เวลาที่หายไป - บทที่ 62 (อวสาน)



คืนนั้นเมื่อได้อยู่กันตามลำพังสองต่อสอง ในห้องชุดของโรงแรมหรูในพัทยา คริสก็ตะกองกอดเจ้าสาวของเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เฝ้าแต่กอดจูบเธออยู่นั่นแล้วจนทิพย์สุรางค์ต้องผลักเขาออกห่าง “ฉันอยากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า” เธอบอกด้วยเสียงอ่อยๆ

คริสจูบเธออีกสองสามทีแล้วก็ปล่อย ยืนดูหญิงสาวดึงกิ๊บฝอยตัวเล็กๆที่ยึดตรึงผมยาวของเธอเป็นช่อชั้น ออกวางลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง ส่วนเครื่องประดับที่อยู่บนผมถูกดึงออกไปหมดแล้ว ก่อนออกเดินทางมาที่นี่

“คุณไปอาบน้ำก่อนก็ได้ ฉันต้องล้างเครื่องสำอางพวกนี้ออกก่อน คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก” ทิพย์สุรางค์บอกคริสที่ยังยืนมองเธออยู่
“ก็ได้” แล้วชายหนุ่มก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

หลังจากสางผมดกดำยาวแล้วขมวดขึ้นไว้กลางศรีษะ หญิงสาวก็เปลื้องเครื่องแต่งกายออก เปลี่ยนเป็นเสื้อคลุมอาบน้ำ เดินไปเปิดกระเป๋าเดินทางใบเล็กของคริส ที่พนักงานโรงแรมนำมาวางไว้ให้ในห้องคู่กับกระเป๋าของเธอ ทิพย์สุรางค์สำรวจเข้าของของคริสในกระเป๋าเดินทาง หยิบเสื้อกางเกงสามสี่ตัวของเขาออกมาแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า เอาเครื่องใช้ส่วนตัวเช่นหวี เครื่องโกนหนวด โอดิโคโลญ ครีมและน้ำยาโกนหนวดและของอื่นๆออกมาวางไว้บนโต๊ะใกล้ๆ ตั้งใจว่าจะเอาไปวางเตรียมไว้ให้เขาในห้องน้ำ หลังจากที่เขาอาบน้ำเสร็จแล้ว ส่วนชุดนอนเธอเอาไปวางเตรียมไว้ให้เขาที่ปลายเตียง

อีกครู่ต่อมาคริสก็เปิดประตูห้องน้ำออกมา ทิพย์สุรางค์หันไปมองแล้วรีบหันหน้ากลับ เขามีผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนเดียวพันร่างกายท่อนล่างเอาไว้ มองเห็นแผงอกและต้นแขนที่ล่ำสันแข็งแรง เต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยงาม คริสทำหน้ายิ้มกริ่มเมื่อเห็นท่าทางเขินๆของเธอ แล้วแทนที่จะรีบสวมเสื้อนอนกางเกงนอน ที่เขาเห็นแล้วว่าเธอวางไว้ให้ ชายหนุ่มกลับเดินเข้ามากอดเธอเอาไว้แล้วกระซิบดื้อๆว่า “คุณหนูไม่ต้องอาบก็ได้..น้ำน่ะ ผมอาบคนเดียวก็พอแล้ว”

แล้วเขาก็ทำท่าเหมือนจะดึงสายรัดเอวเสื้อคลุม ให้หลุดออกจากที่ผูกเอาไว้ ทำให้ทิพย์สุรางค์รีบตะครุบมือเขาเอาไว้แทบไม่ทัน หน้าของเธอแดงระเรื่อขณะที่ทำเสียงดุๆเอ็ดเขาว่า

“นี่! จะบ้าหรือ ปล่อยฉันก่อน ฉันจะไปอาบน้ำ”
“โธ่ แค่นี้ก็ต้องดุด้วย” เขาบ่นแต่ก็ยอมปล่อยตัวเธอโดยดี

หลังจากที่ทิพย์สุรางค์เข้าห้องน้ำไปแล้ว คริสก็เปลื้องผ้าเช็ดตัวออก สวมเสื้อกับกางเกงนอนเข้าไปแทน เดินเข้าไปในห้องติดกันที่มีตู้เย็นเล็กๆหยิบเบียร์ออกมากระป๋องหนึ่ง แล้วเดินออกไปที่ระเบียงกว้างข้างนอกห้อง ซึ่งมีเก้าอี้นอนยาวสองตัวพร้อมด้วยโต๊ะกลมเล็กๆสำหรับวางของ ลงนอนเอนๆบนเก้าอี้นอนตัวหนึ่ง จิบเบียร์คอยเธอด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งและเป็นสุขอย่างยิ่ง ที่ในที่สุดความหวังและความฝันที่จะได้แต่งงานร่วมชีวิตกับทิพย์สุรางค์ ก็กลายมาเป็นความจริงจนได้ หลังจากหวังแล้วสิ้นหวัง หวังแล้วหมดหวังมาหลายครั้งหลายครา จนเกือบจะยอมแพ้ยอมรับโชคชะตาของชีวิตที่ไม่มีเธอไปแล้ว

ทิพย์สุรางค์ออกจากห้องน้ำในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา ความจริงเธออาบน้ำเสร็จสักครู่ใหญ่แล้ว แต่ยังไม่พร้อมที่จะออกมาพบหน้าเขา หญิงสาวตื่นเต้นกับชีวิตใหม่ของเธอ ต้องพยายามปรับใจอยู่นานกว่าจะออกมาเผชิญกับสายตากรุ้มกริ่มของเขาได้ ถึงจะเคยมีความสัมพันธ์กับเขาจนมีเด็กชายสิงห์ออกมาแล้ว แต่นั่นก็เป็นเพียงครั้งแรกและครั้งเดียวของเธอ ในสถานการณ์ที่ตื่นตระหนกไม่รู้เนื้อรู้ตัว ตอนนี้จะไม่ให้เธอรู้สึกเคอะเขินและตื่นเต้นหวาดกลัวได้อย่างไร

ส่วนคริสเมื่อรอแล้วรอเล่า หญิงสาวก็ยังนั่งสางผมเฉยอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ทำเหมือนไม่รู้ว่าเขากำลังคอยอยู่ ก็แกล้งร้องบอกเธอว่า “คุณหนูครับ ถ้าจะกรุณา...ช่วยหยิบเบียร์ในตู้เย็นให้ผมสักกระป๋องได้ไหม?”

ทิพย์สุรางค์เหลียวหน้าเหลียวหลังมองหาตู้เย็น เมื่อไม่เห็นมีอยู่ในส่วนที่เป็นห้องนอน เธอก็เดินเข้าไปในส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่นที่อยู่ติดต่อกัน หยิบเบียร์ได้ก็เดินออกไปส่งให้เขาที่ระเบียงมืดข้างนอก คริสมองร่างงดงามของเธอ ที่อยู่ในเสื้อนอนแพรยาวสีขาว คลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีเดียวกันอย่างดื่มด่ำ เมื่อเธอยื่นกระป๋องเบียร์มาให้ เขาก็รับไว้แล้วดึงมือเธอจนร่างของเธอเซถลาทับลงมาบนอก ชายหนุ่มวางเบียร์กระป๋องนั้นลงบนโต๊ะ กอดเธอเอาไว้แนบแน่นแล้วจูบอย่างอ่อนหวานหลายครั้ง ทิพย์สุรางค์ได้กลิ่นอ่อนๆของเหล้าและบุหรี่ ที่เธอเห็นใครต่อใครส่งให้เขาในระหว่างงานเลี้ยงเมื่อตอนหัวค่ำ

เมื่อมาถึงตอนนี้หญิงสาวก็นอนซบนิ่งอยู่กับอกเขา รู้ว่าคงไม่มีทางหนีเขาไปไหนได้อีกแล้ว เธอรู้แล้วว่าเขารักเธอมากและเธอก็รักเขามากเช่นเดียวกัน เธอหนีหัวใจตัวเองไม่พ้น กอดจูบเธอไปได้พักเดียว คริสก็พลิกตัวขึ้นนั่งทั้งๆที่ยังกอดเธออยู่ ยืนขึ้นแล้วก็ช้อนตัวเธอไว้ในอ้อมแขนพาเข้าไปในห้องนอน วางร่างอิ่มเอิบสมบูรณ์สะพรั่งด้วยวัยสาวลงบนที่นอน ดึงเสื้อคลุมออกจากตัวเธอ เห็นเสื้อนอนแพรบางๆที่มีสายเล็กๆยึดติดไว้สองข้างไหล่ ในแสงสลัวของไฟโคมข้างเตียง เขาจ้องมองใบหน้างามแอร่มและท่าทางเอื้อนอายของเธออย่างละลานใจ

แล้วคริสก็เริ่มต้นจูบทิพย์สุรางค์ใหม่อีกครั้งหนึ่ง จูบไล่ลงไปตั้งแต่ดวงตาคู่งามที่เคยคมปลาบบาดหัวใจ แต่ตอนนี้มันกลับเซื่องซึมราวกับต้องมนต์จากจูบของเขา จูบเรื่อยลงมาถึงริมฝีปากคู่งามที่มีลักษณะเย้ายวน ปากจมูกของเขาจูบไล่ลงมาที่ซอกคอ แล้วก็มาซุกซบอยู่ตรงทรวงอกเต่งตึงงดงามราวกับดอกบัวหลวง ที่ตอนนี้สายที่ยึดตัวเสื้อเอาไว้กับบ่าหลุดออกไปแล้ว

ทิพย์สุรางค์พยายามใช้มือผลักใบหน้าของเขา ที่กำลังซุกไซ้เธออยู่ให้หลุดออกไป แต่คริสรู้ทัน เขาใช้มือข้างหนึ่งรวบมือทั้งสองของเธอเอาไว้ ไม่ให้ผลักไสเขาได้ ส่วนอีกมือหนึ่งก็ดึงเสื้อนอนออกจากตัวเธอแล้วโยนไปข้างเตียง หญิงสาวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้สึกแต่เพียงว่ามือไม้ปากจมูกที่ร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆของเขา สัมผัสเล้าโลมไปตามร่างกายของเธออย่างอ่อนโยนทะนุถนอม ไม่มีความร้อนรนรุนแรงอย่างที่เธอนึกหวาดกลัวในตอนแรก ความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาทำให้ค่อยๆเกิดขึ้น ทำให้ทิพย์สุรางค์ต้องยกแขนขึ้นโอบรอบคอเขาโดยไม่รู้ตัว

เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว คริสก็ตะกองกอดทิพย์สุรางค์ไว้แนบอกอย่างเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ซึ่งเขาแน่ใจว่าเธอก็คงรู้สึกไม่แตกต่างจากเขา ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าทิพย์สุรางค์เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ทางเพศอย่างน่าพิศวง ถึงเธอจะสะทกสะเทิ้นเขินอายไปบ้าง ยามที่เขารุกเร้าเธอมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เธอก็ยินยอมพร้อมใจให้เขานำทางเธอไปและพร้อมที่จะเรียนรู้จากเขา เธออาจจะดูหยิ่งยโสท่าทางเย็นชาก็จริง แต่เมื่อมีความรักและการแต่งงานอย่างถูกต้องตามประเพณี เขากลับพบว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เย็นชาเลยแม้แต่น้อย เธอมีเสน่ห์อย่างยิ่ง มันเป็นเสน่ห์ที่ผู้ชายทุกคนหลงไหล เพราะมันทำให้ผู้ชายภูมิใจ ในความเป็นชายชาตรีของตัวเองมากยิ่งขึ้น

ทิพย์สุรางค์ลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ค่อยๆพยุงกายขึ้นจากอ้อมแขนที่ยังกอดก่ายเธอเอาไว้หลวมๆ มองสำรวจหน้าตาของคนที่ยังหลับสนิทอยู่เคียงข้างเธอ คิ้วหนาเป็นปื้น ขนตาดกหนาแต่สั้น ไรหนวดและเคราเขียวๆข้างแก้มที่เพิ่งขึ้นใหม่ทำให้หน้านั้นคมเข้ม จมูกปากของเขาคมคายแบบผู้ชาย เมื่อมองต่ำลงมาเห็นแผงอกล่ำสันที่เปล่าเปลือย หญิงสาวก็ดึงผ้าห่มขึ้นปิดอกเขา เพราะเครื่องปรับอากาศค่อนข้างเย็นและฝนข้างนอกกำลังตกพรำๆ เมื่อดึงผ้าห่มออกจากตัวเพื่อจะลุกไปเข้าห้องน้ำ ทิพย์สุรางค์ก็พบร่างที่เปลือยเปล่าของตัวเอง เธอหน้าแดง มองหาเสื้อนอนที่ถูกเขาถอดโยนทิ้งไปข้างเตียง เมื่อพบแล้วก็รีบหยิบมาสวมเข้ากับตัวอย่างรวดเร็ว

คริสตื่นแล้วแต่ยังนอนนิ่งอยู่บนเตียง เมื่อทิพย์สุรางค์กลับเข้ามาในห้อง ในเสื้อคลุมอาบน้ำตัวยาวรุ่มร่าม เธออาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือที่ใส่นอนขึ้นดูเวลา

“ยังไม่หกโมงเช้าเลย คุณหนูจะรีบลุกไปไหน?” เขาทำหน้ายิ้มๆถามเธอ
“ตื่นแล้วนี่ ไม่รู้จะนอนไปทำไม?” เธอทำหน้าเขินๆไม่ยอมสบตาเขา เสถามว่า “วันนี้เราจะไปไหนกันดี?”
“คุณหนูอยากไปที่ไหนล่ะ?”
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ฝนยังตกอยู่เลย” หญิงสาวบอกเขาตามตรง
“มานี่หน่อยสิครับ” เขาได้โอกาสทันที

ทิพย์สุรางค์ไม่รู้ว่าเขาเรียกเธอทำไมแต่ก็ยอมเดินเข้าไปหา แล้วก็ถูกเขาฉุดให้ล้มลงไปบนเตียง กอดเธอไว้แนบแน่นแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน กระซิบที่ริมหูว่า “ยังไม่ต้องรีบไปไหนหรอกน่า มาเรียนต่อกันดีกว่า เป็นนักเรียนต้องเชื่อฟังครูนะ ห้ามดื้อ”

เขาดึงเสื้อคลุมอาบน้ำออกจากตัวเธอ สอนบทเรียนแห่งรักบทใหม่ให้เธออีกบทหนึ่ง จนหลับไหลไปด้วยกันในอ้อมกอดของกันและกันอีกครั้งหนึ่ง อย่างอิ่มเอมเปรมปรีดิ์

หลังจากฮันนิมูนกันครบสามวัน คริสก็ขับรถพาทิพย์สุรางค์กลับเข้ากรุงเทพฯ แวะสถานทูตอเมริกัน นำเอกสารส่วนตัวทั้งของเขาและของเธอเข้าไปขอจดทะเบียนสมรส เมื่อเรียบร้อยแล้วก็กลับมาขึ้นรถด้วยกัน ประโยคแรกที่เขาพูดกับเธอคือ

“สวัสดีครับ มาดามทิพย์สุรางค์ เลย์ตัน” เขาจูบแก้มเปล่งปลั่งของเธอเบาๆ “ตอนนี้ไม่ใช่คุณหนูทิพย์สุรางค์ ธนากุลอีกแล้ว ห้ามเกเร ห้ามดื้อรั้นเอาแต่ใจตัวเองอีกแล้วนะ “
หญิงสาวค้อนเขาอย่างน่ารัก ปากก็บอกว่า “ไม่รับปาก ถ้าคุณดีกับฉันๆก็ดีด้วย ถ้าเบี้ยวฉัน ฉันก็จะเบี้ยวคุณมั่ง”
“ทำยังไงที่เรียกว่าเบี้ยวน่ะ ผมจะได้รู้เอาไว้”
“ห้ามเจ้าชู้ ห้ามมองผู้หญิงอื่น” เธอตอบทีเล่นทีจริงด้วยสีหน้ายิ้มๆและแววตาที่หวานราวจะหยด
ชายหนุ่มยกมือขึ้นราวกับยอมแพ้ “เมียผมสวยขนาดนี้ มีเสน่ห์แถมยังน่ารักขนาดนี้ ผมยังจะบ้าไปมองผู้หญิงที่ไหนได้อีกเล่าขอรับ คุณผู้หญิง”
ทิพย์สุรางค์ร้องว่า “บ้า” รู้สึกเขินกับสรรพนามใหม่ที่เขาใช้กับเธอ

ระหว่างนั่งรถกลับไปบ้านที่สาทรที่เด็กชายสิงห์และบิดามารดาของคริส คอยอยู่ ชายหนุ่มถามว่า “เรื่องงานของผมที่พ่ออยากให้ลาออกจากทหารไปช่วยท่าน คุณหนูคิดว่ายังไง?”

ทิพย์สุรางค์ตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่า “คริสคะ ฉันขอให้คุณเป็นคนตัดสินใจเอง ไม่ว่าคุณจะเลือกอะไรฉันก็พร้อมจะสนับสนุนทั้งนั้น คุณเรียนวิชาทหารมา ถ้าอยากเป็นทหารต่อไปก็ไม่ต้องลาออก แต่ถ้าเบื่อแล้วหรือว่าอยากไปช่วยคุณพ่อดูแลกิจการของท่าน ก็ไปได้เลย ฉันยกให้คุณเป็นผู้นำชีวิตของฉันและลูกแล้วนี่คะ ฉันก็ยินดีและเต็มใจที่จะเดินเคียงคู่ไปกับคุณทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าคุณเลือกจะเดินไปในเส้นทางใด”

ทิพย์สุรางค์คิดในใจว่าผู้ชายนั้นเป็นเพศที่ต้องการความสำคัญ มีสัญชาติญาณที่ต้องการเป็นผู้นำ ไม่ว่าเขาจะเข้มแข็งพอที่จะเป็นได้หรือไม่ เป็นหน้าที่ของผู้หญิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่เป็นภรรยา ที่จะต้องส่งเสริมสนับสนุนเขา ด้วยการแสดงให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นคนสำคัญและเป็นที่พึ่งพิงที่เธอจะขาดเสียมิได้ ทั้งๆที่ผู้หญิงบางคนนั้นอาจจะเข้มแข็งแกร่งกล้ามากกว่าก็ตาม

ชายหนุ่มหันมามองหน้าเธออย่างขอบใจและซาบซึ้ง ยกมือเธอขึ้นจูบอย่างอ่อนโยน “ขอบคุณนะครับ คุณหนู ผมจะกลับไปทำงานสักพักหนึ่งก่อนแล้วค่อยคิดดูอีกที ว่าอะไรจะดีที่สุดสำหรับคุณหนูและลูก ตอนนี้ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าแล้ว มีทั้งลูกและเมียที่ต้องรับผิดชอบ ผมสัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ขอเพียงแต่คุณหนูไว้ใจและเชื่อใจผมเท่านั้นก็พอแล้ว”

แน่นอน...นั่นคือสิ่งที่เธอพร้อมจะให้เขาอยู่แล้ว เธอจะทำให้เขาเห็นว่าเธอเชื่อใจให้เกียรติเขาเสมอ เธอรู้ว่าเขาภูมิใจในความเป็นคนดีมีความรับผิดชอบของตัวเขาเองอยู่แล้ว เป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องทำให้เขาตระหนักและภูมิใจในคุณสมบัติเหล่านั้นตลอดไป เพราะคนที่รู้ว่าตัวเองเป็นคนดี ทั้งในสายตาของผู้อื่นและของตัวเอง ย่อมยากที่จะยอมทำสิ่งที่ผิด และอยากที่จะคงสถานภาพดังกล่าวนั้นไว้ตลอดไป มนุษย์ทุกคนต้องการการยอมรับนับถือจากผู้อื่นด้วยกันทั้งสิ้น

เธอรู้ตัวเองดีว่าเป็นผู้หญิงหลายอารมณ์ที่มีหลากหลายรสชาติ เขาไม่น่าที่จะมีเวลาคิดเบื่อหน่ายเธอ เพราะเขาคงต้องคอยติดตามอารมณ์ต่างๆของเธอ จนอาจจะหัวหมุนไปบ้างเป็นครั้งคราว อารมณ์เดียวรสชาติเดียวที่จำเจอาจจะดีสำหรับคนบางคน แต่นั่นไม่ใช่เธออย่างแน่นอน ทิพย์สุรางค์เชื่อด้วยสัญชาติญาณความเป็นหญิง ว่ารสชาติที่หลากหลายจะทำให้ชีวิตสมรสไม่จืดชืด เธอคิดว่าชีวิตแต่งงานที่ราบรื่นจะต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่จะเป็นเครื่องปรุงรสให้ชีวิตคู่มีรสชาติแปลกใหม่อยู่เสมอ มันอาจจะต้องเหนื่อยบ้างแต่ก็คุ้มค่า เพราะมันจะนำมาซึ่งความสุขและความมั่นคงแก่ครอบครัวเล็กๆของเธอ

ทิพย์สุรางค์ตระหนักดีว่าถึงเธอและคริสจะผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาหลากหลาย ทั้งสุขเศร้าและเจ็บปวด แต่ชีวิตคู่ระหว่างเขากับเธอเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ยังมีอะไรอีกมากมายที่จะต้องเรียนรู้ เผชิญหน้าและจับมือฝ่าฟันข้ามอุปสรรคต่างๆไปด้วยกันให้ได้ เธอสัญญากับตัวเองว่าจะทำตัวเป็นทั้งคู่ชีวิต เพื่อนคู่คิดและน้องสาวที่น่ารักของเขา มีหลายบทบาทที่เธอจำเป็นต้องเลือกเล่นต่างกรรมต่างวาระ เพื่อความอยู่รอดของนาวาชีวิตที่เธอยอมยกให้เขาเป็นกัปตันผู้นำทาง โดยมีเธอทำหน้าที่เป็นกลาสี ที่พร้อมจะรับบัญชาจากกัปตัน โดยที่กัปตันผู้นั้นไม่จำเป็นต้องรู้ ว่าอำนาจแท้จริงที่อยู่เบื้องหลังที่ช่วยชี้ทางให้เรือแล่นผ่านลมมรสุมไปได้ มาจากไหน

เขาจะรู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายเกือบทุกคน มีพลังลึกลับของผู้หญิงคอยสนับสนุนช่วยเหลืออยู่เสมอ เขาอาจจะไม่รู้และอาจไม่จำเป็นต้องรู้ ขอเพียงแต่พลังลึกลับนั้นทำหน้าที่อยู่เบื้องหลัง ผลักดันอย่างเงียบๆโดยไม่จำเป็นต้องแสดงตัว ทำให้เขาคิดว่าพลังดังกล่าวนั้นมาจากตัวเขาเอง เขาก็จะภูมิใจในความสามารถของตัวเองและกล้าเผชิญหน้า นำนาวาชีวิตลำนั้นฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้น ให้ผ่านพ้นไปได้อย่างฮึกเหิม โดยที่เธอไม่จำเป็นต้องลงมือทำด้วยตัวเองเลย

ส่วนคริสนั้นตอนนี้ เขารู้แล้วว่าหัวใจของเขาอยู่ที่ไหนและอยู่กับใคร ชายหนุ่มนึกขอบคุณมารดา ที่ช่วยชี้ทางที่หัวใจของเขาต้องการแต่ไม่ยอมรับฟังมันมานาน เพราะยึดมั่นถือมั่นกับคำสัญญา ที่ให้ไว้กับผู้หญิงคนหนึ่งมานานหลายปี ตอนนี้เขามีอิสระแล้ว เขาปลดแอกให้หัวใจตัวเองจากผู้หญิงคนนั้นได้สำเร็จแล้ว หัวใจที่เขาไม่เคยรู้เลยว่าได้เสียมันไปให้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งเสียนานแล้ว ในช่วงเวลาที่หายไปของเขา

ช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีที่หายไปของเขา ราวกับเป็นการดลบันดาลของพรหมลิขิต ถ้าเขาไม่ได้เป็นทหารเขาก็คงไม่ถูกส่งไปรบที่อิรัค ถ้าไม่ไปอิรัคเขาก็คงไม่ถูกส่งไปแถบชายแดนระหว่างไทยกับพม่าเพื่อภารกิจสำคัญ ถ้าไม่ไปทำภารกิจดังกล่าวเขาก็คงไม่ถูกทำร้ายปางตาย ถ้าตายไปเสียก่อนตั้งแต่ตอนที่ถูกทำร้ายเขาก็คงไม่ต้องลอยน้ำมาหมดสติ ตรงลำธารที่ทิพย์สุรางค์กับกรไปพบและช่วยเขาเอาไว้ ถ้าเขาไม่เสียความจำเขาก็คงไม่ต้องตามหนานคำไปอยู่เวียงพุกาม และถูกดึงโดยสถานการณ์ต่างๆให้เข้าไปพัวพันกับหญิงสาวแสนสวยคนนั้น ถ้าเขาไม่ป่วยจนนอนซมเธอก็คงไม่ต้องมาดูแลเขา และเขาคงไม่ขาดสติจนทำร้ายเธอให้เสียหาย ไม่ทำให้เธอต้องตั้งครรภ์แล้วกลายเป็นความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่ตัดกันไม่ได้

ทั้งหมดนี้จะเรียกว่าอะไรถ้าไม่ใช่พรหมลิขิต ที่เล่นตลกพรากเขาไปเสียจากลลิตา ซึ่งรักและผูกพันกันมาเนิ่นนานหลายปี เพื่อไปพบและรักผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ในสุดขอบฟ้าอีกด้านหนึ่งของโลก ผู้หญิงที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้ ช่วงเวลาที่เขาเคยคิดว่าเป็นโชคร้ายและหายนะของเขา กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดในชีวิต ที่ทำให้เขาได้พบกับทิพย์สุรางค์ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ต้องสูญเสียหัวใจของเขาไปอย่างน่าสงสารที่สุดเหมือนกัน

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกันนี้ ขึ้นอยู่กับคำว่า “ถ้า” และคำว่า “ไม่” เพียงสองคำ เพราะถ้าไม่มีคำสองคำนี้ ป่านนี้เขาก็คงจะแต่งงานไปกับลลิตาเสียนานแล้ว หลังเสร็จสิ้นภารกิจในอิรัค จะไม่มีผู้หญิงที่ชื่อทิพย์สุรางค์ปรากฏตัวเข้ามาในชีวิตของเขาได้ เพราะเขานั้นเป็นคนที่รักใครก็รักจริง ไม่เคยคิดจะใช้ความเป็นชายที่ได้เปรียบมาหลอกลวงหญิงใด เขาคงจะเป็นสามีที่ดีและซื่อสัตย์ต่อลลิตา จนตายจากกันไปอย่างที่เคยตั้งใจเอาไว้

แต่เมื่อมีคำว่า “ถ้า” และคำว่า “ไม่” เกิดขึ้นมาแล้วโดยที่ไม่ใช่ความผิดของเขาเลย และคำสองคำนี้นำโลกใบใหม่ ชีวิตใหม่และผู้หญิงคนใหม่มาให้ ทำให้เขาได้ค้นพบมหัศจรรย์แห่งรักแท้ที่ยิ่งใหญ่ และนำมาซึ่งความสุขอย่างหาที่เปรียบมิได้ เขาก็ต้องยอมรับความจริงว่าโชคชะตาของคนเรา เป็นสิ่งที่ไม่อาจกำหนดได้ด้วยตัวเราเองอย่างที่เคยคิดเอาไว้

มันราวกับว่าเส้นทางชีวิตของมนุษย์แต่ละคน ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้วล่วงหน้า ไม่มีใครสามารถจะหลีกเลี่ยงหรือฝืนมันได้ เมื่อชีวิตของเขามีอันต้องเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายเดิม เพราะโชคชะตากำหนดเอาไว้อย่าง นั้น เขาก็ยินดีน้อมรับมันด้วยความเต็มใจ เขาจะใช้มันอย่างคุ้มค่าและอย่างมีความสุขที่สุด กับครอบครัวเล็กๆที่เขาได้มาโดยไม่คาดฝัน ราวกับของขวัญล้ำค่า...ที่สวรรค์ประทานมาเพื่อชดเชยช่วงเวลานั้นให้เขา.. เวลาที่หายไป!!!


อวสาน


ป.ล. ถ้าใครอ่านมาจนถึงบทสุดท้ายนี้แล้ว ช่วยกรุณาแสดงความเห็นด้วยได้ไหมคะ คนเขียนจะได้รู้ว่านิยายเรื่องนี้ดีหรือไม่ดีอย่างไร จะได้นำไปใช้กัยนิยายเรื่องต่อๆไปค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ

ดอยสะเก็ด




Create Date : 22 กรกฎาคม 2552
Last Update : 12 เมษายน 2555 14:49:50 น.
Counter : 1760 Pageviews.

59 comments
  
ในที่สุดก็มาถึงบทสุดท้ายจนได้ ต้องขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน ที่กรุณาติดตามอ่านและเม้นท์ให้กำลังใจมาอย่างสม่ำเสมอ ตอนที่เอามาลงในบล็อคก็ไม่คิดว่าจะได้รับการตอบรับมากอย่างนี้ อยากจะบอกท่านผู้อ่านว่าสำหรับคนเขียนหนังสือ คำวิจารณ์ต่างๆไม่ว่าจะติหรือชม ล้วนเป็นกำลังใจให้คนเขียนทั้งสิ้น เพราะอย่างน้อยทำให้เรารู้ว่ามีคนจำนวนหนึ่งติดตามอ่านเรื่องของเรา นอกจากเป็นกำลังใจแล้วยังช่วยให้เราต้องพยายามปรับปรุงงานเขียนของเราให้มีคุณภาพมากขึ้นด้วย

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกในชีวิต ตอนที่เริ่มลงมือเขียนไม่แน่ใจเลยว่าจะสามารถเขียนได้จนจบหรือไม่ เพราะในอดีตเคยพยายามเขียนมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่สำเร็จ เขียนไปได้เพียงหน้าสองหน้าก็ต้องเลิกเขียน

นอกจากภาระหน้าที่การงานที่เอาเวลาไปเกือบหมดแล้ว ยังเป็นเพราะไม่รู้จะเขียนอะไร ไร้ทิศทาง ไม่มีแรงบันดาลใจ เนื่องจากเป็นคนใจร้อนมาก พอลงมือเขียนก็อยากจะไปให้ถึงตอนจบเสียแล้ว ก็เลยเลิกเขียน คอยอ่านของคนอื่นดีกว่า ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยผ่านไปอย่างน่าเสียดาย

ที่ว่าน่าเสียดายก็เพราะหลังจากเขียนนิยายเรื่องนี้ไปได้ไม่กี่บท ก็เริ่มค้นพบว่าการเขียนนิยายช่วยให้ผู้เขียนใจเย็นขึ้น และที่สำคัญคือความเครียดต่างๆหายไป มีความสุขกับจินตนาการจากปลายปากกา (สมัยนี้คงต้องเปลี่ยนเป็น “จากปลายนิ้วที่สัมผัสคีย์บอร์ด”) ที่โลดแล่นไปได้โดยอิสระ ไร้ขอบเขต ไร้กำแพงขวางกั้น

แรงบันดาลใจที่ทำให้อยากเขียนนิยายกับเขาบ้างก็คงเป็นเพราะชอบอ่านหนังสือ อ่านหนังสือมามากมายตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก อ่านหนังสือทุกประเภทตั้งแต่การเมือง สังคม เศรฐกิจ สารคดีการท่องเที่ยว หนังสือประเภทวรรณกรรมต่างๆ

แต่ที่อ่านมากที่สุดคือนิยาย บางเรื่องอ่านซ้ำอ่านซากได้หลายเที่ยว (เวลาที่ไม่มีหนังสือจะอ่าน) แต่พออ่านมากๆเข้าก็เริ่มรู้สึกว่านิยายบางเรื่องเขียนไม่ได้ดังใจเราเสียเลย อยู่ๆก็เขียนให้คนที่เราชอบตายเสียเฉยๆอย่างนั้น อะไรประเภทนี้แหละ แล้วก็ฝันอยากจะแต่งนิยายกับเขาบ้าง ตั้งใจว่าจะเขียนแบบที่เราอยากอ่าน ก็ได้แต่ฝันไปเรื่อยๆ ฝันที่ไม่ยอมเป็นจริง เพราะเราเอาแต่ฝันอย่างเดียว ไม่ได้ลงมือปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจัง

และ..แล้ว จากที่เคยอยากเขียนแต่เขียนไม่สำเร็จ เพราะคิดพล็อตเรื่องไม่ออก ไม่รู้จะขึ้นต้นลงท้ายอย่างไร ก็มีอยู่วันหนึ่งที่นั่งดูหนังฝรั่งประเภทบู๊ล้างผลาญทางยูบีซีเรื่อง “The Bourn Identity” ที่พระเอกถูกทำร้ายปางตายจนสูญเสียความจำ ก็ปิ๊งขึ้นมาในทันทีว่าเอาแนวนี้แหละ และเพราะกลัวว่าจะลืมก็เลยรีบเข้าไปพิมพ์ประโยคแรกเอาไว้ในคอมพิวเตอร์ว่า “ให้พระเอกเสียความจำ”

ต่อมาพอนึกขึ้นได้ว่าเคยอยากเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับจังหวัดทางเหนือ เพราะชอบบรรยากาศของป่าเขาลำเนาไพรและสายหมอก ประกอบกับเคยไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนเล็กๆที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีอะไรน่าสนใจ แต่เมื่อไปแล้วกลับประทับใจมากในสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่าเขา ต้นไม้เขียวขจี ความสงบร่มรื่น และที่ประทับใจที่สุดคือสายหมอกที่ปกคลุมอยู่ชั่วนาตาปีของเมืองแม่ฮ่องสอน ก็เลยพิมพ์ต่อเข้าไปอีกประโยคว่า “ฉากสำคัญของเรื่องจะอยู่ในป่าแม่ฮ่องสอน” แล้ววันรุ่งขึ้นก็เริ่มตลุยเขียนจนจบไปได้หนึ่งบท

นับตั้งวันนั้นก็เขียนทุกวันอย่างมีความสุข รู้เลยว่าถ้าเริ่มต้นได้ก็จะไปต่อได้เรื่อยๆ พล้อตเรื่องก็หลั่งไหลออกมาเองราวกับมีคนช่วยบอกบท (เว่อร์ไปไหมนี่?)

นิยายเรื่อง “เวลาที่หายไป” นี้อาจจะถูกใจคนบางคน ไม่ค่อยได้ดั่งใจสำหรับคนบางคนก็ได้ เพราะเราทุกคนต่างก็มีความคิดเห็นของตัวเองและมุมมองต่อชีวิตที่แตกต่างกันไป ตามประสพการณ์ วัยและความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา

รู้สึกใจหายเหมือนกันเมื่อนิยายเรื่องนี้จบลงในวันนี้ แต่ก็ยังแอบหวังว่าเพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งหลายจะแวะเข้ามาทักทายกันเหมือนเดิมนะคะ ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับไมตรีจิตมิตรภาพที่บริสุทธิ์ที่มีให้กัน แม้จะไม่เคยเห็นหน้ากัน ไม่รู้ชื่อแซ่ที่แท้จริง ไม่รู้อะไรสักอย่าง แต่ที่รู้แน่ๆคือน้ำจิตน้ำใจที่ส่งผ่านให้กัน ที่พร้อมจะช่วยสนับสนุนให้กำลังใจกันและกัน ซาบซึ้งมากค่ะ และหวังว่าจะคอยติดตามอ่านนิยายเรื่องใหม่ต่อไปนะคะ

ขอบคุณและสวัสดีค่ะ


ดอยสะเก็ด


โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:05:09 น.
  


๙๙
๙๙๙
๙๙๙๙
๙๙๙๙๙
๙๙๙๙๙๙
๙๙๙๙๙๙๙
๙๙๙๙๙๙๙๙
๙๙๙๙๙๙๙๙๙

ปอ ป้า..เจิมให้...นะคะ


โดย: พรหมญาณี วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:29:10 น.
  
ขอปรบมือให้กับนวนิยายเรื่องแรก ที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นของคุณตุ้ย...ค่ะ

crap

ป้าเป็นคนพื้นเพเดิมมาจากทางเหนือ
ปัจจุบันมีพี่ชายและครอบครัวของเขาอยู่แม่ฮ่องสอน
ก็เลยต้องไปแม่ฮ่องสอนเป็นประจำเกือบทุกปี..

เมื่อมาอ่านเรื่องเวลาที่หายไปของคุณตุ้ย เห็นพล๊อตเรื่องคือแม่ฮ่องสอน
ก็เลยให้ความสนใจ ติดตามอ่าน ซึ่งในขณะนั้นแค่คิดว่า
อ่านไปงั้น ๆ จะดูว่าคนแต่งเขียนถึงแม่ฮ่องสอนว่าอย่างไรบ้าง

แต่พออ่านไป..อ่านไป..ก็เกิดความรู้สึกชื่นชมคุณตุ้ย
ว่านี่ขนาดเป็นนวนิยายเรื่องแรก ยังเขียนได้ขนาดนี้
จากคนที่เลิกอ่านนวนิยายมานานนนนน...มากแล้ว
ก็เลยกลายมาเป็นคนติดนวนิยายของคุณตุ้ย...

นอกจากนี้ ยังนึกขำ ๆ ตัวเอง ว่าติดนิยายเหมือนสมัยก่อน
ที่ตั้งตารอคอยเวลาที่จะมีนวนิยายออกอากาศทางวิทยุ
ที่เขาเรียกกันว่า ละครวิทยุ เด็ก ๆ สมัยนี้คงไม่รู้จักกันแล้ว
เพราะเวลานี้ เป็นออกอากาศทางหน้าจอคอมพิวเตอร์แทน..อิ อิ

ขอขอบคุณ..คุณตุ้ย ที่รังสรรค์งานออกมาให้ได้อ่านกัน
และขอเป็นกำลังใจในการผลิตผลงานชิ้นใหม่ต่อไป
ป้าจะรอคอยติดตามผลงานใหม่ต่อไป...นะคะ

ขอให้คุณตุ้ย มีความสุขมาก ๆ มีสุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย ๆ
รวยทั้งโภคทรัพย์และอริยทรัพย์ คิดทำการสิ่งใดให้ประสบความสำเร็จดังใจหมาย
ไปทางไหนก็ให้มีแต่คนรักและปรารถนาดีมอบให้ตลอดกาล...

โชคดี มีความสุข...ค่ะ smile to heart
โดย: พรหมญาณี วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:59:34 น.
  
"ยังไม่ต้องรีบไปไหนหรอกน่า มาเรียนต่อกันดีกว่า เป็นนักเรียนต้องเชื่อฟังครูนะ ห้ามดื้อ" คุณตุ้ยขาาาาาาาา (ขอซ้ำสระ า จิ๊ดนึง) คนอ่านอ่านไปก็หน้าแดงไปด้วยแล้วนะคะ บรรยายแบบเห็นภาพเลย

ใจหายจริงๆ ค่ะ เวลาที่หายไปอวสานลงแล้ว
แต่ก็เป็นความยินดี ที่จะมีเรื่องใหม่มาในเร็วๆ นี้ใช่ไหมคะ

ผู้อ่านก็ขอขอบคุณผู้เขียนเช่นกันค่ะ
ที่ได้เปิดโอกาสให้ได้เข้ามาสัมผัสนวนิยายสำนวนเก่าที่ไม่มีวันตกยุค
แต่กลับน่าศึกษาและอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างยิ่ง
ชื่นชมคุณตุ้ยในเรื่องการใช้ภาษาจริงๆ ค่ะ
โดย: ตะวันเจ้าขา วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:15:49 น.
  


สวัสดียามบ่ายค่ะ คุณตุ้ย
มาอ่านตอนอวสานก่อนตอนก่อนอวสาน อิอิ งง มะ

คนอ่านคนนี้ อ่านได้ช้า บางวันอ่านไม่ได้เพราะเป็นโรคภูมิแพ้ขึ้นตาค่ะ แพ้แสง น้ำตาไหล แสบตา วันที่โรคกำเริบ อย่างวันนี้เป็นต้น

แต่ก็ได้อ่านบทรักตอนอวสาน จนได้

ปอลอ...เดี๋ยวจะไปอ่านตอนที่แล้วนะคะ

มีความสุขมากมากค่ะ
โดย: อิ่ม_Aim วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:16:32 น.
  
หวัดดีค่ะพี่ตุ้ย ขอบคุณที่แวะไปตามมาให้อ่านตอนอวสานของนิยายเรื่องแรกของพี่ที่หากไม่บอกก็ไม่รู้เลยว่าเป็นเรืองแรก เพราะดูพี่ใช้คำและการบรรยาย การเรียบเรียงได้เนียนมากอ่ะค่ะ ในที่สุดก็แฮปปี้เอ็นดิ้งกันซะที ฉากรักวูบวาบได้ใจมั่กๆ อิอิ

ถึงยังไม่มีเรื่องใหม่มา อ้อก็จะแวะมาเยี่ยมกันเช่นเคยค่ะพี่ไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ

รออ่านเรื่องใหม่เร็วๆนะคะพี่ (ใจร้อนไปป่ะเนี่ยของเค้าเพิ่งจะจบ แม๊)

รักษาสุขภาพด้วยค่า
โดย: ต้นอ้อท้าลม วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:29:04 น.
  
พี่ตุ้ยจ๋า ตอนนี้หวานซะ อิอิ จบแล้วพี่ตุ้ยจะเขียนเรื่องอะไรต่อค่ะ อย่าทิ้งนานนะคะ จะได้มีนิยายสนุกๆอ่าน
เปรี้ยวเหลือสอบพรุ่งนี้อีกวันก็เสร็จแล้วค่ะ

คิดถึงพี่ตุ้ยนะคะ
โดย: ดาวไร้ตะวัน วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:47:48 น.
  


สวัสดีค่ะคุณตุ้ย

มาทันได้อ่านตอนจบพอดีเลย
ในที่สุดก็แฮปปี้เอนดิ้ง จบแบบมีความสุขทั้งนิยายและคนอ่าน

ไม่อยากเชื่อเลยว่า นี่คือนิยายเรื่องแรก
เพราะเขียนได้ดีเหลือเกิน
จะตามอ่านเรื่องต่อไปนะคะ
โดย: สีฟ้าใส วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:20:08 น.
  
สวัสดีตอนหัวค่ำค่ะ

ทานข้าวให้อร่อยนะคะพี่ตุ้ย

โดย: ญามี่ วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:45:15 น.
  
สวัสดีครับคุณตุ้ย

มาตามอ่านเรื่อยๆครับ555..ให้คนอื่นเขานำไปก่อนเราตามหลัง555..จะได้มีเหลือเก็บไว้อ่านไงครับอ่านน้อยๆแต่อ่านนานครับอิอิอิ...แหมช่วงนี้งานชุมครับก็เลยยังไม่มีเวลาอ่านเต็มที่สักทีอ่านที่ก็2-3บท...ไม่ต้องห่วงนะครับอ่านจบแล้วจะบอกคุณตุ้ยคนแรกเลย55555
โดย: บูรพากรณ์ วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:45:20 น.
  



วันที่ 22 ก.ค. 2552 ที่ผ่านมาเป็นสุริยุปราคาเต็มดวง
เริ่มต้นที่ประเทศอินเดีย ผ่านจีน ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น
และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
ไม่รู้ว่าชอบดูรึเปล่านะครับ
โดย: katoy วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:55:55 น.
  
ตอนนี้สกุลไทยมีส่งนิยายประกวดค่ะ คุณตุ้ยไม่ลองส่งบ้างเหรอคะ เค้ามีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นเวทีสำหรับนักเขียน และสนับสนุนผลงานคุณภาพในการใช้ศิลปะในการเขียนถ่ายทอดสะท้อนความรู้สึกหรือจินตนาการในลักษณะนิยาย อะไรแบบนี้ค่ะ เค้ารับผลงานเข้าประกวด ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย 52 - 30 พ.ย 52 ประกาศผล พ.ย 53..แหะๆๆ ขี้เกียจพิมพ์แล้วค่ะ คุณตุ้ยคงต้องไปซื้อหนังสือสกุลไทยเล่มปัจจุบันมาดูเองและค่ะ...ถ้าสนใจนะคะรางวัลและผลประโยชน์มีหมดในหนังสือค่ะไปหาอ่านดูนะคะ

สำหรับนิยายเรื่องแรกของคุณตุ้ย ถือว่าน่าลองส่งประกวดดูค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะด้วยใจจริง..คุณตุ้ยเขียนดีค่ะสำหรับมือใหม่หัดขยับ เอ๊ย หัดเขียนค่ะ...และขอภาวนาให้คุณได้รางวัลถ้าคุณตัดสินใจส่งเข้าประกวดนะคะ แหม..คิดไกลค่ะ ถ้าหากเกิดคุณตุ้ยได้รางวัลใดรางวัลหนึ่งก็กลายเป็นนักเขียนเต็มตัว...ว๊าวว...วว..ว คุยได้เลยว่ารู้จักกะนักเขียนเรื่องนี้ อ่านและติ ด ตามมาตลอด (สังเกตคำว่า ติด ให้ดีค่ะ...5555...)

สำหรับเวลาที่หายไป ตอนจบ แหวว จังเลยค่ะ อ่านแล้วคนอ่านสะเทิ้นอายแทนค่ะ...555555.....แหมอะไรจะละเอียดปานนั้นคะ เห็นภาพเลยค่ะ...

แล้วนิยายต่อไปเรื่องอะไรเอ่ยมีพ๊อตเรื่องหรือยังคะ...อยากให้เขียนเรื่องราวสอนใจวัยรุ่น ที่เทียบรุ่นกับวัยรุ่นต่างๆ แต่ละวัย ที่ต่างความคิด ต่างสังคม แต่ไม่แตกต่างในเหตุการณ์ที่เกิด...เอ..เริ่มสับสนเอง...555555....คือต้องการให้เขียนสิ่งที่เป็นประโยชน์กะสังคมที่สามารถทำให้คนได้เรียนรู้ชีวิต และนำไปใช้ชีวิตได้ถูกทาง เช่น วัยรุ่นสมัยนี้ไม่ค่อยเชื่อฟังผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน อยากให้เค้าดูนิยายเป็นตัวอย่างว่าการที่เค้าเชื่อคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเป็นผลดีอย่างไร และสิ่งสำคัญวัฒนธรรมไทยที่กำลังถูกกลืนไปกับวัฒนธรรมตะวันตกให้เด็กสมัยนี้ได้ยอมรับถึงวัฒนธรรมไทยเราที่มีมาเนิ่นนานนั้นเป็นสิ่งที่ดีและไม่ล้าสมัยและถ้ายึดปฏิบัติแล้วเป็นสิ่งที่ดี ทำให้คนที่ยึดไม่เกิดปัญหากับตัวเองและสังคมอะไรแบบนี้ค่ะ...555555....กว้างไปป่ะคะ...แนะนำเองแต่คิดไม่ออกเองค่ะ...อย่าไปเชื่อที่พิมพ์และกันค่ะถือว่าสับสนแล้วกันนะคะ...

ฝันดีค่ะคุณตุ้ย...จะรออ่านเรื่องต่อๆ ไปนะคะ...อ่อ..ถ้าเข้าบล๊อกล่าสุดไม่ได้ อาจเพราะภาพหรือข้อมูลเยอะ เพราะบางเครื่องสเปคเครื่องไม่แรงค่ะเลยเปิดบล๊อกหนักๆ แบบภัทรไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรค่ะ ขอเพียงอย่าหงุดหงิดก้อพอแล้วค่ะ...เดี๋ยวก็มีสักบล๊อกล่ะน่าที่เข้าได้....ขอเพียงอย่าท้อค่ะ กะคนเรื่องแยะค่ะ...
โดย: deeplove วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:29:47 น.
  
สวัสดีจ้าคุณตุ้ย..คนแก่มาปลุกคนแก่จ้าตื่นหรือยังเอ่ย55555 สุขสดใสในการทำงานนะครับ
โดย: บูรพากรณ์ วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:27:33 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณตุ้ย
ขอบคุณนะค่ะที่แต่งนิยายได้น่ารักมาก และเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
โดย: หมู IP: 203.144.151.13 วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:45:19 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณตุ้ย...

แวะมาเยี่ยม..ค่ะ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
โดย: พรหมญาณี วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:20:00 น.
  
มาส่งความคิดถุงคร่า
โดย: กัญจนา วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:00:13 น.
  
Happy Ending นะคะ ดีจังเลย
สนุกมากคะ ภาษาสวยงามเหมือนเป็นนิยายย้อนยุค sixty อย่างเรา ๆ อิอิ
โดย: gymstek วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:02:26 น.
  
ไม่ได้กลับบ้านค่ะ พี่ตุ้ย เพราะว่าตอนนี้แม่กะพ่อเปรี้ยวมาทำธุระที่กรุงเทพ ฯค่ะ ตอนนี้บางวันพ่อกะแม่ก็มานอนค้างที่คอนโดกะเปรี้ยว บางวันก็ไปนอนบ้านพี่ชายค่ะ ช่วงนี้เลยไม่ค่อยเหงาค่ะ อบอุ่นเป็นพิเศษ

เมื่อไหร่พี่ตุ้ยจะเขียนเรื่องใหม่ละคะ รออ่านอยู่น๊า
โดย: ดาวไร้ตะวัน วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:34:07 น.
  
สวัสดีค่ะคุณตุ้ยขา...อยู่ป่ะคะเนี่ย...คิดถึงนะคะ
โดย: deeplove วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:13:29 น.
  
ป้ามาส่งคุณตุ้ย...เข้านอน...
นอนหลับ ฝันดี
ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใส
พบแต่สิ่งที่ดีงาม
มีความสุขทั้งกายและใจ...นะคะ

yami 2
โดย: พรหมญาณี วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:26:21 น.
  



สวัสดีค่ะ...คุณตุ้ยคนเก่ง...

ป้าพาน้องมีโอมาส่งเข้านอนค่ะ...

ต้องดูแลคุณป้าอัลล์...ไซน์!!...(ป้าแมว...อ่ะจ่ะ!)

เลยต้องหาอะไรคลายเครียดอ่ะจ่ะ...

ตัวตนจริงป้าน่ะ...เพิ้ง!...ดีๆนี่เอ้ง...!!!

โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:08:47 น.
  
แหะๆๆ แค่คาดหวังค่ะไม่ได้ตอนนี้ซะหน่อย...คุณตุ้ยเขียนอะไรอ่านหมดค่ะ...ฝันดีค่ะ
โดย: deeplove วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:13:03 น.
  
สวัสดีค่ะคุณตุ้ย
วันศุกร์อีกแล้ว นิยายเรื่องนี้จบ
เรื่องใหม่จะต่อเลยละเปล่าคะนี่
ถึงยังไม่ออกก็มาคุยกับคุณตุ้ยอยู่ดีล่ะค่ะ
อาจขาดหายไปบ้างตามความสะดวกที่จะแบ่งวันไปหาเพื่อนแต่ละคนอาจไม่ได้ทุกวันในบางช่วง
แต่ก็คิดถึงกันอยู่แล้ว

สำหรับนิยายเรื่องใหม่จิ๋มจะคอยอ่านค่ะ เพราะเป็นการเริ่มใหม่
เมื่อกี๊ขึ้นไปอ่านเม้นท์ปอป้า ดูคุณปอป้าชมเชยอย่างยิ่ง
แสดงว่านิยายคุณตุ้ยไม่ธรรมดาแน่นอนค่ะ

รักษาสุขภาพค่ะ มีความสุขมากๆนะคะ
โดย: busabap วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:06:10 น.
  
พี่ตุ้ยจ๋า

คิดถึงนะคะ มารออ่านบทใหม่อยู่น๊า นิยายเรื่องใหม่จะมาหรือยังค่ะ
โดย: ดาวไร้ตะวัน วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:5:51:36 น.
  
มาชื่นชมตอนจบคะคุณตุ้ย ยินดีกับนวนิยายเรื่องแรกด้วยนะคะ
โดย: sawkitty วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:6:27:10 น.
  
โทษทีจ้า พอดีช่วงนี่้ยุ่งๆหน่อย อ่านเลิฟซีนแล้วเขินอ้ะ หน้าแดงเลย สงสัยนึกว่าตัวเองเป็นนางเอก อ๊าย เค้าอายน่ั ะตั่วเอง พี่ตุ้ยเก่งจังเลยค่ะ แหม่มอ่านเรื่องนี้มารู้สึกผูกพันธ์กับมันจัง จบแล้วก็ใจหายอ้ะ
โดย: kiriya วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:11:23 น.
  


Have a nice weekend na ka คุณตุ้ย
โดย: สีฟ้าใส วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:17:38 น.
  
สวัสดีค่ะคุณตุ้ย ณ.ที่รักและคิดถึง

มาช้าไปนิดนึง...แต่ความคิดถึงยังเท่าเดิม

...

โอยๆๆ เน็ตเปื่อยค่ะคุณตุ้ย
จะซ่อมจะปรับปรุงอะไรไม่ยอมแจ้งเราเลย
ในใจยังคิดว่า เรื่องใหม่มาหรือยังหนอ

โอมมมมมม...ซะดีมั๊ยคะ
อิ อิ ให้คุณตุ้ยพักให้หายเหนื่อยก่อนดีกว่า
โดย: ตะวันเจ้าขา วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:27:24 น.
  
หวัดดีวันหยุดค่ะพี่ตุ้ย
ที่นี่ฝนตกน่าดูเลยค่ะ
ทางนั้นเป็นยังไงบ้างคะ

พักผ่อนสบายๆกับวันหยุดฝนตกค่ะ
น่านอนดีจัง

รักษาสุขภาพด้วยนะค้า
โดย: ต้นอ้อท้าลม วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:48:08 น.
  
สวัสดีค่ะคุณตุ้ย เงียบหายแบบนี้ทำอะไรอยู่เอ่ยคะ...คิดถึงกันบ้างมั๊ย...หายต๋อมไปเลยค่ะ...
โดย: deeplove วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:26:20 น.
  
พี่ตุ้ยจ๋า
เข้าไปในนิยาย 2 ทำไมมันหายไปล่ะคะ พล็อตเรื่องก็น่าสนุกดีนิค่ะ นึกว่าพี่ตุ้ยจะเขียนบทที่ ๒ ต่อซะอีก

รออ่านนิยายสนุก ๆ ของพี่ตุ้ยอยู่นะคะ
โดย: ดาวไร้ตะวัน วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:06:42 น.
  

สวัสดีค่ะ คุณตุ้ย
ขอบคุณนะคะ สำหรับความสุขที่ให้ทั้งเนื้อเรื่องและ
สำนวนภาษาที่งดงาม ไม่ว่าจะเขียนเรื่องไหนก็จะติดและ
ตามค่ะ ..เป็นกำลังใจให้นะคะ
โดย: boi IP: 117.47.77.151 วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:29:39 น.
  
knock knock! Where are you?
โดย: kiriya วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:17:23 น.
  
สวัสดีเช้าวันจันทร์สดใสคร่า
โดย: กัญจนา วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:20:42 น.
  
สวัสดีค่ะ เข้ามาอ่านรวดเดียวจบเลย ชอบมากเลยค่ะ ไม่น่าเชื่องว่าเขียนเป็นเรื่องแรก ชอบตัวละครที่คิดตามหลักเหตุและผล และมีเหตุผลในการดำเนินชีวิตตลอดเวลา ซึ่งทำให้มีความสมจริง และรู้สึกว่าตัวละคนแต่ละตัวไม่โง่

ถ้าลุงไม่เก็บจดหมายไว้ เรื่องไม่เกิด
ถ้าคุณแม่ไม่มาหาเรื่อง(สืบเนื่องจากชีวิตตนเอง) เรื่องก็ไม่เปลี่ยนแปลงมาจนทำให้คุณหนูได้สุขสมหวังกับเคน หนูสิงห์ก็จะไม่มีพ่อ

2 จุดนี้น่าจะเป็นจุดหักเหที่สำคัญมากในเรื่องนี้ และเป็นจุดหักเหที่ไม่งี่เง่า เพราะทั้งคู่ทำไปด้วยความรักแท้ๆ

อ่านแล้วอิ่มใจ แต่เหนื่อย และตอนนี้ปวดหัวมาก เพราะอ่านไปหลายชั่วโมงมาก นั่งจ้องคอมทั้งคืนเลย อยากเห็นเป็นเล่มจังเลยค่ะ

แล้วจะตามไปอ่านเรื่องใหม่ด้วยนะคะ
โดย: พี่หมูน้อย วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:14:48:15 น.
  
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 19 ตุลาคม 2552 เวลา:13:31:58 น.
  
แม่ปุ้มชอบภาษาที่คุณตุ้ยใช้ ไม่สลับซับซ้อนแต่ก็ไม่โจ่งแจ้งจนเกินไป โดยเฉพาะตอนสุดท้ายที่คริสกับคุณหนูต้องร่วมชีวิตกัน จากตอนแรกจนถึงตอนจบของเรื่องนี้ ที่เห็นชัดเจนคงเป็นเรื่องพัฒนาการของการใช้คำ และวิธีการบรรยาย ช่วงแรกอาจจะติดขัดไปบ้าง โดยเฉพาะตอนที่บรรยายถึงกร แล้วใช้สรรพนามว่า "เค้า" แม่ปุ้มจะติดและเผลอคิดว่าเป็นผู้ใหญ่ แต่ผ่านไปแค่ไม่กี่ตอนก็อ่านได้ลื่นไหล บรรยายจนรู้สึกเหมือนกับเรานั่งดูตัวละครเล่นอยู่ตรงหน้า บางตอนก็จะมีข้อคิดสอดแทรก ถึงจะไม่ให้ชม แม่ปุ้มก็คงยืนยันคำเดิมว่าชอบค่ะคุณตุ้ย
โดย: แม่ปุ้มปุ้ย วันที่: 23 ตุลาคม 2552 เวลา:9:45:31 น.
  
น้ำตาแห่งความสุข เรื่องจบแบบแฮปปี้มากๆ

น้ำตาแห่งความคิดถึง จบเสียแล้วเหรอ

ประทับใจผู้เขียน คห.1 นี่เป็นเพียงเรื่องแรกเองหรือคะ อึ้ง ทึ่ง เก่งมาก อ่านแล้วชื่นชอบ ผู้เขียนมีความตั้งใจ และทำออกมาได้ดีมาก เขียนได้หลากหลายอารมณ์ รวมทั้งไม่ทิ้งรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ทำให้ผู้อ่านบางครั้งถูกกระชากอารมณ์พริ้ว...ยั้งใจไม่อยู่เลย ผู้เขียนยังมีความรู้รอบตัวมากมายอีกด้วย เก่งสุดๆค่ะ มี 100 คะแนนเต็มให้หมดเลยค่ะ


เข้ามาอ่านจนจบ 62 บท ในเวลาไม่กี่วัน เพราะหลงไหลงานเขียน ขอบคุณผู้เขียนมากค่ะ ที่ทำให้ผู้อ่านมีความสุข เศร้า เหงา รัก ส่งผ่านความสุขทางตัวอักษร ...จากใจผู้อ่าน
โดย: นางฟ้าในโลกไซเบอร์ วันที่: 28 ตุลาคม 2552 เวลา:15:25:03 น.
  
กลับมาต่ออีกนิดดด

เพราะเพิ่งไปเปิดข้อความหลังไมค์เมื่อกี๊ ขอชี้แจงนะคะ ใจจริงอยากอ่านให้จบตั้งแต่เมื่อคืน ที่มาอ่านคอมเม้นต์ช้า เพราะติดงานนะค่ะ เสร็จก็รีบบบบ (รีบจริงๆนะ^^) มาอ่านและเม้นต์ให้เลยนะคะ

และไม่เคยเสียอารมณ์นะคร้า เพราะเรามาอ่านด้วยหัวใจหลงรัก ...จากใจผู้อ่าน



ปล.เม้นต์บน พิมพ์ "หลงใหล" ผิดแย่จัง
โดย: นางฟ้าในโลกไซเบอร์ วันที่: 28 ตุลาคม 2552 เวลา:16:11:04 น.
  
I've read your novel till finished.Thank you very much for both your novel.I like both of them. Also I"m waiting for next novel.Everyday check on your blog.(many time a day) hahhahahahha
โดย: neko IP: 79.191.36.179 วันที่: 31 มกราคม 2553 เวลา:4:30:42 น.
  
อ่านจบแล้วนะคะ ขอบคุณสำหรับวรรณกรรมดี ๆ ค่ะ
โดย: NooN IP: 58.137.10.81 วันที่: 23 เมษายน 2553 เวลา:15:22:06 น.
  
ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆให้ได้อ่านกัน คุณดอยสะเก็ดให้ รายละเอียดของตัวละครได้ดี ทำให้เข้าใจความรู้สึกและมีอารมณ์ร่วมกับตัวละครแต่ละตัวด้วย

ตัวละครในเรื่องให้ความรู้สึกว่าเป็นชีวิตจริง เพราะตัวเอกมีทั้งดีและร้ายปนเปกันไป ไม่ใช่ว่าเป็นนางเอกแล้ววิเศษดีเลิศ ไม่มีนิสัยเสียเลย ซึ่งในชีวิตจริงไม่มี

ช่วงหลังๆ คือช่วงที่คริสล่วงเกินคุณหนู ตอนที่ยังความจำเสื่อม ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ชีวิตนี้ถูกลิขิตมาแล้ว ทำให้ชีวิตมันต้องเป็นอย่างนี้ เป็นเพราะกรรมที่คงทำร่วมกันมาแล้วในชาติก่อนๆ --ฮ่า ฮ่า ฮ่า สงสัยคนอ่านจะอินมากไปหน่อย

ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆต่ะ
โดย: กระรอกเมือง IP: 69.251.186.43 วันที่: 20 สิงหาคม 2553 เวลา:2:00:53 น.
  
นักเขียนที่รัก

ขอบคุณมาก ที่ให้เข้ามาอ่านอีกรอบ ขอบอกว่าถ้าพิมพ์แล้ว จะซื้อส่งไปให้เซ็นต์ หรือจะมาเซ็นต์ให้กันที่เชียงใหม่ก็ไม่ขัด

ต้องนับว่าเป็น 1 ใน 2 ของนักเขียนบนบล็อกที่อ่านแล้วกินใจ ปวดใจ ทรมานใจ (เอ ความรู้สึกด้านดีๆไปไหนหมด)

คิดถึงจัง รอเรื่องข้างนอกจบจะอ่านรวดเดียวนะคะ ตอนนี้แอบแว่บๆอ่านจิ้ดๆไปเรื่อยๆ ไม่อ่านละเอียด เพราะมันจะปวดใจไม่อยากรอค่ะ
โดย: พี่หมูน้อย IP: 202.28.24.209 วันที่: 21 กันยายน 2553 เวลา:14:31:28 น.
  
สวัสดีค่ะ ไม่บอกไม่รู้นะคะว่าเขียนเป็นเรื่องแรก อยากจะให้เป็นเล่มไวๆ นะคะ

ชอบสำนวนอย่างนี้แหละค่ะ ผู้ใหญ่หน่อย เดี๋ยวนี้ตามแผงหนังสือมีแต่วัยรุ่น ทำให้เราเป็นคนซื้อหนังสือที่เรื่องมากทีเดียว

เป็นกำลังใจให้มีผลงานออกมาเรื่อยๆ นะคะ

ปล. คุณดอยสะเก็ด ไม่ทราบอยู่ที่เชียงใหม่เหมือนชื่อไหมคะ อุ อุ พอดีเป็นเด็กสันทรายค่ะ
โดย: ป้าเล็กขี้บ่น IP: 118.172.37.167 วันที่: 30 กันยายน 2553 เวลา:1:24:37 น.
  
ขอบคุณที่ให้อ่านค่ะ กว่าจะอ่านจบลุ้นแทบแย่
โดย: pattary IP: 203.121.167.241 วันที่: 15 ตุลาคม 2553 เวลา:15:40:19 น.
  
ขอบคุณคุณป้าเล็กฯมากนะคะ ที่ติดตามอ่านรวดเดียวจนจบ เป็นคนกรุงเทพฯแต่มีบ้านหลังน้อยๆอยู่ที่ตีนดอยะเก็ด ใกล้กับวัดพระธาตุดอยสะเก็ด คุณป้าเล็กฯอยู่สันทรายใกล้ๆกัน หวังว่าคงมีโอกาสได้พบกันบ้างนะคะเวลาที่ขึ้นไปเยี่ยมบ้าน อย่าลืมติดตามอ่านเรื่อง "วันวานที่หวานหวาม" ด้วยนะคะ เพราะเป็นภาคต่อที่โหดร้ายของ "เวลาที่หายไป" ค่ะ
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 16 ตุลาคม 2553 เวลา:9:10:20 น.
  
ใครอ่านจบแล้ว ช่วย comment หน่อยนะคะ จะได้นำไปปรับปรุงการเขียนเรื่องต่อๆไป ขอบคุณค่ะ
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 16 ตุลาคม 2553 เวลา:10:09:52 น.
  
From : winbkin [6 พฤศจิกายน 2553 07:58]

คุณดอยสะเก็ดคะ ...... ต้องยอมรับว่าไม่ได้อ่านนิยายรวดเดียวจบมานานหลายปีมากแล้ว แต่เวลาที่หายไป ย่ิงอ่านเนื้อหายิ่งเข้มข้นชวนติดตามจนละสายตาไม่ใด้ แทบไม่อยากเชื่อว่านี่เป็นนิยายเรื่องแรกของคุณ เนื้อเรื่องที่มีตัวเอกความจําเสื่อมมีมาให้อ่านในนิยายหลายๆ เรื่อง. แต่คุณสามารถใส่อารมณ์ แง่จิตใจที่ละเอียดอ่อนของตัวละครแต่ละตัวได้สมจริง (แม้ดิฉันจะรู้สึกว่าทั้งสามคนมีคุณธรรมสูงส่งกว่าผู้คนในยุคปัจจุบันไปนิดนึง) เนื้อหาทุกตอนก้อมีเหตุมีผลรับรองสมจริง ส่วนเร่ืองรักฤาหักหาย ปรากฏว่าได้แอบไปติดตามอ่านเงียบๆ จนจบแล้ว ตอนนั้นเพ่ิงทําความรู้จักนิยายออนไลน์เลยตะลุยอ่านไปท่ัว (สําหรับคนอยู่ไกลบ้าน เหมือนเจอขุมทรัพย์มหัศจรรย์เลยค่ะ) สรุป....หลงรักทั้งนิค ทั้งคริส รักความสละสลวยของภาษาที่คุณใช้ และรักคุณที่สร้างสรรค์ แบ่งปันความสุขผ่านตัวอักษร ขอเป็นกําลังใจ และจะติดตามผลงานตลอดไปเลยค่ะ
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:16:09 น.
  
คุณดอยสะเก็ดค่ะ
อยากมีชีวิต Happy Ending เหมือนนวนิยายจังค่ะ
จะอ่านตอนต้น ๆ ได้อย่างไรล่ะคะ
ขอบคุณค่ะ
โดย: คนรอกำลังใจ IP: 202.12.97.100 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:51:08 น.
  
คุณดอยสะเก็ดค่ะ
ทราบแล้วค่ะ ว่าจะอ่านตอนต้น ๆ ได้อย่างไรล่ะคะ
มักจะไม่รอบคอบอยู่บ่อย รวมถึงการใช้ชีวิตด้วย
ขอบคุณมากนะคะ สำหรับคำแนะนำที่มีประโยชน์มาก ๆ
โดย: คนรอกำลังใจ IP: 202.12.97.100 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:53:31 น.
  
สิ่งแรกคือขอปรบมือให้กับคุณดอยสะเก็ดสำหรับนิยายเรื่องแรก ถ้าไม่บอกคงคิดว่าเขียนออกมาหลายเล่มแล้วแน่ๆ

ขอสารภาพว่า มีไม่กี่เรื่องที่เป็นแนวดราม่าสามเส้าสี่เส้าอะไรแบบนี้ที่จะอ่าน เพราะไม่ค่อยชอบทำลายโลกจินตนาการ ของตนลงด้วยความเศร้าจากนิยายที่ได้อ่าน ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าตอนจบอาจจะแฮปปี้หรือไม่ก็ตาม...

แต่เรื่องนี้ทำให้ดิฉันติดหนึบตั้งแต่ได้อ่านบทแรก เพราะนิสัยบางอย่างของคุณหนูที่ทำให้น่าติดตามจนจบเรื่อง โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบบทของคริสเท่าไหร่ เพราะเท่าที่อ่านมาจนถึงกลางๆเรื่องนั้นแสดงให้เห็นเลยว่า ละครตัวนี้ไม่เข้มแข็งพอที่จะดูแลคุณหนูได้ ทำให้แอบลุ้นขอให้คริสแต่งกับลิตาจะได้จบเรื่องไป แต่ก็อีกนั่นแหละค่ะ ความรักมักเล่นตลกกับคนเราเสมอ...

เรื่องภาษาที่ใช้ในเรื่องก็เป็นภาษาที่สวยงามและเข้าใจง่าย อ่านแล้วรับรู้ถึงอารมณ์ในแต่ละบทพูดของตัวละคร โดยไม่ต้องมาอธิบายกันให้มากความเลยค่ะ

ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆ แล้วจะตามไปอ่านเรื่องต่อไปค่ะ
โดย: '' My Bag '' วันที่: 30 พฤศจิกายน 2553 เวลา:6:38:02 น.
  
ขอบคุณๆ my bag มากค่ะ ที่เข้ามาอ่าน และรู้สึกว่าจะอ่านรวดเดียวจบด้วย อย่าลืมอ่านเรื่องอื่นๆด้วยนะคะ หวังว่าคงจะได้คุยกันอีกในโอกาต่อไป
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 30 พฤศจิกายน 2553 เวลา:7:38:34 น.
  
เพิ่งเข้ามาอ่านเหมือนกันค่ะ ตั้งแต่ 8 โมงเช้ายาวจนบ่าย 3 นี่เลยค่ะ (อุตส่าห์หยุดงานพักผ่อนสายตา ก็ยังอยู่หน้าจอคอมเหมื๊อนเดิม) น่าติดตามจนหยุดไม่ได้เลยค่ะ ตามมาจากวันวานฯ (เรื่องนี้เข้ามาเช็คบ่อยๆว่า ไรท์เตอร์มาอัพให้แล้วยังน๊าาาา) เห็นว่าเป็นภาคต่อจากเรื่องนี้ เป็นกำลังใจให้ผู้แต่งนะคะ จะตามอ่านเรื่องต่อจากวันวานฯอีกค่ะ (น่าจะใกล้จบแล้วเหมือนกัน) หลายบทหลายตอนก็นำมาสอนตัวเองได้มาก ขอบคุณค่ะ
โดย: ti-amo1909 IP: 118.172.23.159 วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:15:13:40 น.
  
คุณ ti-amo 1909 คะ ขอบคุณที่อ่านและเข้ามาคอมเม้นท์นะคะ เรื่องวันวานฯ จะจบในบทต่อไปแล้วละค่ะ ถ้าชอบเรื่องรักกุ๊กๆกิ๊กๆ (แต่ไม่ใข่วัยรุ่นค่ะ) พระเอกน่ารักและอบอุ่น ก็ต้องอ่านเรื่อง "รักฤาหักหายนะคะ" ไม่ทราบว่าอ่านหรือยัง ถ้ายังไม่อ่านก็อยากแนะนำให้อ่าน เรื่องนี้ได้รางวัลด้วยนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ว่างๆก็เข้าไปคอมเม้นท์รื่องวันวานฯด้วยนะคะ ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 14 ธันวาคม 2553 เวลา:21:10:48 น.
  
ขอบคุณค่ะ สำหรับนิยายดีๆนะคะ
สนุกมาก ลุ้นตลอดเลย กว่าจะลงกันได้

ปล.เรื่องวันวานที่หวานหวามทำเอาเสียน้ำตาเป็นตุ่มๆเลยค่ะ
แบบว่าสนุกมากอินมาก
โดย: vacha cha cha IP: 124.120.130.26 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:16:48:25 น.
  
สวัสดีค่ะ

รู้สึกดีใจว่าหลังจากเปิดล้อคนิยายเรื่องนี้ประมาณ 1 เดือนมาแล้ว มีผู้อ่านให้ความสนใจเข้ามาอ่านเรื่อยๆ ขอบคุณจริงๆค่ะ แต่มีเรื่องอยากจะขอร้องหน่อยนะคะ ว่าถ้าอ่านจบแล้วจะกรุณาแสดงความคิดเห็นนิดหน่อยในบทอวสานได้ไหมคะ ว่านิยายเรื่องนี้สนุกน่าสนใจบ้างหรือไม่

ที่ต้องการความคิดเห็นก็เพราะ เคยนำนิยาย(ทั้งสามเรื่อง - เวลาที่หายไป รักฤๅหักหายและวันวานที่หวานหวาม) ไปเสนอสำนักพิมพ์สองสามแห่ง ถูกปฎิเสธหมด ว่าสำนวนโบราณบ้าง ยึดยาดบ้าง บรรยายความมากเกินไปบ้าง พิมพ์แล้วคงขาดทุนเพราะไม่มีคนซื้อ ฯลฯ ทำให้คนเขียนท้อใจจนเลิกส่งไปที่ไหนแล้วละค่ะ

หลายครั้งคิดจะเลิกเขียนเสียแล้ว ก็เลยอยากรู้ความเห็นของคุณผู้อ่านที่เข้ามาอ่านในระยะหลังๆ นี้บ้างว่านิยายของคนเขียนเป็นอย่างไร จะได้เป็นข้อมูลนำมาปรับปรุงแนวการเขียนต่อไป แต่ถ้าไม่สะดวกที่จะแสดงความคิดเห็นก็ไม่เป็นไรนะคะ ไม่ว่ากัน อย่างน้อยก็ขอบคุณที่สนใจเข้ามาอ่านค่ะ
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 12 เมษายน 2555 เวลา:9:37:47 น.
  
อ่านจบแล้วคะ ใช้เวลา 2วันต่อเนื่อง อิอิ (เรื่องแรกที่อ่านของคุณ)

อย่าเพิ่งท้อใจไปเลยคะ รักที่จะเขียนก็ต้องเขียนๆๆๆ แล้วก็ปรับปรุงแก้ไขไปเรือยเนอะ

-ที่สำนักพิมพ์บอกว่าสำนวนโบราณ มันอาจจะไม่ตรงตามกลุ่มเป้าหมายของผู้อ่านปัจจุบันก็ได้คะ แต่คนที่ชอบสำนวณโบราณมีแต่อาจจะน้อย แต่บางคนก็ไม่เกี่ยงว่าจะใช้สำนวณอะไรยังไง สนใจที่เนื้อเรื่องและการเดินเรื่องมากกว่า
-บรรยายมากเกินไป เราก็ลองปรับแก้ไขเรื่องใหม่ให้กระชับและสั้นขึ้นแต่ยังคงในความเดิมไว้อยู่ก็ได้นี่คะ

สำนักพิมพ์ติติงมา มันก็เป็นข้อดีของเราน๋าา เพราะอย่างน้อยเราก็รู้ว่าเราต้องแก้ไขปรับเปลี่ยนอะไรยังไง

ส่วนตัวผู้อ่านเอง คงไม่กล้าคอมเม้นท์นะค่ะ เพราะว่าเป็นผู้อ่านหน้าใหม่ ผู้เขียนก็ไม่เชิง เพราะไม่มีผลงานอะไรเลย หึหึหึ
แต่ที่อ่านมาจนจบก็เพราะชอบเรื่องนี้ค่ะ ^^

อย่าเพิ่งท้อนะคะ จะเป็นกำลังใจให้ แล้วจะอ่านเรื่องต่อๆไปของดอยสะเก็ดคะ สู้ๆต่อไปค่ะ
โดย: FaithStone วันที่: 4 สิงหาคม 2555 เวลา:23:09:13 น.
  
เขียนบทเข้าหอได้หวานละมุน โรแมนติกที่สุด
ขอเวลา ย้อนไปอ่านตอนแรกก่อนะคะ
โดย: ปุญชรัสมิ์ IP: 115.87.83.188 วันที่: 11 สิงหาคม 2555 เวลา:15:36:10 น.
  
ขอบคุณๆ ปุญชรัสมฺ และคุณ FaithStone มากนะคะที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจ อย่าลืมติดตามอ่านให้ครบทุกเรื่องเลยนะคะ (ถ้าว่าง)
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 15 สิงหาคม 2555 เวลา:21:42:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



Group Blog
กรกฏาคม 2552

 
 
 
2
4
6
7
9
13
14
16
17
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]
  •  Bloggang.com