ร้านข้าวเหนียวมะม่วงกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ความหวานที่พร้อมเสิร์ฟหน้าร้อน


ยกขบวนร้านข้าวเหนียวมะม่วงจัดเสิร์ฟหน้าร้อนทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อร่อยเด็ดตั้งแต่ข้าวเหนียวมูน มะม่วง ไปจนถึงน้ำกะทิราดข้าวเหนียว กินได้เรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อ  

         พอเข้าฤดูร้อนผลไม้ไทยหลายชนิดเริ่มออกผล โดยเฉพาะมะม่วงไทยหลายชนิดที่สามารถกินดิบก็ได้ กินสุกก็ดี ยิ่งถ้าเป็นมะม่วงสุกเมื่อนำไปกินกับข้าวเหนียวมูนตามตำรับขนมไทย ๆ ไม่ว่าใครได้ลิ้มลองต่างก็ติดใจ จากที่เคยรวบรวม 10 ร้านข้าวเหนียวมะม่วงเด็ดดวง หวานฉ่ำชื่นใจรับหน้าร้อน  วันนี้ขอไปเก็บมาเพิ่มเติมให้อีก จัดหนักจัดเต็มยกทัพมาเกือบหมดกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้วค่ะ จะมีร้านไหนน่าลิ้มลองบ้างไปดูกัน 

 

2. ข้าวเหนียวมูนฟาดิระห์ กรุงเทพฯ

         ข้าวเหนียวมูนฟาดิระห์ ร้านอร่อยแห่งย่านโบ๊เบ๊ที่อยากจะแนะนำให้ไปลิ้มลอง เป็นร้านข้าวเหนียวมูนฮาลาล อิสลามสามารถทานได้ มีความสด สะอาด รสชาติอร่อย ทางร้านจะใช้ข้าวเหนียวคุณภาพดีจากเชียงราย มานวดมืออย่างพิถีพิถันจนได้เนื้อข้าวเหนียวที่เรียงตัวสวยงาม แล้วมูนกับน้ำกะทิสดที่ไม่ตั้งไฟจนได้รสชาติหวานมันลงตัว มะม่วงที่นี่ก็คัดสรรแต่มะม่วงอย่างดี ทั้งพันธุ์น้ำดอกไม้ อกร่อง และทองดำ ปอกสด ๆ วางบนข้าวเหนียว ราดด้วยน้ำกะทิสด กินร้อน ๆ อร่อยฟินกินได้เรื่อย ๆ เลยล่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีข้าวเหนียวหน้าปลาแห้ง เน้นเนื้อปลาเต็ม ๆ ตามสูตรโบราณ, ข้าวเหนียวสังขยาหวานหอมกำลังดี และน้ำกะทิทุเรียน อีกทั้งยังรับทำข้าวเหลืองหน้าไก่ พร้อมกับรับทำตามสั่งและออกงานนอกสถานที่ด้วย


         ที่ตั้ง : 22/1 ซอยนาคราช ถนนบำรุงเมือง แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบ กรุงเทพฯ
         เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไปจนกว่าข้าวเหนียวจะหมด
         โทรศัพท์ : 08 0960 5255, 08 5338 1385

 

โพสต์เมื่อ - 3 วันที่ผ่านมา

 

3. ช.ศรแก้ว กรุงเทพฯ 

         ช.ศรแก้ว ร้านข้าวเหนียวมะม่วงสุดอร่อยอีกหนึ่งแห่งในย่านลาดพร้าว ตั้งอยู่ริมถนน มองหาง่าย สังเกตด้วยมะม่วงสุกสีเหลืองอร่ามที่อยู่หน้าร้าน และกะละมังข้าวเหนียวหลากสีสัน ข้าวเหนียวมูนที่นี่ทำสืบต่อกันมามากกว่า 40 ปี แล้ว รสชาติความอร่อยยังคงเดิม ข้าวเหนียวเม็ดใหญ่ เนื้อนุ่ม หวานกำลังดี กลิ่นหอมกะทิฟุ้ง ที่สำคัญมีให้เลือกทั้งหมดถึง 9 สีสันด้วยกัน ซึ่งก็ทำมาจากสีธรรมชาติล้วน ๆ กินกับมะม่วงก็ได้หรือจะกินกับขนุนแบบไทย ๆ ก็ดี ใครอยากคลายร้อนขึ้นมาอีกนิดเอาไปกินกับไอศกรีมก็เย็นหวานฉ่ำชื่นใจ   

         ที่ตั้ง : โชคชัย 4 ซอย 54 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ
         เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น.
         โทรศัพท์ : 0 2931 0000
เฟซบุ๊ก : ร้าน ช.ศรแก้ว >> https://www.facebook.com/chosornkaews/

 

โพสต์เมื่อ - 3 วันที่ผ่านมา

 

4. แม่เก่ง โชคชัย 4 กรุงเทพฯ

         ข้าวเหนียวมูนแม่เก่ง เป็นร้านข้าวเหนียวมะม่วงที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ในย่านลาดพร้าว ตัวร้านตั้งอยู่ริมถนนโชยชัย 4 เลยค่ะ ด้านหน้าร้านมีมะม่วงสุกวางอยู่เต็มไปหมด สีเหลืองทอง กลิ่นหอมชวนกินสุด ๆ ข้าวเหนียวมูนของที่นี่จะถูกพูดถึงมากที่สุด เพราะนอกจากรสชาติจะอร่อยล้ำแล้วสีสันยังสวยงาม สดใส มีหลากสีสัน ซึ่งสีเหล่านี้ก็มาจากสีธรรมชาติล้วน ๆ ทำให้การกินข้าวเหนียวมะม่วงอร่อยขึ้นอีกเท่าตัว และยังมีข้าวเหนียวมูนกับเมล็ดแปะก๊วย, กลอย และงาให้เลือกกินกันด้วย หรือใครจะอิ่มอร่อยกับข้าวเหนียวหน้าสังขยาและหน้าปลาแห้ง ทางร้านก็มีพร้อมจัดเสิร์ฟด้วยเช่นกัน

         ที่ตั้ง : ซอยโชคชัย 4 แยก 54 ถนนโชคชัย 4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ
         เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น.
         โทรศัพท์ : 0 2538 3331

 

โพสต์เมื่อ - 3 วันที่ผ่านมา

 

5. นายแว่น บางขุนนนท์ กรุงเทพฯ

         ถ้าถามหาร้านข้าวเหนียวมะม่วงที่อร่อยที่สุดในกรุงเทพฯ ต้องไม่พลาดกับร้านนี้เลย "นายแว่น บางขุนนนท์" เปิดขายมายาวนานหลายสิบปี ตัวร้านอยู่ริมถนนบางขุนนนท์ฝั่งขาเข้า ด้านหน้าเต็มไปด้วยมะม่วงสุกสีเหลืองอร่าม ชวนกินสุด ๆ ความพิเศษของข้าวเหนียวมะม่วงที่นี่อยู่ที่ข้าวเหนียวมูน ทางร้านจะเลือกใช้ข้าวเหนียวเกรดพรีเมียม มาทำข้าวเหนียวมูนอย่างพิถีพิถันตามสูตรดั้งเดิมของร้าน เพื่อให้ได้รสชาติที่ทั้งหวาน มัน และหอมติดจมูก ทำสดใหม่ตลอด ไม่ว่าใครมาซื้อช่วงไหนก็จะได้กินข้าวเหนียวมูนร้อน ๆ พร้อมกับมะม่วงสุกคัดไซส์พิเศษ บ่มธรรมชาติหวานหอมกำลังดี ถ้าได้ลองกินสักครั้งรับรองจะหลงรักแบบถอนตัวไม่ขึ้นเลยล่ะ

         ที่ตั้ง : 9/14 ปากทางเข้าบางขุนนนท์ ถนนบางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
         เวลาเปิด-ปิด : 08.00-21.00 น.
         โทรศัพท์ : 0 2433 2011

 

โพสต์เมื่อ - 3 วันที่ผ่านมา

 

6. แม่ประไพศรี จังหวัดนนทบุรี

         ถ้าใครอยู่แถวอำเภอเมืองนนทบุรี คงจะได้ยินกิตติศัพท์ข้าวเหนียวมะม่วงแม่ประไพศรีอยู่ไม่น้อย ด้วยเป็นร้านเก่าแก่และอร่อยเด็ดอยู่อันดับต้น ๆ ของนนทบุรีเลยทีเดียว ข้าวเหนียวมูนที่นี่จะทำกันอย่างพิถีพิถัน เม็ดข้าวเหนียวนุ่ม เรียงตัวสวย รสชาติหวานหอมกำลังดี ปอกมะม่วงสุกวางบนหน้าข้าวเหนียว ราดด้วยน้ำกะทิ และน้ำตาลโรยหน้า ความอร่อยเข้ากันแบบสุด ๆ กินเท่าไรก็ไม่เคยพอ นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวเหนียวและขนมไทยแบบอื่น ๆ ให้ลิ้มลองกันด้วย อาทิ ข้าวเหนียวสังขยา, ข้าวเหนียวหน้าต่าง ๆ, กะทิทุเรียน, ขนมชั้น, ขนมหม้อแกง, เม็ดขนุน, ฝอยทอง, ทองหยิบ, ทองหยอด เป็นต้น  

         ที่ตั้ง : ตลาดท่าน้ำนนท์ ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
         เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 04.00-17.00 น.
         โทรศัพท์ : 0 2967 2070

 

โพสต์เมื่อ - 3 วันที่ผ่านมา

 

8. วิภานันท์ ซอย 2 นครปฐม

         ใครมาเที่ยวนครปฐมช่วงเย็น ๆ ก่อนกลับบ้าน อยากให้ลองแวะมาลิ้มลองข้าวเหนียวมะม่วงร้านนี้กันสักหน่อย หาไม่ยากค่ะ อยู่ไม่ไกลจากองค์พระปฐมเจดีย์ ร้านตั้งอยู่ในถนนเทศา ซอย 2 ฝั่งตรงข้ามกับสถานีดับเพลิงเทศบาลนครปฐม ทางร้านจะคัดเลือกข้าวเหนียวอย่างดี มาทำอย่างพิถีพิถันจนเป็นข้าวเหนียวมูนเนื้อนุ่ม รสชาติอร่อย หวานมัน หอมกำลังดี เข้ากันสุด ๆ กับมะม่วงสุกสีเหลืองทองและน้ำกะทิสดใหม่ กินร้อนข้าวเหนียวร้อน ๆ ก็ยิ่งอร่อย และต้องไม่พลาดกับการซื้อขนมหวานอื่น ๆ ไปลิ้มลองกันด้วย ความอร่อยไม่แพ้เจ้าดัง ๆ ในนครปฐมเลยล่ะ

         ที่ตั้ง : ถนนเทศา ซอย 2 ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
         เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 15.00-20.30 น.

 

โพสต์เมื่อ - 3 วันที่ผ่านมา

 

9. ขนิษฐา นครปฐม

         หากได้มาเที่ยวตลาดน้ำดอนหวายต้องไม่พลาดมาลิ้มลองข้าวเหนียวมะม่วงสุดอร่อยกันที่ร้านขนิษฐา ข้าวเหนียวมูนที่นี่จะทำสดใหม่ทุกวัน พิถีพิถันในการทำสุด ๆ นวดข้าวเหนียวให้เรียงตัวสวยและเข้ากับน้ำกะทิอย่างดี รสชาติหวานละมุน มันนิด ๆ มีถั่วเหลืองคั่วโรยพอกรุบกรอบ ราดด้วยน้ำกะทิสด เข้ากันดีกับมะม่วงสุกรสชาติหวานลิ้น มีหลายสีสัน กินเท่าไรก็ไม่เบื่อ และทางร้านยังจัดทำเป็นกล่องแบบพอดีให้ทานได้หนึ่งมื้อ ราคาเบา ๆ สะดวกมาก ๆ

         ที่ตั้ง : ตลาดน้ำดอนหวาย ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
         เวลาเปิด-ปิด : 08.00-16.00 น.
         โทรศัพท์ : 08 1011 0851

 

โพสต์เมื่อ - 3 วันที่ผ่านมา

 

10. อำนวยพานิช ตลาดปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ

         อำนวยพานิช ตลาดปากน้ำ ร้านข้าวเหนียวมะม่วงเจ้าอร่อยแห่งตลาดปากน้ำ เปิดขายมายาวนานหลายปี รสชาติความอร่อยยังคงเดิมไม่เปลี่ยน ทำขายกันสดใหม่ทุกวัน เนื้อข้าวเหนียวจะนุ่ม หอม และหวานมัน ราดด้วยน้ำกะทิและน้ำตาลโรยหน้านิด ๆ กินกับมะม่วงสุกแบบพอดีคำ มันจะเป็นความอร่อยที่ละมุนละไมสุด ๆ นอกจากนี้ที่หน้าร้านยังมีขนมไทยสด ๆ ให้เลือกกินกันอีกหลายอย่าง สามารถซื้อติดไม้ติดมือไปลิ้มลองกันได้อีกด้วย ราคาไม่แพง 

         ที่ตั้ง : 66/6 ถนนศรีสมุทร ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
         เวลาเปิด-ปิด : 07.00-18.00 น.
         โทรศัพท์ : 0 2395 1639

 

โพสต์เมื่อ - 3 วันที่ผ่านมา

 

11. ลิ้มดำรงค์ ปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ

         มาถึงเมืองปากน้ำแล้วจะพลาดร้านนี้ไปไม่ได้กับ "ร้านลิ้มดำรงค์" ตั้งอยู่บนถนนศรีสมุทร ใกล้กับห้างทองเยาวราชปากน้ำ ที่หน้าร้านจะมีเตาย่างข้าวเหนียวเป็นเอกลักษณ์ เพราะโด่งดังจากข้าวเหนียวใบจาก แต่ที่ปัจจุบันดังไม่แพ้กันเลยก็คือข้าวเหนียวมะม่วง ที่หน้าร้านก็มีมะม่วงสุกสีเหลืองทองวางไว้อย่างโดดเด่นด้วยเช่นกัน ข้าวเหนียวของที่นี่จะมีรสชาติที่อร่อยกลมกล่อม หวานมัน เนื้อข้าวเหนียวนุ่มและร่วนกำลังดี มีการพัฒนาทำให้ข้าวเหนียวมีหลายสีสันมากขึ้น กินร้อน ๆ กับมะม่วงสุกเนื้อหวานฉ่ำ บอกได้คำเดียวว่าอร่อยสุด ๆ ! นอกจากนี้ก็ยังมีข้าวเหนียวหน้าต่าง ๆ ให้เลือกทานกันอย่างจุใจอีกด้วย

         ที่ตั้ง : 87 ถนนศรีสมุทร ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
         เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.
         โทรศัพท์ : 0 2395 0405, 09 9428 4768

 

โพสต์เมื่อ - 3 วันที่ผ่านมา



Create Date : 31 มีนาคม 2561
Last Update : 31 มีนาคม 2561 16:10:15 น.
Counter : 1611 Pageviews.

0 comment
ร้อนในเกิดจากอะไร วิธีแก้ร้อนในในช่องปาก


วิธีแก้ร้อนใน
ร้อนใน เกิดจากอะไร แก้ร้อนในในช่องปากอย่างไรดี แล้วอาหารแก้ร้อนในล่ะ มีอะไรบ้าง คำตอบอยู่ข้างล่างนี่เลยจ้า 
ร้อนใน หรือแผลในปาก เป็นทีไรเซ็งทุกทีเลยอ่ะ เพราะจะกินจะทานอะไรก็ลำบาก เคี้ยวทีก็เจ็บไปหมด ชักอยากรู้แล้วสิว่ามีวิธีไหนช่วยแก้ร้อนในในช่องปากได้บ้าง แล้วควรจะทานอาหารประเภทไหนดี จะได้ปราบอาการร้อนในให้หายไปซะที อ๊ะ...แต่ก่อนจะได้รู้ ต้องมาดูกันก่อนว่า ทำไมเราถึงเป็นร้อนใน?
ร้อนใน เกิดจากอะไรกัน

ร้อนใน หรือแผลร้อนใน (Apthous ulcer) คือ แผลเปิดภายในช่องปากเกิดจากการแตกของเยื่อเมือก เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยทางการแพทย์ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุอย่างชัดเจนได้ว่า ร้อนในเกิดขึ้นจากอะไร แต่มีหลายปัจจัยที่มักจะก่อให้เกิดอาการร้อนในขึ้น เช่น

          - การนอนดึก อดนอนเป็นประจำ ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย

          - ความเครียด ความเหนื่อยล้า

          - การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ผู้หญิงในช่วงก่อนประจำเดือนมา หรือผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ มักมีอาการร้อนในเกิดขึ้น 
- การแพ้อาหารบางชนิด

          - การขาดวิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก และกรดโฟลิก

          - การสูบบุหรี่

          แต่สำหรับทางการแพทย์แผนจีนจะมองว่าอาการร้อนในเกิดจาก "หยินหยาง" ในร่างกายไม่สมดุลกัน หากใครมี "หยิน" พร่อง เมื่อได้รับปัจจัยที่ก่อให้เกิดความร้อนในร่างกายก็จะเป็นร้อนในได้ง่าย ซึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดความร้อนในร่างกายก็อย่างเช่น ทานของมัน ของทอด อากาศร้อน พักผ่อนน้อยไป


ร้อนใน


อาการร้อนใน มีอะไรบ้าง

          คนที่เป็นแผลร้อนในเริ่มแรกจะมีแผลหรือตุ่มแดงเล็ก ๆ ขึ้นมาในริมฝีปากด้านใน หรือกระพุ้งแก้ม หรือบริเวณลิ้น จากนั้นตุ่มแดง ๆ จะกลายเป็นเม็ดสีขาวมีขอบสีแดงนูนออกมา มีอาการบวม และกลายเป็นแผลที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 มม. ทำให้เรารู้สึกเจ็บ

          แม้ว่าโดยปกติแล้วแผลร้อนในจะไม่ทำอันตรายต่อสุขภาพ แต่ก็ทำให้คนที่เป็นเจ็บปวดและรำคาญไม่น้อยเลย ซึ่งโดยปกติแล้วแผลร้อนในจะเป็นอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์


วิธีแก้ร้อนในในช่องปาก

          โดยปกติแล้วแผลร้อนในมักจะหายไปได้เองภายใน 7 วัน แต่ถ้าใครมีอาการปวดมาก ผ่านไป 7 วันแล้วก็ยังไม่หายเสียที คงต้องลองไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาดูค่ะ ซึ่งถ้าแพทย์ตรวจดูแล้วพบว่าเราเป็นเพียงอาการร้อนในธรรมดาก็อาจจะให้ยามาทา หรือบ้วนปาก เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ถ้าเรารู้จักดูแลตัวเอง ไม่ทำพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดอาการร้อนในขึ้นอีก อาการร้อนในที่เป็นอยู่ก็อาจจะหายได้เร็วขึ้นด้วยเหมือนกัน ทำง่าย ๆ ตามนี้เลย

          - หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกของทอด ของมัน ขนม น้ำตาล ทุเรียน ลำไย ข้าวเหนียวมะม่วง ฯลฯ ฟังชื่อก็เปรี้ยวปากอยากกินแล้วใช่ไหมล่ะ แต่อาหารพวกนี้แหละ ตัวการที่ทำให้เกิดความร้อนสะสมในร่างกาย แต่ถ้าอยากทานจริง ๆ ก็ทานได้ในปริมาณน้อย ๆ ค่ะ

          - หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น กระเทียม หอม ขิง ฯลฯ แต่สามารถทานพริกได้

          - รักษาความสะอาดในช่องปากให้ดี แปรงฟันทุกครั้งหลังจากรับประทานอาหารไปแล้วอย่างน้อย 30 นาที ถ้าเป็นไปได้ควรใช้ไหมขัดฟันทุกครั้งหลังอาหารด้วย

          - รับประทานผักผลไม้ให้มาก ๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุ วิตามินอย่างครบถ้วน และจะได้ป้องกันอาการท้องผูก เพราะร้อนในมักเป็นร่วมกับท้องผูก

          - ดื่มน้ำให้มาก ๆ ในแต่ละวัน

          - บ้วนปากด้วยน้ำเกลือวันละ 2-3 ครั้ง โดยผสมเกลือ 1 ช้อนชาลงในน้ำอุ่น 1 แก้ว

          - ลดความเครียดลง เพราะความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดร้อนในในช่องปากได้อย่างไม่น่าเชื่อ

          - หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินออกมาช่วยลดความเครียด

          - หลีกเลี่ยงการตากแดดจัด ๆ เพราะจะทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น

          - หากมีอาการปวดให้อมน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ หรือน้ำเย็น ๆ แต่ถ้าปวดมาก ๆ สามารถทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้


อาหารแก้ร้อนใน


อาหารแก้ร้อนใน ทานอะไรดี

อาหารบางชนิดที่มีฤทธิ์ร้อน เมื่อทานเข้าไปแล้วทำให้เกิดความร้อนสะสมอยู่ในร่างกายจนปรากฏเป็นอาการร้อนในได้ เมื่อเป็นแบบนี้ การทานอาหารที่มีฤทธิ์ตรงข้ามก็ช่วยบรรเทาอาการร้อนใน และทำให้หายได้เร็วขึ้นเหมือนกัน มาดูกันว่านอกจากการดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ แล้ว อาหารประเภทไหนบ้างที่มีฤทธิ์เย็น ช่วยดับร้อนในร่างกายได้เหมือนกัน

          - มะระ เป็นยาดับร้อน ถอนพิษไข้ แก้กระหาย บรรเทาอาการร้อนใน แก้อักเสบ เจ็บคอ

          - ชะอม ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ขับลมในลำไส้

          - ถั่วเขียว มีฤทธิ์ขับร้อนใน แก้กระหาย ขับปัสสาวะ

          - ผักกาดขาว ช่วยแก้ร้อนใน ป้องกันมะเร็ง

          - ปวยเล้ง เป็นยาเย็น ช่วยขับร้อน แก้กระหาย

          - แตงกวา ขับปัสสาวะ แก้ไข้ กระหายน้ำ ไฟลวก ถ่ายพยาธิ แก้ท้องเสีย

          - ตำลึง ดับพิษร้อนภายในร่างกาย ลดอาการไข้ เป็นยาระบายอ่อน ๆ

          - ฟักเขียว มีฤทธิ์เย็น ช่วยถอนพิษ ขับร้อนในร่างกาย ขจัดเสมหะ ขับปัสสาวะ บำบัดอาการบวมน้ำ ไอ หอบ

          - หัวไชเท้า ล้างพิษภายใน ดับพิษร้อน บำรุงไต ขับปัสสาวะ ละลายนิ่ว

          - มะเฟือง ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนภายในร่างกาย ปวดศีรษะ บรรเทาอาการไอ และนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

          - แตงไทย ดับกระหาย ลดความร้อนในร่างกาย ขับปัสสาวะ และเป็นยาระบายอ่อน ๆ

          - ลองกอง ลดอุณหภูมิความร้อนภายในร่างกาย แก้อาการร้อนใน ทำให้ชุ่มคอ

          - ส้มโอ ช่วยในการขับถ่ายและขับสารพิษแก้อาการท้องอืด ช่วยระบายความร้อนในร่างกาย ผ่อนพิษไข้

          - อ้อย ช่วยบำรุงร่างกาย ลดอุณหภูมิความร้อนภายในร่างกาย บรรเทาอาการกระหายน้ำ 

          - มังคุด ช่วยลดความร้อนภายใน แก้กระหายน้ำ ช่วยเพิ่มเมือกภายในลำไส้และกระเพาะทำให้ถ่ายคล่อง

          - มะตูม ต้มดื่ม ช่วยแก้ร้อนใน ช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องเสีย ขับเสมหะ ช่วยเจริญอาหาร

          - เก๊กฮวย นำมาต้มดื่มช่วงหน้าร้อน ช่วยแก้ร้อนใน บำรุงตับ บำรุงประสาท บำรุงสายตา ขับลมในลำไส้

          - กระเจี๊ยบ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ลดความดันโลหิต บรรเทาอาการไอ

          - รากบัว แก้ร้อนใน ลดไข้ บำรุงโลหิต ช่วยให้เจริญอาหาร

          - หล่อฮั้งก้วย นำมาต้มดื่ม ช่วยแก้ร้อนใน กระหายน้ำ ขับเสมหะ แก้ท้องผูก โรคหลอดลมอักเสบ หืด หอบ

          - ใบบัวบก ช่วยแก้อาการร้อนใน ตัวร้อน รักษาอาการเจ็บคอ บำรุงโลหิตในร่างกาย บำรุงหัวใจ


วิธีการเหล่านี้คงช่วยให้อาการร้อนในในช่องปากของเพื่อน ๆ หายได้เร็วขึ้นบ้างล่ะค่ะ แต่ถ้าใครเป็นร้อนในหลายสัปดาห์แล้วยังไม่มีวี่แววว่าแผลจะหายสักที แบบนี้ลองไปพบแพทย์ให้ตรวจวินิจฉัยหน่อยดีกว่าค่ะ เพราะอาการนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคอื่นได้เหมือนกัน


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
,  โรงพยาบาลวิภาวดี, RAMA CHANNEL



Create Date : 31 มีนาคม 2561
Last Update : 31 มีนาคม 2561 16:06:24 น.
Counter : 246 Pageviews.

0 comment
ที่พักหัวหิน - ชะอำ มีสไลเดอร์ - เครื่องเล่น คลายร้อนเพลินรับซัมเมอร์


ที่พักหัวหิน ชะอำ
ที่พักหัวหิน - ชะอำ ที่มีสไลเดอร์ เครื่องเล่น และสระว่ายน้ำใหญ่ อีกหนึ่งตัวเลือกที่พักสำหรับช่วงหน้าร้อน ให้ลงเล่นน้ำกันชิล ๆ เห็นทีว่าต้องรีบมาเช็กอิน 
หัวหิน - ชะอำ หนึ่งในเส้นทางเที่ยวยอดนิยม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีวันหยุดไม่เยอะ ขับรถไม่ไกลก็ได้พักผ่อนชิล ๆ กับสถานที่ท่องเที่ยวเยอะแยะ ทั้งสวนน้ำ ภูเขา ทะเล หรือที่ถ่ายรูปสวย ๆ แต่ช่วงหน้าร้อนแบบนี้จะดีมากยิ่งขึ้นไปอีก ถ้าที่พักที่เราพักมีเครื่องเล่นอย่างสไลเดอร์ มีเครื่องเล่น หรือสระว่ายน้ำใหญ่ ๆ เพิ่มเข้ามา ก็น่าจะทำให้เราสนุกกับการเล่นน้ำมากขึ้น วันนี้เราเลยไม่พลาดขอเอาใจขาเที่ยวทั้งหลาย ด้วยการแนะนำที่พักหัวหิน - ชะอำ ที่มีสไลเดอร์และเครื่องเล่น เข้าพักรอบนี้สุขและสนุกอย่างแน่นอน 
1. Holiday Inn Vana Nava Hua Hin 
ที่พักหัวหิน ชะอำ


          แลนด์มาร์กของการพักผ่อนและความบันเทิงอย่างครบวงจร ที่มาพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สำหรับผู้เข้าพักทุกเพศทุกวัย การตกแต่งเน้นโทนสีฟ้า-ขาวสดใส มองไปทางไหนก็สดชื่น ห้องพักแต่ละห้องตกแต่งได้อย่างสวยงามและทันสมัย เช่น Vana Nava Room, Ocean View Room, Ocean Suite , Kids Suite, Panoramic Suite และ Sky Suite เป็นต้น และไฮไลท์ที่พูดถึงไม่ได้เป็นความพิเศษสุด ๆ ของแขกที่เข้าพัก เพราะสามารถเข้าเล่นสวนน้ำวานา นาวา ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เห็นอย่างนี้แล้วบอกได้คำเดียวเลยว่า "สนุกสุดๆ"

ที่อยู่ : ถนนเพชรเกษม ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เบอร์โทรศัพท์ : 032 809 999
เว็บไซต์ : ihg.com หรือ เฟซบุ๊ก Holiday Inn Vana Nava Hua Hin

2. My Resort Condo Hua Hin

ที่พักหัวหิน ชะอำ
ภาพจาก myresort-huahin.com

ที่พักหัวหิน ชะอำ
ภาพจาก myresort-huahin.com

ที่พักหัวหิน ชะอำ
ภาพจาก myresort-huahin.com

          ที่พักสุดเก๋สำหรับครอบครัว ตั้งอยู่บริเวณเขาตะเกียบ เป็นคอนโดพร้อมสวนน้ำแห่งเดียวในหัวหิน พร้อมให้บริการห้องพักหลากหลายขนาดและราคา รองรับได้ทุกกลุ่มทุกเพศและวัย พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ไมโครเวฟ, กาต้มน้ำ, เครื่องปิ้งขนมปัง, ผ้าเช็ดตัว, แชมพู และครีมอาบน้ำ เป็นต้น เพลิดเพลินกับการว่ายน้ำเย็น ๆ ทั้งในสวนน้ำและสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ถึง 8 สระ แถมอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ มากมาย อย่างตลาดซิเคด้า เดินได้สบาย ใกล้ร้านอาหารทะเลเขาตะเกียบ และใกล้อุทยานราชภักดิ์

ที่อยู่ : ถนนเขาตะเกียบ-หัวหิน ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เบอร์โทรศัพท์ : 081 586 7594
เว็บไซต์ : myresort-huahin.com หรือ เฟซบุ๊ก My Resort Condo Hua Hin

3. Hin nam Club


          ที่พักที่จะมอบช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่แสนสบาย ที่คุณสามารถสัมผัสกับความสุขที่แท้จริงในวันหยุดของคุณ อีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนที่ได้มาตรฐาน และครบวงจร โดยจุดเด่นของโรงแรมเน้นการออกแบบสไตล์โมเดิร์น แฟนตาซี แบบห้องที่หลากสีสันสดใสสบายตา ซึ่งทำให้คุณรู้สึกสดชื่น พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยเน้นความสะดวกสบายและทันสมัย รวมถึงยังมีสระว่ายน้ำพร้อมสไลเดอร์ ให้คุณได้เล่นน้ำเพลินกันทั้งวัน ลองใครได้เข้าพักเป็นต้องประทับใจ

ที่อยู่ : ถนนเพชรเกษม ซอยหัวหิน 7 ตำบลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เบอร์โทรศัพท์ : 089 155 2265
  เว็บไซต์ : www.hinnamclub.com หรือ เฟซบุ๊ก Hinn Namm Hotel HuaHin

4. Sheraton Hua Hin Resort And Spa

ที่พักหัวหิน ชะอำ
ภาพจาก sheratonhuahin.com

ที่พักหัวหิน ชะอำ
ภาพจาก sheratonhuahin.com

ที่พักหัวหิน ชะอำ
ภาพจาก sheratonhuahin.com

          ที่พักที่พร้อมจะเนรมิตช่วงเวลาพักผ่อนที่แสนวิเศษ พร้อมสัมผัสทัศนียภาพความสวยงามของท้องทะเล ไฮไลท์ที่ไม่พูดถุงไม่ได้ นั่นคือ สระว่ายน้ำที่กว้างใหญ่ อลังการแบบสุด ๆ มีให้เลือกหลากหลายสระ ทั้ง Infinity Pool, Upper Pool, Winding Pool, Elephant Pool และ Baby Pool โดยด้างข้างทั้งสองฝั่งของสระเป็นห้องพักดีไซน์สวย ทั้ง Garden View, Garden Terrace, Lagoon View, Lagoon Access, Lagoon Suite และ Ocean Suite โดยตรงกลางเป็นร้านอาหารและลานสนามหญ้าเขียวชอุ่ม เหมาะกับการพักผ่อนช่วงวันหยุดสบาย ๆ

ที่อยู่ : ถนนเพชรเกษม ตำบลชะอำ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เบอร์โทรศัพท์ : 032 708 000
เว็บไซต์ : sheratonhuahin.com หรือ เฟซบุ๊ก Sheraton Hua Hin Resort & Spa

5. FuramaXclusive Sandara Hua Hin


          ที่พักติดชายหาดชะอำ เป็นสถานที่พักผ่อนที่จะทำให้คุณได้ปลดเปลื้องจากความกังวลทั้งปวง พร้อมด้วยการบริการห้องพักที่สวยงาม ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีอบอุ่น อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ยอดเยี่ยม เช่น ร้านอาหาร บาร์ เป็นต้น ที่หันหน้าเข้าหาชายหาด พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารไทยและตะวันตก สนุกชิล ๆ กับสวนน้ำ มากมายด้วยเครื่องเล่น สไลเดอร์สีสันสดใส ให้คุณได้ลงเล่นน้ำเย็น ๆ คลายร้อนแบบไม่รู้เบื่อเลยทั้งวัน

ที่อยู่ : ซอยร่วมจิตร ตำบลชะอำ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
          เบอร์โทรศัพท์ : 032 470 777
เว็บไซต์ : furama.com หรือ เฟซบุ๊ก FuramaXclusive Sandara HUA HIN, Cha Am

6. Black Mountain Hua Hin Resort


ภาพจาก blackmountainhuahin.com


ภาพจาก blackmountainhuahin.com

          ที่พักหัวหินบรรยากาศดี เปรียบดั่งเป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อน ที่พร้อมให้บริการทั้งที่พัก สวนน้ำ และสนามกอล์ฟ โอบล้อมด้วยธรรมชาติสวย มีความเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อนเป็นอย่างมาก ให้บริการบ้านพักหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Bedroom Pool Villa, Bedroom Pool Villa และ Bedroom Pool Villa เป็นต้น มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวก และในส่วนของสวนน้ำก็มากมายด้วยเครื่องเล่น, คลื่นเทียมในสระ และสไลเดอร์ที่สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย กรี๊ดสะใจกันไปข้างหนึ่ง

ที่อยู่ : หมู่ 2 ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เบอร์โทรศัพท์ : 032 618 445
เว็บไซต์ : blackmountainhuahin.com หรือ เฟซบุ๊ก Black Mountain Resort Villas

7. Novotel Hua Hin Cha Am Beach Resort and Spa

ที่พักหัวหิน ชะอำ
ภาพจาก novotelhuahin.com

ที่พักหัวหิน ชะอำ
ภาพจาก novotelhuahin.com

ที่พักหัวหิน ชะอำ
ภาพจาก novotelhuahin.com

          ที่พักตั้งอยู่ระหว่างชายหาดชะอำและชายหาดหัวหิน ให้บริการห้องพักแบบร่วมสมัย ให้คุณได้ดื่มด่ำกับวิวท้องทะเลจากระเบียงห้องพัก ที่มาพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกย่างครบครัน มีห้องพักให้เลือกหลากหลายประเภท เช่น Superior Room, Deluxe Room, Suite และ Executive Room เป็นต้น พร้อมทั้งยังมีกิจกรรมมากมาย พลาดไม่ได้กับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ สนุกไปกับกิจกรรม "อควาบอล" หรือจะสนุกกับสไลเดอร์ยักษ์ ที่ออกแบบให้เล่นสนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สนุกเพลินตลอดวัน

ที่อยู่ : ถนนบุรีรมย์ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
เบอร์โทรศัพท์ : 032 708 300
เว็บไซต์ : novotelhuahin.com หรือ เฟซบุ๊ก Novotel Hua Hin Cha Am Beach Resort & Spa


8. Springfield @ Sea Resort & Spa


ภาพจาก springfieldresort.com


ภาพจาก springfieldresort.com


ภาพจาก springfieldresort.com

          ที่พักชะอำติดทะเล โดดเด่นด้วยสไตล์การตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนให้เห็นถึงความเรียบหรูและโมเดิร์นแบบสุดชิค ล้อมรอบด้วยธรรมต้นไม้สีเขียว ที่คอยให้ร่มเงาความร่มรื่น พักผ่อนชิล ๆ กับสไตล์ห้องพักที่หลากหลาย มีให้เลือกทั้ง Deluxe Room, Grand Deluxe Room, Springfield Pool Room และ Junior Room เป็นต้น แต่ละห้องมาพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน เพลิดเพลินไปกับสระว่ายขนาดใหญ่พร้อมสไลเดอร์ เอาใจคุณหนู ๆ ให้เพลินกับการเล่นน้ำตลอดทั้งวัน

ที่อยู่ : ถนนจำนงภูมิเวท อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
เบอร์โทรศัพท์ : 032 709 300
เว็บไซต์ : springfieldresort.com หรือ เฟซบุ๊ก สปริงฟิลด์ แอท ซี รีสอร์ท สปริงฟิลด์ กอล์ฟ รีสอร์ท ชะอำ

9. Santorini Park 'Stay'


          ที่พักเก๋ ๆ สไตล์เมดิเตอร์เรเนียน แต่ละมุมของที่พักล้วนได้รับการออแบบและตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ Greek Contemporary และ Cozy Med ที่มอบความสะดวกสบายสูงสุดและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ผู้เข้าพัก ให้บริการห้องพักทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ Bunk Bed Room, Superior Room และ Deluxe Room ซึ่งนอกเหนือจากความสะดวกสบายต่าง ๆ แล้ว ผู้เข้าพักยังสามารถใช้บริการสวนสนุก (Santorini Park) และสวนน้ำ (Santorini Park Waterventures) ของโครงการได้อีกด้วยค่ะ

ที่อยู่ : หมู่ 3 ตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
เบอร์โทรศัพท์ : 032 772 955
เว็บไซต์ : santoriniparkstay.com หรือ เฟซบุ๊ก Santorini Park 'Stay'

          เป็นยังไงบ้างคะ ? มีใครถูกใจที่ไหนกันบ้างไหมคะ บอกเลยว่าที่พักแบบนี้เหมาะสำหรับการมาเที่ยวพักผ่อนช่วงหน้าร้อนจริง ๆ ค่ะ ให้ที่กำลังมองหาที่พักเจ๋ง ๆ โดน ๆ ในช่วงหน้าร้อนนี้ ลองดูที่พักหัวหิน-ชะอำ ที่มีสไลเดอร์ มาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสนุก ๆ กันดูนะคะ เชื่อเลยว่า…มีผิดหวัง ^ ^

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง ข้อมูล ณ วันที่ 27 มีนาคม 2561

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
เว็บไซต์ ihg.com, เฟซบุ๊ก Holiday Inn Vana Nava Hua Hin, เว็บไซต์ furama.com, เฟซบุ๊ก FuramaXclusive Sandara HUA HIN, Cha Am, เว็บไซต์ myresort-huahin.com, เฟซบุ๊ก My Resort Condo Hua Hin, เว็บไซต์ hinnamclub.com, เฟซบุ๊ก Hinn Namm Hotel HuaHin, เว็บไซต์ sheratonhuahin.com, เฟซบุ๊ก Sheraton Hua Hin Resort & Spa , เว็บไซต์ novotelhuahin.com, เฟซบุ๊ก Novotel Hua Hin Cha Am Beach Resort & Spa, เว็บไซต์ blackmountainhuahin.com, เฟซบุ๊ก Black Mountain Resort Villas, เว็บไซต์ pringfieldresort.com, เฟซบุ๊ก สปริงฟิลด์ แอท ซี รีสอร์ท สปริงฟิลด์ กอล์ฟ รีสอร์ท ชะอำ, เว็บไซต์ santoriniparkstay.com, เฟซบุ๊ก Santorini Park 'Stay'



Create Date : 30 มีนาคม 2561
Last Update : 30 มีนาคม 2561 15:16:38 น.
Counter : 376 Pageviews.

1 comment
​ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ขนมไทยสีสวยเค็มหวานหอมมะพร้าว


ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง
แววแม่ศรีเรือนมาเต็ม พบกับเมนูข้าวเหนียวหน้ากุ้ง สูตรขนมไทยหวานมันข้าวเหนียวตัดรสเค็มของหน้ากุ้ง กินกี่ใครก็ไม่เบื่อ 
 ​​เมนูข้าวเหนียวหน้ากุ้งทำยังไง ? หลังจากกินเมนูข้าวเหนียวมูน หน้าสังขยาหวาน ๆ มาหลายครั้ง ลองมาทำเมนูข้าวเหนียวมูนหน้าเค็ม ๆ บ้างดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ใครจะหาซื้อข้าวเหนียวมูนหรือจะมูนเองก็ตามชอบ ส่วนหน้าทำมาจากกุ้ง มะพร้าว และเครื่องโขลก ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ จะกินกับข้าวเหนียวเหลืองหรือข้าวเหนียวขาวก็ตามสะดวกค่ะ 
หมายเหตุ : ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง 1 ห่อ ให้พลังงานประมาณ 179 กิโลแคลอรี 
ส่วนผสม ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง

      • กุ้งสด (แกะเปลือก เอาหัวกับหางออก)
      • มะพร้าวขูดละเอียด 
      • รากผักชี 
      • กระเทียม
      • พริกไทยป่น 
      • หัวกะทิข้น 
      • น้ำตาลทราย 
      • เกลือป่น
      • ใบมะกรูดซอย
      • สีผสมอาหารสีส้มแดง
      • ข้าวเหนียวมูน

ส่วนผสม ข้าวเหนียวมูนสีเหลือง

      • ข้าวเหนียวขาว 1 ถ้วยตวง
      • สารส้มโขลกละเอียด 1/2 ช้อนชา
      • น้ำผสมผงขมิ้นชัน (สำหรับแช่ข้าวเหนียว)  
      • ใบเตยมัดประมาณ 5 ใบ
      • หัวกะทิคั้นสด 3/4 ถ้วย
      • น้ำผสมผงขมิ้นชัน (​​สำหรับ​ทำข้าวเหนียว​มูน​) 1/4 ถ้วย
      • น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
      • เกลือป่น 1 ช้อนชา
​​
วิธีทำข้าวเหนียวมูนสีเหลือง

     1. ซาวข้าวเหนียวจนสะอาด ใส่สารส้มลงไป เติมน้ำผสมผงขมิ้นชันลงไปจนท่วมข้าวเหนียว จากนั้นคนผสมจนเข้ากัน แช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง
     2. ล้างข้าวเหนียวที่แช่กับสารส้มไว้จนสะอาด สะเด็ดน้ำแล้วพักไว้สักครู่
     3. เทข้าวเหนียวลงในหวดนึ่งข้าว ใส่ใบเตยลงไป นำหวดไปวางลงในน้ำเดือด นึ่งนานประมาณ 20 นาที หรือจนข้าวเหนียวสุก
     4. ผสมหัวกะทิกับน้ำผสมผงขมิ้นชันคั้นเข้มข้น น้ำตาลทราย และเกลือป่นในอ่างผสม คนจนเข้ากัน น้ำขึ้นตั้งไฟกลางพอร้อน ปิดไฟพักไว้
     5. เทข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วลงไป คนผสมจนเข้ากัน พักทิ้งไว้ 30 นาที

​​วิธีทำข้าวเหนียวหน้ากุ้ง

     1. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยจนละเอียด
     2. สับกุ้งจนละเอียดใส่อ่างผสม ใส่มะพร้าวขูดลงไปคลุกจนเข้ากัน
     3. ตั้งกระทะใส่หัวกะทิกับเครื่องโขลก ผัดจนกลิ่นหอม ใส่ส่วนผสมกุ้งคลุกมะพร้าวลงไป เติมน้ำตาลทรายกับเกลือ ผัดไปเรื่อย ๆ จนกะทิเกือบแห้ง
     4. ใส่สีผสมอาหารลงไป ผัดจนเป็นสีเดียวกันทั่ว ปิดไฟ พักไว้จนเย็น โรยใบมะกรูดซอย คลุกเคล้าจนเข้ากัน
     5. ตักข้าวเหนียวมูนใส่ภาชนะ โปะหน้ากุ้งลงไป พร้อมเสิร์ฟ

​​     วันหยุดมาทำเมนูข้าวเหนียวหน้ากุ้งกันไหม อยากกินกับข้าวเหนียวสีอะไรก็ตามสบาย ส่วนหน้ากุ้งใส่สีส้มไปหน่อยจะได้สวยงามน่ากินนะคะ




Create Date : 30 มีนาคม 2561
Last Update : 30 มีนาคม 2561 15:12:42 น.
Counter : 320 Pageviews.

0 comment
เพชรสังฆาต สรรพคุณแก้ริดสีดวง พ่วงประโยชน์ช่วยลดน้ำหนัก


เพชรสังฆาต
เพชรสังฆาต สมุนไพรไทยที่ไม่ได้มีดีแค่ช่วยระบาย รักษาริดสีดวงทวารก็ได้ แต่ยังช่วยลดน้ำหนัก และมีประโยชน์ต่อสุขภาพนานับปการ อย่าเพิ่งสบประมาทว่าเป็นแค่ไม้ประดับ ถ้ายังไม่ได้รู้ถึงสรรพคุณ 
สมุนไพรไทยเป็นของดีของไทยที่มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน แถมยังชอบซุกซ่อนอยู่ในที่ที่เราคาดไม่ถึงเสียก็มาก บางอย่างก็อยู่ในอาหาร สมุนไพรบางชนิดก็เป็นไม้ประดับที่เราเห็นกันจนชินตา อย่างเช่น เพชรสังฆาต ที่หลายคนอาจจะปลูกเอาไว้เป็นไม้ประดับในบ้าน แต่กลับไม่รู้เลยว่าภายใต้ความสวยงามที่แปลกตานั้น สรรพคุณของเจ้าสมุนไพรชนิดนี้น่ะมากมายเพียงไหน ได้เวลาหันมาให้ความสนใจกับเจ้าสมุนไพรชนิดนี้แล้วล่ะค่ะ ลองมาทำความรู้จักประโยชน์ของเพชรสังฆาตกัน โดยเฉพาะคนที่ถ่ายยาก และยังอยากลดน้ำหนักมามุงตรงนี้ด่วนเลยจ้า 
เพชรสังฆาต มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cissus quadrangularis L. และมีชื่อเรียกต่างกันไปตามท้องถิ่นอื่น ๆ อีกว่า สันชะควด (กรุงเทพฯ) ขั่นข้อ (ราชบุรี) สามร้อยต่อ (ประจวบคีรีขันธ์) เพชรสังฆาต เป็นพื้นประเภทไม้เถาเลื้อย ซึ่งโดยปกติแล้วมักนิยมปลูกเพื่อเป็นไม้ประดับ เนื่องจากเป็นพืชที่มีรูปร่างแปลกตา และมีดอกและช่อสีแดงสวยงาม อีกทั้งยังสามารถปลูกเป็นรายได้เสริมด้วยการนำเถามาหั่นแล้วตากแห้งทำเป็นยาสมุนไพรได้อีกด้วยค่ะ 
เพชรสังฆาต
เพชรสังฆาต หน้าตาเป็นอย่างไร

เพชรสังฆาตเป็นไม้เถาทรงสี่เหลี่ยมเป็นข้อปล้องต่อกัน เปลือกเถาเรียบสีเขียวอ่อน ขนาดของปล้องแต่ละปล้องยาวประมาณ 3-15 เซนติเมตร มีมือสำหรับเกาะยึด ยื่นออกมาจากตรงข้อระหว่างใบ ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยว มีลักษณะปลายใบมน โคนใบเว้า ขอบใบหยักมนห่าง ๆ แผ่นใบเรียบมัน สีเขียวสด ดอกมีสีแดง กลีบดอกมี 4 กลีบ มักออกเป็นช่อเล็ก ๆ ขนาด 2-4 เซนติเมตร ผลสดมีรูปกลม ผลเรียบเป็นมัน ขนาด 4-7 มิลลิเมตร ผลอ่อนมีสีเขียวอ่อน เมื่อแก่จัดจะมีสีดำหรือแดง เมล็ดมีทรงกลมสีน้ำตาล อยู่ในผล ผลละ 1 เมล็ด

เพชรสังฆาต สรรพคุณโดดเด่นชวนให้ลิ้มลอง

          สรรพคุณของเพชรสังฆาตที่ชวนให้น่าลิ้มลองก็คงจะเป็นสรรพคุณทางยาที่ช่วยขับลม แก้จุกเสียดแน่นท้อง รักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อีกสรรพคุณหนึ่งอันโด่งดังของเพชรสังฆาตก็คือรักษาโรคริดสีดวงทวารนั่นเอง ซึ่งสรรพคุณที่ว่ามานี้ต่างก็มีอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของเพชรสังฆาต โดยเฉพาะในราก ต้น ใบ เถา และน้ำจากต้นของเพชรสังฆาต ดังนี้ค่ะ

          * ราก - ช่วยในการสมานตัวของกระดูกที่แตกหักทำให้กระดูกกลับมาเชื่อมต่อกันได้เร็วขึ้น

          * ต้น - แก้อาการหูน้ำหนวก แก้อาการเลือดกำเดา รักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติในสตรี ช่วยให้เจริญอาหาร และช่วยขับน้ำเหลืองเสีย

          * ใบ - ช่วยในการสมานตัวของกระดูกเช่นเดียวกับราก รักษาอาการอาหารไม่ย่อย ช่วยขับน้ำเหลืองที่เสีย

          * เถา - แก้กระดูกหักซ้น ขับลม แก้จุดเสียดแน่นท้อง แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษาโรคลักปิดลักเปิด

ซึ่งนอกจากสรรพคุณดังกล่าวแล้ว งานวิจัยต่าง ๆ ยังเผยสรรพคุณของเพชรสังฆาตเพิ่มเติมมาหลายด้าน ลองมาดูกันค่ะว่า เพชรสังฆาต รักษาโรคอะไรได้บ้าง

เพชรสังฆาต

เพชรสังฆาต รักษาโรคริดสีดวงทวารก็ดี

        เพชรสังฆาตถือเป็นสมุนไพรรักษาโรคริดสีดวงสรรพคุณเด็ด เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซี ตัวช่วยส่งเสริมกระบวนการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยลดอาการอักเสบ รวมทั้งช่วยให้หลอดเลือดดำหดตัวลงได้ ซึ่งสำหรับคนที่เป็นโรคริดสีดวงทวาร จะเกิดภาวะเลือดดำคั่งจนทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก การรับประทานเพชรสังฆาตจึงช่วยบรรเทาอาการได้ รวมทั้งรักษาอาการอักเสบและทำให้หลอดเลือดดำที่บวมเป่งอยู่บริเวณทวารหนักหดตัวลงได้นั่นเอง

ทั้งนี้การศึกษาจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ยังยืนยันถึงข้อดีของการใช้สมุนไพรเพชรสังฆาตในการรักษาโรคริดสีดวงทวารว่า สรรพคุณเพชรสังฆาตมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบัน หรือยาที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเลยล่ะค่ะ แถมในปัจจุบัน เพชรสังฆาตยังถูกใช้เป็นยารักษาหลักในผู้ป่วยริดสีดวงทวารหนักที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรอีกด้วย

เพชรสังฆาต ช่วยบำรุงกระดูก

          ในตำรายาของหมอพื้นบ้านและหมออายุรเวทได้ใช้เพชรสังฆาตช่วยบำรุงกระดูกกันอย่างแพร่หลาย โดยระบุว่า สรรพคุณของเพชรสังฆาตช่วยบำรุงกระดูก เพิ่มมวลกระดูก สมานกระดูกที่หัก โดยสารในเพชรสังฆาตจะช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์กระดูก และบรรเทาอาการบวมและอาการอักเสบได้

เพชรสังฆาตยังช่วยเพิ่มการสร้างคอลลาเจนในเซลล์สร้างกระดูก และยังมีฤทธิ์ป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกในหนูทดลองที่ถูกตัดรังไข่ (เพื่อจำลองให้เกิดสภาวะเหมือนหญิงวัยหมดประจำเดือน) เทียบเท่ากับยาแผนปัจจุบัน เนื่องจากในหนูที่ได้รับเพชรสังฆาต พบการเพิ่มขึ้นของระดับเอสโตรเจนและวิตามินดีในเลือด จึงสันนิษฐานได้ว่า สมุนไพรเพชรสังฆาตมีสารในกลุ่มเอสโตรเจนสูงมากนั่นเอง

          และเมื่อเปรียบเทียบกับการให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนทดแทนจะพบว่า เพชรสังฆาตให้ผลดีทั้งในเรื่องของความหนา ความแข็งแรง และความหนาแน่นมวลกระดูก ขณะที่เอสโตรเจนจะไม่มีผลในเรื่องความหนาแน่นของมวลกระดูก ที่สำคัญเพชรสังฆาตยังมีฤทธิ์ลดอาการปวดได้อีกด้วย

แก้ท้องผูก

เพชรสังฆาตมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก ถ่ายยาก และช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรครืดสีดวงทวารได้ แต่ทั้งนี้ผลของการช่วยระบายก็ต้องขึ้นอยู่กับธาตุของแต่ละบุคคลด้วยนะคะ ฉะนั้นหากรับประทานเพชรสังฆาตแล้วรู้สึกระบายมากเกินไป มีอาการถ่ายบ่อย ก็ควรลดขนาดรับประทานลงสักครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิมที่กินเพชรสังฆาตอยู่

เพชรสังฆาต

ช่วยลดน้ำหนัก

เพชรสังฆาตเป็นสมุนไพรที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้กินอาหารได้น้อยลง โดยไฟเบอร์ในเพชรสังฆาตจะเข้าไปลดเนื้อที่ของกระเพาะอาหาร ทำให้อิ่มเร็วขึ้น และมีผลยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยแป้ง น้ำตาล และไขมัน จึงช่วยลดการดูดซึมสารอาหารดังกล่าวเช้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น ซึ่งสรรพคุณช่วยลดน้ำหนักของเพชรสังฆาตก็ผ่านการศึกษาทดลองในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน โดยการทดลองได้คัดคนที่มีดัชนีมวลกาย หรือ BMI มากกว่า 26 kg/m2 ให้กินเพชรสังฆาตมื้อละ 150 มิลลิกรัม ก่อนอาหาร วันละ 2 มื้อ เป็นเวลา 10 สัปดาห์ โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนการกินและการออกกำลังกาย

โดยผลการทดลองพบว่า อาสาสมัครกลุ่มนี้มีน้ำหนักลดลง 8.8% (จากเดิมน้ำหนักเฉลี่ยของผู้ทดลองก่อนทานเพชรสังฆาต 98.92 กิโลกรัม ลดเหลือ 90.19 กิโลกรัม) ไขมันในร่างกายลด 14.6% เส้นรอบเอวลดลง 8.6% (จากเดิมเส้นรอบเอวเฉลี่ยของผู้ทดลองก่อนทานเพชรสังฆาต 40 นิ้ว ลดเหลือ 36 นิ้ว) และยังมีผลลดระดับคอเลสเตอรอล ไขมันตัวร้าย LDL และระดับน้ำตาลในเลือด ได้ 26.69%, 20.16% และ 14.85% ตามลำดับ

          นอกจากนี้จากการศึกษาในห้องทดลองยังพบว่า เพชรสังฆาตมีผลเพิ่มระดับเซโรโทนินในร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกอิ่มได้ง่าย และยังช่วยลดสารอักเสบที่พบในเลือดของผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน (Metabolic syndrome)  ซึ่งผลดีของเพชรสังฆาตในข้อนี้น่าจะมีประโยชน์ในการนำไปประยุกต์ใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหา Metabolic syndrome ต่อไปในอนาคต

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่อยากคุมน้ำหนัก ยังคงแนะนำว่าต้องคุมอาหารเป็นหลัก โดยอาจทานเพชรสังฆาตวันละ 1-2 แคปซูล หลังอาหารเช้า ต่อเนื่องสัก 10 สัปดาห์ ร่วมกับการคุมอาหาร และหมั่นออกกำลังกาย

เพชรสังฆาต

ข้อควรระวังในการใช้เพชรสังฆาต

          เพชรสังฆาตเป็นสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์ก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะในเถาของเพชรสังฆาตนั้นมีสารแคลเซียมออกซาเลทสูง (Calcium Oxalate) สูง จึงอาจทำให้เกิดการตกค้างได้หากรับประทานเข้าไปมากเกินพอดี อีกทั้งสารออกซาเลทนั้นยังอาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองที่คอและเยื่อบุภายในปาก ดังนั้นหากจะนำเถาของเพชรสังฆาตมารับประทานสด ๆ ควรนำหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ หุ้มด้วยกล้วยสุด หรือมะขามเปียก จะเป็นใบผักกาดดองก็ได้ แล้วค่อยรับประทาน และห้ามเคี้ยวโดยเด็ดขาด แต่ถ้าจะให้สะดวกยิ่งกว่านั้นก็สามารถรับประทานแบบที่เป็นแคปซูล วิธีนี้ก็ยังทำให้ได้คุณประโยชน์จากเพชรสังฆาตเช่นเดียวกับการรับประทานแบบสด ๆ ค่ะ

นอกจากนี้สำหรับการรับประทานเพชรสังฆาตเพื่อช่วยลดน้ำหนัก หากรับประทานเพชรสังฆาตก่อนมื้ออาหารแล้วเกิดอาการไม่สบายท้อง แนะนำให้ปรับมารับประทานหลังมื้ออาหารแทนได้นะคะ

ได้เรียนรู้ถึงคุณประโยชน์ของเพชรสังฆาตกันไปแล้ว ใครที่มีเจ้าสมุนไพรชนิดนี้อยู่ที่บ้านก็อย่าลืมนำมาลองใช้กันนะ แต่ที่สำคัญคือต้องรู้วิธีและปริมาณการใช้ที่ถูกต้องไม่อย่างนั้นแทนที่จะได้ผลดี อาจจะได้ผลเสียกลับมาแทนไม่คุ้มกันแน่นอน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
เฟซบุ๊กสมุนไพรอภัยภูเบศร



Create Date : 30 มีนาคม 2561
Last Update : 30 มีนาคม 2561 15:09:09 น.
Counter : 273 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  

หนี่งหน่อง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]



All Blog