ฉันรักโซฟาของครอบครัวทานาเบ้
พอๆ กับที่รักห้องครัวของพวกเขา
คิ ท เ ช่ น
บานานา โยชิโมโตะ
.
.
.
มิคาเกะ ต้องเป็นกำพร้าหลังจากสูญเสียคุณยาย
ซึ่งเป็นญาติที่เหลือคนเดียวในโลกไป
ท่ามกลางความเคว้งคว้างนั้น
ยูอิจิ หนุ่มหล่อร้านขายดอกไม้ผู้รู้จักมักจี่กับคุณยาย
ชักชวนให้มิคาเกะไปอยู่ที่บ้านของเขากับแม่ด้วยกัน
.
ที่นั่น มิคาเกะได้รู้จัก
เอริโกะ แม่ของยูอิจิผู้ใจดีต่อเธอมาก
เอริโกะไม่ใช่แม่แท้ๆ ของยูอิจิ
แต่คือคนที่เคยแต่งงานกับแม่ของยูอิจินั่นแหละ (ซับซ้อนหน่อย ^^ )
เอริโกะเป็นชายแต่งหญิงที่ทำงานในบาร์เกย์
ทั้งสองคนคือแม่กับลูกที่ไม่ได้ผูกพันกันทางสายเลือด
แต่ไมตรีจิตของเขาทั้งคู่ก็ทำให้มิคาเกะอบอุ่น
จนรู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกันกับพวกเขา
.
ระหว่างมิคาเกะกับยูอิจิ ที่แม้อยู่ด้วยกันแต่ก็ไม่มีอะไรเกินเลย
เว้นแต่หัวใจของมิคาเกะที่ชอบยูอิจิขึ้นมา
โดยที่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไง
อีกทั้งยังมีแฟนเก่าเดินเข้ามาในชีวิตอีก ใจเอยจะลงเอยอย่างไร
.
.
.
คิทเช่นนิยายเล่มบางที่มาช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นใจที่อาจหล่นหายไประหว่างทาง
สำหรับมิคาเกะ ห้องครัวคือสถานที่ชุบชูใจ
ซึ่งเธอสามารถจะจมปลักอยู่ในนั้นได้ในทุกสภาวะอารมณ์
การทำอาหารเปรียบได้กับการขัดเกลาความรู้สึกในใจ
หากทำอาหารนั้นออกมาไม่ดีก็จะทำใหม่จนกว่ามันจะดี
เหมือนได้ขจัดความรู้สึกแย่ในใจออกไปด้วย
และการที่ได้กินอาหารร่วมกับคนในบ้านนั้น
ก็เป็นความสุขที่แสนวิเศษของชีวิต
.
.
.

.
.
.
ชอบประโยคหนึ่งในเล่มที่กล่าวไว้ว่า“มนุษย์เราไม่ได้พ่ายแพ้เพราะสถานการณ์บีบบังคับ
หรือแรงกดดันจากภายนอก
หากล้มเหลวด้วยสาเหตุที่มาจากภายในตัวเอง”.
.
.
คิทเช่นแปลจาก Kitchen (1988)
ผู้เขียน : บานานา โยชิโมโตะ
ผู้แปล : เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย
สนพ. อิมเมจ
มนุษย์เราไม่ได้พ่ายแพ้เพราะสถานการณ์บีบบังคับ
หรือแรงกดดันจากภายนอก
หากล้มเหลวด้วยสาเหตุที่มาจากภายในตัวเอง