Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
18 พฤศจิกายน 2560
 
All Blogs
 

๙๒.*..มหาราชชาตินักรบ..*.



(นิทานอิงธรรมมะเรื่องที่.๔)
.*..มหาราชชาตินักรบ..*.
.
อะเล็กซานเดอร์มหาราช
จักรพรรดิผู้ฉกาจและเก่งกล้า
รบชนะไปครึ่งค่อนโลกา
ผู้ไม่รู้ว่าชราเป็นอย่างไร
.
สิ้นพระชนม์ชันษาสามสิบสาม
สมญานามนักรบผู้ยิ่งใหญ่
ตอนตายเหลือข้อคิดติดตัวไป
พินัยกรรมบอกใบ้ให้เรามอง
.
หนึ่งงานศพสั่งแพทย์แบกโรงท่าน
บอกสังขารทั้งหลายล้วนตายม่อง
สุขภาพต้องดูแลและประคอง
หมอรอบตัวมียังต้อง..มรณัง
.
สองสมบัติมากมายให้จ่ายแจก
แม้นตนแบกใส่ตุ่มขุดหลุมฝัง
สุดท้ายก็ล้วนคืนเข้าสู่คลัง-
สมบัติโลกใครจะรั้งได้อยู่ฤา
.
สามให้ยื่นเหยียดแผ่แบมือออก
เพื่อจะบอกความนัยอย่างไรหรือ
ตั้งแต่เกิดกำทั้งหมดในกำมือ
สุดท้ายถืออะไรได้ตอนตาย
.
นี่คือผู้ยิ่งใหญ่ในใต้หล้า
ดินกลบหน้ารูปธรรมเสื่อมสลาย
อะไรตามติดเราเป็นเงาพราย
นามธรรมหลากเรียงรายหาให้เจอ
.
.*..พันคม..*.
(๗/๑๑/๖๐)
(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนท)




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2560
6 comments
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2560 13:35:35 น.
Counter : 172 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณรัชต์สารินท์, คุณSai Eeuu, คุณดาวริมทะเล, คุณข้ามขอบฟ้า, คุณSweet_pills, คุณสุนันท์ยา

 

พระเจ้าอะเล็กซานเดอร์มหาราช จักรพรรดิผู้รุกรบชนะไปครึ่งค่อนโลก ก่อนจะสิ้นพระชนม์ได้โปรดให้ข้าราชบริพารเข้าเฝ้าโดยรับสั่งให้ทำพินัยกรรมเป็นปริศนาธรรม 3 ข้อ คือ...
1. ในงานศพของข้าพเจ้า ขอให้นายแพทย์เป็นผู้แบกโลงศพ
2. ขอให้นำเอาทรัพย์สมบัติประดามีที่ข้าพเจ้าไปตีชิงมาได้จากบ้านน้อยเมืองใหญ่ทั้งหมด หว่านโปรยตลอดเส้นทางที่แห่ศพข้าพเจ้าไปยังเชิงตะกอน
3. ขอให้เอามือของข้าพเจ้าโผล่ออกมานอกโลงทั้งสองข้างในอิริยาบถแบมือ
======
เมื่อมหาดเล็กได้ยินดังนั้นก็สงสัย จึงทูลถามถึงเหตุผล พระองค์ก็ทรงอธิบายว่า...
• ประการแรก
ที่เราขอให้แพทย์เป็นผู้แบกโลงศพของเรานั้น ก็เพราะเราต้องการจะบอกอนุชนรุ่นหลังว่า
`สุขภาพเป็นสิ่งที่เราจะต้องดูแลเอง ต่อให้มีหมอเทวดาเป็นหมอประจำตัว สุดท้ายก็ไม่มีหมอคนไหนยื้อชีวิตของท่านไว้ได้´
ดังนั้น...โปรดอย่าวางใจว่ามีหมอที่ดีที่สุดอยู่ใกล้มือ การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องของเราทุกคน เราจะต้องลุกขึ้นมาตระหนักรู้ แล้วดูแลอย่างดีที่สุดก่อนจะถึงมือหมอ
(Note : ตอนที่พระองค์สิ้นพระชนม์ มีพระชันษาแค่ 33 เท่านั้น... เพราะมัวแต่รบทัพจับศึก ไม่ได้ดูแลสุขภาพ เก่งแค่ไหนก็อายุไม่ยืน)
• ประการที่สอง
ที่เราให้หว่านโปรยทรัพย์สินประดามีที่เราไปตีเอามาได้จากบ้านน้อยเมืองใหญ่ครึ่งค่อนโลกนั้น ก็เพื่อจะเตือนคนที่อยู่ข้างหลังว่า...
`ทรัพย์สินทั้งหลายนั้น สุดท้ายต้องส่งคืนโลกหมด ครอบครองไว้ไม่ได้ สรรพสิ่งคือของใช้ อย่าเข้าใจว่าเป็นของฉัน´
ฉะนั้น... หาเท่าที่จำเป็นจะต้องใช้ อย่าครอบครองมากมายจนกองสูงดังภูเขาเลากา เพราะวันหนึ่งก็ต้องทิ้งสิ่งนั้นไปทั้งหมด
อย่าทำตัวเป็นพวกบ้าหอบฟาง หาเงินหาทองมาสะสม เสมือนหนึ่งตัวเองจะมีอายุอยู่กินอยู่ใช้ไปสักแปดหมื่นสี่พันปี ทั้ง ๆ ที่ในความจริง มนุษย์เราทั้งหลายอายุเฉลี่ยเต็มที่แค่ 100 ปีเท่านั้น
เราจึงไม่ควรจะหมกมุ่น ไม่ควรจะมัวเมา ตกเป็นทาสของ `ยศ-ทรัพย์-อำนาจ´ จนหลงลืมแก่นสารที่แท้จริงของชีวิต
======
• ประการที่สาม
ที่ให้เอามือของเราแบออกไปนอกโลงศพนั้นก็เพื่อที่จะบอกว่า...
เมื่อตอนที่เราเกิดมานั้น เราร้องไห้จ้าและกำมือแน่น หมายมั่นปั่นมือว่าจะครอบครองทุกสิ่งทุกอย่าง กำโน่น กำนี่ สารพัดที่จะกำ ยศก็กำ ทรัพย์ก็กำ อำนาจก็กำ กิน กาม เกียรติ เรากำทุกสิ่ง ครอบงำเอาไว้ทั้งหมดทั้งสิ้น
แต่ท้ายที่สุด... ชั้นแต่ลมหายใจซึ่งบางเบาที่สุดและแทบไม่กินพื้นที่ ก็ไม่มีใครกำเอาไว้ได้ สุดท้ายก็ต้องแบ ต้องปล่อย
(ถึงเราไม่ปล่อย ธรรมชาติก็จะทำให้เราปล่อยโดยอัตโนมัติ ฉะนั้น... เมื่อยังมีชีวิตอยู่ แทนที่จะกำจนแน่น จงแบ่งซะ ปันซะ ให้ซะ แล้วบุญกุศลเหล่านั้นจะเป็นทรัพย์สมบัติติดตัวเราไป)
พวกสู เจ้า และทื่อ้างว่า จบการศึกษาสูง หรือชนชั้นสูง พวกสูเจ้า ก็กินข้าว ไม่ได้กินเหล็ก พวกเจ้าก้อตาย เหตุฉะไหน ถึงเอาเปรียบ คนที่ด้อยกว่า ทางฐานะ ทางเศรษฐกิจ หรืออาชีพ
และเวรกรรม บาปอันมหันต์จะมาเยือน พวกเหล่านี้
• บทสรุป
พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า... ถ้าไฟไหม้บ้าน ทรัพย์สินสิ่งใดที่เจ้าของหยิบฉวยวิ่งหนีออกจากบ้านที่ไฟกำลังไหม้ นั่นคือ `ทรัพย์สินที่แท้จริง´ ของเขา
ส่วนทรัพย์สินมากมายที่กองอยู่ในบ้านแล้วขนออกมาไม่ได้ จะต้องถูกไฟไหม้ทั้งหมด
ฉันใดก็ฉันนั้น... ก่อนที่เราจะตายทรัพย์สินทั้งหมดที่เราไม่เคยนำมาแปรรูป ไม่เคย `เปลี่ยนทุนเป็นธรรม´เลย ทรัพย์สินเหล่านั้นจะสูญเปล่าเหมือนทรัพย์ที่ถูกไฟไหม้
ปริศนาธรรมจากพระเจ้าอะเล็กซานเดอร์มหาราช ทั้ง 3 ประการนี้ สอดคล้องกับธรรมะเรื่อง "สัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ" ... ธรรมทั้งหลายทั้งปวงอันบุคคลไม่ควร ยึด-ติด-มั่น สลายชนชั้น ให้มองมนุษย์ เท่าเทียมกัน เพราะที่สุด ต้องตายกันหมด เพราะฉะนั้น ต้องเมตตา เอื้ออาทร ทําดีต่อกัน ละชั่ว กระทําความดี ทําจิตใจให้ผ่องใส
Credit : สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(ป.อ.ประยุทธ ปยุตฺโต)

 

โดย: พันคม 18 พฤศจิกายน 2560 13:38:50 น.  

 

 

โดย: อุ้มสี 18 พฤศจิกายน 2560 19:29:48 น.  

 

ให้แง่คิดดีมากค่ะ

 

โดย: Sai Eeuu 18 พฤศจิกายน 2560 19:41:53 น.  

 

สวัสดียามเช้าค่ะพี่พัน
ไม่มีเวลาเลยค่ะ ช่วงนี้ชีวิตวุ่นวายมากๆ
พอมีเวลาซักนิ๊ด รีบมาทักทายเลยค่ะ

โหวตให้เลยค่ะ สุดยอดมากๆ

 

โดย: ดาวริมทะเล 19 พฤศจิกายน 2560 7:36:33 น.  

 

เป็นให้ขอ้คิดที่ดีมาก
เจ็บป่วยมา(บางโรค)หมอยังรักษาไม่ได้
สุขภาพสำคัญที่สุด

พันคม Literature Blog

 

โดย: ข้ามขอบฟ้า 21 พฤศจิกายน 2560 1:27:11 น.  

 

สวัสดียามเช้าค่ะพี่พันคม

ข้อคิดทั้งสามข้อที่ได้จากกลอนและข้อความที่ 1
มีคุณค่ามากค่ะ
ขอบคุณพี่พันคมสำหรับกลอนที่ให้ข้อคิดดีๆนี้นะคะ

 

โดย: Sweet_pills 23 พฤศจิกายน 2560 5:58:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
พันคม
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 56 คน [?]






Friends' blogs
[Add พันคม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.