Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2561
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
8 ตุลาคม 2561
 
All Blogs
 

วันที่ใจเหน็บหนาว



วันที่ใจเหน็บหนาว “หิมะ”ตกใส่กบาลและความรู้สึกหนักที่สุด

เกิดขึ้นเมื่อราว 7-8 เดือนก่อนของชีวิต

ฉันจำระยะเวลาได้ไม่แม่นยำนัก

มันบุกรุกเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ค่อยๆ แซะค่อยๆ กัดกร่อน

กว่าจะรู้ตัวอีกที

ฉันก็กำลังผุพัง ความรู้สึกและอารมณ์ล่มสลาย



ฉันรู้ตัวจริงจังว่าแย่แล้วเพราะ “ตื่นสาย”

ฉันไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบความเช้าขนาดตื่นมาแข่งกับไก่ได้ทุกวัน

แต่ตอนนั้นมันตื่นสายแบบสายมาก สายแบบมิอาจฉุดรั้งตัวเองได้

เหมือนอยากจะเข้าทำงานตอนเที่ยง

ตื่นมาแล้วมันซังกะตาย

มันไม่มีแรง

โลกมันหดหู่

ตัวฉันเล็กลงไปทุกที ทุกที

ไม่มีฉันโลกก็ยังหมุน ยังวน

จะมีประโยชน์อะไรที่ต้องตื่นขึ้นมา



จากการตื่นสายลามเลยไปถึงการลาออกจากงาน

ไปตามหาฝัน

ไปซะจากความเคยชิน

ไปจากคราบไคลเก่าดำที่เกาะกินจนใจหมอง

เป็นการวางแผนการลาออกที่จริงจังมาก

เอาเงิน หนี้สินมากอง มาวางแผนจัดการ

สามารถอยู่แบบง่อยๆ โดยไม่ทำอะไรได้สักปี

บอกคนที่บ้าน บอกเจ้านาย

แต่ท้ายที่สุดการหนีไปจากตรงนี้ ตอนนี้

ก็ไม่ทำให้อาการคลุ้มคลั่งของฉันดีขึ้น

การไปนั่งนอน มองท้องฟ้าอยู่เฉยๆ ใช่ว่าจะดีงาม

เหมือนคนป่วย อยู่ตรงไหนของโลกใบนี้ก็ป่วย

หิมะตกใส่ฉันวันแล้ว วันเล่า



ปรึกษาหลายคนมาก

ขอบคุณผู้มีพระคุณทุกท่านมา ณ ที่นี่ด้วย

สรุปโดยรวมก็คือฉันกำลังผจญภัยกับอาการ “หมดไฟ”

อาการที่ฉันไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าตัวเองจะต้องประสบพบเจอ

มันเป็นงานที่ฉันรัก

แม้จะมีจุดด่างดำสีเทาที่ฉันเบื่อและเหนื่อยกับมันมาก

แต่นั่นแหละ...มันโคตรจะเป็นเรื่องปกติ

คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ การงานและอื่นๆ

มันไม่มีสิ่งใดถูกใจเราได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม

การงานทุกวันนี้ใกล้เคียงกับความฝันของฉันที่สุด

แต่นั่นแหละมันก็ยังหมดไฟ-หมดใจ



เร่งหาวิธีการ “ปลุกไฟ”โดยด่วนฉันไม่อยากหนาวนานนัก

เรื่องแรกที่ฉันทำเลยก็คือหนีไปให้ไกลเท่าที่พอจะมีแรงกับคนลบๆความคิดลบๆ

แค่เรื่องของตัวเองก็จมแสนจม

จวนเจียนจะหายใจไม่ออก

ขอหลีกไกลจากเรื่องของคนอื่น

โฟกัส “ตัวเอง”เข้มข้น

ฉันสำคัญกว่าทุกคนในโลก



เรื่องที่สองฉันตัดสินใจปรับปรุงกำลังกายของตัวเอง

เดินเข้าฟิตเนสอย่างมึนๆ ราวกับโดยป้ายยา

ทุ่มทุนสร้าง

มูลค่าชวนขนหน้าแข้งร่วง ทั้งๆ ที่ไม่แน่ใจเลยว่าตัวเองจะอยู่ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า

คือสมัครเป็นสมาชิกรวดเดียว 14 เดือน จ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว

ไฮโซ

ความเหน็บหนาวยังคงอยู่แต่ฉันจะ “อึด”มากกว่าเดิม

ป่วยน้อยลง, ความดันต้องกลับเป็นปกติให้ได้

การออกกำลังกายต่อเนื่อง สังคมของฟิตเนสล้วนเป็นเรื่องใหม่

เหมือนต้องไปปรับตัว เริ่มนับหนึ่ง



ฉันใช้เวลาหลังเลิกงานทุกวันไปฟิตเนส

มีนัดหมายกับเทรนเนอร์

ชีวิตช่วงเย็นที่มักจะงงๆ เดินไปกินโน้น กินนี้

ค่อยมีจุดหมาย มีการจัดระบบระเบียบชีวิตใหม่



วิธีที่สองที่ฉันใช้เพิ่มไฟก็คือการออกไปเรียนอะไรใหม่ๆ

ในวันที่ทุกข์มาก เรื่องเรียนมักจะโผล่แวบๆให้หงุดหงิด

ให้ตำใจ...เหมือนเสี้ยนเล็กๆ ที่สลัดมันไม่เคยหลุดไม่เคยพ้น

เป็นฝันร้ายระดับกวนประสาทที่มักจะโผล่มาวันที่อ่อนแอ

ตั้งแต่มัธยมจนถึงปริญญาตรี...

ฉันไม่เคยได้เรียนอะไรสักวิชาที่อยากเรียน ฮึม



ก็มีคอร์สเรียนให้บันเทิงเริงใจ

ให้ได้ใช้ความคิดในการสร้างสรรค์ส่งการบ้าน

ก็ยังมีแผนที่จะเรียนอยู่นะ

อยากเรียนว่ายน้ำ เรียนมวยไทย

ยังไม่ได้เรียนขับรถเลย...รอให้ใจเข้มแข็งกว่านี้อีกนิด



เรื่องสุดท้ายที่ทำเผื่อไม่ให้ตัวเองคลุ้มคลั่งเหน็บหนาวไปมากกว่านี้

ก็คือการยอม “ผ่อนปรน”กับตัวเอง

โดยเฉพาะ “ตัวตน”ที่อยู่ใต้หน้ากากมนุษย์เงินเดือน

ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปบีบบังคับ คาดคั้นเอากับเขา

ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะ “เออออห่อหมก”ไปเสียทุกเรื่อง

ปฏิเสธ

จริงจังกับเรื่องที่จะ “ไม่ทำ” พอๆกับเรื่องที่ต้องทำ

สักวัน “ไฟ”ก็มอดก็หมดไป



ตัดสินใจเลือกทางเดิน...ชีวิตมนุษย์เงินเดือนในธุรกิจหนังสือต่อไป

ด้วยตำแหน่งที่ฉันชอบ ตำแหน่งที่ฉันสามารถ “วาง”หัวใจไว้ตรงนั้น

...ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะเติบโตเป็นสิ่งที่ตัวเองเกลียด...



วันที่ใจเหน็บหนาว “หิมะ”ตกใส่กบาลและความรู้สึกหนักที่สุด

เกิดขึ้นเมื่อราว 7-8 เดือนก่อนของชีวิต

ตอนนี้ฉันไม่ได้เหน็บหนาวมากมายเหมือนเดิม

อาการ “หมดไฟ”ไม่ได้รบกวนฉันทุกวัน

แต่ก็ยังตามวอแว เล่นไม่เลิก

ช่วงไหนป่วย ไม่สบาย จิตตก

พ่อเจ้าประคุณก็จะมาเยี่ยม มาเยือน

หอบดอกกุหลาบสีแดงช่อโตมาให้

เป็นเพื่อนเก่าที่ไม่ค่อยอยากจะต้อนรับนัก

เป็นชู้รักที่ฉันอยากจะซ่อนไว้ในเงามืดดำที่สุดของชีวิต



ฉันยังต้องปรับปรุง ยังต้องหาหนทางอีกหลายๆด้าน

เตรียมหนีจากมัน

หนีจากความหนาวเหน็บ

เตรียมวันลาพักร้อน ลาพักผ่อนยาวๆ เอาไว้

เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ

มองหา “คนต้นแบบ”ให้ชีวิตได้ก้าวเดินตาม

นอนให้มากกว่านี้อีกนิด

ฯลฯ



โตมร ศุขปรีชาเขียนในบทความ “4วิธีป้องกันอาการ ‘หมดไฟ”เอาไว้ว่า

“ภาวะเบิร์นเอาท์เป็นเหมือน ‘อาการ’ บ่งบอกเราว่า

ชีวิตของเรากำลังเสียสมดุลบางอย่างถ้าเราย้อนกลับไปแก้ไขได้

ก็จะทำให้เรากลับมามีสมดุลอีกครั้งซึ่งก็จะทำให้เราหายหมดไฟ

กลับมามีไฟลุกโชติช่วงได้อีกครั้ง

แต่แน่นอน – ไม่ใช่การลุกโชติช่วงแบบเดิม

เพราะในแต่ละช่วงของชีวิต เราต้องการ ‘ตัวตน’ แบบใหม่

ไฟที่ลุกโชติช่วงก็จะเป็นไฟอีกแบบที่แตกต่างไปด้วยมันจะสุขุมขึ้น

ตั้งคำถามมากขึ้นเพราะได้รับบทเรียนจากอาการหมดไฟที่ผ่านมา

ทำให้หลีกเลี่ยงสาเหตุที่จะทำให้หมดไฟได้ดีขึ้น”



ถ้าเป็นไปตามที่นักเขียนผู้ใหญ่เขียนบอกเอาไว้

การหมดไฟของฉันก็ไม่ใช่มีแต่เรื่องร้ายสักทีเดียว

อย่างน้อย...ฉันก็ได้เรียนรู้

ชีวิตได้ผ่านอีกหนึ่งบทเรียน

ที่สำคัญ...ฉันกำลังได้ “ตัวตน”ใหม่

ตื่นเต้นมาก ไม่รู้เขาจะหน้าตาเป็นยังไง

มีท่าที่ต่อโลก ต่อชีวิตแบบไหน

แต่มั่นใจได้ว่า “ตัวตน”นั้นน่าจะมีหัวใจ “อบอุ่น”กว่าฉันวันนี้










 

Create Date : 08 ตุลาคม 2561
6 comments
Last Update : 8 ตุลาคม 2561 12:13:31 น.
Counter : 138 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณtoor36, คุณkae+aoe, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณhaiku, คุณnewyorknurse

 

ตะพาบตัวอ้วน
ออกเดินทางเร็วกว่าเพื่อนๆ วันหนึ่งค่ะ
แบบว่าอยากเขียน

 

โดย: เขียนหนังสือไว้อ่านเล่น 8 ตุลาคม 2561 12:14:20 น.  

 

ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะเติบโตเป็นสิ่งที่ตัวเองเกลียด

.
..

เป็นประโยคที่ดีและมีความหมายมากครับน้องตูน

Turning Point ในชีวิตคนเรา
มักจะมาในช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุด
หนักหนาที่สุด เป็นทุกข์ที่สุด

จากนั้น
มันก็จะดีขึ้นๆ
เป็นธรรมดา

 

โดย: กะว่าก๋า 8 ตุลาคม 2561 13:01:17 น.  

 

เราไม่ควรเกลียดตัวเองครับ น่าสงสารนะถ้าโดนตัวเองเกลียด

อาการหมดไฟมันมีกันได้ทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับมือมันอย่างไร ตอนนี้เวลานี้ผมแทบจะ เบิร์นนิ่งไลฟ์ แล้ว

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 9 ตุลาคม 2561 0:17:32 น.  

 

จุดไฟ จุดพลังในตัวนะคะ

 

โดย: kae+aoe 9 ตุลาคม 2561 9:02:09 น.  

 

พี่ก๋ากลับมาเขียนเพลงเยอะขึ้นนะ
ในช่วงนี้ ใช้เวลาไม่นานครับ
เวลาเรามีความอยากที่จะทำ

 

โดย: กะว่าก๋า 9 ตุลาคม 2561 10:32:50 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับน้องตูน

 

โดย: กะว่าก๋า 10 ตุลาคม 2561 7:00:31 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


BlogGang Popular Award#14


 
เขียนหนังสือไว้อ่านเล่น
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 16 คน [?]




โลกไม่ใช่โรงละครเศร้า
แม้เราจะพรากจากทุกวัน
โลกไม่ใช่ลานดนตรีเงียบงัน
แม้บางฝันจะไม่สำเร็จสักที
โลกไม่ใช่สวนสนุกเก่าร้าง
แม้ความอ้างว้างจะอยู่ทุกที่
โลกคือโลก-มีร้ายและดี
เพื่อให้ชีวิตมีความหมายนัก

--เหมือนพระจันทร์--
New Comments
Friends' blogs
[Add เขียนหนังสือไว้อ่านเล่น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.