เมนูกับข้าวไมโครเวฟ มื้ออร่อยทันใจเสกได้ด้วยเครื่องเดียว


เมนูกับข้าวไมโครเวฟ
เลิกควงตะหลิวเคาะกระทะแล้วมาจัดแจงทำเมนูกับข้าวไมโครเวฟ สูตรอาหารง่าย ๆ แค่มีไมโครเวฟเครื่องเดียวก็อิ่มอร่อย ใช้เวลาน้อยเหลือเชื่อ

     จากที่เคยทำเมนูกับข้าวด้วยกระทะน้ำมันกระเด็นร้องวี้ดว้าย หรือนึ่งด้วยซึ้งกะเวลาไม่ถูกจนหม้อไหม้ ลองเปลี่ยนสไตล์มาทำอาหารด้วยไมโครเวฟ กันดีไหม ไม่ต้องเมื่อยตุ้มยืนเฝ้านั่งเฝ้า พอครบเวลาเครื่องก็ดับปั๊บสบายจริง ๆ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำเมนูกับข้าวไมโครเวฟ เช่น เมนูไมโครเวฟไข่ เมนูปลานึ่งมะนาวไมโครเวฟ และเมนูอาหารไมโครเวฟอื่น ๆ ที่น่าลองทำอีกเพียบ ไปปัดฝุ่นไมโครเวฟทำอาหารมื้อต่อไปกันเถอะ
เมนูกับข้าวไมโครเวฟ
ปลาหมึกผัดไข่เค็ม 

     ใครจะไปเชื่อว่าเมนูปลาหมึกผัดไข่เค็มที่คุ้นเคยจะทำง่าย ๆ ด้วยไมโครเวฟ สูตรจาก เฟซบุ๊ก อาหารง่าย ๆ สไตล์ Rita หั่นชิ้นปลาหมึกพอคำ ผัดกับน้ำมันกระเทียม ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ไข่เค็มพริกเผา เตรียมข้าวสวยกันหรือยังเอ่ย ?

ส่วนผสม ปลาหมึกผัดไข่เค็ม

     • ไข่เป็ดแดงเค็มสุก 3 ฟอง
     • น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
     • กระเทียมบุบ 2-3 กลีบ
     • ปลาหมึกต้ม (แช่แข็ง) 300 กรัม
     • น้ำพริกเผา (เผ็ดจัด) 1 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
     • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
     • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
     • พริกไทย นิดหน่อย
     • ต้นหอมหั่น 1-2 ต้น
     • พริกชี้ฟ้าหั่น 1 เม็ด

วิธีทำปลาหมึกผัดไข่เค็ม (ใช้ไฟแรง 800 วัตต์)

     1. ผสมน้ำเปล่ากับไข่เค็มให้เข้ากัน เตรียมไว้
     2. นำกระเทียมกับน้ำมันพืชเข้าไมโครเวฟ ประมาณ 1-2 นาที
     3. ใส่ปลาหมึกลงไปในน้ำมันกระเทียม นำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 1.30 นาที (ปลาหมึกแช่แข็งจะมีน้ำออกมาบ้าง ไม่ต้องตักน้ำทิ้ง)
     4. เทส่วนผสมไข่แดงลงไป

     ** ถ้าใช้ปลาหมึกสด ให้นำปลาหมึกไปเข้าไมโครเวฟให้สุกก่อนนำไปใส่น้ำมันกระเทียม

     5. ปรุงรสด้วยน้ำพริกเผา น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และพริกไทย คนให้เข้ากัน ใส่ต้นหอมกับพริกชี้ฟ้าหั่น นำเข้าไมโครเวฟ 1.30 นาที เป็นอันเสร็จ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ปลาหมึกผัดไข่เค็ม กับข้าวไมโครเวฟอร่อยง่ายชวนหิว

++++++++++++++

เมนูกับข้าวไมโครเวฟ

3. ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว

     อยากกินเมนูปลานึ่งไม่ต้องพึ่งซึ้งอีกต่อไป เพราะแค่มีไมโครเวฟเท่านั้น ขอนำเสนอเมนูปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว สูตรจาก เฟซบุ๊ก อาหารง่าย ๆ สไตล์ Rita ปลากะพงนุ่ม ๆ ดับกลิ่นคาวจากขิง ใส่เห็ดหอมเลอค่า ราดน้ำซีอิ๊วหอมอร่อย

ส่วนผสม ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว

     • เห็ดหอมแห้ง 5 ดอก
     • ขิงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
     • ต้นหอม (หั่นท่อน) 1 ต้น
     • ขึ้นฉ่าย (หั่นท่อน) 1 ต้น
     • พริกชี้ฟ้าแดงซอย 1 เม็ด
     • ปลากะพง 300 กรัม
     • น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

เครื่องปรุงปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว

     • น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
     • น้ำมันงา 2 ช้อนชา
     • เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ
     • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ +1 ช้อนชา

วิธีทำปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว (ใช้ไฟแรง 600 วัตต์)

     1. นำเห็ดหอมแห้งแช่น้ำให้นิ่ม
     2. นำปลาใส่จาน ปิดฝานำเข้าไมโครเวฟ 3 นาที พอเนื้อปลาสุกให้วางขิงซอย 1 ช้อนโต๊ะ ต้นหอม ขึ้นฉ่าย และพริกชี้ฟ้าลงไปบนเนื้อปลา เตรียมไว้
     3. นำเครื่องปรุง ได้แก่ น้ำตาลทราย น้ำมันงา เหล้าจีน และซีอิ๊วขาวมาผสมให้เข้ากัน แล้วนำเห็ดหอมแห้งที่นิ่มแล้วใส่ลงไป นำเข้าไมโครเวฟ 2 นาที นำออกมาพักไว้
     4. นำขิง 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืชคนให้เข้ากันแล้วนำเข้าไมโครเวฟ 3 นาที
     5. นำน้ำมันหอมจากขิงเทใส่บนเนื้อปลา พอต้นหอมโดนน้ำมันร้อน ๆ จะทำให้สีใบเขียวสดขึ้น
     6. นำส่วนผสมซีอิ๊วที่ปรุงแล้วเทลงบนเนื้อปลา จากนั้นนำเข้าไปไมโครเวฟต่ออีก 1 นาที เป็นอันเสร็จ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วิธีทำปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว อาหารเหลาสไตล์จีนทำง่าย ๆ ด้วยไมโครเวฟ

++++++++++++++

เมนูกับข้าวไมโครเวฟ

4. ปลาหิมะนึ่งราดซอสผงกะหรี่


     ใครชอบเครื่องเทศอย่างผงกะหรี่ต้องลองชิมเมนูปลาหิมะนึ่งราดซอสผงกะหรี่ สูตรจาก เฟซบุ๊ก อาหารง่าย ๆ สไตล์ Rita สูตรกับข้าวไมโครเวฟ ใช้ปลาอื่น ๆ นึ่งก็ได้นะคะ ที่สำคัญต้องราดซอสผงกะหรี่เพิ่มความฟิน

ส่วนผสม ปลาหิมะนึ่งราดซอสผงกะหรี่

     • ปลาหิมะ หรือปลาเนื้อขาว 300 กรัม
     • หอมหัวใหญ่ (หั่นแว่น) 1/2 ลูก
     • กระเทียมบุบ 2-3 กลีบ
     • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
     • นมสด หรือนมข้นจืด (แบบกระป๋อง) 1/2 ถ้วยตวง
     • ไข่ไก่ 2 ฟอง
     • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
     • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
     • ผงกะหรี่ 1-2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
     • พริกชี้ฟ้าสีแดง (หั่นเส้น)
     • ขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 1-2 ต้น
     • ต้นหอมหั่นท่อน 1-2 ต้น

วิธีทำปลาหิมะนึ่งราดซอสผงกะหรี่

     1. ผสมหอมหัวใหญ่ กระเทียม และน้ำมันพืช นำเข้าไมโครเวฟใช้กำลังไฟ 800 วัตต์ เป็นเวลา 3 นาที
     2. เทนมลงไปในชามแล้วตอกไข่ใส่ลงไป คนให้เข้ากัน
     3. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย ผงกะหรี่ และน้ำพริกเผา คนให้เข้ากัน จากนั้นก็ใส่พริกชี้ฟ้าลงไป ปิดฝาแล้วนำเข้าไมโครเวฟใช้กำลังไฟ 300 วัตต์ เป็นเวลา 10 นาที
     4. นำออกมาใส่ขึ้นฉ่ายกับต้นหอม ปิดฝา นำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 2 นาที
     5. นำซอสผงกะหรี่ออกมาคนพอเละ พักไว้
     6. นำปลาหิมะเข้าไมโครเวฟใช้กำลังไฟ 600 วัตต์ เป็นเวลา 2 นาที จึงนำออกมาเปลี่ยนจาน แล้วราดด้วยซอสผงกะหรี่

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ปลาหิมะนึ่งราดซอสผงกะหรี่ เมนูไมโครเวฟ อิ่มอร่อยเนื้อปลาเพิ่มคุณค่า

++++++++++++++

เมนูกับข้าวไมโครเวฟ

5. แกงเหลืองสับปะรด

     รู้ยัง ? แกงเหลืองอาหารใต้ก็ทำด้วยไมโครเวฟได้ด้วยนะคะ ขอนำเสนอเมนูแกงเหลืองสับปะรด สูตรจาก เฟซบุ๊ก อาหารง่าย ๆ สไตล์ Rita สับปะรดหั่นชิ้นผสมกับน้ำพริกแกงส้ม เติมน้ำเปล่า ใส่ปลาเพิ่มโปรตีน ใครจะดัดแปลงเป็นแกงเหลืองมะละกอก็ตามชอบค่ะ

ส่วนผสม แกงเหลืองสับปะรด

     • สับปะรด 500 กรัม
     • น้ำพริกแกงส้ม (ใต้) 50-100 กรัม (ตามชอบ)
     • กะปิ 2 ช้อนชา
     • น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ + 1 ช้อนชา
     • เกลือ 1+1/2 ช้อนชา
     • ส้มแขก ตามชอบ
     • น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
     • ปลา 350 กรัม

วิธีทำแกงเหลืองสับปะรด

     1. นำสับปะรด พริกแกงส้ม กะปิ น้ำตาลมะพร้าว เกลือ ส้มแขก และน้ำเปล่าใส่ลงไป ปิดฝาแล้วนำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟแรง 600 วัตต์ เป็นเวลา 15 นาที
     2. ใส่เนื้อปลาลงไป คนให้กระจายเล็กน้อย ปิดฝา นำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟแรง 600 วัตต์ อีก 5-10 นาที

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ แกงเหลืองสับปะรด อาหารปักษ์ใต้รสจัดด่วนจี๋จากไมโครเวฟ

++++++++++++++

เมนูกับข้าวไมโครเวฟ

6. แกงจืดหัวไช้เท้า

     สำหรับคนไม่ชอบกินเผ็ดก็มาทำกับข้าวไมโครเวฟเมนูแกงจืดหัวไช้เท้า สูตรจาก เฟซบุ๊ก อาหารง่าย ๆ สไตล์ Rita ใส่เนื้อไก่กับไช้เท้า เพิ่มความหอมจากเห็ดหอม เสิร์ฟตอนร้อน ๆ ซดคล่องคอดีนักแล

ส่วนผสม แกงจืดหัวไช้เท้า

     • หัวไช้เท้าหั่น 100 กรัม
     • สามสหายโขลก 1 ช้อนโต๊ะ (รากผักชี กระเทียม และพริกไทย)
     • ซุปไก่ก้อน 1 ก้อน
     • น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
     • เนื้อไก่ 100 กรัม
     • เห็ดหอมแห้ง 3-4 ดอก
     • น้ำตาลทราย 1/4 ช้อนชา

วิธีทำแกงจืดหัวไช้เท้า

     1. นำหัวไช้เท้า สามสหาย ซุปไก่ก้อน และน้ำเปล่าใส่ชาม ปิดฝา นำเข้าไมโครเวฟใช้ไฟแรง 600 วัตต์ ประมาณ 10 นาที
     2. ใส่เนื้อไก่ เห็ดหอมแห้ง (ล้างแล้ว) ลงไป ปิดฝา นำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 15 นาทีเป็นอันเสร็จ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ แกงจืดหัวไช้เท้า เมนูกับข้าวไมโครเวฟทำง่ายต้องลอง

++++++++++++++

เมนูกับข้าวไมโครเวฟ

7. ไข่ตุ๋นหมูสับกุ้ง

     เมนูไข่อาหารเช้าก็ทำจากไมโครเวฟได้เหมือนกัน ขอแนะนำเมนูไข่ตุ๋นหมูสับกุ้ง สูตรจาก เฟซบุ๊ก อาหารง่าย ๆ สไตล์ Rita จับไข่ตีผสมกับซีอิ๊วขาว เอาไปนึ่งกับหมูสับและกุ้ง ก่อนเสิร์ฟโรยต้นหอมเพิ่มความงาม

ส่วนผสม ไข่ตุ๋นหมูสับกุ้ง

     • หมูสับ 80 กรัม
     • ไข่ไก่ (เบอร์ 1) 2 ฟอง
     • น้ำเปล่า 2/3 ถ้วยตวง
     • ซีอิ๊วขาว 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
     • พริกไทยนิดหน่อย
     • กุ้ง (แช่แข็ง) ต้มสุก 4-5 ตัว
     • ต้นหอมซอย นิดหน่อย

วิธีทำไข่ตุ๋นหมูสับกุ้ง (ใช้ไฟแรง 300 วัตต์)

     1. ใส่หมูสับลงในภาชนะ
     2. ตอกไข่ใส่ถ้วยอีกใบ คน ๆ อย่าให้มีฟอง จากนั้นก็เติมน้ำเปล่าลงไป ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวกับพริกไทย
     3. นำกระชอนวางบนภาชนะที่ใส่หมูสับ แล้วเทไข่ที่ปรุงรสแล้วใส่ลงไปเบา ๆ อย่าให้เกิดฟอง จากนั้นปิดฝา แล้วนำเข้าไมโครเวฟ 8 นาที
     4. พอครบ 8 นาที ให้นำออกมาแล้ววางกุ้งด้านบน นำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 2 นาที นำออกมาโรยด้วยต้นหอมซอย เป็นอันเสร็จ (ถ้าใช้กุ้งสดก็แกะเปลือกออกแล้ววางบนไข่แล้วปิดฝา นำเข้าไมโครเวฟในขั้นตอนนี้ได้เลย)

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ไข่ตุ๋นหมูสับกุ้งไมโครเวฟ เมนูไข่อร่อยเร่งด่วน

++++++++++++++

เมนูกับข้าวไมโครเวฟ

8. ปลาหมึกนึ่งมะนาว


     ถ้าอยากได้เมนูกับข้าวไมโครเวฟสำหรับปาร์ตี้วันหยุด อยากให้ลองทำเมนูปลาหมึกนึ่งมะนาว จับปลาหมึกหั่นชิ้นเอาไปนึ่งพร้อมกับข่าและตะไคร้ พอสุกก็เอามาราดน้ำยำรสจัดจ้าน

ส่วนผสม ปลาหมึกนึ่งมะนาว

     • ปลาหมึกกล้วย 1 ตัว
     • ข่าหั่นเป็นแว่น 3 ชิ้น
     • ตะไคร้หั่นเป็นชิ้น 1 ต้น
     • พริกขี้หนูแดงตามชอบ สับละเอียด
     • กระเทียมสับละเอียด
     • รากผักชีซอย
     • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำกระเทียมดอง 1 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
     • ใบสะระแหน่

วิธีทำปลาหมึกนึ่งมะนาว

     1. ล้างปลาหมึกให้สะอาด หั่นเป็นแว่น ๆ ใส่ลงในภาชนะสำหรับไมโครเวฟ ตามด้วยข่าและตะไคร้ นำเข้าไมโครเวฟ ปิดฝา ใช้ไฟปานกลางประมาณ 3-4 นาทีหรือจนสุก นำออกจากเตา เทน้ำทิ้ง เตรียมไว้
     2. ผสมพริก กระเทียม รากผักชี น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำกระเทียมดอง และน้ำตาลทราย คนผสมให้เข้ากัน ราดลงบนปลาหมึกสุก พร้อมเสิร์ฟ

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ปลาหมึกนึ่งมะนาว ไมโครเวฟ เมนูแซ่บแบบง่าย ๆ

++++++++++++++

เมนูกับข้าวไมโครเวฟ

9. กุ้งอบวุ้นเส้น


     เอาใจเด็กหอด้วยกับข้าวไมโครเวฟอย่างเมนูกุ้งอบวุ้นเส้น สูตรจาก คุณ wee_nong จับวุ้นเส้นคลุกน้ำปรุง ใส่กุ้งเยอะ ๆ เพิ่มกลิ่นหอมจากขิงและกระเทียม สุดท้ายนำไปอบจนสุก

ส่วนผสม กุ้งอบวุ้นเส้น

     • เบคอนหรือแฮม
     • ซุปก้อน 1 ก้อน
     • น้ำ 1/4 ถ้วย
     • กุ้ง
     • ขิงแก่
     • วุ้นเส้น (แช่น้ำและหั่นท่อน)
     • ขึ้นฉ่าย
     • พริกไทยเม็ดทุบหยาบ
     • กระเทียม
     • ซอสหอยนางรม 2 ช้อนชา
     • น้ำปลา 2 ช้อนชา
     • โชยุญี่ปุ่น 2 ช้อนชา
     • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
     • ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา

วิธีทำกุ้งอบวุ้นเส้น

     1. ใส่ซุปก้อนลงในน้ำเปล่า เปิดไฟแรงสุด 2-3 นาที เตรียมไว้
     2. ทำน้ำปรุง โดยผสมซอสหอยนางรม น้ำปลา โชยุ ซีอิ๊วขาว และซอสปรุงรสคนจนเข้ากัน เทลงไปคลุกกับวุ้นเส้น
     3. ใส่กุ้งพริกไทยบุบ ตามด้วยเบคอน ขิงอ่อน กระเทียม และขึ้นฉ่าย เทน้ำซุปที่ทำไว้ 1/4 ถ้วยพอ ปิดฝา เอาเข้าไมโครเวฟใช้ไฟแรงสุด ประมาณ 4 นาที หรือจนสุก

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ กุ้งอบวุ้นเส้น อบอร่อยด้วยไมโครเวฟ

++++++++++++++

เมนูกับข้าวไมโครเวฟ

10. ลาบเป็ด


     แค่เห็นเมนูอาหารอีสานอย่างลาบเป็ดก็น้ำลายสอ สูตรจาก เฟซบุ๊ก อาหารง่าย ๆ สไตล์ Rita ทำง่าย ๆ แค่จับเนื้อเป็ดเข้าไมโครเวฟจนสุก เสร็จแล้วคลุกกับเครื่องลาบ กินกับข้าวเหนียวหรือข้าวสวย อิ่มไปอีกมื้อ

ส่วนผสม ลาบเป็ดไมโครเวฟ

     • เนื้อเป็ดบด 100 กรัม
     • น้ำตาลทราย
     • น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
     • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
     • พริกป่น ตามชอบ
     • ข้าวคั่ว 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
     • ต้นหอมซอย
     • หอมแดงซอย
     • ผักชีฝรั่งซอย
     • ใบสะระแหน่

วิธีทำลาบเป็ดไมโครเวฟ

     1. นำเนื้อเป็ดบดเข้าไมโครเวฟใช้กำลังไฟ 800 วัตต์ เป็นเวลา 2 นาที จึงนำออกมายีเนื้อให้แยกจากกัน
     2. ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย น้ำมะนาว น้ำปลา พริกป่น และข้าวคั่ว คนให้เข้ากัน
     3. ใส่ต้นหอม หอมแดง ผักชีฝรั่ง และใบสะระแหน่ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน

     + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ ลาบเป็ดไมโครเวฟ สูตรอาหารอีสานทำง่ายภายใน 10 นาที

ใครกำลังมองหาเมนูกับข้าวมื้อเย็นแบบง่าย ๆ อยากให้มาลองทำเมนูกับข้าวไมโครเวฟกันสักครั้ง ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก มือใหม่ก็ทำได้สบายมาก



Create Date : 26 พฤษภาคม 2560
Last Update : 26 พฤษภาคม 2560 7:12:49 น.
Counter : 309 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
ผลสำรวจเผย ขนในที่ลับอาจมีผลต่อความรักของหนุ่มสาว


กำจัดขนในที่ลับ
 ผลสำรวจจากนิตยสาร Cosmopolitan เผยว่า ผู้ชายกว่า 30% กล่าวว่าขนในที่ลับของคู่รักอาจทำให้เขาต้องคิดทบทวนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขาอีกครั้ง

          ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าขนในที่ลับอาจเป็นเรื่องกวนใจสาว ๆ หลายคน เพราะไม่ว่าจะเล็ม จะโกน หรือจะแว็กซ์ยังไง มันก็ยังขึ้นอยู่ดี จะใส่ชุดว่ายน้ำหรือชุดบิกินี่ก็ไม่มั่นใจ ยิ่งเวลาจู๋จี๋กับแฟนหนุ่มก็ไม่กล้าจะเผยให้เห็นป่าอันรกรุงรังสักเท่าไรนัก จึงเป็นเรื่องปกติที่สาว ๆ สมัยนี้นิยมกำจัดขนในที่ลับและจัดแต่งขนน้องสาวให้สวยงามเพอร์เฟคท์
กำจัดขนในที่ลับ
แต่ก็ไม่ได้มีเพียงผู้หญิงเท่านั้นนะคะที่สนอกสนใจการกำจัดขนบริเวณนั้นแต่เพียงผู้เดียว เพราะเดี๋ยวนี้ชายหนุ่มหลาย ๆ คน ก็หันมาให้ความสนใจตัดแต่งจัดทรงขนของน้องชายให้เรียบร้อยกันมากขึ้นอีกด้วย แถมยังมีความคิดที่ว่าขนบริเวณนั้นของคู่รักอาจทำให้เขาลังเลและจบความสัมพันธ์กับเธอเหล่านั้นก็เป็นได้...

          นิตยสาร Cosmopolitan นิตยสารชื่อดังจากฝั่งอเมริกา ได้ทำโพลสำรวจจากชายหญิงอายุ 18-35 ปี จำนวน 4,146 คน พบว่ามีคนถึง 92% ไม่ได้กำจัดขนในที่ลับ ในขณะที่มีผู้ชายถึง 69% ทำการตัดแต่งทรงขนให้น้องชายของพวกเขา ส่วนผู้หญิงถึง 57% นั้นส่วนมากทำบราซิลเลียนแว็กซ์ หรือการกำจัดขนแบบโล่งเตียนนั่นเอง โดยสาเหตุที่พวกเขากำจัดขนในที่ลับกันนั้น ส่วนใหญ่เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง ทั้งเวลาใส่เสื้อผ้าและเวลาอยู่กับแฟน รองลงมาคือเรื่องของความสะอาด ไม่ให้เกิดการหมักหมมและอับชื้น

ซึ่งจากผลสำรวจนี้ทำให้เราได้รู้ว่า ผู้ชายเกือบครึ่งหนึ่ง (46%) ชอบให้คู่รักของตัวเองไม่มีขนตรงส่วนนั้น โดยผู้ชายจำนวน 40% กล้าเอ่ยปากขอแฟนสาวให้จัดแต่งทรงขนน้องสาว ต่างจากผู้หญิงเพียง 23% ที่กล้าขอให้แฟนหนุ่มโกนขนบริเวณนั้น
กำจัดขนในที่ลับ
นอกจากนี้ในจำนวนผู้ชายอีก 30% กล่าวว่า ขนในที่ลับของคู่รักทำให้เขาต้องคิดทบทวนเรื่องการออกเดทและเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอคนนั้นอีกครั้ง ซึ่งมีผู้หญิงเห็นด้วยกับข้อนี้เพียง 19% เท่านั้น ซึ่งหนุ่ม ๆ ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่าการที่จุดซ่อนเร้นของผู้หญิงมีป่าขึ้นรกเต็มไปหมดนั้น อาจไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้รักร้าวเสียทีเดียว แต่มันก็ไม่น่าดึงดูดให้ลุยเข้าไปบ่อย ๆ สักเท่าไร อีกทั้งการที่ตรงนั้นของเธอเรียบเนียนไร้เส้นขนยังช่วยทำให้เรื่องเซ็กส์ของทั้งคู่ดีขึ้นมากอีกด้วย

          แต่อย่างไรก็ตาม หมอและผู้เชี่ยวชาญก็ได้ออกมากล่าวว่าการกำจัดขนในที่ลับนั้น ไม่ได้ช่วยให้จุดซ่อนเร้นสะอาดขึ้นมากสักเท่าไร ความจริงแล้วขนในที่ลับช่วยปกป้องฝุ่นและสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าสู่ภายในได้ง่าย ช่วยป้องกันไม่ให้อวัยวะเพศเสียดสีระหว่างใส่เสื้อผ้า หรือระหว่างมีเพศสัมพันธ์ แถมยังช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายได้อีกด้วย อีกทั้งการโกนขนบริเวณจุดซ่อนเร้นบ่อย ๆ จะทำให้ร่างกายติดเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

แม้ว่าจากผลสำรวจจะมีผู้ชายและผู้หญิงเพียงจำนวนหนึ่งที่ให้ความสำคัญในเรื่องของขนในที่ลับว่าอาจเป็นส่วนให้ความสัมพันธ์ของคู่รักจบลง แต่ท้ายที่สุดนอกเหนือจากความพึงพอใจภายนอกแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคู่รักที่จะทำให้ความรักยืนยาวตลอดไป นั่นก็คือความรัก ความเข้าใจ และความใส่ใจกันและกันนั่นเองค่ะ ^_^

ข้อมูลจาก : metro.co.uk, cosmopolitan.com, independent.co.uk




Create Date : 26 พฤษภาคม 2560
Last Update : 26 พฤษภาคม 2560 7:08:23 น.
Counter : 71 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
แชร์สนั่น ! โรงเรียนดังโคราช ล่ารายชื่อเด็กเบี่ยงเบนทางเพศ ชี้เป็นอาการทางจิต ต้องบำบัด


แชร์ว่อน ! โรงเรียนดังโคราช ส่งหนังสือถึงครูให้ล่ารายชื่อนักเรียนที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ชี้เป็นอาการทางจิต-ผิดปกติ ต้องได้รับการบำบัด 

วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 แฟนเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการเผยบันทึกข้อความจากโรงเรียนชายล้วนแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ที่มีการระบุหัวเรื่องว่า "ขอความร่วมมือส่งรายชื่อนักเรียนมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ" ซึ่งทางเด็กนักเรียนผู้ส่งภาพนี้ให้แอดมิน ยังระบุด้วยว่า โรงเรียนนี้เคยมีนักเรียนเพศทางเลือกที่หน้าตาดี แล้วก็โด่งดัง ทีนี้ก็โดนเรียกพบว่าการเป็นเพศทางเลือกหรือพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศมันผิดปกติ เป็นอาการทางจิต ต้องได้รับการบำบัด 

ทั้งนี้สำหรับข้อความในภาพมีดังนี้ เรียน ครูที่ปรึกษานักเรียน ด้วยงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน กลุ่มบริหารงานบุคคล จะจัดอบรมนักเรียนที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ  เพื่อให้มีพฤติกรรมเป็นไปตามระเบียบของโรงเรียน... ในการนี้ จึงขอความร่วมมือครูที่ปรึกษานักเรียน ได้ตรวจสอนักเรียนในห้องประจำชั้น ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ  (เป็นความลับ) และขอความร่วมมือครูที่ปรึกษาส่งรายชื่อได้ที่ห้อง.. กลุ่มบริหารงานบุคคล ลงชื่อ รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล

#โรงเรียนดังในโคราช #มองเพศทางเลือกผิดปกติ #ทำเอกสารแจ้งครูให้เก็บรายชื่อ #ละเมิดสิทธิเด็กด้วยการสอบถามเพศหน้าเสาธง

ควีนคะหนูมีเรื่องให้ช่วยค่ะ แต่ว่าควีนอย่าเพิ่งเผยแพร่ชื่อโรงเรียนนะคะ หนูอยากสังเกตการณ์ก่อน คือหนูเรียนอยู่โรงเรียนชายล้วนชื่อดัง จ.โคราช

ทีนี้ โรงเรียนนี้เคยมีนักเรียนเพศทางเลือกที่หน้าตาดี แล้วก็โด่งดัง ทีนี้ก็โดนเรียกพบค่ะ ว่าการเป็นเพศทางเลือก หรือ

...ดูเพิ่มเติม



Create Date : 26 พฤษภาคม 2560
Last Update : 26 พฤษภาคม 2560 7:00:02 น.
Counter : 133 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ยำปลาแซลมอน เมนูสุดแซ่บแบบฉบับอินเตอร์


ยำปลาแซลมอน เมนูสุดแซ่บแบบฉบับอินเตอร์
 ถ้าเอ่ยถึงเมนูปลาแซลมอน ใคร ๆ ก็อยากกินกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะแซลมอนซาซิมิสด ๆ หรือจะนำมาปรุงแต่งเป็นเมนูปลาแซลมอนแบบไหนก็เลอค่าทั้งนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมก็มีอีกหนึ่งเมนูอร่อยจากปลาแซลมอนสด ๆ ที่ว่านี้มาฝาก มาในรูปแบบของอาหารไทยรสแซ่บ นั่นก็คือ ยำปลาแซลมอน เมนูอร่อยทำง่าย ๆ เอาใจคอปลาแซลมอนเลิฟเว่อร์

ยำปลาแซลมอน เมนูสุดแซ่บแบบฉบับอินเตอร์

ส่วนผสม ยำปลาแซลมอน

          เนื้อปลาแซลมอนสด
          พริกขี้หนู
          ตะไคร้
          กระเทียมจีน
          ต้นหอม
          หอมแดง
          น้ำปลา 2+1/2 ช้อนโต๊ะ
          น้ำตาลทราย  1 ช้อนโต๊ะ
          เกลือ 1/2 ช้อนชา
          มะนาว 2 ลูก

วิธีทำ ยำปลาแซลมอน

ยำปลาแซลมอน เมนูสุดแซ่บแบบฉบับอินเตอร์

ยำปลาแซลมอน เมนูสุดแซ่บแบบฉบับอินเตอร์

          ซอยพริกขี้หนู หอมแดง และตะไคร้ ฝานกระเทียมจีนเป็นชิ้นบาง ๆ ใส่ลงในชามผสม

ยำปลาแซลมอน เมนูสุดแซ่บแบบฉบับอินเตอร์

          เติมน้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาว และเกลือลงไป คนผสมจนละลายเข้ากัน ชิมรสตามชอบ

ยำปลาแซลมอน เมนูสุดแซ่บแบบฉบับอินเตอร์

          หั่นปลาแซลมอนเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า

ยำปลาแซลมอน เมนูสุดแซ่บแบบฉบับอินเตอร์

          ใส่ปลาแซลมอนลงไปในส่วนผสมน้ำยำ คนผสมให้เข้ากันเบา ๆ

ยำปลาแซลมอน เมนูสุดแซ่บแบบฉบับอินเตอร์

          ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

อูย... เห็นยำปลาแซลมอนตอนหิว ๆ แบบนี้ก็ท้องร้องสิคะ ยิ่งจับมายำแซ่บ ๆ แบบนี้ยิ่งเปรี้ยวปากเข้าไปใหญ่ รอเงินเดือนออกก่อนนะคะ จะไปซื้อปลาแซลมอนชิ้นโต ๆ มาทำบ้าง



Create Date : 25 พฤษภาคม 2560
Last Update : 25 พฤษภาคม 2560 8:52:17 น.
Counter : 423 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
โรคไข้หูดับ พิการหรือถึงตาย แค่กินหมูไม่สุก !


โรคไข้หูดับ
โรคไข้หูดับ โรคที่คนติดเชื้อได้ง่าย ๆ จากการกินเนื้อสัตว์สุก ๆ ดิบ ๆ และเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis ก็อันตรายกว่าที่คิด ทำหูหนวก เป็นอัมพาต หรืออาจถึงตาย !

ในทุก ๆ ปีเราจะเห็นข่าวว่ามีคนเสียชีวิตจากโรคไข้หูดับ หรือโรค Streptococcus suis ซึ่งโรคไข้หูดับก็เป็นโรคจากการติดเชื้อแบคทีเรีย มีความรุนแรงตั้งแต่เป็นไข้ ท้องร่วง คอแข็ง ปวดศีรษะรุนแรง หลอดเลือดอักเสบ เสียชีวิต หรือหากรอดชีวิตมาได้ อาจกลายเป็นคนพิการ หูหนวก หรือเป็นอัมพาตครึ่งซีก ซึ่งจุดเริ่มต้นของอาการเหล่านี้ก็มาจากพฤติกรรมกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ โดยเฉพาะเนื้อหมูที่ไม่สุก 100%

          เอาเป็นว่าเรามาศึกษาให้ชัดกันอีกทีดีกว่าว่า โรคไข้หูดับ คือโรคอะไร เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดไหน และเนื้อหมูมีความอันตรายถึงตายได้ยังไงกัน
โรคไข้หูดับ

โรคไข้หูดับ คืออะไร

โรคไข้หูดับหรือชื่ออย่างเป็นทางการว่าโรคสเตรปโตคอคคัส ซูอิส เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดที่พบในสุกรเกือบทุกตัว โดยเชื้อตัวนี้จะฝังตัวอยู่ในระบบทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น ในโพรงจมูก และในต่อมทอนซิลของหมู หรืออาจพบเชื้อ Streptococcus suis ในช่องคลอดของแม่สุกรได้ ซึ่งจะเป็นแหล่งรังโรคที่สามารถแพร่เชื้อไปยังลูกสุกร หรือสุกรตัวอื่น ๆ ได้

          กล่าวคือโรคไข้หูดับมีแหล่งกำเนิดโรคมาจากหมูที่เป็นอาหารของมนุษย์อย่างเรา ๆ นั่นเองค่ะ แต่เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ก็ไม่ได้จบลงที่หมูเท่านั้น ทว่ายังสามารถติดต่อมาสู่คนได้ด้วยนะ

โรคไข้หูดับ ติดต่อจากสัตว์สู่คนได้อย่างไร

เชื้อแบคทีเรีย Streptococcus suis สามารถติดต่อจากสุกรมาสู่คนได้ 2 ทาง ดังนี้

1. ผ่านทางบาดแผล รอยถลอก เยื่อบุตา

          การสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ ทั้งเนื้อหมู เครื่องในหมู เลือดของหมูที่เป็นโรค เป็นหนทางสู่การติดเชื้อจากสุกรสู่คนได้

2. การบริโภคเนื้อหมูไม่สุก

          การบริโภคเนื้อหมูสุก ๆ ดิบ ๆ จากอาหารประเภทลาบ หลู้หมูดิบ หมูกระทะ ปิ้งย่าง สเต๊ก หรือหมูจุ่มที่เนื้อหมูสุกไม่ 100% ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางการติดต่อของเชื้อ streptococcus suis จากสุกรสู่คนได้

โรคไข้หูดับ ใครเสี่ยงบ้าง

          - เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร

          - ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ (ทุกหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการดุแลสุกร การล้างทำความสะอาดคอกหมู)

          - ผู้ชำแหละเนื้อสุกร

          - สัตวบาล

          - สัตวแพทย์

โรคไข้หูดับ

โรคไข้หูดับ อาการเป็นอย่างไร

ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อ Streptococcus suis เข้าสู่ร่างกายภายใน 3-5 วัน จะมีอาการไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และในกรณีที่เชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและลุกลามไปสู่เยื่อหุ้มสมอง เจ้าเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ข้ออักเสบ ม่านตาอักเสบตามมา

          และเนื่องจากเยื่อหุ้มสมองอยู่ใกล้กับปลายประสาทหูชั้นในทั้งสองข้าง เชื้อจึงสามารถลุกลามและทำให้เกิดหนองบริเวณปลายประสาทรับเสียงและประสาททรงตัว ทำให้หูตึง หูดับ จนกระทั่งมีอาการหูหนวก ร่วมกับอาการเวียนศีรษะและเดินเซตามมาได้ รวมทั้งเกิดอาการ Toxic Shock Syndrome ซึ่งอาการทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นภายใน 14 วัน หลังจากเริ่มมีอาการไข้

ทว่าหากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาช้า อาจตกอยู่ในภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดจนถึงแก่ชีวิตได้ และแม้จะรักษาจนมีชีวิตรอดกลับมา ก็อาจตกอยู่ในสภาวะคนพิการ เช่น กลายเป็นคนหูหนวกทั้งสองข้าง และเป็นอัมพาตครึ่งซีก

โรคไข้หูดับ รักษาอย่างไร

          โรคไข้หูดับสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ซึ่งระยะเวลาในการรักษาอาจยาวนานกว่า 2 สัปดาห์ และแม้แพทย์จะจัดการฆ่าเชื้อ Streptococcus suis ตัวร้ายได้ แต่การที่เชื้อเข้าไปทำลายเยื่อหุ้มสมองบางส่วน ก็อาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีความพิการเหลืออยู่

อย่างไรก็ตาม การรักษาที่ทันท่วงที (รักษาตั้งแต่เชื้อเข้าสู่ร่างกายในระยะต้น ๆ) จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิต และความพิการจากการติดเชื้อ Streptococcus suis ได้นะคะ

โรคไข้หูดับ

โรคไข้หูดับ ป้องกันอย่างไรดี

          การไม่เปิดโอกาสให้เชื้อ Streptococcus suis เข้ามาสู่ร่างกายได้เป็นวิธีป้องกันโรคไข้หูดับที่ดีที่สุด ซึ่งวิธีป้องกันก็มีดังนี้ค่ะ

          1. ควรบริโภคอาหารที่สุก ทำสดใหม่ โดยเฉพาะเนื้อหมูควรผ่านการปรุงสุกที่ความร้อนอย่างน้อย 70 องศาเซลเซียส ในเวลา 10 นาทีเป็นอย่างต่ำ ก่อนนำมารับประทาน

          2. ดูแลสุขอนามัยของตัวเองให้ดี หลีกเลี่ยงการสัมผัสหมู เนื้อสัตว์ เลือดสัตว์ ด้วยมือเปล่า และควรล้างมือ ฟอกสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัสเนื้อหมูสด ๆ

          3. ไม่ควรนำหมูที่ป่วยหรือตายอย่างไม่ทราบสาเหตุมาบริโภค

          4. หากมีอาการป่วย เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ อาเจียน ท้องร่วง หลังจากกินเนื้อหมูสุก ๆ ดิบ ๆ ภายใน 3 วัน ให้รีบไปพบแพทย์ด่วน

ในส่วนของฟาร์มสุกร ก็ต้องหมั่นทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในโรงเรือนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งให้ยาปฏิชีวนะในกลุ่ม betalactam กับแม่สุกรใกล้คลอด และสุกรที่มีความเสี่ยงจะติดเชื้อโรค ที่สำคัญ ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานทุกหน้าที่ในฟาร์มสุกรและโรงฆ่าสัตว์นั้น ควรต้องปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล โดยสวมรองเท้าบูท และสวมถุงมือระหว่างปฏิบัติงาน ซึ่งจะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อจากสุกรมาสู่คนได้นะคะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สำนักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก
กรมปศุสัตว์
สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข



Create Date : 25 พฤษภาคม 2560
Last Update : 25 พฤษภาคม 2560 8:50:25 น.
Counter : 76 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  

หนี่งหน่อง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 28 คน [?]



All Blog