I'm not a Chef...but I sure am a Good Cook!
Group Blog
 
<<
กันยายน 2560
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
12 กันยายน 2560
 
All Blogs
 

❤ ส้มฉุน - ของว่างอันทรงคุณค่าสุดประทับใจ ❤



ตามคำเรียกร้องจากแฟนคลับครูบี๊ห์ ขอให้ลงเรื่องราวของว่างโบราณมีนามว่า "ส้มฉุน"
หลายคนสนใจและเรียกร้องขอมา ฉันต้องจัดให้สิน๊ะ เพราะตัวเองก็ชอบทานส้มฉุนด้วย
อาทิตย์นี้ทำไปหลายรอบ ตอนนี้ส้มฉุนกลายเป็นของหวานประจำบ้านฉันไปซ๊ะแล้ว
ช่วงนี้ใครที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยือน ฉันจัดส้มฉุนเสิร์ฟ สร้างความประทับใจมากมาย 
สมควรแก่เวลาจึงขอนำเรื่องราวขนมหวานไทย ของว่างโบราณที่มีชื่อเรียกกันว่า "ส้มฉุน" 
เผยแพร่ให้ได้ชมกระบวนการทำโดยละเอียด และเห็นภาพชัดเจนจนต้องอยากลองทำ




ที่มาของเครื่องว่างโบราณมีนามว่า "ส้มฉุน" จากกาพย์เห่ชมเครื่องคาว-หวาน 
สารพัดเมนู 48 ชนิดที่น่าชิมของไทย หนึ่งในบทเหล่านั้น คือ "บทเห่ชมผลไม้"
บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๒ 
ในการเห่ชมฝีพระหัตถ์การแต่งเครื่องเสวยของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี

อ้างอิงถึงบทท่องจำสมัยเรียนมัธยมจวบจนปัจจุบันที่ส่วนใหญ่จำกันได้ดีและท่องขึ้นใจ 
นั่นคือบทเห่ชมเครื่องคาว สำรับอาหารอันลือลั่นจำกันได้แม่นยำ บทเห่ชมแกงมัสมั่น

มัสมั่นแกงแก้วตา   หอมยี่หร่ารสร้อนแรง 
ชายใดได้กลืนแกง  แรงอยากให้ใฝ่โหยหา

อุแม่จ้าว ฉันมองเห็นภาพคนโบราณในยุคกระนั้นกับบรรยากาศอันสุดแสนโรแมนติก
ในส่วนกาพย์เห่ชมผลไม้ แทบไม่ได้ยินใครท่องให้ฟังทั้งที่ได้นำผลไม้ต่างๆ เหล่านั้น
มาประกอบใช้งาน อาทิ ลูกตาล หมากปราง(มะปราง) เงาะ ลิ้นจี้ ลูกพลับน้อยหน่า 
ทับทิม ลางสาด แม้แต่ทุเรียน ยังถูกกล่าวชมในกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวานทั้งสิ้น

ก่อนลงมือทำ "ส้มฉุน" ฉันได้พบกับเพื่อนน้องชาย น้องคนนี้ที่มักนำพาขนมไทยต่าง ๆ
จากวังสวนจิตรฯ มาให้พวกเราได้ชิมกัน เมื่อเจอน้องฉันถือโอกาสสอบถามถึงส้มฉุน 
คุณเธอได้บรรยายภาพของส้มฉุนและวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการปรุงให้ฟังอย่างละเอียด 
ก่อนหน้านี้ฉันได้ย้อนกลับไปอ่านบทพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชการที่ ๒ อีกครั้ง 
อ่านแล้วจึงได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงภาพความงดงามของวรรณคดีที่สะท้อนให้เห็นถึง
ศาสตร์และศิลป์ของอาหารชาววังในยุคนั้น ที่มีความความประณีตบรรจง ละเอียดละอ่อน 
สวยงามทั้งรูปลักษณ์และรสชาดที่อร่อยล้ำ โดยเฉพาะ "ส้มฉุน" ที่บรรยายไว้สุดคลาสสิค 
ฉันแอบคิดต่อ ทำไมคนโบราณช่างคิด เขาคิดได้อย่างไรที่จับสิ่งละอันพลันละน้อย
แล้วนำมาผสมผสานกันได้แบบลงตัวอย่างของว่างที่มีชือเรียกว่า "ส้มฉุน" เยี่ยงนี้??!!





กาพย์เห่ชมผลไม้ ลิ้นจี่ (ส้มฉุน) เป็นผลไม้อีกชนิดที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว 
หอม เนื้อนุ่ม น่ารับประทาน เหมาะกับอากาศร้อนของประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น เรียก “ส้มฉุน” ใช้นามกร 
หวนถวิลลิ้นลมงอน  ชะอ้อนถ้อยร้อยกระบวน

หลายคนคงเพิ่งเคยได้ยินชื่อ ส้มฉุน ส้มฉุนเป็นชื่อของหวานโบราณชนิดหนึ่ง 
โดยนำผลไม้ประจำฤดูกาลนั้น ๆ ถ้ามีเม็ดก็ต้องคว้านเม็ดออก และจะต้องมีลิ้นจี่
เป็นส่วนประกอบหลัก นำมาทำในลักษณะของผลไม้ลอยแก้ว ทานแล้วชื่นใจมาก 
ช่างเหมาะเจาะเข้ากับบรรยากาศช่วงหน้าร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าวของบ้านเรามาก

ครั้งนี้ฉันเลือกผลไม้ 3 ชนิด จากทั้งหมดในบทกาพย์เห่ชมผลไม้มาทำส้มฉุน 
อันได้แก่ ลิ้นจี่ - ส้มเขียวหวาน - สละ ท่านชอบทานผลไม้ชนิดใดก็จัดกันไป
จะเป็น เงาะ ลองกอง ลำไย ให้เป็นผลไม้ที่มีเนื้อยืดหยุ่น (ยวบ ๆ) ได้ทั้งนั้น


ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น  เรียก “ส้มฉุน” ใช้นามกร 
หวนถวิลลิ้นลมงอน  ชะอ้อนถ้อยร้อยกระบวน

สละสำแลงผล คิดลำต้นแน่นหนาหนาม 
ท่าทิ่มปิ้มปืนกาม นามสละมละเมตตา





ส้มฉุน
ส่วนประกอบและวิธีทำ

ส่วนผลไม้
Smiley ผลไม้ตามฤดูกาล 3 ชนิดขึ้นไป 
(ควรต้องมีลิ้นจี่ ส้มเขียวหวาน ประกอบเข้าไปด้วย)

Smiley ผลไม้ต้องคว้านเมล็ดออก เอาลอยในน้ำเชื่อม 1 คืนก่อนนำมาปรุง 
ถ้าปอกสดๆ แล้วทานกับน้ำเชื่อมทันที ความหอมและหวานจากน้ำเชื่อม
จะยังไม่ซึมเข้าเนื้อผลไม้ รับประทานแล้วจะไม่อร่อยนะคะ

Smiley  ถ้าหาผลไม้สดไม่ได้ ใช้ผลไม้กระป๋องแทนได้ รสชาดอาจแตกต่างเล็กน้อย 
บ้างใส่เนื้อสละ มะยงชิด/มะปราง ลำไย ขนุน เงาะ อื่น ๆ โดยผลไม้แต่ละชนิด
จะต้องคว้านเม็ดออกก่อน แล้วนำแช่ในน้ำเชื่อมหนึ่งคืน ก่อนที่จะนำมาทำส้มฉุน


ส่วนน้ำเชื่อม - ส่วนนี้ต้องเตรียมล่วงหน้า คืน

น้ำลอยดอกมะลิ 300 กรัม ฉันทำ 3 สูตร (300 x 3 = 900 กรัม)

วิธีทำน้ำลอยดอกมะลิ – เก็บดอกมะลิตูม ๆ จากต้น ควรเก็บในตอนเช้าตรู่
และต้องเป็นดอกมะลิที่ปราศจากปุ๋ยและยาฆ่าแมลง โดยเด็ดขั้วออกทิ้งก่อน 
แล้วนำน้ำสะอาดที่รับประทานได้ใส่ในภาชนะโหลแก้ว เอาดอกมะลิที่เตรียมไว้
ใส่ลงไปแล้วปิดฝาขวดให้แน่น ตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องหนึ่งคืน หรือนำเข้าแช่
ตู้เย็นในชั้นที่ความเย็นไม่มาก รุ่งขึ้นอีกวันดอกมะลิตูม ๆ ที่ใส่ลงไปบานสะพรั่ง
ทำให้น้ำลอยดอกมะลิมีกลิ่นหอมชื่นใจ เมื่อนำมาใช้งานต้องช้อนดอกมะลิออกทิ้ง
แล้วกรองด้วยกระชอนอีกครั้ง จากนั้นจึงนำน้ำลอยดอกมะลิมาปรุงแต่งเมนูต่าง ๆ 





สูตรน้ำเชื่อม

Smiley  น้ำตาลทรายขาว 200 กรัม (200 x 3 = 600 กรัม)
Smiley  เกลือป่น 1+1/2 ช้อนชา
Smiley  ใบเตยหอม ใบ
Smiley  ผิวส้มซ่า ลูก
Smiley  น้ำส้มซ่าคั้น ลูก (มากน้อยตามชอบ)


ส่วนเครื่องโรยหน้า
สิ่งที่ต้องเตรียม
1. มะม่วงเปรี้ยวหั่นฝอย (มะม่วงสามฤดู หรือ น้ำดอกไม้)
2. ขิงอ่อนหั่นฝอย
3. หอมเจียวเล็กน้อย
4. ถั่วลิสงคั่วซอย (บางตำราไม่มีถั่ว แต่ฉันชอบถั่วจึงใส่)

หมายเหตุ – ผิวส้มซ่า มะม่วงดิบ ขิงอ่อนต้องซอยให้บาง ๆ (แบบชาววัง)





เครื่องโรยหน้าทั้งหมดต้องซอยให้บางมาก แม้แต่หอมแดงที่จะต้องเจียวด้วย





วิธีทำ

เตรียมผลไม้สด โดยล้างทำความสะอาดผิวผลไม้ก่อน แล้วนำมาคว้านเม็ดออก 
ต้องการความสะดวกใช้ผลไม้กระป๋องได้ (ผลไม้กระป๋องในน้ำเชื่อมชนิดต่างๆ)





รุ่งขึ้นอีกวันนำน้ำเชื่อมออกจากตู้เย็นแล้วกรองเอาผิวส้มซ่าออกทิ้ง จะได้น้ำเชื่อมใส ๆ 
ก่อนนำมาประกอบตอนทาน ให้บีบน้ำส้มซ่าลงไปแล้วนำมาราดบนผลไม้ที่เตรียมไว้
น้ำเชื่อมจะขุ่นขึ้น ไม่ต้องตกใจคะ น้ำเชื่อมที่ได้จะมีรสหวานและหอม แต่ไม่เปรี้ยว

เลือกผลไม้ตามชอบ อาทิ ลูกเงาะ  ลองกอง  มะปราง/มะยงชิต  ลำไย องุ่น อื่นๆ





Smiley เตรียมน้ำเชื่อม โดยนำน้ำลอยดอกมะลิ + น้ำตาลทรายขาว + เกลือป่นใส่ในหม้อ 
ยกขึ้นตั้งไฟ ใส่ใบเตยลงไป แล้วไม่ต้องคน ให้น้ำตาลละลายเอง เคี่ยวต่อจนน้ำเชื่อม
เป็นยางมะตูมอ่อนๆ ยกหม้อลง เอาใบเตยออกแล้วใส่ผิวส้มซ่าลงไป พักไว้ให้เย็นสนิท

Smiley  เมื่อน้ำเชื่อมเย็นแล้วแบ่งบางส่วนเอาไปแช่ผลไม้ที่เตรียมไว้ ปิดฝาภาชนะให้สนิท
แช่ในตู้เย็นอีก 1 คืน ส่วนน้ำเชื่อมที่ไม่ได้แช่ผลไม้ต้องปิดฝาให้สนิทก่อนแช่ในตู้เย็น




ได้น้ำเชื่อมยางมะตูมอ่อน ๆ แล้ว ก่อนดับไฟเตา ใส่ผิวส้มซ่าลงไปแบบนี้
เมื่อน้ำเชื่อมเย็นตัวสนิทแล้ว นำเข้าแช่ต่อในตู้เย็น รุ่งขึ้นเอาออกจากตู้เย็น
ให้ช้อนผิวส้มซ่าออกทิ้ง แล้วนำน้ำเชื่อมใส ๆ มาประกอบในการทำส้มฉุน





มะลิลาปลูกในกระถาง มีเพียงน้อยนิดก็ทำน้ำเชื่อมลอยดอกมะลิได้แล้ว

ส้มซ่า - ช่วงนี้เป็นฤดูของนาง หาซื้อง่ายจากตามตลาดน้ำ ราคาไม่แพง 
แต่ถ้าเป็นนอกฤดูกาลลูกละ 35 บางเจ้าโก่งราคาไปถึงลูกละ 50-80 บาท 
โดยเฉพาะที่ตลาด อตก. เห็นราคาแทบเป็นลม ไม่กล้าซื้อเพราะทำใจไม่ได้





เตรียมประกอบรวมร่างเป็นส้มฉุน





ฉันแบ่งน้ำเชื่อมบางส่วนใส่ในถ้วย แล้วบีบน้ำส้มซ่าลงไปแบบนี้ก่อน
น้ำเชื่อมส่วนที่ไม่ได้ใช้เอาเก็บใส่ภาพชนะโหลแก้ว นำแช่ในตู้เย็นไว้ได้นาน 





เอาน้ำแข็งใส่ในถ้วย เรียงผลไม้ที่เตรียมไว้ลงไป ลิ้นจี่ - ส้ม - สละ อื่น ๆ




วิธีเสิร์ฟส้มฉุน
เรียงผลไม้ต่าง ๆ ในถ้วย เทน้ำเชื่อมลงไป 
โรยหน้าด้วยขิงอ่อนซอย มะม่วงเปรี้ยวซอย
โรยหอมเจียวเล็กน้อย ประมาณ 1 ช้อนชา 
โรยถั่วลิสงคั่วเล็กน้อย ตามด้วยน้ำแข็งทุบ
เสิร์ฟขณะที่ยังเย็น ๆ รับประทานแล้วชื่นใจ









อยากบอกท่านผู้ชมว่า รับประทานส้มฉุนได้ความสุนทรีมาก หอมน้ำเชื่อมจากดอกมะลิ
กลิ่นใบเตยและผิวส้มซ่าที่หอมสดชื่น รสเปรี้ยวจากมะม่วง ชิงอ่อน อีกทั้งหอมเจียว
ความหอมจรุงจิตจรุงใจเป็นอย่างมาก ทานแล้วสดชื่น อยากให้ทุกคนที่แวะมาได้ชิมจัง 

ฉันว่าเสน่ห์ของขนมชนิดนี้อยู่ที่หอมเจียวโรยหน้า ซึ่งขาดไม่ได้เลย โดดเด่นที่สุด
ตอนเคี้ยวถูกหอมเจียวพร้อมถั่วลิสงคั่ว เกินคำบรรยาย ได้ความหอมจากหอมเจียว
ได้ความกรุบกรอบและความมันจากถั่วลิสงคั่ว เคี้ยวพร้อมกันทั้งหมดได้อรรถรสมาก





ฉันอยากบอกท่านผู้ชมว่า "ส้มฉุน" นั้นไม่ยุ่งยาก ทำง่ายกว่าขนมเค้ก 
ขอให้มีน้ำเชื่อมลอยดอกมะลิเตรียมไว้ก่อน พร้อมลงมือทำได้ทันที
ฉันหมายความว่าใช้ผลไม้กระป๋องแทนผลไม้สดนะคะ สะดวกมาก





ส้มฉุน ของหวาน (ของว่างโบราณ) ที่ฉันอยากแนะนำและอยากให้คนไทยได้ชิม 
ตอนเกริ่นภาพและรายละเอียดคร่าว ๆ ในเฟสบุ๊ค หลายคนได้แสดงความคิดเห็น
บอกไม่รู้จัก ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยเห็น คิดว่าส้มฉุนเป็นชื่อผลไม้ ไม่เคยหาข้อมูล
สรุป ผู้คนจำนวนมากแทบไม่รู้จักขนมชนิดนี้ ฉันจึงต้องนำเสนอให้เห็นภาพชัดเจน

เมื่อฉันได้ลงมือทำเอง วิธีการทำมันง่ายมาก ง่ายกว่าการทำขนมเค้กหรือขนมไทย
ที่สำคัญ เป็นของว่างที่เหมาะเจาะกับบรรยากาศบ้านเรามาก รับประทานในช่วงฤดูร้อน
อากาศอบอ้าวทานแล้วชื่นใจ เหมือนการรับประทานข้าวแช่ในช่วงฤดูร้อน นั่นเอง

หลายคนพาลคิดกันไป นึกว่าส้มฉุนคือผลไม้ไทย นำภาพผลส้มซ่ามาให้ชมกันชัดๆ
ส้มซ่าถือได้ว่าป็นส่วนประกอบที่สำคัญในส้มฉุน หมี่กรอบ และไส้กรอกปลาแนม





เรื่องราวอื่น ๆ เกี่ยวกับ "ส้มฉุน"

ส้มฉุน ถือเป็นภูมิปัญญา ช่วงหน้าร้อนที่อากาศร้อนอบอ้าว มักไม่ค่อยอยากรับประทาน 
คนสมัยก่อนจึงมักทำข้าวแช่ เป็นสำรับหน้าร้อน ใส่น้ำแข็ง ทานแล้วสดชื่น ชื่นใจมาก

ส้มฉุนปกติเป็นกับข้าว อยู่ในสำรับกับข้าว ยำส้มฉุน โดยเอามะม่วงเปรี้ยวมาฝานบาง ๆ 
แล้วนำมายำรวมกับหมูหวาน ปลาดุกฟู ใส่พริกแห้งหั่นทอดกรอบลงไปยำผสมด้วย

ยืมภาพ "ยำส้มฉุน" ฝีมือคุณหมอหนึ่ง AdrenelineRush มาให้ชม 
วิธีทำคลิกลิงค์ด้านล่างนี้คะ





และแบบที่คุณนายแม่ฉันทำให้กินบ่อย คือนำมะม่วงเปรี้ยวมาฝานบาง ๆ แล้วหมักกับ
เกลือและน้ำตาลทรายก่อน แล้วรอจนกระทั่งน้ำจากมะม่วงออกมา(คล้ายการหมักดอง) 
จากนั้นโรยกุ้งแห้งป่น หอมแดง พริกขี้หนูป่นหรือพริกขี้หนูซอย คนสมัยก่อนทานเพื่อ
เรียกน้ำย่อย ช่วยทำให้เจริญอาหาร หรือทานสลับกับกับข้าวอย่างอื่น เพื่อเพิ่มรสชาด
มักทำส้มฉุนแบบคาวในช่วงหน้าร้อนที่มีมะม่วงออกเยอะ คือทำหน้ามะม่วง นั่นเอง









สุดท้ายและท้ายสุด อดไม่ได้ที่จะเก็บภาพบรรยากาศมาให้ได้ชมกัน

ภาพน้องพี่ที่มาร่วมเวิร์กชอปทำส้มฉุน เป็นอีกวันที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
"การได้มาทำในสิ่งที่ตั้งใจ ได้ทำในสิ่งที่รัก ช่างมีความสุข" ทุกคนกลับไปพร้อม
ของหวาน(ส้มฉุน) ที่ได้ทำเองกับมือ สีหน้าบ่งบอกถึงความสุขและความสำเร็จ
ขนมอร่อย บรรยากาศอบอุ่น เจ้าภาพ(ตัวฉันเอง) ได้จัดเตรียมอาหารไว้รับรอง

ขนมจีนแกงเขียวหวานลูกชิ้น และ ขนมจีนซาวน้ำปู





ได้ทำในสิ่งที่รัก ได้กินของที่ชอบ (เป็นเรื่องประทับใจที่สุด) ไม่ต้องคิดเยอะ
เจ้าของบ้านยินดีเปิดบ้านให้มาร่วมแชร์ความรู้ เพียงเท่านี้ก็มีความสุข อิ่มใจ ปิติ
การได้ลงมือทำทุกสิ่งกับคนรู้ใจ ภาษาชาวบ้านว่า "คอเดียวกัน" ย่อมเป็นสุขใจ





เรืองราวของส้มฉุนจบแล้วคะ ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชม
ขอบคุณมิตรรักแฟนคลับที่ติดตามผลงาน พบกันใหม่ในบล๊อกหน้า 
จะเป็นอาหารคาวหรือของหวานชนิดใด คงต้องติดตามกันต่อไปนะคะ




 

Create Date : 12 กันยายน 2560
4 comments
Last Update : 13 กันยายน 2560 21:44:16 น.
Counter : 4236 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณMaeboon, คุณSweet_pills, คุณPangeataround, คุณnewyorknurse

 

ไชโยค่ะ ได้มาเปิดบ้านพี่คนแรก เห็นขนมถ้วยน้อยนี้แล้วอยากจะลิ้มลองเป็นที่สุดค่ะ คงจะหอมเครื่องเทศเครื่องปรุงไทยๆ มากเลย

เดือนหน้าเจอกันนะคะ หนูจะกลับบ้าน ๑ เดือนค่ะ

 

โดย: Maeboon 13 กันยายน 2560 13:36:56 น.  

 

ขั้นตอนการทำส้มฉุนประณีตมากค่ะพี่บี๊ห์
เป็นของหวานที่น่าสดชื่นและน่าอร่อยมากๆค่ะ
ขอบคุณพี่บี๊ห์สำหรับสูตรนะคะ

 

โดย: Sweet_pills 13 กันยายน 2560 22:14:51 น.  

 


น่าทานมากเลย

โหวดค่ะ

 

โดย: newyorknurse 17 กันยายน 2560 5:13:56 น.  

 

ขอบคุณนะคะที่ให้สาระความรู้

 

โดย: ชไมพร IP: 27.55.31.107 19 กันยายน 2560 22:48:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
บ่งบ๊ง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1813 คน [?]




บ้านน้อยหลังนี้ยินดีต้อนรับทุกท่านคะ บ้านแห่งความสุข หมกมุ่นแต่เรื่องทำกิน ทั้งวี่ทั้งวันวุ่นวายแต่เรื่องในครัว เรื่องสังสรรค์เฮฮาพอมีประปรายจ้า

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่แวะมาเยือน นำพามาซึ่งความสุขและสิ่งดีงามมีสาระ มาร่วมแชร์ความคิดเห็น นำเสนอเรื่องราวการทำอาหารและขนม รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ แบบไม่ปิดบังซ่อนเล้น มีความสุขกับการเข้าครัวในทุกวัน ซึ่งถือเป็นการคลายเครียดอีกทั้งจรรโลงโลกใบนี้ให้น่าอยู่และงดงามตราบนานเท่านาน ....



เมี่ยงคำกลีบบัว

หมี่กรอบโบราณ

น้ำจิ้มเมี่ยงคำ

เมี่ยงมะม่วง

ยำส้มโอ

ข้าวตังหน้าตั้ง

กระทงทอง

มัสมั่นไก่และเนื้อ

เนื้ออบสูตรประจำตระกูล

ปีกไก่ทอดซีอิ้ว

กล้วยเชื่อมแดง

ไก่อบเกือบจะ S&P

Filipino Chicken Adobo

ซอสเย็นตาโฟในตำนาน

น้ำจิ้มสุกี้ชาบูเลอเลิศ

น้ำพริกสะระแหน่-น้ำจิ้มลุยสวน

น้ำจิ้มชนิดต่างๆ

ซอสเทอริยากิ

ไข่ตุ๋นเนื้อเนียน

Mango Cheese Cake

Strawberry Cheese Cake

Cheese Pie

New York Cheese Cake

เค้กมะตูมสูตรอร่อย

เค้กอินทผลัม Dates Cake

ปลาทูต้มเค็ม

ไข่พะโล้-ต้มเค็มพะโล้-ก๋วยจั๊บ

ข้าวหน้าไก่สูตรเด็ด

บะหมี่หน้าไก่

อุ๊กไก่-ไก่พม่า

ซุปไก่มุสลิม

ผักดอง-Veggies Chutney

ครองแครงกรอบสูตรประจำตระกูล

กุ้งหวานบ้านฉัน

เค้กกล้วยน้ำว้า

หลนกุ้ง

กะปิคั่ว-กะปิหลน

Friends' blogs
[Add บ่งบ๊ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.