I'm not a Chef...but I sure am a Good Cook!
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2559
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
24 กรกฏาคม 2559
 
All Blogs
 
✿ รวมฮิตสูตรน้ำจิ้ม - น้ำราด - น้ำยำต่าง ๆ ◕‿◕✿



โพสนี้เป็นการรวบรวมสูตรน้ำจิ้ม - น้ำราด - น้ำยำชนิดต่าง ๆ ของฉันที่แพร่หลายในโซเชียล
หลายสูตรโด่งดังไปทั่วโลก (ไม่ได้โอ้อวด พูดความจริง) ลองเสริชชื่อสูตรอาหารต่าง ๆ ดูได้
คุณจะเห็นชื่อฉัน บี๊ห์(บ่งบ๊ง) ปรากฏมากมาย แต่ก็แปลกใจ!! เมื่อมีการแชร์ต่อๆ กันไป
สูตรอาหาร/ขนมต่าง ๆ กลับไม่ปรากฏชื่อเสียงเรียงนามของฉันที่เป็นเจ้าของสูตรตัวจริง!?
กลายเป็นสมบัติและเรื่องราวของผู้นำสูตรต่างๆ ของฉันไปเผยแพร่บอกต่อกันไป ซ๊ะงั้น!!

วันนี้ฉันจึงต้องลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีด้วยการรวบรวมสูตรต่างๆ ที่เป็นของฉันโดยแท้จริง
เก็บบันทึกไว้ในบล๊อกอาหารเพื่อเป็นหลักฐานและมีที่มาที่ไปของสูตรต่าง ๆ ที่อ้างอิงได้
หากใครคิดว่าไม่ใช่ ไม่จริง เชิญหาหลักฐานต่าง ๆ มาท้วงติงได้ ฉันเปิดใจยอมรับเสมอ 

สูตรต่าง ๆ ที่นำมารวบรวมในโพสนี้มีทั้งสูตรดั้งเดิม(ต้นตำรับ) และสูตรปรับปรุงล่าสุด
ก่อนหน้านี้ฉันได้รวบรวมสูตร "ซอสเย็นตาโฟ" ที่ผู้คนสงสัยทำไมมีหลากหลายสูตร
โดยรวบรวมสูตรซอสเย็นตาโฟไว้ในโพสก่อนหน้าให้เพื่อน ๆ ได้เลือกทำกันตามชอบ






ติดตามเรื่องราวของฉันได้จากที่นี่




Smiley

ซอสเย็นตาโฟ (ปรับปรุงล่าสุด)
สูตรโดยคุณบีบี๊ห์ (บ่งบ๊ง)

ส่วนประกอบ

1. ซอสมะเขือเทศ 200 กรัม
2. ซอพริกศรีราชา (พริกแดง) 200 กรัม
3. เต้าหู้ยี้แดง 6 ก้อน
4. ซอสน้ำมันหอย 100 กรัม
5. น้ำตาลทราย 50 กรัม หรือน้ำตาลปีบ
6. ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ หรือเกลือป่น 1 ช้อนชา
7. น้ำกระเทียมดอง 50 กรัม
8. เนื้อกระเทียมดอง 100 กรัม สับละเอียด
9. น้ำส้มสายชู 40 กรัม
10. ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ หรือ เกลือป่น 1 ช้อนชา
11. กระเทียมจีนกลีบใหญ่ 1 หัว สับละเอียด
12. พริกขี้หนูแดง 10 เม็ด (ไม่ชอบเผ็ดตัดออก)

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดใส่รวมกันในเครื่องผสมปั่นรวมกันจนเนียนและละเอียด
แล้วนำไปตั้งไฟเคี่ยวจนน้ำซอสเดือดชิมให้ได้สามรสเปรี้ยวนำ หวาน เค็ม
(ความโดดเด่นของซอสเย็นตาโฟควรมีรสหวานนำ) ปรุงรสอื่น ๆ ตอนทาน
ชิมรสตามที่ชอบแล้วดับไฟปล่อยน้ำซอสให้เย็นตัวแล้วนำไปปรุงก๋วยเตี๋ยว






น้ำจิ้มสุกี้ชาบู (สูตรตำนานห้องก้นครัว)
สูตรโดยคุณบีบี๊ห์ (บ่งบ๊ง)





ส่วนประกอบ

1. ซอสพริกขวดใหญ่ (ความเผ็ดมาก/กลาง/น้อย ตามชอบ)
2. เต้าหู้ยี้ชนิดก้อนพร้อมน้ำ 3-4 ก้อน (บดละเอียด)
3. ซอสมะเขือเทศ 1 ทัพพี
4. น้ำส้มสายชู 2 ทัพพี
5. ซีอิ้วขาว 2 ทัพพี
6. น้ำมันงา 2 ทัพพี
7. น้ำมันหอย 1 ทัพพี
8. น้ำกระเทียมดอง 1-2 ทัพพี
9. น้ำตาลทราย 3 ทัพพี
10. งาขาว (คั่วให้เหลือง) มากน้อยตามชอบ
11. ผักชีไทย และผักชีฝรั่ง (มากน้อยตามชอบ)
12. พริกขี้หนูแดง (ถ้าซอสเผ็ดแล้วไม่ใส่ก็ได้)
13. กระเทียมจีนหัวใหญ่ 5-6 กลีบ)

สิ่งที่ต้องเตรียม
โขลกหรือบดเต้าหู้ยี้ให้ละเอียด, สับกระเทียมและพริกขี้หนู,
ซอยผักชีทั้งสองชนิด, แบ่งงาขาวบางส่วนมาบดให้ละเอียด
ส่วนที่เหลือเป็นเม็ด ๆ เตรียมรอไว้ใส่ในน้ำซอสตอนสุดท้าย

วิธีทำ
* ส่วนผสมทั้งหมดข้างต้นในข้อ 1 - 9 ใส่ในหม้อ ยกตั้งไฟกลางแล้วรอให้เดือด
หมั่นคนน้ำซอสจากก้นหม้อขึ้นมาไม่เช่นนั้นซอสส่วนก้นหม้อจะไหม้เสียก่อน

* ชิมรสเปรี้ยวนำหวาน ไม่เค็ม (ชอบหวานเติมน้ำตาล ชอบเปรี้ยวใส่น้ำส้มสายชู)
ชอบเค็มใส่ซีอิ้วขาวหรือเกลือป่น รสชาดถูกใจแล้วใส่น้ำมันงา ใส่งาคั่วบดลงไป

* โรยงาเม็ดให้ทั่วแล้วดับไฟ ปล่อยซอสให้เย็นสักหน่อยแล้วใส่ผักชีทั้งสองชนิด

* เสิร์ฟสุกี้ชาบูพร้อมน้ำจิ้ม (สูตรนี้ไม่ต้องเพิ่มพริกและกระเทียม ใส่เพิ่มทีหลังได้)

หมายเหตุ
* หากเก็บไว้ทานครั้งต่อไปไม่ควรใส่ผัก เพราะผักชีทำให้เก็บรักษาได้ไม่นาน
* ซอสสูตรนี้ยังรับประทานกับอาหารปิ้งย่าง หรือของทอดชนิดต่าง ๆ ได้ด้วย
* ทานไม่หมดให้นำใส่ภาชนะขวดแก้วที่ลวกน้ำร้อนฆ่าเชื้อ แล้วเก็บใส่ตู้เย็นไว้
* ควรใช้ช้อนแห้งตักจากขวดเพื่อรักษาสภาพของน้ำซอสให้อยู่ได้นานโดยไม่บูด

ใส่ผักชีทั้งสองชนิด โดยเฉพาะผักชีฝรั่งให้กลิ่นหอมชื่นใจมาก






น้ำจิ้มปิ้งย่างสไตล์เกาหลี 
(Kochujang Sauce)
--------------------- 

ส่วนประกอบ

1. ซีอิ้วเกาหลี 3 1/2 ช้อนโต๊ะ (ไม่มีใส่โชหยุ Kikoman)
2. น้ำส้มสายชูหมัก ช้อนโต๊ะ
3. กระเทียมสับละเอียด ช้อนโต๊ะ
4. พริกป่นเกาหลี ช้อนชา (สูตรนี้ใช้พริกเกาหลี)
5. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา (เราใส่โชหยุอย่างเดียว)
6. น้ำตาลทราย 1 + 1/2 ช้อน โต๊ะ
7. น้ำมันงาเกาหลี ช้อนชา (ไม่มีน้ำมันงาเกาหลีใส่น้ำมันงาของไทย)
แต่คงต้องเลือกยี่ห้อเพราะบางยี่ห้อใส่ไปเยอะยังไม่อยากจะหอมนะคะ
8. งาขาวคั่ว 1-2 ช้อนโต๊ะ
9. ต้นหอมไทยซอยละเอียด ช้อนโต๊ะ หรือมากน้อยตามชอบ


วิธีทำ
ผสมซีอิ้วเกาหลี น้ำส้มสายชู กระเทียม พริกป่นเกาหลี เกลือป่น
น้ำตาลทรายเข้าด้วยกันในชามผสม คนให้น้ำตาลทรายละลายหมด 
ใส่น้ำมันงาเกาหลีใส่งาขาวคั่ว คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสให้กลมกล่อม 
ใส่ต้นหอมซอยลงไป เตรียมไว้เสิร์ฟพร้อมอาหารปิ้งย่างสไตล์เกาหลี







สูตรหมักเนื้อ / หมูเกาหลี 
บุลโกกิ (เนื้อย่างเกาหลี)

สูตรโดย คุณบีบี๊ห์ (บ่งบ๊ง)

**************

ส่วนประกอบ

1. เนื้อวัว หรือ เนื้อหมู 1 กก. หรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ
2. น้ำเปล่า 6 ช้อนโต๊ะ
3. ซีอิ้วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำมันพืช (น้ำมันมะกอก) 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
7. พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ
8. กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
9. งาขาวคั่วบด 2 ช้อนโต๊ะ
10. ต้นหอม(ส่วนโคนขาวๆ) ซอยละเอียด

วิธีทำ
* เนื้อวัว/เนื้อหมู ล้างทำความสะอาด หั่นชิ้นขนาดปิ้งย่าง แล้วใส่ในกะละมัง 
นำส่วนผสมใส่ไป (ยกเว้นต้นหอมซอย) คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี
ซอยโคนต้นหอมตรงส่วนขาว ๆ ใส่ไป ผสมคลุกเคล้าทั้งหมดให้เข้ากันดี รอไว้

* ชิมรสด้วยการตั้งกระทะปิ้งย่างบนเตาแก๊สด้วยไฟอ่อน ๆ นำเนื้อหมักลงไปผัดแค่พอสุก 
ชิมรสตามชอบ ชอบเค็มเติมซีอิ้วขาว ชอบหวานเติมน้ำตาลทราย ชอบงาคั่วใส่เพิ่มไป

* นำเนื้อที่หมักคลุมด้วยพลาสติกใส แช่ต่อในตู้เย็นประมาณ 4 ชั่วโมง หรือหมักค้างคืน
* ก่อนนำเนื้อมาปิ้งย่างควรคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง แล้วนำไปย่างในกระทะลอน
ทานกับซอสเทอริยากิ หรือน้ำจิ้มชาบู แกล้มด้วยพริกชีฟ้าเขียว ผักสดต่างๆ ผักปิ้งย่าง




ปรุงเสร็จแล้วควรหมักต่อในตู้เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือหมักข้ามคืนก็ยิ่งดี
การหมักเนื้อข้ามคืนจะทำให้ส่วนผสมต่าง ๆ ซึมเข้าในเนื้อและมีความชุ่มฉ่ำ




จากนั้นตั้งกระทะปิ้งย่าง นำเนื้อที่หมักไว้ลงปิ้งย่างด้วยไฟกลาง ๆ 
ถ้าเป็นเนื้อวัวไม่ควรให้สุกมาก เสิร์ฟพร้อมซอสเทอริยากิ โรยต้นหอมซอย 






เทปันยากิซอส (Tepanyaki Sauce)

สูตรโดย คุณบีบี๊ห์ (บ่งบ๊ง)

---------------------

ส่วนประกอบ
1. น้ำสะอาด 200 กรัม
2. ปลาโอแห้ง 50 กรัม
3. ซีอิ้วญี่ปุ่น (โชหยุ) 120 กรัม
4. เหล้าหวาน (มิริน) 120 กรัม
5. น้ำตาลโอทึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
7. ขิงแก่หั่นแว่น 4 ชิ้น

8. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ หรือแป้งมันฮ่องกง
9. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ (สำหรับผสมแป้ง)

วิธีทำ
1. นำน้ำสะอาดใส่ในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟแรงปานกลาง รอให้น้ำเดือดใส่เนื้อปลาโอลงไป
รอให้น้ำเดือดอีกครั้งแล้วแช่เนื้อปลาโอในหม้อประมาณ 2 นาที แล้วช้อนออกทิ้งไป
จากนั้นน้ำน้ำซุปปลาโอที่ได้มาทำซอสเทอริยากิกันต่อ ตามนี้  

2. นำส่วนผสมทั้งหมดข้างต้นใสในหม้อน้ำซุป (ยกเว้นแป้งข้าวโพด) เปิดไฟกลาง ๆ 
เมื่อซอสเดือดใส่ขิงแก่หั่นแว่นลงไป ใส่เหล้าหวาน (มิริน) ใส่น้ำตาลทั้งสองชนิด  
(น้ำตาลปีบให้รสชาติแบบไทย) รอให้ซอสเดือดอีกครั้งแล้วหรี่ไฟอ่อนๆ เคี่ยวจนซอสเริ่มข้น

3. นำแป้งข้าวโพดใส่ในถ้วย ผสมน้ำเปล่าคนผสมให้เข้ากัน ค่อยๆ รินใส่ในน้ำซอส
คนเร็ว ๆ อย่าให้แป้งจับตัวเป็นก้อน ต้องคนจากก้นหม้อขึ้นมาไม่เช่นนั้นแป้งนอนก้น
การใสแป้งเพื่อให้ซอสมีความข้นเหนียว เมื่อนำไปราดลงบนอาหารซอสจะไม่ไหลตัว

4. นำเนื้อสัตว์ปิ้งย่างต่าง ๆ เรียงในจาน ราดด้วยซอสเทอริยากิ ยกเสิร์ฟพร้อมผักย่าง




เทอริยากิซอสปรุงรสจัดจ้านแบบไทย ด้วยพริกขี้หนูซอย และกระเทียมสับ






Tepanyaki Sauce (Original) 

ส่วนประกอบ

1. น้ำสะอาด 1/4 ถ้วยตวง
2. ซีอิ้วญี่ปุ่น 1/2 ถ้วยตวง
3. มิริน 1/2 ถ้วยตวง
4. สาเกปรุงอาหาร ช้อนชา 
5. น้ำตาลทรายสีรำ 2-3 ช้อนโต๊ะ (หรือน้ำตาลอ้อย)
6. ขิงแก่สด แว่น

หมายเหตุ
* น้ำสะอาด (ฉันใช้น้ำซุปปลาโอต้มเดือด) 
* น้ำตาลทรายสีรำ (ฉันใส่น้ำตาลอ้อย หรือน้ำตาลโอทึ้ง)
* ปรุงเสร็จกรองด้วยกระชอนก่อนก็จะได้น้ำซุปที่ใสมาก


วิธีปรุง

นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ในหม้อ เปิดไฟเตาปานกลาง เมื่อส่วนผสมเดือดใส่ขิงหั่นแว่นลงไป 
ใส่เหล้าหวาน (มิริน) น้ำตาลทราย (ฉันใส่น้ำตาลสองชนิด น้ำตาลทรายแดง2ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะเพื่อให้ได้รสชาติแบบไทย) ใส่ส่วนผสมครบถ้วนแล้วเคี่ยวต่อ
เพื่อให้น้ำซอสมีความเข้มข้นควรเปิดไฟอ่อน ๆ ไม่เช่นนั้นจะเดือดล้นออกมานอกหม้อ 
เมื่อได้ซอสที่เข้มข้นแล้ว พักให้เย็น (ใช้งานไม่หมดควรบรรจุใส่ภาชนะที่ผ่านการอบฆ่าเชื้อ) 
แล้วนำเก็บเข้าตู้เย็นเพื่อให้เก็บไว้ได้นาน ควรตักน้ำซอสด้วยช้อนแห้ง ๆ เพื่อคงคุณภาพ





น้ำจิ้มปลาทอดทุกชนิด
สูตรโดย คุณบีบี๊ห์ (บ่งบ๊ง)

ส่วนประกอบ

1. พริกจินดาแดง 10 กรัม
2. พริกจินดาเขียว 10 กรัม
3. กระเทียมกลีบเล็ก 20 กลีบ
4. น้ำตาลปีบ 2 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วยตวง 
7. เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ 

วิธีทำ

* ปอกกระเทียม ล้างให้สะอาด พักไว้
*  พริกขี้หนูสด เด็ดขั้ว ล้างให้สะอาด พักไว้
* นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ในครกหรือใส่ในโถปั่นน้ำผลไม้ เลือกความแรงในการปั่น
(ปั่นละเอียดหรือปั่นหยาม เลือกค่าตามชอบ) แล้วชิมรส ชอบรสใดใส่เพิ่มลงไป 
ชอบเผ็ดเพิ่มพริก ชอบเปรี้ยวเติมน้ำส้มสายชู (สูตรจิ้มปลาแบบไม่ใส่น้ำมะนาว)





น้ำยำรสแซ่บ (น้ำยำสารพัดนึก)
สูตรโดย คุณบีบี๊ห์ (บ่งบ๊ง) 

ส่วนประกอบ

1. พริกจินดาเขียว 40 กรัม (ชอบเผ็ดใส่พริกเขียวเพิ่ม)
2. พริกจินดาแดง 40 กรัม
3. กระเทียมจีน 10 กลีบ
4. น้ำตาลทราย 100 กรัม
5. น้ำตาลปีบ 30 กรัม
6. น้ำส้มสายชู 100 กรัม
7. น้ำมะนาว 60 กรัม
8. เกลือป่น 50 กรัม
9. น้ำเปล่า 100 กรัม

สิ่งที่ต้องเตรียม

* พริกจินดาเขียวและแดง เด็ดขั้วพริก ล้างให้สะอาด นำขึ้นใส่ในกระชอนพักรอไว้
* กระเทียมจีน ปอกเปลือก ล้างทำความสะอาด พักไว้
* มะนาว ล้างเปลือกให้สะอาด ฝานแล้วบีบน้ำ อย่าบีบจนหมดเพราะจะทำให้มีรสขม 

วิธีทำ
* นำน้ำเปล่า น้ำส้มสายชู น้ำตาลทราย น้ำตาลปีบ และเกลือป่นใส่ในหม้อยกขึ้นตั้งไฟกลางๆ 
หมั่นคนให้น้ำตาลทั้งสองชนิดละลาย เมื่อเดือดแล้วปิดไฟพักส่วนนี้ให้เย็น

* น้ำพริกทั้งสองชนิดและกระเทียมใส่ในโถปั่นน้ำผลไม้ เทส่วนน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ลงไป
ปั่นแค่พอหยาบ(ชอบพริกแบบละเอียดก็ต้องเพิ่มเวลาโขลก หรือปั่นอีกนิดให้ละเอียด

* เทน้ำมะนาวที่คั้นไว้ลงไป คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสอีกครั้ง ชอบเปรี้ยวเติมน้ำส้มสายชู
หรือใส่น้ำมะนาวชอบหวานเพิ่มน้ำตาลทราย สูตรนี้มีรสเปรี้ยวนำ (ไม่ควรให้มีรสเค็ม)

หมายเหตุ
* หลังจากใช้งานแล้ว เก็บน้ำยำใส่ในขวดแก้ว นำเข้าตู้เย็นยืดเวลาเก็บได้อีกยาวนาน 

* เมื่อจะใช้งานแบ่งเทออกมาแล้วเก็บกลับเข้าตู้เย็นตามเดิมน้ำยำสารพัดนึกนี้ นอกจากเป็น

* น้ำยำเมื่อนำไปปรุงรสในเมนูยำต่างๆ แล้ว ยังใช้จิ้มของทอดต่าง ๆ ปลาทอด 
ปลาลวก น้ำจิ้มอาหารทะเล เมนูอบ อาหารปิ้งย่าง เป็นน้ำจิ้มเมี่ยงปลาเผา 
เมี่ยงปลาทูได้อีกด้วย เป็นน้ำยำสารพัดนึกจริง ๆ 





น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเจ็บ
สูตรโดย คุณบีบี๊ห์ (บ่งบ๊ง) 

ส่วนประกอบ
1. พริกจินดาเขียว 10 เม็ด
2. พริกจินดาแดง 5 เม็ด
3. กระเทียมไทย 10 กลีบ
4. น้ำปลา ช้อนโต๊ะ
5. เกลือทะเล 1/2 ช้อนชา
6. น้ำมะนาว ช้อนโต๊ะ
7. น้ำตาลปีบ 1 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำตาลทราย ช้อนโต๊ะ
9. น้ำต้มสุก 1 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ
นำพริกทั้งสองสีมาสับหยาบกระเทียมไทยสับหยาบ แล้วใส่ในชามผสม 
ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลปีบ ใส่น้ำตาลทราย เติมน้ำต้มสุก 
คนผสมให้น้ำตาลทั้งสองชนิดละลายเข้ากัน ชิมรส ชอบรสใดใส่เพิ่มไป






น้ำจิ้มเมี่ยงปลาเผา
สูตรโดย คุณบีบี๊ห์ (บ่งบ๊ง)

ส่วนประกอบ
1. พริกขี้หนูเขียว 15 เม็ด
2. กระเทียมไทย 20 กลีบ
3. น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำต้มสุก 3 ช้อนโต๊ะ
8. ผักชีไทย 1/4 ถ้วย
9. ใบโหระพา 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

นำพริกขี้หนูกระเทียม น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู น้ำต้มสุก น้ำตาลทราย
ผักชีใบโหระพา ใส่ในโถผสมปั่นรวมกันแค่พอหยาบ ชิมรสตามชอบ
(ถ้าน้ำจิ้มข้นเกินไปใส่เพิ่มน้ำต้มสุก) เสิร์ฟน้ำจิ้มพร้อมกับปลาเผา
รับประทานร่วมกับผักสด หรือผักลวก ผักนึ่งชนิดต่าง ๆ ตามที่ชอบ 







น้ำพริกสะรแหน่ (น้ำจิ้มข้าวหมก)
สูตรโดย คุณบีบี๊ (บ่งบ๊ง)

ส่วนประกอบ
1. กระเทียมกลีบเล็ก 20 กลีบ
2. พริกชี้ฟ้าเขียว 3 เม็ด
3. พริกขี้หนูเขียว 10 เม็ด
4. ผักชีไทย 1/2 ถ้วย
5. ใบสะระแหน่ 1/2 ถ้วย
6. น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำส้มสายชู 4 ช้อนโต๊ะ
8. เกลือป่น 1 ช้อนชา
9. นมเปรี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ (ไม่ชอบตัดออก)

วิธีทำ
เอาหม้อตั้งเตาใส่น้ำส้มสายชู และน้ำตาลทรายลงไปเคี้ยว พักไว้ให้เย็น
นำส่วนผสมทั้งหมดในข้อ 1-5 ใส่ไปในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ แล้วปั่นให้ละเอียด
เทส่วนผสมที่ปั่นแล้วใสไปในหม้อน้ำเชื่อมที่พักไว้ใส่เกลือ ชิมรสออกเปรี้ยว ๆ

เปรี้ยวนำหวานตาม (น้ำจิ้มสูตรนี้ทานร่วมกับก๋วยเตี๋ยวลุยสวน เมี่ยงต่างๆ ก็ได้)








น้ำจิ้มเมี่ยงปลาทู (สูตรโบราณ)
สูตรโดย คุณบีบี๊ห์ (บ่งบ๊ง)

น้ำจิ้มเมี่ยงปลาทูสูตรนี้เป็นของบ้านเรา ทานกันแบบนี้
สมัยก่อนไม่มีน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บแบบที่นิยมในสมัยนี้

ส่วนประกอบ
* น้ำตาลปีบ 4 ช้อนโต๊ะ
* น้ำปลา ช้อนโต๊ะ
* น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะขามเปียกคั้นข้น 1-2 ช้อนโต๊ะ  
* พริกขี้หนูเม็ดเล็ก หรือพริกจินดาเขียว-แดง ซอยละเอียด

หมายเหตุ น้ำจิ้มสูตรนี้ต้องเป็นแบบทำไปชิมไป เนื่องจากส่วนผสมที่ใส่ 
น้ำปลาแต่ละยี่ห้อความเค็มไม่เท่ากันความเปรี้ยวขึ้นอยู่กับมะขามเปียก 
มะขามใหม่-มะขามเก่ามีความเปรี้ยวและหวานในตัว จึงควรทำไปชิมไป

วิธีทำ
นำส่วนผสมข้างต้น (ยกเว้นพริกขี้หนู) ใส่ในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟกลาง เคี่ยวให้เดือด
น้ำจิ้มชนิดนี้ต้องมีความข้นนิดหน่อย ถ้าชอบข้นมากกว่านี้ต้องเคี่ยวนานอีกนิด 
แต่ถ้าไม่ชอบข้นใส่เพิ่มน้ำเปล่า เมื่อเคี่ยวจนข้นได้ที่แล้ว ชิมรสให้มีรสหวานนำ
เปรี้ยวตาม เค็มติดปลายลิ้น ชอบเปรี้ยวกว่านี้ก็เพิ่มน้ำมะขามเปียกลงไป 
เสร็จแล้วพักให้เย็นแล้วค่อยซอยพริกขี้หนูใส่ไป ถ้าใส่พริกขณะที่น้ำจิ้มยังร้อนจัด
พริกจะสุกและเหี่ยว มีกลิ่นโอ่ กลิ่นไม่หอมสดชื่น ตอนทานจะไม่อร่อยนะคะ





น้ำจิ้มเมี่ยงสมุนไพร (สูตรกะทิ)
สูตรโดยคุณบีบี๊ห์(บ่งบ๊ง

ส่วนประกอบ

* กะทิ ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลปีบ ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลทราย ช้อนโต๊ะ
* น้ำปลา ช้อนโต๊ะ
* เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
* น้ำมะขามเปียก ช้อนโต๊ะ
* น้ำเปล่า ช้อนโต๊ะ
* น้ำพริกเผา ช้อนโต๊ะ (ชนิดปรุงอาหาร)
* กุ้งแห้งโขลกละเอียด ช้อนโต๊ะ
* ถั่วลิสงคั่วบด ช้อนโต๊ะ
* พริกขี้หนูซอย ช้อนโต๊ะ

หมายเหตุ - สูตรนี้ไม่ใส่ข่าและกะปิ แต่ถ้าชอบกลิ่นหอมของข่าใส่เพิ่มได้

วิธีทำ
นำน้ำตาลปีบน้ำตาลทรายน้ำปลาน้ำมะขามเปียกน้ำเปล่าใส่ในหม้อ 
ยกขึ้นตั้งไฟกลาง รอให้ส่วนผสมเดือดแล้วลดไฟลงอ่อน ๆ เคี่ยวต่ออีกสักหน่อย
เพื่อให้ส่วนผสมเหนียวข้น ชิมให้มีรสหวานนำ เมื่อเห็นว่าข้นดีแล้วก็เทกะทิใส่ลงไป 
ใส่น้ำพริกเผา(ตักเอาแต่เนื้อๆ ไม่เอาส่วนน้ำมัน) คนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี 
ชิมรสอีกครั้ง ได้รสชาติถูกใจแล้ว ปิดเตาได้ เป็นอันเสร็จส่วนน้ำจิ้มเมี่ยง






น้ำจิ้มถั่วตัด (น้ำจิ้มหอยแครง)
สูตรโดย คุณบีบี๊ห์ (บ่งบ๊ง)

ส่วนประกอบ
1. พริกขี้หนูสวน 20 เม็ด (หรือพริกชี้ฟ้าเหลือง)
2. กระเทียมไทย 10 กลีบ
3. ถั่วตัด 50 กรัม
4. น้ำตาลปีบ 1-2 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
7. เกลือ 1 ช้อนชา
8. น้ำต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

นำพริกขี้หนู กระเทียม เกลือป่นใส่ในครก โขลกรวมกันให้ละเอียด
ใส่ถั่วตัดลงไปโขลกรวมกัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลปีบ น้ำส้มสายชู หรือน้ำมะนาว
ใส่น้ำต้มสุกลงไปแล้วคนผสมให้เข้ากันดี ชิมให้มีสามรส เปรี้ยว-เผ็ด-เค็ม

ก่อนเสิร์ฟซอยผักชีโรยหน้า ยกเสิร์ฟพร้อมหอยแครงหรือปลาหมึกย่าง








ก่อนจะอำลา แม่ครัวบี๊ขอฝากตำราอาหารเล่มแรกในชีวิตให้เพื่อน ๆ ช่วยอุดหนุนด้วยนะคะ 
มิตรรักแฟนคลับจำนวนมากแจ้งมาให้ทราบตลอดว่าได้ซื้อหามาเป็นสมบัติคู่ครัวกันแล้ว 
ไม่คาดคิดว่าจะได้รับการตอบรับที่อบอุ่นจากแฟนคลับขนาดนี้ ปลื้มปิติเป็นอย่างมากคะ

แฟนคลับหลายท่านน่ารักมากคะ แจ้งมาว่าต้องดั้นด้นไปหาซื้อตำราเล่มนี้ตามที่ต่าง ๆ 
ในช่วงแรกอาจจะหาซื้อยากสักนิดเพราะตัวแทนจัดจำหน่ายกระจายหนังสือไปที่ต่างๆ ล่าช้า
ช่วงนี้หาซื้อไม่ยากแล้วน แต่ปริมาณมากน้อยขึ้นอยู่กับสถานที่และผู้บริโภคแต่ละจังหวัด





หากเพื่อน ๆ อยากลองทำสูตรต่าง ๆ ในตำราอาหารเล่มนี้แล้วเกิดความไม่แน่ใจ
สงสัยในสูตรนั้น ๆ น่าจะพิมพ์ผิด ปริมาณการชั่งตวงผิดไป สอบถามกันมาได้นะคะ
ติดต่อสอบถามพี่บี๊ได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจ โดย inbox คำถามเกี่ยวกับสูตรต่าง ๆ 
จากนั้นบี๊จะรีบมาตอบและไขข้อข้องใจต่าง ๆ เกี่ยวกับสูตรนั้น ๆ โดยเร็วที่สุด 



FB fanpage คลิกลิงค์นี้   BeebihSociety


ขอบพระคุณทุกท่านที่ได้อุดหนุนตำราอาหารไทยเล่มแรกของพี่บีบี๊ห์(บ่งบ๊ง)
ขอสารภาพว่า ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ขลุกตัวเองอยู่กับตำราอาหารเล่มนี้
อุปสรรคมากมาย บอกได้เลยว่าช่วงแรกแทบถอดใจ ที่สุดแล้วก็ผ่านไปด้วยดี
ขอบพระคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณน้อง ๆ ทีมงานที่ดูแลกันเป็นอย่างดีมาตลอด
เป็นสุขใจมากได้ทำในสิ่งที่รัก ใส่ใจลงไปในทุกขั้นตอน บอกได้คะว่าทำด้วยใจ

และเมื่อตำราออกวางแผงหนังสือได้รับคำชมอย่างมากในเรื่องของรูปเล่มที่ดูดี
พิมพ์ด้วยกระดาษอย่างดี พิมพ์สี่สี สีสันสวยงาม ราคามิตรภาพ เพียง 199 บาท
มิตรรักแฟนคลับที่สนใจตำราอาหารด้านล่าง อยากซื้อเก็บไว้เป็นคู่มือประจำตัว 
ซื้อได้ที่ร้านซีเอ็ดบุ๊ค ร้านนายอินทร์, B2S ร้านหนังสือตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ  







Create Date : 24 กรกฎาคม 2559
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2560 17:27:26 น. 16 comments
Counter : 28974 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะพี่หญิงใหญ่ เอาไว้กลับไปเมืองไทยต้องไปกราบสวัสดีถึงบ้านเลยค่ะ


โดย: Maeboon วันที่: 24 กรกฎาคม 2559 เวลา:20:18:12 น.  

 
คนไทย ส่วนใหญ่เห็นที่มาของสูตรไม่สำคัญเลยไม่นิยมให้เครดิตเจ้าของสูตรซึ่งจริงๆหนึ่งว่าสำคัญนะคะ มันเป็นการให้เกียรติและเป็นการขอบคุณเจ้าของสูตรที่เค้าแชร์ให้อ่าน ที่สำคัญมันไม่ได้ยากอะไรเลยการกล่าวขอบคุณ

เป็นกำลังใจให้พี่บี๊นะคะ
ปล เนื้อเค็มต้มกะทิแหร่มมากๆ
ชีวิตนี้มีโอกาสได้ชิมเพราะพี่บี๊เลยค่ะ จุ้บๆๆ


โดย: AdrenalineRush วันที่: 25 กรกฎาคม 2559 เวลา:2:30:55 น.  

 
น่าทานหมดเลยคะพี่


โดย: Japanese Maple IP: 192.95.30.51 วันที่: 25 กรกฎาคม 2559 เวลา:3:59:12 น.  

 
รวมสูตรน้ำจิ้มของพี่บี๊มีคุณค่าและเป็นประโยชน์สำหรับผู้ทำอาหารมากค่ะ
ค่อยๆชมแต่ละสูตร รู้สึกตื่นตา
ขอบคุณพี่บี๊มากนะคะที่แบ่งปันสูตรอร่อยอย่างละเอียด

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

บ่งบ๊ง Food Blog ดู Blog

..............................

ตำราอาหารไทยเล่มแรกของพี่บี๊
นอกจากจะซื้อไว้เป็นตำราประจำบ้านแล้ว
ต๋าซื้อเป็นของฝากให้น้องที่อยู่เยอรมัน
น้องมีภาพตำราอาหารพี่บี๊กับฉากหลังเป็นตลาดนัดที่เยอรมันมาฝากด้วยค่ะ



ขอแสดงความยินดีกับพี่บี๊อีกครั้งนะคะ
สำหรับผลตอบรับอย่างอบอุ่นกับตำราอาหารไทยเล่มแรก
จะติดตามผลงานต่อๆไปของพี่บี๊ด้วยค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 25 กรกฎาคม 2559 เวลา:22:32:44 น.  

 
จริงค่ะพี่บี๊หลาย ๆ สูตรในเฟซบุคมีคนนำมารวบรวมแล้วทำเสมือนเป็นสูตรของตัวเอง ไม่มีเครดิตทั้งรูปทั้งสูตร เห็นแล้วแย่จริง ๆ ค่ะ

ปล.น้องหนูชอบกินช็อคโกแลตมากแต่ดันแพ้โกโก้ค่ะพี่ กินทีไรเวียนหัว มึนทุกที


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 26 กรกฎาคม 2559 เวลา:8:32:46 น.  

 
ไม่ได้เข้ามา bloggang นานมากคุณบี๊ นอกจากเป็นวิทยากรอาหารแล้วยังมีสูตรรวมเล่มอีกด้วย ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่มอบให้กับทุกๆคนคะ ดูอาหารที่คุณบี๊ทำทีไร อยากทำตามทุกทีเลยคะ แต่ความอร่อยคงพัฒนาไปตามลำดับคะ ขอให้หนังสือขายดิบ ขายดีนะคะ


โดย: ขนมกล้วยหวาน วันที่: 27 กรกฎาคม 2559 เวลา:1:36:48 น.  

 
เซฟค่าาาาาาาาาา อิอิอิ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 27 กรกฎาคม 2559 เวลา:5:14:44 น.  

 


โดย: teawpretty วันที่: 27 กรกฎาคม 2559 เวลา:17:08:01 น.  

 
แจ่มว๊าวมากเลยค่ะ ตั้งแต่รูปเปิดบล็อกเลย
รวบรวมไว้แบบนี้ ดีมาก ๆ ค่ะพี่บี๊
เข้ามารอบเดียวได้น้ำจิ้มครบรสเลยค่ะ

ลงชื่อไว้ก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยมาส่งกำลังใจค่า


โดย: เนินน้ำ วันที่: 30 กรกฎาคม 2559 เวลา:13:38:20 น.  

 
ต้องรีบไปหาซื้อมาไว้เป็นตัวเองซักเล่มแล้ว ค่ะ


โดย: pokk IP: 1.20.218.198 วันที่: 31 กรกฎาคม 2559 เวลา:8:15:07 น.  

 
โหวตแรกของวันมาแปะที่บ้านนี้ก่อนเลยค่า
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
บ่งบ๊ง Food Blog ดู Blog


โดย: เนินน้ำ วันที่: 31 กรกฎาคม 2559 เวลา:10:35:53 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
หอมกร Movie Blog ดู Blog
ดา ดา Photo Blog ดู Blog
ถปรร Photo Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
บ่งบ๊ง Food Blog ดู Blog


โดย: เจ้าการะเกด วันที่: 2 สิงหาคม 2559 เวลา:17:29:25 น.  

 
หาซื้อหนังสือได้ที่ไหน


โดย: จิณัฐตา IP: 182.232.58.46 วันที่: 26 สิงหาคม 2559 เวลา:0:11:02 น.  

 
บ้านนี้มีแต่ของอร่อย ต้องพูดอย่างนี้ก่อนเลย

อีกอย่างที่ต้องพูดคือ สูตรบ้านนี้ เป็นออริจินอล ของแท้ทุกสูตร เขียนไว้เลยค่ะพี่บี๊ ว่าสูตรนั้น ออนแอร์เมื่อไร

เดี๋ยวนี้ คนทำมาหากินกันง่ายๆ รวมไปถึงมักง่ายมันเยอะค่ะ ไม่ต้องเหนื่อยไม่ต้องเสียเงิน เสียแรง ลงทุนแค่เสริจ ก็สามารถมีอาหารลงบล๊อกตัวเองได้เป็นร้อยสูตรต่อวันแล้วค่ะ

สู้ๆ ค่ะ พี่บี๊

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
บ่งบ๊ง Food Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: Sai Eeuu วันที่: 11 กันยายน 2559 เวลา:17:37:02 น.  

 
ไม่เคยผิดหวังกับสูตร ขอบคุณจริงๆครับ


โดย: boy IP: 118.172.80.224 วันที่: 22 พฤษภาคม 2560 เวลา:13:36:50 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปันค่าาาา จะทำตามเลย


โดย: สิ่งมีชีวิตเล็กๆบนโลกใบใหญ่ วันที่: 5 กันยายน 2560 เวลา:11:31:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
บ่งบ๊ง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1808 คน [?]




บ้านน้อยหลังนี้ยินดีต้อนรับทุกท่านคะ บ้านแห่งความสุข หมกมุ่นแต่เรื่องทำกิน ทั้งวี่ทั้งวันวุ่นวายแต่เรื่องในครัว เรื่องสังสรรค์เฮฮาพอมีประปรายจ้า

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่แวะมาเยือน นำพามาซึ่งความสุขและสิ่งดีงามมีสาระ มาร่วมแชร์ความคิดเห็น นำเสนอเรื่องราวการทำอาหารและขนม รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ แบบไม่ปิดบังซ่อนเล้น มีความสุขกับการเข้าครัวในทุกวัน ซึ่งถือเป็นการคลายเครียดอีกทั้งจรรโลงโลกใบนี้ให้น่าอยู่และงดงามตราบนานเท่านาน ....



เมี่ยงคำกลีบบัว

หมี่กรอบโบราณ

น้ำจิ้มเมี่ยงคำ

เมี่ยงมะม่วง

ยำส้มโอ

ข้าวตังหน้าตั้ง

กระทงทอง

มัสมั่นไก่และเนื้อ

เนื้ออบสูตรประจำตระกูล

ปีกไก่ทอดซีอิ้ว

กล้วยเชื่อมแดง

ไก่อบเกือบจะ S&P

Filipino Chicken Adobo

ซอสเย็นตาโฟในตำนาน

น้ำจิ้มสุกี้ชาบูเลอเลิศ

น้ำพริกสะระแหน่-น้ำจิ้มลุยสวน

น้ำจิ้มชนิดต่างๆ

ซอสเทอริยากิ

ไข่ตุ๋นเนื้อเนียน

Mango Cheese Cake

Strawberry Cheese Cake

Cheese Pie

New York Cheese Cake

เค้กมะตูมสูตรอร่อย

เค้กอินทผลัม Dates Cake

ปลาทูต้มเค็ม

ไข่พะโล้-ต้มเค็มพะโล้-ก๋วยจั๊บ

ข้าวหน้าไก่สูตรเด็ด

บะหมี่หน้าไก่

อุ๊กไก่-ไก่พม่า

ซุปไก่มุสลิม

ผักดอง-Veggies Chutney

ครองแครงกรอบสูตรประจำตระกูล

กุ้งหวานบ้านฉัน

เค้กกล้วยน้ำว้า

หลนกุ้ง

กะปิคั่ว-กะปิหลน

Friends' blogs
[Add บ่งบ๊ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.