I'm not a Chef...but I sure am a Good Cook!
Group Blog
 
<<
กันยายน 2557
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
25 กันยายน 2557
 
All Blogs
 

✿ เนื้อเค็มต้มกะทิ เมนูโบราณ(ชาววัง) หากินยาก ✿



สวัสดีคะ มิตรรักแฟนรายการเชฟกระทะหลุดทุกท่าน ลืมกันไปหรือยังคะ 
ไม่ได้เข้ามาอัพบล๊อกนานหลายเดือน หวังว่ามิตรรักแฟนรายการที่ติดตามบล๊อก
คงไม่เคืองและเสียอารมภ์ที่หายศีรษะไปพร้อมตัวหนังสือและเมนูต่าง ๆ นะคะ

วันนี้แม่ครัวบี๊มีเมนูไทยโบราณมาฝากอีกเช่นเคย เผยแพร่ครั้งแรกที่เฟสบุ๊ค 
มิตรรักแฟนรายการเข้ามาชมถล่มทลาย มีเพื่อน ๆ ทำมาส่งการบ้านหลายคน 
ถือเป็นเมนูโบราณที่หากินยาก แต่ทำไม่ยาก เมนูนี้อร่อยมากมีคนคอนเฟิมแล้ว

หลักออกเทศกาลกินเจ ลองทำรับประทานกัน ใครไม่ทานเนื้อก็ลองใช้หมูเค็มทำ
รสชาดออกมาน่าจะอร่อยไม่แพ้กัน เชิญพบกับเมนูโบราณ ตำรับชาววัง(เวง) 
สูตรนี้จากหม่อมแม่ของแม่ครัวบี๊ห์เองนะเจ้าคะ เป็นอีกเมนูที่จำรสและกลิ่นได้ดี





เพื่อนเคยพาไปทานเนื้อเค็มต้มกะทิแถวสะพานพระรามห้า ร้านอาหารไทยโบราณ
ปีที่ผ่านมาจะตามย้อนรอยร้านนี้สักหน่อย อยากรู้ว่ารสชาดยังอร่อยเหมือนเดิมหรือไม่
ปรากฏเปลี่ยนเจ้าของไปแล้ว กลายเป็นร้านอาหารอีสาน อิฉันอดกินเนื้อเค็มต้มกะทิ
เป็นอีกสาเหตุที่ต้องลุกขึ้นมาทำกินเอง โดยโทรไปถามบ้านคุณอาว่าเขาทำกันอย่างไร





เนื้อเค็มต้มกะทิ สูตรโบราณ

ส่วนประกอบ

เนื้อเค็ม หรือ เนื้อแดดเดียว 300 กรัม (เปลี่ยนเป็นหมูเค็มได้)
กะทิ 3 ถ้วย (คั้นหัวกะทิ 1 ถ้วย – หางกะทิ 2 ถ้วย)
หอมแดงซอย 20 หัว
น้ำตาลปีบ 2-3 ช้อนโต๊ะ
เกลือสมุทร และ น้ำปลา (มากน้อยตามชอบ)
พริกขี้หนูเม็ดเล็ก (พริกขี้หนูหอม)  
ใบมะกรูดฉีก และใบมะกรูดซอย สำหรับโรยหน้า





วิธีทำ

ย่างเนื้อเค็มแล้วใช้ค้อนทุบเนื้อทุบๆๆ ให้นิ่ม ฉีกเป็นเส้นหรือหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ตามภาพก็ได้
นำหางกะทิใส่หม้อ ใส่เนื้อเค็มและหอมแดงลงเคี่ยวกับหางกะทิด้วยไฟอ่อน ๆ
จนงวด 
(ใช้กะทิชนิดกล่อง ถ้าหัวกะทิข้นมาก ให้นำหัวกะทิผสมกับน้ำเล็กน้อยเพื่อใช้เป็นหางกะทิ)
หรือเคี่ยวจนกวาเนื้อจะเปื่อย ปรุงรสด้วยน้ำปลาและเกลือป่น, น้ำตาลปีบ ชิมรสตามชอบ
ใส่พริกขี้หนู ฉีกใบมะกรูดใส่ไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ไม่ควรให้พริกขี้หนูสุกมากเกิน ดับไฟเตา
ตักเนื้อเค็มต้มกะทิใส่ชาม โรยใบมะกรูดซอย เสริฟขณะที่ยังร้อน ถ้าปล่อยให้เย็นตัวจะขึ้นไข

หมายเหตุ - เนื้อต้มกะทิแบบนี้รสชาติคล้ายหลนกะทิ จึงรับประทานกับผักสดต่าง ๆ ได้คะ 

ถ้าคุณแม่เล็กของอิฉันยังมีชีวิต นางคงทำเนื้อเค็มให้ลูกกินเองโดยไม่ต้องพึ่งพาร้านขายเนื้อ
เนื้อเค็มของแม่หมักด้วยน้ำปลาปลาสร้อยอย่างดี ตากแดดเดียวแล้วนำมาทอด อร่อยมาก ๆ
ใครชอบทานแบบเนื้อฉีกฝอยก็ต้องทุบเนื้อเล็กน้อยแล้วนำมาฉีกฝอย แต่เราชอบหั่นแบบนี้






นำหางกะทิใส่หม้อ ใส่เนื้อเค็มและหอมแดงลงเคี่ยวกับหางกะทิ
ต้องเคี่ยวด้วยไฟอ่อน ๆ และเคี่ยวจนกระทั่งน้ำกะทิงวดลง





ปรุงรสด้วยน้ำปลาอย่างดี, เกลือป่น, น้ำตาลปีบ
ชิมรสตามชอบแล้วใส่พริกขี้หนูสวนเม็ดเล็กลงไป







ใส่พริกขี้หนูไปแล้ว อยากจิบอกว่ากลิ่นหอมแบบที่เคยกินตอนมารดาทำนั้น มันใช่เลย
กลิ่นพริกผสมกับหอมและหัวกะทิ แม่เจ้า กลิ่นเมนูโบราณมันช่างหอมจรุงจิตมาก






ฉีกใบมะกรูดบางส่วนใส่ไป ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน 
ไม่ควรให้พริกขี้หนูสุกมากเกินไป จะเสียรส ดับไฟเตา






สมุนไพรไทยล้วนให้กลิ่นหอมที่สดชื่น กลิ่นหอมชื่นใจ 
พริกขี้หนูสวนและใบมะกรูดสดฉีกใส่ไป ส่งกลิ่นโชยทันที






กระทะนี้ทำรอบที่สอง ใช้เนื้อเค็มอบแห้ง ไม่ได้ตากแดดเนื่องจากช่วงนี้ฝนตก 
ตากแล้วไม่แห้งสนิทก็เลยต้องใช้วิธีอบแห้งหมาด ๆ แล้วเก็บใส่ช่องแช่แข็งไว้ 
สีสันไม่เข้มจัดเหมือนเนื้อที่นำออกตากแดด แบบนั้นจะแห้งสนิท เก็บได้นาน






ตักเนื้อเค็มต้มกะทิใส่ชาม โรยใบมะกรูดซอยฝอย นำเสริฟ
เนื้อต้มกะทิแบบนี้รสชาติคล้ายหลน จึงรับประทานกับผักสดต่าง ๆ ได้







หลานชายไม่เคยรู้จักเมนูโบราณนี้ เพราะตอนคุณยายทำให้เราทานเค้ายังเล็กมาก
ทำเสร็จแล้วนำมาวางบนโต๊ะ เขามาเห็นถามว่า นี่แกงอะไรครับ เราบอกไป หลนเนื้อเค็ม 
เขาก็ตักชิม จากนั้นไปหยิบจาน หยิบผักสดออกมาจากตู้เย็น ตักกินเล่นแบบไม่ทานกับข้าว 
เขาบอกว่าอร่อยมากๆ ขอเอาขึ้นเครื่องไปฝากเพื่อน ๆ ลูกเรือที่บางกอกแอร์เวย์ด้วย 
พนักงานหลายคนบนเครื่องไม่รู้จักเมนูนี้ มีแอบกระซิบบอกหลานชายมาบอกน้าด้วย 
"ถ้าคุณน้าเธอทำเนื้อเค็มต้มกะทิอีก หิ้วมาฝากพวกเราด้วยนะ ชอบมาก อร่อยเหาะ" 
ทำครั้งแรกโรยใบมะกรูดซอยเขาไม่ชอบ ครั้งหลังจึงแค่ฉีกๆ ใส่ไป ไม่ต้องโรยหน้าแบบนี้






เป็นอย่างไรบ้างคะ ตอนที่ลงเมนูนี้ในแฟนเพจเฟสบุ๊คหลายคนแวะมาชมแล้วบอกว่า
ไม่เคยเห็น ไม่รู้จัก ส่วนบรรดา สว. ที่เกิดทันเมนูนี้ บ้างก็ว่าถ้าไม่นำพามาให้ชม 
พวกเขาคงจะหลงลืมเมนูนี้ นึกไม่ถึงคะ จากนั้นมีคนรีบมาส่งการบ้านในทันที่ 
คนแรกที่ส่งการบ้านฉันเป็นคนไทยอาศัยอยู่ในซิดนีย์ อัยย๊ะ ป๋าจิ๊ทำเป็นคนแรก 
จากนั้นก็มีตามมาเรื่อย ๆ สุดท้ายเป็นการบ้านของ น้องเอิง ณ หาดใหญ่ 
นางทำออกมาได้น่ารับประทานมาก (น้องเอิงมีฝีมือการทำอาหารเป็นทุน)
จึงเป็นเหตุให้ฉันต้องรีบอัพบล๊อก เผื่อว่าชาวบล๊อกที่ไม่เล่นเฟสบุ๊คอยากลองทำ






ขอบคุณสปอนเซอร์ใจดี "กะทิอัมพวา" คุณจ๊ะเอ๋ ผู้จัดกายฝ่ายการตลาด
แวะมาเยี่ยมเยือนพร้อมนำผลิตภัณฑ์กะทิอัมพวาหลากหลายชนิดมาฝาก
ก่อนหน้านี้แม่ครัวบี๊ห์ได้ลองซื้อมาใช้งานแล้วติดใจ เพราะของเขาดีจริง

ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชม ขอบพระคุณทุกความคิดเห็น







 

Create Date : 25 กันยายน 2557
10 comments
Last Update : 30 สิงหาคม 2560 18:02:17 น.
Counter : 32809 Pageviews.

 

น่ากินอีกแล้วค่ะพี่ บิ๊
อาหารโบราณแบบนี้ไม่เคยกินเลยค่ะ

 

โดย: ALDI 25 กันยายน 2557 20:14:15 น.  

 

อ่านอย่างตั้งใจมากค่ะ
เหมือนอ่านหนังสือเตรียมสอบ
เพราะคุณน้องตั้งใจเตรียมก๊อบเมนูนี้มาก ๆ

หน้านี้ไม่มีแดดเลยอ่ะนะพี่
ต้นแคคตัสวางไว้หน้าบ้านยังเน่าตายเลย ฮือ

เนื้อเค็มต้มกะทิแบบนี้ไม่มีที่ไหนทำขายเลยนะคะ จำได้แต่สมัยก่อนเคยเห็นเมนูนี้ในหนังสือตำราอาหารแบบโบราณ ๆ
ซึ่งสมัยเรายังเด็ก แม่ก็ไม่กินเนื้อวัว ไม่ให้เอาเข้าบ้านด้วย

มาตอนนี้ละ เสร็จเรา


 

โดย: secreate 25 กันยายน 2557 23:21:15 น.  

 

ขุ่นพี่ขา พยายามทำเมนูนี้หลายหนละ สำเร็จได้แค่หมูแดดเดียวค่า .... เอาไปทอดกินซะหมด ไม่มีเหลือไว้ต้มกะทิเลยค่า ฮ่าๆๆๆ

 

โดย: ทนายอ้วน 26 กันยายน 2557 6:17:17 น.  

 

ข้าวสวยร้อน ๆ

 

โดย: tuk-tuk@korat 28 กันยายน 2557 12:52:51 น.  

 

กินม่ายด้ายยยยยยยย
มาแอบดู แล้วรีบกลับออกไป
ก่อนจะตบะแตก ^__^

 

โดย: เนินน้ำ 29 กันยายน 2557 12:49:19 น.  

 

สุดยอดดด ของโปรดเลยครับ

 

โดย: benz47 2 ตุลาคม 2557 10:24:01 น.  

 

ถูกใจอีกแล้วค่ะ

 

โดย: Jardee IP: 125.24.38.193 13 ตุลาคม 2557 15:31:49 น.  

 

ไม่เคยทานเลยคะ ทำได้น่าทานมากเลยคะ
อธิบายขั้นตอนการทำได้ละเอียดทำให้เข้าใจง่าย ใจดีจังคะ
จะขอลองทำเมนูนี้แน่นอนคะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ

 

โดย: เอ๋ มีนตรา IP: 27.130.65.125 27 พฤษภาคม 2558 13:05:18 น.  

 

กำลังนึกถึงเมนูนี้ เลยเข้ามาหาสูตร เจอเลยจำได้แต่ต้องใส่หอมแดง ขอบคุณนะคะ จะลองทำกินเองบ้าง

 

โดย: วรรณพร IP: 134.196.148.160 16 เมษายน 2559 12:37:27 น.  

 

กำลังนึกถึงเมนูนี้ เลยเข้ามาหาสูตร เจอเลยจำได้แต่ต้องใส่หอมแดง ขอบคุณนะคะ จะลองทำกินเองบ้าง

 

โดย: วรรณพร IP: 134.196.148.160 16 เมษายน 2559 12:37:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
บ่งบ๊ง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1812 คน [?]




บ้านน้อยหลังนี้ยินดีต้อนรับทุกท่านคะ บ้านแห่งความสุข หมกมุ่นแต่เรื่องทำกิน ทั้งวี่ทั้งวันวุ่นวายแต่เรื่องในครัว เรื่องสังสรรค์เฮฮาพอมีประปรายจ้า

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่แวะมาเยือน นำพามาซึ่งความสุขและสิ่งดีงามมีสาระ มาร่วมแชร์ความคิดเห็น นำเสนอเรื่องราวการทำอาหารและขนม รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ แบบไม่ปิดบังซ่อนเล้น มีความสุขกับการเข้าครัวในทุกวัน ซึ่งถือเป็นการคลายเครียดอีกทั้งจรรโลงโลกใบนี้ให้น่าอยู่และงดงามตราบนานเท่านาน ....



เมี่ยงคำกลีบบัว

หมี่กรอบโบราณ

น้ำจิ้มเมี่ยงคำ

เมี่ยงมะม่วง

ยำส้มโอ

ข้าวตังหน้าตั้ง

กระทงทอง

มัสมั่นไก่และเนื้อ

เนื้ออบสูตรประจำตระกูล

ปีกไก่ทอดซีอิ้ว

กล้วยเชื่อมแดง

ไก่อบเกือบจะ S&P

Filipino Chicken Adobo

ซอสเย็นตาโฟในตำนาน

น้ำจิ้มสุกี้ชาบูเลอเลิศ

น้ำพริกสะระแหน่-น้ำจิ้มลุยสวน

น้ำจิ้มชนิดต่างๆ

ซอสเทอริยากิ

ไข่ตุ๋นเนื้อเนียน

Mango Cheese Cake

Strawberry Cheese Cake

Cheese Pie

New York Cheese Cake

เค้กมะตูมสูตรอร่อย

เค้กอินทผลัม Dates Cake

ปลาทูต้มเค็ม

ไข่พะโล้-ต้มเค็มพะโล้-ก๋วยจั๊บ

ข้าวหน้าไก่สูตรเด็ด

บะหมี่หน้าไก่

อุ๊กไก่-ไก่พม่า

ซุปไก่มุสลิม

ผักดอง-Veggies Chutney

ครองแครงกรอบสูตรประจำตระกูล

กุ้งหวานบ้านฉัน

เค้กกล้วยน้ำว้า

หลนกุ้ง

กะปิคั่ว-กะปิหลน

Friends' blogs
[Add บ่งบ๊ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.