่าหากผมจะเข้าไปให้ถึงห้องรับแขกของสาวปลิวได้
ผมต้องไปในช่วงที่การจารจรไม่ติดขัด (ไม่ใช่ช่วงเย็นหรือหัวค่ำที่คนออนจัดและแน่นขนัด)
แต่ยังไงผมก็ตั้งเป้าเอาไว้ว่า วันไหนเลิกงานดึกๆ จะรีบขับรถไปที่บ้านสาวปลิวในทันที
ตื่นรอก่อนนะครับ ผมอยากกดออดเรียกไม่อยากปาหินเรียก 555+

ส่วนเรื่องการกอดนั้น ยังมีที่ตลกๆอันอื่นๆอีกเช่น
“กอด...ช่วยวัดระดับกลิ่นตัวของคุณได้ดี” -*- แป่ว

แต่ 2 เหตุผลที่ผมอยากมอบให้สาวปลิวที่สุดคือ
“กอด ทำให้เรารู้ว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลก” และ “กอด คือคำว่า ฉันอยู่นี่”
แต่หากมีแรงบันดาลใจใดดลใจให้สาวปลิวอยากโอบกอด
ผมอยากให้เหตุผลนั้นคือ “ไม่มีเหตุผล” นะครับ ^^


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:19:24:05 น.  

 
เวลาได้กอดใครนี่มันรู้สึกดีจริงๆครับ
บางครั้งเราโหยหามันมาก
ต่อให้ตอนนั้นมีคนที่เราเกลียดมากๆอยู่ตรงหน้า เราก็ยังอยากกอดมัน

เฮ้อ มนุษย์


โดย: nanoguy IP: 125.24.65.108 วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:10:33:33 น.  

 
มาสวัสดีปีใหม่แบบไทยๆอ่ะครับ

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ
[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]


โดย: เพกร วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:19:22:20 น.  

 
ปีใหม่ไทยปีนี้
กอดไปตั้งหลายคนค่ะ

พ่อ
แม่
น้อง
น้า
อา
ยาย
ย่า


โดยใช้ความรู้สึกว่า "อยากกอด" หน่ะค่ะ
ส่วนเหตุผลก็ใช้นะคะ ใช้ก่อนกอดว่า กอดได้รึเปล่า<<<กอดไม่ได้แล้วไปกอดก็จะยุ่งหน่ะสิคะ

ปล.ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ


โดย: BeCoffee วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:23:05:01 น.  

 
หวัดดีค่ะ...คุณชุดนอน
ไม่เจอกันนานเลย...บล็อกนี้
แต่มาแล้ว...ก็คุ้มค่า..กับคำว่า"กอด"
..
..
ออกตัวก่อน...หนังสือเล่มนี้
ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ
แต่อ่านรีวิวของคุณแล้ว...อยากอ่านบ้างจัง
รีวิวได้น่ารัก...น่าหยิกจัง
ว่าแต่ว่า...เวลาอยู่กับแฟนตัวเอง
น่ารักเหมือนอักษร..ทุกตัวที่เขียนในบล็อกไหมคะ
..
..
คำถาม
นอกเหนือไปจากวงแขนที่ไว้ใช้โอบล้อมเป้าหมาย
ลำตัวไว้พิงอิงให้แนบแน่น แผ่นหลังไว้ให้อีกฝ่ายใช้วางฝ่ามือ
และหัวใจเพื่อลิ้มรสทุกอารมณ์ความรู้สึกที่ส่งผ่านมาแล้ว
คนเรายังต้องใช้อะไรอีกในการกอดใครสักคน?
..
..
ไม่รู้สิ...เวลาเรากอดใคร...ไม่เคยคิดหาเหตุผลซักกะที
รู้แต่ว่า...ก็แค่หัวใจ...มันอยากกอด..ก็แค่นั้นเอง
แต่อ่านรีวิวข้างบน....เหตุผลในการกอดใครซักคน..น่ารักน่าชังจังค่ะ



โดย: nikanda วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:23:49:23 น.  

 
หวัดดีค่ะ แวะไปที่บล๊อคของคุณ BeCoffee มา แล้วอ่าน
คอมเม้นท์ของคุณ เห็นชื่อหนังสือ "เรื่องรักใคร่" แล้ว
น่าสนใจ เลยอยากจะถามเกี่ยวกับหนังสือเรื่องนี้นะค่ะ

พอเข้ามาที่บล๊อคมาเจอหนังสือดี ๆ ที่คุณแนะนำอีก
โดนใจเลยค่ะ...

"กอด" ตอนนี้คงต้องกอดตัวเองไปก่อนนะค่ะ...
รอให้มีใครมายืนตรงหน้าแล้วเขาพร้อมที่จะโอบกอดเรา
และเราก็อยากจะกอดเขา ตอนนั้นคงรู้สึกว่า
การ "กอด" ใครซักคนคงมีความหมายกับใจมากที่สุดค่ะ

ยินดีที่จะได้รู้จักนะค่ะ....



โดย: แมงโกชิดเด วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:12:57:30 น.  

 
เราเห็นหนังสือเล่มนี้ที่ร้านแล้ว
แต่ยังไม่ได้ลองหยิบอ่านดูเลย
สงสัยจะเป็นรายการต่อไปที่ต้องไปหาซื้อซะแล้ว


โดย: กาแฟเย็น (อาจารย์บ้านนอก ) วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:17:01:14 น.  

 
ตอบเรื่องเมือง ...
ขอบคุณที่ช่วยเข้าไปพัฒนาเมือง
ช่วงนี้ เจ้าเมือง ไม่ค่อยได้แวะไปดูเลยล่ะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:21:56:19 น.  

 
เพิ่งรู้ว่าอยากกอดต้องมีเหตุผลด้วย



โดย: joblovenuk วันที่: 16 เมษายน 2551 เวลา:22:40:22 น.  

 
กอดพ่อกอดแม่ก่อนแล้วกัน ฮ่าๆ


โดย: ปลาทองแก้มยุ้ย IP: 124.121.159.248 วันที่: 18 เมษายน 2551 เวลา:2:35:09 น.  

 
สำหรับหมวย ขอได้กอดหมอนข้าง
และกอดหมาแมวก็พอ


โดย: หมวยอินเตอร์ IP: 58.8.195.156 วันที่: 18 เมษายน 2551 เวลา:17:20:27 น.  

 
ชอบกอด+ถูกกอดค่า...

ปล. ชอบจังเลยค่ะ " ขอรบกวนทั้งชุดนอน "


โดย: orsor วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:16:29:42 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ คุณชุดนอน
ยังจำกันได้ไหมคะ ดีใจค่ะที่คุณชุดนอนรีวิวหนังสือได้โดนใจใครหลายๆคน ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: rizzonte วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:19:00:37 น.  

 
ชุดนอนฯ ขอกอดหนึ่งที


โดย: beerled วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:16:36:12 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณชุดนอน

แวะมาบอกแฟนสามก๊กค่า...
เราเพิ่งไปดูสามก๊กเวอร์ชั่นจูล่งหลิวเต๋อหัวมา
เลยกลับมาเขียนถึงหนังเรื่องนี้เอาไว้


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 24 เมษายน 2551 เวลา:3:24:50 น.  

 
กลับมาแล้วค่ะ
แต่เหนื่อยมากกกกกกก........
ประกอบกับ "ความขี้เกียจ" ครอบงำทั้งร่างกายและวิญญาณ
นอนอืดถืดอยู่บ้าน ดูฝนตก... แล้วก็หลับ

อีกอย่างนึงคือ กำลังเตรียมตัวรีวิวหนังสือ 8 เล่มรวด...

___________________

ส่วน "กอด".... มนุษย์ต้องการการกอดเพื่อความอบอุ่นทั้งกายและใจค่ะ
ตอนนี้เรากอดหนังสือทุกวันเลย 555


โดย: Jevanni วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:20:33:43 น.  

 
เล่มนี้ปกเค้าสวยดีนะคะ
หยิบขึ้นมาดูเหมือนกัน แต่ไม่ได้ซื้อ ^O^
สงสัยจะเข้าข่ายพวกไม่มีประสบการณ์อย่างที่คุณว่าซะแล้ว


โดย: หนูตาล IP: 58.9.156.74 วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:21:38:22 น.  

 
เจ้าของบล้อกนี้...หายเงียบเลย
สงสัยงามยุ่งนาดูเลยนะคะ..เมื่อไหร่จะกลับมารีวิวหนังสือต่อคะเนี่ย


โดย: nikanda วันที่: 8 พฤษภาคม 2551 เวลา:6:05:48 น.  

 
อัพบล๊อกได้แล้วค่า

อย่ามัวแต่คุยกะแฟนหน่ะ


โดย: ปลาทองแก้มยุ้ย IP: 124.121.164.53 วันที่: 10 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:04:56 น.  

 
พอจะมีเวลาอ่านหนังสือเล่มใหม่รึยังคะ...


โดย: นัทธ์ วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:42:01 น.  

 
หายไปนานจังเลย
สงสัยเจ้าของบล็อกนี้..ลืมทางเข้าบล็อกตัวเองซะแล้ว


โดย: nikanda วันที่: 24 พฤษภาคม 2551 เวลา:6:57:04 น.  

 
เพราะเมื่อเราใช้มือทั้งสอง(ที่มี)โอบกอดใครสักคนแล้ว
ณ เวลานั้น เราจะเอามือที่ไหนไปถือเหตุผล?

แหมคุณ...
เล่นเอาเขิน
(เขินทำไม ไม่ได้ถูกกอดนะหล่อน)

ก็แค่อ่านตัวอักษรของคุณ
ก็เหมือนได้กอดใครสักคน
เพราะมันอบอุ่นปานนั้น...........





โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:05:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ขอรบกวนทั้งชุดนอน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
10 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ขอรบกวนทั้งชุดนอน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.