|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 |
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
สัตยาลัย
 รอยอาลัยจากใจเปี่ยมรันทด โศกกำสรดนานนับอสงไขย โลกแห่งจิตอนธกาลกว่าวารใด สองหทัยถูกบั่นจากทัณฑ์กรรม
จึงกอบเก็บความฝันคืนวันเก่า รำลึกเจ้าเฝ้าคอยจวบคล้อยค่ำ ยามนิทราปรากฏนารถวาดรอยจำ เพื่อเตือนย้ำอีกมานอย่ารานรอย ในค่ำคืนที่บุหลันเลือนลอยจางรัศมี ห้วงรัตติกาลไร้แสงแห่งดาริกา มีเพียงกรุ่นกลิ่นหวานปนโศกจากลีลาวดีต้นงามที่ยืนหยัดเดียวดายอยู่ริมศาลาไม้สักทองหลังน้อย ดรุณีร่างระหง ทรงชุดสไบสีทองอร่ามมะลังเมลือง ประดับสร้อยถนิมพิมพา บ่งบอกว่า ทรงมีพระอิสริยยศสูงยิ่ง พระเนตรโศกซึ้งจับดวงศศิธรอ่อนแสงประดับแต่ง ณ เบื้องคคนางค์ พระนางประทับ ณ ที่แห่งนี้เพียงเพื่อรอใครบางคน.. คนที่พระนางใช้ช่วงเวลาส่วนองค์รำลึกนึกถึง เพียงพอให้พระราชหฤทัยอ่อนหวานและเข้มเข้ม..แม้ในความเป็นจริงหลายๆ อย่างทรงต้องฝืนพระทัยด้วยสายเลือดแห่งขัตติยา เสียงฝีเท้าม้าแว่วมาแต่ไกลท่ามกลางความเงียบสงัดแห่งราตรีกาล ก่อนหยุดอยู่ไม่ห่างจากริมศาลาไม้สักทองหลังน้อยมากนัก
บุรุษในชุดนักรบสีน้ำเงินเข้มที่ขับเน้นเรือนร่างสูงใหญ่ให้ดูสง่างาม ผิวเนียนสีทองแดงจากใบหน้าคม บ่งบอกถึงการกร่ำศึกมาอย่างโชกโชน ชายหนุ่มลงจากหลังม้า ถอดหมวกประดับพู่ออกจากศีรษะ ก่อนหยุดยืนอยู่ข้างม้าของเขาครู่หนึ่ง สายตานั้นเล่า ..ทอดมองร่างอรชรเดียวดาย ราวกับต้องการประทับร่างงามนี้ไว้ในส่วนลึกของจิตใจตราบนานเท่านาน เขาเดินเข้าไปช้า ๆ คุกเข่าลงอยู่ด้านข้างของเจ้าหญิง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหรุบมองพื้นเบื้องล่าง มีเพียงหัวใจของเขาที่รับรู้ถึงความโศกซึ้งว่ามีมากมายเพียงใด แต่น้ำตาหาได้หลั่งไหลลงมาไม่ หากหลั่งอยู่ในหัวใจนักรบของเขาเท่านั้น กาลเวลาเคลื่อนคล้อยผ่านไปทีละน้อย ทั้งสองไม่ได้ขยับเขยื้อน ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจา เพียงปล่อยให้หัวใจแห่งรักสองดวงถ่ายทอดความรู้สึก แสนหวานปนโศกนั้นแก่กันและกัน เจ้าหญิง ทรงถอดธำมรงค์วงน้อยให้แก่ผู้มีฐานันดรเพียงแม่ทัพหน่วยหนึ่งเท่านั้น ความรัก ความอบอุ่นอ่อนหวานทั้งมวล ถ่ายทอดจากแหวนวงน้อยสู่อุ้งมือกร้านแกร่งของเขา เป็นความรู้สึกทั้งหมด แห่งดวงหทัย ...สัตยาที่พระนางมีให้กับบุรุษผู้เป็นที่รักเพียงหนึ่งเดียว...
ทรงนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนเสด็จผ่านเขาไป ชายสไบสีทองไหวระริกอยู่ริมหางตาของเขา หัวใจของเขาร้าวราน หทัยแห่งพระนางไยมิใช่แตกต่างกัน! พรุ่งนี้เขาจะต้องเดินทางไปสู่สมรภูมิเพื่อปกป้องแผ่นดิน ส่วนพระนางจะต้องเดินทางไปเป็นแม่เมืองตามหน้าที่
วาโยหอบใหญ่พัดมาวูบหนึ่ง พัดดวงดอกสีขาวพิสุทธิ์งามร่วงหล่นลงมาจากต้นช้า ๆ ดอกสีขาวเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ ก่อนทิ้งตัวอ้อยสร้อยลงบนพื้น ในตำแหน่งที่ก่อนหน้านี้มีร่างแสนงามประทับยืนอยู่...
เขา...มองกลีบดอกสีขาวด้วยสายตาพร่าเลือน แต่ไม่ยอมปล่อยให้น้ำตาหลั่งไหลลงมา เขา..สูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อผลักน้ำตาแห่งความพลัดพรากให้กลับคืนเข้าสู่ภายใน เขา..สะทกสะท้อนใจยิ่ง..ปวดร้าวอย่างยิ่ง...เพราะนี่เป็นโศกนาฏกรรมแห่งรักอีกชาติภพหนึ่งที่เขาจำต้องยอมรับ!!
| Create Date : 09 พฤษภาคม 2556 |
|
0 comments |
| Last Update : 9 พฤษภาคม 2556 18:38:05 น. |
| Counter : 176 Pageviews. |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
Location :
เชียงใหม่ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
|
เสน่หาบทกวี เสพสุนทรีย์แห่งถ้อยคำ อดีตรีตรอยงามล้ำ เพรงพร่ำโบราณล้านนา ............................ จินตคีตาและร้อยกานท์ประดับฉันท์ เป็นงานเขียนเก่า ภายใต้นามปากกา บุหลันเวียงฟ้า
|
|
|
|
|
|
| |
|
|