Group Blog
 
 
กันยายน 2563
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
30 กันยายน 2563
 
All Blogs
 

มหาภัยไวรัสล้างโลก - The Great Influenza


มหาภัย ไวรัสล้างโลก
The Great Influenza
จอห์น เอ็ม. แบร์รี : เขียน กุลธิดา บุณยะกุล-ดันนากิ้น : แปล
สำนักพิมพ์แอร์โรว์
จำนวน 512 หน้า ราคา 490 บาท ขนาด 16-24 cm (16 หน้ายกจัมโบ้)

อ่านเพื่อเรียนรู้จากไข้หวัดใหญ่เมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา เพื่อป้องกันและต่อสู้กับ ไข้หวัดไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ โควิด-19 ในปัจจุบัน
..........................
หนังสือเล่มนี้ จะบอกคุณเกือบทุกสิ่งที่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการระบาดครั้งร้ายแรงที่สุด ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
โรคระบาดไข้หวัดใหญ่ครั้งนั้นคร่าชีวิตคนไปกว่า 50 ล้านราย ในปี ค.ศ. 1918 (ตรงกับ พ.ศ. 2461 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ) ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นถือเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโรคระบาดทีเลยที่เดียว
.....................
หนังสือ มหาภัย ไวรัสล้างโลก - The Great Influenza เล่มนี้หนังสือซึ่งได้รางวัล เคก อวอร์ด ของสถาบันการศึกษาวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นหนังสือเกี่ยวกับ“ประวิติศาสตร์ของโรคระบาดที่สมบูรณ์แบบและมีค่าที่สุดในห้วงที่มนุษย์กำลังเผชิญกับไวรัสโควิด-19 นี้
.....................
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในฤดูหนาวของปี 1918 ที่จุดสูงสุดของสงครามโลกครั้งที่ 1 ไวรัสไข้หวัดใหญ่ร้ายแรงที่สุดปะทุขึ้นในค่ายทหารที่รัฐแคนซัส เคลื่อนย้ายไปทางตะวันออกพร้อมกับกองทหารอเมริกัน จากนั้นก็ระเบิดฆ่าผู้คนถึง 50 กว่าล้านคนทั่วทั้งโลก มันฆ่าคนภายในระยะเวลายี่สิบสี่อาทิตย์มากกว่าโรคเอดส์ที่ฆ่าชีวิตมนุษย์ซึ่งใช้ระยะเวลาถึงยี่สิบปี ในหนึ่งปีมันทำลายคนมากกว่ากาฬโรคฆ่าคนในหนึ่งศตวรรษ แต่นี่ไม่ใช่ยุคกลาง และปี 1918 ก็เป็นจุดกำหนดการปะทะกันครั้งแรกระหว่างวิทยาศาสตร์สมัยใหม่กับโรคระบาด

วางขายในงานหนังสือเริ่มวันที่ 30 กันยายนนี้ค่ะ แต่สั่งจองไปที่สำนักพิมพ์ก่อนได้
สั่งจองในราคาลดพิเศษเหลือ 377 บาท ส่งฟรี/Kerry
เริ่มส่ง 9 ตุลาคม 63
..................
สั่งจองทาง inbox
หรือที่ไลน์แอด ได้เลย ID:@arrow11
https://line.me/R/ti/p/%40arrow11




 

Create Date : 30 กันยายน 2563
3 comments
Last Update : 30 กันยายน 2563 11:47:21 น.
Counter : 213 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

น่าสนใจมากเลยครับ เพิ่งไปงานสัปดาห์หนังสือมาเมื่อวานเองครับ แต่เดินดูยังไม่ทั่วเลยครับ ถ้าสุดสัปดาห์นี้มีโอกาสไปอีกครั้งจะลองไปดูที่บูทนะครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 4 ตุลาคม 2563 10:46:29 น.  

 

แนะนำอย่างแรงค่ะเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าเพราะแปลเองนะคะ แต่ได้ความรู้ที่เทียบเคียงกับเหตุการณ์เวลานี้มากเลยค่ะ ช่วยให้เขาใจว่าไวรัสทำงานของมันยังไง ที่มาที่ไปของวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ก่อตัวขึ้นเพื่อรับมือกับโรคระบาด อะไรพวกนี้

เพิ่งบอกบรรณาธิการของแอร์โรว์ไปค่ะ ว่ากรณีเทียบเคียงกันได้อีกกรณีคือครั้งนั้น Woodrow Wilson เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่นี่กับเขาเหมือนกันตอนไปเจรจาต่อรองสงบสงครามที่ปารีส ตอนนั้นวิลสันรักษาได้หาย แต่มาตายเอา 6 เดือนหลังจากนั้นด้วย stroke ผลจากไข้หวัดใหญ่ที่เป็นคราวนั้นแหละค่ะ ไวรัสประเภทนี้เข้าไปทำลายระบบประสาทด้วย มีอธิบายในหนังสือด้วยค่ะว่ามันทำลายอวัยวะหลายๆ ส่วนในร่างกายยังไง COVID-19 นี่ก็เหมือนกัน คนที่รักษาได้หายไม่ได้หมายถึงหายขาด อวัยวะที่ถูกมันทำลายไปแล้วอย่างปอด หัวใจ ฯลฯ มีผลถาวร คือเสียหายถาวร จะไปแสดงอาการในภายหลังได้ทุกเมื่อ เหตุการณ์เหมือนกับตอนนี้เลยค่ะ ที่ทรัมป์ติดเชื้อไวรัส

อ้อ! อ่าน พิมานภูต ขออาจารย์หนุ่มจบนานแล้วค่ะ แต่ไม่มีเวลาได้รีวิวเลยเพราะตอนนั้นเร่งแปลเล่มนี้แหละค่ะ พยายามให้ออกทันงานหนังสือ หลังจากแปลเล่มนั้นจบก็แปลหนังสือของ Joe Biden เรื่อง Promise Me, Dad เพื่อพิมพ์ให้ทันก่อนวันเลือกตั้งที่อเมริกานี้ เพิ่งแปลเสร็จ แล้วเพิ่งส่งต้นฉบับแปลไปค่ะ ตอนนี้มีเวลาหายใจได้บ้างแล้ว จะเอาเรื่องนั้นมาพูดถึงนะคะ มีอีก 2-3 เล่มของอาจารย์หนุ่ม จะเอาออกมาอ่านด้วยค่ะ

 

โดย: กุลธิดา (kdunagin ) 5 ตุลาคม 2563 2:26:32 น.  

 

ขอบคุณมากครับคุณไก่ ถ้าได้มีโอกาสไปวันอาทิตย์นี้ (วันสุดท้ายพอดีเลยครับ) จะแวะไปดูที่บูท สำนักพิมพ์เลยครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 6 ตุลาคม 2563 13:26:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#16


 
kdunagin
Location :
South Carolina United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




จำหลักไว้ในสายลม
กุลธิดา
www.mebmarket.com
แม้เป็นรักที่แอบเร้น หากก็ขออย่าเลือนไปกับสายลม
บาเคอร์
กุลธิดา
www.mebmarket.com
ราณียิ้มขมขื่น คำนั้นมีความหมายอย่างที่สุด บาเคอร์…วันพรุ่งนี้…ตามการออกเสียงของคนอิรัก เป็นสิ่งที่เธออยากเก็บไว้กับตัวแต่เพียงผู้เดียวตลอดไป…หรือจนกว่าจะได้พบเขาอีก เพราะนั่นคือคำสุดท้ายที่เขาบอกก่อนจะจากกันในเช้าวันนั้น ที่บ้านย่าของเขา และเธอกำลังร้องไห้แทบขาดใจ ‘มีวันพรุ่งนี้เสมอนะราณี’ และเธอก็ยึดถือคำพูดนั้นของเขาเป็นสรณะนับแต่นั้นมา เป็นความหวังเดียวที่มี ว่าวันหนึ่งเธอและเขาจะได้พบกันอีก แม้อาจไม่ใช่ในโลกนี้ก็ตาม
Friends' blogs
[Add kdunagin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.