หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มกราคม 2558
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
29 มกราคม 2558
 
All Blogs
 

The Door to December (หลอนวิปริต) : ดีน คูนซ์

เรื่อง : หลอนวิปริต (The Door to December)
ผู้เขียน : ดีน คูนซ์
ผู้แปล : อมฤต โอภาสเศรษฐกุล
สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์
ปีที่พิมพ์ : 2558
เล่มเดียวจบ
ราคา 315 บาท



         นวนิยายของ ดีน คูนซ์ มักจะมีความโดดเด่นในเรื่องการเปิดเรื่องด้วยความน่าสงสัย สร้างปมที่ทำให้เกิดความน่าสะพรึงกลัว และดำเนินเรื่องไปอย่างรวดเร็ว พลอยทำให้ผู้อ่านได้ลุ้นระทึกไปกับเหตุการณ์และตัวละครในเรื่องไปด้วย ความสนุกของการอ่านนิยายแปล นอกเหนือจากพลอตเรื่องของนักเขียนแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็คือฝีมือการแปลของนักแปลที่มีส่วนสำคัญให้ผู้อ่านได้เสพอรรถรสของนิยายได้อย่างเต็มที่และรื่นรมย์อีกด้วย ซึ่ง สำหรับเรื่องนี้ ก็เช่นเดียวกัน ผมอ่านได้อย่างเพลิดเพลินจนจบในเวลาไม่นานเลยครับ

       หลอนวิปริต (ชื่อเรื่องดูโหดสยองมาก) ในพากย์ไทย หรือ The Door to December ในชื่อภาษาอังกฤษ ที่เป็นประโยคไขรหัสสำคัญของเรื่องนี้

         เปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์สุดสะพรึง เมื่อลอร่า แมคแคฟฟรีย์ จิตแพทย์หญิง ที่มีปมในอดีต จากสามีนักจิตวิทยาที่หย่าร้างกับเธอและขโมยลูกสาวไปตั้งแต่ยังเด็ก และไม่อาจตามหาตัวเขาได้พบ เธอใช้ชีวิตแต่ละวันด้วยความทุกข์ทรมานและความคิดถึง เมลานี ลูกสาวตัวน้อย ที่ไม่อาจรู้ชะตากรรม แต่แล้ว ในคืนหนึ่ง ลอร่า ก็ถูกตามตัวจาก แดน ฮัลเดน นายตำรวจผู้ดูแลคดีในเขตสตูดิโอซิตี้ให้ยังบ้านหลังหนึ่ง อันเป็นสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม
และหนึ่งในสามของเหยื่อที่กลายเป็นศพไปแล้ว ก็คือดีแลน อดีตสามีโฉดของเธอนั่นเอง!

        บัดนี้ ดีแลน และชายอีกสองคนอยู่ในสภาพเละเทะหาชิ้นดีไม่ได้ปรากฎอยู่ในบ้านในสภาพเหมือนกับร่างกายของเขาถูกทุบด้วยค้อนยักษ์ จากฝีมือของฆาตกรผู้มีพลังมหาศาล จนร่างกายและกระดูกทุกส่วนแหลกเละจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน แต่ทว่า กลับไม่มีวี่แววของเมลานี ลูกสาวของเธอในที่เกิดเหตุ!

      ลอรา พบว่า ภายในบ้านหลังนี้ นอกจากศพชายปริศนาทั้งสามแล้ว มันยังมีห้องลับที่ซ่อนเอาไว้ คือห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสะพรึง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ชอตไฟฟ้า หรือแม้แต่ “ถังพรากความรู้สึก”

      ถังพรากความรู้สึกคืออะไร? มันคือถังโลหะขนาดใหญ่ ที่มีสายไฟขึงไว้รอบด้าน ภายในถังจะใส่สารแมกนีเซียมซัลเฟตสิบเปอร์เซ็นต์ลงไปในน้ำเพื่อให้คนที่เข้าไปอยู่สามารถลอยตัวได้โดยไม่จมและอุ่นน้ำปรับอุณหภูมิเอาไว้ จากนั้น ผู้ทดลองก็จะเข้าไปอยู่ภายในถังในสภาพเปลือยเปล่า ลอยตัวอยู่ในความมืดสนิทและเงียบงันอันสมบูรณ์แบบ
    

     “เพื่ออะไรครับ?”
    

       “เพื่อปลดเปลื้องตัวเองจากสิ่งเร้าความรู้สึกทุกอย่าง ไม่มีภาพ ไม่มีเสียง ไม่มีรสชาติ หรือถ้าจะมีก็เพียงเล็กน้อย ไม่มีสิ่งปลุกเร้าจากกลิ่น ไม่รู้สึกถึงน้ำหนัก สถานที่ หรือเวลา”
       การทำแบบนั้น ก็เพื่อพรากสิ่งเร้าภายนอกออกจากผู้ทดลอง ภายหลังจากนั้นผู้ที่อยู่ในถัง จะเกิดสภาวะหลงพื้นที่และเวลา ความรู้สึกถูกกักขังจะหายไป โดยมีพื้นที่รอบกายไม่จำกัด เมื่อไม่มีสิ่งเร้าภายนอก จิตใจก็จะหวนกลับเข้าไปข้างในเพื่อสำรวจโลกใบใหม่ก็คือสิ่งเร้าจากภายใน...

        การศึกษาทางจิตวิทยาเช่นนี้เกิดขึ้นทั่วไปเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ แต่สิ่งที่ลอร่าค้นพบอย่างน่ากลัวไปกว่านั้นก็คือ เธอพบหลักฐานว่า เมลานี ลูกสาวสุดที่รัก ถูกจับเอามาขังเอาไว้ในถังพรากความรู้สึกใบนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และครั้งล่าสุด เมลานีกินนอนและอยู่ภายในถังเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า เจ็ดวัน! เด็กหญิงวัยแค่สี่ห้าขวบ ถูกใส่สายสวนปัสสาวะ อุจจาระและ feed อาหารเข้าช่องปาก เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการออกมาจากถัง โดยการทดลองอำมหิตบางอย่าง จากพ่อของเธอ และคณะผู้วิจัยพวกนั้น

           ในเวลาที่ลอร่ากำลังขวัญเสียจากสิ่งที่รับรู้ภายในห้องทดลองอันวิปริต ก็มีรายงานจากตำรวจว่าได้พบเมลานีแล้ว เด็กหญิงอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน เดินอย่างคนไร้สติอยู่ห่างออกไปจากบริเวณดังกล่าวไม่กี่ช่วงตึกนี้เอง... ลอร่า รีบตามไป และพบว่า เมลานี อยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถสื่อสารใดๆกับเธอได้เลย เด็กหญิงนิ่งเงียบปิดตัวเองจากโลกภายนอกทั้งปวง เหลือเพียงแววตาเท่านั้นที่ยังพอสื่อสารความหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอได้รับการเผชิญหน้ามาก่อนหน้านับปีนั้นออกมา สายใยเดียวที่ผูกพันความเป็นแม่ลูกของเธอกับเมลานีเอาไว้ และลอร่าคิดว่าตนเองจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อดึงลูกสาวสุดที่รักให้กลับมาเหมือนเดิมให้ได้

      เมลานี ถูกนำตัวมาที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกาย เด็กหญิงนอนพักที่นั่นและพร่ำเพ้อถึงคำพูดประหลาดๆที่เธอไม่เข้าใจ ในช่วงเวลาที่เข้าสู่ภวังค์ฝัน

       “อย่านะ ได้โปรด ได้โปรด...”
        “ประตู” เธอเอ่ยอย่างแผ่วเบา ไม่ใช่ประตูห้องคนไข้หรือประตูห้องน้ำที่ทำให้เธอหวาดกลัว เธอไม่ได้กำลังมองประตูทั้งสองบานนั้นอยู่ เธอรับรู้ถึงโลกรอบกายได้เพียงเลือนราง แต่กลับเพ่งไปยังสิ่งที่ไม่มีใครอื่นมองเห็นได้จากมุมมองกว้างขวาง มุมไหนในห้อง
     “ประตู สู่ธันวาคม...”


        ผู้หมวดฮัลเดนบอกให้ลอร่ากลับไปพักที่บ้านก่อน ระหว่างเมลานีอยู่ในการดูแลของแพทย์ ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า ภายนอกโรงพยาบาลไม่กี่ช่วงตึกออกมา เน็ด ริงค์ มือสังหารรับจ้างกำลังนั่งรออยู่ในรถวอลโว่ เพื่อจังหวะเวลาสำคัญ นักฆ่าหยิบเสื้อกาวน์และหูฟังเพื่อการปลอมตัวเป็นหมอ รวมถึงปืนเก็บเสียงออกมาเตรียมพร้อม ระหว่างมองตรงไปที่โรงพยาบาลแห่งนั้น
       เขาได้รับมอบหมายให้กำจัดเด็กหญิงเมลานีให้เรียบร้อยภายในคืนนี้!

         เช้าวันรุ่งขึ้น ลอร่าตื่นขึ้นมาและเตรียมไปโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมลูกสาว แต่ฮัลเดนกลับแวะมาหาเธอเสียก่อน เขาบอกเธอว่า เมื่อคืนนี้เกิดเหตุฆาตกรรมสยองขึ้นที่โรงพยาบาล...
         ชายปริศนา นามเน็ด ริงค์ เสียชีวิต ในสภาพเละเป็นก้อนเนื้อ ไม่ต่างกับศพทั้งสามรายที่เขาพบมาก่อนหน้านี้เลยสักนิดเดียว...

         ปมปริศนายิ่งทวีมากยิ่งขึ้น เมื่อทั้งคู่เริ่มสืบและพบว่า มีใครอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ร่วมในการทดลองนี้ ซ้ำยังมีชีวิตอยู่ คนเหล่านั้นต้องการจะกำจัดลูกสาวของเธอ ในขณะที่ลอร่าเองก็ต้องใช้เวลาที่จำกัด เพื่อพยายามสื่อสารกับเมลานี ให้ได้ว่า แท้จริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับเด็กหญิงตัวน้อย ภายใน ถังพรากความรู้สึก และคำพูดที่เมลานีหวาดกลัวนักหนา

        เด็กหญิงเหมือนกับมองเห็นประตูที่ปิดอยู่ และกลัวว่ามันจะเปิดออก ประตูที่จะเปิดไปสู่ธันวาคม!!

         นวนิยายเรื่องนี้ดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็ว ฉับไว และตัดเหตุการณ์ไปมาไม่ต่างกับการชมภาพยนตร์ระทึกขวัญ และการสืบหาความหมายของ ประตูสู่ธันวาคม รวมถึง การเสียชีวิตในสภาพน่าสยดสยองของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทดลองอันวิปริตครั้งนี้…

       ส่วนปมปริศนานั้นขอเขียนแค่ๆ สั้นๆนะครับ...

       เมื่อถังพรากความรู้สึก ที่เป็นเสมือนประตูหรือช่องทางที่เปิดอายตนะการรับรู้ระหว่าง กายกับจิต ออกจากกัน ไม่ต่างกับการถอดร่างออกมาเป็นกายทิพย์ และพลังอำนาจที่เกิดขึ้นนั้นก็มหาศาล เกินกว่าเด็กหญิงจะควบคุมมันไว้ได้ รวมถึงเกินกว่า กลุ่มนักทดลองเหล่านั้นจะคาดคิด แรงขับจากจิตใต้สำนึกที่ถูกกักเก็บเอาไว้ด้วยความแค้น ความกลัว ความเจ็บปวด ได้สร้างอีกตัวตนหนึ่งขึ้นมา และพุ่งเข้าสู่ผู้ประทุษร้ายตน จนเกิดเป็นโศกนาฎกรรมสยอง ทว่าตัวตนของหนูน้อยเมลานี้ ใน “กายหยาบ” กลับมิได้รับรู้ เพราะถูกปิดกั้นเอาไว้

      ภายหลังการทำลายทุกสรรพสิ่งแล้ว สิ่งสุดท้ายเมื่อประตูสู่ธันวาคม อันหนาวยะเยือกเปิดออก ก็คือพลังอันย้อนกลับมา เพื่อทำลายตัวของเธอเองในบั้นปลาย
        เห็นจะมีแต่ความรักของลอร่า ผู้เป็นแม่ที่มีต่อลูกสาวสุดที่รักเท่านั้นที่จะต้านทานอำนาจอันรุนแรงนั้นได้... แม้ว่ามันอาจจะต้องเดิมพันกับชีวิตของเธอเองก็ตาม!


            สำหรับ หลอนวิปริต ของดีน คูนซ์ เรื่องนี้ นับเป็นนวนิยายที่อ่านได้อย่างลุ้นระทึกและสนุกเรื่องหนึ่งเลยครับ แม้ว่าชื่อเรื่องภาษาไทย จะดู “จิตๆ” ไปนิดก็ตาม
              ***************




 

Create Date : 29 มกราคม 2558
9 comments
Last Update : 29 มกราคม 2558 11:15:04 น.
Counter : 2576 Pageviews.

 

เมื่อวานเห็นเล่มนี้อยู่ที่ร้านหนังสือเหมือนกันครับ แต่ไม่ได้หยิบมาเพราะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร
แต่เห็นรีวิวนี้ สงสัยต้องเปลี่ยนใจจดหนังสือเล่มนี้ลงรายการซะแล้ว

 

โดย: PZOBRIAN 29 มกราคม 2558 15:18:51 น.  

 

เรื่องนี้กำลังเล็งเลยค่ะ ไม่กล้าอ่านรีวิว อิอิ ไว้หลังเสร็จงานจะไม่พลาดเลยค่ะ

 

โดย: ฟ้าเวียงพิงค์ IP: 27.55.229.94 29 มกราคม 2558 19:55:49 น.  

 

ยังไม่เคยอ่านหนังสือแปลแนวนี้เลยครับ
ส่วนใหญ่อ่านแต่วรรณกรรมแปลเยาวชน
แต่เรื่องแนวนี้น่าติดตามมากๆ
ถ้าหากมาโอกาสจะหามาอ่านบ้างครับ

 

โดย: ruennara 30 มกราคม 2558 20:36:07 น.  

 

ไม่คิดว่าจะอ่านเลยอ่านสปอยล์หมดแล้วค่ะ สนุกดีนะคะ แต่ชื่อเรื่องภาษาไทยดูจิตๆ ไปจริงๆ น่าจะใช้ชื่อประตูสู่ธันวาคมไปเลย แต่ธันวาคมบ้านเขากับบ้านเราอาจจะคนละฤดูกาล

 

โดย: ชบาหลอด 30 มกราคม 2558 20:45:36 น.  

 

แปะ ❤ ให้ค่ะ

 

โดย: ชบาหลอด 3 กุมภาพันธ์ 2558 20:46:54 น.  

 

คุณ PZOBRIAN : ตอนซื้อ เพราะชอบงานของดีน คูนซ์ เป็นลำดับแรกเลยครับ ต่อมาคืออ่านเรื่องย่อจากท้ายเล่มแล้วก็ยิ่งสนใจ เลยตัดสินใจซื้อมา แม้จะเคยผิดหวังกับงานแปลของบางท่านมาก่อน แต่สำหรับเรื่องนี้แล้วผมอ่านแล้วสนุกครับ

คุณรัก : อ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้างมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยนะครับ

คุณ ruennara : แนวนี้ส่วนใหญ่ จะล้นตอนผูกปมกับคลายปมว่าสมเหตุผลหรือเปล่าครับ สำหรับเรื่องนี้ ค่อนข้างโอเคครับ

คุณชบาหลอด : คิดหนักตอนเห็นชื่อเรื่องเหมือนกันครับ แต่อ่านแล้ว สนุกดีครับ ไม่โหดวิปริตมากเหมือนชื่อเรื่องครับ ปล.ขอบคุณมากนะครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 4 กุมภาพันธ์ 2558 20:26:07 น.  

 

น่าสนใจเชียวครับ คุณสามปอยหลวง ชอบงานของ Dean Koontz เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เน้นความลึกลับ มีสยองบ้าง แต่ทำให้ลุ้นอยู่ตลอดเวลา คงเก็บแน่ๆครับ

 

โดย: leehua IP: 171.96.241.78 15 กุมภาพันธ์ 2558 17:25:23 น.  

 

ถ้าเป็นนิยายแปลจะชอบงานของ sidney sheldon ที่สุดโดยเฉพาะเรื่อง the other side of midnight ครับสนุกมาก แต่ถ้าเป็นนิยายไทยจะชอบงานของ ม.มธุการีครับ

 

โดย: กอล์ฟ IP: 171.6.223.139 15 กุมภาพันธ์ 2558 19:34:58 น.  

 

คุณ leehua : ในจำนวนนิยายของ คูนซ์ ที่แพรวสำนักพิมพ์นำมาแปลหลายๆเรื่อง ผมชอบเรื่องนี้มากที่สุดเลยครับ ปกติคุ้นแต่สำนวนคุณสุวิทย์มาตลอด สำหรับเรื่องนี้สำนวนคนแปลก็ OK ครับ อ่านไม่สะดุด พลอตเรื่องก็สนุกเล่นกับแนวจิตวิทยา ผสมลึกลับเหนือจริงอย่างที่ผมชอบพอดี

คุณกอล์ฟ : เชลดอน เป็นนักเขียนในดวงใจท่านหนึ่งเลยครับ ที่ชอบมากที่สุดน่าจะเป็นแนวแอคชันผสมไซไฟ The Doomsday Conspiracy ครับ ส่วน ม.มธุการี ผมชอบการเขียนที่เล่นกับอารมณ์ของตัวละคร และสำนวนภาษาที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ ชนิดที่อ่านโดยไม่ต้องดูหน้าปกเลย คนอ่านจะรับรู้ความเป็น ม.มธุการีได้ ซึ่ง นักเขียนที่มีลายเซ็นชัดเจนแบบนี้ มีไม่กี่คนครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 16 กุมภาพันธ์ 2558 8:05:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 62 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.