คนละฟากฟ้า - บทที่ 8




ต้องการอ่่่าน "หลากหลายนิยายชีวิต" คลิกที่นี่





















คืนแรกในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันในห้องน้ำที่ทางอุทยานฯจัดไว้ สำหรับผู้ที่จะกางเต็นท์นอนกันกลางแจ้งในบริเวณที่กำหนดให้ แต่ละคนก็แยกย้ายกันกางเต็นท์หลังเล็กๆตามที่จุดที่เลือกกันเอาไว้ ปรากฏว่ากางเต็นท์กันแค่สามหลัง คือหลังของสุนิสากับพราวพราย ของอมรากับจันทนาและของอีริคกับซูซาน ส่วนอรรณพกับชลธิศและหนุ่มต่างชาติสองคนคือนิคกับเฟรด ซึ่งต่างก็เอาถุงนอนเฉพาะตัวมา ก็แค่เอาถุงนอนเหล่านี้ไปกองรวมกันไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง หลังจากนั้นก็ร่วมวงรับประทานอาหารเย็น ที่อรรณพติดต่อเพื่อนชื่อชาญชัยที่เป็นหัวหน้าอุทยานฯ ให้จัดการไว้ให้แล้วล่วงหน้า


รับประทานอาหารกันเสร็จ พวกผู้ชายรวมทั้งชาญชัยก็ตั้งวงเหล้ากันกลางแจ้ง ตรงบริเวณที่ทางอุทยานฯกำหนดให้เป็นที่ตั้งเต็นท์ อรรณพแวะซื้อเหล้าและเบียร์จำนวนมากติดรถมาด้วย ส่วนน้ำดื่มและน้ำแข็งหาซื้อได้ที่ร้านค้าเล็กๆของทางอุทยานฯ อมราเป็นแม่กองเตรียมของแกล้มเหล้ารวมทั้งของขบเคี้ยวสำหรับผู้หญิง ที่ออกไปหาซื้อกับสุนิสาก่อนการเดินทาง


ตอนแรกการสนทนาก็เป็นเรื่องทั่วๆไป เดอร์ตี้โจ๊กบ้าง การเมืองบ้างและเรื่องสนุกอื่นๆที่ไม่มีสาระ แล้วก็เริ่มกลายเป็นเรื่องหนักขึ้นมา เมื่อจันทนาพูดถึงสงครามเวียตนาม


“สงครามเวียดนามเนี่ย มีที่มาที่ไปอย่างไรคะ พี่ณพ ทำไมอยู่ๆ คนชาติเดียวกันต้องมาแยกเป็นเวียตนามเหนือกับเวียดนามใต้ล่ะคะ จันทน์อยากรู้มานานแล้ว แต่ไม่รู้จะถามใคร คืนนี้โชคดีมีทั้งทหาร ตำรวจ เผื่อจะมีใครช่วยสงเคราะห์ให้ความรู้ได้บ้าง”


“โอ๊ย ถ้าจะให้เล่ากันจริงๆ คงต้องย้อนหลังไปไกลเชียวละ ตั้งแต่สมัยที่เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสโน่นแน่ะ”อรรณพตอบหลังจากวางแก้วเหล้าลงบนผ้าพลาสติกที่ปูรองนั่ง


“เอาแบบย่อๆก็ได้ค่ะ จันทน์เชื่อว่ายังมีคนอีกมากที่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ที่อยู่ๆ อเมริกาก็เข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศเรา ทหารชาติต่างๆ รวมทั้งทหารไทย ก็ต้องเข้าไปร่วมทำสงครามด้วย”


“ถ้าใครเคยศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศในแถบนี้ ก็คงจะรู้ว่าสมัยหนึ่ง ลาวกัมพูชาและเวียดนามเคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองเวียตนาม เปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของเวียตนามให้เป็นแบบฝรั่งเศส ทำให้เกิดขบวนการต่อต้านฝรั่งเศส ที่เรียกว่าขบวนการเวียตมินห์ที่มีโฮจิมินห์เป็นผู้นำ ขบวนการฯที่ว่านี้จัดตั้งขึ้นมา เพื่อขับไล่ฝรั่งเศสออกไปจากเวียตนามและประเทศแถบนี้ ต่อมาเมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดครองเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เวียดนามจึงประกาศตนเป็นอิสระ ร่วมมือกับสหรัฐฯและฝ่ายสัมพันธมิตร ทำการต่อสู้กับญี่ปุ่น” อรรณพเริ่มแสดงตนเป็นผู้รู้เป็นคนแรก


“โอ้โฮ จะต้องเล่าประวัติศาสตร์ยาวนาน ย้อนไปถึงโน่นเลยหรือคะ”อมราถามขัดจังหวะขึ้นมา เมื่อรู้สึกว่าเรื่องชักจะเยิ่นเย้อยืดยาวเกินความต้องการ


“อ้าว ก็อยากรู้กันไม่ใช่หรือว่าสงครามเวียดนามมีที่มาที่ไปอย่างไร ถ้าอยากรู้แต่ขี้เกียจฟังจะได้เลิกเล่า กินเหล้าต่อดีกว่า” พันตรีหนุ่มใหญ่เล่นตัว ถือโอกาสยกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่ม


พราวพรายที่นั่งฟังอยู่ด้วย อดรู้สึกไม่ได้ว่าอรรณพเป็นคนที่รอบรู้ทีเดียวเธอคิดว่าเขารู้อะไรต่ออะไรมากมาย แต่ดูเหมือนจะไม่รู้อยู่อย่างเดียวว่า การนอกใจภรรยาเป็นเรื่องเลวร้าย ที่ทำลายสถาบันครอบครัวและสร้างปัญหาสังคม


“แหมพี่ณพ ทำงอนเป็นผู้หญิงไปได้” จันทนาค้อนอรรณพ “เล่าต่อค่ะ จันทน์อยากรู้”’

“เฮ้ย บ็อบแน่ะช่วยเล่าต่อหน่อยสิวะ เฮียขี้เกียจเล่าแล้ว เสียเวลากินเหล้า”

“โธ่เฮีย ผมไม่รู้อะไรมากหรอก รู้แต่เรื่องผกค.เท่านั้น เพราะต้องยิงกับพวกมันอยู่บ่อยๆ”

“ไอ้สงครามนี่กับ ผกค. ก็มีต้นตอมาจากเรื่องเดียวกันแหละวะ คือความรู้สึกของคนในพื้นที่กลุ่มหนึ่ง ที่รู้สึกว่าตัวเองถูกกดขี่ข่มเหง ไม่ได้รับโอกาส ไม่ได้รับความเป็นธรรม เอ้า นิคก็ได้ ช่วยเล่าต่อหน่อย คุณเองก็รู้เรื่องพวกนี้ดีไม่ใช่หรือ”อรรณพว่า

“คุณเล่าไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวผมจะเสริมให้บ้าง” นิคตอบ

“เมื่อกี้ถึงไหนแล้วล่ะ แพตตี้ทีเดียว ขัดคอซะลืมไปเลย” แต่อรรณพคงไม่ได้ลืมจริง เพราะเขาเล่าต่อไปว่า “ หลังจากญี่ปุ่นแพ้สงคราม โฮจิมินห์ก็จัดตั้งรัฐบาลขึ้น ต่อมาเมื่อจักรพรรดิ์เบาได๋สละราชสมบัติ โฮจิมินห์ก็...”

“เอ๊ะ หมายความว่าเวียตนาม เคยมีกษัตริย์ปกครองประเทศเหมือนกันหรือ”

คราวนี้ซูซานซึ่งนั่งฟังอย่างสนใจ เป็นคนถามขัดขึ้นมาอย่างแปลกใจ

“มีสิ ประเทศแถบนี้เคยมีกษัตริย์ปกครองกันมายาวนานทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าจะพม่า ลาว กัมพูชา เวียตนามหรือแม้แต่ไทย”

“ทำไมเรียกคิงห์เวียตนามว่าเอมเปอเรอล่ะ ยังกับเมืองจีนแน่ะ” สาวอเมริกันยังสงสัยต่อ

“เอ.. เรื่องนี้ผมก็จนด้วยเกล้า แล้วก็ไม่รู้จะไปถามใครให้ด้วยสิ”

ซูซานโบกมือ “โอเคไม่เป็นไร เล่าต่อดีกว่า”


“พอเบาได๋สละบัลลังก์ โฮจิมินห์ก็ตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศ ประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ ทีนี้ฝรั่งเศสก็เกิดเสียดายขึ้นมา อยากจะกลับมามีอิทธิพลเหนือเวียตนามอีก ก็เลยไปร่วมมือกับอังกฤษเข้ามาวุ่นวายในเวียตนามใหม่ ขบวนการเวียตมินห์ต้องต่อสู้เพื่อขับไล่ฝรั่งเศสอยู่หลายปีแต่ไม่สำเร็จ แล้วไงต่อล่ะนิค ช่วยเล่าหน่อย ผมชักคอแห้งแล้วละ”


“โอเค ณพ ผมขอเล่าโดยสรุปก็แล้วกันว่า หลังจากที่จีนคอมมิวนิสต์ชนะ  ขับไล่จีนชาติไปยังเกาะไต้หวันได้สำเร็จ ก็เข้ามาช่วยขบวนการเวียตมินห์ยึดเมืองเดียนเบียนฟูคืนมาได้ ในที่สุดเวียตนามกับฝรั่งเศสก็ทำสัญญาสงบศึกกันที่กรุงเจนีวา เรียกว่าอนุสัญญาเจนีวา พวกคุณคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้ว อนุสัญญาฯฉบับนี้ตกลงให้แบ่งเวียตนามออกเป็นสองประเทศอย่างเป็นทางการ คือเวียตนามเหนือกับเวียตนามใต้ โดยให้ใช้เส้นรุ้งที่ 17 องศาเหนือ ซึ่งผ่านเมืองกวางตรี ตามแนวแม่น้ำเบนไฮเป็นเส้นแบ่งเขตแดน ให้เวียตนามเหนือ เวียตนามใต้ ลาวและกัมพูชาซึ่งเคยรวมกันเป็นอินโดจีนของฝรั่งเศส แยกเป็นรัฐอิสระพ้นจากการปกครองของฝรั่งเศส ให้พื้นที่บริเวณเส้นรุ้งที่ว่านั่นเป็นเขตปลอดทหารด้านละไม่เกินห้ากิโลเมตร แต่ที่น่าสังเกตคือ สหรัฐฯและเวียตนามใต้ไม่ได้ร่วมลงนามด้วย”


“เอ๊ะ สหรัฐฯเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างไรคะ นิค ” สุนิสาถาม


พราวพรายนึกขอบใจเพื่อนที่ถาม เธอเองก็สงสัยอยากรู้เหมือนกัน เพราะตั้งแต่ฟังมา ทั้งอรรณพและนิคต่างก็ไม่ได้เอ่ยถึงบทบาทของสหรัฐฯ ในเวียตนามมาก่อนเลย แต่ถึงอยากรู้ก็ไม่คิดจะถามเพราะคนเล่าคือนิค

ชายหนุ่มมองหน้าคนถามแวบหนึ่ง ก่อนจะผ่านเลยไปที่เพื่อนของเธอ ซึ่งนั่งอยู่ติดกัน สีหน้าของผู้หญิงหน้างอคนนั้น มีแววเหมือนตั้งใจฟังคำตอบเต็มที่

“สหรัฐฯ อังกฤษ สหภาพโซเวียตฯ เวียตนาม ลาวและกัมพูชา เข้าร่วมที่ประชุมใหญ่ระหว่างชาติ ในอนุสัญญาเจนีวานี้ด้วย แต่ตอนลงนามรับรองอนุสัญญานี้ สหรัฐฯและเวียตนามใต้กลับไม่ได้ลงนาม”

“ทำไมไม่ลงนาม มีปัญหาอะไรหรือครับหัวหน้าอุทยานฯถามบ้าง

“ผมก็ไม่แน่ใจนะ อาจจะเป็นเรื่องการเมืองก็ได้ เวียตนามใต้คงไม่เห็นด้วยกับการแบ่งแยกประเทศ ส่วนสหรัฐฯ ก็คงเห็นด้วยกับเวียตนามใต้”

“แน่ละ ถ้าผมเป็นคนเวียตนาม ผมก็คงไม่ต้องการให้ใครมาแบ่งประเทศของผมออกเป็นสองฝักสองฝ่าย เหมือนเยอรมันนีหรือเกาหลีหรอก จริงไหม” ชลธิศออกความเห็น

นิคอธิบายด้วยเสียงเรียบๆว่า “แต่ความจริงตอนนั้นเวียตนามก็เหมือนแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอยู่แล้ว คือเวียตมินห์หรือเวียตนามเหนือกับเวียตนามใต้”

“แต่มันก็ไม่ได้แบ่งแยกกันอย่างเป็นทางการ แค่แบ่งแยกกันทางความคิดหรืออุดมการณ์ทางการเมืองเท่านั้น” ชลธิศยังค้านต่อ

“แล้วยังไงต่อไปคะนิค ทำไมถึงเกิดสงครามเวียตนามขึ้นมาได้” จันทนาถามขัดขึ้นมา

“คงต้องพูดกันก่อนถึงแนวนโยบายและสถานการณ์ ของเวียตนามเหนือและเวียตนามใต้ในช่วงนั้น เวียตนามเหนือหรือพวกขบวนการเวียตมินห์มีนโยบายที่จะรวมเวียตนามทั้งหมดเข้าด้วยกัน โดยจะปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์ มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ก็ยังไม่มีการเลือกตั้ง มีแต่การแต่งตั้งโฮจิมินห์ ให้ขึ้นเป็นประธานาธิบดี”


ชายหนุ่มหยุดพูด หยิบน้ำเปล่าขึ้นดื่มก่อนจะเล่าต่อว่า “ส่วนเวียตนามใต้ก็ยังตกอยู่ใต้อิทธิพลของฝรั่งเศส ตอนนั้นฝรั่งเศสเชิญจักรพรรดิ์เบาได๋กลับมาเป็นประมุขปกครองเวียตนามใต้ ต่อมาเวียตนามใต้ก็ต่อสู้ขับไล่ฝรั่งเศสออกไป จักรพรรดิ์เบาได๋แต่งตั้งนายโงดินห์เดียมเป็นนายกรัฐมนตรีแทน โดยมีการปกครองแบบสาธารณรัฐ หลังจากที่เบาได๋สละราชสมบัติอีกครั้งหนึ่ง เวียตนามใต้ก็จัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี เกิดความวุ่นวายแย่งชิงอำนาจกัน จนในที่สุดคณะทหารเข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศ ประกาศนโยบายที่จะกวาดล้างพวกคอมมิวนิสต์ สหรัฐฯให้การรับรองเวียตนามใต้ แล้วต่อมาเวียตนามเหนือก็เปิดฉากทำสงครามกองโจรกับเวียตนามใต้”


เฟรดซึ่งนั่งดื่มเหล้าฟังอยู่เงียบๆช่วยเสริมว่า “เมื่อกี้นิคพูดถึงอนุสัญญาเจนีวา ผมขอเสริมหน่อยว่าประเด็นสำคัญของอนุสัญญานี้ มีอยู่ข้อนึงที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง คือมีการตกลงกันไว้ในอนุสัญญาฯว่าเมื่อครบกำหนดสองปี หลังจากสัญญาสงบศึกระหว่างฝรั่งเศสกับเวียตนามมีผลใช้บังคับ ทั้งเวียตนามเหนือและเวียตนามใต้ ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในเวียตนาม โดยให้คณะกรรมการระหว่างประเทศเป็นผู้ควบคุมดูแลการเลือกตั้ง และให้ประชาชนชาวเวียตนามทั้งสองฝ่าย มีสิทธิเลือกถิ่นที่อยู่ได้โดยเสรี ว่าจะอยู่ในเวียตนามเหนือหรือเวียตนามใต้ แต่ก็ปรากฏว่าไม่มีการปฏิบัติตามข้อตกลง ไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ทำให้เวียตนามแบ่งออกเป็นสองประเทศ คือเวียตนามเหนือกับเวียตนามใต้โดยปริยาย”’


“น่าสงสารคนเวียตนามนะ”อมราทำหน้าเศร้า “นอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น อยู่ๆก็ต้องมาแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่าย ทำสงครามฆ่าฟันกันเองหวังว่าประเทศเราคงไม่ต้องเจอกับเรื่องน่าเศร้าแบบนี้หรอกนะ”


อรรณพยักไหล่ “ใครจะไปรู้อนาคต แต่ประเทศเรา ก็ไม่น่าจะเจอปัญหาแบบเวียตนามนะ เพราะเรายังไม่เคยแตกแยกกันทางด้านความคิด หรืออุดมการณ์ทางการเมืองถึงขั้นร้ายแรง การกดขี่ข่มเหงจากใครก็ยังไม่ปรากฏ เราอยู่กันแบบไทยๆ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน”


“ความจริงมันก็เป็นเรื่องของการแย่งชิงอำนาจกันนั่นแหละ ถ้าไม่มีเรื่องอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้อง ความแตกแยกก็ไม่เกิด แล้วนำไปสู่หายนะ” อีริคออกความเห็นเป็นเชิงสรุป

”ก็ได้แต่หวังว่าประเทศเราจะสงบร่มเย็นตลอดไป อย่าเป็นแบบเวียตนามเลย “ จันทนาเสริม แล้วหันไปถามนิคว่า “จบแล้วหรือคะ กินเหล้าต่อเฉยเลย”

“ก็เกือบจบแล้วละครับ ไม่ทราบว่ายังอยากฟังกันต่อหรือเปล่า”

จันทนาค้อนอย่างน่ารัก “แหมอยากสิคะ ฟังมาได้ตั้งนานก็คงต้องขอฟังจนจบ ถ้าคนเล่าเต็มใจจะให้ความรู้พวกเราอีกหลายๆคน ที่ไม่ค่อยจะได้รู้เรื่องพวกนี้สักเท่าไร”

“ที่ไม่รู้ก็เพราะไม่สนใจเรื่องการบ้านการเมืองน่ะสิ”อรรณพแหย่ “มัวแต่สนใจเรื่องเครื่องสำอางใหม่ๆ แฟชั่นใหม่ๆ อะไรพวกเนี้ย จริงไหมล่ะ

“แหม อย่ามาหาเรื่องว่าพวกผู้หญิงหน่อยเลย”จันทนาค้อนขวับ “พูดแบบนี้ต้องให้แอ๋วจัดการเสียแล้ว แอ๋วจ๋า ช่วยทุบพี่ณพให้สักตุ้บสองตุ้บเถอะ โทษฐานปากมากกล่าวหาพวกเรา”

อรรณพเอื้อมมือไปโยกศีรษะของสุนิสาที่นั่งอยู่ข้างๆ “ตัวเล็กๆอย่างนี้น่ะหรือจะมาตุ้บตั้บผม เขาไม่ดุเหมือนคุณจันทน์หรอกน่า ยุไม่ขึ้นหรอก”


นิคมองอรรณพอย่างขำๆ ก่อนจะเล่าต่อว่า “ต่อมาเวียตนามเหนือหรือเวียตมินห์ ก็เริ่มทำสงครามกองโจรกับเวียตนามใต้ เป้าหมายสำคัญคือโรงเรียน พวกเวียตมินห์จะเกลี้ยกล่อมเด็กวัยรุ่นให้เข้าร่วมเป็นพวกแล้วส่งเข้าฝึกอาวุธ นอกจากนี้ก็เข้าแทรกซึมตามหมู่บ้านจนประสพความสำเร็จ สามารถขยายอิทธิพลออกไปได้อย่างกว้างขวาง ต่อมาก็จัดตั้งกองกำลังเวียตกง รุกรานเวียตนามใต้ด้วยอาวุธและกำลังทหาร มีการจัดตั้งแนวร่วมรักชาติเพื่อปลดปล่อยเวียตนามใต้ โดยใช้วิธีปลูกฝังแนวความคิดโฆษณาชวนเชื่อ ขู่เข็ญคุกคามและจูงใจทุกรูปแบบ ผ่านทางองค์กรบังหน้าต่างๆ”


“พวกผกค.ก็ใช้วิธีการแบบเดียวกัน” ชลธิศเสริม

“ก็ต้นตำรับเดียวกันนั่นแหละ” นิคว่าแล้วหันไปบอกเฟรดว่า “นายช่วยเล่าต่อหน่อยนะ ถึงตอนสำคัญพอดี”


“โอเค” เฟรดพยักหน้ารับก่อนจะเล่าต่ออย่างเต็มใจ “ต่อมาเวียตนามเหนือก็เริ่มรุกรานเวียตนามใต้ ด้วยกองกำลังติดอาวุธอย่างรุนแรง จนรัฐบาลเวียตนามใต้ต้องขอความช่วยเหลือ จากมิตรประเทศฝ่ายโลกเสรี หลังจากนั้นอีกสองสามปี เวียตนามเหนือก็ขยายกองกำลังเวียตกงขึ้นไปถึงระดับกองทัพ และเริ่มเปิดฉากรุกอย่างหนักหลายด้าน จนสามารถยึดพื้นที่ส่วนหนึ่งของเวียตนามใต้ไว้ได้ แล้วยังเข้าโจมตีเรือรบของสหรัฐฯทำให้ประธานาธิบดีของเรา ต้องตัดสินใจทำสงครามแบบขยายขอบเขตเข้าไปในเขตของเวียตนามเหนือ การทำสงครามโดยเปิดเผยระหว่างสหรัฐฯกับเวียตนามเหนือ จึงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น”


“ฝ่ายโลกเสรีมีบทบาทอย่างไรบ้างครับ” ชาญชัยถามอย่างสนใจ


“คงต้องเล่าย้อนไปไกลเหมือนกัน” เฟรดรีบออกตัวเอาไว้ ก่อนที่จะมีใครประท้วงว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ยาวไกลเกินความต้องการ “หลังสงครามโลกครั้งที่สอง โลกถูกแบ่งออกเป็นสองค่าย คือค่ายคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียตฯเป็นผู้นำ และค่ายเสรีประชาธิปไตยที่มีสหรัฐฯเป็นผู้นำ ค่ายคอมมิวนิสต์มีโยบายรุกราน ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศต่างๆทั่วโลก ให้เป็นแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ในเอเซียนี่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ขยายอิทธิพล ด้วยการส่งจารชนและผู้ก่อการร้าย เข้าไปบ่อนทำลายประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย เกาหลี ศรีลังกา พม่า กัมพูชา ลาว รวมทั้งไทย เพื่อเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์และเข้ายึดครองประเทศเหล่านั้น”


“ฝ่ายโลกเสรีโดยเฉพาะสหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทให้ความช่วยเหลืออย่างไรบ้างครับ” ชาญชัยถามอีกครั้งเพราะยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการ


“ ตอนนั้นสหรัฐฯเริ่มรู้แล้วว่าหากประเทศแถบอินโดจีนแพ้และตกเป็นคอมมิวนิสต์ ประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทุกประเทศ ก็จะต้องกลายเป็นคอมมิวนิสต์ไปด้วย ตามทฤษฏีโดมิโน ประเทศต่างๆจึงควรทุ่มเทความช่วยเหลือแก่เวียตนามใต้ สหรัฐฯจึงกลายเป็นผู้นำในการช่วยเหลือเวียตนามใต้ต่อต้านเวียตนามเหนือ ต่อมาเมื่อเวียตนามใต้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลม ส่อเค้าว่าจะพ่ายแพ้เวียตนามเหนือ เมื่อเวียตนามใต้ร้องขอความช่วยเหลือไปยังประเทศฝ่ายโลกเสรี สหรัฐฯจึงส่งกำลังทหารเข้ามาปฏิบัติการในเวียตนามใต้ พร้อมกับกำลังทหารของฝ่ายโลกเสรีอีกหกประเทศ คือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สเปน ฟิลลิปปินส์ จีนไต้หวัน และประเทศไทย”


คราวนี้พราวพรายซึ่งนั่งฟังเงียบๆมานานแล้วได้โอกาสที่เฟรดเป็นคนเล่า ไม่ใช่ผู้ชายหน้าขรึมคนนั้น ถามข้อขัดข้องใจของเธอขึ้นมาทันที


“ทำไมประเทศเราต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว ส่งทหารเข้าไปร่วมรบด้วยล่ะคะ ถึงอย่างไรไม่ว่าเวียตนามใต้หรือเวียตนามเหนือ ก็เป็นเพื่อนบ้านของเราด้วยกันทั้งนั้น”


“ผมขอตอบเรื่องนี้แทนนะ เฟรด”อรรณพบอกเฟรด เมื่อเห็นเขาหยุดเล่าแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม “หลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงต้องส่งทหารเข้าไปร่วมรบด้วย คือรัฐบาลไทยในตอนนั้นได้พิจารณาเห็นแล้วว่ารัฐบาลเวียตนามใต้ ได้รับการรับรองจากสมัชชาแห่งสหประชาชาติ ว่าเป็นรัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นมาโดยถูกต้อง ประเทศไทยจึงควรให้ความร่วมมือช่วยเหลือ เพื่อป้องกันและยับยั้งการรุกรานของฝ่ายคอมมิวนิสต์ ไม่ให้เข้ายึดครองประเทศของเราและประเทศอื่นๆในแถบนี้ได้ ”


“หลังสงครามจบลงเราจะไม่มีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเวียตนามหรือกัมพูชาหรือคะ ที่นอกจากจะส่งทหารไปช่วยรบแล้ว เรายังยอมให้สหรัฐฯเข้ามาตั้งหรือใช้ฐานทัพของเรา เป็นที่ส่งกำลังทหารและเครื่องบินรบเข้าไปโจมตีเวียตนามเหนือและกัมพูชา” พราวพรายยังตั้งคำถามต่อไป "แล้วในที่สุดใครได้ประโยชน์ ไม่ใช่บรรดาประเทศมหา อำนาจทั้งหลายหรอกหรือคะ อย่างน้อยก็ขายอาวุธสงครามได้ละ"


นิคเหลือบมองสีหน้าเอาเรื่องของหญิงสาวที่ชื่อพราวพราย เขารู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงหัวแข็งที่ก้าวร้าวทีเดียว ถึงจะรู้ว่าเธอไม่ชอบหน้าเขา ไม่อยากพูดด้วย แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดกับเธอโดยตรง


“เป็นข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างรุนแรงนะครับ ผมไม่ทราบว่าคุณมีอคติกับพวกเราบ้างหรือเปล่า แต่ความจริงงานที่คุณทำอยู่ตอนนี้ก็น่าจะบอกคุณได้แล้ว ถึงพิษภัยจากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ที่เข้าซุ่มโจมตีหน่วยงานของทางราชการทั้งทหารตำรวจ ชุดคุ้มครองหมู่บ้าน วางกับระเบิดตามที่ต่างๆ มีคนล้มตายเป็นจำนวนมาก คุณเองก็คงรู้ว่าพวกผกค.เหล่านี้ ปฏิบัติการรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆใช้วิธีรุกทางการเมือง เสริมด้วยการรุกทางทหาร ซุ่มโจมตีตามที่ต่างๆ สังหารเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในหมู่บ้านเผาสะพาน โรงเรียน สถานที่ราชการ ผมว่าคุณรู้และเข้าใจเรื่องพวกนี้พอควรทีเดียว แล้วผมก็เชื่อด้วยว่าคุณและคนไทยทุกคน คงไม่ต้องการให้ประเทศของคุณถูกพวกคอมมิวนิสต์เข้ายึดครอง”


สุนิสาซึ่งเห็นสีหน้าบึ้งตึงและคอแข็งอย่างไม่พอใจของพราวพราย ที่นิคพูดเหมือนต่อว่าหรือคิดว่าเธอแกล้งทำเป็นไม่รู้ เพื่อที่จะได้กล่าวหากระแทกใส่เขาให้สมกับความไม่ชอบหน้า รีบแก้ไขสถานการณ์ก่อนที่เพื่อนของเธอจะโต้ตอบชายหนุ่มผู้นั้น ให้เกิดวิวาทะกันขึ้นมาอีกด้วยการเปลี่ยนเรื่องไปถามชลธิศ


“พี่บ็อบคะ ทำไมเราถึงปราบพวกผกค.นี่ไม่ได้เสียทีล่ะคะ”


ชลธิศรับลูกไปด้วยการอธิบายว่า “มันลำบากน่ะสิ ผกค.พวกนี้รบแบบจรยุทธ คือรบไปเรื่อยๆ ไม่มีฐานปฏิบัติการที่แน่นอน เปลี่ยนที่ตั้งอยู่เสมอ ทำให้ปราบปรามลำบาก การติดตามไล่ล่าก็ยาก เพราะทันทีที่ฝ่ายเราตรวจพบฐานปฏิบัติการ พวกมันก็จะเคลื่อนย้ายไปที่ฐานปฏิบัติการอื่นยุทธวิธีที่พวกนี้ใช้อยู่เป็นประจำคือ เมื่อเราใช้กำลังส่วนใหญ่เข้ากวาดล้าง พวกผกค.มักจะถอนตัวหนี ไม่ยอมปะทะด้วย แต่พอเรากำลังพักผ่อนหรือหลับนอน พวกมันก็จะเข้าโจมตีหรือยิงก่อกวน ถ้าเราเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำหรือขาดเสบียงอาหาร มันก็จะระดมกำลังเข้ารุมรบ ถ้าเราหนีมันก็จะติดตามเข้าบดขยี้"


ผู้กองหนุ่มยกเหล้าขึ้นดื่มกลั้วคอก่อนจะพูดต่อไป "อีกอย่างพวกผกค.ชำนาญพื้นที่มากกว่าเรา สามารถใช้ลักษณะภูมิประเทศที่คุ้นเคยและเป็นป่าเขา หลบหนีหรือหลบซ่อนตัวได้ง่าย เผลอๆก็ข้ามชายแดนเข้าไปหมกตัวอยู่ที่โน่นเลย พอเหตุการณ์สงบก็กลับเข้ามาเคลื่อนไหวใหม่ ที่ลำบากอีกอย่างก็คือชาวบ้าน ที่ถูกพวกผกค.โฆษณาชวนเชื่อ ให้เกลียดชังเจ้าหน้าที่บ้านเมืองและขู่เข็ญบังคับให้เข้าร่วมกับพวก ผกค. ถ้าไม่คอยส่งเสบียงให้ ก็ต้องช่วยหาข่าวความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐให้พวกมันรู้ ฟังแล้วคิดว่าง่ายไหมล่ะ ที่จะปราบปรามพวกนี้ให้หมดไปได้น่ะ เรามักจะตกเป็นเป้านิ่ง เพราะพวกเราอยู่ในที่สว่าง ส่วนพวกมันแอบอยู่ในที่มืด”


พราวพรายนั่งเงียบ ไม่เหลือบแลไปทางผู้ชายคนนั้นอีกเลย เธอโกรธจนอยากลุกออกจากที่ตรงนั้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้โดยไม่น่าเกลียด เพราะมันจะกลายเป็นว่าเธอทำตัวเหมือนเด็กๆ กล่าวหาคนอื่นได้ แต่พอเขารุกกลับเอาบ้างกลับทนไม่ไหว เธอคิดว่าจะฝืนใจนั่งอยู่อีกสักครู่แล้วค่อยแยกตัว


“โอเค” ซูซานกล่าว “มาต่อเรื่องเวียตนามกันอีกหน่อยดีกว่า ฉันอยากรู้ว่าฝ่ายโลกคอมมิวนิสต์มีบทบาทในสงครามเวียตนามอย่างไรบ้าง ณพหรือใครจะเล่าได้ไหม”


นิคอาสาเป็นคนเล่า “นอกจากสนับสนุนเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์แล้ว ประเทศคอมมิวนิสต์หลายประเทศในแถบยุโรปและเอเซีย ให้ความช่วยเหลือหลายด้านแก่เวียตนามเหนือ รวมทั้งการช่วยพัฒนาด้านอุตสาหกรรม นอกจากนี้ก็ส่งครูฝึกที่มีประสบการณ์สูง เข้ามาช่วยฝึกกำลังรบ วางแผนการรุก ฯลฯพูดง่ายๆ ก็คือ ช่วยทำให้กองทัพเวียตนามเหนือแข็งแกร่งยิ่งขึ้น"


ซูซานตั้งคำถามว่า "เมื่อกี้คุณบอกว่าประเทศคอมมิวนิสต์ในแถบยุโรปและเอเซีย ให้การสนับสนุนช่วยเหลือเวียตนามเหนือ ฉันเข้าใจว่าประเทศหลักๆคือจีนแผ่นดินใหญ่กับสหภาพโซเวียตฯ แล้วประเทศอื่นนอกจากสองพี่เบิ้มนี่ล่ะมีประเทศไหนบ้าง พอจะบอกได้ไหม"


"ในยุโรปก็มีโปแลนด์ เยอรมันตะวันออก รูมาเนีย เชคโกฯ ในเอเซียก็เกาหลีเหนือ มีอีกสองสามประเทศแต่ผมจำไม่ได้ เฟรดจำได้ไหมว่ามีประเทศไหนอีก”

อีริคซึ่งนั่งฟังเงียบๆมานาน ช่วยตอบว่า “ก็มีบัลกาเรีย อัลบาเนีย แมนจูเรีย และมองโกเลีย ”


อรรณพยกมือขอพูดบ้าง “ผมขอเสริมอีกหน่อยว่า นอกจากการส่งกำลังทหารไปช่วยแล้ว เวียตนามใต้ยังขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยเป็นกรณีพิเศษ ในฐานะมิตรประเทศที่อยู่ใกล้ที่สุด ให้ช่วยฝึกนักบินของกองทัพอากาศเวียตนามใต้ จัดส่งเรือไปช่วยปฏิบัติการลำเลียงและเฝ้าตรวจบริเวณชายฝั่ง ป้องกันการแทรกซึมทางทะเล นอกจากรัฐบาลไทยแล้ว เวียตนามใต้ยังขอความช่วยเหลือในทำนองเดียวกัน ไปยังประเทศฝ่ายโลกเสรีอื่นๆด้วย แล้วก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ สงครามยืดเยื้อหลายปี มาจนถึงทุกวันนี้ยังต้องสู้กันต่อไป ไม่รู้จะจบลงแบบไหนและเมื่อไร เอาละ ถึงสงครามในเวียตนามจะยังไม่จบ แต่การคุยเรื่องสงครามจบได้แล้วนะ ทุกคนที่ไม่เคยรู้ก็คงได้รู้กันถ้วนหน้าแล้ว ทีนี้เราก็มากินเหล้ากันต่อดีกว่า ห้ามคุยเรื่องเครียดๆแบบนี้อีก"


“เราไปนอนก่อนนะแอ๋วชักง่วง”

พราวพรายถือโอกาสที่พวกผู้ชายกำลังรินเหล้าแจกกัน ลุกขึ้นจากที่ๆนั่งอยู่เพื่อกลับไปที่เต็นท์

สุนิสามองเพื่อนอย่างเป็นห่วง “ให้เราไปเป็นเพื่อนไหม”

“ไม่เป็นไร แอ๋วอยู่นี่แหละ ไม่ต้องห่วงเราหรอก เต็นท์ก็อยู่ใกล้ๆแค่นี้เอง”


พราวพรายซึ่งนอนหลับๆตื่นๆเพราะแปลกที่ สะดุ้งตกใจตื่น เมื่อสุนิสาเปิดเต็นท์เข้ามาหลังสองยาม

“วงเหล้าเลิกแล้วหรือ”

“ยังหรอก สงสัยจะถึงสว่าง แต่ละคนก็คอทองแดงกันทั้งนั้น”

“แพตตี้ล่ะ ป่านนี้คงหลับไปหลายตื่นแล้ว”

“ใครบอกล่ะ ทั้งแพตตี้ทั้งพี่จันทน์ยังร่วมวงอยู่เลย”

“อ้าว แล้วไม่เมากันแย่เหรอ หลายชั่วโมงแล้วนะ”

“อ๋อ ตอนนี้สองคนนั่นไม่ได้กินเบียร์แล้ว แค่นั่งคุย”

“คุยกันจนดึกป่านนี้น่ะนะ มีอะไรคุยกันนักหนา หรือเล่าเรื่องสงครามกันต่อ ซูล่ะ

“ยังไม่นอนเหมือนกัน ซูเขาดื่มกับพวกผู้ชาย”

“โอ้โฮ คอแข็งจังเลยนะ”

“ซูเขาดื่มเบียร์ ไม่ได้ดื่มเหล้าหรอก แล้วส่วนใหญ่เขาคุยมากกว่า”

“ทำไมแอ๋วไม่อยู่ต่อล่ะ พี่ณพก็ยังไม่นอนไม่ใช่เหรอ พี่ชาญชัยล่ะ กลับไปหรือยัง”

“ยังอยู่ครบทุกคน แต่เราชักจะไม่ไหวน่ะสิ ดื่มเบียร์ไปสองสามกระป๋องทำท่าจะเมา อีกอย่างก็เป็นห่วงพราวด้วย นอนอยู่คนเดียว”

“โธ่เอ๊ย ไม่เห็นต้องห่วงเลย วงเหล้าก็อยู่ใกล้ๆแค่นี้เอง”


สุนิสาล้มตัวลงนอนใกล้ๆพราวพราย ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว นอนเงียบไปครู่หนึ่ง ทำท่าเหมือนจะหลับ แต่แล้วก็พูดขึ้นมาใหม่ 

“เออ พราว ทำไมวันนี้ไม่กินเหล้าเลยล่ะ พี่ณพกับพี่บ็อบสงสัยกันใหญ่ แพตตี้ก็สงสัยเหมือนกัน”

“ขี้เกียจกิน”

พราวพรายตอบแค่นั้น ไม่ได้บอกเหตุผลว่าเพราะไม่อยากร่วมวงกับผู้ชายหน้าเหี้ยมคนนั้น เพราะเขาทำให้เธอโมโหเสียแล้ว อุตส่าห์ตั้งใจจะเลิกชังน้ำหน้าอยู่ทีเดียว

“สงสัยว่าพี่จันทน์จะได้แฟนใหม่คราวนี้ละ พราว”

“ใคร? นายนิคของแอ๋วนั่นน่ะหรือ ก็ดีนี่ เขาก็สมกันดี นายนั่นไม่ค่อยพูดค่อยจากับใคร ส่วนพี่จันทน์ก็ช่างพูดช่างเอาใจ”


หญิงสาวคิดต่อในใจอย่างโกรธๆ และเข้าข้างตัวเองว่า 'หนอย..บทจะพูดขึ้นมาก็พูดแบบไม่เกรงใจใครเลย บ้าหรือเปล่า วิเศษมาจากไหนกัน เราถามดีๆแท้ๆ ทุเรศที่สุด'


“พราวว่าเขาสมกันเหรอ อย่าลืมนะว่าพี่จันทน์เป็นแม่ม่าย นิคเองก็ไม่รู้ว่ายังโสดหรือเปล่า”

“เขาสวมแหวนแต่งงานหรือเปล่าล่ะ”

“ไม่รู้สิ ไม่ทันสังเกต ถ้าแต่งงานแล้ว แต่พอมาอยู่ไกลบ้านเขาถอดแหวนออกล่ะ ใครจะไปรู้ จริงไหม”

“นั่นสินะ” แล้วพราวพรายก็ตัดบทเพราะไม่อยากพูดถึงนายคนนั้นให้โมโหขึ้นมาอีก “อย่าไปยุ่งเรื่องของเขาดีกว่า”

แต่สุนิสายังติดใจอยากพูดต่อ “ พราวคิดว่านิคเขาจะสนใจพี่จันทน์เหรอ พี่จันทน์เป็นแม่ม่ายหย่ากับสามีนะ”

“อ้าวเป็นแม่ม่ายแล้วทำไมจะมีคนมาสนใจไม่ได้ล่ะ” พราวพรายชักสงสัย


“ไม่รู้สิ ก็สาวๆ โสดๆมีออกถมเถ ผู้ชายส่วนมากเขารังเกียจพวกแม่ม่ายแม่ร้างไม่ใช่หรือ บางคนไม่รังเกียจก็จริง แต่ทางบ้านเขาก็มักจะรับไม่ได้ ดูแต่แม่เราเป็นตัวอย่าง พี่ชายคนโตของเราไปชอบแม่ม่าย แม่เรายังไม่ยอมรับเป็นสะใภ้เลย แม่ประกาศว่าพี่เราจะไปอยู่กินกับผู้หญิงคนนั้นก็ตามใจ แต่ห้ามจดทะเบียนด้วย ห้ามพามาบ้าน ความจริงเขาก็โอเคนะ หน้าตาดี มีงานมีการดีๆทำ ฐานะก็ไม่เลว เสียอย่างเดียวเคยแต่งงานมาแล้ว”


“แหมแบบนี้ก็ไม่ยุติธรรมสิ ทีผู้ชายที่เป็นพ่อม่ายลูกติด ยังมีผู้หญิงสาวๆยอมแต่งงานด้วยเลย พ่อแม่ผู้หญิงก็ไม่เห็นว่าอะไร แล้วทำไมจะต้องรังเกียจแม่ม่ายกันด้วยล่ะ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ถ้าแต่งงานกันไปแล้วอยู่กันไม่ได้ก็ต้องเลิกกัน เลิกกันแล้วต่างคนก็ต้องหาคนใหม่อยู่ดี ถ้าอายุยังน้อยและมีโอกาสจะหาได้ ทำไมจะมาตั้งข้อรังเกียจแม่ม่าย อย่างพี่จันทน์เนี่ยก็ทั้งสาวทั้งสวย ลูกติดก็ไม่มี”


“ แต่พี่ณพเคยบอกเราว่าพี่จันทน์แต่งงานใหม่ยาก ถ้าจะแต่งใหม่ก็ต้องแต่งกับพ่อม่ายด้วยกัน เพราะผู้ชายโสดๆเขาก็คงต้องเลือกมากหน่อย อีกอย่าง สาวๆสวยๆที่ยังโสดก็เต็มเมือง”


“แต่งกับฝรั่งก็ได้นี่ พวกฝรั่งเขาไม่ถือเรื่องพ่อม่ายแม่ม่ายหรอก เขาถูกใจก็พอแล้ว อย่างพอลไง” พราวพรายหมายถึงเจ้านายของสุนิสา “เมียเขาเคยแต่งงานมาก่อนไม่ใช่หรือ แถมมีลูกติดตั้งสองคน ยังได้แต่งงานใหม่เลย ”

สุนิสานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะออกความเห็นต่อว่า “ก็จริงของพราว แต่สังคมของเราค่อนข้างจะมีอคติกับผู้หญิงนะ เวลาผัวเมียเลิกกัน คนมักจะโทษผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ทั้งๆที่ความจริงผู้ชายคนนั้นอาจจะแย่เสียจนเมียทนอยู่ด้วยไม่ไหวก็ได้”

พราวพรายอ้าปากหาว “นอนดีกว่า ขืนคุยปัญหาโลกแตกนี่กันไปเรื่อยๆ มีหวังไม่ได้นอนทั้งคืน” พอนึกขึ้นได้ก็ชวนเพื่อนว่า “เออ แอ๋ว พรุ่งนี้เราตื่นแต่เช้าไปเดินเล่นกันไหม ตอนเช้าๆอากาศน่าจะสดชื่นดีนะ ตื่นไหวไหม”

“สบายมาก ถ้าเราไม่ตื่นก็ปลุกได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”





Create Date : 24 กันยายน 2559
Last Update : 25 กันยายน 2559 18:39:04 น.
Counter : 507 Pageviews.

35 comments
  
เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ ขอไปย้อนอ่านตั้งแต่ตอนแรกก่อนนะคะ
สำนวนดี ภาษาดีค่ะ ชอบนะคะ
โดย: หนอนแว่นตาโต IP: 1.47.93.191 วันที่: 24 กันยายน 2559 เวลา:11:54:50 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ตุ๊กจ้ะ Hobby Blog ดู Blog
เตยจ๋า Topical Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
.....................................
ส่งกำลังใจครับคุณตุ้ย
โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 24 กันยายน 2559 เวลา:14:49:02 น.
  
ได้รู้ที่มาที่ไป การเกิดสงครามเวียตนามด้วยครับ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: moresaw วันที่: 24 กันยายน 2559 เวลา:18:23:44 น.
  
การได้เดินทางครั้งนี้ของซูซานถือว่าคุ้มมากนะคะ
นอกจากจะได้ชมบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงามแล้ว
ยังได้รู้เรื่องสงครามของเวียดนามและเรื่องการปกครอง
คนอ่านก็พลอยได้รู้เรื่องไปด้วย ดีจังเลยค่ะ

ขอบคุณพี่ตุ้ยที่แวะชมดอกไม้
ลงชื่อไว้ก่อน พรุ่งนี้มาอีกรอบค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 24 กันยายน 2559 เวลา:18:37:20 น.
  
ไม่รู้เรื่องสงครามเวียดนามลึกซึ้งนักหรอกค่ะ
แต่ด้วยหน้าที่การงานก็เมือนอยู่ในสงครามนั้น
ตั้งแต่เริ่มจนจบ เบื่อจนหายเบื่อ

ไล่ลงมาอ่านเรื่องราวต่ะตอนจบตอน

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ร่มไม้เย็น Dharma Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ขอบคุณโหวตด้วยนะคะ
พี่ทำอาหารง่ายๆเองมาตลอดเพราะไม่ชอบอยู่
นอกบ้าน กินตามสั่งเป็อาจินต์อะไรเงี้ย ก็เลยพอ
ทำได้ค่ะ ยากๆก็จำของคุณแม่มาบ้างแต่ไม่ค่อยทำ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 24 กันยายน 2559 เวลา:19:13:24 น.
  
ดีค่ะพี่ตุ้ย ได้ทบทวนประวัติศาสตร์ไปด้วยเลย

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สมาชิกหมายเลข 3016924 Photo Blog ดู Blog
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Book Blog ดู Blog
อุ้มสี Photo Blog ดู Blog
บ้านต้นคูน Food Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Diarist ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 24 กันยายน 2559 เวลา:19:14:16 น.
  
ได้ทั้งสาระเกี่ยวกับสงครามเวียดนาม บวก บันเทิงค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 24 กันยายน 2559 เวลา:19:48:38 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
หนังเป็นอาทิตย์หน้าค่ะคุณตุ้ย แวะมาโหวตตอนใหม่ก่อน

โดย: หอมกร วันที่: 24 กันยายน 2559 เวลา:20:52:02 น.
  
เข้ามาอ่านเรื่องราวของผาเเต้มค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
ต้นกล้า อาราดิน Literature Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blo
โดย: Quel วันที่: 24 กันยายน 2559 เวลา:21:15:47 น.
  
สวัสดีค่ะคุณตุ้ย
ส่งกำลังใจให้ค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

"ส่วนภาคต่อคือ "รอยอินทร" ที่วิลลี่ แมคกินทอชแสดงคู่กับมาช่า วัฒนพานิข ก็ชอบมาก แต่ไม่ชอบตรงที่ผู้แต่งเขียนให้พระเอกตายค่ะ"
ไม่ชอบตรงที่พระเอกตายเหมือนกันค่ะ เศร้ามาก อ่านทีไรร้องไห้ทุกครั้งเลย
ขอแก้นิดนึงนะคะ พระเอกรอยอินทร์เป็นคุณนก ฉัตรชัยค่ะ ไม่ใช่คุณวิลลี่ แฮ่ๆๆ
โดย: Raizin Heart วันที่: 24 กันยายน 2559 เวลา:21:29:57 น.
  
ใช่แล้วค่ะ จำผิด
ขออำภัยด้วย 555
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 24 กันยายน 2559 เวลา:22:00:04 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย
แวะมาทักทายค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Food Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog
บ้านต้นคูน Food Blog ดู Blog
ตุ๊กจ้ะ Hobby Blog ดู Blog
เหมือนพระจันทร์ Literature Blog ดู Blog
Kisshoneyz Movie Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Music Blog ดู Blog
เตยจ๋า Dharma Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: pantawan วันที่: 24 กันยายน 2559 เวลา:23:16:09 น.
  
เรื่องสงครามเวียดนามผมทราบเท่าที่หนังสือเรียนเขียนไว้ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงแท้แค่ไหน ผมไม่ค่อยเชื่อตำราเรียนเท่าไหร่ เพราะหลายๆ ครั้งมีแง่มุมให้เราได้เรียนรู้น้อยเกิน

จะว่าไปสมัยก่อนไทยเราเป็นพี่ใหญ่ในภูมิภาคนี้เลยนะครับ ก่อนที่จะมีการล่าอาณานิคม ต้องด่าพวกยุโรปเลย

สำหรับเวียดนามเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทสที่ปฏิวัติในเรื่องภาษาแล้วมีการเปลี่ยนแปลงแบบสุดๆ เลย แต่ก่อนใช้ตัวอักษรจีน ปัจจุบันใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ

ดอยสะเก็ด Literature Blog
+
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 25 กันยายน 2559 เวลา:0:07:53 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mastana Literature Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: mambymam วันที่: 25 กันยายน 2559 เวลา:6:16:52 น.
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


อ่าน ๆ แล้วได้บรรยากาศแคมปิ้ง ปาร์ตี้ดีจังค่ะ
โดย: mariabamboo วันที่: 25 กันยายน 2559 เวลา:7:14:51 น.
  
สวัสดีค่ะ

ได้ความรู้เรื่องสงครามเวียตนามด้วยเลย

รุ้งเองก็ไม่รู้เรื่องพวกนี้มาก่อน ทำไมเวียตนามถูกแยกออกเป็นเหนือกับใต้

ได้ความรู้ก็วันนี้เอง

นิยายเรื่องนี้แต่งก่อน เหลือง-แดงในไทยรึเปล่าคะ เพราะไทยเราก็แตกแยกทางความคิดหนักซะด้วยสิ ถ้าไม่ถูกทหารยึดอำนาจซะก่อนก็ไม่รู้จะเป็นยังไง

เรื่องแม่ม่ายนี่ ผู้ชายเดี๋ยวนี้น้อยคนแล้วมั้งคะที่จะถือสา

โดยเฉพาะฝรั่งรุ้งว่าไม่ถือนะ



โหวตให้ค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

***********************

ขอบคุณโหวตนะคะ

คำศัพท์เยอะกว่าคำกลอนจริงด้วยค่ะ

พิมพ์จนเมื่อยมือเลยทีเดียว

รุ้งกลัวอ่านไม่รู้เรื่องเพราะบางคำรุ้งว่าง่ายแล้ว แต่เพื่อนๆที่ไม่คุ้นเคยกับงานประพันธ์โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ก็ไม่รู้จัก แต่ก็ธรรมดานะคะเพราะไม่ใช่คำที่ใช้ปกติทั่วไป อะไรที่พอใส่ความหมายได้รุ้งเลยจับใส่หมด ผลปรากฏยาวเป็นหางว่าว
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 25 กันยายน 2559 เวลา:10:46:10 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

ขอบคุณนะครับ
โดย: ผมไม่ได้บินคนเดียวสู่ฯ (เตยจ๋า ) วันที่: 25 กันยายน 2559 เวลา:11:19:24 น.
  
ขอบคุณสำหรับโหวตค่ะ

คงจะจริงค่ะคุณพี่ กุมขมับแล้วบ่นยังไม่เป็น ถ้าบ่นเป็นจะยังว่านั่นแหล่ะค่ะ 555
โดย: mariabamboo วันที่: 25 กันยายน 2559 เวลา:16:46:06 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุุ้ย

มาอ่านต่อค่า
สงครามฟังแล้วหดหู่ใจเน๊าะ ก็ขออย่าได้หวนกลับมาอีกเลย
กางเต็นท์นอนถ้าเป็นสมัยวัยรุ่น วัยเรียนนี่สุดยอดเลยนะคะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 25 กันยายน 2559 เวลา:18:01:38 น.
  
อ่านตอนนี้เหมือนได้ทบทวนประวัตศาสตร์สงครามเวียตนาม
ให้ข้อมูลโดยสรุปได้กำลังดี ทำให้วงสนทนามีรสชาติ
มาถึงวันนี้ ฝนเหลืองในเวียตนามยังเป็นที่หวาดหวั่น ระเบิดในลาวและเขมรยังกู้ไม่หมดอีกจำนวนมาก สงครมจบแต่สิ่งที่หลงเหลือเหล่านี้ยังไม่จบ น่าเห็นใจประเทสเพื่อนบ้านของเราครับ

โหวต Literature Blog
โดย: Insignia_Museum วันที่: 25 กันยายน 2559 เวลา:18:54:31 น.
  
ส่งกำลังใจให้งานเขียนของพี่ตุ้ยนะคะ


ดอยสะเก็ด Literature Blog
โดย: กาปอมซ่า วันที่: 25 กันยายน 2559 เวลา:20:45:45 น.
  
คราวนี้มาถึงผาแต้ม แถมได้ฟังเรื่องสงครามเวียดนามด้วย
อ้าว พราวกินเหล้าไม่ลงเพราะชังน้ำหน้ากันซะแร้ว 555


ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: จี๊ดจ๊าด (บ้านต้นคูน ) วันที่: 25 กันยายน 2559 เวลา:21:42:00 น.
  
สวัสดีค่ะ พี่ตุ้ย ^^

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ซับไตเติ้ล Food Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: ปรัซซี่ วันที่: 25 กันยายน 2559 เวลา:22:17:16 น.
  
มาเที่ยวกันแล้วครื้นเครง มาเสียอารมณ์เพราะเริ่มหึงรึเปล่านะ พราว


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
กาปอมซ่า Literature Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ตุ๊กจ้ะ วันที่: 25 กันยายน 2559 เวลา:22:47:14 น.
  

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ขุนเพชรขุนราม Cartoon Blog ดู Blog
หอมกร Movie Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Movie Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
NENE77 Literature Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

แวะมาอ่านและโหวตให้พี่ตุ้ยค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 26 กันยายน 2559 เวลา:8:41:08 น.
  
เดี๋ยวหนูเข้ามาอ่านนะคะพี่ตุ้ย
ออกไปทานข้าวก่อนคะ
โดย: Mitsubachi วันที่: 26 กันยายน 2559 เวลา:15:46:01 น.
  
ส่ง มาก่อน อ่านทีหลังค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Music Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

// นิคก็ชอบยักษ์ เที่ยวไทยมีเฮค่ะ
ตั้งใจทำ แต่โดนกระแสเยอะก็น่าเห็นใจนะคะ
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 26 กันยายน 2559 เวลา:15:51:10 น.
  
สวัสดีจ้า

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Movie Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: ก้นกะลา วันที่: 26 กันยายน 2559 เวลา:20:11:39 น.
  
สมัยตอนเด็กเคยฟังนิยายในวิทยุ
ฟังแล้วก็อินไปด้วยแถมยังต้องโปรดติดตามตอนต่อไป
ฟังหรืออ่านแล้วติดนะคะ พอมาตอนนี้ติดซีรี่ย์อยากดูภาคต่อไปคะ
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Mitsubachi วันที่: 26 กันยายน 2559 เวลา:22:40:24 น.
  
มาโหวตให้กำลังใจก่อนครับ เดี๋ยวมาใหม่
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 26 กันยายน 2559 เวลา:23:40:27 น.
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

..................................

ส่งกำลังใจให้พี่ตุ้ยค่ะ
พี่ตุ้ยนอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 27 กันยายน 2559 เวลา:0:43:08 น.
  
เย้ยย ... เมื่อวานเพื่อนๆ คุยถึงประวัติศาสตร์ วันนี้มาอ่านเจออีก 555

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: ปลาแห้งนอกกรอบ วันที่: 27 กันยายน 2559 เวลา:17:10:18 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าบล็อกค่ะคุณตุ้ย
เดี๋ยวต้องตามไปย้อนอ่านซะหน่อยค่ะ
โดย: AppleWi วันที่: 27 กันยายน 2559 เวลา:21:44:13 น.
  
มานั่งอ่านแบบละเอียดเลยค่ะคืนนี้
เป็นความรู้ด้วยค่ะพี่ตุ้ย เรื่องสงครามเวียตนามเนี่ย
ถึงตอนนี้คอมมิวนิสต์จะหมดไป แต่การเมืองระหว่างประเทศก็มาในรูปแบบอื่นนะคะ

โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 28 กันยายน 2559 เวลา:22:24:40 น.
  
สาเหตุสงครามเวียดนามเป็นมาแบบนี้นี่เอง ได้ความรู้ดีค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Sweet_pills Travel Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Music Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
ต้นกล้า อาราดิน Literature Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: ALDI วันที่: 29 กันยายน 2559 เวลา:5:14:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



Group Blog
กันยายน 2559

 
 
 
 
2
3
4
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
 
 
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]