I'm not a Chef...but I sure am a Good Cook!
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2568
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
25 ธันวาคม 2568
 
All Blogs
 

❤❤ Toffee Mocha Cake ❤❤

จับยามสามตา ได้ฤกษ์ทำขนมอบตามคำขอแต่ชาติปางก่อน ไม่ทำให้ต้องมีเคืองกันไปจนตายแน่ ๆ
เรื่องเล่ามีอยู่ว่า ทนไม่ได้ที่ต้องเห็นคุณพี่ไปตระเวนหาเค้กที่เธอชอบ (Toffee Cake) นั่นเอง
หลายวันก่อนย่องไปส่องกาแฟค่ายดัง ตั้งใจจะไปหาซื้อของขวัญปีใหม่ใบที่ร้อยแปดให้ตัวเอง
ฉันเป็นจำพวกบ้าคลั่งแก้วกาแฟร้อน (Tumbler) ที่มีอยู่ยังใช้ไม่ครบ จะไปสอยของใหม่อีกแล้ว
ไม่ได้แก้วกาแฟกลับมา แต่ได้ขนมมาฝากคุณพี่ วันที่ไปส่องหาทอฟฟี่เค้ก น้องพนักงานแจ้งว่า
เพิ่งมีคนตัดหน้าเหมาเอาไป ฉันแอบดีใจ ดีเลย เราไม่ต้องเสียเงิน ฿150 สี่ชิ้นน้อยนิด แพงอ่ะ

เมื่อได้เม็ดมะม่วงหิมพานต์มาแล้ว ก็ต้องจัดตามคำร้องขอ รอกินตั้งแต่ชาติปางก่อนจนบัดนาว
เมื่อเอ่ยถึงเค้กดังของค่ายสวนดุสิต ทอฟฟี่เค้ก คุณบี๊ห์มีเรื่องเล่าสู่กันฟัง เมื่อหลายปีมาแล้ว
คนหิ้วทอฟฟี่เค้กสวนดุสิตไปฝากเพื่อนรุ่นน้อง สามีเธอเป็น GM โรงแรมดัง ระหว่างส่งมอบขนม
เชฟชาวฝรั่งเศส คุณอังเดรเดินผ่านมาพอดี เพื่อนปูส่งเค้กให้เชฟชิม เชฟถามว่า นี่เค้กอะไร??
เพื่อนว่า “ทอฟฟี่เค้ก Toffee Cake” เชฟทำหน้างง ประมาณติดสงสัย เค้กไรหว่า? สัญชาติอะไร?
เค้กของชาติไหน? จะบอกว่ามันเป็นบราวนี่ แต่ดันมีหน้าคาราเมลเม็ดมะม่วงอย่างหนา??

ด้วยความรู้เท่าหางอึ่งในเรื่องขนมอบ (เบเกอรี่) ฉัน(นังบี๊ห์) อธิบายให้เชฟอังเดรฟังที่มาที่ไปของ
ขนมฮอตฮิตในช่วงเวลานั้นของชาวไทย ทอฟฟี่เค้กของสถาบันสวนดุสิตฯ สมัยนั้นโด่งดังมาก
ขายดีขนาดต้องสั่งล่วงหน้า สมัยโน้นวงการเบเกอรี่บ้านเรายังแคบค่ะ มีขนมอบค่ายดังไม่มาก
ร้านขนมมีไม่เยอะยุงชุมแบบยุคสมัยนี้ คนทำเบเกอรี่อร่อยเลิศแบบทำขายแบบโฮมเมดมีไม่กี่เจ้า
สวนดุสิตเป็นหนึ่งในยุคสมัยนั้น อร่อยจัดในย่านขนาดฉันต้องให้ม้าเร็วซิ่งมอไซค์ไปซื้อบ่อยมาก
สมัยโน้นมีเค้กอร่อยร้านดังไม่กี่เจ้า ช็อกหน้านิ่มและเค้กส้มร้านกัลปพฤกษ์ โดยหม่อมเจ้าภีศเดชฯ
บราวนี่เจ้าอร่อยของคุณพี่ปัทมาในซอยประสานมิตร ต้องสั่งจองล่วงหน้าเช่นกัน สมัยโน้นชิ้น 5 บาท
เค้กมะพร้าว เอแคลร์หงส์ พายผีเสื้อ ซอสเสจเนื้ออร่อยเลิศของโรงแรมเอราวัณ ขนมปังบียอช
อร่อยเลิศของค่ายดุสิตธานี ร้านดังขายดีก็จะมีประมาณนี้ค่ะท่านผู้ชม (ฮาา กระทู้วัดอายุคนเขียน) 

ฝันไปไกล ออกทะเลไปแล้ว ตื่น..ตื่น กลับมาที่ทอฟฟี่เค้กของฉัน ขอสารภาพว่าเป็นครั้งแรกกับ
การทำเค้กฮอตฮิตในอดีต ที่ตอนนี้กลับมาฮิตติดกระแสขนาดกาแฟแบรนด์ดังของโลกยังต้องมีขาย
ไม่ใช่เล่นตัวไม่อยากทำ แต่ฉันกลัวจะทำไม่ได้(ดี) ดูจากสูตรแล้วมันซับซ้อนหลายขั้นตอนการทำ
คนแซวฉันว่า “ขนมยากกว่านี้เห็นตัวทำมาแล้ว ยากกว่านี้อย่าง Sticky Pecan Up Side Down
และอีกหลายอย่างที่เธอเคยทำ แค่ทอฟฟี่เค้ก!! ทำไมตัวจะทำไม่ได้” ป๊าดดด จะดีใจหรืออย่างไร
ยังมองเห็นคุณค่าและฝีมือในตัวน้องสาว เฮ้อออ ปาดเหงื่อแพร๊บ คุณพี่ยังคงยืนกรานจะให้ฉันต้องทำ
คงจะอยากกินมากขนาดสั่งออนไลน์เม็ดมะม่วงหิมพานต์มากองไว้ให้แล้ว ถึงเวลาที่ต้องทำแล้วสินะ 

ทอฟฟี่เค้กมีหลายสูตร ฉันมีสูตรจากศิษย์เก่าสวนดุสิตฯ สำหรับฉันยังรู้สึกไม่เท่าไร เหมือนยังไม่ถึงฝั่ง
จำต้องเลือกทำสูตรดั้งเดิมของเจ้าต้นตำรับ "สวนดุสิต" เป็นการเบิกทาง แล้วค่อยหาสูตรอื่นมาทำ



Toffee Mocha Cake - ทอฟฟี่ มอคค่า เค้ก







Toffee Cake – ทอฟฟี้เค้ก
ส่วนผสมตัวเค้ก (ถาดอบขนาด 10x10 นิ้ว)
* แป้งเค้ก 110 กรัม (หรือแป้งเอนกประสงค์)
* ผงฟู 1/2 ช้อนชา
* เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา
* ผงโกโก้ 8 กรัม
* ผงกาแฟ 2 กรัม
* ไข่ไก่เบอร์ 2 - 4 ฟอง
* เนยเค็มละลาย 120 กรัม
* น้ำตาลทราย 100 กรัม
* นมข้นจืด 40 กรัม
* เกลือ 1/4 ช้อนชา
* Ovalette หรือ SP 10 กรัม
* กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา









วิธีทำทอฟฟี่เค้ก
1. ร่อนแป้ง + ผงฟู + เบกกิ้งโซดา + ผงโกโก้ + ผงกาแฟ เข้าด้วยกันสองรอบ เตรียมไว้
2. เตรียมถาดสี่เหลี่ยม ขนาด 10x10 นิ้ว หรือใส่ในพิมพ์อบแบบต่างๆ ตามชอบ
3. ละลายเนยด้วยเตาไมโครเวฟ พักไว้พออุ่น (ในอุณหภูมิห้อง)
4. ตอกไข่ใส่อ่างผสม ตีด้วยความเร็วสูงประมาณ 3 นาที เติมเกลือ
ทยอยใส่น้ำตาล ตีต่อจนขึ้นฟูเป็นสีขาวเนื้อเนียน
5. เทส่วนผสมแป้งผสมผงกาแฟและโกโก้ลงไปในส่วนผสมไข่
ตะล่อมส่วนผสมเบาๆ จนเข้ากัน เทเนยละลายลงไป คนผสมให้เข้ากัน
6. เทส่วนผสมใส่ในถาดที่เตรียมไว้ ใช้พายยางเกลี่ยให้หน้าเสมอกัน
เคาะพิมพ์ไล่ฟองอากาศ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส
อบด้วยไฟบนล่าง (ไม่เปิดพัดลม) อบประมาณ 25-30 นาที หรือจนกว่าจะสุก
7. นำขนมออกจากเตา ยกพิมพ์ขึ้นแล้วปล่อยพิมพ์กระแทกเบา ๆ ครั้งสองครั้ง
ให้เค้กเซตตัว พักให้เย็นประมาณ 20-25 นาที ไปต่อที่หน้าทอฟฟี้คาราเมล


คงจะตื่นเต้นกับการทำครั้งแรก อาการงกๆ เงิ่น ๆ
ลืมถ่ายขั้นตอนการทำ รวบรัดมาเป็นภาพนี้ หุหุ 









ด้วยความขี้เกียจตัดชิ้น ทำใส่ในพิมพ์ฟอยด์แบบนี้ กินด้วยช้อนก็สะดวกดี

หมายเหตุ - ระหว่างอบเค้ก ไปเตรียมคาราเมลซอสไว้ แต่ยังไม่ต้องใส่เม็ดมะม่วง
เมื่อนำเค้กออกจากเตาเพื่อรอราดซอส ใส่เม็ดมะม่วงลงไปแล้วราดหน้าขนมทันที
ไม่ควรทิ้งเค้กไว้จนเย็นตัว จะทำให้เนื้อเค้กแน่น เมื่อนำเข้าอบต่อในส่วนหน้าซอส
ความร้อนทำให้เค้กที่อบแล้วสุกเพิ่ม อาจทำให้เนื้อเค้กสุกเกินไป และเนื้อเค้กแน่น











ระหว่างรอขนมสุกประมาณ 20-25 นาที ขึ้นอยู่ขนาดพิมพ์ 
ไปเตรียมส่วนหน้าทอฟฟี่คาราเมล


ส่วนผสมหน้าทอฟฟี่คาราเมล
* น้ำตาลทราย 120 กรัม
* นมข้นจืด 70 กรัม หรือ วิปปิ้งครีม
* เนยสด(เค็ม) 120 กรัม
* แป้งเอนกประสงค์ 25 กรัม
* กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
* เมเปิ้ลไซรัพ 1 ช้อนชา หรือ คอร์นไซรัพ หรือน้ำผึ้ง
* เม็ดมะม่วงหิมพานต์(อบ) 300 กรัม

วิธีทำหน้าทอฟฟี่คาราเมล
1. ใส่น้ำตาลในหม้อ ปล่อยให้น้ำตาลละลายเป็นคาราเมล ใส่เนยลงไปผสมให้เข้ากัน
เติมวิปปิ้งครีม หรือนมข้นจืด ใส่เกลือ จากนี้คนเรื่อยๆ จนส่วนผสมละลายเข้ากันดี

2. ใส่ผงกาแฟลงไปคนให้ละลาย ค่อยๆ เติมแป้งสาลี คนเร็วๆ อย่าให้แป้งจับตัวเป็นลูก
ใส่คอร์นไซรัพ หรือน้ำผึ้ง เติมวานิลา คนส่วนผสมให้เข้ากันจนเนียน ปิดไฟเตาก่อน

3. ใส่เม็ดมะม่วงอบ คนผสมให้เข้ากัน นำส่วนคาราเมลนี้ไปราดบนหน้าเค้กที่เตรียมไว้

4. นำขนมเข้าอบ โดยวางถ้วยน้ำ หรือวางถาดใส่น้ำไว้ในเตาช่วยตัวเค้กไม่แห้งมาก
และยังมีความชุ่มฉ่ำ นำขนมเข้าอบต่อที่อุณหภูมิ 200 C อบประมาณ 10-15 นาที
หรือจนกว่าหน้าขนมจะแห้งและมีสีน้ำตาลสวยงาม นำขนมออกจากเตามาพักให้เย็น
เมื่อขนมเย็นตัวแล้ว นำไปแช่ต่อในตู้เย็นจนส่วนหน้าคาราเมลอยู่ตัวดี นำขนมมาตัดชิ้น




 


หมายเหตุ
* อบเค้กสุกแล้วราดหน้าทอฟฟี่ทันที ไม่ต้องพักให้เย็น ถ้าพักเย็นเค้กจะหดตัวเยอะ
* อบแบบรองน้ำทุกขั้นตอนช่วยให้เนื้อเค้กไม่แห้ง อย่าใส่น้ำเยอะ จะทำให้เนื้อเค้กแฉะ










การทำไม่ยุ่งยากอย่างที่แอบวิตกจริต ฉันทำออกมามันต้องไม่ได้(ดี)แน่
วันรุ่งขึ้นทำเพิ่มอีก ทำเป็นของฝากในช่วงเทศกาลไปฝากบ้านน้องสาวค่ะ









บทสรุป .... คนอยากจะกินบอกว่า สูตรนี้อร่อยแล้ว ไม่หวานมาก
เหมาะกับฉันคนเป็นเบาหวานกินได้ ยาวไป ยาวไป ... แป่ววววว 







 

Create Date : 25 ธันวาคม 2568
0 comments
Last Update : 26 ธันวาคม 2568 11:47:13 น.
Counter : 2363 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณThe Kop Civil, คุณtoor36, คุณทนายอ้วน, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณhaiku, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณ**mp5**


บ่งบ๊ง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1913 คน [?]




ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่บ้านแห่งความสุขค่ะ วันทั้งวันหมกมุ่นแต่เรื่องทำกิน ทั้งวี่ทั้งวันวุ่นวายแต่เรื่องในครัว เรื่องสังสรรค์เฮฮาพอมีประปราย

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่แวะมาเยือน นำพามาซึ่งความสุขและสิ่งดีงามมีสาระ มาร่วมแชร์ความคิดเห็น นำเสนอเรื่องราวการทำอาหารและขนม รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ แบบไม่ปิดบังซ่อนเล้น มีความสุขกับการเข้าครัวในทุกวัน ซึ่งถือเป็นการคลายเครียดอีกทั้งจรรโลงโลกใบนี้ให้น่าอยู่และงดงามตราบนานเท่านาน ....



เมี่ยงคำกลีบบัว

หมี่กรอบโบราณ

น้ำจิ้มเมี่ยงคำ

เมี่ยงมะม่วง

ยำส้มโอ

ข้าวตังหน้าตั้ง

กระทงทอง

มัสมั่นไก่และเนื้อ

เนื้ออบสูตรประจำตระกูล

ปีกไก่ทอดซีอิ้ว

กล้วยเชื่อมแดง

ไก่อบเกือบจะ S&P

Filipino Chicken Adobo

ซอสเย็นตาโฟในตำนาน

น้ำจิ้มสุกี้ชาบูเลอเลิศ

น้ำพริกสะระแหน่-น้ำจิ้มลุยสวน

น้ำจิ้มชนิดต่างๆ

ซอสเทอริยากิ

ไข่ตุ๋นเนื้อเนียน

Mango Cheese Cake

Strawberry Cheese Cake

Cheese Pie

New York Cheese Cake

เค้กมะตูมสูตรอร่อย

เค้กอินทผลัม Dates Cake

ปลาทูต้มเค็ม

ไข่พะโล้-ต้มเค็มพะโล้-ก๋วยจั๊บ

ข้าวหน้าไก่สูตรเด็ด

บะหมี่หน้าไก่

อุ๊กไก่-ไก่พม่า

ซุปไก่มุสลิม

ผักดอง-Veggies Chutney

ครองแครงกรอบสูตรประจำตระกูล

กุ้งหวานบ้านฉัน

เค้กกล้วยน้ำว้า

หลนกุ้ง

กะปิคั่ว-กะปิหลน

Friends' blogs
[Add บ่งบ๊ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.