....OUR FAMILY'S JOURNEY....

++ เ วี ย ง จั น ท น์ 2013 ++






อ่านเรื่อง : ข้ามโขงไปไหว้พระที่..เวียงจันทน์




วันที่ 9 มีนาคม 2013 คุณยายที่บ้านคิดอยากไหว้พระ และไม่เคยไปไหว้พระทางฝั่งลาวเลย วันนั้นเลยถือโอกาสไปสัมผัสความเปลี่ยนแปลงที่นครเวียงจันทน์อีกครั้ง ผมเคยรีวิวเรื่องเกี่ยวกับเวียงจันทน์ไว้ครั้งหนึ่ง ถือว่าบล๊อกนี้เป็นการอัพเดทละกันนะครับ

บล๊อกนี้ผมจะไม่เขียนรายละเอียดมากนัก เพราะเคยเขียนไว้ในบล๊อก "ข้ามโขงไปไหว้พระที่..เวียงจันทน์" แล้ว แต่จะใส่ภาพใหม่ๆของเมืองนี้ให้เพื่อนๆนักเดินทางได้เห็น..และต้องบอกก่อนนะครับว่า ถ่ายภาพย้อนแสงเยอะมาก สีเลยแปลกๆ เอาเป็นว่าดูสิ่งเปลี่ยนแปลงของที่นี่ละกันครับ






ด่าน ตม. ฝั่งลาว




การข้ามแดนเข้าไปเที่ยวเวียงจันทน์นั้นทำได้ไม่ยากครับ ท่านสามารถใช้พาสปอร์ท (Passport) หรือใบข้ามแดนชั่วคราวได้ครับ การใช้พาสปอร์ทนั้นสะดวกที่สุด เพียงกรอข้อความออกจากประเทศ และกรอกตอนเข้าประเทศลาวอีกใบหนึ่ง และจ่ายค่าธรรมเนียมอีกนิดหน่อย ท่านก็เข้าลาวได้แล้ว







เดินทางเข้าเวียงจันทน์




ส่วนใบผ่านแดนชั่วคราว ท่านสามารถทำได้ที่บริเวณด่านเลย โดยท่านจะต้องได้รับการเซ็นชื่อรับรองโดยปลัดอำเภอเมืองหนองคาย และใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียว (เขาจะถ่ายสำเนารูปเราจากบัตร) .... แต่ไม่อยากยุ่งยาก ก็ให้บริษัททัวร์แถวนั้น ทำให้ก็ได้ โดยมีค่าใช้จ่าย 100 บาท.

เมื่อกรอกรายละเอียดบอร์ดเดอร์พาส หรือใบแจ้งออกจากเมือง (สีขาว) เสร็จก็ยื่นผ่าน ตม. และรอซื้อตั๋วรถข้ามไปฝั่งลาว ซึ่งคิดคนละ 20 บาท จากนั้นก็รอรถบัสมาแล้วขึ้นรถข้ามสะพานไปเลย...ง่ายมาก






อาคารที่สร้างใหม่ๆ (น่าจขะเป็นกรมตำรวจ)




พอไปถึงฝั่งลาว (ซึ่งคนเข้าเมืองเยอะมาก) จะต้องกรอกใบเข้าเมืองลาวอีก แล้วยื่นผ่าน ตม. ลาว และเสียค่าเหยียบแผ่นดินอีกประมาณ 60 บาท แต่เนื่องจากคนข้ามไปแต่ละวันมาก เจ้าหน้าที่น้อย และระบบต่างๆกำลังอยู่ในขั้นทดลองเพื่อความทันสมัย และรวดเร็ว จึงขลุกขลั๊กบ้าง ท่านต้องเผื่อเวลาไว้บ้าง






ศูนย์แสดงสินค้า





เพราะเราเคยข้ามไปหลายครั้ง เราจึงเร็วหน่อย เพราะตอนที่เราข้ามเข้าไปถึง ตม.ลาว จะมีรถแท๊กซี่ลาว มาติดต่อเราว่าจะเช่ารถเที่ยวเวียงจันทน์ไหม? เราตกลงแล้วเขาก็ช่วยเดินเรื่องให้

สำหรับรถเช่าส่วนมากจะเป็นรถฮุนได แบบ 7 ที่นั่ง ราคาค่าเช่าก็อยู่ 700 - 800 บาท แล้วแต่ตกลงกันในสถานที่จะไป ก็ระยะเวลาเที่ยวก็อยู่ประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง และขึ้นอยู่กับเรา .... ส่วนสถานที่ๆนิยมไปกันก็มี พระธาตุหลวง ประตูชัย วัดสีสะเกด หอพระแก้ว วัดสีเมือง นั่งรถชมเวียงจันทน์เป็นต้น.






ตลาดหลักทรัพย์ลาว




ระยะทางที่เราเดินทางเข้าเวียงประมาณ 14 กม. เราเห็นตึกรามบ้านช่องของเมืองนี้เพิ่มขึ้นมากมาย รวมทั้งบริษัทต่างๆด้วย อีกอย่างที่เราเห็นเพิ่มขึ้นคือสนามกอล์ฟขนาดมาตรฐาน ซึ่งเราหวังว่าจะกลับมาเล่นซักครั้ง... เดี๋ยวนี้ลาวมีตลาดหลักทรัพย์แล้ว เข้าใจว่าเกาหลีให้การสนับสนุนนะถ้าจำไม่ผิด






แวะร้านค้า




ที่เพิ่มมาในรายการเที่ยวตอนนี้คือ รถนำเที่ยวจะพาไปจอดร้านขายสินค้า 3 แห่ง โดยที่ 2 แห่งแรกอยู่ระหว่างทางเข้าเวียง เป็นร้านขายอัญญมณี และร้านขายของที่เกี่ยวกับลาวรวมทั้งสินค้าไฮเทคจากจีน (คนขับบอกว่ารับเอาวิธีการจากไทย... แต่ จขบ.ไม่เคยเจอในไทยนะหรือพวกทัวร์เขาทำก็ไม่รู้) ... ก็ให้โอกสคนพาเที่ยวหน่อย ถ้าเราซื้อเขาก็ได้เปอร์เซ็นและได้ค่าพานักท่องเที่ยวเข้าร้านเขาด้วย ก็ช่วยๆกันไป ชอบก็ชื้อ ไม่ชอบก้ไม่ต้องซื้อ










ออกจากร้านค้า เราเดินทางต่อไปที่พระธาตุหลวง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักที่พาคุณยายมาในครั้งนี้ สองข้างทางเปลี่ยนไปพอสมควร โดยเฉพาะทางเข้าสู่พระธาตุ เขาเข้ากันทางใหม่แล้ว ไปถึงพระธาตุได้ใกล้กว่า ส่วนทางเดิมที่อยู่ทางหน้าทำเนียบและรัฐสภา ก็ยังเข้าได้เช่นกัน ซึ่งส่วนมากจะเป็นรถใหญ่






ทางเข้าไปสู่พระธาตุหลวงทางใหม่







สองข้างทางมีตึกแบบนี้..มีอาหารขายด้วย







ป้ายด้านหน้ากำแพงพระธาตุ







ผ่านกำแพงเข้าไปแล้วจะมีศาลาที่นมัสการพระธาตุอยู่สี่ทิศ







องค์พระธาตุหลวงเวียงจันทน์



พระธาตุหลวง

มีนิยายปรัมปราเล่าสืบต่อมาว่า นครเวียงจันทน์เป็นเมืองของพญานาคผู้สร้าง เนรมิตให้ไม่มีใครจะมาทำลายได้ เพราะมีพญานาคปกป้องรักษาอยู่ ต่อมาเจ้าผู้ครองนครเวียงจันทน์ถูกล่อลวงจากศัตรูให้ปิดรูพญานาค ซึ่งอยู่ใต้องค์พระธาตุหลวงนั้นเสีย จึงทำให้เวียงจันทน์ต้องผจญศึกสงคราม และเกิดภัยภิบัติหลายครั้ง จนครั้งสุดท้ายเมื่อสงครามเจ้าอนุวงศ์ ใน พศ. 2370 เสียให้แก่ไทย นครเวียงจันทน์ถูกเผา และเป็นเมืองร้างอยู่ระยะหนึ่ง..








อนุสาวรีย์ของพระบรมราชอนุสาวรีย์สมเด็จพระไชยะเชษฐาธิราชมหาราช
กษัตริย์ผู้สร้างกำแพงนครเวียงจันทน์ใน ค.ศ. 1548-1571




องค์พระธาตุหลวง ตามตำนานอุรังคธาตุเชื่อกันว่า เริ่มแรกบริเวณนี้มีเสาหินสี่เหลี่ยมปักไว้เป็นเครื่องหมาย แสดงว่าพระพุทธศาสนาได้มาตั้งที่มั่น ณ ที่แห่งนี้แล้ว ต่อมาพระยาจันทรบุรี (บุรีจันท์) ได้ก่อตั้งเมืองเวียงจันพร้อมกับพระอรหันต์ 5 องค์ ที่บวชเรียนมาจากกรุราชคฤห์ ได้ช่วยกันสร้างพระธาตุเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ (กระดูกหัวเหน่า) ขึ้นไว้เป็นที่เคารพบูชา โดยสร้างเป็นเจดีย์รูปเล็ก " อูบมุง" ขนาดสูง 4 วา 3 ศอก กว้าง ยาว ด้านละ 4 วา....

จากหลักฐานต่างๆ เชื่อว่าพระธาตุหลวงแห่งนี้คงจะสร้างขึ้นครั้งแรกในสมัยอาณาจักเจนละ ราวพุทธศตวรรษที่ 13 - 14. (ไพบูลย์ สูงกิจบูลย์ หนังสือ แลลาว, ธันวาคม 2545)






พิพิธภัณฑ์ ได้รับการสนับสนุนจากไทย







พระพุทธรูปจากไทย สวยงามมาก




จากการไหว้พระที่พระธาตุหลวง ก็ถึงเวลาอาหารเที่ยงพอดี เราบอกคนขับว่าอยากชิมอาหารที่เป็นของพื้นเมืองจริงๆ และเน้นปลาด้วย แต่คนขับแนะนำเราไปที่ร้าน วาสนา (ก็อาจจะมีเปอร์เซ็นต์) ตอนแรกเราก็อิดออดเหมือนกัน แต่ด้วยความหิว จึงขอแวะไปดูร้านก่อน แต่พอเห็นร้านก็ โอเคเลย เพราะดูดี สะอาด ติดเครื่องปรับอากาศ และที่สำคัญนักท่องเที่ยวจากบ้านเราทั้งนั้น





ออกไปทานมื้อกลางวันที่ร้านวาสนา






มื้อเที่ยงแบง่ายๆ




ท้องอิ่มด้วยราคาอาหารเท่าๆกับบ้านเรา (อย่าลืมว่าเราเป็นชาวต่างชาตินะ) ผมแอบถามคนขับเหมือนกันล่ะว่า ราคานี้คนลาวจะเข้ามาทานมากไหม ก็ได้คำตอบว่า ก็มีครับ เพราะในนครเวียงจันทน์นี้คนรวยก็เยอะ ... คนในระดับนี้เวลาเขาจะซื้อของใช้ โน่นเลย อุดร หรือ ขอนแก่น พวก Health Care ก็เหมือนกัน รพ.เอกชนที่ ขอนแก่นและอุดร

จากนั้นเราก็เดินทางไปถ่ายภาพกันที่ประตูชัย ซึ่งถือว่าเป็นแลนด์มากอีกแห่งของนครเวียงจันท์ครับ แต่วันนี้อากาศร้อนสุดๆ








ประตูชัย




ประตูซัย

ประตูซัย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเวียงจันทน์บนถนนล้านช้างไปสิ้นสุดที่บริเวณประตูซัย สร้างระหว่างปี 1957 -1968 ด้วยเงิน 63 ล้านกีบ เพื่อเป็นการำลึกถึงการได้รับชัยชนะปลดแอกเป็นเอกราชจากฝรั่งเศสในปี 1949






ไปซื้อของอีกแล้ว..คราวนี้ที่ร้านภูวงค์




อีกที่ๆเขาพาเราไปคือศูนย์การค้าภูวงศ์ ร้านนี้อยู่กลางเมือง มีสินค้าจากจีน ผ้าของลาว และอัญมณี รวมถึงสินค้าไฮเทคด้วย ก็เห็นมีผู้คนเยอะเหมือนกัน เราก็ได้แต่เดินชม และอาศัยใช้ห้องน้ำที่นี่กันครับ






ชุดผ้านุ่งลาวสวยๆ







นี่คงเป็นย่านการค้าลาว







โบสถ์ หรือ สิม วัดองค์ตื้อ





วัดองค์ตื้อมหาวิหาร

วัดองค์ตื้อมหาวิหาร เป็นหนึ่งในจำนวนหลาย ๆวัดที่เก่าแก่ที่สุด ในนครหลวงเวียงจันทน์และมีความหมายความสำคัญทางโบราณสถานและประวัติศาสตร์ เป็นวัดที่ทั้งประชาชนลาวและต่างชาวต่างประเทศให้ความเคารพนับถือวามสำคัญเป็นพิเศษ

วัดองค์ตื้อยังเป็นที่ ประกอบ พิธีที่สำคัญต่าง ๆทางราชการในสมัยก่อน เช่น พิธีถือน้ำ(ดื่มน้ำสัตยาบรรณ) ๆ อีกทั้งงานประเพณีบุญพระธาตุหลวงเสร็จสิ้นลง ยังต้องมาประกอบ พิธี ทำบุญอยู่วัดองตื้อ - วัดอินแปง อีกจึงจะถือว่างานประเพณีบุญพระธาตเสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์วัดองตื้อ ตั้งอยู่บนถนนพระไชยเชษฐา อยู่ห่างจากหอพระแก้วมาทางทิศเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร


อ่านเพิ่มเติม : //www.laos-discovery.com/ongtuetemple.html







ช่อฟ้าด้านบนจะมีสัญลักษณ์แบบนี้ แทนเขาพระสุเมรุและมหาสมุทรเป็นชั้นๆ








หอคำ..เมื่อก่อนเป็นวังของกษัตริย์ ปัจจุบันเป็นที่รับแขกเมือง










หอพระแก้ว

หอพระแก้ว ตั้งอยู่บนถนน เชษฐาธิราช ติดกับทำเนียบประธานประเทศ แต่เดิมเป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาว พระเชษฐาธิราชมีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2108 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากล้านนา เมื่อต้องเสด็จกลับมาครองราชบัลลังก์ล้านช้างหลังจากที่พระราชบิดาคือพระเจ้าโพธิสารสิ้นพระชนม์ลงในการทำศึกสงครามกับประเทศสยาม

เมื่อปีพ.ศ.2322 นครเวียงจันถูกกองทัพสยามตีแตก กองทัพสยามได้อัญเชิญพระแก้วมรกต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของนครเวียงจันไป พร้อมทั้งกวาดต้อนราชวงศ์ชาวลาวกลับไปยังกรุงเทพฯมากมาย







หอพระแก้ว




สำหรับหอพระแก้วที่นักท่องเที่ยวเห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นของที่ถูกบูรณะขึ้นใหม่เกือบทั้งหมด ในปีพ.ศ.2480-2483 ภายใต้การควบคุมดูแลการก่อสร้างของ เจ้าสุวรรณภูมา ผู้ที่จบการศึกษาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์จากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และต่อมายังได้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีหลังจากได้รับเอกราชอีกด้วย

แม้หอพระแก้วปัจจุบันจะไม่ใช่วัดอีกต่อไป แต่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังนครเวียงจันทน์ก็ยังเดินทางมาสักการะบูชากันเป็นจำนวนมาก สำหรับส่วนในของพิพิธภัณฑ์นั้น จัดแสดง พระแท่นบัลลังก์ปิดทองจารึกพระไตรปิฏก ภาษาขอมและกลองสำริดประจำราชวงศ์ลาว

สำหรับประตูใหญ่ทั้งสองเป็นของเก่าที่หลงเหลือมาแต่เดิม บานประตูจำหลักเป็นรูปองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บริเวณโดยรอบของหอพระแก้วเงียบสงบ ร่มเย็นมีไหขนาดกลางจากทุ่งไหหิน ในเชียงขวางวางตั้งอยู่ 1 ใบ อาณาบริเวณรอบๆ วัดสีสะเกดและหอพระแก้วเคยถูกใช้เป็นศูนย์กลางของหน่วยงานปกครองของฝรั่งเศสสมัยอาณานิคมมาก่อน







วัดหลวงสีสะเกด




วัดสีสะเกด

วัดสีสะเกด หรือ วัดสตสหัสสาราม (ลาวเขียนและอ่านว่า สะตะสะหัสสาราม) ตั้งอยู่ใจกลางตัวเมืองนครหลวงเวียงจันทน์ ติดกับหอคำ พระราชวังหลวงของกษัตริย์ลาวสมัยก่อน สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2094 โดยพระเจ้าโพธิสารราช พระบิดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ในพุทธศตวรรษที่ 16

วัดนี้มี ๒ ชื่อคือ ๑.วัดสีสะเกด ๒.วัดสตสหัสสาราม

สาเหตุที่ได้ชื่อว่าวัดสีสะเกดนั้น เพราะอยู่ใกล้กับพระราชวังหลวง พระเจ้าแผ่นดินลาวทุกพระองค์นับแต่พระเจ้าโพธิสารราชผู้สร้างนครหลวงเวียงจันทน์ ทรงบรรทมหันศีรษะมาทางวัดนี้เพื่อแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย เพราะมีพระพุทธรูปสำคัญของล้านช้างประดิษฐานอยู่หลายองค์ รวมทั้งพระแก้วมรกตที่ทรงอัญเชิญไปจากเชียงใหม่ ดังนั้นวัดนี้จึงถูกเรียกว่า "วัดสีสะเกด" คือวัดที่พระเจ้าแผ่นดินทรงบรรทมหันพระเศียร(ศีรษะ)ไปยังที่ตั้งวัด ดุจพระสารีบุตรนอนหันศีรษะไปในทิศที่พระอัสชิอยู่ (เขียนแบบไทยว่า วัดศีรษะเกศ)

ส่วนที่ได้ชื่อว่าวัดสตสหัสสารามนั้น เพราะว่าวัดนี้มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หนึ่งแสนองค์ (สตสหัสส แปลว่า หนึ่งแสน, อาราม แปลว่า วัด, วัดสตสหัสสาราม จึงแปลว่า วัดที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หนึ่งแสนองค์)









ส่วนที่ได้ชื่อว่าวัดสตสหัสสารามนั้น เพราะว่าวัดนี้มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หนึ่งแสนองค์ (สตสหัสส แปลว่า หนึ่งแสน, อาราม แปลว่า วัด, วัดสตสหัสสาราม จึงแปลว่า วัดที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หนึ่งแสนองค์) เพราะเมื่อครั้งสร้างเมืองใหม่ ๆ พระเจ้าแผ่นดินทรงประกาศเชิญชวนให้ราษฎรร่วมกันสร้างพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้ที่วัดนี้ร่วมกับพระองค์ตามกำลังความสามารถ สร้างไปสร้างมาได้พระพุทธรูป ๑๐๐,๐๐๐ องค์ ดังนั้นวัดนี้จึงถูกเรียกว่า วัดสตสหัสสาราม (วัดที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานแสนองค์) แต่ในปัจจุบันเหลือพระพุทธรูปแค่ประมาณหมื่นกว่าองค์เท่านั้น เพราะทางวัดถูกตัดแบ่งพื้นที่ออกไปเป็นจำนวนมาก ส่วนผู้รู้อีกท่านหนึ่งกล่าวว่า วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง จึงชื่อว่าวัดแสนเมือง






วัดสีเมือง




วัดสีเมือง

ตั้งอยู่บนถนนเชษฐาธิราช ทางทิศตะวันออกของสถานทูตฝรั่งเศส เป็นวัดแห่งหนึ่งในนครเวียงจันที่มีประชาชนลาวเดินทางไปสักการะบูชาเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ภายในวัดสีเมือง เป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองประจำนครเวียงจันท์

วัดสีเมือง สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2106 โดยเหล่าเสนาอำมาตย์ของพระเจ้าไชยเชษฐาธราชได้ลงความเห็นให้สร้างวัดสีเมือง ณ ที่แห่งนี้ ต่อมาถูกกองทัพสยามทำลายลงในปีพ.ศ.2371 และสร้างวัดสีเมืองขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ.2458

ภายในวัดสีเมืองมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มากมาย โดยเฉพาะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ พระพุทธรูปองค์นี้ได้ชำรุดไปบางส่วน ซึ่งชาวลาวเชื่อกันว่าพระพุทธรูปองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์เป้นอย่างมาก







เห็นชาวตะวันตกกำลังผูกข้อมือ ที่วัดศรีเมือง




ชาวลาวชอบมาที่วัดนี้เพื่อที่จะมาสักการะเจ้าแม่สีเมืองกัน... ว่ากันว่าเจ้าแม่สีเมืองนั้นสวยมาก เป็นหญิงยึดมั่นในรักอย่างบริสุทธิ์ แต่เมื่อผิดหวังในรักก็มากระโดดน้ำตายที่หลังโบสถ์ใกล้ๆเจดีย์เก่า .... และเล่ากันว่าที่นี่ศักดิ์สิทธิมาก ใครมาขออะไรก็ได้ดังประสงค์ เพียงบูชาด้วยดอกดาวเรือง และธูปเทียนก็สมหวัง .... คนที่ขับรถพาเราเที่ยวบอกเราว่า "ขออะไรมักจะได้ ยกเว้นความรัก"






ถนนริมโขงปรับปรุงสวยงาม




ก่อนกลับเราให้คนขับรถพาชมเมืองด้านถนนริมฝั่งโขง ซึ่งมองข้ามไปฝั่งไทยจะเห็นอำเภอศรเชียงใหม่อยู่ตรงข้ามครับ

ถนนแถบนี้ได้พัฒนาขึ้นมาสวยงามมากรวมทั้งโรงแรม รีสอร์ทด้วย คนขับบอกเราว่าที่แถวๆชายฝั่งโขงนี้ต่างชาติ โดยเฉพาะสิงค์โปร์มาซื้อไว้หมดแล้ เตรียมเปิดโรงแรมและรีสอร์ทกัน สาเหตุที่บริเวณนนี้ได้พัฒนาขึ้นอย่างมากมาย เพราะปลายปีที่แล้วมีการประชุมใหญ่ที่นี่ หรือ ASEM ซึ่งโรงแรมแลนด์มาร์คที่เห็นในภาพถูกใช้เป็นสถานที่จัดประชุมครับ






รีสอร์ทแบบนี้กำลังก่อสร้างหลายแห่ง







โรงแรมแลนด์มาร์คที่ประชุม ASEM




เรามาถึง ตม.ลาว ที่เชิงสะพานมิตรภาพไทย-ลาวก่อนห้าโมงเย็น จ่ายค่าเช่าให้คนขับพร้อมค่าทิปอีกสองร้อย ในฐานะที่คุยกันถุกคอและคนขับอัธยาศัยดี พาเราไปหลายแห่ง (ซึ่งบางครั้งคนขับรถ เขาก็ไม่ได้มีรถเป็นของตัวเองหรอก เขารับจ้างขับให้นายทุนอีกต่อ ฉะนั้นน้ำใจพวกนี้อาจจะทำให้พวกเขามีกำลังใจมากขึ้นก็ได้ครับ)

จัดการเรื่องข้ามแดนเสร็จ ก็ไปเดินร้านปลอดภาษีดาวเฮือง หยิบไวน์ออสซี่ใส่ถุงกลับบ้าน 4 ขวด (เขาให้หิ้วได้คนละ 2 ขวดนะครับ) แล้วเดินชมสินค้าอื่นๆ ก่อนข้ามแดนสู่เมืองไทยด้วยความปลอดภัย






ลาเวียงจันทน์ด้วยภาพนี้ครับ




ในบรรยากาศที่เราจะเข้าสู่ AEC ในปี 2558 เรามาฟังเพลงนี้กันครับ








________________









 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2556
21 comments
Last Update : 21 ตุลาคม 2558 21:09:05 น.
Counter : 10882 Pageviews.

 

ว้าวววว
อยู่มา จะปีนึงแล้ว ยังไม่เคยไปเวียงจันทร์เลยค่ะ
อยากไปดูสักครั้ง
ยังไง ต้องไปให้ได้
สวยงาม มากๆๆค่ะ พี่

 

โดย: kwan_3023 1 พฤษภาคม 2556 8:43:06 น.  

 

ตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ สวยงามมาก

 

โดย: schnuggy 1 พฤษภาคม 2556 11:24:16 น.  

 

บรรยายได้ละเอียดมากเลยค่ะ ข้อมูลแน่นตึ๊บ
คุณ wic ไปเที่ยวแค่ไม่กี่ชั่วโมงได้รูปมาเยอะมาก
ตัวเองเคยไปเมื่อ 3 - 4 ปีที่แล้ว ค้างที่เวียงจันทน์ 1 คืน
ได้รูปมาแค่ไม่กี่รูปเองค่ะ บ้านเมืองเขาพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะคะ
และก็ดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อยมากด้วย แปลกตาไปเยอะค่ะ
ขอบคุณที่นำภาพและเรื่องราวมาให้ได้ระลึกถึงเวียงจันทน์อีกครั้ง


ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้า(น)ป่า Home & Gargen Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
wicsir Travel Blog ดู Blog

 

โดย: ฝากเธอ 1 พฤษภาคม 2556 13:43:31 น.  

 

นี่ก็อยากค่ะ ไปเที่ยววัดเมืองลาว

เพิ่งเขียนโครเอเชียตอน 2 เสร็จค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 1 พฤษภาคม 2556 15:09:33 น.  

 

เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๓๙ ข้าพเจ้าได้ไปทำงานอยู่เดือนหนึ่ง ตอนนั้นเงินไทย๒๕-บาทต่อดอลล่าและรู้สึกว่า ๑๐๐-กีบต่อบาทไทย บริเวณหน้าพระธาตุหลวง ยังโล่งเตียนเป็นสนามหญ้ากว้างไม่มีตึกแถวอย่างท่ีเห็นในรูป การสัญจรไปมาข้าพเจ้า ใช้เดินเท้าเป็นส่วนใหญ่เพราะรถราหายากมาก เรียกว่าเดินชมเมืองวันหนึ่งก็ทั่วแล้ว ไม่มีท่ีเที่ยวมากนัก ถนนเลียบแม่น้ำโขงยังไม่ได้ก่อสร้าง ตอนนี้ถ้าไปอีกคงจำสภาพเดิมไม่ได้ เพราะลาวเจริญแบบก้าวกระโดด

 

โดย: สมาชิกหมายเลข 726927 1 พฤษภาคม 2556 19:57:37 น.  

 

ตามมาเที่ยวด้วยคน.... ดูแล้ว เมืองลาวสอาด คนไม่แยะดีน่าไปเที่ยว

ถ้าได้ไปเที่ยวต่างอำเภอหรือ ตำบล เมืองที่อยู่ออกไปข้างนอก น่าจะสวยแบบ
เดิม ๆ นะครับ.... อยากไปตรงส่วนนี้แหละครับ

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 1 พฤษภาคม 2556 20:30:47 น.  

 

สวัสดีตอนใกล้เที่ยงค่ะ
แวะมาทักทายและขอบคุณที่ไปเที่ยวทะเลด้วยกันที่บล็อกนู้นค่ะ
ใกล้เที่ยงแบบนี้ยกแกงที่บ้านนู้นมาให้ชิมด้วย

สุขสันต์วันสีส้มนะคะ


 

โดย: ฝากเธอ 2 พฤษภาคม 2556 11:53:26 น.  

 

เวียงจันทร์น่าไปเที่ยวจังค่ะคุณวิค
ขอบคุณสำหรับภาพที่นำไปฝากต๋านะคะ
กด like ที่ 12 ก่อนค่ะ



นอนหลับฝันดีคืนนี้ค่ะคุณวิค

 

โดย: Sweet_pills 3 พฤษภาคม 2556 0:52:51 น.  

 

สวัสดีค้า
ตามมาเที่ยวเมืองเวียงจันทน์ด้วยคนนะคะ
เมืองดูแปลกตาไปจากเมื่อหลายปีก่อนมากๆเลยค่ะ อิอิ
เคยไปนานมาแล้ว น่าจะ 10 ปีได้นะคะ
ดูเจริญขึ้นเยอะมากๆ

 

โดย: AdrenalineRush 3 พฤษภาคม 2556 9:42:45 น.  

 

วันนี้ไปต่อตอน 3 ค่ะ
เพิ่งรู้ว่าโดนโกงค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 3 พฤษภาคม 2556 15:51:02 น.  

 

ยังไม่เคยไปซักครั้งเลยค่ะ

ใกล้แค่นี้เอง....

 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 3 พฤษภาคม 2556 19:47:21 น.  

 

เมื่อกี๊ ไลค์ไม่ได้ค่ะ ติด cookie อะไรไม่รู้ งมตั้งนาน...

ไลค์คนที่ 13 ค่ะ

 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 3 พฤษภาคม 2556 20:02:36 น.  

 

รูปงามมากกก อยากไปเวียงจันทร์อีกซักรอบจัง

 

โดย: untalai 3 พฤษภาคม 2556 20:30:38 น.  

 

สวยจัง ภาพถ่ายสีสันแปลกตาไปจากที่เคยเห็นๆ มานะคะ
สถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้างงดงามมากค่ะ
ขออนุญาตนำไปแชร์ที่เพจทางเฟชบุคหน่อยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ

 

โดย: ณ ปลายฉัตร 3 พฤษภาคม 2556 21:47:40 น.  

 

แวะมาทักทายและตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ

 

โดย: May (lovepays ) 4 พฤษภาคม 2556 16:25:25 น.  

 

มาชวนไปแอ่วน้ำตกค่ะ พริทวิท

 

โดย: tuk-tuk@korat 6 พฤษภาคม 2556 18:56:48 น.  

 

หวัดดีค่าคุณวิค

สีทองโดดเด่นมาแต่ไกลเลย ชอบมากค่า

บ้านเมืองเขาถนนโล่งเดินทางสบายดีเหมือนกันนะคะ

อิอิ



 

โดย: Rinsa Yoyolive 6 พฤษภาคม 2556 22:44:52 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณอ๊อด
ดูเวียงจันทร์ข้างบนแล้ว เจริญเร็วมากเลยนะคะ
ตอนจินไปสามปีก่อน ดูไม่เจริญขนาดนี้เลย
คุณอ๊อดเป็นยังไงบ้าง
จินไม่ได้อัพบล้อกตั้งนาน
คิดถึงเพื่อน ๆ คิดถึงบล็อกตลอดนะคะ
แต่พลังในการอัพบล็อก ต้องปลุกปั่นตั้งนานกว่าจะปลุกระดมได้ 555
นี่ก็ยังหวั่นว่าจะอัพไม่ถึงตอนจบทริป 55

 

โดย: JinnyTent 7 พฤษภาคม 2556 12:41:39 น.  

 

โห..คุณอ๊อดตามไปให้กำลังใจย้อนหลังด้วย
ดีใจจริง ๆ ค่ะ และ รู้สึกผิดในเวลาเดียวกัน แหะ
เพราะค่อยได้แวะมาทักทายกันซะนาน
คุณอ๊อดก็ยังตามไปให้กำลังใจย้อนหลัง ดีใจค่ะ^^

จะพยายามให้เวลาบล็อกมากขึ้นค่ะ
แม้จะถูก facebook LINE แย่งเวลาไปก็ตาม 555
รู้สึกว่าคนเล่นบล็อกน้อยลงจริง ๆ นะคะ
อาจเป็นเพราะมีช่องทางการติดต่อสื่อสารกันเยอะหลายช่องทาง
จินเองก็ไปป้วนเปี้ยนแถวเฟชบ่อยค่ะ
เพราะอัพง่าย เร็ว แต่ฉาบฉวย ไร้สาระ ไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่

บล็อกเองมันใช้พลังงานเยอะ แต่มันมีเนื้อหาสาระแตกต่างจากเฟชชัดเจน
อ่านบทสัมภาษณ์น้องริน Rinsa ที่สัมภาษณ์ คุณพู่ JEWNID
ชอบตรงที่คุณพู่บอกว่า เฟชเหมือนคอนโด ง่าย ๆ ไม่ต้องดูแลมาก
ส่วนบล็อกเหมือนบ้าน เป็นบ้านหลังใหญ่ที่จะต้องดูแล
อันนี้เห็นด้วยจริง ๆ เลยค่ะ

อีกเหตุผลที่จินหันกลับมาปัดฝุ่นบล็อก
คือ จินไปหาข้อมูลสำคัญที่ขอให้เพื่อนแปะหน้าเฟชให้
พอนานไป จะมาค้นอีกกลับค้นไม่เจอ มันหายอาจเป็นเพราะระบบ
โมโหมากเลย แล้วก็อีกเหตุการณ์ไล่ ๆ กัน
ได้ติดต่อธุระกับคนหนึ่ง บังเอิญจินเคยทำบล็อกเกี่ยวกับหนังสือที่เค้าดูแล
ก็ส่งลิ้งค์ไปให้เค้าดู เลยรู้สึกว่า บล็อกมีเรื่องราว มีความทรงจำ
มีอะไรให้เราเก็บเป็นชิ้นเป็นอัน สามารถแชร์ประสบการณ์
สามารถเก็บไว้เป็นข้อมูล มากกว่าเฟช

เลยรื้อทริปที่ค้างคาไว้ แต่ขี้เกียจอัพ ขี้เกียจคัดรูป แต่งรูป ฯลฯ
เกิดพลังใจ พลังกายขึ้นมาใหม่ อย่างน้อยก็ไม่ลืมจุดประสงค์เดิมของตัวเอง
ที่ทำบล็อกขึ้นมาแรก ๆ นั่นก็คือ บันทึกเรื่องราว เหมือนสมุดบันทึก
อย่างน้อยเวลาที่เรากลับมาอ่านบล็อกเก่า ๆ
มันก็ยังมีเนื้อหา มีรูปภาพประกอบ และเรื่องราวตอนนั้นให้อมยิ้ม

แต่ก็ไม่รู้ว่าจะอัพบล็อกได้บ่อยเหมือนเดิมมั้ย แหะ
เพราะตั้งแต่มีลูกคนที่สอง เวลาถูกเฉือนไปอีกค่ะ
ตอนนี้สองขวบกับอีกหนึ่งเดือนแล้วค่ะ เร็วมั้ยคะ

ไว้จินจะพยายามโฉบไปโฉบมาเรื่อย ๆ นะคะ
ว่าจะแบ่งเวลาอ่านหนังสือด้วย หลัง ๆ มานี่ไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเลยค่ะ

 

โดย: JinnyTent 7 พฤษภาคม 2556 17:14:47 น.  

 

อากาศเปลี่ยนไปมา น่าจะเป็นไข้ แล้วก็เป็นจนได้ค่ะ

รักษาสุขภาพเช่นกันค่ะ คุณ wic

 

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ 7 พฤษภาคม 2556 17:42:11 น.  

 

โหวตส่งกำลังใจให้คุณวิคค่ะ
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
wicsir Travel Blog ดู Blog



นอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ

 

โดย: Sweet_pills 8 พฤษภาคม 2556 0:42:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


wicsir
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊งค์ ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2556
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
1 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.