คนละฟากฟ้า - บทที่ 4




















อุบลราชธานีเป็นจังหวัดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำมูล อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณหกร้อยสามสิบกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูงและเทือกเขา มีแม่น้ำสำคัญหลายสายไหลผ่าน มีแม่น้ำโขงเป็นแนวกั้นเขตแดนกับประเทศลาว แม่น้ำชีไหลมาบรรจบกับแม่น้ำมูลที่อำเภอเมือง แม่น้ำมูลซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของจังหวัดอุบลราชธานี  ไหลผ่านกลางจังหวัดไปลงแม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียม  อุบลราชธานีมีภูเขาสลับซับซ้อนหลายแห่ง เทือกเขาสำคัญคือเทือกเขาบรรทัดและพนมดงรัก ซึ่งกั้นเขตแดนระหว่างอุบลราชธานีกับลาวและกัมพูชา 


ในช่วงสงครามเวียตนาม สหรัฐฯเข้ามาตั้งฐานทัพในเขตอำเภอเมืองของจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเป็นฐานที่มั่นส่งกำลังและเสบียงสนับสนุน ให้หน่วยรบของสหรัฐฯและพันธมิตรในเวียตนามและกัมพูชา โดยใช้พื้นที่ของกองทัพอากาศ ตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลสหรัฐฯ  ในช่วงนั้นจังหวัดอุบลฯจึงมีทหารต่างชาติเดินกันอยู่เต็มเมือง เศรษฐกิจดีขึ้นอย่างมากมาย โรงแรม สถานเริงรมย์และบ้านเช่า เกิดขึ้นทั่วทุกหัวระแหงราวกับดอกเห็ด การเงินสะพัดพอๆกับเมียเช่า


ที่ทำงานใหม่ของพราวพรายตั้งอยู่ในฐานทัพอเมริกันแถวถนนเทพโยธี เป็นออฟฟิศเล็กๆ ในอาคารชั้นเดียวขนาดใหญ่หลังหนึ่ง ในจำนวนอาคารหลายหลังที่ตั้งเรียงรายอยู่ในบริเวณฐานทัพ ในอาคารหลังนี้นอกจากออฟฟิศของจอห์นแล้ว ยังมีออฟฟิศขนาดใหญ่ของทหารอเมริกันหน่วยหนึ่งตั้งอยู่ด้านใน 


โต๊ะทำงานของพราวพรายตั้งอยู่ใกล้กับเคาน์เตอร์ ที่อยู่ต่อจากผนังที่เป็นกระจกใส มีช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆตรงกระจก ซึ่งใช้เป็นที่ติดต่อสอบถาม ก่อนที่จะผ่านเข้ามาในออฟฟิศของเธอทางประตูที่อยู่ถัดไป และเนื่องจากออฟฟิศของเธออยู่ต่อกับประตูทางเข้า  ซึ่งมีทางเดินเข้าไปสู่ออฟฟิศทหารที่อยู่ด้านใน ทำให้พวกทหารอเมริกันที่ทำงานอยู่ในอาคารหลังนี้ ต้องเดินเข้าเดินออกผ่านหน้าโต๊ะทำงานของพราวพรายไปมาทั้งวัน ห่างเพียงแค่ผนังกระจกที่กั้นตั้งแต่เพดานลงมาจนถึงผนังปูน ที่สูงกว่าระดับโต๊ะทำงานเพียงเล็กน้อย


ด้วยเหตุที่โต๊ะทำงานของพราวพราย ถูกจัดให้หันหน้าเข้าหากระจกใสบานนั้น จึงช่วยไม่ได้ที่คนที่เดินผ่านไปผ่านมา จะมองเห็นเธอและเธอก็มองเห็นพวกเขา ทหารอเมริกันทั้งผิวขาวและผิวดำที่เดินผ่านไปมาส่วนใหญ่ อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพราวพราย มีระดับผู้ใหญ่อยู่เพียงไม่กี่คน ตอนแรกหญิงสาวจะทำหน้าเฉยๆ ไม่มองหน้าใครก็ตามที่เดินผ่านไปผ่านมา แล้วพร้อมใจหันมามองเธอเป็นตาเดียวกัน ราวกับเป็นตัวประหลาด แต่ต่อมาเมื่อเริ่มคุ้นหน้ากันมากขึ้น หนุ่มๆบางคนก็กล้าส่งยิ้มให้เธอ บางคนถึงขนาดมาโผล่หน้าตรงช่องที่เจาะเปิดเอาไว้สำหรับการติดต่องาน แล้วชวนเธอพูดคุย  


แรกๆพราวพรายรู้สึกรำคาญ เพราะเป็นคนที่ค่อนข้างตระหนี่ตัวกับคนแปลกหน้า แต่ต่อมาเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางที่เป็นมิตรและคำพูดซื่อๆ เธอก็นึกสงสารเห็นใจว่าพวกเขาเหล่านี้ ล้วนต้องจากบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อมาร่วมทำสงครามที่ไม่เกี่ยวกับพวกเขาโดยตรง ในประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีอะไรสะดวกสบายเหมือนประเทศของเขา ต้องจากครอบครัวและอาจจะคนรักหรือลูกเมีย มาตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา 


เขาเหล่านี้ล้วนเป็นมนุษย์ธรรมดา ที่หนีไม่พ้นความรักตัวกลัวตายด้วยกันทั้งนั้น เป็นความตายที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงตัวเมื่อไหร่ เพราะมีการนำเครื่องบินรบลำเล็กๆ ออกไปสู้รบหรือทิ้งระเบิด ตามจุดต่างๆในเวียตนามและกัมพูชาอยู่ทุกวันๆละไม่รู้กี่สิบรอบ ทหารเสียชีวิตไปมากมาย บางวันจะมีเสียงไซเรนเตือนภัย ประกาศให้ผู้ที่กำลังทำงานอยู่ในอาคารต่างๆ ออกจากที่ตั้งไปอยู่ในที่โล่งแจ้ง ทุกคนก็จะรีบวิ่งพรวดพราดออกไป เพราะรู้ว่าสัญญาณดังกล่าวแสดงว่า มีเครื่องบินที่ออกไปทิ้งระเบิดถูกยิงกลับมา และอาจจะระเบิด หรือตกลงมาบนหลังคาอาคารที่กำลังนั่งทำงานอยู่ได้ 


บางครั้งพราวพรายเห็นเครื่องบินที่บินกลับมาฐานทัพ มีไฟลุกไหม้อย่างน่ากลัวอยู่ที่ปีก นักบินพยายามบังคับให้มันลงจอดบนลานวิ่ง โดยที่ไม่ระเบิดขึ้นมาเสียก่อน ซึ่งหลายครั้งก็ทำสำเร็จ แต่บางครั้งเครื่องบินที่กำลังลุกไหม้อยู่นั้น ระเบิดขึ้นมาเสียก่อนๆที่ล้อเครื่องบินจะแตะพื้นลานบิน  แน่นอน...ที่นักบินต้องประสพกับชะตากรรมที่ร้ายแรง ไม่เสียชีวิตก็บาดเจ็บสาหัส จากแรงระเบิดหรือเปลวไฟที่ลุกท่วมตัว มีหลายครั้งที่พราวพรายรู้จากพวกทหารหนุ่มๆ ที่แวะเวียนมาพูดคุยกับเธอตรงช่องสี่เหลี่ยม ว่าทหารหลายนายที่ออกไปทิ้งระเบิด กลับมาไม่ถึงฐานทัพ เครื่องบินของพวกเขาถูกพวกเวียตกงยิงตกโดยไม่รู้ชะตากรรม ทหารบางนายอาจจะเสียชีวิต แต่หลายนายถูกจับเป็นเชลย 


มีอยู่วันหนึ่งที่แฟรงค์ พลทหารผิวดำที่ชอบมาคุยกับพราวพราย ถึงภรรยาของเขาที่กำลังตั้งครรภ์ลูกคนแรก และรอเขาอยู่ที่อเมริกา โผล่หน้าดำๆของเขาเข้ามามองเธอตรงช่องสี่เหลี่ยม ด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย มีน้ำตาคลออยู่ในดวงตา เขาเล่าให้เธอฟังว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา เครื่องบินของบัดดี้ของเขาที่ชื่อบ็อบ ซึ่งเธอเองก็รู้จักดี เพราะเขากับแฟรงค์มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ถูกยิงตกในป่าเวียตนาม ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่เป็นที่คาดกันว่าเขาคงเสียชีวิตแล้ว 


หญิงสาวใจหายวาบด้วยความสงสาร เธอรู้จากคำบอกเล่าของบ็อบเองเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ว่าเขาเพิ่งได้รับข่าวว่าภรรยาของเขาคลอดลูกชาย เธอยังได้แสดงความยินดีกับเขา แล้วจู่ๆเขาก็มาตายเสียก่อนที่จะมีโอกาสได้เห็นหน้าลูก และสมมติว่ายังมีชีวิตอยู่ เขาก็คงจะถูกจับเป็นเชลยของพวกเวียตกง ซึ่งชะตากรรมของเขาก็คงดีกว่าตายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 


พราวพรายเห็นชายหนุ่มที่ชื่อนิคเป็นครั้งแรก ตอนที่เขาเดินมาเคาะตรงช่องบนกระจกแล้วเธอไม่ได้ยิน เพราะช่องนั้นเจาะเอาไว้สูงกว่าระดับโต๊ะทำงาน ตอนนั้นเธอกำลังนั่งก้มหน้าก้มตา แปลเอกสารด่วนชิ้นหนึ่งให้จอห์นอย่างตั้งอกตั้งใจ จนไม่ได้ยินเสียงเคาะของเขา


ความสูงประมาณร้อยแปดสิบห้าเซ็นติเมตรและรูปร่างที่เพรียว ทำให้เขาดูไล่เลี่ยกับผู้ชายไทยสูงๆเท่านั้น ไม่ได้ดูสูงใหญ่เทอะทะเหมือนฝรั่งทั่วไป อกของเขาผายกว้างเต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิวซึ่งคงจะเคยขาวตามเผ่าพันธ์ เกรียมแดดจนออกสีเหมือนหม้อใหม่ ผมสีน้ำตาลเข้มเกือบดำตัดเกรียนติดหนังศีรษะ คิ้วดกดำยาวที่ขมวดมุ่น ตาคมกริบ หน้าตารกรุงรังไปด้วยหนวดเครา สีหน้าเป็นประเภทบอกบุญไม่รับ 

“เฮ้! มิส” 

เขาเรียกเธอด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ พร้อมกับเคาะกระจกไปด้วย หลังจากที่พยายามเรียกหลายครั้งแล้วแต่เธอไม่ได้ยิน

พราวพรายเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก เห็นผู้ชายในชุดพรางหน้าตาบึ้งตึงยืนอยู่หน้ากระจก ทันทีที่เห็นเธอเงยหน้าขึ้น เขาก็พูดด้วยสีหน้าและซุ่มเสียง ที่แสดงถึงความเบื่อหน่ายที่เธอปล่อยให้เขายืนรอ 

“จอห์นอยู่ไหม? ผมมาขอพบเขาหน่อย”


ถ้าสีหน้าของเขาจะดีกว่านี้สักนิด หรือพูดด้วยเสียงที่ห้วนน้อยกว่านี้สักหน่อย พราวพรายก็คงไม่รู้สึกอะไรหรอก สีหน้าท่าทางเหมือนวางอำนาจของเขาทำให้เธอนึกหมั่นไส้ ใจซึ่งมีอคติกับการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจ ในการสู้รบในเวียตนามอยู่แล้วคิดว่า  ‘นึกว่าใหญ่โตวิเศษมาจากไหนหรือไง มาทำพูดจากระโชกโฮกฮาก ประเทศฉันไม่ใช่เมืองขึ้นของพวกนายนะยะ’  


แล้วเธอก็ชักสีหน้าให้เขาเห็น ถึงความไม่พอใจเสียเลย ก่อนจะตอบด้วยเสียงห้วนๆพอๆกับเสียงของเขา

“เขาไม่อยู่หรอก”  แล้วทำไม่รู้ไม่ชี้ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป ทำให้อีกฝ่ายขมวดคิ้วที่ขมวดอยู่แล้วแน่นเข้าไปอีก

“เขาไปไหนเขากรรโชกมาอีก เขาก็คิดในใจเป็นเหมือนกัน เขากำลังคิดว่า ผู้หญิงหน้าตาประหลาด แต่งหน้าแต่งตาอย่างกับนางละคร ไว้ผมฟูฟ่องเหมือนสิงห์โตคนนี้ ช่างไร้มารยาทเสียจริง

“ไม่ทราบ เขาไม่ได้บอก”

พราวพรายตอบห้วนๆกลับไป นึกโกรธขึ้นมาหน่อยๆแล้ว ไอ้เจ้านี่มันนึกว่าคนไทยเป็นขี้ข้ามันหรือไง มานั่งซักนั่งถามอยู่ได้ บอกว่าไม่อยู่ก็แปลว่าไม่อยู่สิ ที่ฉันพูดน่ะภาษาอังกฤษนะยะ ไม่ใช่ภาษาไทยหรือภาษาบาลีสักหน่อย ทำเป็นไม่เข้าใจไปได้

“คุณเป็นเลขาฯเขาไม่ใช่หรือ? เจ้านายไปไหนทำไมไม่รู้

“นี่คุณ!! ก่อนอื่นขอบอกว่า ฉันไม่ใช่เลขาฯของเขา ฉันทำงานอย่างอื่นให้เขา และเขาก็ไม่มีหน้าที่ต้องมารายงานฉันด้วยว่าจะไปไหน”

เมื่อเห็นสีหน้าและน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจของพราวพราย เขาก็เลยนิ่งมองหน้าเธออยู่เดี๋ยวหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย 

“ถ้าจอห์นกลับมาช่วยบอกเขาให้โทรหาผมด่วนด้วย ที่เบอร์ 101”


พราวพรายได้ยินแล้วและรอให้เขาบอกชื่อของเขา เพื่อที่จะได้บอกจอห์นถูก แต่เมื่อเขาไม่พูดอะไรมากกว่านั้นเธอก็ไม่คิดจะถาม เป็นหน้าที่ของเขาต่างหากที่จะต้องให้รายละเอียดทั้งหมด พอสั่งเสร็จเขาก็มองเธออีกแวบหนึ่งอย่างไม่ค่อยพอใจ ก่อนจะเดินโครมครามผ่านออกไปทางประตูหน้า 

ด้วยความหมั่นไส้หญิงสาวก็เลยตั้งใจที่จะทำเป็นลืมเสียเลย บอกตัวเองว่าก็มันเล่นไม่บอกชื่อนี่ จะให้ฉันบอกเจ้านายว่าให้โทรไปหาใครที่หมายเลขนั้นล่ะ ช่วยไม่ได้  พอถึงเวลาห้าโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาเลิกงานแต่จอห์นยังไม่กลับมา พราวพรายก็เก็บโต๊ะทำงานจนเรียบร้อย ล้อกประตูออฟฟิศแล้วออกไปขึ้นรถกลับบ้าน ลืมเรื่องทหารอเมริกันหน้าตาบอกบุญไม่รับคนนั้นไปเลย


แต่แล้ววันรุ่งขึ้นแต่เช้าเมื่อมาทำงานตามปกติ จอห์นก็เรียกพราวพรายเข้าไปในห้องทำงานเล็กๆของเขาที่อยู่ด้านใน นายคนหน้าถมึงทึงเมื่อวานนั่งอยู่กับเจ้านายของเธอ พอตาสบตากันเขาก็เมินไปทางอื่นทันที

“ไฮ!  พราว”  จอห์นทักด้วยหน้าตายิ้มแย้ม ซึ่งทำให้หญิงสาวโล่งใจ

“สวัสดีตอนเช้าค่ะ เจ้านาย”  เธอทักตอบเขาเหมือนทุกวัน

“ช่วยหากาแฟให้สองที่ได้ไหม” 


จอห์นเจ้านายผู้น่ารักของเธอเป็นคนง่ายๆ เขามักจะช่วยตัวเองในเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ไม่เกี่ยวกับงาน อย่างเช่นกาแฟก็เหมือนกัน ปกติเขาจะต้มกาแฟหม้อใหญ่สำหรับตัวเอง แล้วต้มน้ำร้อนไว้เผื่อคนอื่นด้วย  เพราะเขามาทำงานเช้ากว่าลูกน้องสามสี่คนในออฟฟิศเล็กๆแห่งนี้ แต่วันนี้เขามีแขกและเธอก็มาทำงานแล้ว คงจะเกินไปหน่อย ถ้าจะให้เขาต้องลุกออกไปชงกาแฟมาบริการแขกของเขาด้วยตัวเอง


พราวพรายไม่รู้ว่าจอห์นเป็นทหารหรือเปล่า เขาไม่เคยแต่งเครื่องแบบ แต่วีรพลเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งคิดว่าน่าจะเป็น ไม่อย่างนั้นทำไมออฟฟิศของเขาจึงเข้ามาตั้งอยู่ในฐานทัพแห่งนี้ได้ แต่เพื่อนร่วมงานอีกคนที่ชื่อธวัชชัยแย้งว่า จอห์นน่าจะเป็นซีไอเอมากกว่า เพราะงานของเขาในออฟฟิศแห่งนี้มีลักษณะการข่าวมากกว่าอย่างอื่น คนที่น่าจะรู้ดีที่สุดก็น่าจะเป็นพราวพราย เพราะมีหน้าที่แปลเอกสารต่างๆให้จอห์นอยู่เป็นประจำ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ หรือที่เรียกกันว่าผกค. ซึ่งมีข่าวเข้าซุ่มโจมตีกองกำลังของทหารและตำรวจตระเวนชายแดน ขณะออกลาดตระเวนหรือตามจุดที่ตั้งต่างๆอยู่เป็นประจำ


หญิงสาวเข้าไปในห้องครัวเล็กๆด้านหลัง จัดการชงกาแฟตามที่เจ้านายสั่ง ซึ่งก็แค่รินกาแฟจากหม้อต้ม ที่จอห์นต้มเอาไว้แล้วตั้งแต่เช้าลงในถ้วยกาแฟใบหนาเตอะมีหูจับ เติมน้ำตาลลงไปครึ่งช้อนชา เธอรีรออยู่ครู่หนึ่งไม่แน่ใจว่า แขกของจอห์นต้องการกาแฟเปล่าๆ หรือกาแฟผสม แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจชงให้เขาแบบเดียวกับของจอห์น  ระหว่างนั้นก็คิดสงสัยไปด้วยว่านายคนนั้นมาหาเจ้านายของเธอทำไมแต่เช้า หรือมาฟ้องจอห์นเรื่องเมื่อวานนี้  ใจหนึ่งก็วิตกเกรงว่าจะถูกเจ้านายตำหนิ แต่อีกใจหนึ่งก็พร้อมสู้


หญิงสาวคิดว่าถ้าเจ้านั่นมาฟ้องจอห์น เธอก็จะบอกให้รู้เสียเลยว่าตัวเขาเองนั่นแหละ ที่บกพร่องให้ข้อมูลไม่ครบ มิหนำซ้ำยังบังอาจมาทำท่าดูถูกเธอซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ ที่เขาและพวกของเขาเข้ามาตั้งฐานทัพ ส่งทหารและเครื่องบินรบ เข้าไปวุ่นวายในประเทศเพื่อนบ้านของเธออีกด้วย แต่ผิดคาด เมื่อพราวพรายนำกาแฟเข้าไปให้คนทั้งสอง เธอพบว่าเขากำลังดูแผนที่กันอยู่อย่างคร่ำเคร่ง ไม่ได้สนใจเธอเลย หญิงสาวหายใจยาวอย่างโล่งอก เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน เริ่มต้นงานชิ้นแรกที่จอห์นผู้มาแต่เช้า เอามาวางไว้ให้ ด้วยอารมณ์ที่ปลอดโปร่ง 


แต่อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา นายคนนั้นก็ออกจากห้องจอห์น เดินตรงมาใกล้ที่เธอนั่งอยู่ เพราะเป็นทางผ่านที่จะออกไปจากออฟฟิศ ทางประตูหน้าที่อยู่ใกล้โต๊ะเธอ  พอเหลือบเห็นเขาจากหางตา พราวพรายก็หันข้างให้ทันที ทำเป็นก้มหน้าก้มตาหาของในลิ้นชักซึ่งอยู่ทางขวามือ


 “ มิส”  เขาเรียกเธอด้วยเสียงห้วนๆเหมือนเดิม

พราวพรายขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ทำเป็นไม่ได้ยิน หวังว่าเขาจะเข้าใจแล้วออกไปจากออฟฟิศเสียที แต่เขาก็ยังเรียกเธอซ้ำอีก เมื่อแน่ใจว่าเขาคงจะไม่ยอมออกไปง่ายๆ  หญิงสาวก็เลยจำใจต้องหันไปมองเขา อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าหมอนี่จะพูดอะไรอีก

“กาแฟของคุณน่ะผมกินไม่ลงหรอกนะ”

“ก็เรื่องของคุณ มาบอกฉันทำไม

“มารยาทคุณนี่แย่มาก คุณควรจะถามแขกก่อนไม่ใช่หรือ ว่าต้องการกาแฟแบบไหน ไม่ใช่ชงมาส่งๆ คิดว่าทุกคนจะกินกาแฟใส่น้ำเชื่อมเหมือนคุณหมดหรือไง


พราวพรายมองหน้าเขาอย่างตกใจ และเริ่มโกรธกับคำพูดที่เธอเห็นว่าก้าวร้าว

“คุณเองที่ไร้มารยาท คุณไม่กินกาแฟนั่นฉันก็ไม่ว่า แต่ก็ไม่ควรมาพูดแบบนี้”

เขามองหน้าที่บึ้งตึงของเธออย่างพอใจ ทำให้หญิงสาวเริ่มเข้าใจว่าเขาต้องการจะทำให้เธอโกรธ  เพื่ออะไร เพื่อแก้แค้นเธองั้นหรือ

“นั่นเรื่องแรก  เรื่องที่สองก็คือคุณบกพร่องต่อหน้าที่ เมื่อวานผมฝากคุณบอกจอห์นให้โทรหาผมด่วน แต่คุณไม่ได้บอกเขา” 


พอเห็นเธออ้าปากจะเถียง เขาก็ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม

“เปล่า ผมไม่ได้ฟ้องจอห์นหรอก แต่ผมรู้ก็แล้วกัน ความจริงผมไม่ได้อยากจะมาต่อว่าคุณหรอก เพราะคุณอาจจะยังไม่เข้าใจขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของคุณต่อจอห์น แต่ที่ผมจำเป็นต้องบอกก็เพื่อเตือนคุณว่าต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก เพราะมันเป็นเรื่องด่วนที่เกี่ยวกับความเป็นความตายของคน ดีที่ผมเฉลียวใจ โทร.เข้ามาหาจอห์นเมื่อวานเย็น ตอนที่เขากลับมาแล้ว เราจึงประสานงานกันได้”


เขาพูดยืดยาวด้วยเสียงห้วนๆ และมองเธอด้วยแววตาตำหนิ ถึงจะไม่พอใจกับคำพูดเป็นเชิงทั้งต่อว่าและสั่งสอนของเขา แต่พราวพรายก็ตกใจ ที่เธออาจจะเป็นต้นเหตุทำให้ใครสักคนต้องมีอันเป็นไป 


“พูดจบหรือยังถ้าจบแล้วก็เชิญออกไปได้ ฉันมีงานต้องทำ ไม่ได้ว่างงานอย่างคุณ จะได้มายืนบ่นยืนเทศน์คนอื่นแบบนี้”


เธอรู้สึกละอายกับการกระทำแบบเด็กๆของตัวเองก็จริง แต่ก็หมั่นไส้กับสีหน้าท่าทางของเขามากกว่า จนต้องการให้เขาหยุดพูดแล้วออกไปให้พ้นๆ เขาเองก็คงอ่านสีหน้าท่าทางของเธอออก เพราะเธอเห็นเขาขยับตัว ทำท่าเหมือนจะเปิดประตูออกไป แต่คำพูดสุดท้ายของเขาทำให้พราวพรายแทบลุกขึ้นเต้น


“ผมเข้าใจว่าคุณคงเป็นเด็กเพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ  คงยังไม่รู้หลักการทำงานร่วมกับผู้อื่นว่าจะต้องทำตัวยังไง  อย่าเอาอารมณ์ความรู้สึกไม่ชอบหน้าใคร มาทำให้งานของคุณเอง หรือของคนอื่นต้องเสียหายไปด้วย”


เขาก้มศีรษะให้เธอเล็กน้อยก่อนจะเดินออกประตูไป แต่คราวนี้เธอไม่ได้ยินเสียงโครมครามจากฝีเท้าเขาเหมือนเมื่อวาน พราวพรายไม่รู้หรอกว่าเขาคิดในใจว่า ‘ยายหัวฟูนี่พูดภาษาอังกฤษได้ไม่เลว แต่ก็ยังเถียงข้างๆคูๆไม่เข้าท่าเหมือนเดิม’  ในขณะที่เธอคิดในใจอย่างเดือดดาลว่า'ไอ้บ้านี่ดูถูกเรานี่นา มันหาว่าเราเป็นเด็กกะโปโล ไม่รู้จักรับผิดชอบ!'


แล้ววันนั้นบรรยากาศการทำงานของพราวพราย ก็เป็นไปในทางลบตลอดทั้งวัน หญิงสาวหงุดหงิดเสียจนวีระพลกับธวัชชั ย ต้องมองหน้ากันอย่างมืดแปดด้าน เมื่อเข้าไปพูดคุยเล่นกับเธอเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ตามประสาเพื่อนร่วมงาน ซึ่งทุกครั้งพราวพรายก็จะพูดคุยด้วยอย่างเป็นกันเอง แต่วันนี้เธอไม่พูดไม่จา แถมยังทำตาขวางใส่อีกด้วย จนชายหนุ่มทั้งสองต้องล่าทัพกลับไปนั่งทำงานที่โต๊ะของตัวเองเงียบๆ ไม่กล้าตอแยด้วยอีกเพราะรู้ฤทธิ์เดชของเธอดี


เย็นนั้นเมื่อกลับถึงบ้านพักหลังเล็กๆใกล้กับฐานทัพ ที่เช่าอยู่ด้วยกันกับเพื่อนที่ชื่อสุนิสา ที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อคราวก่อน ตอนที่มาช่วยงานที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน พราวพรายก็เล่าเรื่องทหารอเมริกันท่าทางยโสโอหังในสายตาของเธอ ให้สุนิสาฟังอย่างเป็นเดือดเป็นแค้น


เพื่อนใหม่ที่ชื่อสุนิสานี้เป็นหญิงสาวร่างเล็กผอมบาง ตัดผมสั้นเหมือนเด็กผู้ชาย หน้าตาเรียบๆดูธรรมดา แต่เรื่องราวของเธอผู้นี้ไม่ธรรมดา เธอเป็นคนใจร้อน พูดจาโผงผาง พร้อมจะเอาเรื่องกับทุกคนที่หาญกล้ามาต่อกรกับเธอ  สุนิสาผู้นี้เคยเล่นบทบู๊นอกจอ ถึงขนาดขว้างที่เขี่ยบุหรี่ทำจากแก้ว เข้าไปที่ศีรษะของเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง จนต้องไปเย็บแผลที่โรงพยาบาลหลายเข็ม หลังจากทะเลาะกันเรื่องงานและถูกเจ้านายคาดโทษว่า ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเพียงครั้งเดียว เธอจะถูกไล่ออกทันที ทำให้สุนิสาลดความขี้โมโหเห็นช้างเท่าหมูลงไปได้มากพอควร เพราะเกรงว่าจะไม่มีโอกาสได้อยู่ที่นี่ ใกล้ชิดกับคนรักของเธอ


หลังจากมาอยู่ร่วมบ้านกันได้ไม่กี่วัน สุนิสาก็เล่าให้พราวพรายฟังว่าเธอเป็นคนกรุงเทพฯ  แต่เนื่องจากคนรักของเธอซึ่งเป็นนายทหารยศพันตรี ถูกย้ายมาทำงานที่จังหวัดอุบลราชธานี เธอเลยขอให้เจ้านายย้ายเธอตามมาทำงานอยู่ในหน่วยงานเล็กๆ ของพอล กิลเบิร์ต ที่ปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการของผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดน 


ตอนแรกพราวพรายไม่รู้ว่าสุนิสากับพันตรีอรรณพมีความสัมพันธ์กันถึงขั้นใด แต่ต่อมาเธอก็รู้จากปากเพื่อนใหม่ของเธอเอง ว่าพันตรีอรรณพมีภรรยาแล้วและมีบุตรด้วยกันหนึ่งคน หญิงสาวคนนั้นอ้างว่าตอนแรกเธอไม่รู้เรื่องนี้ เลยถลำตัวมีความสัมพันธ์เขาแล้วก็รักเขา เธอจึงจำเป็นต้องทำทุกอย่างเพื่อแย่งเขามาจากครอบครัวของเขาให้ได้  และเนื่องจากภรรยาของอรรณพซึ่งทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ไม่สามารถย้ายตามเขามาได้ สุนิสาจึงถือโอกาสจากช่องว่างนี้ ขอย้ายตามมาอยู่ใกล้ๆเขา 


เหตุผลที่สุนิสายังไม่อาจพาตัวเข้าไปอยู่กับพันตรีอรรณพอย่างถาวร ที่บ้านพักในค่ายทหารได้ ก็เพราะบิดาของเธอ ซึ่งเป็นนายทหารระดับนายพลในกรมทหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ  ไม่พอใจเรื่องความสัมพันธ์ที่ผิดทำนองคลองธรรมนี้ ได้ยื่นคำขาดกับเธอว่าถ้าเธอทำอะไรแบบโจ๋งครึ่ม ที่ทำให้วงศ์ตระกูลเสียหาย เขาอาจจำเป็นต้องใช้ตำแหน่งหน้าที่และเส้นสายของเขา ทำให้อนาคตความก้าวหน้าของพันตรีอรรณพต้องกระทบกระเทือนได้ ดังนั้นสุนิสาจึงต้องมาเช่าบ้านอยู่นอกค่าย แต่อย่างน้อยสองคืนในหนึ่งสัปดาห์ หญิงสาวผู้นั้นจะหายตัวไป ไม่กลับมานอนที่บ้าน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเธอไปค้างกับอรรณพที่บ้านพักของเขา


พราวพรายฟังเรื่องราวของเพื่อนใหม่อย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนัก ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงสาวอายุเพียงยี่สิบสองปี มีการศึกษาระดับปริญญา มาจากครอบครัวที่มีทั้งฐานะและเกียรติยศชื่อเสียง จึงยอมเป็นภรรยาลับๆของผู้ชาย ที่อายุมากกว่าถึงสิบสองปีและมีครอบครัวแล้ว ที่คิดเช่นนี้เพราะพราวพรายนั้นรู้จักตัวเองดี ว่าไม่มีวันไปแย่งสามีใคร อย่าว่าแต่สามีเลย ถ้าผู้ชายที่มาชอบเธอยังไม่ได้แต่งงาน แต่มีคนรักแล้ว ก็ไม่มีทางที่เธอจะสนใจ ไม่ใช่เพราะเธอเป็นคนดีมีศีลธรรม แต่เป็นเพราะไฟฟ้าไม่ยอมสปาร์คมากกว่า


แมัจะไม่เข้าใจและไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับพฤติกรรมของเพื่อน แต่หญิงสาวก็ไม่วิพากษ์วิจารณ์ว่าอย่างไร เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอผู้นั้น อย่างดีเธอก็นิ่งฟังเวลาสุนิสาเล่าให้ฟัง เพราะรู้ว่าเพื่อนอึดอัด อยากระบายให้ใครสักคนช่วยรับฟัง แต่ไม่ต้องการคำวิจารณ์ ความเคารพในการตัดสินใจของผู้อื่นและไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของกันและกัน ทำให้หญิงสาวทั้งสองที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน สามารถอยู่ร่วมบ้านกันได้โดยไม่มีปัญหา


นอกจากสุนิสาแล้วก็ยังมีเพื่อนอีกคนที่ชื่ออมรา ที่พราวพรายได้มีโอกาสรู้จักและสนิทสนมด้วย ตั้งแต่ครั้งที่ถูกส่งมาช่วยงานชั่วคราวที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเช่นเดียวกัน อมราทำงานเป็นเลขานุการของพอล ฝรั่งคนที่เป็นที่ปรึกษาของผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดน  และเป็นเพื่อนสนิทกับสุนิสาซึ่งทำงานอยู่ที่เดียวกัน


อมราซึ่งเป็นคนอุบลฯโดยกำเนิด เป็นหญิงสาวค่อนข้างสวย อายุยี่สิบสามปี จบการศึกษาหลักสูตรเลขานุการจากต่างประเทศ เนื่องจากยังเป็นโสดเธอจึงยังอยู่ร่วมบ้านกับมารดา  คุณนายสังวาลย์มารดาของอมรา เป็นคหบดีผู้มีฐานะเป็นปึกแผ่น มีบ้านให้ทหารอเมริกันเช่าหลายสิบหลัง มีตึกแถวในตัวเมืองหลายแห่ง อมราเป็นคนสปอร์ต  จิตใจกว้างขวาง เป็นคนพูดตรงๆแบบเดียวกับพราวพรายและสุนิสา


หญิงสาวผู้นี้กำลังมีนายตำรวจตระเวนชายแดนคนหนึ่งตามจีบอยู่  ความจริงเธอมีคนรักอยู่แล้ว เป็นปลัดอำเภออยู่ที่จังหวัดทางเหนือ  นานๆจึงจะมีโอกาสได้พบกันสักครั้ง ที่เขาพูดกันว่าไกลตัวก็ไกลใจนั้น ทำท่าว่าจะเป็นความจริงขึ้นมา เมื่ออมราเล่าให้เพื่อนทั้งสองฟังว่าเธอเริ่มมีใจให้นายตำรวจผู้ นั้น  ความจริงอมราก็รู้กิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของนายตำรวจคนนี้ดี แต่เธอก็เหมือนผู้หญิงอีกหลายคน ที่คิดว่าจะสามารถทำให้ผู้ชายเจ้าชู้ยอมสยบอยู่แทบเท้า เลิกเจ้าชู้อีกต่อไปได้ เธอลืมคิดไปว่าการจะเปลี่ยนใครสักคน ให้เป็นแบบที่เธอต้องการไม่ใช่เรื่องง่าย  เขาอาจจะเปลี่ยนได้เหมือนกัน แต่ก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น  แล้วเขาก็จะกลับไปเป็นเขาคนเดิมที่ออกล่าเหยื่อต่อไป ไม่มีใครเปลี่ยนใครได้ ถ้าเขาไม่ยอมเปลี่ยนตัวเอง


อย่างไรก็ตาม แม้จะมีภูมิหลังที่แตกต่างกัน แต่หญิงสาวทั้งสามที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน และอยู่ในวัยใกล้เคียงกัน ก็คบหากันได้อย่างสนิทสนม แต่ละคนมีความจริงใจให้กัน ทุกคนสามารถเล่าความในใจให้กันฟังได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าเพื่อนจะนำไปแฉโพยเล่าต่อให้ใครฟัง  มันเป็นมิตรภาพระหว่างเพื่อนที่หาได้ยาก เพราะมันจริงใจปราศจากการแข่งขันชิงดีชิงเด่น


ความจริงหญิงสาวทั้งสามมีความแตกต่างกันหลายอย่าง แต่สิ่งที่เหมือนกันหมด คือการพูดอะไรตรงๆ  ไม่มีคำพูดอ้อมค้อมและไม่มีการถนอมน้ำใจโดยอยู่เฉยๆไม่ตักเตือน ถ้าเห็นเพื่อนกำลังจะเดินลงเหว  ยกเว้นว่าการเดินลงเหวนั้น เกิดขึ้นก่อนหน้าที่จะได้กลายมาเป็นเพื่อนกัน ดังเช่นกรณีของสุนิสากับพันตรีอรรณพ




Create Date : 01 กันยายน 2559
Last Update : 1 กันยายน 2559 0:07:28 น.
Counter : 719 Pageviews.

34 comments
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Home & Garden Blog ดู Blog
The Kop Civil Movie Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: Close To Heaven วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:1:06:48 น.
  
มาเจิมไม่ทันค่ะพี่ตุ้ย

มาทำงานที่อุบลแล้วเน๊าะ
ว้าวววว เจอคู่ปรับแล้ว
แต่บทนี้นางเอกของเราแรงไปหน่อยนะคะพี่ตุ้ย

ดอยสะเก็ด Literature Blog

โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:2:18:14 น.
  
มาอ่านต่อจ้ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: เนินน้ำ วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:5:37:31 น.
  
หวัดดียามเช้าพี่ แหมจะหาว่าคุยนะ ผมทำเป็นนะ สมัยเด็กๆเข้าครัวกับพวกพี่ๆนะ แถมคุณแม่สอนทำกับข้าวด้วยครับพี่ เลยหัดทำมานะครับ สบายดีนะครับพี่
โดย: หนี่งหน่อง วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:5:43:12 น.
  
สวัสดีคะ แวะมาโหวตให้ก่อนนะคร้า
ขอไปทำภารกิจยามเช้าก่อนคร้า
ขอบคุณสำหรับโหวตเพลงที่ชอบด้วยเช่นกันคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
ร่มไม้เย็น Dharma Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog

โดย: Tui Laksi วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:6:27:12 น.
  
ตามมาอ่านต่อครับ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ข้ามขอบฟ้า Home & Garden Blog ดู Blog
Maeboon Travel Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: moresaw วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:7:07:00 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

---------------------------

ส่งกำลังใจก่อนค่ะ ไว้ว่าง ๆ มาอ่านนะคะ

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:9:55:44 น.
  
สวัสดีค่ะ

ตอนนี้มีเพื่อน 3 สาวแล้วสินะ

เห็นด้วยเลยที่ว่าอย่าหวังว่าตัวเองจะเปลี่ยนผู้ชายเจ้าชู้ได้

ก็แค่ชั่วคราวเท่าน้้น ถ้าฝ่ายชายไม่คิดเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองนะ

โหวตให้ค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog

*************************

ขอบคุณสำหรับคำชมและโหวตนะคะ
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:11:08:46 น.
  
เคยไปตีกอล์ฟที่สนามทหารที่อุบลด้วยค่ะ
+
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:14:57:11 น.
  
สวัสดี จ้ะ น้อง ดอยสะเก็ด

ตามมาอ่านตอนที่ 4 จ้ะ เปิดตัวละครสาว อีก 3 คน การปะทะคารมของแพรสพราย กับนายทหารคนนั้น เนื้อหาเริ่มกว้างขึ้นแล้วนะเนี่ย ตกลงพี่สาวของแพรวพราย ได้ไปเมืองนอกไหม เนี่ย แล้วจะมาอ่านตอนต่อไป นะจ๊ะ
โหวดหมวด การเขียนของเจ้าของบล็อกนะจ๊ะ
ใช่จ้ะ เมืองจีนกว้างใหญ่ไพศาลมาก ธรรมชาติของประเทศเขา ล้วนสวยงาม เขียวชอุ่ม ทะเลสาบก็สวยงาม เป็นมรดกโลก หลายแห่ง น้องตุ้ย มีโอกาส ก็เดินทางท่องเที่ยวเลยนะจ๊ะ เดี๋ยวอายุเยอะ เดินไม่ไหว ห้าห้า
โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:17:42:24 น.
  
ลงชื่อไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยกลับมาอ่านค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:18:59:58 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Home & Garden Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Photo Blog ดู Blog
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
ชมพร About Weblog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: ก้นกะลา วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:19:38:02 น.
  
ตัวละครเขียนได้ละเอียดทำให้นึกภาพถึงรูปร่างของตัวละครง่ายดีคะ
คนที่สูง185มีกล้ามด้วยคิดดูแล้วหุ่นดูดีนะคะ
สรุปว่าจอนน์เขาเป็นทหารป่าวคะ
เป็นห่วงอมราจังเลยคะ อย่าให้ต้องเป็นรักสามเศร้านะคะ
โหวตให้พี่ตุ้ยคะ
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Mitsubachi วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:20:28:46 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
แวะมาโหวตให้คุณตุ้ยนะคะ

โดย: หอมกร วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:20:38:41 น.
  

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ทองกาญจนา Travel Blog ดู Blog
ตุ๊กจ้ะ Food Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Home & Garden Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: pantawan วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:21:49:00 น.
  
ขอบคุณสำหรับโหวตครับ พี่ตุ้ย
โหวตก่อน ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 1 กันยายน 2559 เวลา:22:57:01 น.
  
เรื่องราวสนุกขึ้นเรื่อยๆค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog


ขอบคุณที่แวะชมดอกไม้ค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 2 กันยายน 2559 เวลา:8:00:48 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เวียงแว่นฟ้า Dharma Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

น่าติดตามค่ะคุณดอยสะเก็ด

ขอบคุณมากๆสำหรับโหวตและแวะไปเที่ยวสโลเวเนียด้วยกันนะคะ วิวทะเลสาบสวยขาดใจจริงๆค่ะ
โดย: LoveParadise วันที่: 2 กันยายน 2559 เวลา:13:16:46 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย ตามมาอ่านคนละฟากฟ้าค่ะ เริ่มจะสนุกแล้วนะคะ เจอคู่ปรับแล้ว อิอิ วันนี้โหวตหมดแล้วค่ะไว้พรุ่งนี้มาโหวตใหม่นะคะ

ขอบคุณมากนะคะที่ไปชมภาพมุมกล้องพร้อมโหวตให้ค่ะ

ขอให้พี่ตุ้ยมีความสุขวันศุกร์นะคะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 2 กันยายน 2559 เวลา:15:31:40 น.
  
มีตัวละครใหม่เพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
blueberryblossom Photo Blog ดู Blog
ร่มไม้เย็น Dharma Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
เศษเสี้ยว Photo Blog ดู Blog
touch the sky Food Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
AppleWi Beauty Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

*** แวะไปดูนะคะพี่ตุ้ย สวยงามมากค่ะ
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 2 กันยายน 2559 เวลา:16:49:54 น.
  
ป้าเรียกตุ่งติ่งเอง
ตามภาพดุ๊กดิ๊ก ยาวๆน่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเรียกอะไร
โดย: ชมพร วันที่: 2 กันยายน 2559 เวลา:18:28:22 น.
  
ช่วงนั้น พี่อยู่ฝ่ายประสานงานการจัดส่งและ
คุมปริมาณน้ำมันให้กองทัพอเมริกันมีน้ำมันใช้ใน
การรบ ขาดแคลนแม้แต่หยดเดียวก็ไม่ได้ คอจะ
ขาด น่าจะได้เจอคุณพราวพรายอยู่บ้างนะคะ อิอิ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สาวไกด์ใจซื่อ Book Blog ดู Blog
เป็ดสวรรค์ Photo Blog ดู Blog
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
The Kop Civil Movie Blog ดู Blog
FreakGirL Diarist ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ลูกนกคงจะบินได้เร็วๆนี้แล้วค่ะ เราก็จะมี
นกเขาเล็ก 4 ตัวมากินข้าวทุกวัน ขอบคุณ
ที่ชอบนะคะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 2 กันยายน 2559 เวลา:19:26:39 น.
  
ตามมาอ่านคนละฟากฟ้าค่ะ แต่ต้องสารภาพว่าไม่รู้เรื่องอ่ะ ต้องตามไปอ่านบทแรกก่อนค่ะ แหะๆ

ขอบคุณมากๆเลยค่ะพี่ตุ้ยที่แวะไปชมตะพาบการทำขนมฝรั่งน่ะค่ะ ถ้าจะซื้อหรือชิมเนี่ยแนะนำว่าถ้ามีโอกาสไปถึงที่เลยดีกว่าค่ะอยู่ด้านหลังโบสถ์ซางตาครู้สค่ะ วันนี้หมดโหวตแล้วค่ะพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่นะคะ
โดย: zungzaa วันที่: 2 กันยายน 2559 เวลา:20:50:07 น.
  
มาอ่านจนจบครับ พี่ตุ้ย
พระเอก นิค ใช่ไหมครับ
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 3 กันยายน 2559 เวลา:0:31:27 น.
  
แวะมาอ่านต่อค่ะ

ดอกกุหลาบสวยมากค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: newyorknurse วันที่: 3 กันยายน 2559 เวลา:3:11:27 น.
  

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย วันนี้มาโหวตให้นิยายสนุกๆค่ะแล้วจะรอตอนต่อไปนะคะ

มีความสุขวันหยุดค่ะ

โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 3 กันยายน 2559 เวลา:11:02:40 น.
  
มาทักทายในวันหยุดค่ะ
สุขสันต์วันสุดสัปดาห์นะคะ
โดย: เนินน้ำ วันที่: 3 กันยายน 2559 เวลา:17:37:48 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
Quel Klaibann Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Home & Garden Blog ดู Blog
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
.............................
ฝันดีนะครับ
โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 3 กันยายน 2559 เวลา:20:58:08 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Sai Eeuu Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
.........................
ขอบคุณนะครับ
โดย: #ผมไม่ได้บินคนเดียวฯ (เตยจ๋า ) วันที่: 4 กันยายน 2559 เวลา:1:02:31 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

มาส่งกำลังใจค่ะ

ยังไม่ได้อ่าน เพราะไม่ได้ติดตามเลย

ชอบดองบล๊อก อิอิ
โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 4 กันยายน 2559 เวลา:13:42:41 น.
  
อ่านสองตอนรวดค่ะวันนี้ :)
เนื่อเรื่องเพิ่มขึ้นเยอะนะคะ
พราวพรายได้คนต่อปากต่อคำแล้วละ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 4 กันยายน 2559 เวลา:21:27:39 น.
  
ทักทายยามค่ำค่ะคุณตุ้ย
ส่งกำลังใจให้ค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Raizin Heart วันที่: 4 กันยายน 2559 เวลา:21:30:52 น.
  
พี่ตุ้ยอย่าชมหนูมากคะ เดี๋ยวหนูจืด 5555
รูปใครคะบนโฟฟาย สวยนะคะ
โดย: Mitsubachi วันที่: 5 กันยายน 2559 เวลา:13:30:38 น.
  
อ่านแล้ว... นึกถึงอุบล เมื่อประมาณปี 2509 - 2511 ได้มังครับ

ผมไปทำงานที่นั่น ไอ้กัน แหะ อเมริกันนะครับ เยอะมาก... บ้านเช่า
ถูกพวกเขาเช่า ผมต้องไปเช่า อยู่ แถวโรงฆ่าสัตว์ ราคาแพงมาก

พวกเขาชอบนั่งสามล้อ ลงจากรถจะถามสามล้อเท่าไร สามล้อ
ตอบไม่ถูกหรืออาจจะรู้ ยกมือขึ้นบอกว่า 1 บาท.. ไอ้กัน คิดว่า
1 US ควักให้ไป 1 ใบ...เสร็จโก๋.. กำไรเยอะเลย

เมื่อก่อนทองน่าจะบาทละ 400 บาท..

ว่าแต่ว่า นางเอก ไงอารมณ์หงุดหงิดจังเลย

เห็นคุณตุ้ยบรรยาย ชื่อถนน..ได้ด้วย ก่อนเขียนดูแผนที่ดาวเทียม
หรือ ว่าเคยไปเที่ยวอุบลครับ

โหวตให้คุณตุ้ยก่อน
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 6 กันยายน 2559 เวลา:6:46:17 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



Group Blog
กันยายน 2559

 
 
 
 
2
3
4
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
 
 
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]