someday we write , someday we wrong









Love Letters : ผมไม่รู้ที่อยู่ของเธอ...แต่นี่คือจดหมายรักที่เราส่งถึงกัน



Love Letters : ‘ปราย พันแสง




ต้องขอสารภาพก่อนว่าเพิ่งจะเคยได้อ่านตัวหนังสือของ ‘ปราย พันแสง ครั้งแรกก็จาก Love Letters เล่มนี้เอง
แถมยังเป็น Love Letters เล่มที่มีคนเอามาฝากเสียด้วย เรียกว่าในทางเทคนิคแล้ว‘ปราย พันแสงยังไม่เคยได้กินเงินผมแม้แต่แดงเดียว
แต่ในทางกลับกันตัวหนังสือของเธอกลับได้ใจของผมไปชนิดผมตามถอนทุนไม่ทันเลยทีเดียว

Love Letters เป็นหนังสือที่ซื่อสัตย์กับชื่อเรื่องพอสมควร
เพราะมันนำเสนอ “จดหมายรัก” ของผู้คนทั่วไป คนเด่นคนดัง ตัวละครในนิยาย รวมไปถึงของตัวคุณ’ปราย พันแสงเองด้วย
โดยแต่ละฉบับก็มีลูกล่อลูกชนต่างกันออกไป เรื่องหวานๆนั้นมีแน่ แต่ใครจะไปคาดคิดว่าบางครั้งจดหมายรักจะเศร้า เหงา ตลก และช่างคิดได้ขนาดนี้

เรียกว่าถึงแม้กรมไปรษณีย์จะตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับความรักมาตั้งแต่สมัยโรมิโอกับจูเลียต
(ด้วยการแกล้งมึนส่งจดหมาย(ว่าจูเลียตแค่แกล้งตาย)พลาดไม่ถึงมือผู้รับ) แต่พอได้มาเจอ’ปราย พันแสงเป็นเจ้าภาพจัดงานรวบรวมจดหมายรักเข้า
กรมไปรษณีย์ก็กลับกลายเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของความรักไปในทันที


นอกเหนือไปจากจดหมายโดนๆที่ถูกเลือกมาแล้ว อารมณ์การนำเสนอของผู้เขียนก็ช่างน่ารัก น่าชัง และบางครั้งน่าจับไปชั่งกิโลขาย!
ถือว่าต้องให้เครดิต‘ปราย พันแสงไปเต็มๆ สำหรับมุมมองที่เธอเลือกหยิบมาบอกเล่า
เพราะจดหมายเหล่านี้ส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะจดหมายของคนดังและจดหมายในนิยาย) คนทั่วไปก็คงเคยได้อ่านผ่านตากันมาบ้างแล้ว
แต่ใครจะไปตาถึง(พอจะมองออก)และ(เข้า)ใจถึง(ความหวานจนน่านำมาบอกต่อ)ของจดหมายเหล่านั้นได้อย่าง‘ปราย พันแสง

หรือต่อให้มีใครรวมหัวกันคิดรวบรวมก่อน ก็คงทำได้แค่หนังสือรวมจดหมายรักที่น่ารักนิดๆหน่อยๆ น่า(ชิง)ชังเพราะหวานเลี่ยนไม่บันยะบันยัง
และอย่างเก่งก็คงยียวนได้สนุกแค่ระดับ “น่านำไปรีไซเคิล” ไม่กวนอารมณ์ถึงระดับขั้น “น่าจับไปชั่งกิโลขาย” อย่างของ’ปราย พันแสง
ส่วนจะยี่ยวนกวนอารมณ์ขนาดไหน ลองสังเกตได้จากตัวอย่างประโยคจั่วหัว Blog ที่คัดลอกมา

ทั้งนี้ในคำนำของหนังสือได้เล่าถึงความในใจเล็กๆของสำนักพิมพ์เอาไว้ประมาณว่า
“ขอแค่คนอ่านอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วนึกสนุกอยากจะลุกขึ้นมาเขียนจดหมายรักบ้าง พวกเขาก็ชื่นใจแล้ว”
เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องผิดหวัง ผมก็จะขอโต้ตอบแรงบันดาลใจที่ได้รับจากหนังสือเล่มนี้
ด้วย “จดหมายรักในรูปประโยคบอกเล่า” สักฉบับ


คำเตือน จดหมายฉบับนี้สามารถอ่านได้โดยไม่จำกัดอายุ แต่ขอจำกัดระดับน้ำตาลในเลือดของคนอ่านเพื่อเหตุผลเรื่องสุขภาพครับ




ถึง เธอ...ผู้หญิงที่เอา Love Letters มาให้ผมอ่านถึงบ้าน
จาก ผม...ผู้ชายที่ไม่รู้แม้กระทั่งที่อยู่ของเธอ



เข้าใจว่าไม่เธออยากจะแชร์หนังสือให้อ่านจริงๆ
ก็คงอดทนดูความทุลักทุเลในการตามหาหนังสือของผมไม่ไหว จึงได้นำหนังสือมาให้จนถึงที่
ผมจึงอยากจะขอขอบคุณสำหรับหนังสือและความปรารถนาดีที่มอบให้
เสียก็แต่หนังสือเล่มนี้เวลาอ่านเสร็จแล้วห้ามเผลอวางไว้ใกล้หัวใจมากนัก เพราะจะพาลให้คิดถึง “คนให้” ทุกทีไป

โดยรวมๆ แล้ว Love Letters มีอยู่ด้วยกันหลายบท ถาม 10 คนก็คงจะได้คำตอบความชอบต่างกัน 10 บท
แต่ในกรณีของผมเหมือนจะถูกล็อกเลขเอาไว้แล้วว่า “ต้องชอบบทไหน”
โดยถูกบังคับอย่างสมัครใจ ผมหลงรัก “จดหมายรักของไอน์สไตน์” มากที่สุด
ด้วยเหตุผลที่ว่ามันเป็นบทที่เธอเคยอ่านบางส่วนให้ฟังก่อนที่จะนำหนังสือมามอบให้


(ทั้ง)ที่จำได้ในตอนนั้น(และที่แอบเปิดหนังสือลอกตามในตอนนี้) เธอเคยอ่านให้ฟังว่าในหนังสือ...ไอน์สไตน์บอกกับเราว่า

“เมื่อยังหนุ่ม ข้าพเจ้าคิดที่จะรัก แต่เมื่อย่างเข้าวัยชรา ข้าพเจ้ารักที่จะคิด”
“การตกหลุมรักใครบางคน ไม่ใช่เรื่องงี่เง่าไปเสียทั้งหมด แต่แรงปรารถนารักใคร่ก็ไม่อาจดึงเราไปจากสิ่งที่เรามุ่งมั่นได้”


ประโยคหลัง เธออ่านให้ผมฟังพลางสอนให้ผมรู้จักแบ่งเวลาอย่าให้ “คนรักมาแย่งเวลาของความมุ่งมั่นในการทำสิ่งที่ผมรัก”
ทีแรกผมฟังแล้วได้แต่คิดตามและเชื่อฟัง แต่หลังจากที่ได้อ่านบทนี้ครบทั้งบท ผมจึงค่อยคิดออกแล้วรู้สึกปักใจเชื่อ

ผมได้ตระหนักแล้วว่า “คนรัก” กับ “สิ่งที่ผมมุ่งมั่นอยากจะทำ” คืออะไร
ผมจึงอยากจะบอกกับเธอว่า ผมจะขอสัญญาดังๆว่าจะปฏิบัติตามคำแนะนำประโยคนี้
และจะขอแอบกระซิบข้างหูเธอเบาๆด้วยว่า สำหรับผม “คนรัก” ในชีวิตนี้นั้นก็คือ “เธอ”
ส่วน “สิ่งที่ผมมุ่งมั่นอยากจะทำ” เฉกเช่นความฝันนั้นก็คือ “การได้ตกหลุมรักเธอ”

ซึ่งจากคำพูดของไอน์สไตน์นอกรอบหนังสือเล่มนี้ ไอน์สไตน์เคยบอกว่า “แรงโน้มถ่วงไม่มีผลในการตกหลุมรักใครสักคน”
ดังนั้นหากหมดโอกาสที่จะขอคำอธิบายจากนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความรู้สึกของผมในตอนนี้
เห็นทีคงจะต้องไปถามหาเหตุผลเอาจากอะไรที่โรแมนติกมากกว่านั้น

กลับกัน พอได้อ่านหนังสือครบจบทั้งเล่ม ผมก็ไม่ลืมที่จะหยิบประโยคที่คิดว่าเหมาะกับเธอมาฝาก..เผื่อว่าเธอจะอ่านนานแล้วลืมไปแล้ว
ประโยคที่ว่าเป็นความในใจของยาขอบ(ที่ตรงใจของผม)ที่มีต่อคนรัก ซึ่งถูกบันทึกเอาไว้ในจดหมายว่า
“ไม่เป็นการยุติธรรมแก่การมองผู้หญิงด้วยการสืบเสาะว่าเขาเคยรักใครและใครเคยรักเขามาก่อน
ความยุติธรรมควรมีเพียงเมื่อเขารักเรา เขาได้ซื่อตรงกับเราสมกับที่เรารักเขาอย่างขายชีวิตได้หรือไม่”


•


เหตุผลนึงที่หนังสือกลายเป็นของหายากสำหรับผม
ก็เพราะผมต้องทำงานอยู่กับบ้าน 7 วันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่เช้ายันดึกดื่นค่ำคืนไม่ค่อยได้มีเวลาออกจากบ้านมากนัก
มองในฐานะคนทำงานก็แลดูจะขยัน(?)และมั่นคงดี แต่หากมองในฐานะคนรักก็แลดูจะไม่ค่อยมีเวลาให้กับคู่รักเท่าที่ควร
ประกอบกับการที่เธอช่างเป็นคนที่รักอิสระ ชื่นชอบการเดินทาง และคงจะเฉาตายแน่หากต้องทำงานอยู่แต่บ้านแบบผม
จึงส่งผลให้เธอกังวลว่าคนที่อยู่ติดบ้านอย่างผมจะไม่เข้าใจถึงความสุขของอิสระที่เธอรัก
เธอจึงพูดกับผมว่า “ถ้าใครจะรักเรา เราอยากจะให้เขารักเราที่เป็นเรา” เธอว่าและเธอคงจะอยู่อย่างอิสระอย่างที่เธอว่าอย่างไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
จนทำให้ในทีแรกผมคิดจะเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้โดยไม่บอกเธอ
จวบจนได้ไล่สายตาอ่านประโยคในจดหมายรักของไอน์สไตน์ที่เขียนเอาไว้ว่า

“ถึงตรงนี้ ฉันคงพิสูจน์ให้เธอได้เห็นแล้วว่าฉันมีความจริงใจต่อเธอเสมอ
เพียงแต่ฉันต้องแสดงความจริงใจต่อเธอตามวิธีการของฉัน ไม่ใช่ตามวิธีการของเธอ”


ผมจึงเข้าใจว่านอกจากไอน์สไตน์จะบอกว่า “เราควรแยกความรักออกจากความฝันแล้ว”
อัจฉริยะคนนี้ยังค้นพบอีกว่า วิธีแสดงความรักที่เหมาะสม ไม่เสแสร้ง และเป็นธรรมชาติที่สุดเป็นอย่างไร
ผมจึงไม่เกี่ยง(และไม่งอน)ว่าเธอจะรักอิสระเพียงใด ผมว่ายิ่งดีเสียอีก เพราะคนรักควรจะเป็นคนที่ “เติมเต็ม” ชีวิตให้กับอีกฝ่าย
และใครจะเติมเต็มชีวิตคนอยู่ติดบ้านของผมได้ดีเท่ากับเธอที่หลงใหลในการเดินทาง

ผมจึงอยากจะบอกกับเธอว่า “ผมรักที่จะให้เธอได้แสดงความจริงใจของเธอด้วยวิธีของเธอเอง”
ส่วนวิธีแสดงความจริงใจของผมนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นการเป็นคนที่รักเธอในอย่างที่เธอเป็น

•


ถึงแม้งานจะหนักและเรียกร้องเวลาจากผมค่อนข้างมาก จนบางครั้งไม่มีเวลาแม้เพียงจะรับโทรศัพท์ของเธอ
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมจะเป็นคนรักที่ดีไม่ได้ อย่างมากก็แค่เป็นโอเปอร์เตอร์ที่ไม่ได้เรื่อง -*-
สิ่งที่ผมให้ได้คือปล่อยให้เธอได้ใช้ชีวิต ไล่ตามความฝัน และเป็นตัวของตัวเอง
หากเกิดความรักระหว่างเรา เธอจะได้เห็นภาพของตัวเองกำลังวิ่งไปข้างหน้าไล่ตามอิสระอย่างสนุกสนาน
ส่วนผมกำลังยืนอยู่กับที่เพื่อสร้างรากฐานให้มั่นคง แต่เมื่อใดที่เธอเหนื่อยกับการวิ่งเล่นกับชีวิต ท้อแท้กับมรสุมที่ถาโถม
จนอยากที่จะพัก ก้าวถอยหลัง หรือล้มตัวลงนอน ผมจะรีบขยับตัวเข้าไปประคับประคองเธอเอาไว้
เป็นดั่งบ้านให้เธอได้พักผ่อนเอาแรง เป็นดั่งกำแพงให้เธอได้พักพิง และเป็นดั่งผ้าห่มให้เธอได้อบอุ่น

เธอจะได้ใช้ชีวิตท่ามกลางอิสระที่เลือกไว้อย่างเต็มที่ จะไม่มีผมเดินเคียงข้างจู้จี้ให้ต้องรำคาญใจ
แต่ผมจะเดินตามหลังอยู่ไม่ห่าง โดยจะปล่อยให้เธอได้ลองใช้ชีวิตผิดถูกเรียนรู้โลกที่โหดร้ายและบ่อยครั้งก็ทำตัวไม่น่ารักใบนี้เพียงลำพัง
โดยจะคอยให้กำลังใจและการดูแลทั้งในทุกครั้งที่เธอต้องการและในทุกครั้งที่เธอต้องการแบบที่ตัวเธอเองไม่รู้ว่ากำลังต้องการ

ถึงแม้จะดูใจร้ายอยู่บ้างที่ปล่อยให้เธอไปบุกป่าฝ่าดงเพียงลำพัง แต่นี่เป็น “การแสดงความจริงใจ” ด้วยวิธีที่ผมเลือก
ฉะนั้นกำลังใจ ความรัก และการดูแลของผมจะเจือปนไปด้วยความเข้าใจในความเป็นเธออย่างที่เธอเป็น
โดยถ้าเปรียบความรักของผมเป็นจดหมายรักหวานๆสักฉบับ มันก็จะเป็นจดหมายในซองสีฟ้าสบายตา
เนื้อหาภายในจะให้รสหวานติดลิ้นเวลาอ่าน หากจับไปถูกตัวหนังสือเข้าความคิดถึงก็จะเปื้อนติดนิ้วจนล้างไม่ออก
และอุดมไปด้วยความรักที่จะช่วยกระตุ้นหัวใจของเธอให้พองโต

มันจะเป็นเหมือนจดหมายรักหวานๆ ขี้เล่น และเข้าอกเข้าใจที่ถูกแนบอยู่ในหนังสือสยองขวัญตอนส่งให้ถึงมือของผู้รับ
หนังสือสยองขวัญจะช่วยทำหน้าที่บอกเล่าความโหดร้ายน่ากลัวของโลกภายนอก โดยมีจดหมายรักคอยปลอบขวัญตอนที่กำลังตื่นกลัว
มันเป็น 2 สิ่งที่ต้องอ่านสลับกันไป เพราะผมไม่อาจปกป้องเธอตลอดเวลาได้โดยไม่ทำร้ายความเป็นเธอ


ไม่รู้เธอจะจำได้ไหมว่าใน Love Letters ‘ปราย พันแสงได้เขียนเอาไว้ว่า
“ความเพ้อฝันสูดสูงเกี่ยวกับจดหมายรักของฉันคือ เป็นพ่อแม่ประเภทครองรักกันไปให้หัวใจและยอดไม้เท้ากลายเป็นทองคำ
จนสามารถมอบกล่องจดหมายรักของตนเป็น “ของขวัญ” วันแต่งงานของลูกได้”


ยังไม่ได้หมายความว่าเธอต้องรีบตื่นตระหนกคิดไปไกลถึงขั้นนั้น
เพียงแต่ถ้าเธอคิดว่าไอเดียนี้เข้าท่า ทางที่ดีเราก็ควรจะรีบเตรียมการไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ
ดังนั้นถ้าไม่รังเกียจ นี่ถือเป็นฉบับแรกครับ



Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 6 ธันวาคม 2552 15:28:47 น. 34 comments
Counter : 1375 Pageviews.

 
ได้อ่านหนังสือ “จดหมายรัก”
ซึ้งแค่ไหน
ก็ไม่เท่า
ได้อ่าน “จดหมายรัก” สักฉบับ
อยากให้พี่’ปราย ได้มาอ่านบล็อกนี้จัง
น่ารักดีค่ะ
^^


โดย: am^^ IP: 58.8.124.38 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:48:11 น.  

 
เคยตามอ่านทุกตอน ตั้งแต่ลงมติชนสุดสัปดาห์ค่ะ
อ่านแล้วโดนอย่างจัง
แนะนำกล่องไปรษนีย์สีแดงต่อค่ะ จดหมายนายไข่ย้อย น่ารักสุดๆ



โดย: January Friend วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:12:18 น.  

 
อ่านแล้วอมยิ้มค่ะ
เป็นแฟนหนังสือพี่ปรายเหมือนกัน


โดย: i_lllive วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:51:13 น.  

 
เป็นหนังสือเล่มแรกของปรายพันแสงที่หนูได้อ่านค่ะ
เพราะชอบจดหมาย ก็เลยคว้ามา
แล้วก็ทำให้ได้เจอหนังสืออีกหลายเล่มเลย

บล๊อกหน้านี้คือจดหมายรักใช่มั้ยเนี่ย 555+
เจ๋งดีค่ะ


โดย: ปลาทองแก้มยุ้ย IP: 124.121.163.244 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:35:49 น.  

 
อ่านเล่มนี้แล้ว รู้สึกเหมือบแอบอ่านจดหมายรักของคนอื่น..
อ่านไปอ่านมา ...ก็อยากได้รับ จดหมายรัก ซักฉบับเหมือนกันนะ
..มีคนบอกว่า จะเขียนส่งมาให้อ่าน
จนป่านนี้ ...ยังไม่เห็นซะที
ได้แต่จดหมายนำส่งของมาให้ รึไม่ก็ส่งของที่ยืมคืน หลายฉบับแล้ว

เอ...คุณว่า เราเขียนจดหมายไปทวงเลย จะน่าเกลียดมั๊ยเนี่ย


โดย: นัทธ์ วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:04:02 น.  

 
หนังสือที่เอาจดหมายรักของใครต่อใครมาลง เรียกว่า เป็นหนังสือที่ "โป๊" ที่สุดค่ะ

และการแอบอ่านจดหมายของคนอื่นก็เป็นสิ่งที่คนเราโปรดปรานอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "จดหมายรัก"

เล่มนี้เคยเห็นค่ะ แต่ยังไม่เคยอ่าน
ของคุณ'ปราย ที่เคยอ่านคือ "ฉันเกลียดเธอ ฉันรักเธอ...ชีวิต"

สำนวนภาษาของเธอนั้น ได้รับสมญาจากชาวเน็ตว่า "เจ้าแม่ไร่อ้อย" เลยทีเดียว

ปล. อยากได้จดหมายรักบ้างจัง แต่ไม่ให้ใครอ่านหรอกนะ เค้าเขิน


โดย: Jevanni วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:49:23 น.  

 
^
^
^
มาบล็อกหนังสือทีไร
ไม่พลาดเจอ"นัทธ์"กับ"Jevanni"...คอหนังสือของแท้

สวัสดี วันใหม่ค่ะ
"จดหมายรัก"ได้ยินชื่อมานานพอสมควร..ยังไม่มีโอกาสได้อ่านซักที
อะไรที่คนเค้าว่าดี เค้าว่าสนุก เรามักช้ากว่าคนอื่นทุกที
แต่เป็นหนังสือที่ตั้งใจไว้แล้ว ว่าจะต้องหามาอ่านให้ได้ซักครั้ง
คนที่ไม่ได้อ่าน..คงไม่สามารถออกความเห็นได้ เพราะไม่ได้เข้าถึงตัวอักษรของ"ปราย พันแสง"อย่างแท้จริง

อ่านรีวิวแล้ว..รู้สึกอยากได้"จกหมายรัก"ซักฉบับจัง
ชีวิตนี้ยังไม่เคยได้รับซักฉบับเลย..น่าเศร้า
ได้แต่" e-mail รัก"อย่างเดียว ..อิ อิ

ปล.ถามอะไรซักอย่างได้ไหมค๊ะ??
แอบข้องใจตั้งแต่เห็นชื่อ"ขอรบกวนทั้งชุดนอน"แล้ว
ตอนเปิดบล็อกนี้ อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้ตั้งชื่อนี้ค่ะ???
หากเป็นการละลาบละล้วง ขออภัยด้วย
แต่อยากรู้จริงๆนะ


โดย: nikanda วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:1:23:53 น.  

 
เล่มนี้น่าอ่านมากกกกกๆค่ะ แต่ยังไม่เห็นที่ร้านหนังสือเลย
เราเพิ่งอ่านเรื่องรักใคร่ ของคุณปรายไป โอเคเลยค่ะ รีวิว city of angel ซะเราอยากหาวีซีดีมาดูเลย (แต่บัตรสมาชิกร้านเช่าหายไปแล้ว )


โดย: PinGz (Kai-Au ) วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:3:48:19 น.  

 
อือม์...ถ้าได้รับจดหมายรักแบบนี้ซักฉบับ...
เราคงยินดีที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเว้นที่ว่างให้กับ "ความรัก" อันอบอุ่นแบบนี้ได้...

แอบอยากรู้เหมือนคุณ Nikanda แต่ไม่กล้าถาม...


โดย: แม่ไก่ วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:44:12 น.  

 
"อือม์...ถ้าได้รับจดหมายรักแบบนี้ซักฉบับ...
เราคงยินดีที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเว้นที่ว่างให้กับ "ความรัก" อันอบอุ่นแบบนี้ได้..."

จะว่าอะไรไหม ถ้าข้าเจ้าขอลอกความคิดเห็นของ แม่ไก่ ทั้งดุ้น 555+

Happy Chinese New Year !
มั่ง มี ศรี สุข เน้อ อัศวินในชุดนอน


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:21:34 น.  

 


โดย: กาแฟเย็น (อาจารย์บ้านนอก ) วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:14:48 น.  

 
แวะไปเติมแก้วเบียร์ผมซะล้นเชียว ขอบคุณนะครับที่เปิดใจอ่านหนังที่ยังไม่ได้ดู ช่วงหลังนี้ผมพยายามหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงรายละเอียดในเรื่องอยู่พอสมควร (เข้าใจผู้ชมส่วนใหญ่อยู่เหมือนกัน) ผมอิจฉาคุณอยู่เหมือนกันน่ะที่ได้อ่านหนังสือดีๆเยอะแยะไปหมด (ส่วนตัวแล้วชอบการอ่านหนังสือมากๆ) แต่เดี๋ยวนี้ข้อจำกัดเรื่องเวลามันบีบรัดตัวเหลือเกิน การเลือกหาความบันเทิงจากการดูหนังจึงถือว่าสะดวกที่สุด ว่าง ๆจะแวะมาเยี่ยมอีกนะ...เพื่อนยาก


โดย: beerled IP: 203.154.187.189 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:21:29 น.  

 
เราเคยอ่านแล้วจ้ะเล่มนี้
ชอบจดหมายรักของไอน์สไตน์เหมือนกัน
ไม่คิดเลยว่านักวิทยาศาสตร์จะเขียนจดหมายรักได้ซึ้งขนาดนี้


โดย: กาแฟเย็น (อาจารย์บ้านนอก ) วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:43:36 น.  

 
# คุณ am^^
จะได้อ่านหนังสือ “จดหมายรัก” จบเล่ม หรือจะได้อ่าน “จดหมายรัก” ฉบับใด
ก็ไม่ซึ้งเท่าได้เขียน “จดหมายรัก” ให้ใครสักคน...จริงๆครับ


# คุณ January Friend
ตอนที่อ่านกล่องไปรษณีย์สีแดงนี่
มองเห็นหน้าดาราในภาพยนตร์เรื่อง “เพื่อนสนิท” ลอยเต็มหัวไปหมดเลยครับ
แต่ก็ถือเป็นอีกตอนที่ “น่ารัก” มากไม่แพ้ใครในเล่มอยู่เหมือนกัน

# คุณ i_lllive
ผมกำลังอยู่ในระหว่างกรอกใบสมัครเป็นแฟนหนังสือคุณ’ปรายครับ
แต่ถ้าจะให้เป็นสมาชิกชนิดแฟนคลับ คงต้องลองขออ่านอีกสักเล่มสองเล่มพอเป็นพิธี
ตอนนี้ในมือมี “ศาสดาเบสต์เซลเลอร์” อยู่อีกเล่ม แต่ดูท่าคงจะอีกนานกว่าจะถึงคิว -*-


# ปลาทองแก้มยุ้ย
ออกแนวเป็นจดหมายรีวิวหนังสือน่ะนะ
...โดยออกแนวจดหมาย(ส่วนตัว)มากกว่ารีวิวหนังสือนิดหน่อยอยู่เหมือนกัน
แต่พี่ก็ไม่ลืมแทรก “ประโยค” จากหนังสือลงไปด้วยแล้วนะ เลยกลายเป็นจีบสาวควบรีวิวไปในตัว 555+

# คุณนัทธ์
ขอแนะนำให้คุณนัทธ์เป็นฝ่ายจู่โจมก่อนเลยครับ เพราะทางเทคนิคแล้วจดหมายรักนี่
ใครเป็นฝ่าย “เมก ยัว มูฟ” ก่อนก็จะสามารถสร้างความประทับใจให้อีกฝ่ายได้มากกว่าครับ
ถ้าเราอยากจะให้ผู้รับมีความสุข เราก็ควรเริ่มก่อน แล้วจะ “ได้ความประทับใจไปกว่าครึ่ง” ^^


# คุณ Jevanni
เป็นจริงอย่างที่คุณว่ามาเลยครับ
ในหน้าแรกของ Love Letters เองก็นำคำพูดของ E.B. White มาลงไว้เหมือนกันว่า
“การพิมพ์จดหมายต่อสาธารณชน ถือว่าเป็นการโป๊เปลือยอย่างที่สุด
นอกจากเนื้อหนังมังสาของเขาเองแล้ว จะไม่มีสิ่งใดปกปิดเขาจากสายตาโลกได้อีกต่อไปแล้ว”
...แล้วผมมาเขียนจดหมายรักลง Blog แบบนี้ ชุดนอนผมจะหลุดหรือเปล่าเนี่ย...-*-

# คุณ nikanda
สวัสดีวันใหม่เช่นกันครับ โดยส่วนตัวผมเพิ่งหัดเล่น Blog มาได้แค่เกือบๆ 2 เดือน
ถ้าไม่นับของมือใหม่ด้วยกันก็เห็นจะมีแต่ Blog ของคุณ Jevanni นี่แหละครับที่ผมกดเข้าไปอ่านทุกหน้าทุกตอน
ฉะนั้นผมจึงเป็นพยานปากเอกได้เลยว่า “ขานี้นี่คอหนังสือตัวจริงเสียงจริงแน่นอน”

ถึงสมัยนี้แล้วใช้อีเมล์ก็ถือว่ารวดเร็วทันใจดีไม่หยอกเหมือนกันครับ
ส่วนระยะรอคอยที่จะส่งผลให้จดหมายมีค่าทางจิตใจมากยิ่งขึ้น(เพราะต้องรอ)
ก็เปลี่ยนเป็นการรออีกฝ่ายเขียนตอบกลับมาแทนก็แล้วกันนะ
จดหมายรักก็อย่าง อีเมล์รักก็ไปอีกอย่าง นี่อัพบล็อกรักก็ไปอีกอย่างเช่นกัน
จะได้อย่างไหนก็น่าจะอบอุ่นใจไม่แพ้กัน

ในส่วนของชื่อ “ขอรบกวนทั้งชุดนอน” นั้น
แท้จริงแล้วมันเป็นชื่อของ “หนังสือการ์ตูนผู้หญิง”เรื่องหนึ่งครับ
จำได้ว่าเคยอ่านไปเจอโฆษณาของการ์ตูนชื่อนี้ที่ท้ายเล่มของการ์ตูนเรื่อง นานะ
ก็จำไม่ได้ว่าเล่มไหนเหมือนกันคือเจอผ่านๆน่ะครับ แล้วพอตอนคิดชื่อมันก็ผ่านกลับมาอีกรอบ
แต่ทั้งอย่างนั้นก็รู้สึกชอบชื่อนี้มั่กๆ คือถ้าเราคิดภาพเด็กตัวเล็กๆ ลากตุ๊กตาเดินขยี้ตามากลางดึก
ร้องขอน้ำดื่มสักแก้ว ผมว่ามันเป็นการขอรบกวนที่น่ารักดี
แต่บางคนพออ่านชื่อแล้วชอบนึกถึงภาพผู้หญิง(หรือชายหนุ่ม)เดินบุกเข้ามาในห้องนอน
แล้วขอรบกวน...ทั้งชุดนอนที่พวกหล่อน(จะ)สวม(อีกไม่นาน) ฟังดูก็ซุกซนดี อันนี้ก็แล้วแต่นะครับ 555+
ก่อนที่จะเขียนตอบนี่ผมลองไปไล่ตาดูนานะครบทุกเล่มแล้ว...แต่ก็หาไม่เจอ...
ตกลงตอนนี้เลยไม่รู้เหมือนกันว่าเคยเจอมาจากที่ไหนแน่ บางทีอาจจะไม่ใช่นานะ บางทีอาจจะเป็นเรื่องอื่น
บางทีมันอาจจะไม่ใช่โฆษณาที่อยู่ในหนังสือการ์ตูน หรือกระทั้งบางทีมันอาจจะไม่ใช่ชื่อการ์ตูนด้วยซ้ำ!!

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้มันคือชื่อแทนตัวผู้ชายคนนึงที่อ่านหนังสือแล้วหยิบยกมาพูดคุยกันครับ

ปล ไม่เป็นการละลาบละล้วงหรอกครับ
ยิ่งกับคนที่สวมชุดนอนเดินโทงๆ ไปเยี่ยมบ้านของคุณบ่อยๆด้วยแล้ว
ความเกรงใจในคำถามยิ่งไม่ควรมี ^^


# คุณ PinGz
เล่มนี้ฟังมาจากเจ้าของเก่าเค้าว่า “เก่า” มากพอสมควรครับ เก่า...แต่ว่าก็แพร่หลายอยู่เหมือนกัน
คาดว่าลองได้ออกแรงหาสักหน่อยคงพบเจอได้ไม่ยาก
พูดไปอย่างนั้นแต่ผมเองถ้าไม่มีคนเอามาให้ก็คงอดอ่านเหมือนกัน

กับ city of angel นี่ผมไม่เคยอ่านที่คุณ’ปรายเขารีวิวไว้ แต่เป็นหนังที่ผมได้ดูตอนที่มันเข้าฉายในโรงฯ
แล้วไม่ลืมที่จะหยิบมันกลับมาบ้านในรูปแบบแผ่น VCD เรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังดีครับ
ชอบเงื่อนไขความรักของเทวดา อารมณ์สดใสในการมีชีวิต
และองค์ประกอบอื่นๆอีกหลายอย่าง รวมไปถึงเพลงประกอบด้วยครับ

# คุณแม่ไก่
จดหมายรักแบบนี้จะต้องมีมาถึงคุณแม่ไก่เข้าสักวันอย่างแน่นอนครับ
ส่วนผมไปเอามาอะไรมายืนยันแน่ใจนั้น...ก็คงเป็น “อะไรที่โรแมนติกกว่า” ที่ผมเขียนไว้ในจดหมายนั่นแหละครับ

ปล ที่คุณแอบอยากรู้ผมตอบแบบโจ่งครึ่มไปแล้วนะครับ


# สาวปลิว
เจ้า “อะไรที่โรแมนติกกว่า” นี่เป็นของที่เราสามารถแบ่งกันใช้ได้ครับ
จดหมายจะต้องมาถึงสาวปลิวแน่
และคงจะเป็นจดหมายรักที่สำนวนรักเหลือร้ายกว่าของผมนับ 100 เท่าอย่างแน่นอน
เพระชายหนุ่มที่ตกหลุมรักกวีสาวนั้นจะต้อง “มีดี” ในภาษาอยู่พอตัว ^^

# คุณกาแฟเย็น
ไม่ได้มองในแง่อัจฉริยะหรือนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก
แต่ผมชอบผู้ชายคนนี้ที่มีมุมมองความรักที่ค่อนข้างเป็นสากลกับกาลเวลา
เรียกว่าจะพูดไว้นานแค่ไหนแล้วทุกวันนี้ก็ยังหยิบยกมาใช้ได้แบบไม่รู้สึกเชย


# พี่ beerled (ขอบังอาจเรียกพี่นะครับ)
พี่เล่นลงท้ายว่า “เพื่อนยาก” เล่นเอาผมอ่านแล้วได้รสเหล้าในลำคอขึ้นมาทันที
Blog ของพี่เป็นภาพยนตร์ ส่วน Blog ของผมเป็นหนังสือ
แม้จะต่างเส้นทาง แต่วันนี้ผมอยากจะขอยกเหล้าหนึ่งจอกดื่มเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับพี่
Blog ของเราแม้ไม่ได้เกิดวันเดียวกันแต่ก็จะขอตายวันเดียวกัน มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน
สหายของผมก็จะเป็นสหายของพี่ ศัตรูของพี่ก็จะเป็นศัตรูของผม

หากวันใดแวะผ่านมาอย่าลืมตอบรับ(หรือบอกปัด)คำสาบานนี้พร้อมรับเหล้า 1 จอกไปจิบพอเป็นพิธี
พอหลังจากเสร็จพิธีแล้วเราจะได้ไปรับน้อง ลงทะเบียนวิชาเรียน แล้วท่อง(ป่วน)ยุทธ์จักรกันสองพี่น้อง


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:55:29 น.  

 
กระจ่างแจ้งแล้วค่า
สำหรับที่มาของชื่อ"ขอรบกวนทั้งชุดนอน"
ที่คุณอธิบายมา...นึกภาพตามมันก็น่ารักดีนะคะ

บอกตามตรงว่าครั้งแรกที่เห็นชื่อในบล็อกของเรา
สะดุดตากับชื่อมาก...คิดในใจใครหนอช่างกล้าตั้งชื่อบล็อกอย่างนี้
คิดในใจมานานแล้วว่า...เอ...อะไรคือแรงบันดาลใจ??
ปกติไม่ใช่คนคิดลึกนะ..ออกตัวไว้ก่อน
แต่เห็นชื่อแล้ว...ออกแนว

ตามมาที่บล็อก จะเม้นท์ครั้งแรก
ยังแอบคิดในใจ....เฮ้ย...อะไรกัน มาบอกว่า"ขอรบกวนทั้งชุดนอน"
"ชั้นเปล่าแก้ผ้ามาอ่านบล็อกนะยะ"
แต่ต้องยอมรับค่ะว่าผิดคาด ได้อ่านตัวหนังสือของคุณแล้ว
ชอบค่ะ ชอบการคอมเม้นท์และตอบคำถาม
ที่บอกให้รู้ว่า คุณอ่านอย่างใส่ใจจริงๆ

ดีใจจังค่ะที่ได้รู้จักคน"ชอบอ่าน"เหมือนกัน


โดย: nikanda วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:5:54:57 น.  

 
แวะมาตอบ...จากที่คุณทิ้งความคิดเห็นไว้ใน Blog เรา

ไม่ว่าหรอกค่ะ ...เพราะเราเขียนด้วยอารมณ์ ขำ และเซ็งๆ ตัวเองอยู่แล้วล่ะ
เป็นเรื่องบอกเล่าธรรมดา สำหรับเหตุการณ์เฟอะฟะในวันนั้นๆ ...เมื่อเหตุการณ์นั้นผ่านไปแล้ว มันก็กลายเป็นเรื่องขำๆ แค่นี้ ชีวิตก็มีความสุขแล้วล่ะ

คุณลองรื้อๆ อ่านเรื่องเก่าของเราดู แล้วจะเห็นเองว่า
บางวัน มันก็เป็นเรื่องเครียดๆ เหมือนกัน
มีอยู่ช่วงนึง ที่เขียนบ่นอะไรต่อมิอะไรติดๆ กัน
จนเพื่อนว่า ...เธอไม่คิดเขียนอย่างอื่นนอกจากบ่น (รึไงวะ)

ก็เลยเปิด blog ไว้บ่น ระบาย เป็นจุดประสงค์แรกนี่นา

ปล. ....ขอลงความเห็นว่า "ผู้ชาย" อ่านหนังสือละเอียดกว่าผู้หญิง (หมายถึง เราเอง) เพราะมันจะเจอความเห็นและคำถามบางอย่างจากผู้ชาย ที่เรานึกไม่ถึงเสมอ


โดย: นัทธ์ วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:46:48 น.  

 
ส่ง link เพลงไปหลังไมค์นะคะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:55:31 น.  

 
เห็นทีผมต้องหามาอ่านบ้างซะแล้ว

นานเท่าไหร่แล้วน่ะที่ไม่ได้รับจดหมายมาอ่าน

อีเมล 10 ฉบับก็ไม่เท่า จดหมายฉบับ

ใครละจะไม่ชอบอ่านจดหมาย

คิดเหมือนผมไหมครับ



โดย: เด็กผู้ชายที่ไม่เตะบอลตอนกลางวัน (kanapo ) วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:29:40 น.  

 
เล่มนี้เหมือนยูเคยอ่านแล้วนะค่ะ แค่ยังอ่านไม่จบเลย
เอาไปวางไว้ที่ไหนน้า

เป็นความรักที่ซาบซึ้งมากๆ มันชวนทำให้นึกถึงหนังเรื่อง the letter จดหมายรัก ของบ้านเรา

สงสัยต้องไปขุดมาอ่านใหม่ซะแล้ววว..

ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้นึกถึงหนังสือเล่นนี้อีกครั้ง


โดย: ..ยออู.. วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:04:16 น.  

 
หวัดดีค่ะ
ยังไม่เคยอ่านเลย ไมเราตกกระแสเงี้ยว้า


โดย: ตุ๊กตาซัง IP: 125.27.104.138 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:28:10 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ
อยากอ่านบล็อกใหม่เร็วๆง่ะ



โดย: Jevanni วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:00:12 น.  

 
ตามมาจากที่ไปคอมเมนต์บล็อกเราไว้นะคะ

น่าอายจัง...
ไปเม้นต์ที่บล็อกเราตั้งแต่เดือน ธ.ค. เพิ่งจะได้อ่านก็วันนี้เอง

เข้ามาอ่านแล้วติดใจหนังสือเล่มนี้ค่ะ
จะมาบอกว่า...ชอบหนังสือเล่มนี้มาก ๆ เหมือนกัน
แต่เราจะชอบบทของ "ยาขอบ" มากที่สุด
อ่านแล้วแทบจะกัดลิ้นตายซะให้ได้
ทั้งคนเขียน-คนตอบทันกันดีจริง ๆ

ก็ขอบคุณนะคะที่สนใจเข้าไปอ่านบล็อกของคนขี้เกียจ ๆ คนนึง (ประมาณ 2-3 เดือน อัพที แย่จัง )


โดย: nanni วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:53:03 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณ ขอรบกวนทั้งชุดนอน(ขอเรียกสั้นๆ ว่าอะไรดีคะ)

อ่านบล็อกนี้ของคุณแล้วต้องกลับไปอ่านบล็อกเดิมของตัวเอง

จดหมายในหนังสือเล่มนี้ที่อ้อนชอบมากที่สุดก็อย่างที่เขียนไปในบล็อกนู้นว่าเป็นจดหมายจากไข่นุ้ยถึงดากานดา

อาจเป็นด้วยประสบการณ์แบบเพื่อนสนิทมั้งคะที่ทำให้ชอบ
เคยได้ยินประโยคที่ว่าเรามักเชื่อความคิดเห็นของคนที่คิดเห็นตรงกันกับเราก็คงใช้กับอ้อนในเรื่องนี้ได้เหมือนกัน

ในอนาคตก็ไม่แน่อาจจะชอบตอนอื่นๆ แซงหน้าไปก็ได้ค่ะ

ปล.อ่านแล้วหวานมากๆ เลยค่ะ ความในใจ กับจดหมายรักฉบับแรกของคุณ


โดย: BeCoffee วันที่: 15 เมษายน 2551 เวลา:22:58:55 น.  

 
เป็นรีวิวหนังสือที่น่ารักที่สุดที่เคยอ่านมา

...

แต่ว่า...ในเมื่อมันจบไปแล้ว
ก็ยิ้มแล้วสู้ต่อไปนะคะ


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 6 มิถุนายน 2551 เวลา:3:20:01 น.  

 
จดหมายฉบับนี้ยังสวยงามในความรู้สึกผมเสมอครับ
เพียงแต่ตอนนี้เวลาอ่าน ใบหน้าของหญิงสาวที่ลอยมาเปลี่ยนคนไปเท่านั้นเอง ^^
จดหมายนี้ช่วยให้ผมยืนยันกับตัวเองได้ว่า อยากมีความรัก อยากดูแลผู้หญิงที่อยู่ในจดหมายนี้
และคราวนี้อยากพบเจอผู้หญิงที่เหมาะกับจดหมายนี้จริงๆ เสียที

ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ ^^
ตอนนี้ฟิตเต็มร้อยครับ


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:14:11:07 น.  

 
อย่างเห็นหน้าคุณจัง


โดย: นานา เรนา IP: 192.168.200.109, 118.174.39.86 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:36:58 น.  

 
เราจะก้าวไปถึงแค่ไหนถึงจะมีความสูข


โดย: พรดาว IP: 192.168.200.109, 118.174.39.86 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:40:24 น.  

 
ขอบคุณพี่มากนะคะ ที่เคยมีความรู้สึกที่ดีขนาดนี้ให้ ในตอนนั้นเรายังเด็กและคิดไม่ได้ว่าความรักจริงๆแล้วมันเป็นยังไง จนโตขึ้นมาวันนี้ พอได้รู้และเข้าใจความรักมากขึ้น และรู้ว่าครั้งนึงเคยมีคนที่ดีกับเราขนาดนี้ อยากจะขอโทษนะคะ ที่เคยทำให้พี่เสียใจ เสียความรู้สึก แต่ไม่รู้จะทำยังไง เลยลองแวะเข้ามาดูที่นี่ รู้ว่าจริงๆพี่ลบไปแล้วและคงอาจจะไม่เห็น :)


โดย: Y_ _ G IP: 24.18.207.46 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:8:17:28 น.  

 
Y_ _ G

ตอนนั้นเห็นข้อความอยู่นะ แต่เลือกที่จะลบและลืมเพื่อที่จะได้รักษาความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กันไว้ให้มากที่สุด เข้าใจในความโกรธและไม่พอใจที่ทำให้หญิงพูดแบบนั้น , ขอโทษเหมือนกันกับทุกอย่างที่เคยทำให้หญิงไม่พอใจ ขอโทษที่ไม่สามารถทำให้หญิงมีความสุขมากอย่างที่ตั้งใจไว้ได้ ขอโทษที่ให้เวลาหญิงได้ไม่มากพอ

หญิงอย่าได้รู้สึกผิดอะไรนะ หญิงอาจจะคิดว่าตอนนั้นหญิงทำตัวเด็กๆหรือไม่ดียังไง แต่ตอนนั้นเราก็รักกันจริงๆ และพี่ก็รักหญิงในแบบที่หญิงเป็นตอนนั้นจริงๆ

เราต่างโตขึ้นแล้ว อยากให้มองกลับมาที่อดีตแล้วอมยิ้ม
อมยิ้ม...ขำในสิ่งที่เราเคยทำและมีความสุขในที่ๆที่เราเคยอยู่ด้วยกัน


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:12:52:44 น.  

 
อืมมม ... ไม่ต้องขอโทษหรอกนะคะ มันผ่านไปแล้ว ไม่ว่าในฐานะอะไรพี่ก็ยังเป็นคนดีอยู่เสมอ ที่เราต้องขอโทษเพราะว่าเรารู้ว่าเราทำไม่ดี วันนึงข้างหน้าเราอาจจะเดินสวนกัน เราจะได้ทักกันได้แบบสนิทใจ .... จากที่คุยกับพี่ พี่ก็ลองเปิดใจ เปิดโลกบ้างนะคะ ออกมาจากที่ที่เราเคยอยู่ หน้าจอคอม โลกหนังสือ ไม่รู้ว่าเราคิดถูกหรือเปล่านะคะ เพราะเราเชื่อมาแต่ไหนแต่ไรว่า ต่อให้เราอ่านหนังสือร้อยเล่ม ก็ไม่เท่ากับเราได้ลองทำหรือลองไปในที่ที่เค้าเขียนถึง ความรู้สึกมันต่างกันค่ะ สิ่งที่มันติดในใจเราก็ต่างกัน อย่ามัวแต่หมกตัวอ่านหนังสือ อยู่หน้าคอมเลยนะคะ ลองออกไปเที่ยวดูเพื่อจะมีอะไรในชีวิตขึ้นมาบ้าง ทำอะไรที่ไม่เคยทำดูบ้าง อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลงค่ะ วันนึงที่พี่มีครอบครัวพี่จะได้มีเรื่องเล่าให้ลูกฟังว่า พ่อเคยทำแล้ว หรือพ่อเคยไปมาแล้ว ดีกว่าบอกเค้าว่า พ่อเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้คนเขียนเค้าบอกว่า .... เอา
ง่ายๆแค่วันนี้ เวลาที่พี่อ่านหนังสือแล้วเคยอิจฉาคนเขียนไหมว่า ดีจังเค้าได้ไปที่นี่ เค้าได้เจอเรื่องแบบนี้ เค้าคิดแบบนี้ได้ยังไง เราก็ทำแบบเค้าได้ค่ะ อาจจะทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ แค่เรากล้าและอยากจะทำ อย่าไปสร้างเงื่อนไขอะไรให้ชีวิตมันเยอะเลยค่ะ =) Adventure is out there! Let's do it.Okay?


โดย: Y _ _ G IP: 24.18.207.46 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:8:07:12 น.  

 
aye aye sir!

ชีวิตในตอนนี้มีเส้นแบ่ง ความสมดุล และจุดลงตัวอยู่แล้ว ทั้งในและนอกจอ ทั้งนอกและในหนังสือ อาจจะมีขาดตกไปบ้างคงเป็นการออกเดินทางไปที่ไหนไกลๆ ซึ่งอาจไม่ใช่แนวที่พี่ถนัดและต้องการนัก แต่ในจุดที่เราสามารถไปได้แต่ไม่ไปมันเลยดูแปลกๆ ดังนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะปิดประตูไม่ออกไปไหน ถ้ามีโอกาสจะนำคำแนะนำของหญิงไปใช้ และออกเดินทางไปไกลๆดูบ้าง

และสัญญาว่าแม้ถ้าไม่มีโอกาส
ก็จะสร้างโอกาสให้ตัวเองได้ออกเดินทางขึ้นมาให้จงได้


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:22:59:52 น.  

 
Hahaha keep your word =)
Uhmm,Take care yourself and your heart na ka .If someday you need someone to talk to,I'm always right here . Good Luck! =D


โดย: YG IP: 24.18.207.46 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:20:29:32 น.  

 
สวัสดีค่ะทุกท่าน
วันนี้ว่างว่างเหงาเหงา เลยมาเปิดคอมดูว่าจะมีใครเหงาเหมือนเราบ้าง จะเข้าไปเล่นแชทก็บอกตามตรงว่าคุยกับเขาก็ไม่รู้เรื่องสงสัยต้องหัดนอนดึกตอนคืนวันจันทร์บ้างแล้ว

จำได้ว่านานมาแล้วเคยเข้าไปนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดที่ชั้นหนังสือทั่วไปมีหนังสือเล่มนึงไม่ใหญ่มากชื่อว่าจดหมายรัก.... เราก็เลยลองพิมพ์คำว่าจดหมายรัก ปรายพันแสง ที่หน้า Google และเราเจอจดหมายรักมากมายแต่ที่สดุดตามากที่สุดคือ.. ผมไม่รู้ที่อยู่ของเธอ...แต่นี่คือจดหมายรักที่เราส่งถึงกัน...
พอมาอ่านไปอ่านมา ก็ทำให้ฉันรู้ว่า ในโลกนี้มีคนที่ ผิดหวัง สมหวัง แอบรัก แอบมอง มากมายไม่ได้มีแค่เราที่เหงา เศร้า ไม่มีใครแต่ทุกคนก็ได้แยกความรู้สึกอยากรักออกจากอยากทำความฝันกันทุกคน ...
เมื่่อไม่นานมานี้มีชายคนหนึ่งบอกกับฉันว่า...เราสองคนอยู่บนเส้นขนานที่ไม่มีวันมาบรรจบกันได้แต่เราจะเดินไปพร้อมๆกันคอยเป็นกำลังใจให้กัน และถ้าเป็นไปได้เราจะไปเจอกันที่จุดหมายปลายทาง...
ฉันอยากให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ความรู้สึกแรกที่บอกฉันคือ ขอบคุณคำพูดที่คุณบอกมาอย่างน้อยก็ทำให้ฉันมีความหวัง...หวังในสิ่งที่ไม่มีทางเป็นจริง....


โดย: เทียนไข IP: 118.175.152.45 วันที่: 27 พฤษภาคม 2556 เวลา:15:13:00 น.  

 
อย่าเสียใจเลยนะคะคุณเทียนไข สำหรับคนที่มีความฝัน เค้าก็อยากที่จะวิ่งตามฝันไป เค้าคงจะดีใจนะคะที่หันมาก็ยังมีคุณอยู่ข้างๆเค้า เป็นที่พักพิงในวันที่เค้าเหนื่อย ไม่มีใคร แต่ถ้าคุณรู้สึกว่ามันทรมานกับการรอคอยที่ไม่รู้จะมาถึงเมื่อไร บางทีก็ต้องตัดใจนะคะ เมื่อถึงจุดๆหนึ่งในชีวิต ในเวลาที่คุณเจอคนที่ใช่ คุณจะไม่รู้สึกเหนี่อย หรือต้องวิ่งตามเหมือนที่ผ่านมา แล้วเมื่อคุณมองย้อนกลับมาคุณอาจจะไม่เหลือความรู้สึกอะไรให้กับคนเก่าๆ นอกจากความทรงจำที่ดีเท่านั้นก็ได้ค่ะ สู้ๆนะคะ :) เราในฐานะคนช่างฝัน มันดีมากๆเลยนะคะ ที่ทุกครั้งที่เราหันกลับมามีอีกคนที่คอยอยู่ข้างๆ ในยามที่ทุกข์และสุข แต่มันก็คงเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไปที่เราจะไปสุขบนความทุกข์ของคนอื่น เรื่องแบบนี้บางทีมันก็ถูกที่แต่ผิดเวลา กว่าจะรู้ตัวอีกที มันก็สายไปแล้ว ....


โดย: ...... IP: 24.18.207.46 วันที่: 10 กรกฎาคม 2556 เวลา:20:07:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ขอรบกวนทั้งชุดนอน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
5 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ขอรบกวนทั้งชุดนอน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.