|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
1. พินัยกรรมฉบับล่า : วรรณสิริ
เรื่อง : พินัยกรรมฉบับล่า ผู้เขียน : วรรณสิริ สำนักพิมพ์ : ผดุงศึกษา ปีที่พิมพ์ : 2497 เล่มเดียวจบ
 พินัยกรรมฉบับล่า ผลงานชิ้นเอก อีกเรื่องหนึ่งของ วรรณสิริ นักเขียนรุ่นครูผู้มีผลงานในช่วงยุคกึ่งพุทธกาล เป็นจำนวนมาก น่าเสียดาย ที่ผลงานส่วนใหญ่ของท่าน ไม่มีโอกาสได้นำมาพิมพ์ใหม่ ให้นักอ่านรุ่นปัจจุบัน ได้รู้จักนอกจาก งานเด่น ๆ เพียงสองสามเรื่อง ได้แก่ เรื่องสั้น นางทาส หรือนวนิยาย เรื่อง วนิดา เป็นต้น
พินัยกรรมฉบับล่า เป็นเรื่องราวของครอบครัวนักธุรกิจ “ห้างพิพัฒน์” ของนาย พิพัฒน์ สุนทรสวัสดิ์ ชายชรามีลูกเพียงสองคน คือ กฤษณะ และ กัทลี โดยกฤษณะ ได้บริหารงานเป็นผู้จัดการ รับกิจการช่วงต่อมาจากพิพัฒน์ จนประสบความสำเร็จ เจริญก้าวหน้าเป็นอย่างดี ขณะที่ กัทลี น้องสาว ก็เข้ามาทำงานดูแลการเงินในบริษัทนี้เช่นกัน แต่หญิงสาว เป็นคนเอาแต่ใจ และตอนนี้เธอกำลังหลงรักนาย “เฉลิมยศ จักรหิรัญ” ชายหนุ่มถังแตก ที่บิดาเป็นหนี้สินจนำวนมาก เขาวางแผนหลอกล่อให้ กัทลีลุ่มหลง เพื่อหวังให้รับตัวเขาเข้ามาทำงานในบริษัทนี้ด้วย
แต่แผนการที่วางเอาไว้ ก็ล้มเหลว เมื่อมีหญิงสาวที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ยิ่งกว่า เข้ามาสมัครงาน เธอมีชื่อว่า เรืองไร ราชวัลลภ กัทลี ไม่ชอบใจเรืองไร ตั้งแต่หน้าตาสะสวย และเคยเป็นเพื่อนเรียนมัธยมมาด้วยกัน ตระกูลราชวัลลภ เป็นตระกูลมีชื่อเสียง แต่เนื่องจากฐานะความเป็นอยู่ยากจนลง ทำให้ เรืองไร ต้องออกหางานทำ หาเงินมาจุนเจือครอบครัว ซึ่งประกอบด้วย นางอุไร มารดา เรืองรอง น้องชายวัยเรียน และยังมีนางส้มลิ้ม ข้าทาสบริวาร ที่ซื่อสัตย์ต่อครอบครัวของเธอรวมอยู่ด้วย
กฤษณะ ประทับใจและความมุ่งมั่นในตัวของ เรืองไร เขาตัดสินใจรับเธอเข้าทำงาน เป็นผู้ช่วยกัทลี แม้ว่า กัทลี จะพยายามขัดขวาง ก็ไม่ประสบผล เธอจึงเสนอให้เฉลิมยศ มาทำงานแผนกอื่นแทน โดยที่ กฤษณะและนายพิพัฒน์ไม่รู้ว่า ชายหนุ่มกะล่อนคนนั้น เป็นคนรักของกัทลี
เมื่อเข้ามาทำงานที่นี่ หญิงสาวก็ถูก กัทลีกลั่นแกล้งต่างๆนานา เพื่อให้ทำงานผิดพลาด แต่ด้วยความอดทน และเฉลียวฉลาด ทำให้เธอสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ยิ่งทำให้ กฤษณะเกิดความประทับใจ ยิ่งเมื่อ ได้พบสภาพบ้านพักอาศัยของเธอ พบนางอุไรกับเรืองรองน้องชาย จนกระทั่งเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็น ไฟไหม้บ้าน และเรืองรองน้องชายเธอป่วยจนเสียชีวิต เรืองไร ก็ยังยืนหยัดด้วยความเข้มแข็ง ทำให้สิ่งเหล่านั้น เชื่อมโยง เขากับเธอ ให้เกิดความผูกพัน จนกลายเป็นความรักเกิดขึ้น
กัทลี มองเห็นเหตุการณ์นี้ ด้วยความไม่พอใจ และนำเรื่องราวของพี่ชายไปฟ้อง นายพิพัฒน์ ผู้เป็นบิดา พิพัฒน์เอง สร้างตัวมาจากความยากจน จนมีธุรกิจห้างดัง ทำให้กลายเป็นคนหยิ่งผยอง มั่นใจตัวเอง เพราะไม่เคยมีใครกล้าขัดใจ เขาไม่พอใจ ที่กฤษณะต้องการใช้ชีวิตร่วมกับเรืองไร จึงเข้าไปขัดขวาง เขาเสนอเงินให้เธอ เพื่อให้เลิกรากับกฤษณะ ขณะที่เรืองไรเอง ก็หญิงสาวที่หยิ่งทะนง ในศักดิ์ศรีของตัวเอง แม้จะลำบากเพียงใด เธอก็ไม่ต้องการความเอื้อเฟื้อที่มาพร้อมกับการดูถูกดูแคลนของนายพิพัฒน์ หญิงสาวปฏิเสธ ยิ่งทำให้ นายพิพัฒน์เกลียดชังมากขึ้น
ต่อมา ญาติของนายพิพัฒน์ที่อยู่อยุธยา คือนางอ่อน และนายพิน นำ อารมณ์ สุนทรสวัสดิ์ มาฝากให้อยู่ที่บ้าน พิพัฒน์รับอารมณ์เข้ามาอยู่ด้วย โดยไม่รู้ว่า อารมณ์เป็นชายหนุ่มที่มีความทะเยอทะยานสูง เขาต้องการยุแหย่ให้คนในครอบครัวสุนทรสวัสดิ์ แตกแยกกัน เมื่อรู้ความลับของกัทลี และ นายเฉลิมยศ ทำให้เขานำเรื่องไปฟ้องนายพิพัฒน์ ทำให้กัทลี ตัดสินใจ หนีตามเฉลิมยศ พร้อมกับนำเงินติดตัวไปจำนวนหนึ่ง
เหตุการณ์นี้เอง ทำให้ นายพิพัฒน์ หลงเข้าใจว่าอารมณ์หวังดีกับตนเอง เพราะอีกฝ่าย มีนิสัยกลับกลอก แสร้งทำดีให้อีกฝ่ายตายใจ พิพัฒน์ตัดเป็นตัดตายกับลูกสาว และสำหรับลูกชายคนเดียว เขาตั้งความหวังให้แต่งงานกับสตรีที่มีฐานะ ทัดเทียมกัน แต่ กฤษณะปฏิเสธ ยิ่งเมื่อถูกยุแยงจากอารมณ์ เขาท้ากฤษณะให้ออกไปใช้ชีวิตกับ เรืองไร โดยจะตัดมรดกทั้งหมด ไม่ให้ชายหนุ่มได้รับเลยแม้แต่แดงเดียว
กฤษณะ ตัดสินใจลาออกจากงาน แม้ว่าเรืองไร จะขอร้อง ไม่ต้องการให้เขาและบิดา ต้องขัดแย้งกัน แต่กฤษณะบอกว่า เขารักเธอ และพร้อมจะใช้ชีวิตร่วมกับเธอ เช่นเดียวกับเรืองไร ที่ไม่ได้สนใจเงินมรดกต่างๆ จากนายพิพัฒน์ ด้วยเหตุนี้เอง พิพัฒน์จึงทำพินัยกรรมขึ้นมาใหม่ ยกสมบัติทั้งหมด ให้กับอารมณ์ หลานชายเจ้าเล่ห์ผู้นั้นแทน กฤษณะ มาพบเรืองไร ก่อนที่เขาจะเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด ด้วยลำแข้งของตนเอง ทำให้เรืองไรเสียใจที่เห็นคนรัก ต้องมาตกระกำลำบาก วันที่ไปส่งเขาขึ้นรถไฟ เธอไม่ได้บอกเขาว่าตนเอง จะเดินทางไปภูเก็ต เพื่อไปอยู่กับแจ่มจำรัส เพื่อนรักที่ทำงานอยู่ที่นั่น และเป็นการจากลา เผื่อว่ากฤษณะจะตัดใจจากเธอ กลับให้ นายพิพัฒน์
ในเวลาเดียวกัน มีผู้เสนอกิจการเหมืองแร่ที่ภูเก็ต ทำให้ นายพิพัฒน์ ต้องออกเดินทางโดยเรือโดยสารเดินทะเล ไปที่นั่น ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ที่ เรืองไร และมารดา เดินทางโดยเรือลำเดียวกัน
บนท้องทะเลหลวง เกิดพายุปั่นป่วน บ้าคลั่ง จนเรืออับปางลง เรืองไร พลัดกับมารดา แต่ต้องขึ้นเรือมาพร้อมกับ นายพิพัฒน์ผู้โวยวาย พื้นเสียตลอดเวลา ตอนนั้นเอง นายพิพัฒน์เริ่มรู้ตัวว่าต่อให้มีเงินมหาศาล ก็ไม่อาจทำให้คนอื่นยอมสิโรราบให้ตัวเองได้ เขาเผชิญความลำบากเป็นครั้งแรก มีเพียงแค่ เรืองไร ที่ให้ความใส่ใจ ช่วยดูแล ตราบจนกระทั่ง เรือไปติดอยู่บนเกาะร้างแห่งหนึ่ง นายพิพัฒน์ผู้ยิ่งใหญ่ล้มเจ็บลง
เมื่อความตายกำลังก้าวเข้ามา เขาสำนึกผิด ปล่อยวางทิฐิทั้งหมดลง จนมองเห็นความดีงามของ เรืองไร เขาสารภาพว่า ตนเองเขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติและกิจการทั้งหมดให้กับ อารมณ์ หลานชายไปแล้ว แต่โอกาสสุดท้าย ที่เขาจะขอเขียนพินัยกรรมใหม่ ขึ้น บนเกาะแห่งนั้น โดยมีลูกเรือและผู้โดยสารที่เหลือรอดมาด้วยกันเป็นพยาน
พินัยกกรรมฉบับล่า เสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ ก่อนจะสิ้นลม และกฤษณะที่รู้เรื่อง เดินทางมาพร้อมแจ่มจำรัส ทั้งคู่ติดต่อหาเรือเพื่อออกตามหา เธอจนพบในที่สุด เรืองไร ทราบด้วยความปิติว่า มารดาของเธอเองก็รอดชีวิต เมื่อได้ขึ้นเรือไปอีกลำหนึ่งแทน
ที่พระนครนั่นเอง อารมณ์ กำลังปลาบปลื้มใจ เมื่อทราบข่าวว่า เรือโดยสารที่นายพิพัฒน์เดินทางไปเกิดอับปางกลางทะเล นิสัยเดิมปรากฏขึ้น เขาวางโตกับพนักงานทุกคน อย่างบ้าอำนาจ คาดหวังว่าจะได้ใช้มรดกของนายพิพัฒน์อย่างเต็มที่ ด้วยพินัยกรรมใหม่ โดยไม่รู้ว่า ยังมีพินัยกรรมสุดท้าย ฉบับล่า ที่นายพิพัฒน์ทำขึ้นก่อนตาย
จนกระทั่ง กฤษณะและเรืองไร มาถึง พร้อมกับหลวงอรรถผู้เป็นทนายความ
“เขียนเองเรอะ” “มิได้ครับ มีกลาสีเรือที่นั่นเป็นคนเขียน” “พยาน?” “ก็พวกเรือแตกด้วยกันนั่นแหละครับ” “ใครเช็นชื่อ” “ป๋าครับ ท่านเซ็นเอง” “น่าจะใช้ได้” หลวงอรรถพูด”หนพินัยกรรมฉบับสุดท้ายอยู่ไหน ให้เราเรียกว่า พินัยกรรมฉบับล่า เถอะ ฟังแล้ว เข้าทีดีเหมือนกัน”
ความผิดหวังทำให้ อารมณ์ แทบกลายเป็นบ้า เขาเผลอเดินผ่านทางรถไฟที่มีรถกำลังแล่นมาตามรางอย่างรวดเร็ว สุดท้าย ก็เกิดเหตุจนเสียชีวิต
เรืองไร ได้พบกัทลีอีกครั้ง น้องสาวกฤษณะผู้เคยมากทิฐิและอารมณ์กราดเกรี้ยว บัดนี้ ได้รับบทเรียนสำคัญ เมื่อเธอหนีตาม นายเฉลิมยศ ไปใช้ชีวิตต่างจังหวัด จนเงินที่นำไปใช้จ่ายหมด สันดานเดิมของ เฉลิมยศ จึงปรากฏขึ้น เขาเล่นการพนัน และมีหญิงอื่น จนทำให้ กัทลี ต้องขอหย่าขาด และซมซานกลับมาพระนคร แต่เมื่อได้พบกฤษณะ และเรืองไร ทั้งคู่ต่างก็ให้ความช่วยเหลือ เห็นใจในชะตากรรมของเธอ จนกัทลี เกิดความสำนึกผิดขึ้นมาในที่สุด
พินัยกรรมฉบับล่า ได้ปิดฉากสุดท้ายลง ด้วยฉากงานแต่งงานอย่างมีความสุข ของ กฤษณะผู้กลับมาครอบครองกิจการของบิดาอีกครั้ง พร้อมกับ เรืองไร หญิงสาวผู้กล้าหาญและเป็นรักเดียวของเขา ไม่เคยเปลี่ยนแปร...
จากคำนำของ “สีน้ำ” บรรณาธิการ เดลิเมล์วันจันทร์ในยุคนั้น ทำให้ทราบว่า เรื่องนี้เมื่อได้นำลงเป็นตอนๆ ในนิตยสารเดลิเมล์วันจันทร์ เป็นที่นิยมของผู้อ่านเป็นจำนวนมาก ถึงขนาดเขียนจดหมายมาขอให้ นำลงให้ยาวกว่านี้ รวมถึงขอให้รวมเล่ม สำหรับผู้อ่านอีกด้วย แสดงให้เห็นถึงความนิยมเป็นอย่างดียิ่ง
| Create Date : 08 มกราคม 2569 |
|
0 comments |
| Last Update : 8 มกราคม 2569 8:16:21 น. |
| Counter : 77 Pageviews. |
|
 |
|
|
|
|
|
|
ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต
เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร
ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน
ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน
คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม
คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน
คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน
คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ
จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต | | |