....OUR FAMILY'S JOURNEY....

++ เคมบริดจ์ ... เมืองมหาวิทยาลัยเก่าแก่อันดับสองของอังกฤษ ++






อ่านสองพ่อลูกขับรถตะลุยเกาะอังกฤษ : ตอนที่ 17 ยอร์ค..เมืองเก่าแก่และสวยงาม ในอังกฤษ)



ห่างบล๊อกไปนานเลยครับ น่าจะตั้งแต่ปลายปีโน่นเลย เพราะภาระกิจครับ บล๊อกเกอร์สมัครเล่นก็ประมาณนี้แหละนะ เพื่อนๆที่เข้ามาตามบล๊อกจนทนไม่ไหวหลบหายไปแล้วก็หลายคน ส่วนที่ยังตามอ่านกันอยู่ก็ขอขอบคุณมากครับ ... ปณิธาณของผมคือ เมื่อไปเจออะไรแล้วไม่อยากก็บไว้เพียคนเดียว ให้เพื่อนๆได้ชมบ้าง แม้จะไม่เลอเลิศแต่อย่างน้อยๆก็เป็นแนวทางล่ะน่า..

เอาล่ะมาว่ากันเกี่ยวกับบล๊อกนี้กันเลยดีกว่า ... วันนี้คือวันที่ 24 กรกฎาคม 2559 เป็นวันที่เราพ่อลูกจะต้องจากกันแล้ว อาจจะเป็นปี หรือ มากกว่า เพราะเจ้าลูกชายจะอยู่เรียนที่ ม.นิวคาสเซิลต่อจนจบ ป.โททางวิศวะเคมีก่อนจะกลับเมืองไทย ส่วนพ่อก็ต้องนำรถกลับไปลอนดอนเพื่อส่งคืนบริษัทรถที่เราเช่ามาขับช่วงอยู่เที่ยวที่เกาะอังกฤษ

ตื่นเช้า 7 โมงกว่า (ในหน้าร้อนถือว่าสายแล้วนะ) ขับไปส่งเจ้าลูกชายที่หอพัก แล้วร่ำลากันในบรรยากาศที่พ่อลูกไม่เคยทำมาก่อน เสร็จแล้วรีบขึ้นรถและขับออกไป ... วันนี้ผมแพลนไว้ว่าจะไปค้างที่เมืองเคมบริดจ์ และอยากจะไปให้ถึงก่อนมืด ระยะทางที่จะขับก็พอดู คือประมาณ 235 ไมล์ หรือ 376 กม. ถ้ารถไม่ติด ทางสะดวกก็จะขับประมาณ 3 ชั่วโง 48 นาที แต่โลกของความเป็นจริงมันคงทำไม่ได้ เพราะไหนจะแวะทานอาหาร เข้าห้องน้ำ ติดไฟบ้างประมาณนั้น

ประมาณ 08.00 น. ก็ลาลูกชายขับลงใต้ เป้าหมายคือเมือง Cambridge เมืองมหาวิทยาลัยอันโด่งดังของโลก.






แผนการเดินทางวันนี้


ขับคนเดียวนี่ก็เหงาๆเหมือนกันนะ สิบกว่าวันยังมีลูกชายนั่งข้างๆ แต่ก็ยังดีที่โลกสมัยใหม่มี เฟส มี ไลน์ ให้เล่น พอถึงเมืองไหนแวะเข้า Service ก็ส่งข้อความหากัน ...อ้อตอนเราอยู่ที่อังกฤษเราซื้อซิมของเขามาใส่แทนซิมเราในมือถือ ราคาก็ประมาณ 14 ปอนด์ ใช้ได้ดีนะครับ .... ผมขับเฉี่ยวเมือง ลีดส์ และ เลสเตอร์ (เลสเตอร์ซิตี้ มีทีมฟุตบอลเล่นในพรีเมียร์ลีก และเคยได้แชมมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว เจ้าของเป็นคนไทยด้วยนะ) ส่วนลีดส์ก็มีทีมที่ผมเคยชื่นชอบอยู่เมือนกัน คือ ลีดส์ยูไนเต็ด แต่ช่วงนี้ฟอร์มตกหล่นไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพครับ





พักรถที่ service ระหว่างทาง



ระหว่างทางถ้าเราหิว หรือ อยากเข้าห้องน้ำก็นี่เลยครับ Service ซึ่งเป็นคล้ายๆปั๊ม ปตท.บ้านเรา แต่แยกออกจาถนนไปหน่อย ที่นั่นมีครบครับ ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์คเก็ต ปั๊มน้ำมัน บางแห่งมีโรงแรมด้วย ที่จอดรถกว้างขวาง จอดได้เป็นร้อยคันเลยล่ะ ผมก็ใช้ตรงนี้แหละเป็นที่เติมพลัง






ประมาณบ่ายโมงครึ่งก็ถึงเครมบริดจ์ แวะเอารถไปจอดที่ที่พัก ซึ่งวันนี้จองไว้ที่ Okle Lodge, New Market Rd. เกือบๆจะนอกเมือง แต่มีรถเมล์วิ่งไปถึง วางกระเป๋าและจอดรถไว้หน้าที่พัก ซึ่งติดกับถนนใหญ่ ก็ออกไปถามเจ้าหน้าที่ว่า จะเข้าไปเที่ยวในเมืองนั้นไปยังไง เขาบอกว่าเดินเอาก็ได้ประมาณ 45 นาที หรือจะรอรถเมล์ที่หน้าที่พักก็ได้ แต่อาจจะนานหน่อย จึงตัดสินใจไปยืนรอรถเมล์นานเป็นเกือบครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่เห็นมา พอดีไปเจอน้องผู้ชายคนหนึ่งเป็นชาวดูไบบอกว่ามาเรียนภาษาที่นี่ มาเกือบปีแล้ว ... ชวนให้เดินไปด้วยกันเพราะรอรถนานมาก ระยะทาง 2.3 ไมล์เข้าสู่ City Center เอ้า..เอาก็เอา เดินก็เดิน






ใช้เวลา 45 นาทีจริงๆ จะว่าไปแล้วการเดินในเมืองของประเทศนี้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะใครๆก็เดิน ที่เคมบริดจ์นี่นักศึกษาและคนทั่วไปชอบใช้จักรยาน เพราะเมืองไม่ใหญ่มาก ถนนก็ไม่กว้างนักแถมที่จอดรถหายากมากๆครับ

พอไปถึงกลางเมืองน้องชาวอาหรับคนนั้นก็ขอตัวว่าจะไปต่อรถไฟเพื่อไปทำธุระที่ลอนดอน เขายังมีน้ำใจพาไปบอกที่รอรถกลับที่พักและไม่ลืมว่าให้ลงตรงร้านแมคโดนัลด้วย ... อันนี้ซึ้งใจจริงๆ อาจจะเป็นเพราะเราบอกว่าเราเดินทางด้วยสายการบินเอมิเรสแอร์ก็เป็นได้ แต่จะยังไงก็ตาม เป็นน้ำใจในต่างแดนอันซาบซึ้งยิ่งนัก



มีตลาดข้างๆ St Mary Church




Great St Mary Church



เมืองเคมบริดจ์ (Cambridge)

เคมบริดจ์ (Cambridge) เป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ในอังกฤษ สหราชอาณาจักร และเป็นศูนย์กลางการปกครองของเคมบริดจ์เชียร์ เมืองอยู่ห่างจากลอนดอนไปทางเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 80 กม. และห้อมล้อมไปด้วยเมืองและหมู่บ้านขนาดเล็กจำนวนหนึ่ง เมืองนี้ยังเป็นหัวใจของศูนย์เทคโนโลยีชั้นสูง ที่รู้จักกันในชื่อ ซิลิคอนเฟน (Silicon Fen) และเป็นส่วนสำคัญของเขตอุตสาหกรรมความรู้ ออกซ์ฟอร์ด-เคมบริดจ์อาร์ก (Oxford-Cambridge Arc)

เมืองเคมบริดจ์เป็นที่รู้จักมากที่สุดจากการเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
จากการสำรวจสำมะโนประชากร เมื่อปี ค.ศ. 2001 มีประชากร 108,863 คน (รวมนักเรียน 22,153 คน)

เคมบริดจ์ นับว่าเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ทั้งในการเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาและความโดดเด่นของพื้นที่และบรรยากาศโดยรอบ ชื่อของเคมบริดจ์ทำให้หลายคนนึกถึงภาพที่สวยงามตระการตามากมาย ทั้งเทือกเขาแบ็กส์ ซึ่งปูลาดด้วยผืนพรมดอกไม้ของฤดูใบไม้ผลิ คิงส์ คอลเลจ แชฟเพิลการนั่งเรือค้ำถ่อในแม่น้ำแคมและที่ขาดเสียมิได้คือความเงียบสงบของอาคารเรียนโบราณรวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ โรงแรม ร้าน อาหารและผับซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในเมืองเคมบริดจ์เนื่องจากที่ตั้งซึ่งอยู่ตรงใจกลางของอีสท์ แตงเกลียจึงทำให้เมืองแห่งประวัติศาสตร์แห่งนี้สามารถเดินทางได้สะดวกทั้งทางรถไฟ เครื่องบิน มอเตอร์เวย์และถนนสี่เลน และยังสามารถเดินทางเข้าสู่ลอนดอน มิดแลนด์และทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษได้อย่างสะดวก

เคมบริดจ์ ประกอบด้วยถนนสายต่าง ๆ ที่คดเคี้ยวและผลงานสถาปัตยกรรมที่งดงามมีอะไรมากมายให้ค้นหาตลอดทั้งปี สามารถเลือกท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับหรือจะพักเป็นระยะเวลานานหรือจะมาพักผ่อนช่วงวันหยุดสุดสัปหาด์ก็ได้เคมบริดจ์ นับเป็นศูนย์กลางสำหรับการออกไปท่องเที่ยวในพื้นที่เขตชนบทโดยรอบ และสามารถเดินทางโดยทางรถยนต์ไปยัง เมืองอีลี่ ได้อย่างสะดวก เพื่อเยี่ยมชมมหาวิหารที่เป็นที่รู้จักกันว่าเป็น “Ship of the Fens” หรือเป็นเรือท่ามกลางหนองน้ำ หรือเมืองนิวมาร์เก็ตที่ตั้งอยู่ออกไปไม่ไกลนักและเป็นต้นกำเนิดของกีฬาขี่ม้าของอังกฤษ

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะที่สุดสำหรับการผ่อนคลายคือการนั่งเรือค้ำถ่อในแม่น้ำแคม การช็อปปิ้ง ชิมไวน์หรือจะแค่ผ่อนคลายในผับของหมู่บ้านทั้งหมดนี้ล้วนเป็นตัวอย่างความรื่นรมย์ที่คุณจะหาได้จากที่นี่ นอกจากนั้นเมืองเคมบริดจ์ยังคงรักษาบรรยากาศความเป็นเมืองสำคัญในอดีต แม้ว่าจะมีชื่อเสียงไปทั่วโลกแล้วก็ตาม นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้นได้จากการเดินชมเมืองพร้อมไกด์นำทางที่มีความเชี่ยวชาญซึ่งมีชื่อเรียกว่า Blue Badge Guide




ด้านหน้าของ Great St Mary Church




ด้านใน







ตรงข้ามโบสถ์ เป็นคิงส์คอลเลจ...เด็กๆนั่งเล่นที่ขอบสนาม



ตรงหน้าทางเข้า King's College จะมีร้าน Gift Shop อยู่ร้านหนึ่งและเป็นที่ขายตั๋วให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวิทยาลัยรวมทั้งวิหารในวิทยาลัยนั้นด้วย ราคาตั๋วอยู่ที่ 9.5 ปอนด์ ซื้อเสร็จคนขายจะถามเราว่ารู้จักทางเข้าไหม เราก็ชี้ไปตรงข้ามนั่นเลย เธอบอกว่านั่นมันทางออก คุณต้องเดินอ้อมเข้าทางข้างด้านโน้น (เลยโบสถ์เซ็นต์แมรี่ไปหน่อย) .... ได้ตั๋วแล้วก็เลยรีบทำเวลาเดินไป




เดินอ้อมไปเข้า King's College Chapel


เมื่อเราเดินอ้อมมาถึงทางเข้า คือเขาจัดให้เข้าไปทางโบถส์ใหญ่ในวิทยาลัยก่อนก่อนที่จะให้เดินชมส่วนอื่นๆ
และจัดทางออกไว้ด้านหน้าตรงที่เราไปซื้อบัตรเข้าชม หรือใกล้ๆกับ St Mary Church นั่นเอง







King's College Chapel



King's College ..... เป็น 1 ใน 31 วิทยาลัยของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ก่อตั้งโดยกษัตริย์เฮนรี่ที่ 6 เมื่อปีค.ศ.1441 ตอนนั้นพระองค์มีพระชนมายุเพียง 19 ชันษา มีพระราชดำริจะสร้างมหาวิทยาลัยเพื่อให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนเรียนดีที่ยากไร้ โบสถ์เล็ก ๆของวิทยาลัยแห่งนี้ถือเป็นสุดยอดสิ่งก่อสร้างของโลก King's College Chapel ที่ตั้งโดดเด่นท้าทายสายตาทุกผู้คนคือหลังคาโค้งรูปพัดที่ถือว่าใหญ่สุดในโลก อย่าลืมหายใจเวลาแหงนคอชม แล้วยังมีหน้าต่าง 26 บาน ที่สวยหมดจด แล้วยังมีเสาสูงยอดแหลมประดับลวดลายอันละเอียด ด้านหน้าเป็นหน้าต่างกระจกสีโค้งบานใหญ่ .... ห้องข้างๆแสดงประวัติการสร้างและผู้ก่อสร้างครับ








ด้านในของ King's College ถ่ายจากฝั่งแม่น้ำแคม



เมื่ออกจากโบสถ์มาจะมีถนนลูกรังเล็กๆ เดินสู่ฝั่งแม่น้ำแคม (River Cam) ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของวิทยาลัย พอไปถึงสพานข้ามใครจะเดินออกก็เลี้ยวซ้ายออกไป ซึ่งข้างๆนั้นจะเป็นหอพักนักศึกษา (ผมว่าดูขลังจัง) ส่วนใครจะไปต่อหรือเดินเล่นในสวนก็เลี้ยวขวาข้ามสะพานไป .... บนสะพานก็จะมองเห็นภาพของนักท่องเที่ยวนั่งเรือพายที่เรียกว่า "Punting" ซึ่งคนพายส่วนมากก็คืนักศึกษาของเคมบริดจ์นั่นแหละ ราคาก็จะตกประมาณคนละ 15 ปอนด์ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดลงครึ่งราคาเหลือ 7.50 ปอนด์








River Cam หลัง King's College



ถ้าเราเราลงเรือพายนี้ไปทางตะวันตกของเมือง ก็จะเจอ Trinity College ....ซึ่ง เซอร์ไอแซค นิวตัน คิดค้นกฎแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งเชื่อกันว่าเขาพบลูกแอปเปิลหล่นจากต้น ที่ทรินิตี้ คอลเลจ (Trinity College) ซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าของมหาวิทยาลัยมีต้นแอปเปิลมาปลูกเมื่อปี 1954 ยังมี ชาร์ลส์ ดาร์วิน ที่ค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการ ได้ริเริ่มแนวคิดนี้ตอนมาเรียนที่นี่ นอกจากนี้ ชาร์ลส์ แบบเบจ (Charles Babbage) ถือเป็นบิดาแห่งคอมพิวเตอร์ นักวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ที่ให้แนวคิดเรื่องเครื่องคำนวนที่สามารถตั้งโปรแกรม อีกทั้ง แฟรงค์ วิตเติล ที่มีแนวคิดพัฒนาเครื่องยนต์ไอพ่นมาใช้กับเครื่องบิน และอื่น ๆ .... เลยไปอีกก็จะเห็น Bridge of Sigh ทอดข้าแม่น้ำแคมใน St John College ซึ่งคล้ายๆกับที่ Oxford (กลับชมได้ที่บล๊อกเที่ยวเมืองอ๊อกฟอร์ด)




ประตู ของวิทยาลัย ซึ่งใช้เป็นทางเดินออกหลังเข้าชม


เก็บภาพไว้หน่อย



จาก King's College ผมเลือกเดินด้านหลังเพื่ออ้อมไปชมสะพานมหัศจรรย์ที่ เซอร์ ไอแซค นิวตันออกแบบโดยไม่ใช้ตะปูเลย .... แต่ต่อมามีนักศึกษาท่านหนึ่งเกิดความสงสัยในไอเดียและวิธีการของท่านเซอร์ จึงได้รื้อสะพานนั้นออกมาพิสูจน์ แต่ตอนประกอบกลับทำไม่ได้เหมือนเดิม ปัจจุบันสะพานนี้เลยตอกตาปูซะแล้วล่ะครับ








Mathematical bridge หลัง Queen's College



หลังจากได้ภาพสะพาน Mathematical Bridge เรียบร้อยแล้วก็เดินอ้อมกลับไปที่ด้านหน้า King's College ซึ่งผู้คนในบริเวณนั้นยังหนาตาเช่นเคย แวะทานมื้อเที่ยง..บ่ายต่างหาก ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น...ที่แวะร้านนี้เพราะเห็นคนเอเซียแวะเข้าไปกันเยอะ ซื้ออาหารแบบกล่องให้เขาเวปให้ แล้วนั่งทานในนั้น (เขาจะถามเรานะว่าจะมทานในนี่หรือ take away ราคาต่างกันหรือเปล่าไม่รู้ ลืมถามมา)










จากนั้นก็ทำเวลาด้วยการเดินผ่านย่าน Shopping เลี้ยวซ้ายตามถนน Sydney St ซึ่งเชื่อมต่อกับ Bridge St มีโบสถ์เก่าๆหลายที่ เดินชมบ้านเมืองไปเรื่อยและมาจบที่ Magdalene Bridge ที่ทอดข้ามแม่น้ำเคม ตรงนั้นจะเป็นท่าเรือ Punting และติดกับท่าเรือเป็นลานโล่ง มีตึกอิฐสีแดงเขียนว่า Quayside 1989 ด้านล่างมีร้านอาหารไทยชื่อว่า "Thaikhun" Thai Street Food แต่ จขบ.ไม่ได้เข้าไปลองทานหรอกครับ เพราะอาหารญี่ปุ่นยังเต็มอยู่ .... ยืนชมนักท่องเที่ยวเขาเช่าเรือกันเพื่ออกชมวิวตามน้ำเคม เก็บภาพไปเรื่อยคนเดียจนไปหมดแรงเอาที่ร้านกาแฟ Fitzbillies เลขที่ 36 ที่เลือกเพราะเขาแต่งหน้าร้านด้วยสีเขียวทึมๆ เห็นว่ามันขลังเหมือนชื่อเมืองน่ะ






















เดินดูโน่น ดูนี่ ไปเรื่อยจนเกือบ 6 โมงเย็นก็กลัวว่ารถเมล์ที่จะกลับที่พักจะหมดเสียก่อน เลยเดินย้อนกลับไปที่ Hilton Cambridge City Centre เพื่อรอรถกลับ แต่ก็ยืนรอนานเหมือนกัน ฝนก็เริ่มลงปรอยๆแล้ว รถมาขึ้นรถกลับที่พัก...คราวนี้หลง เพราะขากลับเจ้ารถพาเลี้ยวเข้าตามย่านที่พัก เราก็พยามมองหา Okle Lodge ก็ไม่เห็นซักกะที ใช้โทรศัพท์เปิด Google Map ดู มันก็อยู่แถวๆนี้นี่นา พอสุดท้ายรถจอด คนลงหมด ก็ไปถามคนขับ เขาบอกว่าผ่านมานานแล้ว ต้องเดินย้อนกลับไปเลี้ยวนั่น เลี้ยวนี่อีกประมาณ 10 กว่านาทีก็มองเห็น

ประสบกาณ์เที่ยวคนเดียวมันก็มีหลายรสดีเหมือนกัน นี่ยังไม่เท่าไหร่พรุ่งนี้ต้องนำรถกลับไปส่งที่โรงแรม Sheraton ใกล้สนามบิน Heathrow ลอนดอนยิ่งจะมันกว่านี้เยอะ .... เอาน่า มาถึงขนาดนี้แล้วจะมีอะไรให้กลัวอีก.



ขอบคุณที่ตามอ่านมาตลอดครับ




ลาด้วยภาพ King's College ภาพนี้ครับ




_________________







 

Create Date : 12 มกราคม 2560
2 comments
Last Update : 12 มกราคม 2560 19:52:47 น.
Counter : 2632 Pageviews.

 

นั่งดูภาพลงมาเรื่อย ๆ ภาพสวย.... ดูคนไปเที่ยว แต่งกายตามสบาย ...

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 12 มกราคม 2560 16:56:23 น.  

 



16 มค. 2560 สวัสดีวันครู ค่ะ

ตามมาเที่ยวด้วยค่ะ
เพลินเชียว

 

โดย: เริงฤดีนะ 16 มกราคม 2560 20:33:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


wicsir
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 72 คน [?]











...... ชอบเดินทาง ชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพ แม้ฝีมือจะไม่ให้ แต่ใจก็รัก เพราะได้ทำแล้วมีความสุข แถมยังมี bloggang ได้ให้โอกาสนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงด้วย ยิ่งทำให้หัวใจพองโต .......


อยากจะบอกว่า

@ ดีใจที่ได้แบ่งปันความสุขเล็กๆน้อยๆ กับเพื่อนๆในบล็อกแก๊งค์ ตลอดจนคุณๆที่ผ่านเข้ามาอ่าน.... แม้ภาพถ่ายจะไม่สวยนัก แต่กว่าจะได้มาก็แสนยากลำบาก จึงขอสงวนสิทธิไว้เป็นการส่วนตัว

@ ภาพทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของบล๊อก ถ้ามีความประสงค์จะใช้ภาพเพื่อการใด กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกด้วย เพราะจะได้พิจารณาเป็นเรื่องๆไปครับ.

@ ขอบคุณเพื่อนๆสมาชิกที่คอยให้กำลังใจกันเสมอมา และขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่าน หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่านคงแวะเข้ามาอีก...


ด้วยจริงใจ
นาย wicsir.




Rec. 11.06.08
New Comments
Group Blog
 
<<
มกราคม 2560
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
12 มกราคม 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add wicsir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.